[Movie Talk] รีวิว Star Trek Into Darkness

<<

usmond

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 28

ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ย. 2012, 08:22

โพสต์ 20 ม.ค. 2013, 07:15

Re: [Movie Talk] Man of Steel ตัวอย่างล่าสุด

ขอข้อมูลเรื่อง Warm Bodies บ้างได้ใหมครับ

หนังโรแมนติด ซอมบี้ :e12 น่าดูๆ ครับ
<<

bakura_soya

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 1745

ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2007, 22:59

ที่อยู่: ป้ายรถเมล์ T_T

โพสต์ 06 มี.ค. 2013, 01:00

Re: [Movie Talk] Man of Steel ตัวอย่างล่าสุด

Iron Man 3 ตัวอย่างใหม่ อลังการงานสร้างมาก ๆ



.
.
.
.
.

เพิ่มซับไทยครับ

ขอฝาก Thaibiohazard on Facebook!! เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารครับผม

----------------------------
<<

Tonypong

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 3463

ลงทะเบียนเมื่อ: 22 เม.ย. 2008, 13:16

ที่อยู่: โลกไร้ขอบเขตจินตนา

โพสต์ 14 มี.ค. 2013, 17:24

Re: [Movie Talk] Iron Man 3 - ตัวอย่างใหม่

ในที่สุดก็มา

KICK-ASS 2


รูปภาพ

From now on... I can not go back anymore... and must not

วันที่ 13 มิถุนายน 2554 ไว้อาลัยให้หมาแสนรัก ...ลิลลี่... เพื่อนคนแรกของชีวิต และเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิต
<<

Tonypong

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 3463

ลงทะเบียนเมื่อ: 22 เม.ย. 2008, 13:16

ที่อยู่: โลกไร้ขอบเขตจินตนา

โพสต์ 16 เม.ย. 2013, 14:03

Re: [Movie Talk] ตัวอย่างใหม่ KICK-ASS 2 และ Iron Man 3

ทุกการปฏิวัติ เริ่มต้นจากประกายไฟ...

Cathcing Fire

รูปภาพ

From now on... I can not go back anymore... and must not

วันที่ 13 มิถุนายน 2554 ไว้อาลัยให้หมาแสนรัก ...ลิลลี่... เพื่อนคนแรกของชีวิต และเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิต
<<

bakura_soya

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 1745

ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2007, 22:59

ที่อยู่: ป้ายรถเมล์ T_T

โพสต์ 08 พ.ค. 2013, 13:39

Re: [Movie Talk] ตัวอย่างใหม่ The Hunger Games : Cathcing Fi

Man Of Steel - บุรุษเหล็ก

ขอฝาก Thaibiohazard on Facebook!! เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารครับผม

----------------------------
<<

B-Boss

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 1058

ลงทะเบียนเมื่อ: 28 พ.ย. 2009, 21:31

โพสต์ 11 พ.ค. 2013, 11:20

Re: [Movie Talk] ตัวอย่าง Man Of Steel - บุรุษเหล็ก

[REVIEW] Star Trek Into Darkness

รูปภาพ

Star Trek เป็นอีกหนึ่งซีรีย์ในตำนานของหนังต่างประเทศที่มีชื่อเสียงไม่แพ้ Star Wars อย่างแน่นอน ในปี 2009 Star Trek ได้ถูกนำมารีบูทใหม่ด้วยฝีมือของ J.J. Abrams ที่เคยกำกับซีรีย์ชื่อดังอย่าง Lost มาก่อน

รูปภาพ

เนื้อเีรื่องถูกวางมาได้ลงตัวมากๆชวนลุ้นและน่าสนใจตลอดเวลา เรื่องราวและสิ่งต่างๆทำให้ กัปตัน เคิรก์ต้องรับภาระและความรับผิดชอบของชีวิตลูกเรือหลายๆคน ถ้าถามว่าหนังมีมุขตลกๆปล่อยออกมาไหมคำตอบคือ "ไม่ค่อยมี" ทั้งเรื่องจะกดดัน ซีเรียสตลอดเวลา หนังออกแนวเครียดๆไปหน่อย แต่ก็ออกมาน่าติดตามได้ทุกฉาก

รูปภาพ

ตัวละครทุกคนมีจุดยืน หน้าที่ มีความคิด และจุดเด่นเป็นของตัวเอง โดยพวกเขานั่นไม่ได้เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมงานแต่พวกเขาเป็นเหมือน "ครอบครัวเดียวกัน" ทางด้านตัวละครร้ายเป็นตัวร้ายที่เก่งกาจมากๆมีทั้ง ความโกรธแค้น เกลียดชัง โศกเศร้า เป็นตัวละครที่ดึงอารมณ์คนดูได้ดีมากๆ (Benedict Cumberbatch เล่นได้สมบทบาทจริงๆแย่งซีน Chris Pine และ Zachary Quinto ไปเลย) แต่ เคิรก์ เองก็ไม่ได้แพ้หรือด้อยไปกว่าตัวร้ายของภาคนี้เหมือนกันเพราะเขาต้องรับผิดชอบชีวิตของลูกเรือหลายๆคนด้วย สป็อค เองก็ต้องคอยติดตามเป็นคู่หูและเพื่อนของ เคิรก์

รูปภาพ

Star Trek Into Darkness สำหรับหนังเรื่องนี้จะเป็นหนังแนว Sci-Fi ที่อลังกาลอีกหนึ่งเรื่อง ทุกๆอย่างของเรื่องนี้ถูกทำออกมาได้สุดยอด ทั้งเรื่องจะไม่ค่อยมีการผจญภัยเท่าไหร่ เพราะจะโฟกัสไปที่ตามล่าตัวร้ายอย่างเดียว แต่ตัวร้ายภาคนี้จะออกแนวคล้ายๆเวสเกอร์เก่งสุดยอดทั้งการต่อสู้ระยะประชิดและระยะไกล ถ้าถามว่าจุดแย่หรือจุดด้อยของหนังเรื่องนี้บอกตามตรง.........นึกจุดด้อยไม่ออกจริงๆ เป็นหนังที่คุ้มค่ากับตั๋วอีกหนึ่งเรื่อง

รูปภาพ

สำหรับหนังเรื่องนี้ผมให้ 9.5/10
สา้เหตุที่ตัดออกไป 0.5 คะแนนคือ ตัวร้ายมันเก่งเกินไปจริงๆ

รูปภาพ
รูปภาพ
<<

cpt_mctavish

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 377

ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ธ.ค. 2010, 18:56

ที่อยู่: Skyrim อิสานเหนือ

โพสต์ 13 ก.ค. 2013, 22:51

Re: [Movie Talk] รีวิว Star Trek Into Darkness

[REVIEW] PACIFIC RIM ใหญ่ไฟว้ใหญ่

รูปภาพ

ผมเป็นคนหนึ่งที่ยังจำได้ว่า ตอนเด็กๆเคยนั่งฟินอยู่หน้าทีวีกับเพื่อน เชียร์ให้หุ่นยักษ์ตัวโปรดกระทืบตัวประหลาดหน้าโง่ให้จมธรณี

พอโตมาก็ไม่ได้คิดว่าจะได้มาดูอะไรแบบนี้อีก จนกระทั่งตัวอย่างหนังเรื่องนี้ออนแอร์ไปทั่วยูทูป เลยกาหัวไว้ในลิสที่ว่า"ต้องดู"

Pacific Rim เป็นภาพยนตร์ายใต้การกำกับและร่วมเขียนบทของ Guillermo del Toro ผู้กำกับจินตนาการสูงคนหนึ่งของฮอลลีวูด จากตัวหนังแล้วหลายๆคนเดาออกได้ว่าเฮีย del Toro แกทำหนังเพื่อคารวะหนังสัตว์ประหลาดและซุปเปอร์โรบอทจากแดนซามูไร ซึ่งพอได้ดูแล้วก็ได้รูปว่าเฮียแกก็เป็นเคยเป็นเด็กบ้าการ์ตูนแบบผมและหลายๆคน การได้ดูจึงเหมือนกับผมกลายเป็นไอ้เด็กลิงทะโมนวัยประถมอีกครั้ง

ตัวหนังจะเป็นธีมของโลกยุคอนาคตอันใกล้ โลกเราถูกคุกคามจาก"ไคจู"สัตว์ประหลาดตัวเป้งหน้าตาเหมือนหลุดมาจากแผ่นฟิล์มพี่ยุ่น ไคจูตัวแรกที่มนุษย์เห็นนั้น กองทัพสหรัฐใช้เวลาถึงหกวันในการประเคนทุกอย่างใส่มันจนล้มมันลงได้อย่างหืดจับ จากนั้นเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นกับบรรดาประเทศที่มีชายฝั่งติดมหาสมุทรแปซิฟิก จนทุกชาติในโลกต้องร่วมมือกัน โดยแต่ละชาติสร้างหุ่นยักษ์ไว้ทำการต่อกรกับไคจู หุ่นเหล่านี้มีชื่อเรียกขานว่า "Jaeger" หรือ"นักล่า"ในภาษาเยอรมัน เวลาผ่านไปจนโครงการ Jaeger เริ่มถูกลืมเลือนและตัดงบ จนบรรดามนุษย์ผู้เชื่อมั่นในหุ่นยักษ์จึงต้องร่วมมือจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจเพื่อปกป้องมนุษยชาติจากสัตว์ร้ายโดยมีผู้การสแตคเกอร์ เพนเทคอสต์(ไอดริส อัลบา)เป็นหัวเรือใหญ่ เนื่องจากไม่ได้มีรัฐบาลป้อนทุนให้อีกแล้ว พวกเขาจึงต้องหาวิธีจัดการขั้นเด็ดขาดเพราะนับวันไคจูจะขึ้นปรากฎสายพันธุ์ที่อันตรายมากขึ้น

และดูเหมือนอนาคตของโลกจะต้องฝากไว้กับเหล่าผู้ขับ Jaeger โดยมีสองฮีโร่ผู้ไม่น่าเชื่ออย่าง เรลี่ เบ็คเกต(ชาร์ลี อันแนม)ชายหนุ่มอดีตผู้ขับหุ่นที่กำลังตกอับและยังจดจำที่ต้องเสียพี่ชายที่เป็นผู้ขับคู่หูไปต่อหน้าต่อตา(ทั้งคู่เชื่อมต่อประสาท ทำให้เขารับรู้ทุกความรู้สึกตอนที่พี่กำลังจะตาย) อีกคนคือ มาโกะ โมริ(รินโกะ คิกุจิ) สาวชาวญี่ปุ่นที่ไม่ผ่านการทดสอบเป็นผู้ขับเนื่องจากเธอมีบาดแผลในใจจากการที่เธอต้องเสียครอบครัวไปจากโจมตีของไคจู และได้ผู้การสแตคเกอร์รับเธอมาเลี้ยงในฐานะลูกสาว

รูปภาพ รูปภาพ

ที่ผมชอบมากคืออันดับแรก CG ทำออกมาได้เนียนแทบไม่มีอะไรขัดตาเลย ส่วนพล็อตเรื่องก็ธรรมดาๆแต่ไม่ธรรมดาตรงที่เริ่มเรื่องมาหนังก็ฉุดเราเข้าสู่ประเด็นหลักกันแบบไม่ต้องพูดมาก ส่วนซาวน์แทรคจากฝีมือ Ramin Djawadi เป็นร่วมที่เค้นอารมณ์ได้ดีมากๆโดยเฉพาะฉากที่ไคจูขึ้นฝั่งที่ฮ่องกง ได้อารมณ์โกจิร่ามากมาย....ฟินสิครับ ฉากต่อสู้ ยังมีมุมกล้องบางจุดที่ผมยังไม่ชอบนัก แต่โดยรวมเข้าขั้นเมพครับ ท่าทางออกอาวุธของเหล่า Jaeger นั้นก็ได้มาจากซุปเปอร์โรบอทเต็มๆ สวนท่าที่ได้กลิ่นอาย"ยุ่น"ที่สุดคงเป็นท่าปล่อยมิสไซล์ของหุ่นสไตรค์เกอร์ ยูเรก้าที่ยังกะอุลตร้าแมนยิงบีมหรืออะไรทำนองนั้น นักแสดงแต่ละคนทำหน้าที่ของตนเองได้ในระดับเกณฑ์ที่ดีครับ ส่วนตัวละครที่น่าจดจำสำหรับผมที่สุดคงเป็นหนูมาโกะ สาเหตุก็คงไม่ต้องบอกกันนะ....อีกคนที่ผมชอบคือเฮียเฮลล์บอย Ron Perlman กับบทฮันนิบาล เชา พ่อค้าหน้าเลือดที่โผล่มาแย่งซีนชาวบ้านเป็นระยะๆ

รูปภาพ

สิ่งหนึ่งที่ผมไม่คิดว่าจะได้เห็นในหนังขายจินตนาการและ CG คือ ปมชีวิตของตัวละครครับ ทุกคนล้วนแล้วแต่มีปมและบาดแผลในใจรอการเยียวยาทั้งสิ้นครับ ไม่ว่าจะเป็นเรลี่และมาโกะที่มีปมคล้ายๆกันคือสูญเสียคนในครอบครัวโดยที่ช่วยอะไรไม่ได้ และรวมถึงหลายๆตัวละครที่หนังสื่อออกมาได้เป็นอย่างดี

9.2/10 ถ้าคุณชอบหุ่นยนต์ สัตว์ประหลาด หรือมีชีวิตวัยเด็กที่เติบโตมากับการ์ตูนแนวซุเปอร์โรบอท นี่เป็นหนัง Live-Action กลิ่นอายญี่ปนุ่นที่ฝรั่งทำออกมาได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งครับ ห้ามพลาด

รูปภาพ

---------------------------------------------------------


รูปภาพ

ไคจู มาจากภาษาญี่ปุ่นแปลว่าสัตว์ขนาดยักษ์ เจ้าพวกนี้โผล่จากรอยแยกกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่ปรากฎสาเหตุที่มันโจมตีเขตตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ จากที่ทราบในหนัง พวกมันโจมตีถี่ขึ้นทุกๆครั้งและนอกจากนี้ มันยังสามารถปรับตัวหรือวิวัฒนาการเพื่อรับมือกับบรรดา Jaeger รุ่นใหม่ๆด้วย ความสามารถต่างๆถือว่าน่าทึ่งมาเช่นกลางปล่อยคลื่น EMP ออกมาหรือการพ่นกรดความเข้มข้นสูงใส่ศัตรู

ไคจูมีธาตุซิลิคอนเป็นองต์ประกอบพื้นฐานของร่างกาย(สิ่งมีชีวิตบนโลกจะมีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบหลัก) เลือดของพวกมันสร้างมลพิษและเป็นกรด(แต่ไม่กรดกัดโหดแบบซีโนมอร์ฟ) โดยสัญชาตญาน ไคจูจะไม่หนีเมื่อมันบาดเจ็บ แต่มันจะดุร้ายขึ้นจะโจมตีศัตรูแบบไม่กลัวตาย จะเรียกได้ว่านี้เป็น"ระบบทำลายตัวเอง"เมื่อทำงานพลาด จากที่เฮีย del Toro เคยพูดและคำบอกเล่าในหนัง พวกมันมีสภาพไม่ต่างจากอาวุธชีวภาพที่ถูง"ส่ง"มาทำลายโลก

ไคจูที่เราได้เห็นในหนังมีดังนี้ครับ โดยในหนังจะจำแนกไคจูเป็น 5 ระดับความอันตราย

รูปภาพ

ไอ้หัวขวาน Axe Head ระดับความโหด: ไม่ปรากฎ
ปรากฎตัวครั้งแรก:11 สิงหาคม 2013 ซานฟรานซิสโก
เจ้าตัวนี้เป็นตัวที่โผล่มาสวัสดีคนดูแทนเพื่อนๆ ลักษณะเด่นคือมีหงอนรูปร่างเหมือนขวานที่แข็งแกร่ง เป็นตัวแรกที่โผล่มาและทำลายเมืองซานฟรานซิสโกและพื้นที่โดยรอบรัศมี 35 ไมล์ สะพานโกลเด้นเกตท์อันโด่งดังถูกทำลายจนขาดเหลือแค่เสาหัวสะพานกับตอม่อ กองทัพสหรัฐจัดหนักทั้งเครื่องบิน รถถังเป็นเวลาหกวันก่อนจะฆ่ามันได้ด้วยระเบิดนิวเคลียร์ การปรากฎตัวของมันตรงกับวันที่ 11 สิงหาคม 2013 ซึ่งเรียกว่าเป็นวัน K Day

รูปภาพ

ไอ้หัวมีด Knife Head ระดับความโหด: 3
ปรากฎตัวครั้งแรก: นอกชายฝั่งอลาสก้า 2020
จุดเด่นคือหงอนที่ยาวและแหลมเหมือนมีด มีตาเรืองแรงสีฟ้า โจมตีด้วยหงอกและแขน 2 ข้าง ใช้ขา 4 ขาในการเคลื่อนที่

รูปภาพ

ไอ้หลังกระดอง Leatherback ระดับความโหด: 4
ปรากฎตัวครั้งแรก: อ่าวฮ่องกง 2025
เจ้าตัวนี้มีหนังเกล็ดที่แข็งแรงบนหลังเหมือนกระดองเต่า แม้จะรูปร่างอุ้ยอ้ายแต่มันมีการเคลื่อนไหวที่เร็วผิดสัดส่วนโดยใช้แขนช่วยเดินแบบลิงกอลิล่า ความแสบของมันคือบนหลังของมันมีอวัยวะที่สามารถแผ่คลื่น EMP ปริมาณมากออกมาในรัศมีที่กว้างเอาการ

รูปภาพ

โอตาชิ Otachi ระดับความโหด: 4
ปรากฎตัวครั้งแรก: อ่าวฮ่องกง 2025
เป็นไคจูระดับ 4 ที่อันตรายที่สุด มันตัวใหญ่แต่เคลื่อนไหวได้เร็วและค่อนข้างฉลาดทีเดียว มันมีคอยาวกับฟันแหลมคม หางที่ตรงปลายเป็นกรงเล็บใช้ตวัดโจมตี นอกจากนี้มันยังพ่นกรดที่ย่อยโลหะได้ในเวาลาไม่กี่วินาที

มันยังบินได้ด้วยครับ

รูปภาพ

สกันเนอร์ Scunner ระดับความโหด: 4
ปรากฎตัวครั้งแรก: บริเวณรอยแยกใต้แปซิฟิก ปี 2025
รูปร่างของมันคล้ายๆกับหัวขวานแต่จะตัวใหญ่กว่า ส่วนหัวของหัวจะมีรูปร่างเหมือนเขาตัวด้วง

รูปภาพ

ไอ้หัวใบมีด Blade Head ระดับความโหด: 4
ปรากฎตัวครั้งแรก: ซิดนีย์ 2025
แม้จะอยู่ในระดับ 4 แต่เจ้าตัวนี้เป็นไคจูที่อ่อนแอที่สุดในหนังครับ มันเป็นไคจูที่ทำลาย"กำแพงแห่งชีวิต"ที่สร้างจากมติผู้นำทั่วโลก แม้จะฝ่าเข้ามาได้แต่ชะตากรรมของมันคือการเป็นก้อนเนื้อให้ Jaeger จอมโหดอย่างสไตรค์เกอร์ ยูเรก้า ซ้อมเล่นซะงั้น

รูปภาพ

โอนิบาบะ Onibaba ระดับความโหด: 2
ปรากฎตัวครั้งแรก: 16 พฤษภาคม 2016 กรุงโตเกียว
เป็นไคจูที่โผล่มาทักทายมนุษยชาติหลังเหตุการณ์ K Day เกือบ 1 ปี ในวันที 16 พฤษภาคม 2016 รูปร่างมันเหมือนปูเสฉวน ซึ่งความร้ายกาจของมันทำให้กรุงโตเกียวเสียหายย่อยยับ ผู้คนหลักล้านต้องเสียชีวิต และเป็นไคจูตัวแรกๆที่จบชีวิตลงด้วยน้ำมือของหุ่น Jaeger หลังจากนั้นเป็นต้นมา ชาวญี่ปุนจึงถือให้วันที่ 16 พฤษภาคมมีการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตทุกปี

รูปภาพ

เจ้านี่เป็นไคจูระดับ 5 ที่ใหญ่สุด โหดสุด น่าเกลียดสุด ผมแนะนำให้คุณไปสวัสดีมันในโรงหนังจะดีกว่า

-------------------------------------------------------------------------------

และแล้วก็มาถึงพระเอกของเราครับ JAEGER!!!!!!

Jaeger นั้นขับเคลื่อนโดยการเชื่อมประสาทของพลขับเข้ากับตัวหุ่น ซึ่ง Jaeger รุ่นแรกๆจะใช้ผู้ขับเพียงคนเดียว ซึ่งมีข้อจำกัดคือผู้ขับจะต้องมีความสมบูรณ์ของร่างกายในระดับสูงมาก ซึ่งหากไม่แข็งแรงพออาจทำให้ได้ขับความกระทบกระเทือนทางประสาทถึงตายได้ ต่อมาได้มีการสร้าง Jaeger ที่ใช้ผู้ขับสองคนเพื่อที่ลดผลข้างเคียงและผู้ขับสามารถหาได้ง่ายขึ้น เพียงแต่ทั้ง 2 คนนั้นควรจะรู้จักและสนิทกันเป็นอย่างดีเพราะการเชื่อมประสาทจะทำให้ทั้งสองสามารถรับรู้ความคิดและความทรงจำของอีกฝ่าย ซึ่งอาจเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดจากก้นบึ้งความทรงจำ และนั้นจะทำให้การบังคับ Jaeger เกิดความยากลำบาก(ซึ่งตรงนี้ หนังเอาไปผูกเรื่องเข้ากับ"ปม"ของตัวละครหลายๆตัว โดยเฉพาะของมาโกะ นางเอกผู้น่ารักของเรา ^////^)

Jaeger ที่เราจะได้เจอมีตามนี้ครับ

รูปภาพ รูปภาพ
เชอร์โน อัลฟ่า Cherno Alpha
ผู้ขับ: ร้อยโท Sasha Kaidonovsky, ร้อยโท Alexsis Kaidonovsky
รุ่น: Mk I สูง: 85 เมตร น้ำหนัก: 2412 ตัน จำนวนไคจูที่สังหาร: 6
ประจำการครั้งแรก: 4 กรกฎาคม 2016
สัญชาติ: รัสเซีย
Jaeger รุ่นเก๋ากิึ๋กส์ แต่มีเกราะหนาและทนทานสูงที่สุด อาวุธหลักคือหมัดเหล็กที่ชาร์ตพลังด้วยขดลวดเทสลากำลังแรงสูงใช้บดขยี้ไคจู ต่างจาก Jaeger ตัวอื่นๆคือส่วนหัวของหุ่นเป็นเตาปฎิกรณ์ ส่วน Cockpit จะอยู่บริเวณหน้าอก ข้อเสียสำคัญคือเคลื่อนไหวช้า เสียเปรียบเมื่อเจอไคจูที่มีความคล่องตัวสูง

รูปภาพ รูปภาพ
กริมสัน ไทฟูน Crimson Typhoon
ผู้ขับ: สามแฝดตระกูล Wei คือ Cheung Wei, Jin Wei, Hu Wei
รุ่น: Mk IV สูง: 75 เมตร น้ำหนัก: 1722 ตัน จำนวนไคจูที่สังหาร: 7
ประจำการครั้งแรก: 28 สิงหาคม 2018
สัญชาติ: จีน
"ไต้ฝุ่นสีแดง" เป็น Jaeger ที่มีความพิเศษตรงที่มันสามารถรองรับผู้ขับได้ถึง 3 คน แถมมี 3 มือโดยด้านขวามีสองแขนที่ติดอาวุธคือใบมีดกงจักร ส่วนด้านขวาสามารถใช้ปืนใหญ่ Extreme Plasmacaster ได้ และเนื่องจากทำจากโลหะไทเทเนียมทั้งตัว ทำให้มันเป็น Jaeger ที่น้ำหนักเบาและว่องไวที่สุดจนสามารถกระโดดถีบใส่ไคจูได้

รูปภาพ รูปภาพ
โคโยตี้ แทงโก้ Coyote Tango
ผู้ขับ: ผู้การ สแตคเกอร์ เพนเทคอสท์
รุ่น: Mk I สูง: 85 เมตร น้ำหนัก: 2312 ตัน จำนวนไคจูที่สังหาร: 2
ประจำการครั้งแรก: 30 ธันวาคม 2015 (ปลดประจำการแล้วในปี 2025)
สัญชาติ: ญี่ปุ่น
Jaeger รุ่นบุกเบิกจากแดนอาทิตย์อุทัย ใช้ผู้ขับเพียงคนเดียว มีความว่องไวในระดับสูงแต่มีเกราะที่ไม่แข็งแรงนัก จึงได้มีการติดปืนใหญ่ถึง 2 กระบอกเพื่อจู่โจมจากระยะไกล วีรกรรมสำคัญตือกำจัดไคจูโอนิบาบะที่กำลังทำลายเมืองโตเกียว
Fun Fact: ปืนใหญ่ของ Coyote Tango ได้ตันแบบมาจากปืน RX-77-2 ในเรื่องกันดั้ม

รูปภาพ รูปภาพ
สไตรค์เกอร์ ยูเรก้า Striker Eureka
ผู้ขับ: ผู้กอง Herc "Hercules" Hansen, ลูกชาย Chuck Hansen
รุ่น: Mk V สูง: 76 เมตร น้ำหนัก: 1850 ตัน จำนวนไคจูที่สังหาร: 11
ประจำการครั้งแรก: 2 พฤศจิกายน 2019
สัญชาติ: ออสเตรเลีย
น้องใหม่ป้ายแดง Jaeger รุ่น Mark V ที่สร้างเสร็จเป็นตัวแรกและตัวเดียว ทำให้มันเป็นหุ่นที่มีสมรรถนะสูงสุด มีความเร็วสูง ความแข็งแกร่งสูง ติดอาวุธมหาประลัยไว้หลายชิ้นทั้ง สนับมือติดใบมีด ตัวขับเคลื่อนไอพ่นเพิ่มความเร็ว ปืนยิงมิสไซล์ และยานหลบหนีฉุกเฉิน ติดเกราะเป็นโลหะแพลตทินัมผสมและระบบความเซนเซอร์สแกนสภาพแวดล้อมได้แบบ 360 องศา

รูปภาพ รูปภาพ
ยิปซี แดนเจอร์ Gipsy Danger
ผู้ขับ: Raleigh Becket, Mako Mori, Yancy Becket(เสียชีวิตในหน้าที่)
รุ่น: Mk 3 สูง: 79 เมตร น้ำหนัก: 1980 ตัน จำนวนไคจูที่สังหาร: 5
ประจำการครั้งแรก: 10 กรกฎาคม 2017
สัญชาติ: สหรัฐอเมริกา
พระเอกของเรื่องนี้ Gipsy Danger เป็นหุ่นรุ่นเก่าเกือบตกรุ่นและถูกปลดระวาง เนื่องจากทุนที่จำกัดไม่สามารถสร้าง Jaeger ขึ้นใหม่ได้ Gipsy จึงถูกนำมาซ่อมและอัพเกรดเพื่อเข้าประจำการอีกครั้งหลังจากแขนซ้ายถูกไคจูเล่นงานจนขาด Gipsy Danger เป็นหุ่นที่มีความเร็วในระกับน่าพอใจ มีความสามารถในการโจมตีระยะประชิดสูง อาวุธหลักๆคือ ไอพ่นหลังเพื่อเพิ่มความเร็วและที่ข้อศอกสำหรับเพิ่มความเร็วและแรงหมัด ปืน Plasmacaster และใบมีดยาว(หลังอัพเกรด)
<<

bokazies

Zombie
Zombie

โพสต์: 4

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2012, 14:12

โพสต์ 15 ก.ค. 2013, 14:17

Re: [Movie Talk] รีวิว Star Trek Into Darkness

แต่ละเรื่อง น่าดุมากเลย ครับ
ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง คุยสบายๆอะไรก็ได้

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], Google Adsense [Bot] และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน