10 สุดยอดคำสาปของโลก

<<

notsa555

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 1132

ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2007, 12:21

โพสต์ 31 พ.ค. 2008, 14:29

10 สุดยอดคำสาปของโลก

คำสาป คือ คำที่ผู้คนใช้สาปแช่งว่ากล่าวกับผู้อื่น โดยมีกันอยู่หลายวิธี เช่น การจารึก การพูด เป็นต้น

10 สุดยอดอันดับคำสาบของโลก

อันดับ 1 : คําสาปในสวนอีเดน (Garden of Eden)
นับเป็นคําสาปแรกเริ่มสุดๆ ตั้งแต่ครั้งพระเจ้าสร้างโลกโน่นเลย โดยปรากฏเรื่องราวอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า ก็อดทรงเสก อาดัม-มนุษย์ผู้ชายขึ้นก่อน จากนั้นก็แซะเอาซี่โครงของอาดัมมาเสกเป็นอีฟ แล้วส่งทั้งคู่ไปอยู่ในสวนอีเดน พร้อมรับสั่งว่าจะกินอะไรก็ได้ทุกอย่าง ยกเว้นผลไม้จากต้นแห่ง ความรู้หรือแอปเปิ้ล แต่งู(ซาตานแปลง) ตัวแสบซิครับ มันยุยงอีฟให้หมํ่าแอปเปิ้ลเข้าไป หมํ่าคนเดียวไม่พอ อีฟยังชักชวนให้อาดัมหมํ่าด้วย เมื่อขัดคําสั่งของพระเจ้า ก็เป็นเรื่องซิ

โดย งู โดนสาปให้ไปไหนมาไหน ด้วยการ ใช้ท้องไถไป อีฟโดนสาปให้คลอดลูก ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว ส่วนอาดัมต้องทํางานหา เลี้ยงท้องอย่าง เหน็ดเหนื่อยทั้งชีวิต ซึ่งคําสาปมหากาฬนี้ก็ตกทอดมาถึงพวกเราทุกคนกระทั่งทุกวันนี้

อันดับ 2 : คําสาป วัฏจักรมรณกรรม ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
รูปภาพ
นี่ก็เป็นอาถรรพณ์อีกอย่างซึ่ง โด่งดังมาก นั่นคือ ปธน. สหรัฐฯ ท่านใดที่ได้รับเลือกตั้งในปี ค.ศ. ที่ลงท้ายด้วยเลข 0 จะต้องถึงแก่ มรณกรรมในหน้าที่ ตํานานระบุว่า ผู้ที่สาปก็คือ เตคัมเซ่ หัวหน้าเผ่าอินเดียนแดง ผู้คับแค้นจากการถูกชนผิวขาวเข้ามายํ่ายีแย่งแผ่นดิน เขาได้สาปไว้ก่อนที่จะถูกฆ่าตายในปี ค.ศ. 1813

ปธน.คนแรกที่ตกเป็น เหยื่อก็คือ วิลเลียม เฮนรีย์ แฮร์ริสัน ที่ได้รับเลือกตั้งใน ค.ศ. 1840 ถัดจากนั้นคําสาปก็เป็นจริงมาตลอด ไม่ว่าจะเป็น ลิน-คอล์น (1860) การ์ฟิลด์ (1880) แม็คคินลีย์ (1900) ฮาร์ดิ้ง (1920) รูสเวลท์ (1940) เคนเนดี้ (1960)

รูปภาพ
ประธานาธิบดีลินคอล์น

เพิ่ง มีรอดรายเดียวคือ ปธน. เรแกน (1980) แต่ท่านก็ถูกมือปืนชื่อ จอห์น ฮิงค์ลีย์ ยิงบาดเจ็บสาหัสในปี 1981 นัยว่าปืนที่ใช้นั้นไร้ประสิทธิภาพ ท่านจึงรอดพ้น อาถรรพณ์มาได้อย่างหวุดหวิด

อันดับ 3 : คําสาปตะกั่วแห่งกรีซ

ใน ค.ศ. 1979 มีการขุดค้นโบราณสถานชื่อ อโกรา, นครเอเธนส์ ทําให้พบแผ่นม้วนตะกั่วบางๆ ซึ่งมีจารึกภาษาโบราณอันเป็นคําสาปปรากฏอยู่ แผ่นตะกั่วนี้เรียกกันว่า "คาตาเรส" (Katares) ใช้ใส่ลงในโลงศพก่อนจะฝัง

เชื่อกันว่า ตะกั่ว จะทําให้คําสาปจมลงไปอย่างรวดเร็วถึงขุมนรกพร้อมกับวิญญาณผู้ตาย เพื่อที่พระยมจะได้อ่านคําสาปและดลบันดาลให้เป็นไปตามนั้น นอกจากนี้ การฝากหรือทิ้งแผ่นคําสาปลงไปในนํ้าก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง เพราะนํ้าจะสามารถสื่อ ไปถึงผู้ที่เราต้องการสาปได้ ซึ่งแผ่นคาตาเรสกว่า 100 แผ่นที่ค้นพบนี้ได้ระบุจ่าหน้าถึง ซูลิส ไมเนอร์วา ซึ่งเป็นเทพีด้านอุทกของโรมัน

อันดับ 4 : อีกา แห่งป้อมปราสาทแห่งลอนดอน (Tower of London)
ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน-หอคอยแห่งลอนดอน
ประวัติและตำนานเกี่ยวกับหอคอยเลือด
คอลัมน์รู้ไปโม้ด โดยน้าชาติ ประชาชื่น

ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน หรือหอคอยแห่งลอนดอน เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นหลังจากวิลเลียม ดยุคแห่งนอร์มังดี ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษ ในวันคริสต์มาสปี ค.ศ 1066 ที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ ภายหลังชนะสงครามกษัตริย์ฮาโรลด์ ของเซ็กซอน

กษัตริย์วิลเลียมสั่ง ให้ก่อสร้างป้อมปราการเพื่อป้องกันกรุงลอนดอน เมืองหลวงของอาณาจักรแห่งใหม่ โดยหนึ่งในปราสาทเหล่านี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกำแพงเมืองโรมัน เพื่อสังเกตการณ์ได้ทั่วแม่น้ำเทมส์และเมืองในมุมกว้าง นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัย จึงขุดคูคลองล้อมรอบปราสาท เป็นการปิดมุมระหว่างกำแพงชั้นในและชั้นนอก

10 ปีหลังจากการครองราชย์ กษัตริย์วิลเลี่ยมทรงรับสั่งให้ดัดแปลงป้อมปราการเล็กๆเป็นป้อมปราสาทขนาด ใหญ่ก่อด้วยหินขนาดใหญ่ เรียกชื่อสถานที่นี้ว่า Tower of London จาก นั้นในบริเวณนี้ มีสิ่งปลูกสร้างขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ หอคอยที่อยู่ใจกลางสถาปัตยกรรมทั้งหมดจึงมีชื่อเรียกว่า White Tower หอคอยสีขาว

สำหรับหอคอยซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมเจ้าชายทั้งสอง มีชื่อว่า Bloody Tower (หอคอยเลือด) เป็นจุดควบคุมประตูน้ำเข้า-ออก เดิมมีชื่อว่า Garden Tower เพราะอยู่ใกล้สวน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1483 เมื่อกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 4 สวรรคตพระโอรส-เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด วัย 12 ชันษาจะได้ขึ้นครองราชย์แทน แต่ปรากฏว่า พระเจ้าอา-ริชาร์ด ดยุค แห่งกลาวสเตอร์ ชิงบัลลังก์และสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์ริชาร์ดที่ 3 โดยนำเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดและพระอนุชาไปขังไว้ที่หอคอยดังกล่าวกระทั่งไม่มีใคร พบเห็น

การสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายทั้งสองยังคงเป็นปริศนา แม้ จะมีผู้พบศพเด็กสองคนฝังอยู่ที่สนามใกล้หอคอยสีขาวในปี ค.ศ. 1974 และทำพิธีฝังพระศพอีกครั้งที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ แต่ไม่สามารถระบุชัดเจนว่าเป็นเจ้าชายทั้งสองหรือไม่ (18 ก.พ. 2542)

คำสาปอีกา

ป้อม ปราสาทนี้ เป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะถูก ใช้เป็นที่คุมขังและ ประหารบุคคลสําคัญๆ ของอังกฤษมากมาย หลายท่าน ณ ลานปราสาทแห่งนี้จะมีการเลี้ยงดูอีกา จํานวน 6 ตัว เนื่องจากมีคําสาปมานานกว่า 900 ปี ว่า ถ้าหากอีกาลดจํานวนลงเมื่อใด เมื่อนั้นความหายนะจะมาเยือนนครลอนดอน และสิ้นสุดพระราชวงศ์แห่ง อังกฤษ!

เรื่องนี้มีตํานานปรากฏเป็นเอกสาร ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ราวศตวรรษที่ 17 ด้วยนะครับ ไม่ใช่ เรื่องเลื่อนลอยแต่ อย่างใด และทําให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นยาม หรือกษัตริย์ถือเป็น เรื่องจริงจังอ ย่างเคร่งครัด เช่นว่า ถ้ามีอีกาตายหนึ่งตัว จะต้องรีบถวายรายงานต่อควีนทันที และต้องจัดหาอีกาตัวใหม่ มาทดแทนโดยด่วน ซึ่งอีกาทุกตัวจะมีชื่อเรียก และถ้าตายก็จะถูกนําไปฝังอย่างมีพิธีการ จะมีการเลี้ยงอีกาไว้สํารองตลอดเวลา ถ้าตัวใดล้มป่วย ก็ต้องรีบตรวจสอบหาไม่ถ้าหากตายโดยโรคติดต่อ (เช่น ไข้หวัดนก) และเช้าขึ้นมาอีกาตายเกลี้ยงละก้อ เชื่อกันว่าทั้งพระราชวงศ์ก็จะอันตรธานไปเช่นกัน

วิญญาณแห่งหอคอยแห่งลอนดอน

หอคอยแห่งลอนดอนเคยเป็นทั้งวัง ป้อมปราการ คุกและลานประหาร

ใน อังกฤษนี่ มีสถานที่หลายแห่งที่ว่ากันว่ามีคนเคยเห็นวิญญาณของคนที่ตายไปแล้วมาหลอก หลอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามโบราณสถานสำคัญ ๆ เช่นป้อม วัง หรือหอคอยโบราณ Tower of London หรือ หอคอยแห่งลอนดอน เป็นอีกที่หนึ่งที่ร่ำลือกันว่า "ผีดุ"

หอคอยแห่งลอนดอนสร้างมาเกือบพันปีแล้ว เป็นโบราณสถานที่มีประวัติเกี่ยวข้องโดยตรงกับการขึ้นครองราชย์ การแย่งชิงราชบัลลังก์และการสร้างชาติของอังกฤษ ที่นี่เคยใช้เป็นทั้งพระราชวัง ป้อมปราการ ที่คุมขังนักโทษและเป็นลานประหาร

ผี ที่ร่ำลือกันและมีคนกล่าวอ้างว่ามาปรากฎร่างให้เห็น ว่ากันว่าเป็นวิญญาณของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ที่ต้องมาจบชีวิตในป้อมแห่งนี้ ส่วนใหญ่จากไปแบบ "ตายโหง"

ความที่ใช้เป็นที่คุมขังนักโทษและลานประหารนี่เอง ทำให้หอคอยแห่งลอนดอนมีประวัติที่ชวนให้ขนลุกและน่าสยดสยองพ่วงเข้าไปด้วย

ตึกหลังหนึ่งในหอคอยแห่งลอนดอนซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญกันมากคือ Bloody Tower หรือ หอคอยเลือด

เจ้าชายน้อย

Bloody Tower เคยใช้เป็นที่ประทับและคุมขังเจ้าชายสองพระองค์ คือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ห้า วัย 12 พรรษา กับ เจ้าชายริชาร์ด ดยุกออฟยอร์ก พระอนุชาวัย 9 พรรษา

กล่าวกันว่าพระเจ้าริชาร์ดที่สามทรงสั่งสังหารพระภาติยะทั้งสองเพื่อจะได้ขึ้นครองราชย์

ห้อง ที่ว่ากันว่าเจ้าชายทั้งสองพระองค์ทรงใช้บรรทมก่อนถูก "อุ้ม" หายไปอยู่บนชั้นสองของ Bloody Tower บันไดหินที่พาวนขึ้นไปค่อนข้างแคบ ตัวห้องซึ่งอยู่พ้นบันไดไปมีขนาด 4 คูณ 5 เมตร มีผนังสีขาว

ฟิล วิลสัน เจ้าหน้าที่ประจำหอคอยแห่งลอนดอนซึ่งพักอยู่ในบริเวณหอคอยด้วยเล่าว่าทำไมคน ถึงเชื่อว่าวิญญาณเจ้าชายทั้งสองยังวนเวียนอยู่ในหอคอยเลือดแห่งนี้

" ที่ Bloody tower มีคนเคยเห็นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ห้ากับเจ้าชายริชาร์ด พระอนุชาเป็นบางครั้งบางครา ทั้งสองพระองค์ทรงชุดบรรทมสีขาว จับพระหัตถ์กัน ทรงยืนนิ่ง ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ เลือนหายเข้าไปในผนังห้อง บ้างก็มีรายงานว่าเห็นเด็กผู้ชายสองคนไล่เลี่ยกัน เล่นตามประสาเด็กตามที่ต่าง ๆ ภายในหอคอย ว่ากันว่าริชาร์ด ดยุค ออฟ กลอสเตอร์ พระปิตุลาทรงสั่งฆ่าเจ้าชายทั้งสองเพื่อจะได้ขึ้นครองราชย์แทน"

ตามประวัติ หลังจากที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่สี่ พระราชบิดาของเจ้าชายทั้งสองเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2026 ริชาร์ด ดยุกออฟกลอสเตอร์ที่เป็นพระปิตุลา ทรงขึ้นทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินและได้พาเจ้าชายน้อยทั้งสองไปประทับ ที่หอคอยแห่งลอนดอน

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทรงเตรียมเข้าพิธีราชาภิเษกเป็น พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ห้า แต่ท้ายที่สุด คนที่ได้นั่งบัลลังก์กลับเป็นพระปิตุลาซึ่งขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าริชาร์ด ที่สาม

ตอนนั้น เจ้าชายทั้งสองยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ แต่จากนั้นก็หายไปอย่างเป็นปริศนา

ห้องชั้นสองใน Bloody Tower ที่ว่ากันว่าเป็นห้องเกิดเหตุ มีวิดิทัศน์สั้น ๆ จากภาพยนตร์ของเซอร์ลอว์เรนส์ โอลิเวียร์ ที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2498 เกี่ยวกับการหายไปของเจ้าชายทั้งสอง

ในหนังดังกล่าว พระปิตุลาของเจ้าชายทรงสั่งให้มหาดเล็กคนสนิทเอาหมอนปิดปากปิดจมูกเจ้าชายทั้งสองขณะกำลังบรรทม

เมื่อปี พ.ศ. 2217 ช่างซึ่งกำลังทุบบันไดหินทางใต้ของ White Tower หรือ หอคอยขาวในหอคอยแห่งลอนดอน พบหัวกระโหลกเด็กสองหัว

ตอน นั้นคนเชื่อว่าเป็นกระโหลกของเจ้าชายทั้งสองและพระเจ้าชาร์ลส์ที่สองที่ครอง ราชย์อยู่ ทรงสั่งให้นำกระดูกไปผังที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์

แต่จนถึงทุกวันนี้ก็พิสูจน์ได้เพียงแต่ว่ากระโหลกนั้นเป็นของเด็กอายุราว 10 ขวบ

พระนางแอน โบลีน [Anne Boleyn] เป็นพระราชินีองค์แรกของอังกฤษที่ทรงถูกประหารชีวิต

ขาประจำ

วิญญาณที่เล่าขานกันว่ามาปรากฎให้เห็นบ่อย ๆ ที่หอคอยแห่งลอนดอนคือวิญญาณของพระนางแอน โบลิน มเหสีองค์ที่ 2 ในพระเจ้าเฮนรี่ที่แปด ซึ่งถูกบั่นพระเศียรเมื่อปี พ.ศ. 2079 โดยบางครั้งมาแบบผีหัวขาดด้วย

04. Tower of London
posted on 06 Jan 2007 22:30 by cutieparade

ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน-หอคอยแห่งลอนดอน
ประวัติและตำนานเกี่ยวกับหอคอยเลือด
คอลัมน์รู้ไปโม้ด โดยน้าชาติ ประชาชื่น

ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน หรือหอคอยแห่งลอนดอน เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นหลังจากวิลเลียม ดยุคแห่งนอร์มังดี ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษ ในวันคริสต์มาสปี ค.ศ 1066 ที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ ภายหลังชนะสงครามกษัตริย์ฮาโรลด์ ของเซ็กซอน

กษัตริย์วิลเลียมสั่ง ให้ก่อสร้างป้อมปราการเพื่อป้องกันกรุงลอนดอน เมืองหลวงของอาณาจักรแห่งใหม่ โดยหนึ่งในปราสาทเหล่านี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกำแพงเมืองโรมัน เพื่อสังเกตการณ์ได้ทั่วแม่น้ำเทมส์และเมืองในมุมกว้าง นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัย จึงขุดคูคลองล้อมรอบปราสาท เป็นการปิดมุมระหว่างกำแพงชั้นในและชั้นนอก

10 ปีหลังจากการครองราชย์ กษัตริย์วิลเลี่ยมทรงรับสั่งให้ดัดแปลงป้อมปราการเล็กๆเป็นป้อมปราสาทขนาด ใหญ่ก่อด้วยหินขนาดใหญ่ เรียกชื่อสถานที่นี้ว่า Tower of London จาก นั้นในบริเวณนี้ มีสิ่งปลูกสร้างขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ หอคอยที่อยู่ใจกลางสถาปัตยกรรมทั้งหมดจึงมีชื่อเรียกว่า White Tower หอคอยสีขาว

สำหรับหอคอยซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมเจ้าชายทั้งสอง มีชื่อว่า Bloody Tower (หอคอยเลือด) เป็นจุดควบคุมประตูน้ำเข้า-ออก เดิมมีชื่อว่า Garden Tower เพราะอยู่ใกล้สวน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1483 เมื่อกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 4 สวรรคตพระโอรส-เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด วัย 12 ชันษาจะได้ขึ้นครองราชย์แทน แต่ปรากฏว่า พระเจ้าอา-ริชาร์ด ดยุค แห่งกลาวสเตอร์ ชิงบัลลังก์และสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์ริชาร์ดที่ 3 โดยนำเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดและพระอนุชาไปขังไว้ที่หอคอยดังกล่าวกระทั่งไม่มีใคร พบเห็น

การสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายทั้งสองยังคงเป็นปริศนา แม้ จะมีผู้พบศพเด็กสองคนฝังอยู่ที่สนามใกล้หอคอยสีขาวในปี ค.ศ. 1974 และทำพิธีฝังพระศพอีกครั้งที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ แต่ไม่สามารถระบุชัดเจนว่าเป็นเจ้าชายทั้งสองหรือไม่ (18 ก.พ. 2542)

คำสาปอีกา

ป้อม ปราสาทนี้ เป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะถูก ใช้เป็นที่คุมขังและ ประหารบุคคลสําคัญๆ ของอังกฤษมากมาย หลายท่าน ณ ลานปราสาทแห่งนี้จะมีการเลี้ยงดูอีกา จํานวน 6 ตัว เนื่องจากมีคําสาปมานานกว่า 900 ปี ว่า ถ้าหากอีกาลดจํานวนลงเมื่อใด เมื่อนั้นความหายนะจะมาเยือนนครลอนดอน และสิ้นสุดพระราชวงศ์แห่ง อังกฤษ!

เรื่องนี้มีตํานานปรากฏเป็นเอกสาร ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ราวศตวรรษที่ 17 ด้วยนะครับ ไม่ใช่ เรื่องเลื่อนลอยแต่ อย่างใด และทําให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นยาม หรือกษัตริย์ถือเป็น เรื่องจริงจังอ ย่างเคร่งครัด เช่นว่า ถ้ามีอีกาตายหนึ่งตัว จะต้องรีบถวายรายงานต่อควีนทันที และต้องจัดหาอีกาตัวใหม่ มาทดแทนโดยด่วน ซึ่งอีกาทุกตัวจะมีชื่อเรียก และถ้าตายก็จะถูกนําไปฝังอย่างมีพิธีการ จะมีการเลี้ยงอีกาไว้สํารองตลอดเวลา ถ้าตัวใดล้มป่วย ก็ต้องรีบตรวจสอบหาไม่ถ้าหากตายโดยโรคติดต่อ (เช่น ไข้หวัดนก) และเช้าขึ้นมาอีกาตายเกลี้ยงละก้อ เชื่อกันว่าทั้งพระราชวงศ์ก็จะอันตรธานไปเช่นกัน



วิญญาณแห่งหอคอยแห่งลอนดอน

หอคอยแห่งลอนดอนเคยเป็นทั้งวัง ป้อมปราการ คุกและลานประหาร

ใน อังกฤษนี่ มีสถานที่หลายแห่งที่ว่ากันว่ามีคนเคยเห็นวิญญาณของคนที่ตายไปแล้วมาหลอก หลอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามโบราณสถานสำคัญ ๆ เช่นป้อม วัง หรือหอคอยโบราณ Tower of London หรือ หอคอยแห่งลอนดอน เป็นอีกที่หนึ่งที่ร่ำลือกันว่า "ผีดุ"

หอคอยแห่งลอนดอนสร้างมาเกือบพันปีแล้ว เป็นโบราณสถานที่มีประวัติเกี่ยวข้องโดยตรงกับการขึ้นครองราชย์ การแย่งชิงราชบัลลังก์และการสร้างชาติของอังกฤษ ที่นี่เคยใช้เป็นทั้งพระราชวัง ป้อมปราการ ที่คุมขังนักโทษและเป็นลานประหาร

ผี ที่ร่ำลือกันและมีคนกล่าวอ้างว่ามาปรากฎร่างให้เห็น ว่ากันว่าเป็นวิญญาณของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ที่ต้องมาจบชีวิตในป้อมแห่งนี้ ส่วนใหญ่จากไปแบบ "ตายโหง"

ความที่ใช้เป็นที่คุมขังนักโทษและลานประหารนี่เอง ทำให้หอคอยแห่งลอนดอนมีประวัติที่ชวนให้ขนลุกและน่าสยดสยองพ่วงเข้าไปด้วย

ตึกหลังหนึ่งในหอคอยแห่งลอนดอนซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญกันมากคือ Bloody Tower หรือ หอคอยเลือด

เจ้าชายน้อย

Bloody Tower เคยใช้เป็นที่ประทับและคุมขังเจ้าชายสองพระองค์ คือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ห้า วัย 12 พรรษา กับ เจ้าชายริชาร์ด ดยุกออฟยอร์ก พระอนุชาวัย 9 พรรษา

กล่าวกันว่าพระเจ้าริชาร์ดที่สามทรงสั่งสังหารพระภาติยะทั้งสองเพื่อจะได้ขึ้นครองราชย์

ห้อง ที่ว่ากันว่าเจ้าชายทั้งสองพระองค์ทรงใช้บรรทมก่อนถูก "อุ้ม" หายไปอยู่บนชั้นสองของ Bloody Tower บันไดหินที่พาวนขึ้นไปค่อนข้างแคบ ตัวห้องซึ่งอยู่พ้นบันไดไปมีขนาด 4 คูณ 5 เมตร มีผนังสีขาว

ฟิล วิลสัน เจ้าหน้าที่ประจำหอคอยแห่งลอนดอนซึ่งพักอยู่ในบริเวณหอคอยด้วยเล่าว่าทำไมคน ถึงเชื่อว่าวิญญาณเจ้าชายทั้งสองยังวนเวียนอยู่ในหอคอยเลือดแห่งนี้

" ที่ Bloody tower มีคนเคยเห็นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ห้ากับเจ้าชายริชาร์ด พระอนุชาเป็นบางครั้งบางครา ทั้งสองพระองค์ทรงชุดบรรทมสีขาว จับพระหัตถ์กัน ทรงยืนนิ่ง ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ เลือนหายเข้าไปในผนังห้อง บ้างก็มีรายงานว่าเห็นเด็กผู้ชายสองคนไล่เลี่ยกัน เล่นตามประสาเด็กตามที่ต่าง ๆ ภายในหอคอย ว่ากันว่าริชาร์ด ดยุค ออฟ กลอสเตอร์ พระปิตุลาทรงสั่งฆ่าเจ้าชายทั้งสองเพื่อจะได้ขึ้นครองราชย์แทน"

ตามประวัติ หลังจากที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่สี่ พระราชบิดาของเจ้าชายทั้งสองเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2026 ริชาร์ด ดยุกออฟกลอสเตอร์ที่เป็นพระปิตุลา ทรงขึ้นทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินและได้พาเจ้าชายน้อยทั้งสองไปประทับ ที่หอคอยแห่งลอนดอน

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทรงเตรียมเข้าพิธีราชาภิเษกเป็น พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ห้า แต่ท้ายที่สุด คนที่ได้นั่งบัลลังก์กลับเป็นพระปิตุลาซึ่งขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าริชาร์ด ที่สาม

ตอนนั้น เจ้าชายทั้งสองยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ แต่จากนั้นก็หายไปอย่างเป็นปริศนา

ห้องชั้นสองใน Bloody Tower ที่ว่ากันว่าเป็นห้องเกิดเหตุ มีวิดิทัศน์สั้น ๆ จากภาพยนตร์ของเซอร์ลอว์เรนส์ โอลิเวียร์ ที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2498 เกี่ยวกับการหายไปของเจ้าชายทั้งสอง


Bloody Tower

ในหนังดังกล่าว พระปิตุลาของเจ้าชายทรงสั่งให้มหาดเล็กคนสนิทเอาหมอนปิดปากปิดจมูกเจ้าชายทั้งสองขณะกำลังบรรทม

เมื่อปี พ.ศ. 2217 ช่างซึ่งกำลังทุบบันไดหินทางใต้ของ White Tower หรือ หอคอยขาวในหอคอยแห่งลอนดอน พบหัวกระโหลกเด็กสองหัว

ตอน นั้นคนเชื่อว่าเป็นกระโหลกของเจ้าชายทั้งสองและพระเจ้าชาร์ลส์ที่สองที่ครอง ราชย์อยู่ ทรงสั่งให้นำกระดูกไปผังที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์

แต่จนถึงทุกวันนี้ก็พิสูจน์ได้เพียงแต่ว่ากระโหลกนั้นเป็นของเด็กอายุราว 10 ขวบ

พระนางแอน โบลีน [Anne Boleyn] เป็นพระราชินีองค์แรกของอังกฤษที่ทรงถูกประหารชีวิต

ขาประจำ

วิญญาณที่เล่าขานกันว่ามาปรากฎให้เห็นบ่อย ๆ ที่หอคอยแห่งลอนดอนคือวิญญาณของพระนางแอน โบลิน มเหสีองค์ที่ 2 ในพระเจ้าเฮนรี่ที่แปด ซึ่งถูกบั่นพระเศียรเมื่อปี พ.ศ. 2079 โดยบางครั้งมาแบบผีหัวขาดด้วย


พระนางแอน โบลีน

ฟิล วิลสัน เจ้าหน้าที่ประจำหอคอยแห่งลอนดอนเล่าว่า

" มีคนเจอพระนางแอน โบลินหลายที่ครับ ทั้งที่ Tower Green ในควีนส์เฮาส์ ซึ่งว่ากันว่าเป็นสถานที่พระนางประทับก่อนถูกประหาร พระนางต้องโทษประหารฐานนอกพระทัยพระเจ้าเฮนรี่ แต่พระนางทรงร้องขอพระสวามี ไม่ให้ใช้ขวานตามธรรมเนียมอังกฤษเพราะทรงหวาดกลัวมาก ทรงขอให้ใช้ดาบตามธรรมเนียมฝรั่งเศส พระเจ้าเฮนรี่ทรงทำตามพระประสงค์สุดท้ายของพระราชินี ทรงจ่ายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์นำเพชฌฆาตมาจากเมืองคาเล่ส์ในฝรั่งเศส ว่ากันว่าเพชฌฆาตคนนี้ฝีมือแม่นมาก ฟันฉับเดียว พระเศียรหลุดทันที แต่พอเพชฌฆาตยกพระเศียรขึ้นชู พระเนตรของพระนางยังลืมอยู่และพระโอษฐ์ก็ขมุบขมิบ ผู้คนที่ไปดูการประหารเชื่อว่าพระนางทรงสาบแช่ง"

ในอังกฤษ ดูเหมือนจะมีพระนางแอน โบลินเพียงพระองค์เดียวที่ถูกประหารชีวิตด้วยใช้ดาบบั่นพระเศียร นอกนั้นใช้ขวานตามธรรมเนียม

นัก ท่องเที่ยวคนนั้นก็ยังคะยั้นคะยอ แถมอธิบายเพิ่มว่าผู้หญิงที่ยืนข้างหลังนั้นรูปร่างไม่สูงเท่าไหร่ ใส่ชุดดำและยืนอยู่ตรงหลุมฝังศพพระนางแอน โบลิน

ฟิล วิลสัน เจ้าหน้าที่ประจำหอคอยแห่งลอนดอนถ่ายทอดประสบการณ์ของไกด์นำเที่ยวคนหนึ่ง

จุดประหารมีชื่อว่า ทาวเวอร์กรีน เป็นสนามหญ้าอยู่ในเขตหอคอยแห่งลอนดอน ทุกวันนี้ทางหอคอยปรับพื้นที่ให้เห็นชัดเจนขึ้น ทำเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็ก ๆ มีรั้วกั้นเป็นสัดส่วน ตั้งตรงหน้าโบสถ์หลวง เซนต์ปีเตอร์ แอด วินชูล่า (St Peter ad Vincula) พอดี

บริเวณตรงนี้ยังเป็นที่ประหารเจ้านายชั้นผู้ใหญ่อีกหลายคนรวมถึงพระนางแคทเธอรีน ฮาวเวิร์ด มเหสีองค์ที่ 5 ในพระเจ้าเฮนรี่ที่แปดด้วย แต่ที่เหี้ยนที่สุดคือวิญญาณของพระนางแอน โบลีน

ฟิล วิลสัน เล่าให้ฟังเพิ่มจากประสบการณ์ของไกด์คนหนึ่งว่า

" มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งพานักท่องเที่ยวเข้าชมโบสถ์หลวงเซนต์ปีเตอร์ แอด วินชูล่า พอบรรยายให้นักท่องเที่ยวฟังเสร็จก็ออกมาจากโบสถ์ มีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งถามขึ้นมาว่าตอนที่อยู่ในโบสถ์ ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหลังเป็นใคร ไกด์ก็ตอบกลับไปว่าไม่มีใครยืนอยู่ข้างหลังผมหรอก แต่นักท่องเที่ยวคนนั้นก็ยังคะยั้นคะยอ แถมอธิบายเพิ่มว่าผู้หญิงที่ยืนข้างหลังนั้นรูปร่างไม่สูงเท่าไหร่ ใส่ชุดดำและยืนอยู่ตรงหลุมฝังศพพระนางแอน โบลิน"


เลดี้เจน เกรย์ ทรงเป็นราชินีอังกฤษนาน 9 วันในปี พ.ศ. 2096 พระนางแมรี่ทิวดอร์ทรงเป็นผู้สั่งประหาร
อีกคนที่ถูกบั่นคอในต่างกรรมต่างวาระ แต่ตรงที่เดียวกับพระนางแอนโบลินคือ เลดี้เจน เกรย์

มี คนเห็นเลดี้เจน เกรย์ ครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2500 เนื่องในโอกาสครบรอบ 403 ปีที่พระนางถูกบั่นพระเศียรคอ ยามสองคนเล่าว่าเห็นร่างในชุดสีขาวที่ชั้นใต้ดินของหอคอย



การประหารที่น่าสยดสยองมากครั้งหนึ่งคือการบั่นคอ มาการ์เร็ต โพล เคาน์เตสแห่งซอลส์เบอรี่ [Margaret Pole, 8th Countess of Salisbury] ฐานเป็นกบฎต่อแผ่นดิน

นาง ไม่ยอมคุกเข่าเอาหัววางลงที่แท่นประหารเพื่อให้เพชฌฆาตบั่นคอและพยายามจะหนี ด้านเพชฌฆาตก็เป็นมือใหม่ ต้องพยายามใช้ขวานตัดคอนางให้ขาด

ว่ากันว่าวันดีคืนดีโดยเฉพาะในวาระครบรอบวันที่นางถูกบั่นคน ก็มักมีคนได้ยินเสียงผู้หญิงแผดร้องและเสียงวิ่งหนีดังอยู่ในบริเวณหอคอย




ยอด เ หี้ ย น

บริเวณที่ว่ากันว่ามีวิญญาณมาหลอกหลอนให้เห็นบ่อยที่สุดคือ Salt Tower ซึ่งในสมัยราชวงศ์ทิวดอร์ใช้เป็นที่คุมขังนักบวชคณะเยซูอิต

บริเวนชั้นบนของหอคอยจะเห็นร่องรอยที่นักโทษขีดเขียนตามผนังกำแพงด้วย

" ในบรรดาหอคอยทั้งหมดของหอคอยแห่งลอนดอน ว่ากันว่า Salt Tower เป็นหอคอยที่ เ หี้ ย น ที่สุดครับ มียามคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าเขาพยายามจะขึ้นไปชั้นบนของหอคอย แต่ขึ้นไปไม่ได้ เหมือนกับว่ามีกำแพงมากั้น แต่ที่แปลกคือมองไม่เห็นกำแพง ก่อนนั้นมียามอีกคน ต้องตื่นขึ้นมาตอนดึกเพราะรู้สึกว่ามีอะไรมารัดคอ พ่อหนุ่มคนนี้ร้องเสียงหลงสุดชีวิต รีบวิ่งออกมาจากห้องพัก ทั้งในชุดนอนนั่นแหละครับ ตะกุกตะกักเล่าให้เพื่อนฟังว่ามีคนพยายามจะฆ่า หลังจากนั้น เขาไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปใน Salt Tower อีกเลย" ฟิล วิลสัน จากหอคอยแห่งลอนดอนเล่า

ใน เอกสารที่ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ส่งให้ทางบีบีซี ยังขยายความน่าขนลุกของ Salt Tower เพิ่มเข้าไปอีกโดยบอกว่า พอตกดึกแล้ว ไม่เพียงแต่คนเท่านั้นที่ไม่กล้าเข้าไปในหอคอยแห่งนี้ แม้แต่สุนัขก็ยังขยาด
<<

notsa555

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 1132

ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2007, 12:21

โพสต์ 31 พ.ค. 2008, 14:29

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

อันดับ 5 : คําสาป ตุตันคาเมน
รูปภาพ
ฟาโรห์ ตุตันคาเมน (ตุตันคามุน) เป็นฟาโรห์ในราชวงค์ที่ 18 ของอียิปต์โบราณ ซึ่งมีพระชนม์เพียง 9-10 ชันษา ครองราชย์ระหว่าง 1325-1334 ปีก่อนคริสตกาล การบริหารบ้านเมืองจึงตกอยู่กับวิซิเออร์ อัยย์ (Vizier Ay) ฟาโรห์ ตุตันคาเมนได้ครองราชย์ในรัชสมัยของพระองค์ช่วงสั้นๆ ราว 9 ปี ก็สิ้นพระชนม์เสียก่อน เป็นเพราะฟาโรห์ ตุตันคาเมน สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหัน วิซิเออร์ อัยย์จึงได้สร้างสุสานถวายแบบง่าย ๆ

ราวสองร้อยปีต่อมา มีการสร้างสุสานของรามเสสที่ 6 ทับสุสานของ ฟาโรห์ ตุตันคาเมน ทั้ง ๆ ที่คนงานก็รู้แต่นึกว่าเป็นบุคคลธรรมดาจึงไม่ได้เสนอเบื้องบน จึงทำให้มัมมี่ของฟาโรห์ ตุตันคาเมน ปลอดภัย นับเป็นสุสานที่สมบูรณ์ที่สุด

พระนางเนเฟอร์ติติ เป็นมเหสีองค์แรกของ อาเมนโฮเทปที่ 4 เป็นเจ้าหญิงจากไมตานนี (Mitanni) ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณแห่งหนึ่งแถว ๆ ทางเหนือเมโสโปเตเมีย ทั้งสองไม่มีพระโอรส มีแต่พระธิดา 6 พระองค์ พระธิดาองค์ที่ 3 ทรงเป็นราชินีของฟาโรห์ ตุตันคาเมน

ฟาโรห์ ตุตันคาเมน สิ้นพระชนม์อย่างฉับพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ครบ 19 ชันษา อีกทั้งไม่มีองค์รัชทายาท วิซิเออร์ อัยย์ รีบฉวยโอกาสแต่งกับราชินีม่ายเพื่อจะได้ครอบครองดินแดนอียิปต์ต่อไป.

รูปภาพ
คำสาปของฟาโรห์ตุตันคาเมน

ลอร์ด คาเนวอน ได้จ่ายเงินให้คณะสำรวจของคาเตอร์เพราะอยากให้มีการสำรวจสุสานฟาโรห์ ผ่านมาหนึ่งเดือนลอร์ด คาเนวอนก็เสียชีวิตขณะพักอยู่ที่โรงแรมไคโร ประเทศอียิปต์แต่ในเวลาที่บ้านลอร์ด คาเนวอนที่ประเทศอังกฤษได้เลี้ยงสุนัขหนึ่งตัวสุนัขตัวนี้ได้ส่งเสียงเห่า หอนในตอนดึกเหมือนกับว่าได้รู้ว่าลอร์ด คาเนวอนเสียชีวิตลงแล้ว ผ่านมาหนึ่งปีคนงานในคณะสำรวจของคาร์เตอร์ได้เสียชีวิตลง

หลังจากนั้น 6 ปีได้มีการเปิดหลุมศพอีกครั้งแต่ครั้งนี้ได้มีคนตายอีกถึง12 คนโดยที่ไม่มีใครทราบสาเหตุคงมีแต่คาเตอร์เท่านั้นที่ยังอยู่ดูความตายของคน ในคณะสำรวจคุณคิดว่าเรื่องนี้เป็นเหตุบังเอิญหรืออาจเป็นเพราะคำสาปฟาโรห์ กันแน่

อันดับ 6 : คําสาปวูดูแห่งนิวออร์ลีนส์

รูปภาพ
รูปวาด มารี ลาโว

คําสาปวูดูแห่งนิวออร์ลีนส์, สหรัฐฯ

แม่มดวูดูผู้นี้มีนามว่า มารี ลาโว (Marie Laveau)มี ชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ. 1800 กว่าๆ เพื่อนบ้านรํ่าลือกันว่าเธอสามารถสาปได้ทั้งคนและสัตว์ โดยใช้มนต์ดําของวูดู กระทั่งทุกวันนี้ยังมีการ จัดทัวร์พาไปชมบ้านของเธอ รวมทั้งบนบานขอให้เธอช่วยสาปใครก็ได้ เรียกกันว่า "บลัดดี้มารีทัวร์"

รูปภาพ
รูปภาพ
ทั้ง นี้ ผู้ขอจะต้องปฏิบัติดังนี้ครับ เริ่มจากเคาะ 3 ครั้งบนโลงศพของมารี แล้วหมุนกายทวนเข็มนาฬิกา 3 รอบ เซ่นเหล้ารัม ข้ามหลุมศพ 3 หน แล้วเปล่งชื่อของเธอออกมาดังๆ จากนั้นก็บอกกล่าวถึงจุดประสงค์ของคุณ (ว่าจะให้เธอดลให้ศัตรูของคุณวิบัติอย่างไร) ยึ้ย ไม่เชื่อก็เดินทางร่วมทัวร์ไปพิสูจน์ได้
รูปภาพ

อันดับ 7 : คําสาปของ อลิสแตร์ ครอว์ลีย์ พ่อมดแห่งทะเลสาบล็อคเนสส์

รูปภาพ
ปี 1899 ครอว์ลีย์อาศัยอยู่ในบ้านอย่างโดดเดี่ยว ทางตอนใต้ของทะเลสาบที่ลือลั่นในเรื่องอสูร กล่าวกันว่าเขา ขมังในเรื่องเวทมนตร์และเลี้ยงวิญญาณภูตไว้ถึง 115 ตน เขาสามารถดลบันดาลให้ เพื่อนบ้านหลายคนมีอันเป็นไปนานา จนเป็นที่หวาดหวั่นไปทั่ว

ก่อนตาย ครอว์ลีย์ ได้สาปทิ้งท้ายไว้กับยอด เขาแห่งหนึ่งซึ่งเรียกกันว่า "ปล่องไฟปีศาจ" และครอว์ลีย์เคยหลงทางที่ยอดเขานี้ ซึ่งทําให้เขาขัดเคืองใจ จึงสาปว่าเมื่อใดที่ยอดเขานี้พังทลาย สิ่งชั่วร้ายต่างๆก็จะถูกปลดปล่อยแผ่กระจายไปด้วย "ปล่องไฟปีศาจ" ยืนหยัดอยู่นานนับพันปี แต่แล้วในเดือนเมษายน 2001 ยอดสูงราว 70 เมตร ก็มีอันถล่มทลายลงมาในทะเล เรื่องนี้ทําให้ผู้ที่เชื่อถือในตํานานพากันผวาไปตามกันเลย ป่านนี้นรกคงครอบคลุมแผ่นดินแล้ว เอ! หรือว่าจะจิงเพราะคนสมัยนี้โหดร้ายขึ้นทุกวัน

อันดับ 8 : ละครเรื่อง แม็คเบ็ธ (Macbeth) ของเชคสเปียร์

แม็คเบ็ธผู้ทรยศ (The Tragedy of Macbeth) เป็นโศกนาฏกรรมยอดเยี่ยมซึ่งเป็นที่รู้จักดีอีกเรื่องหนึ่งของ วิลเลียม เชกสเปียร์ เป็นเรื่องราว ความทะเยอทะยานอันไม่มีที่สิ้นสุดและนำพาชีวิตไปสู่ความหายนะ

รูปภาพ
อาถรรพ์

ละครเรื่องนี้มีฉากที่เกี่ยวกับแม่มดและ คําสาปมนต์ดํา ว่ากันว่าทําให้แม่มดตัวจริงสมัยนั้น เคืองแค้น ที่เชคสเปียร์นําเอาเรื่องลับของพวกเขามาเปิดเผย จึงสาปให้ละครเรื่องนี้มีอันเป็นไป-หากใครนํามาแสดงโดยเฉพาะตัวละครที่เล่นบทแม็คเบ็ธ

ผลของคําสาปอุบัติขึ้นตั้งแต่หนแรกสุดที่ละครนี้ออกแสดง โดยผู้แสดงที่ชื่อ ฮัล เบอร์ริดจ์ ซึ่งสวมบทเลดี้เอม ได้ล้มเจ็บลงในคืนนั้น และสิ้นใจตายหลังเวที และนับแต่นั้นมาเกือบ 400 ปี ละครเรื่องนี้ก็มีอาถรรพณ์เกิดขึ้นกับนักแสดงมาตลอด เช่น มีอุบัติเหตุบาดเจ็บ ล้มตาย บางคนฆ่าตัวตาย และที่น่าพรึงเพริดที่สุดก็คือ ในปี ค.ศ. 1947 นักแสดงชื่อ ฮาโรลด์ ทอร์แมน เป็นผู้รับบทแม็คเบ็ธ ในระหว่างการดวลดาบนั้น คู่ต่อสู้ของเขาลืมสวมที่ครอบปลายดาบ พอแม็คเบ็ธ ถูกแทงล้มลง กลางเวที ผู้ดูต่างก็ปรบมือพอใจในบทบาท หากทว่า หลังเวทีนั่นซิ ต่างก็ตกใจกันยิ่งนักที่เขาโดน แทงจริงๆ ทอร์แมนตายใน 3 สัปดาห์ต่อมา

เรื่องย่อ

นักรบแห่งสกอตแลนด์ นาม แม็คเบ็ธ กลับมายังบ้านเมืองอย่างภาคภูมิพร้อมด้วยชัยชนะเหนือศัตรูผู้ก่อการกบฏ เขาและแบงโกวสหาย ผู้ร่วมรบได้พบกับคำพยากรณ์อันน่ายินดีจาก แม่มด 3 พี่น้อง ว่า เขาจะได้เป็นอัศวินแห่งคาวดอร์และกษัตริย์แห่งสกอตแลนด์ในท้ายที่สุด และแบงโกวแม้จะไม่ได้เป็นกษัตริย์แต่ลูกหลานของเขาก็จะได้สืบทอดสถานะอัน ยิ่งใหญ่นั้น ทันทีที่ได้ฟังคำพยากรณ์ กษัตริย์ดันแคนก็ส่งสารประกาศแต่งตั้งให้แม็คเบ็ธได้รับตำแหน่งอัศวินแห่ง คาวดอร์ ทำให้คำทำนายนั้นเป็นจริง ด้วยความทะเยอทะยานที่ซ่อนอยู่ ทำให้แม็คเบ็ธคิดถึงคำพยากรณ์ข้อต่อไปที่ยังไม่เกิดขึ้น และข่าวอันน่ายินดีนี้ก็ส่งผ่านต่อไปยังภรรยา คือ เลดี้แม็คเบ็ธ พร้อมๆกับข่าวที่ว่า ดันแคน กษัตริย์แห่งสกอตแลนด์จะเดินทางไปพำนักที่ปราสาทของแม็คเบ็ธในคืนนี้ เลดี้แม็คเบ็ธรับฟังข่าวดีพร้อมด้วยความคิดทะเยอทะยานอันชั่วร้ายที่พลุ่ง พล่านอยู่ในความคิด และตัดสินใจคิดการณ์ใหญ่ที่จะทำให้คำพยากรณ์ข้อต่อไปเป็นจริงโดยเร็วที่สุด ด้วยการฆาตกรรมคิงดันแคน ในคืนนี้

แม็คเบ็ธแม้จะทะเยอทะยาน แต่จิตใจไม่เหี้ยมโหดพอ และตัดสินใจจะเลิกล้มแผนการณ์ แต่เลดี้แม็คเบ็ธผู้มีความชั่วร้ายฝังลึกอยู่ในจิตใจใช้ความเป็นภรรยา พูดจาหว่านล้อมจนกระทั่งแม็คเบ็ธเปลี่ยนใจ คิงดันแคนถูกลอบสังหาร และ ฆาตรกรถูกป้ายความผิดแก่ทหารยาม มัลคอล์มและดัลโนเบน

ลูกชายทั้งสองของคิงดันแคน กลัวชะตากรรมของตนจะเป็นเช่นเดียวกับพ่อตัดสินใจหนีเอาตัวรอด และแม็คเบ็ธก็ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทนคิงดันแคนตามคำทำนาย คำพยากรณ์เป็นจริงสมประสงค์ แต่สิ่งที่คงอยู่คือ ความรู้สึกผิดบาปที่ตามหลอกหลอนแม็คเบ็ธ แบงโกวผู้ซึ่งมีส่วนร่วมรู้เห็นในคำพยากรณ์อันวิเศษสุด สงสัยในตัวแม็คเบ็ธ และแน่นอนว่าต่างฝ่ายต่างก็รู้กันดี แม็คเบ็ธเองก็หวาดระแวงว่าคำพยากรณ์ต่อไปที่ว่า ลูกหลานของแบงโกวจะได้เป็นกษัตริย์สืบต่อไป และที่สุดเพื่อเป็นการปิดปากแบงโกวด้วย แม็คเบ็ธก็ตัดสินในสังหารแบงโกวและภรรยา แต่ฟรีอองซ์บุตรชายของแบงโกวหนีไปได้

รูปภาพ

มัลคอล์มและดัลโนเบนที่หนีไปอังกฤษได้สมัครพรรคพวกร่วมกับแมคดัฟฟ์ นักรบผู้กล้าอีกคนหนึ่งของอดีตคิงดันแคนวางแผนจะกลับมายึดอำนาจจากแม็คเบ็ธ ซึ่งได้กลายเป็นกษัตริย์ทรราชย์ ในขณะที่แม็คเบ็ธเอง แม้จะสมประสงค์ทุกอย่างและขจัดแบงโกวไปได้ แต่ตราบาปที่ไม่มีใครรู้ก็ไม่สามารถหนีความจริงในใจของแม็คเบ็ธและพระราชินี ได้ แม็คเบ็ธมองเห็นวิญญาณของแบงโกวและภูติผีคนอื่นๆตามมาหลอกหลอน ในขณะที่เลดี้แม็คเบ็ธซึ่งดำรงตำแหน่งพระราชินีเริ่มมีอาการสับสนทางความคิด เสียสติ และต้องล้างมืออยู่ตลอดเวลาเพราะคิดว่ามือตัวเองเปื้อนเลือด ซ้ำร้ายไปกว่านั้น แม่มด 3 พี่น้องปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับคำทำนายถึงชีวิตอันหายนะของแม็คเบ็ธ โดยบอกว่า ให้ระวังแม็คดัฟฟ์ แต่ก็ได้ให้คำสัญญาว่า มนุษย์ทุกคนที่ออกมาจากครรภ์มารดาจะไม่สามารถทำอันตรายใดๆกับแม็คเบ็ธได้ ซึ่งทำให้แม็คเบ็ธค่อยวางใจขึ้น แต่แม็คเบ็ธก็ยังคงต้องต่อสู้กับบรรดาภูติผีปีศาจที่ปรากฏตัวให้เขาเห็นแต่ เพียงผู้เดียว

หลังจากนั้น แม็คเบ็ธได้รับข่าวการรบชนะของแม็คดัฟฟ์ที่อังกฤษ เพื่อเป็นการแก้แค้นแม็คเบ็ธส่งคนไปปลิดชีพภรรยาและลูกๆของเขา สถานการณ์การรบยิ่งตึงเครียดขึ้น เมื่อมัลคอล์ม ดัลโนเบน และแมคดัฟฟ์ตัดสินใจยกกองทัพมาตีสกอตแลนด์เพื่อชิงราชบัลลังก์คืน พร้อมๆกันนั้นเองแม็คเบ็ธก็ได้รับข่าวร้ายว่าพระราชินีได้สิ้นพระชนม์ ชดใช้กรรมที่ได้ก่อ

แม็คเบ็ธเผชิญหน้ากับแมคดัฟฟ์ในสนามรบอย่างประหวั่นพรั่นพรึง ด้วยคิดถึงคำทำนายที่แม่มด 3 พี่น้องบอกให้หลีกเลี่ยงการพบกับแมคดัฟฟ์ แต่แม็คเบ็ธก็ยังลำพองใจว่า ไม่มีมนุษย์คนใดที่เกิดจากครรภ์มารดาจะทำอันตรายตนได้ แต่แล้วแมคเบ็ธก็ได้รู้สิ่งที่คาดไม่ถึง เมื่อแมคดัฟฟ์บอกว่า เขา..ไม่ได้เกิดมาจากครรภ์มารดา แต่ว่าถูกผ่าออกมาจากช่องท้อง ก่อนจะถึงเวลาถือกำเนิด การต่อสู้เป็นไปอย่างสิ้นหวังและที่สุดแม็คเบ็ธก็ถูกเด็ดชีพ ชดใช้ความทะเยอทะยานอันนำมาสู่ความหายนะของชีวิตผู้คนจำนวนมาก

อันดับ 9 : วิหารกระดูก แห่งเมือง อีโวรา โปรตุเกส
รูปภาพ
วิหารนี้สร้างในศตวรรษที่ 15 โดยพระนิกายฟรานซิสกัน ที่ประหลาดพิสดารคือ ผนังภายในวิหารนี้สร้างขึ้นจากกระดูกของมนุษย์กว่า 5,000 คนครับ เท่านั้นไม่พอ มีซากศพ 2 ร่าง ห้อยแขวนติดผนังด้านหนึ่งด้วย!

รูปภาพ

ตํานานวัดระบุว่า ครั้งกระโน้นมีสตรีนางหนึ่งซึ่งยึดมั่น ในคาทอลิก แต่ได้ถูกสามีผู้โมโหร้ายกับลูกชายของ เธอเองช่วยกันโบยตีจนตาย ก่อนสิ้นชีวิต เธอได้สาป ให้วิญญาณของเขาทั้ง 2 ลงนรก แม้แต่พื้นพสุธา ก็จะไม่ยินดีรับร่างของเขาไว้ ไม่นานนัก ชายทั้งสองก็ถึงแก่มรณกรรม ชาวเมืองพยายามขุด หลุมฝังศพของเขา แต่ขุดลงไปที่ใดก็เจอะแต่หิน เมื่อจนปัญญา พวกเขาจึงนําเอาซากศพทั้งสองขึ้น ไปห้อยแขวนไว้กับ ผนังวิหารดังกล่าว สําหรับให้นักบวชได้ใช้ปลง ในระหว่างทําสมาธิครับ ก็นับเป็นคําสาปที่ขลังยิ่ง

อันดับ 10 : เพชรโฮป (Hope Diamond)

http://cutieparade.exteen.com/images/cursed.jpg
เป็นเพชรสีนํ้าเงินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีนํ้าหนักถึง 45.52 กะรัต โดยพ่อค้าฝรั่งเศสนาม จอห์น แบ็บติส ทราวิเนียร์ ได้ขโมยมาจากพระนลาฏ (หน้าผาก) เทวรูปฮินดูในวิหารแห่งหนึ่งของอินเดีย เมื่อราว ค.ศ. 1600 โดยหารู้ไม่ว่าโคตรเพชรนี้มีคําสาปติดมาด้วย นั่นคือ มันผู้ใดที่ขโมยหรือครอบครองเพชรโฮป จะต้องประสบความวิบัติทุกรายไป!

และก็จริงตามคําสาป นับตั้งแต่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งทรงซื้อเพชรนี้จากนายทราวิเนียร์ พระองค์และ พระราชวงศ์ก็ทรงได้รับภัยร้ายกาจจากการปฏิวัติของฝรั่งเศสตลอด กระทั่งนาย เฮนรีย์ ฟิลิป โฮป (เจ้าของชื่อเพชรเม็ดนี้) นายปิแอร์ คาร์เทียร์ (พ่อค้าอัญมณีชื่อดังที่เรารู้จักกันดี) ฯลฯ ล้วนประสบกับอัปมงคลจนถึงผู้ครอบครองรายสุดท้ายคือ ตระกูลของ เซอร์ ฮาร์รีย์ วินสตัน ได้ให้เลดี้ไฮโซ ผู้หนึ่งยืมสร้อยคอเพชรโฮป สวมใส่ในงานราตรี สองเดือนต่อมา ลูกน้อยของเธอก็ตายอย่างลึกลับ สามีกลายเป็นบ้าและต้องหย่าขาดกัน ในที่สุด ทายาทตระกูลวินสตันจึงมอบเพชรโฮปให้สถาบันสมิธ โซเนียนของสหรัฐฯ เป็นผู้อนุรักษ์แทน

รูปภาพ
เพชรโฮปที่สถาบันสมิธ

**จากเว็บ teenee.com ครับผม

เพชรโฮป ไม่ได้ดูน่ากลัวอะไรเลย ตรงกันข้ามกลับเป็นเพชรที่ได้รับการเจียระไนอย่างประณีตสวยงาม แต่เพราะมีประวิที่น่ากลัว จึงได้ชื่อว่า เพชรแห่งความโชคร้าย
รูปภาพ
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 17 ของ ทาเวเนียร์ พ่อค้าชาวฝรั่งเศสเดินทางมาถึงปารีส พร้อมด้วยเพชรขนาด 112 กะรัต เขาปฏิเสธที่จะเล่าว่าได้มันมาอย่างไร หรือจากที่ไหน จึงมีข่าวลือต่างๆ นานาเกี่ยวกับเพชรเม็ดนี้ ข่าวลือที่น่ากลัวที่สุดคือ เขาได้เพชรมาจากเทวรูปในอินเดีย พร้อมกับคำสาปแช่งคนที่เป็นเจ้าของเพชรนี้

แม้จะมีข่าวลือน่ากลัวมากมาย แพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสทรงชื่นชอบเพชรเม็ดนี้ และทรงซื้อในราคาที่แพงมาก แล้วทรงสั่งเจียระไนให้เป็นรูปหัวใจ แต่คำสาปกลับส่งผลแก่ทาเวเนียร์ เขาสูญสิ้นเงินทองที่ได้จากการขายเพชร และตายอย่างอนาถาในรัสเซีย

แม้ว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จะไม่ได้รับผลของคำสาป แต่เมื่อถึงรุ่นหลาน คือ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระมเหสี(Marie Antoinette) ซึ่งหลังจากได้ครอบครองเพชร ทั้งสองก็ถูกตัดศีรษะช่วงระหว่างการปฏิวัติในปี ค.ศ. 1793 เพชรเม็ดนั้นถูกขโมยไปพร้อมสมบัติอื่นๆ

จนกระทั่งในปี พ.ศ.1830 เพชรขนาด 44 กะรัตปรากฏขึ้นในลอนดอน หลายคนเชื่อว่าเป็นเพชรที่ถูกเจียระไนมาจากเพชรต้องคำสาปเม็ดนั้น

เฮนรี่ โฮป นายธนาคารได้ซื้อเพชรนั้นมาในราคา 90,000 ปอนด์ นับจากนั้นมาเพชรนี้จึง ได้ชื่อว่า เพชรโฮป ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกันครอบครัวของโฮป จนในปี ค.ศ.1901ครอบครัวของโฮปได้ขายเพชรเม็ดนั้นไป

เจ้าของใหม่ไม่ได้โชคดีเหมือนกับครอบครัวโฮป หลายคนต้องประสบกับโชคร้าย พ่อค้าอัญมณีชาวกรีก เป็นเจ้าของเพชรโฮปได้ไม่นานก่อนที่จะตกหน้าผาตาย เจ้าของคนต่อมาเศรษฐีชาวเติร์กได้ซื้อมันเป็นของขวัญให้ภรรยา แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาได้ยิงเธอตายอย่างไม่เจตนา

เพชรโฮปตกมาสู่มือของเจ้าชายรัสเซีย ทรงให้แฟนสาวสวมในงานแสดงเต้นรำ แล้วเจ้าชายก็ลุกขึ้นยืนยิงเธอตายอย่างไม่มีเหตุผล

หลายคนเริ่มกลัวในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่อีกไม่นาน อีวาลิน แมคลิน มหาเศรษฐีชาวอเมริกันได้ซื้อเพชรเม็ดนั้นโดยไม่ยอมฟังคำเตือนของเพื่อนๆ และเธอต้องเสียใจที่ซื้อมันมา เมื่อแม่ของเธอและคนใช้อีกสองคนตายกะทันหัน ต่อมาลูกชายวัย 10 ขวบเกิดอุบัติเหตุถูกรถชนตายและลูกสาวคนเดียวต้องตายเพราะกินยาเกินขนาด

รูปภาพ
อิวาลิน แมคลิน สวมใส่เพชรโฮป

ในที่สุดพ่อค้าอัญมณีคนหนึ่งตัดสินใจซื้อเพชรโฮป และมอบให้กับสถาบันอัญมณีในกรุงวอชิงตัน ซึ่งวางแสดงอยู่ที่นั่นตราบจนทุกวันนี้

แต่ยังไม่มีใครอธิบายอย่างชัดเจได้ว่า เพชรโฮปเป็เพชรแห่งความโชคร้ายจริงหรือไม่

เครดิต http://cutieparade.exteen.com
<<

franc

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 3508

ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ค. 2007, 19:02

โพสต์ 31 พ.ค. 2008, 14:33

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

จองมั่ง เดี๋ยวอ่านจบจะโพส :e7
>>> Rise To Risk : The Rewrite บทที่ 1 <<< By franc

>>> Eden : Prologue & Chapter 1 <<< By Apayin, forng1998, franc และ resident

รูปภาพ

กลับมาแล้ว(มั้ง?)ครับ ไว้เร็วๆนี้อาจจะมีผลงานมาให้ติดตามอีกนะครับผม
<<

kaiba2307

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 237

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2007, 19:35

ที่อยู่: บ้านไง ถามแปลกๆ

โพสต์ 31 พ.ค. 2008, 16:49

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

ขยันจริงๆนะงับวันนี้ เหอๆอ่านแล้วอึ้งเลย
<<

juniorsmart

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 2141

ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2007, 21:15

ที่อยู่: Hollywood

โพสต์ 31 พ.ค. 2008, 17:22

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

ซำแล้ว น๊อต ผมเคยเอามาโพสในบอร์ดแล้วทีนึง จำไม่ได้หรอ!!!!
รูปภาพ
<<

APoCaLypse_B

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 456

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2007, 13:37

ที่อยู่: ไม่แน่นอน

โพสต์ 31 พ.ค. 2008, 17:37

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

อ่านแล้วเพลินดีคับ

ชอบๆ :e11
จะทำการใหญ่ ใจต้องเหี้ยม
<<

Kantaroz

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 931

ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ค. 2008, 17:49

โพสต์ 31 พ.ค. 2008, 18:01

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

น่ากลัวมากมายครับ อ่านแบบผวาเลย
รูปภาพ
VETERANS' TIME
3DS FC : 0001-3431-0287
Nintendo Network ID /PSN : gantarozx
<<

The Sim

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 508

ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2008, 23:49

ที่อยู่: Bangkok City

โพสต์ 02 มิ.ย. 2008, 21:34

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

ผมชอบ คำสาป ของ อียิป มากเลย เเละ ที่ไม่น่า เชื่อ ประธานาธิบดีลินคอล์น อ่านเอาเอง
<<

panudet

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1471

ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ส.ค. 2007, 20:22

ที่อยู่: Seoul,South Korea

โพสต์ 03 มิ.ย. 2008, 17:34

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

คงไม่มีใครอยากเจอคำสาป แต่ละคำสาปหน้ากลัวทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นคนสาปจะดีกว่า หุหุห :e14 :e14
รูปภาพ
<<

wesker lover

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 22 มี.ค. 2008, 15:04

ที่อยู่: พิกัดX:87 Y:132 หน่วยกองร้อยปราบปรามเกย์ พิทักษ์โอบาค่อน

โพสต์ 03 มิ.ย. 2008, 18:15

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

น่ากลัว ฉิ-บ-ห-า-ยเลย
ป.ล. กลัวตุตันคาเมนสุด
รูปภาพ

รูปภาพ
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 645

ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2007, 14:23

ที่อยู่: ใกล้ๆบ้านคุณนี่แหละ

โพสต์ 16 มิ.ย. 2008, 13:21

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

panudet เขียน:คงไม่มีใครอยากเจอคำสาป แต่ละคำสาปหน้ากลัวทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นคนสาปจะดีกว่า หุหุห :e14 :e14
เหอๆ :e14 ชั้นะจะสาบแกนี่แหละ!เจ้าน็อต อย่าเอามาโพสนะนู๋กัว-*- :e12 :e12 (อุส่าเก็กMANตั้งนาน แต๋วแตกซะได้ เหอะๆ) :e7 :e7
รูปภาพ
<<

tamm16

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 3489

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2007, 22:35

ที่อยู่: หุบเขา Arklay ใกล้เมือง Raccoon city

โพสต์ 16 มิ.ย. 2008, 13:58

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

มีสาระ ดีนะ แต่ยังไงก็เชื่อบางเรื่อง -*-
เห้อ ไม่รู้จะทำไรว่างจริงๆ -*-

ปี2012 จะเกิดเหตุการณ์จริงไหมนะ!?
<<

notsa555

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 1132

ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2007, 12:21

โพสต์ 16 มิ.ย. 2008, 16:48

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

Leonz€123 เขียน:
panudet เขียน:คงไม่มีใครอยากเจอคำสาป แต่ละคำสาปหน้ากลัวทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นคนสาปจะดีกว่า หุหุห :e14 :e14
เหอๆ :e14 ชั้นะจะสาบแกนี่แหละ!เจ้าน็อต อย่าเอามาโพสนะนู๋กัว-*- :e12 :e12 (อุส่าเก็กMANตั้งนาน แต๋วแตกซะได้ เหอะๆ) :e7 :e7




แล้วผมจะขยันโพส (เรื่องน่ากลัวเช่นนี้) ต่อไป ขอบคุณที่เป็นกำลังใจครับ (เผ่นน)
<<

name18137

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 643

ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2008, 22:12

ที่อยู่: ในโลกใบนี้

โพสต์ 16 มิ.ย. 2008, 16:59

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

สาปขอให้ไม่มีเกรียน :e12
เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือมาม่ายังมีหมูสับ

รูปภาพ
<<

wesker lover

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 22 มี.ค. 2008, 15:04

ที่อยู่: พิกัดX:87 Y:132 หน่วยกองร้อยปราบปรามเกย์ พิทักษ์โอบาค่อน

โพสต์ 16 มิ.ย. 2008, 17:01

Re: 10 สุดยอดคำสาปของโลก

name18137 เขียน:สาปขอให้ไม่มีเกรียน :e12

สาธุ สมพรปาก
รูปภาพ

รูปภาพ
ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยสบายๆอะไรก็ได้

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน