Biohazard's Timeline by Grando [21/9/11 อัพเดท!!]

<<

grando

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 511

ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.พ. 2008, 17:55

โพสต์ 17 ต.ค. 2009, 23:37

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [11/10/09]

1999
เดือนกุมภาพันธ์
REUC – Umbrella's End 1

ทรัพสินของ Umbrella ดิ่งลงเหวจากเหตุการณ์ที่ Raccoon City อย่างไรก็ตามบริษัทที่มีอิทธิพลคงจะไม่หมดสิ้นเงินทุนแม้จะไม่ทำธุรกิจผิดกฏหมาย ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับเวลา รอเวลาที่ปัญหาที่ Umbrella ประสบนั้นหายไป

เดือนมีนาคม
REOUT1 – Epilogue

6 เดือนหลังจากโศกนาฏกรรมที่ Raccoon City นักวิทยาศาสตร์ของ Umbrella กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งรอบๆตั้งรั้วที่มีสัญลักษณ์การแพร่ระบาด เครื่องบินเจ็ทบินผ่านพื้นที่ดังกล่าว เพื่อถ่ายรูปผ่านทางอากาศ นักบินคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีมนุษย์อาศัยอยู่ได้ในพื้นที่นี้
ไกลออกมา ท่ามกลางซากปรักหักพัง ภายในสำนักงานชั่วคราวของ Umbrella ชายคนนึงมองออกไปนอกหน้าต่างมองเห็นซากปรักหักพัง ก่อนที่เขาจะได้รับโทรศัพท์ ผู้ที่ติดต่อมาบอกให้พวกเขาไปพบกันตามนัดในตอนบ่าย ซึ่งชายคนนั้นตกลง

RE5 – Excella Gione File
Excella Gione สำเร็จการศึกษาในคณะ วิศวพันธุกรรม ด้วยอายุเพียง 18 ปี เธอเข้าร่วมกับบริษัท Tricell บริษัทที่ก่อตั้งโดยครอบครัว Travis ซึ่ง Excella เป็นลูกหลานของตระกูลนี้

ความฉลาดและมรดก ที่ได้รับเป็นของขวัญจากธุรกิจพ่อของเธอ ทำให้ Excella สามารถจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยด้วยอายุยังน้อย โดยเธอเรียนในสาขาวิศวพันธุกรรม และ ด้วยความสามารถที่ได้รับมาจากคุณย่าของเธอ ทำให้เธอได้เข้าร่วมกับบริษัท Tricell ในแผนกเวชกรรมได้ด้วยวัยเพียง 18 ปี
- นำมาจาก Excella Gione File เอกสารปี 2009

2000 – 2003
โดยประมาณ
REUC – TALOS Simulated Battle Results

ณ ฐานทัพคอเคซัส ใน รัสเซีย ระบบ T-A.L.O.S. ยังคงดำเนินการอยู่ ภายใต้คำสั่งของผู้พัน Sergei Vladimir ซึ่งมันเป็น Tyrant รุ่นล่าสุดที่หลายๆคนใน Umbrella เชื่อว่ามันจะกอบกู้ Umbrella ของพวกเขาได้ และตอนนี้การทดสอบสมถนะรอบสุดท้ายกำลังจะเริ่มขึ้น

ผลการต่อสู้จำลองของ T-A.L.O.S.
ลับสุดยอด

ระดับที่ 12
T-A.L.O.S. ปะทะ กองกำลังพิเศษ 1 หน่วย, ทหาร 12 นาย (มาจาก Spetsnaz)
เวลาสิ้นสุด: 3 นาที 28 วินาที
อัตราการสังหาร: 100 ต่อ 0

ระดับที่ 13
T-A.L.O.S. ปะทะ ยานเกราะ 2 ลำ
เวลาสิ้นสุด: 6 นาที 40 วินาที
อัตราการสังหาร: 89 ต่อ 2

ระดับที่ 14
T-A.L.O.S. ปะทะ เฮลิคอปเตอร์จู่โจม 1 ลำ
เวลาสิ้นสุด: 32 นาที 13 วินาที
อัตราการสังหาร: 48 ต่อ 10

- หลักฐานเก็บกู้มาจาก T-A.L.O.S. Simulated Battle Result ไม่ระบุวันที่

RE5 – BSAA File
REUC – Dark Legacy 1

การทดลองของ Umbrella ถูกฉุด แต่ Spencer และคนของเขาเองก็ยังพอมีอิทธิพลภายในรัฐบาลสหรัฐอยู่ ยังไงก็ตามจุดหักเหก็เข้ามาเนื่องจากการฟ้องร้องและเปิดโปง Umbrella เกี่ยวกับการทดลองผิดกฏหมายโดยการใช้บริษัทเวชภัณฑ์ บังหน้าในการซื้อและจัดหาทรัพยากร และ ยังมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับทุกชีวิตที่สูญเสียไปใน Raccoon City
ความกลัวเกาะกุมโลกราวกับจะล่มสลาย บริษัทเวชภัณฑ์ระดับโลกจึงถูกบังคับให้ทำการเป็นพยานให้กับคดีฟ้องร้องที่เกี่ยวกับ Umbrella
ถึงการพิจารณาคดีจะเป็นที่รับรู้ว่า GPC นั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย และ บริษัทเวชภัณฑ์อื่นๆ ก็ไม่มีหลักฐานใดๆ พวกเขายอมรับที่จะมองข้ามรายละเอียดยิบย่อยไป เนื่องจากเงินใต้โต๊ะที่ Umbrella จ่ายให้กับพวกเขา

สถานการณ์ของบริษัทหุ้นส่วนของ Umbrella นั้นไม่ได้แย่อย่างที่คิดเพราะในการพิจารณาคดี ไม่พบว่าบริษัทหุ้นส่วนมีส่วนร่วมในการกระทำผิดแต่อย่างใด
คดีความแสดงให้เห็นว่า Umbrella นั้น ได้ทำการใช้ ยา และ ความรู้ต่างๆ จากบริษัทและพนักงานจากที่อื่นนำมาใช้ในการวิจัยพัฒนาอาวุธชีวภาพของตน คณะกรรมการจึงเห็นว่าพนังงานและบริษัทอื่นนั้นเกี่ยวข้องเพียงแค่การพัฒนาการรักษาซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยผิดกฏหมายข้างต้น ทำให้บริษัทหุ้นส่วนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรับผิดเกี่ยวกับการวิจัยพัฒนาอาวุธชีวภาพ
ในกรณีนี้ ทำให้ดูเหมือนจะกลายเป็นคดีความของ Umbrella เพียงผู้เดียว และ ตอนนี้ปัญหาได้ถูกพลักดันมาให้กับห้องทดลองของพวกเขาแทน
ซึ่งบริษัทอื่นๆ นั้นมีส่วนเชื่อมโยงกับ Umbrella ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะต้องร่วมกันรับโทษในการเสียชีวิตของผู้บริสุทธ์นับ แสน ราย และ ถ้าหาก Umbrella แพ้คดีพวกเขาก็จะถังแตก และ ถ้าหาก Umbrella ไม่มีความผิดใดๆ เลยก็มีความเป็นไปได้ว่าจะถูกประชาชนต่อต้าน และ รัฐบาลก็คงจะเพิกถอนกรรมสิทธิ์ในการค้าขายของบริษัทอยู่ดี
เมื่อไม่สามารถขายผลิตภัณฑ์ได้ มันก็ส่งผลให้ธุรกิจพวกเขาพินาศอยู่วันยังค่ำ
เหล่าบริษัทเวชภัณฑ์ ทราบดีว่าทางเลือกไม่มีอีกแล้วได้แต่ก้มหน้ายอมรับผลกระทบอันรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทำให้เหล่าหุ้นส่วนนั้นได้ทำการให้การในคดี พวกเขาตัดสินใจว่าจะให้การเป็นพยานเอาผิด Umbrella โดยมีใช้เอกสารของบริษัทที่อาจจะเป็นจุดพลิกผัน ในคดีนี้มองดูแล้วยังไงซะ Umbrella ก็ต้องแพ้แน่นอน Umbrella จึงยื่นข้อเสนอช่วยเหลือหุ้นส่วนแลกกับการที่จะไม่ให้พวกเขามาให้การเอาผิดกับตัวเอง
- หลักฐานนำมาจาก BSAA File (เอกสารปี 2009)

2000
โดยประมาณ
Biohazard: Prelude To The Fall

ตั้งแต่ที่ Umbella ย้ายปฏิบัติการต่างๆ ให้ออกจากระยะสายของสาธารณะ บริษัทได้ติดตั้ง โรงเก็บเครื่องบินที่สามารถควบคุมได้ด้วยรีโมทเอาไว้ในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก พวกเขาทำสิ่งนี้เพื่อพยายามปกปิดสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนา สิ่งมีชีวิตสังหาร รวมไปถึง ไวรัส และ วัคซีนต้านไวรัส
ยกตัวอย่าง 1 ในสถานที่นั้นอยู่ใต้โรงเก็บธัญพืชของหมู่บ้านหนึ่งในรัสเซีย แถบคอร์เคซัส ใกล้กับฐานปฏิบัติการของ Sergei Vladimir งานการทดลอง Hunter Delta นั้นดำเนินการอยู่ภายในโรงงานแห่งนี้ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของหัวหน้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นคนงานของ Umbrella
โรงงานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายในการเก็บความลับต่างๆ จากองค์กรที่กำลังสืบสวน Umbrella เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลภายในจะไม่มีวันออกสู่ภายนอกได้

RE5 – Sheva Alomar File
ในแอฟริกา Sheva Alomar ได้รู้จักกับชายลึกลับซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งพวกเขารู้ว่าอดีตของเธอมีส่วนเชื่อมต่อกับ Umbrella และต้องการที่จะให้เธอช่วยในการเข้าถึงตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Umbrella และมีแผนการช่วยเหลือกลุ่มต่อต้าน Sheva ได้ช่วยเหลือในการล้มล้างรัฐบาลที่ส่งเงินสนับสนุนการทดลองอาวุธชีวภาพ เป็นไปได้ว่า Umbrella ก็ได้รับเงินทุนจำนวนมากและข้อมูลการต่อสู้ไปแล้ว หาก Sheva ช่วยปฏิบัติภารกิจนี้ เธอและกลุ่มต่อต้านก็จะพ้นความผิดและข้อกล่าวหาต่างๆ เธอตกลงเข้าร่วม และ ภารกิจก็สำเร็จด้วยดี ตากนั้นเธอได้รับข้อเสนอในการที่เธอต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสหรัฐ ซึ่งเธอก็รับมัน

เป็นเวลานานกว่า 7 ปีที่ Sheva อยู่ร่วมกับกลุ่มต่อต้าน ปัจจุบันเธอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น และ ใช้เวลาแทบทั้งหมดในการใช้ชีวิตในแบบของกลุ่มต่อต้านแต่อย่างไรก็ตามในวัยนี้เธอเองก็อยากเข้าไปในเมือง ชาวเมืองไม่เคยรู้ว่าเธอเป็น 1 ในกลุ่มต่อต้านเพราะเหตุผลนี้หนึ่งเดียวที่ทำให้เธอมักจะถูกส่งไปในเมือง และไม่มีใครส่งสัยเลยว่านี่จะเป็นโอกาสให้เธอไปพบกับคนคนนึง เขาดูเหมือนกับคนในพื้นที่แต่กลับพูดด้วยสำเนียงต่างชาติ เขายื่นกระดาษแผ่นนึงให้กับเธอและพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ
เขาพูดว่า อ่านนี่ ถ้าเธอยอมรับมันให้มาที่โบสถ์ที่อยู่ด้านหลังในอีก 2 ชั่วโมง
หลังจากสิ้นคำพูดเขาก็หายตัวไปในฝูงชนอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับการปรากฏตัว Sheva พลิกกระดาษขึ้นอ่านสายตาเธอไปหยุดอยู่ที่คำคำนึง Umbrella
ถ้ามันเป็นบริษัทเวชกรรมระยำเห็นแก่ตัวที่เอาชีวิตพ่อแม่เธอไป ถ้าอุบัติเหตุนั้นไม่เกิดขึ้น ชีวิตเธอคงจะไม่เปลี่ยนไปถึงขนาดนี้
ผู้คนต่างพูดว่า กลุ่มต่อต้านวางแผนที่จะใช้อาวุธชีวภาพ เพื่อทำการก่อการร้ายและสร้างความเสียหายในวงกว้าง เพื่อกำจัดรัฐบาล ทำให้ Umbrella นั้นติดต่อกับกลุ่มต่อต้านและให้ทดลองใช้อาวุธชีวภาพ ชายคนนั้นต้องการให้ Sheva ช่วยเขาในการหยุดยั้งเรื่องนี้
ครั้งแรกเธอคิดว่านี่เป็นแผนตบตาของรัฐบาล แต่ลึกๆในใจเธอเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง แล้วทำไมเธอถึงรู้ได้ เธอคิดในใจว่า ประเทศของเธอนั้นถูกจูงไปในทางต่างๆ ตามที่ประเทศฝรั่งเศสต้องการทำให้ เจ้าหน้าที่หลายๆ คนในรัฐบาลนนั้นพูดภาษาฝรั่งเศสได้ แต่ชายคนนี้ต่างออกไป แต่จะฉันคิดว่าว่าฉันเชื่อใจเขาได้
Sheva ไปตามคำเชิญด้วยสัณชาตญาณของเธอ เธอไปยังโบสถ์ และพบชาย 2 คน 1 ในนั้นคือคนที่ยืนเอกสารให้กับเธอก่อนหน้านี้ ส่วนอีกคนสวมชุดสูทไม่มีไทค์ และ บอกว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ของ รัฐบาลสหรัฐ
ชายสมวสูทพูดง่ายๆและตรงเกี่ยวกับ Umbrella เขาต้องการบางคนที่จะเป็นหัวใจหลักในการทำลาย Umbrella และต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของเขา พวกเขาต้องการให้ เธอช่วย ตราบที่เธอยังช่วยเขา พวกเขาจะไม่ทำอะไรเธอ หรือ เพื่อนๆ กลุ่มต่อต้านของเธอ เธอถามกลับไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากภารกิจไม่สำเร็จ พวกเขาบอกว่าเขาจะไม่รับรองอะไรเกี่ยวกับตัวเธอหรือกลุ่มต่อต้าน ชายสวมสูทพร้อมข้อเสนอที่ไม่น่าเชื่อ แต่ถ้าเธอหักหลังเขาละเธออาจจะเป็นเหมือนกับครอบครัวงั้นหรือ ชายคนนั้นเหมือนจะเข้าใจอารมณ์ของ Sheva ดี ก่อนจะถามคำถามง่ายๆว่า เธอไม่อยากให้ Umbrella ชดใช้ความผิดที่พวกมันก่อหรือไง
เธอพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นพูดต่อ
นั่นคือเหตุผลที่พวกเราเลือกเธอ แต่ถ้าเธอไม่ช่วยเราสู้กับ Umbrella เธอก็สามารถกลับไปได้ทันที่และเรียกเพื่อนเธอมารับ และ
จะเกิดอะไรกับฉันหรอ
ดูรอบๆ สิ เธอรู้จักดีกลุ่มต่อต้านเธอยังไม่เคยทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ให้กับพวกเขาเลย พวกเขาทำทุกๆ อย่างเพื่อพยายามโค่นล้มรัฐบาล รวมไปถึงเธอก็รูดีว่าบางครั้งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี
ช่วยพวกเรา และ เธอสุดท้ายเธอจะสามารถทำบางสิ่งที่สามารถช่วยผู้คนในประเทศเธอได้
และอะไรคือสิ่งที่เด็กสาววัย 15 จะช่วยได้
วันนึงเธอจะได้เรียนรู้ แม้ว่าอายุของเธอจะแค่นี้ แต่ ชีวิตของคนอายุมันไม่สำคัญ ทุกอย่างอยู่ที่เราเลือกเอง เธอได้รับโอกาศให้สู้เพื่อบางสิ่งในอนาคต บางสิ่งที่อาจเปลี่ยนโลก เธอเลือกได้ว่าจะเดินต่อไปหรือจะติดอยู่ที่นี่
Sheva ไม่เคยลือคำๆ นั้นเลย...
3 วันต่อมา กองกำลังพิเศษ ได้มาถึงยังพื้นที่ที่ติดต่อ Sheva เดินไปยังประตูของอาคารก่อนที่ละปลดล็อค ก่อนที่จะบอกให้ทีม เตรียมพร้อมเพื่อตรวจสอบสถานที่นี้
ภารกิจสำเร็จ เป้าหมายจาก Umbrella พยายามอธิบายก่อนที่จะถูกพาตัวไป
Sheva และ กลุ่มต่อต้านได้ถูกพาตัวไปยังสถานทูตสหรัฐ ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวออกมาในอีก 2 วันถัดมาโดยไม่มีใครเป็นอะไรดั่งคำมั่นที่เคยให้ไว้ ความจำเป็นความสามารถที่โดดเด่นของ Sheva ทันทีนั้นชายในชุดสูท ได้ยื่นข้อเสนอให้เธอได้รับโอกาสไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอเมริกา
เมื่อเธอไม่เหลืออะไรอีกแล้วใน แอฟริกา เธอจึงตัดสินใจรับข้อเสนอ
- นำมาจาก Sheva Alomar File; เอกสารปี [2009]

2001
RE4 – Gameplay
RE4 – Luis' Memo 2
RE4 – Castellan Memo

ในแถบชนบทของสเปน ผู้นำลัทธิ Osmund Saddler พยายามตีสนิทกับเจ้าของปราสาทแห่งตระกูล Salazar เซอร์ Ramon ได้เข้าไปปลดพันธนาการ Las Plagas ที่ถูกฝังเอาไว้ในคุกใต้ดินของปราสาท ทำให้ Ramon Salazar กลายเป็นสาวกของลัทธิ Illuminados และเชื่อว่าตระกูลของเขาทำผิดอย่างมหันต์ที่พยายามจะกำจัด Las Plagas และ Saddler ได้พูดว่าเขาจะพา Illuminados ไปสู่ความยิ่งใหญ่หากลัทธิได้พลังกลับคืนมา อย่างไรก็ตาม พ่อบ้านของ Salazar และ คนสนิท 2-3 คนได้รับสิทธิพิเศษ
พวกเขาว่าจ้างผู้คนจากหมู่บ้านในท้องถิ่นให้มาช่วยงาน และเมื่อพวกเขาพบสิ่งที่ต้องการเขาพบว่า Plagas นั้นกลายเป็น ฟอซซิลอยู่ในหินและตายไปแล้ว แต่การขุดค้นยังคงดำเนินต่อไป Plagas นั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์ และเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสปอร์ แฝงเข้าไปในร่างคนงานซึ่ง Saddler เองวางแผนที่จะรับเอา Master Plagas มาไว้ในตัวเองเพื่อที่ตนเองจะได้มีอำนาจในการควบคุม Ganados ทั้งหมดได้

ในฐานะที่ข้าเป็นสาวกผู้ศรัทธา และ เจ้าของปราสาทรุ่นที่ 8 ข้ารู้สึกถึงภาระหน้าที่ที่ข้าต้องรับผิดชอบจากบาปในอดีต ข้ารู้ว่าหนทางที่ดีที่สุดเพื่อล้างบาปคือการคืน พลังอำนาจ คืนให้กับพวกเขา พลังที่ครั้งหนึ่งบรรพบุรุษข้าเคยพรากไปจากพวกเขา Los Illuminados
- คัดลอกมาจาก Castellan Memo โดย Ramon Salazar ไม่ระบุวันที่

อย่างที่ทราบกันว่า เซอร์ Salazar ไม่มีครอบครัวทำให้ ลอร์ด Saddler ใช้ศรัทธาอันแรงกล้าของเขาที่มีต่อ Los Illuminados ให้เป็นประโยชน์ โดยการบอกให้ เซอร์ Salazar ปลดพันธนาการของ Las Plagas อีกครั้งหลังจากที่ถูกผนึกไว้โดนบรรพบุรุษ
เซอร์ Salazar คงจะมีไม่มีวันทำสิ่งที่ไม่มีค่า แต่เขาก็ยังไม่รู้เหตุผล ฉันรู้สึกได้ถึงแผนชั่วร้ายของ ลอร์ด ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ฉันรู้สึกได้ว่าฉันมีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบทุกสิ่งทั้งหมดนี้
- คัดลอกมาจาก Butler's Memo ไม่ระบุวันที่

เจ้าของปราสาทรุ่นแรงได้ฝัง Las Plagas ไว้ลึกลงไปใต้ปราสาทซ่อนไว้หวังว่ามันจะไม่ถูกปล่อยออกมาอีก แต่ เมื่อ Salazar ปลดปล่อยมันออกมาและพบว่า พวกมันได้ตายกลายเป็นฟอซซิลไปหมดแล้ว ทุกคนทราบดีว่า ปรสิทนั้นไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้หากปราศจาก พาหะ พวกมันไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง แต่ เมื่อ Salazard และ คนงานยังทำงานต่อไป Las Plagas ยังไม่ตายเพียงแต่มันยังรอดการค้นพบ เพื่อคืนชีพอีกครั้ง
- คัดลอกมาจาก Luis' Memo 2 ไม่ระบุวันที่

เมื่อพวกเขาพบฟอซซิล เขาพบว่าพวกมันยังมีชีวิตอยู่ได้ โดยเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์จนกลายเป็น สปอร์ โดยระหว่างคนงานขุดพวกมันได้เข้าไปในร่างกายของชาวบ้านโดยไม่รู้ตัว และ ปรสิท คืนชีพกลับมาอีกครั้ง
- คัดลอกมาจาก Luis' Memo 2 ไม่ระบุวันที่

2002
ไม่ทราบวันที่
Albert Wesker ขาย T-Virus และ T-Veronica Virus ให้กับ Javier เพื่อใช้ในการรักษาภรรยาที่ป่วย ก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะมีการสั่งสิ่งมีชีวิตสังหารจำนวนมากเพื่อใช้เสริมเขี้ยวเล็บให้กองกำลังของเขา

ฤดูร้อน
REDC - Operation Javier

เจ้าหน้าที่พิเศษสหรัฐ Leon S. Kennedy และ Jack Krauser ได้ถูกส่งมายังอเมริกาใต้เพื่อจับกุมตัวพ่อค้ายาเสพติดและหัวหน้ากลุ่ม Sacred Snake Javier Hidalgo เมื่อเขามาถึงหมู่บ้าน Mixcoatl เขาก็พบว่าผู้คนในหมู่บ้านติดเชื้อ T-Virus รวมไปถึง T-Veronica Virus
พวกเขาได้พบ Manuela Hidalgo ซึ่งหนีออกมาจากคฤหาสน์ของ Javier เมื่อเธอพบเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 เธอก็ให้ความร่วมมือในการตามหาตัว Javier ทั้ง 3 ไปพบกับ Javier ที่เขื่อนก่อนที่ Leon และ Krauser จะถูกน้ำพัดแยกไป
ต่อมาพวกเขาได้กลับมาพบ Manuela อีกครั้งซึ่งเธอได้สารภาพว่าในร่างของเธอมี T-Veronica Virus อยู่
Leon และ Krauser จะลักลอบเข้าไปภายในคฤหาสน์ Javier และพบเข้ากับ Hilda Hidalgo แม่ของ Manuela ซึ่งติดเชื้อจนกลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว Leon กับ Krauser จัดการกับเธอได้สำเร็จแต่ Krauser ก็ได้รับบาดเจ็บ ภายในเรือนเพาะชำ Javier รวมตัวเข้ากับพืช T-Veronica กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์อย่างไม่เต็มใจเพราะเขาไม่ได้คาดเอาไว้ว่าเขาจะควบคุมมันไม่ได้ Manuela ได้ใช้เลือดของเธอที่มีคุณสมบัติติดไฟเมื่อถูกอากาศซึ่งเป็นผลมาจาก T-Veronica Virus สู้กับพ่อของเธอ ในที่สุด พวกเขาทั้ง 3 ก็จัดการ Javier ได้สำเร็จ Leon รีบเข้าไปช่วย Manuela จากการเสียเลือดมาก ขณะที่ในใจของ Krauser เกิดความคิดบางอย่าง เขาเริ่มที่จะเข้าใจและยอมรับสิ่งที่ Javier คิด หลังจากนั้นทั้ง 3 ก็หนีออกจากที่นั่นด้วยเฮลิคอปเตอร์
Jack Krauser ลาออกจากกองทัพและหายตัวไป ภายหลังถูกระบุว่าเสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก Albert Wesker ซึ่งเฝ้าดูการต่อสู้และความสามารถของ Krauser เกิดสนใจในตัวเขาเข้าซึ่ง Wesker เชื่อว่าความสามารถของเขาจะสามารถใช้การได้ในอนาคต

ไม่ทราบวันที่
REDA – Game Sleeve

เกือบ 4 ปีมาแล้วที่ รัฐบาลสหรัฐ ใช้มาตรการลงโทษ Umbrella บริษัทเวชภัณฑ์ ระดับโลก ทำให้ผลประกอบการของบริษัทตกต่ำดิ่งลงเหว และ ร่วมกับ หน่วยงานต่อต้าน Umbrella และ อดีตสมาชิกของ S.T.A.R.S. ที่ใกล้เข้ามา เพราะบริษัทแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยกิจกรรมผิดกฏหมาย

RE-DEG
เจ้าหน้าที่หน่วย SRT ประจำเมือง Harvardsville เจ้าหน้าที่ Angela Miller ได้ติดต่อครั้งสุดท้ายกับพี่ชายเธอ Curtis ผู้ที่กำลังจิตตกเนื่องจากเขาสูญเสียลูกและภรรยาไปในโศกนาถกรรมที่ Raccoon City

REDA – Research Report #220329
นักวิทยาศาสตร์ของ Umbrella ประสบความสำเร็จในการผสม T และ G Virus เข้าด้วยกันโดยมีคุณสมบัติในการสร้างพลังไฟฟ้าขึ้นมา โดย สิ่งมีชีวิตสังหาร ตัวแรกที่ถูกสร้างโดยไวรัสตัวใหม่นี้คือ Tyrant 091 และได้ทำการพัฒนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hunter รุ่น Elite โดยรุ่นใหม่ทั้ง 2 นี้จะถูกในไปจัดแสดงในประเทศต่างๆ เมื่อปืที่ผ่านมา

ความลับสุดยอด: จำกัดสิทธิ
พวกเราประสบความสำเร็จในการผสมรวม T-Virus และ G-Virus โดยมันมีคุณสมบัติสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม หลังจากการเฝ้าดูรุ่นทดสอบ T-091 พวกเราก็ได้พัฒนารุ่นใหม่ที่ดีกว่าเดิม โดยรุ่นใหม่นั้นมีความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้ากำลังสูง มันใกล้เป้าหมายของเราทุกที โดย ม่านแม่เหล็กไฟฟ้าที่มันสร้างคืนสามารถลบจุดอ่อนทั้งหมดได้
และตอนนี้พวกเราได้ มนุษย์ ที่จะใช้เป็นร่างทดลอง ซึ่งมีความเหมาะสมกับงานทดลอง และ กำลังเฝ้าดู
- คัดลอกมาจาก Research Report #220329 ปี 2002

นี่คือความพิเศษของรุ่น Elite มันถูกปรับปรุงและนำเสนอ มันเร็วกว่า และ ทรงพลังกว่า Hunter รุ่นปรกติ โดยมันเป็นตัวอย่างที่เกิดจากการพัฒนาไวรัส ตัวใหม่ มันจะเข้าโจมตีเป้าหมายด้วยแขนอันทรงพลัง มันมีทั้งความเร็วและอำนาจสังหาร แต่มันก็มีจุดอ่อนสำคัญเพราะ หัวใจของมันโผล่ออกมาอยู่ด้านนอก อย่างไรก็ตามพวกเราจะหาทางแก้ไขในรุ่นต่อไปในอนาคต
- คัดลอกมาจาก Research Report #220329 ปี 2002

Wesker's Extra Reporter
RE4 – Intro

ระหว่างที่ความกดดันทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น Umbrella ก็ยังมีตลาดลับที่จะมารองรับอาวุธชีวภาพของพวกเขา และ ยังคงมีออร์เดอร์มาเรื่อยๆ พวกเขาขายเพื่อที่จะฟื้นฟูเงินทุนที่จะนำมาใช้ในการฟื้นฟูบริษัท

Umbrella กำลังพัฒนาสิ่งมีชีวิตสังหาร โดยใช้เรือขนส่ง และนั่นทำให้ รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจที่จะขัดขวางและกำจัด Umbrella อีกครั้ง
- นำมาจาก Wesker's Extra Report

RE4 – Game
จากรายงาน Jack Krauser เจ้าหน้าที่สหรัฐ ที่ทำงานคู่กับ Leon S. Kennedy ได้เสียชีวิตในอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก

RE5 – Sheva Alomar File
หลังจากที่เรียนภาษาอังกฤษ เธอได้ลงทะเบียนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นใจของ อเมริกัน

ช่วงสั้นๆ หลังจากมาถึงอเมริกา ด้วยความฉลาดของ Sheva ก็แสดงออกมา เธอสามารถจบการเรียนภาษาอังกฤษทั้งหมดได้ในระยะเวลาแค่ 6 เดือน หลังจากเธอมาอยู่อเมริกาได้ 2 เดือน เธอได้สมัครเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย
- นำมาจาก Sheva Alomar File เอกสารปี 2009

REDA – Architect's Memo
อดีตพนักงานของ Umbrella Morpheus D. Duvall ได้เริ่มแผนการที่เข้าจะเคลื่อนไหวต่อต้าน Umbrella โดยใช้เงินส่วนตัวของเขาเอง เขามีคนสนิทที่คนที่ออกแบบ โรงงานกำจัดของเสียบนเกาะ ที่ที่เขาเคยเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง และเป็นผู้ควบคุมการสร้างฐานยิงขีปณาวุธใต้ดิน โดยเขาเป็น 1 ในสมาชิกของทีมงานที่ทำการศึกษา สิ่งมีชีวิตสังหาร ที่ถูกปล่อยเป็นอิสระอยู่ภายในโรงงาน นี่เป็นสิ่งที่ผู้ออกแบบอาคารเกี่ยวข้องโดยที่ Umbrella ไม่รู้เลย

พวกเราสร้างฐานยิงขีปณาวุธเสร็จสิ้น ฉันคิดว่าศูนย์บัญชาการคยังไม่รู้ว่า ปฏิบัติการภายในโรงงานนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของ Morpheus
เพราะฉันเป็นคนเดียวที่เป็นสถาปณิค ที่ฉันกังวลคือวิธีการใช้โรงงาน Morpheus กำลังจะสร้างโศกนาถกรรมที่ร้ายแรงกว่าของ Raccoon City
- นำมาจาก Architect's Memo ไม่ระบุวันที่

วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน
นักวิจัยประจำสถานีที่ เกาะโรงงานกำจัดของเสีย ได้ทำการสำรวจ สิ่งมีชีวิตสังหารภายในโรงงาน ที่ล้มเหลว และ ถูกทิ่งร้าง วันนี้ ในการทำงานของเขาภายในท่อระบายน้ำใต้ดิน พวกเขาได้พบกกับ สิ่งมีชีวิตสังหารปริศนาในน้ำ

ตัวประหลาดในน้ำ มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบรเวณที่สูบน้ำ ของเหลวภายในตัวพวกมันเป็นกรด พวกมันเป็นอัตรายอย่างยิ่งหากสัมผัส ฉันตั้งชื่อมันว่า Torpedo Kids เพราะพวกมันว่ายน้ำพุ่งมาราวกับ ตอปิโด
- นำมาจาก Biological Report 1 ลงวันที่ 7 เมษายน 2002

วันอังคารที่ 9 เมษายน
REDA - Biological Report 1

นักวิจยได้พบว่า ตัวประหลาดนี่ มีต้นกำเนิด หากเขาสามารถไปยังพื้นที่ต้นกำเนิด และ กำจัดตัวที่สร้างพวกมันออกมาได้ จำนวนของมันก็จะลดลงและจัดการได้ง่ายขึ้น

ตอนนี้ฉันรู้ว่ามีตัวแม่ที่คอยสร้าง Torpedo Kids ถ้าฉันหาแม่ของพวกมันเจอและฆ่าซะ ฉันน่าจะสามารถกำจัดพวกมันทั้งหมดในพื้นที่นี้ได้
- นำมาจาก Biological Report 1 ลงวันที่ 9 เมษายน 2002

วันอังคารที่ 16 เมษายน
REDA - Biological Report 1

นักวิจัยได้บันทึกว่าเหตุใด Torpedo Kids ได้รุกล้ำเข้ามายังพื้นที่ที่เขาทำงานความพยายามของเขาล้มเหลว ที่จะฆ่า ตัวแม่ และ บาดเจ็บระหว่างการทำงาน

ฉันตัดสินใจที่จะพยายามกำจัด Torpedo Kids และเข้าไประบบสูบน้ำเพื่อภารกิจทำลายตัวแม่ แต่ว่า Torpedo Kids กลับโผล่ออกมาและพยายามปกป้องอย่างเต็มที่จนทำให้ฉันบาดเจ็บ ตอนนี้พวกมันได้เริ่มรุกล้ำพื้นที่ของฉันแล้ว ฉันต้องหาทางที่จะกำจัดมันให้ได้
- นำมาจาก Biological Report 1 ลงวันที่ 16 เมษายน 2002

วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม
REDA - Biological Report 2

นักวิจัยย้ายที่ทำงานเนื่องจากถูกคุกคาม เขากำลังรวบรวมข้อมูลต่างๆ อยู่ในพิ้นที่มืดๆ

วันนี้ฉันย้ายที่เพื่อเฝ้าดูพื้นที่ใต้ดิน พื้นที่นี้มีพลังงานไฟฟ้าน้อยทำให้ส่วนใหญ่ของพื้นที่นี้มืด ฉันคิดว่าพวกสัตว์ประหลาดเองคงจะชอบที่มืด แต่คงจะต้องอาศัยอยู่บริเวณนี้
- นำมาจาก Biological Report 2 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2002

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม
REDA - Biological Report 2

นักวิจัยและเพื่อนร่วมงานของเขาได้พบกับ สัตว์ประหลาดตัวใหม่ ที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด เขาตั้งชื่อมันว่า Glimmer

พวกเราเห็นวัตถุที่มีแสงสว่างสีแดง พวกมันดูเหมือนกับสัตว์ประหลาด แต่ยังไม่ยืนยันข้อมูล พวกมันเคลื่อนที่ได้เร็วมาก มันหนีไปแทบจะทันทีที่พวกเราพบมัน ฉันตั้งชื่อมันว่า Glimmer มาจากดวงตาของพวกมัน
- นำมาจาก Biological Report 2 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2002

REDA – Freight Crewman's Diary
ลูกเรือของเรือสำราญหรู Spencer Rain กำลังเตรียมออกเดินเรือในวันพรุ่งนี้

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม
REDA – Biological Report 2
REDA – Ship's Log

นักวิจัยต้องการที่จะจับ Glimmer มาเพื่อการศึกษา แต่เกิดผิดแผนและทำให้คนงาน 2 คนถูกฆ่า

ภายใต้คำสั่งเก็บตัวอย่าง ฉันให้คนงานบางส่วนออกไปจับ Glimmer แต่ว่าแผนมันไม่สำเร็จเป้าหมายเข้าโจมตีคนงาน ทำให้คนงานเสียชีวิตไป 2 คน
- นำมาจาก Biological Report 2 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2002

เรือสำราญหรู Spencer Rain ของ Umbrella มีกำหนดเดินเรือข้ามหมาสมุทรแอทแลนติค โดยมีผู้โดยสาร VIP โดยสารมาเพื่อนำเสนอผลงานให้กับบริษัทอื่นๆ ทั่วโลก พวกเขาจะได้ชมการแสดงผลงาน อาวุธชีวภาพล่าสุดของ Umbrella เพื่อการลงทุน

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม
REDA - Biological Report 2

หลังจากพาคนงานมามากขึ้น ทำให้ นักวิจัยจัดการฆ่า Glimmer ตัวนึงและนำศพมันกลับมาศึกษา โดยร่วมมือกับคนงานคนนึง Glimmer ปรากฏตัวและเข้าโจมตีทันที

ฉันเพิ่มจำนวนคนงานภายใต้คำสั่งพยายามและ จับ Glimmer ตอนนี้พวกเขาทำสำเร็จพวกเขายิงมันได้ตัวนึง แม้มันจะตาย แต่ ฉันก็ได้รับตัวอย่างที่มีประโยชน์
- สำเนามาจาก Biological Report 2 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2002

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน
REDA - Biological Report 2

หลังจากที่ใช้เวลาศึกษากว่า 1 สัปดาห์ นักวิจัยได้พบว่า Glimmer เป็นสายพันธุ์รองของ Hunter เขาตัดสินใจศึกษาต่อไป

ฉันได้ทำการทดสอบตัวอย่างที่เก็บได้ แต่ก็คิดไม่ออกว่า Glimmer นั้นเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการได้อย่างไร ดูเหมือนมันจะเป็นสายพันธุ์รองของ Hunter ถึงอย่างนั้นยังต้องการเวลาวิจัยอีกนิดนึง
- นำมาจาก Biological Report 2 ลงวันที่ 1 มิถุนายน

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม
REDA – Freight Crewman's Diary

ลูกเรือกำลังฉลองครบรอบ 100 วันที่พวกเขาได้มาอยู่บนเรือ Spencer Rain อย่างไรก็ตามพวกเขาก็รู้สึกเบื่อที่ไม่มีอะไรทำ ทั้งๆ ทีทำงานบนเรือสำราญแต่พวกเขากลับรู้สึกเหมือนกับทำงานในเรือสินค้า

ใช่แล้ว! วันนี้ เป็นวันครบรอบ 100 วันที่ฉันมาอยู่บนเรือนี้ แต่ที่ฉันจะเขียนคือที่นี่มันน่าเบื่อมาก ภายนอกมันคือเรือสำราญสุดหรู แต่ฉันว่ามันก็ไม่ต่างจากการทำงานในเรือสินค้าเท่าไหร่
- นำมาจาก Freight Crewman's Diary ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2002

วันพุธที่ 4 กันยายน
REDA - Freight Crewman's Diary

วันนี้ตู้สินค้าตู้ใหญ่ได้ถูกนำไปไว้ในห้องจัดแสดง ลูกเรือบันทึกว่าทำไม ผู้คนมากมายถึงได้มาที่ห้องนี้บ่อยๆ และ เขายังประหลาดใจว่าอะไรกันที่อยู่ในกล่อง

ในที่สุดก็มีอะไรให้เขียน วันนี้ตู้สินค้าตู้ใหญ่ได้ถูกขนมาไว้ที่ห้องจัดแสดง ที่อยู่เหนื่อห้องทำน้ำร้อน บ่อยครั้งที่หลายๆ คนเข้าออกห้องนี้ ฉันแปลกใจว่าทำไมมันถึงถูกย้ายมาไว้ที่ห้องนี้ แม้ฉันจะอยากรู้แต่ว่าลูกเรือ ไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าไปในห้องนั้นได้
- สำเนามาจาก Freight Crewman's Diary ลงวันที่ 4 กันยายน 2002

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน
REDA - Freight Crewman's Diary

ลูกเรือได้พบว่าผ้าคลุมที่คลุมตู้สินค้านั้น ฉีกขาด และเขามองเห็น สัญลักษณ์ของอาวุธชีวภาพ มันทำให้เข้าครุ่นคิด ถ้าเกิดมีประตูลับที่จะใช้เข้าไปในห้องจัดแสดง เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน

ฉันเห็น สัญลักษณ์สีแดงที่โผล่ออกมาหลังจากที่ผ้าคลุมตู้สินค้าฉีกขาดวันนี้ ฉันคิดว่ามันคือสัญลักษณ์ ชีวภาพ หรือ อาวุธเคมี
ซึ่งเหล่าผู้โดยสารยังคงเข้าๆ ออกๆ จากห้องนั้น บางทีอาจจะมีประตูลับไปยังห้องนั้น เพียงแต่ฉันไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน
- นำมาจาก Freight Crewman's Diary ลงวันที่ 6 กันยายน 2002

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน
REDA - Freight Crewman's Diary

ลูกเรือถูกหัวหน้างานตำหนิวันนี้ เพราะไม่ใส่ใจในการทำงาน ทำให้เขารู้ว่าเขาต้องระวังให้มากหากเขายังอยากจะทำงานนี้

หัวหน้าด่าฉันวันนี้บอกว่าฉันไม่ตั้งใจทำงาน นี่มันบ้าแล้ว ฉันคงต้องพยายามระวังให้มาก ถ้าฉันคิดจะทำงานนี้ต่อ
- สำเนามาจาก Freight Crewman's Diary ลงวันที่ 7 กันยายน 2002

วันเสาร์ที่ 14 กันยายน
REDA – Waiter's Letter

บริกรบนเรือ Spencer Rain ชื่อ Joseph Carter เขียนจดหมายถึงพี่ชายเกี่ยวกับชีวิตบนเรือ เขาบอกว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ที่เขารู้จักนั้น เขาเห็นผ่าน TV เพื่อนร่วมงานบอกกับเขาว่า ผู้โดยสารนั้นมาจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อทำธุรกิจกับ Umbrella เจ้าของเรือนี้

ถึงพี่
เป็นยังไงบ้าง
ชีวิตฉันนั้นเหมือนกำลังจะดีขึ้น เพราะฉันทำงานที่เรือสำราญ เยี่ยมไปเลย ฉันทำงานเป็นบริกรบนเรือ
ผู้โดยสารส่วนใหญ่ที่ฉันนั้น ฉันเห็นผ่าน TV เท่านั้น
เพื่อนร่วมงานบอกฉันว่า เขามาจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อมาเจรจา
ธุรกิจกับบริษัทเวชภัณฑ์ ระดับโลก เจ้าของเรือลำนี้
แต่ยังไงก็ตาม ฉันก็ยังสบายดี ดูแลแม่เผื่อฉันด้วย
รักเสมอ
Joseph Carter
- สำเนามาจาก Waiter's Letter ลงวันที่ 14 กันยายน 2002

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน
REDA – Admin Report

ผู้บริหาร ของโรงงานสั่งให้ทำการปรับปรุงโรงงานซึ่งจะเริ่มพรุ่งนี้ โดยเริ่มจากวาวสูบน้ำ ซึงมันเป็นสนิท และคงต้องเปลี่ยนใหม่

พวกเราเริ่มต้นการปรับปรุงโรงงานวันนี้ วาวสำหรับเปิดปิดเครื่องสูบน้ำในชั่น 1 มันเป็นสนิทซึ่งต้องเปลี่ยนใหม่
ถ้าจำไม่ผิดพวกเราจะมีเหลือเก็บไว้ที่ห้องเก็บของในกล่องที่ชั้น 1
- นำมาจาก Admin Report ลงวันที่ 16 กันยายน 2002

วันพุธที่ 18 กันยายน
REDA – Emergency Fax From Paris Brach

Morpheus D. Duvall อดีตหัวหน้าแผนกวิจัยและพัฒนา ที่ โรงงานแห่งความตายใน Raccoon City ได้บุกเข้าไปในห้องทดลองของ Umbrella ใน Paris ก่อนที่จะขโมย ตัวอย่าง T-Virus มา 3 หลอด
ทำให้ผู้บริหารได้ออกคำสั่งเตือน Umbrella ทุกสาขาและแผนก ว่าหากพบหรือมีข้อมูลใดๆ ที่าำคัญให้ติดต่อศูนย์บัญชาการทันที

วันที่: 18 ก.ย. 2002
ถึง: แผนกการตลาด
เรียน: Roberto

วันนี้ตัวอย่าง T-Virus 3 หน่วยถูกขโมยไปจากห้องทดลองที่ Paris พวกเรา
สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของ Morpheus D. Duvall ที่เคยอยู่หน่วยวิจัยและพัฒนาของศูนย์บัญชาการ
พฤติกรรมของเขาเข้าค่ายการต่อต้านบริษัท พวกเราจึงส่งคำเตื่อนไปยังทุกแผนก ทุกคนที่มีข้อมูลเบาะแส
ที่เป็นประโยชน์กรุณาติดต่อศูนย์บัญชาการโดยทันที่

ด้วยคววามนับถือ
Umbrella Corporation, Paris
- สำเนามาจาก Emergency Fax From Paris Brach ลงวันที่ 18 กันยายน 2002

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน
REDA – Regular Report No. 1162

มีรายงานลับส่งไปยัง Umbrella เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเขาเอง ตอนนี้เขามีตัวอย่าง T-Virus อยู่ในมือ Morpheus มีแผนที่จะขึ้นเรือ Spencer Rain และขายไวรัสที่ได้มา เขาพยายามกดดันให้ออกคำสั่งต่อต้านเขาก่อน แต่ดูเหมือนจะสายไปแล้ว เพราะเขาได้ติดต่อเจรจากับบางประเทศไปแล้ว

ถึง: ศูนย์บัญชาการ แผนกสืบสวน
เรียน: O'Neal
นี่คือรายงานสุดท้ายเกี่ยวกับ Morpheus หลังจากที่เขาปรากฏตัวและเริ่มปฏิบัติการบ้างอย่าง นี่เป็นคำเตือนจากผม โปรดอย่างติดต่อผมโดยตรง ผมจำเป็นจะต้องทำงานประจำของผม
หลังจากที่ลักลอบเข้าไปขโมยใน Paris เขาก็ได้ปรากฏตัวบนเรือ เพื่อประมูลสินค้า
เขาหลงไหลในความสวยงาม และดูเหมือนจะผ่านการศัลยกรรมพลาสติกที่ทำให้เขาดูอ่อนวัย บ่อยครั้งที่เขามักจะพูดบางอย่างเช่น ฉันจะกำจัดสิ่งอัปลักษณ์ในโลกนี้ให้หมด และ สร้างอาณาจักรที่เต็มไปด้วยความสวยงาม
พวกเราต้องทำการต่อต้านเขาก่อนที่จะสายไป เพราะตอนนี้เขาได้ทำการเจรจากับบางประเทศไปแล้ว รวมไปถึงสหรัฐ
- สำเนามาจาก Regular Report No. 1162 ลงวันที่ 19 กันยายน 2002

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน
REDA – Ship's Log

เรือ Spencer Rain ออกเดินทางมาแล้วกว่า 4 เดือนตอนนี้ กัปตันเรือนั้นมีประสบการณ์สูง และยังได้รับความไว้วางใจโดยตัวแทนของ Umbrella ผู้ที่เป็นเจ้าของเรือ

มันก็ 4 เดือนแล้วตั้งแต่ที่ Spencer Rain ออกจากท่า ฉันภูมิใจที่ได้ควบคุมเรือนี้เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัย ตัวแทนจาก Umbrella เจ้าของเรือยังออกปากชม
- สำเนามาจาก Ship's Log ลงวันที่ 20 กันยายน 2002

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน
REDA – Ship's Log

กัปตันรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปรกติ ลูกเรือได้รายงานว่าไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เขาเกี่ยวกับปัญหาที่ B.O.W. นั้นหลุดออกมา ทำให้เขาต้องนำปืน แม็กนั่มรีโวลโว่ติดตัวตลอดเวลา

มีบางอย่างแปลกๆ แม้ลูกเรือจะส่งรายงานว่าไม่มีอะไรพิเศษ แต่ฉันกลับกังวลว่า 1 ในนั้นเหมือนจะหลุดออกมา เพื่อความสบายใจฉันคงต้องพกปืนของฉันติดตัวไว้
- นำมาจาก Ship's Log ลงวันที่ 21 กันยายน 2002

REDA – Game
Morpheus Duvall และกลุ่มก่อการร้ยได้ทำการปล้นยึดเรือ Spencer Rain โดยเขาทำการปิดเรือก่อนจะกระจาย T-Virus ทำให้ผู้โดยสายทุกคุนและลูกเรือติดเชื้อ

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน
REDA – Ship's Log

กัปตันรายงานว่า ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดเสัยชีวิต

ฉันไม่ได้ส่งสัญญาณนี้เพื่อขอความช่วยเหลือ และเพื่ออะไร ผู้โดยสาร และ ลูกเรือทั้งหมดตายแล้ว
ทั้งหมดที่ฉันทำได้คือการยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเรือของฉันและชะตากรรมของฉัน
- นำมาจาก Ship's Log ลงวันที่ 22 กันยายน 2002

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน
REDA – Intelligence Operation Manual

US-STRATCOM กองกำลังผสมต่อต้าน Umbrella ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ Bruce McGivern ทำการแทรกซึมเข้าไปในเรือ Spencer Rain และตรวจสอบตัวตนของ Morpheus Duvall

อรุณสวัสดิ์ Bruce
นี่คือเป้าหมายของคุณ อดีตเจ้าหน้าที่ของ Umbrella ชื่อ Morpheus ชายคนนี้ได้ขโมย T-Virus และปล้นเรือสำราญของ Umbrella ภารกิจของคุณคือแทรกซึมเข้าไปในเรือ และ รายงานสถานะไปที่ฐานกองกำลังยุทธศาสตร์ทันที พวกเราเตรียมอุปกรณ์สำหรับคุณเอาไว้แล้ว โชคดี
- นำมาจาก Intelligence Operation Manual ลงวันที่ 23 กันยายน 2002
แก้ไขล่าสุดโดย grando เมื่อ 06 ส.ค. 2013, 21:31, แก้ไขแล้ว 6 ครั้ง.
I will return soon...
<<

Webmaster

ภาพประจำตัวสมาชิก

Administrator
Administrator

โพสต์: 904

ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ค. 2007, 07:17

ที่อยู่: ป่าช้าวัดแรคคูน

โพสต์ 18 ต.ค. 2009, 00:43

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [11/10/09]

ผมลงเมนูด้านซ้ายไว้แล้วนะครับไม่รู้เห็นหรือยัง

สู้ๆครับ^^


  โค้ด:
http://www.thaibiohazard.com/web/index.php
รูปภาพ
WWW.THAIBIOHAZARD.COM
WWW.FACEBOOK.COM/THBIOHAZARD
เว็บฝากรูปของเว็บเรานะครับทุกๆท่าน เหมาะสำหรับทำข้อมูลเกมส์และข้อมูลสำคัญต่างๆ THAIBIOHAZARD Image Hosting
<<

grando

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 511

ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.พ. 2008, 17:55

โพสต์ 18 ต.ค. 2009, 02:35

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [11/10/09]

Spencer Rain Incident: วันที่ 23 กันยายน ถึง วันที่ 24 กันยายน 2002
คืนวันที่ 23 กันยายน
REDA – Intro

Bruce กำลังใช้ความมืดให้เป็นประโยชน์ในการแทรกซึมเข้าไปใน Spencer Rain แต่เขากลับถูก Morpheus ที่ปรากฏตัวขึ้นมากระทันหันจับตัวได้ ในขณะที่ Morpheus กำลังจะลั่นไกขึ้น หญิงสาวคนนึงยืนอยู่บนหลังคาได้โยนระเบิดมือมาทางพวกเขา ทั้งคู่รีบกระโดดหนีแรงระเบิดจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง แต่ก็ไม่โชคดีนั้น
Bruce ชักปืนของเขาออกมา แต่ทั้งหญิงสาวปริศนา และ Morpheus ได้หายตัวไปแล้ว เขากระชับปืนและเดินเข้าไปในเรือ

REDA – Bruce Game
เขาเดินสำรวจเรือ ผ่านศพของเหล่าผู้โดยสาร ตอนนั้นเองที่เขาได้รับวิทยุจากศูนย์บัญชาการแจ้งข่าวว่า Morpheus นั้นของการเงิน 50 ล้านเหรียญ ก่อนเที่ยงคืนพรุ่งนี้ไม่งั้นเขาจะยิงขีปญาวุธที่ปนเปื้อน T-Virus ไปยังเมืองหลักๆ ของ อเมริกา และ จีน แต่แล้วข้อความก็ถูกตัดไปเนื่องจากเขาถูกจู่โจมใส่วิทยุ ด้วยฝีมือของ หญิงสาวที่เหมือนจะช่วยชีวิตเขาเมื้อกี้ เขายกสือทั้ง 2 ขึ้น ก่อนที่เธอจะแนะนำตัวเองว่าเธอชื่อ Fong Ling ทำให้ Bruce รู้ว่าเธอเป็นเจ้าหน้าที่ถูกส่งมาโดยกองกำลังป้องกันชาติของจีน เธอจากไปก่อนที่เขาจะทันได้ถามข้อมูล
เขาสำรวจเรือต่อไป และเข้าไปยังพื้นที่ของแขก VIP และ พื้นที่ของลูกเรือ ซึ่งก็ยังไม่มีวี่แววของ Morpheus แถมยังติดต่อศูนย์บัญชาการไม่ได้
เขาพบแอ่งน้ำบนดาดฟ้า และ ต้องการวาวล์มาเพื่อเปิดช่องเพื่อลงไปข้างล่าง เขาพบวาวล์ที่ห้องเก็บข้องและนำมันมา ระหว่างทางเขาถูก สิ่งมีชีวิตสังหารจู่โจม และ วาวล์ก็ถูก Fong Ling ฉกไป และ บอกว่าให้เขากลับบ้านไปก่อนที่จะจากไปอย่างรวดเร็ว

REDA – Fong Ling Game
เธอย้อนกลับไปทางเก่า จัดการซอมบี้ด้วยปืนกลเบา ก่อนที่จะเปิดใช้เครื่องสูบน้ำด้วย วาวล์ที่ได้มาจาก Bruce ก่อนที่ Bruce จะไล่ตามเธอมาถึง
ระหว่างนั้น Morphues ที่บางเจ็บสาหัสกำลังดูพวกเขาผ่านกล้องวงจรปิด เขากดสวิชใกล้ๆ ประตูเหล็กได้เปิดออก และเหล่า Hunter ต้นแบบก็กระโดดขึ้นมาดาดฟ้าเรือ ในระหว่างที่ Fong Ling ใช้วาวล์เปิดประตู Bruce ก็ต้องคอยคุ้มกันเธอจากเหล่า Hunter ซึ่ง Morpheus ยังคงเฝ้าดูด้วยอารมณ์โกรธเมื่อเห็นทั้ง 2 สามารถเข้าไปยังส่วนล่างของเรือได้ เมื่อ Morpheus รู้ตัวว่ากำลังจะตายเขาได้หยิบหลอดฉีดยาขึ้นมา ภายในบรรจุ t+G-Virus ก่อนที่จะฉีดมันให้กับตัวเอง ทันใดนั้นตัวเขาก็เริ่มกระตุกและเกิดกระแสไฟฟ้าจำนวนมาก

REDA – Bruce Game
หลังจากที่ผ่านพื้นที่ลูกเรือ Bruce ได้พบกับห้องจัดแสดงที่มีถังบรรจุสิ่งมีชีวิตสังหารอยู่ 4 ถัง และ แท่นประกาศ เขาได้พบกับเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งล่าสุดที่ Umbrella สร้างขึ้นนั่นคือ Hunter รุ่ง Elite และ Tyrant รุ่นใหม่

รูปภาพ

REDA – Research Report No.220329
Hunter Elite นั้นเร็วกว่าและทรงพลังกว่ารุ่นดั้งเดิม พวกเราได้ผสม T และ G-Virus เข้าด้วยกันจนทำให้เกิดไวรัสตัวใหม่ที่มีความสามารถในการสร้างกระแสไฟฟ้าได้ และ นี่คือ Tyrant ตัวใหม่ที่เกิดจากไวรัสชนิดใหม่นี้ มันมีความสามารถในการสร้างแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อป้องกันกระสุนได้

REDA – Bruce Game
ทันใดนั้น Bruce ได้ยินเสียงฝีเท้าก่อนที่เขาจะหลบที่หลังประตู เพื่อดูว่าใครกำลังมา Bruce ต้องตกใจเมื่อตัวประหลาดตรงหน้าเขาดูคล้ายกับ Morpheus มันจับเขาที่ต้นคอ Bruce ตอบโต้ด้วยการยิงเข้าที่แสกหน้า แต่กระสุนกลับชงักกลางอากาศและหล่นลงที่พื้น แต่มันก็ทำให้เขาสามารถที่จะหนีออกมาได้ เขารู้ทันทีว่า Morpheus นั้นฉีดไวรัสให้กับตัวเอง
ระหว่างที่ถูก Tyrant Morpheus ตามล่าเขาก็ได้พบ Fong Ling อีกครั้งพวกเขาจีงหลบอยู่ในห้องเครื่อง

REDA – Fong Ling Game
ระหว่างที่ Bruce พยายามกั้นประตูเพื่อไม่ให้ Morpheus เข้ามา Fong Ling ได้ปีนลงไปในช่องลมและปลดล็อคประตู ก่อนกลับมาหา Bruce พวกเขายังบอกให้ Morpheus ยอมแพ้และมอบตัวซะ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปอีกครั้ง

REDA – Bruce Game
Bruce พบหลักฐานบางอย่างที่ทำให้รู้ว่าทำไม Morpheus ถึงเคียดแค้นนัก ดูเหมือนเขาจะเป็นแพะรับบาปในเหตุการณ์ระบาดใน คฤหาสน์ Spencer ในปี 1998 และโดนไล่ออก
หลังจากที่พบว่าไม่มีผู้รอดชีวิตด้านล่าง Bruce หาทางจนสามารถเข้าไปในห้องกัปตันได้ และ พบกับซอมบี้กัปตัน เขาจัดการใช้ปืนแม็กนั่นของตัวกัปตันนั่นแหละจัดการกับตัวมันเอง ที่สะพานเดินเรือเขาพบกับ Fong Ling อีกครั้ง ตอนนั้นเองสัญญาณเตือนก็ดังขึ้น ดูเหมือนว่าเรือนี่กำลังจะชนประสานงานกับเกาะ และ แผงควบคุมก็ใช้การไม่ได้ พวกเขามีเวลาเพียง 5 นาทีในการหนีออกจากเรือนี่
เมื่อออกมาที่ดาดฟ้าเรือ พวกเขาถูก Tyrant 091 ตามมา มันเข้าจู่โจม Fong Ling ซึ่ง Bruce เข้าช่วยเธอไว้ได้ทัน และ บอกให้เธอตาม Morphues ไปก่อนเขาจะจัดการ Tyrant นี่เอง
หลังจากล้มมันได้ Bruce ไม่มีทางเลือกมากนักเขาจึงกระโดดลงจากเรือได้ทันก่อนที่เรือจะพุ่งเข้าชนหน้าผาของเกาะ
Bruce ว่ายน้ำขึ่นฝั่งหลังจากที่ได้พักสักครู่เขาก็เริ่มเดินสำรวจเกาะ ดูเหมือนเกาะนี้จะเป็นที่ตั้งของโรงงานกำจัดของเสียของ Umbrella แต่เหมือนมันจะถูกทิ้งให้ร้างไป ระบบไฟฟ้าใต้ดินเสียหาย Morpheus มาที่นี่แน่นอน เขาเข้าไปด้านใน และ พบกับระบบระบายน้ำขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วย สัตว์ทดลองที่ล้มเหลวที่ถูกเรียกว่า Torpedo Kids หลังจากที่หาทางไปยังห้องสื่อสารได้สำรเจเขาก็ทำการติดต่อไปยังศูนย์บัญชาการ ผู้บังคับบัญชาเขาบอกว่าตอนนี้จีนนั้นต้องการที่จะต่อรอง แต่ สหรัฐจะไม่มีการต่อรองกับพวกก่อการร้ายชะตากรรมของประเทศอยู่บนบ่าของ Bruce แล้ว

REDA – Fong Ling Game
ระหว่างนั้น Fong Ling ได้เข้ามายังโรงงานหลังจากที่หนีสัตว์ประหลาดตัวใหญ่เข้ามาในที่แคบๆ ดูเหมือนมันจะมองไม่เห็นเธอ เธอจึงรีบหาทางกลับขึ้นไปด้านบนและไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์
ทันใดนั้น แสงสีแดงได้เกิดขึ้นด้านนอกลงมาจากด้านบนตรงหัวเธอพอดี ตอนนั้นเองที่ Bruce พุ่งเขามารวบตัวเธอหลบไปได้ มันคืออาวุธเลเซอร์จากดาวเทียมของจีน ที่ยิงออกมาจากสถานีอวกาศ พลังทำลายของมันทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ลึกลงไปในดิน Bruce พาเธอไปยังอาคารก่อนที่การยิงระลอก 2 จะเกิดขึ้น เขาใช้มีดผ่าเอา ไมโครชิป ออกจากตแขนของ Fong Ling ก่อนที่จะขยี้มันโดยการเหยียบ ทำให้ระบบชี้เป้าหมายของดาวเทียมหยุดการทำงานลง ดูเหมือนพวกเขาพยายามที่จะฆ่าเจ้าหน้าที่ที่ดีที่สุดคนนึงไปกับแผนการนี้ เธอจึงตั้งใจที่จะทำภารกิจให้สำเร็จก่อนค่อยขอบคุณเขา และ Bruce ก็แยกไปลำพัง

REDA – Bruce Game
เขาเข้าไปในห้องทดลองก่อนที่จะใช้ลิฟท์ลงไปชั่นใต้ดิน และเขาก็ถูกจู่โจมจาก สัตว์ประหลาดที่ Fong Ling เคยเจอก่อนหน้านี้ มันเป็นผลงานการทดลองที่ล้มเหลวในปี 1996 Bruce ใส่ท่อเก็บเสียงที่ปืนของเขาก่อนที่จะจัดการมันได้โดยไม่มีเสียง
เขาใช้ลิฟท์อีกครั้ง และ พบกับ Fong Ling แต่แล้ว Morpheus ได้โผล่มาบนเพดานของลิฟท์ก่อนที่จะตัดสายเคเบิ้ลทำให้ลิฟท์พุ่งลงไปข้างล่างอย่างรวดเร็ว Bruce กระแทกเบรคฉุกเฉินหยุดลิฟท์ได้ทัน เขาจึงช่วยให้ Fong Ling ออกไปจากลิฟท์เพราะดูเหมือน เบรคจะช่วยไม่ได้นานนัก เมื่อช่วยเธอออกไปสำเร็จลิฟท์ก็ดิ่งลงไปข้างล่างอีกครั้งพร้อมกับ Bruce ที่ยังติดอยู่ข้างใน

REDA – Fong Ling Game
เธอได้ทำการสำรวจห้องทดลอง และ กู้ระบบไฟฟ้าหลังจนกลับมาใช้ได้อีกครั้ง ก่อนจะใช้ลิฟท์ลงไปยังห้องควบคุม ทันใดนั้นเสียงผู้หญิงของระบบคอมพิวเตอร์ได้ประกาศขึ้นว่า ขีปณาวุธได้ถูกปล่อยไปแล้ว ก่อนที่ Morpheus จะออกมาจู่โจมเธอทันที

REDA – Bruce Game
Bruce ขึ้นมาชั้นล่างของลิฟท์ที่ตกลงมา สำรวจไปรอบๆ เขาพบกับปืนชาร์จพลังอณุภาค ซึ่งเป็นอาวุธเพียงชิ้นเดียวที่สามารถต่อกรกับ t+G Virus ได้โดยมันมีผลทะลุผ่านสนามแม่เหล็กไฟฟ้าได้
Motpheus ปรากฏตัวขึ้นในจอมอนิเตอร์ พร้อมกับร่างไร้สติของ Fong Ling ก่อนที่จะเยาะเย้ย Bruce
Bruce หาทางเข้าไปในฐานยิงขีปณาวุธได้สำเร็จ และ เผชิญหน้ากับ Morpheus ผู้ไม่รู้ว่า Bruce นำ ปืนชาร์จพลังงานอณุภาคมาด้วย เขาจัดการ Morpheus ได้สำเร็จ เขารีบพา Fong Ling ออกมา เขาเหลือเวลาเพียง 5 นาทีก่อนที่ขีปณาวุธจะถูกยิง Bruce มุ่งหน้าไปในขณะที่ Fong Ling นำทางเขาผ่านแผนที่อิเล็กทรอนิกซ์ บนจอภาพ
ขณะนั้นเองที่ T-Virus ในตัว Morpheus เกิดการเสื่อมสภาพทำให้ G-Virus ปลดปล่อยการกลายพันธุ์ออกมาอย่างเต็มพิกัด มันตาม Bruce ไปในขณะที่ Fong Ling ต้องพยายามเปิดประตูเพื่อให้เขาไปต่อ มันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ Morpheus นั้นมีจุดอ่อนสำคัญคือสนามแม่เหล็กภายในตัวของมัน และ หัวของมันที่โผล่ออกมา
กระสุนนัดสำคัญของ Bruce ยิงเข้าที่แสกหน้าอย่างสมบูรณ์ เมื่อ G-Virus จะเกิดการกลายพันธุ์อีกครั้ง กระแสไฟฟ้าในร่างกายของมันได้ปฏิกิริยา จนทำให้ร่างกายของมันถูกเผาใหญ่และเกิดการระเบิดขึ้นส่งผลให้ขีปณาวุธ ถูกทำลายก่อนที่จะถูกยิงออกไป

REDA – Epilogue
เฮลิคอปเตอร์ 3 ลำได้บินผ่านเหนือแรงระเบิดดังกล่าง ในน้ำ วัตถุบางอย่างสีเหลือกำลังพุ่งขึ้นมาเหนือน้ำ Bruce และ Fong Ling ยังคงมีชีวิตอยู่ ทีมกู้ภัยเข้าทำการช่วยเหลือ พวกเขาใช้เวลาร่วมกันครู่นึงก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะลงมาถึง
แก้ไขล่าสุดโดย grando เมื่อ 21 ก.ย. 2011, 10:54, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.
I will return soon...
<<

probol

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 54

ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2009, 13:31

ที่อยู่: แล้วจาทามมายอ่า ~

โพสต์ 03 พ.ย. 2009, 16:09

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [11/10/09]

สุดยอดเลยคับ !!

:e7 :e7 :e7 :e7
ก็คนมันเท่ ~
<<

smsnsd

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 707

ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 20:46

โพสต์ 03 พ.ย. 2009, 17:58

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [11/10/09]

อื้มๆ ทำให้หายงงเยอะเลย :e7
<<

grando

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 511

ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.พ. 2008, 17:55

โพสต์ 02 ธ.ค. 2009, 16:44

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [11/10/09]

2003
เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
REUC – Umbrella's End 1
Wesker's Extra Report

เมื่อเผชิญหน้ากับสภาวะทางการเงินที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง Umbrella จึงวางแผนที่จะขายอาวุธชีวภาพให้กับประเทศขนาดเล็กเพื่อแลกกับเงินทุก แต่เมื่อสูญเสีย Spencer Rain ไปอีกเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ ฐานทัพของ Sergei Vladimir ในรัสเซียจึงกลายเป็นโรงงานหลังที่ใช้ในการสร้าง B.O.W. มาทดลองตลาด และดูเหมือนคงจะเป็นอิทธิพลที่ยังหลงเหลือของ Spencer จึงยังทำให้หัวของ Umbrella ยังไม่หลุดจากบ่า

5 ปีมาแล้วหลังจากที่ Raccoon City ถูกทำลาย Umbrella ยังอยู่ต่อไปภายใต้คำด่าทอมากมาย แต่มันเป็นแค่การซื้อเวลา รัฐบาลสหรัฐนั้นเอาความผิดพลาดของบริษัทออกมาเปิดเผยสู่ภายนอก และผลสำรวจที่เผยออกมาเกี่ยวกับความรับผิดชอบในกรณีการแพร่ระบาดในอดีต ทำให้พวกเขาถังแตก และ ยกเลิกหลายๆ โครงการไป มันไม่ต่างจากโทษตาย แต่ว่า เขา ยังเป็นตัวสำคัญที่มีส่วนเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลซึ่งถือเป็นโชคดีอย่างเดียวที่เหลือของ Umbrella
- สำเนามาจาก Wesker's Extra Report เดือนมกรา-กุมภา 2003

REUC – Memo On The Founding Of Umbrella
เมื่อแรงกดดันภายใน Umbrella เพิ่มสูงขึ้น Ozell Spencer ได้เขียนจดหมายเวียนไปยัง ผู้ร่วมหุ้น พนักงาน ลูกค้า เพื่อแสดงคำขอบคุณที่ยังคงสนับสนุน ภักดี และ ลงทุนอย่างต่อเนื่องแม้ในเวลาที่ยากลำบาก และเมื่อโอกาสมาถึง เราจะไปยังไปสู่จุดหมาย ร่วมกับผู้ร่วมก่อนตั้ง Edward Ashford และ James Marcus ผู้ล่วงลับ Spencer โกหก เขาคงไม่อาจแพร่งพรายเรื่องจริงออกไปสู่สาธารณะแน่นอน

Umbrella ก่อตั้งขึ้นในปี 1968 โดยหุ้นส่วน 3 คน ตัวฉันเอง เพื่อที่แสนดี Edward Ashford และ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาที่ยอดเยี่ยม James Marcus
พวกเรามีเป้าหมายร่วมกัน พวกเราเชื่อว่าไวรัสที่เรากำลังวิจัยพัฒนานี้ มีส่วนสำคัญที่จะสามารถส่งเสริมสุขภาพของผู้คน
วันนึง มันอาจจะช่วยให้เราสร้างสังคมที่เป็นอิสระจาก โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
สัญลักษณ์ของ Umbrella นั้นเป็นตราสัญลักษณ์แห่งความตั้งใจและมั่นคงของพวกเรา การรักษาชีวิตของผู้คน
วิทยาการของ Umbrella รับใช้ความต้องการของทุกคน
ขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนบริษัทของเราจนเติบโตมาได้ และ ตราของ Umbrella นี้เป็นที่จดจำและเชื่อถือไปทั่วโลกมากว่า 40 ปี พวกเรายังคงทำตายกฏระเบียบ และ บริการด้านเวชภัณฑ์ เวชกรรม ทั้งที่โรงงานและบ้านพัก
ฉันอยากที่จะขอบคุณ ผู้ร่วมถือหุ้น พนักงาน และ ลูกค้าทุกท่าน ที่ร่วมด้วยช่วยกันจนเราประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง
โชคร้ายนักที่ทั้ง Edward และ James นั้นได้ล่วงลับไปแล้วเมื่อหลายพีก่อน
แม้จะสูญเสีย ฉันก็ยังรู้สึกถึงพวกเขาว่า พวกเขายังคงมีชีวิตและทำงานร่วมกับเราอยู่ทุกๆวัน ฉันรู้ว่าพวกเขาภูมิใจที่ได้เห็น Umbrella ในปัจจุบัน
พวกเราที่อยู่ Umbrella ยังคงทำดีที่สุดต่อไปเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้เกิดสิ่งดีๆ เพื่อทุกคน
อนาคตของมนุษยชาติจะปลอดภัยภายใต้พวกเรา Umbrella
พวกเราของยินดีที่พวกคุณยังคงสนับสนุนเราอย่างต่อเนื่อง
- สำเนามาจาก Memo On The Founding Of Umbrella ไม่ระบุวันที่

กุมภาพันธ์
REUC – Umbrella's End 1
Wesker's Extra Report
RE – Prelude To The Fall
RE5 – Chris Redfield File

Chris Redfiedl และ Jill Valentine เข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้าน Umbrella และ อาวุธชีวภาพ พวกเขากำลังยังพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับข่าวลือมาว่า Umbrella ยังคงมีกิจกรรมผิดกฏหมายซ่อนอยู่ใน Russia และ เป็นไปได้ว่าจะมีการผลิต B.O.W. ชนิดใหม่
รายงานที่มาถึงบอกเกี่ยวกับหมู่บ้านเล็กๆ ในแถบ Caucasus ในRussia ซึ่งมีรายงานว่าถูกจู่โจมโดย สุนัขป่ากลายพันธุ์ ชาวบ้านในพื้นที่นั้นเชื่อว่ามันคือสัตว์ในตำนานที่ชื่อว่า Almas ได้มากำเนิดใหม่ Chris เชื่อว่า สุนัขป่าที่ว่าคงจะเป็น 1 ในผลงานของ Umbrella เขาและ Jill ตัดสินใจสำรวจหมู่บ้านนั้นดู

เหตุเกิดที่เมืองเล็กๆ ในRussia แถบ Caucasus จากผลสรุปหมู่บ้านนี้กำลังเจอกับปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้น พวกเขาเชื่อว่ามันเป็นสัตว์ประหลาดใจตำนานที่ถูกเรียกว่า Almas ได้กลับมาคืนชีพ เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันนั้นนึกถึงเหตุฆาตกรรมแรกที่เกิดในป่า Raccoon เมื่อ 5 ปีก่อน
- นำมาจาก Wesker's Extra Report กุมภาพันธ์ 2003

ณ จุดนี้ Umbrella อยู่ในจุดที่ล่อแหลมมาก เนื่องจากเหตุการณ์ทำลายเมือง Raccoon City บริษัทก็เข้าสู่สภาวะตกต่ำ เงินทุกค่อยลดทอนหดหาย มันเป็นระยะเวลาก่อนที่ Umbrella จะพังทลายลง
ซึ่งระหว่างนั้น Chris ได้รู้ว่า Umbrella มีแผนการสร้าง B.O.W. ชนิดใหม่
Chris และ Jill ได้รับข้อมูลและกำลังมุ่งหน้าไปยังห้องทดลอง Caucasus ที่ที่ โครงการ T-A.L.O.S. กำลังถูกพัฒนาอยู่อย่างลับๆ พวกเขาทำการติดต่อกับกลุ่มต่อต้านการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพ และ ร่วมกันโจมตีพื้นที่เป้าหมาย
- สำเนามาจากChris Redfield File ไม่ระบุวันที่

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์
RE – Prelude To The Fall

Chris และ Jill มาถึงยังหมู่บ้านเล็กๆ ในแถบ Caucasus ของ Russia ก่อนที่จะลงมือสำรวจหมู่บ้านทันที ซึ่ง Jill มองเห็นบางคนกำลังบาดเจ็บอยู่หน้าอาคาร
เมื่อเธอตรงเข้าไปช่วยเหลือชายดังกล่าวปรากฏว่า มันคือ ซอมบี้ Chris ยิงมันเข้าที่หัวทันที เสียงปืนเป็นตัวดึงให้ เหล่าซอมบี้ตัวอื่นๆ มันคงกำลังจะใกล้เข้ามา ทั้งหมด พวกเขาจึงแยกกันออกสำรวจ ระหว่างนั้นปืนของคริสเกิดขัดลำกล้องและเสียหาย
พวกเขาเริ่มการออกค้นหาผู้รอดชีวิต ขณะที่ Jill จะวิทยุร้องขอกำลังเสริม ถ้าหมู่บ้านนี้ติดเชื่อล่ะก็ พวกเขาคงต้องจัดการให้เรียบร้อย ระหว่างสนธนาก็พบกับ เด็กหญิงซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า เธอกรีดร้องกลัวความตาย พวกเขาจึงพาเธอกับไปที่รถหุ้มเกราะ หาอะไรร้อนๆ ให้เธอดื่มให้ใจเย็นลง
เด็กคนนั้นชื่อ Anna เธอบอกว่า 2 วันก่อนมีสุนัขป่าท่าทางแปลกๆ มาที่หมู่บ้านและเริ่มทำร้ายผู้คน ผู้คนที่โดนกัดก็เริ่มกลายเป็นซอมบี้ และ เริ่มทำร้ายผู้อื่นต่อ Anna ซ่อนตัวอยู่ในตู้นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอพบคนอื่น
Anna พาพวกเขาไปยังกระท่อมชายหมู่บ้านที่ที่ผู้รอดชีวิตรวมตัวกันอยู่ Chris ใช้ปืนลูกซองลองยิงพังประตูเข้าไป และ หวังว่าพวกเขาคงจะสร้างที่กำบังอยู่ภายในเพื่อตอบโต้ Anna อยู่แทบจะติดกับตัวเขา Chris และ Jill เข้าไปในกระท่อม ภายในมืดมาก และไม่พบสัญญาณของสิ่งมีชีวิตใดๆ Chris เสียง Jill ตะโกนเรียกเพราะเธอพบศพหัวหน้าหมู่บ้านที่เสียชีวิตอยู่ในตู้เย็นในที่สุดพวกเขาก็พบชาวบ้านที่หายไป แต่ในสภาพที่กลายเป็นซอมบี้ จำนวนกว่า ร้อยตัว พวกมันเริ่มเดิมเข้าหา Chris และ Jill มันมีจำนวนมากเกินกว่าจะรับมือไหว
พวกเขาร้องเรียกกำลังเสริมแต่กลับมีบางคนมาล็อคประตูขังพวกเขาไว้ภายใน Chris และ Jill บอกให้ Anna ไปซ่อนตัวในตู้เย็นเขายิงถุงแป้งที่อยู่บนเพดานให้ตกลงมาเพื่อพยายามลดความเร็วของเหล่าซอมบี้ ก่อนที่จะยิงไปที่หลอดไฟ ผลก็คือไฟฟ้าเกิดลัดวงจรและทำให้เกิดการระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำลายกระท่อนและเหล่าซอมบี้ Chris ลุกขึ้นมาสั่นหัวเล็กน้อยแต่ไม่เป็นอะไรมากเช่นเดียวกับ Jill และ Anna ขณะเดียวกันที่ Albert Wesker กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในความมืด
คริส แสดงสีหน้าเกรี้ยวกราดกำลังจ้องมองชายคนที่เขาพบครั้งสุดท้ายที่ ศูนย์วิจัยของ Ashford ใน Antarctic เมื่อ 5 ปีก่อน
Wesker บอกว่าการติดเชื้อของหมู่บ้านนี้เกิดจากอุบัติเหตุล้วนๆ ไม่ใช่ฝีมือเขา เช่นเดียวกับการติดเชื้อที่อื่นๆ Chris ไม่เชื่อก่อนจะยิงคำถามว่า Wesker มาทำอะไรที่นี่ Wesker หัวเราะเยาะเขา และ พูดว่า นี่ไม่ใช่กงการอะไรของ Chris ก่อนที่พื้นที่พวกเขายืนอยู่จะเกิดพังทลายลง พวกเขาตกลงไปด้านล่าง และ พบกับป้อมวิจัยใต้ดินที่เต็มไปด้วย Hunter Delta ตอนนั้น Wesker หายตัวไปแล้ว และ Hunter 3 ตัวได้เข้าโจมตีพวกเขา
หลังจากที่พวกเขาหนีกลับมาที่รถหุ้มเกราะได้ Chirs หยิบเครื่องยิงลูกระเบิดออกมายิงโจมตีพวก Hunter ก่อนที่จะออกรถออกจากหมู่บ้านทันที แล้ว Wesker ล่ะมุ่งหน้าไปที่ไหน
Wesker กำลังตรวจสอบบ้านของ Anna ที่ตู้นิรภัยบนพนังที่ Chris และ Jill ระเบิดมันด้านใน Wesker บอกว่าหลังจากเหตุการณ์ที่ Raccoon City แล้ว Umbrella ยังคงทำงานอยู่ใต้ดินหลายๆ แห่ง และ 1 ในนั้นคือกระท่อมชายหมู่บ้านซึ่งเป็นโรงงานเก็บ B.O.W. 1 หลายๆแห่งทั่วโลกซึ่ง Umbrella สร้างไว้จัดเก็บทหาร B.O.W. เมื่อพื้นถล่มนั้นก็ฆ่าพวกมันไปเกือบทั้งหมด พ่อของ Anna เป็นพนักงานของ Umbrella และเป็นผู้ควบคุมโรงงานนี้
และกุญแจในตู้นิรภัยนั้นซ่อนอยู่ในสร้าอยของของ Anna ซึ่งเธอก็ไม่ได้เต็มใจมอบให้ Wesker แต่เขาใช้ความเร็วของเขาฉกเอากุญแจไปได้
อย่างไรก็ตาม ตู้นิรภัยนั้นเป็นกับดัก และ มันส่งผลให้เกิดการระเบิดทั้งหมู่บ้านจน เอกสารการทดลองและข้อมูลต่างๆ ทั้งหมดถูกทำลาย พ่อของ Anna นั้นให้กุญแจกับเธอไว้เผื่อกรณี แบบนี้
หลังจากที่ฝุ่นจางลง Chris พบว่า Wesker หายตัวไปอีกครั้ง
Wesker ที่อยู่ห่างออกไปพยายามคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น งานวิจัยทั้งหมดกลายเป็นขี้เถ้าแต่การมาของเขาครั้งนี้ก็ไม่ได้เสียเปล่าทีเดียวภายในบ้านของ Anna เขาพบแผ่นดิสก์ข้อมูลที่บรรจุข้อมูลตารางงานต่างๆ ของ Umbrella และปฏิบัติการที่ฐานทัพหลัก และ แน่นอนเป็นเป็นที่ที่มีข้อมูลของ UMF-13 ด้วย มันเป็นสิ่งที่เขาพยายามหามายาวนาน
Chris และ Jill พา Anna ไปยังที่ปลอดภัย ถ้าหากโรงงายเคมีเป็นกุญแจสำคัญเกี่ยวกับโรงงานของ Umbrella พวกเขาก็ต้องไปตรวจสอบดู ซึ่ง Wesker ก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน
พวกเขาตัดสินใจติดต่อรัฐบาล Russia ให้ปฏิบัติการเข้าจู่โจมเต็มรูปแบบในพื้นที่ก่อนที่ Umbrella จะทำให้ทุกอย่างหายไปอีกครั้ง

กลางดึก
REUC – Umbrella's End 1
REUC – Dark Legacy 1

ทีมต่อต้านอาวุธชีวภาพของ Chris และ Jill กำลังเตรียมที่จะบุกพร้อมกับรัฐบาล Russia ที่เตรียมพร้อมเข้าโจมตีโรงงาน Umbrella ใน Russia ซึ่ง Sergei Vladimir เองนั้นรู้ว่ามีอะไรให้เลือกไม่มากนัก และ ตัดสินใจกระจายไวรัสไปทั่วโรงงานและปล่อย B.O.W. ออกมาเพื่อหยุดยั้งทุกคนที่พยายามมาขุดคุ้ย Umbrella
อย่างไรก็ตามหน่วยของ Chris และ Jill ก็ถูกจับตาดูจากภายในฐานทัพ และ พวกเขาก็รู้ว่าภารกิจนี้ไม่อาจรอได้ การรอกองทัพของรัฐบาลของ Russia อาจจะสายไปพวกเขาไม่อาจให้ Umbrella หนีไปได้อีกแล้ว

The Russian Base Incident: วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2003
วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์
02:50
REUC – Dark Legacy 1

3 ไมล์จากหมู่บ้านของ Anna Albert Wesker กำลังข้ามทุ่งหิมะข้าวโผลนที่เต็มไปด้วยลมหลานแลหิมะเขามุ่งหน้าไปยังฐานทัพ Umbrella ที่ Russia บ้านของ Sergei Vladimir และ อื่นที่สำคัญ เมนเฟรมของ Umbrella 013 ที่ปกป้องปัญญาประดิษฐ์นางพญาแดง ชั่วขณะนึงเขาคิดว่าฐานทัพนี้กำลังจะกลายเป็นนรก
เขาตรวจสอบวีดีโอลิงค์ซึ่งมันแสดงภาพของ Chris และ Jill และ ทีมต่อต้านอาวุธชีวภาพ ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นแล้ว แผนของเขาคือให้ Chris และ Jill สู้กับ T-A.L.O.S. และดึงความสนใจของ Sergei ส่วนเขาจะเข้าไปขโมยข้อมูล UMF ก่อนที่เขาจะถอดเสื้อโคทออกโยนทิ้งและวิ่งตรงไปที่ฐานด้วยความเร็วเหนือมนุษย์

รูปภาพ

ลึกลงไปใต้ใต้โรงงาน นางพญาแดงกำลังติดตามการเคลื่อนไหวของ Wesker และ Sergei กำลังเฝ้าดูเขา ซึ่ง Wesker โดนเปลียบเป็นแมลงสาปตัวเล็กๆ นางพญาแดงแจ้งข้อมูลว่าตอนนี้การติดเชื้ออยู่ในระดับ 4 90% ของนักวิจัยเสียชีวิตไปแล้ว โอกาสที่จะมีผู้รอดชีวิต 2% เท่านั้น Sergei รู้ว่าจำเป็นจะต้องละทิ้งฐานทัพนี้ เพราะเขารู้ว่าเขาสามารถที่จะเริ่มใหม่ได้ทุกทีเพราะเขามี T-A.L.O.S. และ นางพญาแดงอยู่ในมือ เขาออกคำสั่งให้ทำการตั้งระบบของ TALOS ใหม่ เปิดระบบเตรียมปฏิบัติการให้พร้อมก่อนที่รัฐบาล Russia มาถึง ระหว่างนั้น Sergei เริ่มที่จะเขว้หลังจากที่นางพญาแดงแจ้งว่าเขามี เฮลิคอปเตอร์เตรียมไว้ 2 ลำทันทีที่ไปถึงมันจะพาเขาไปยังทางตะวันตกเฉียงเหนืออย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนผู้บุกรุกจะมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้ครั้งแรก เขารู้สึกสนุกกับความท้าทาย

REUC – Umbrella's End 1
เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำของทีมต่อต้านอาวุธชีวภาพ รวมไปถึงอดีต S.T.A.R.S. Chris Redfield และ Jill Valentine ได้มาถึงก่อนกำหนดเนื่องจากพวกเขารอกองกำลังของ Russia ไม่ไหว
นักบินเครื่องนำทางชี้จุดกลุ่ม Hunter กำลังวิ่งข้ามทุ่งหิมะ ก่อนที่จะกำจัดมันด้วยปืนใหญ่จากอากาศยาน เขาวิทยุถึง Chris ว่ามาถึงจุดปล่อยตัวแล้ว Chris ศึกษาแผนที่ของโรงงานและออกคำสั่งให้ทีมของเขาเตรียมพร้อมโรยตัว

รูปภาพ

ทั้ง 2 ทีมเข้าสำรวจฐานด้วยเส้นทางที่ต่างกัน Chris และ Jill ได้ปะทะกับซอมบี้ฝูงใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานของโรงงานนี้ พวกเขาวิ่งหนีขึ้นไปบนบันได้ก่อนที่ Chris ยังยิงถังเชื้อเพลิงจนระเบิดทำลายฝูงซอมบี้ไปได้ แต่พวกเขาก็ยังไม่ปลอดภัยนักเพราะที่นี้ยังเต็มไปด้วยฝูง เซอร์บิรัส และ ฝูง Hunter
เมื่อปีนบันไดกลับขึ้นมาระดับภาคพื้น และมองเห็น ซอมบี้จำนวนมากอยู่อีกฝั่งนึง พวกเขาลงไปชั้นล่างผ่านอุโมงค์ และพบซอมบี้อีกกลุ่มรออยู่แล้ว
Chris ได้รับการติดต่อทางวิทยุ ว่าอีกทีมได้ปะทะกับ B.O.W. แล้ว สัตว์ประหลาดในอุโมงค์ ดูเหมือนจะเป็นพวกคนงานและซอมบี้บางส่วนเข้าสู่สภาวะ V-Act และกลายพันธุ์เป็น Crimson Head ไปแล้ว
ที่ปลายอุโมงค์พาพวกเขากลับมาด้านนอกที่ตอนนี้มีพายุหิมะ อีกทีมรายงานผลว่ากระสุนของพวกเขาใกล้จะหมดแล้ว ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวน
พวกซอมบี้มีอยู่ทุกที่เต็มไปหมดร่วมกับเซอร์บีรัส ที่เดิมเป็นสุนัขเฝ้าโรงงาน Chris มองเห็นถังเชื้อเพลิงและใช้มันเพื่อกำจัดฝูงซอมบี้อีกครั้ง ซึ่ง Jill ก็ให้ความเห็นว่าเป็นดอกไม้ไฟที่สวยงาม (-*-)
ระหว่างทางพวกเขาพบประตูที่พาพวกเขาไปยังส่วนล่างของโรงงานหรือจะใช้บันไดขึ้นไปส่วนบน พวกเขาเลือกไปด้านบนซึ่งน่าจะปลอดภัยจาก Crimson Head และ Hunter
รายงานทางวิทยุได้รายงานจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับฝูง B.O.W. จำนวนมาก ภารกิจดูเหมือนจะห่างไกลจากความสำเร็จนัก พายุหิมะก็ยังไม่มีทีท่าที่จะหยุดลง
รายงานทางวิทยุมาอีกครั้งว่ากำลังเริ่มที่จะล่าถอยเนื่องจากจำนวนผู้บาดเจ็บเพิ่มสูงขึ้น คนนึงติดต่อ Chris มาโดยตรงบอกว่าอยู่ภายในโรงงานใกล้กับช่องลมใกล้ๆ พวกเขาซึ่ง Chris มองเห็นและรีบไปยังที่นั่นทันที
พวกเขาไถลตัวผ่านช่องลมลงมาด้านล่างตกลงมากระแทกกับกล่องด้านล่างพวกเขาพบว่าอยู่ในโรงเก็บของขนาดมหีมา ที่นั่นมีซอมบี้เกือบโหลรออยู่แล้ว Chris รู้สึกได้ว่าเขามาถูกทางแล้ว Jill ได้แผลเล็กน้อยแต่ไม่เป็นอะไรมาก และไปต่อ พวกเขาใช้บันไดลงไปสู่ชั้นล่าง
ที่ชั้นนี้เหมือนจะเป็นด้านบรรจุภัณฑ์ของโรงงานที่ใช้บรรจุใส่กล่องและตู้สินค้า เครนเหล็กขนาดใหญ่ได้พุ่งเข้ามาหาพวกเขาทำให้พวกเขาต้องพุ่งตัวหลบการกระแทกทำให้พวกเขารู้ว่าจะต้องมีใครอีกคนที่อยู่ที่นี่
หลังจากที่ค่อยๆ หลบหลีกซอมบี้ และ เหล่าแมงมุมติดเชื้อ พวกเขาก็พบศพของ Bronson ที่เป็นเพื่อร่วมทีมแต่พวกเขาก็มีเวลาไม่มากให้ร่ำลา Chris หยิบอาวุธของเขา Jill บอกให้รีบไปต่อเพราะยังไงพวกเขาคงไม่ปล่อยให้เขาตายเปล่าที่นี่แน่นอน
เหล่าอดีต S.T.A.R.S. ใช้ความสามารถทุกอย่างที่มีทำลายเหล่า Hunter ที่ซุ่มโจมตีพวกเขาอยู่ Chris ไม่อยากเชื่อว่าพวกมันจะมีจำนวนมากถึงขนาดนี้ แต่เพราะจำนวนมันทำให้ Jill มั่นใจว่าเป้าหมายใกล้เข้ามาทุกที จน Chris ได้รับพิมพ์เขียวของโรงงาน และเมื่อพวกเขาลงมาด้านล่างก็พบกับโลโก้ขนาดใหญ่ของ Umbrella ซึ่ง Jill ชี้ให้ Chris ดูพวกเขารู้ทันทีว่านี่เป้นลิฟท์ที่ใช้ลงไปยังใต้ดิน
เมื่อเปิดการทำงาน พวกเขาก็เตรียมพร้อมที่จะลงสู่นรก Chris บอกว่าฝันร้ายมันจะจบลงที่นี่ และ ตอนนี้

REUC – Dark Legacy 1
อีกด้านนึงของฐานทัพ Wesker ได้เข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดินและใช้รถไฟ เพื่อเข้าไปยังส่วนล่างของโรงงาน อย่างไรก็ตามที่ปลายอุโมงค์ รถไฟกลับไม่สามารถเบรคได้ เขาจึงใช้พลังกระแทกรถไฟจนหยุดลง ก่อนที่จะหลบออกมาทิ้งซากรถไฟไว้เบื้องหลัง
เขาใช้พลังใหม่ของเขาในการกระโดดลงไปยังชั้นใต้ดินของโรงงาน เมื่อลงมาเบื้องล่างเขาก็ต้องหยุดเมื่อพบกับ Sergei เมื่อทั้ง 2 เผชิญหน้ากัน ดูเหมือน Sergei จะยังคงภักดีต่อ Umbrella จนถึงบั้นปลายและยังเชื่อว่าความยากลำบากทั้งหลายที่ผ่านมาสร้างความอดทนอันนานปีนั้นจะช่วยให้ Umbrella แข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นไป เขายังบอกอีกว่าคนอย่าง Wesker ไม่มีวันที่จะเข้าใจแบบพวกเขาได้ ก่อนที่จะสั่งให้ Ivan ทั้ง 2 เข้าสู้กับ Wesker ก่อนที่จะจากไป ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยสู้กันที่ ศูนย์ฝึกอบรมในปี 1998 แต่ตอตนนี้ Wesker แข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนมากนัก ต้องขอบคุณไวรัสที่ Birkin มอบให้กับเขาทำให้เขามีพลังพอจะจัดการ Tyrant ทั้ง 2 ได้

REUC – Umbrella's End 2
ลิฟท์พาพวกเขาลึกลงมาจากพื้นดินประมาณ 100 หลา มายังส่วนที่เป็นโรงงานพัฒนาและออกแบบ B.O.W. แบบผลิตจำนวนมาก
Chris พูดถึง Umbrella ที่ยังคงใช้กลไกลูกไม้เก่าๆ Jill คิดว่าที่นี่แหละคือที่ที่อาจจะมีบางอย่างที่สำคัญซ่อนอยู่ โดยตัดสินจากขนาด และ ค่าใช้จ่ายในการสร้างฐานนี้ มันไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงงานจัดเก็บ
พวกเขาผ่านห้องเก็บของคนงานและ และ ฝักบัวชำระการปนเปื้อนก่อนที่จะเข้าไปภายในห้องที่ออกแบบมาเหมือนกันทางวงกต Jill ถาม Chris เกี่ยวกับข่าวลือของสุดยอด B.O.W. ชนิดใหม่ที่พวกเขากำลังจะพบมันเร็วๆ นี้
Chimera และ Licker จำนวนมากกรูกันออกมาตามช่องลมระบายอากาศ โดยปราศจากการควบคุม ทำให้มีความอัตรายมากหากจะสำรวจให้ทั่วพวกเขาจึงเลือกเข้าประตูที่ใกล้ที่สุด
พวกเขาเข้าไปยังอุโมงค์ที่เย็นยะเยือกและมีน้ำท่วมครึ่งนึง พวกเขาไม่มีทางเลือกนักนอกจากจะเดินลุยน้ำฝ่าความเย็นนี้ไป แต่มันก็ไม่ง่ายนักเมื่อในน้ำนั้นเต็มไปด้วย ฉลาม Neptune บวกกับกระแสน้ำที่แรงมากทำให้พวกเขาต้องระวังเป็นพิเศษ แต่ในที่สุดพวกเขาก็ไปถึงประตูที่สุดทางและเข้าไปยังโรงงานกำจัดของเสีย ตอนนั้นเองที่พบเครื่องจักรได้ทิ้งตู้เก็บ B.O.W. ลงไปในเตาหลอมขนาดใหญ่ Jill แปลกใจว่าทำไมพวกนั้นถึงทำลายสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้น Chris ได้แต่เดาว่ามันคงจะไม่ผ่านการประเมิน ที่นี่แสงน้อยมากจนพวกเขาต้องใช้ไฟฉาย อีกทีมได้รายงานทางวิทยุว่าพวกเขาจัดการทางด้านโรงงานด้านบนเรียบร้อยแล้ว แต่ก็มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากเช่นกัน
พวกเขาผ่านไปยังห้องต่างๆ และ พวกเขาได้ทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยทำงานขึ้น ทำให้ เกิดเส้นเลเซอร์ทำงานและพยายามทำลายผู้บุกรุก หลังจากที่หลบหลีกระบบป้องกันได้พวกเขาคิดว่ากำลังจะถึงบางสิ่งที่สำคัญมาก แต่แล้วประตูระบบรักษาความปลอดภัยนั้นป้องกันไม่ให้พวกเขาผ่าน ก่อนที่สัญญาณเตือนการเริ่มกระบวนการจะดังขึ้น ทำให้พวกเขาพยายามที่จะหลบออกมาก่อนที่จะเข้าไปยังประตูอีกบานนึงที่นำพวกเขาไปยังห้องปฏิบัติการขนาดยักษ์ จอภาพคอมพิวเตอร์ และ ฐานข้อมูลแสดงคำว่า โปรดระวัง หลังจากที่จัดการกลุ่ม B.O.W. ได้ พวกเขาก็พบลิฟท์ที่พาพวกเขาลึกลงไปอีกครั้ง ข้างล่างคืออะไรกันแน่

REUC – Dark Legacy 1
ขอบคุณไวรัสที่เคยได้ใช้ไปในอดีต Wesker นั้นว่องไวกว่า Ivan มากนักเขากระโดดใช้ความสูงให้เป็นประโยชน์ก่อนที่จะโจมตีเข้าที่หัวของ Ivan และฆ่ามันทั้ง 2 ตัวได้สำเร็จ ก่อนที่เขาไปต่อเพื่อตาม Sergei เข้าไปใน ห้องคอมพิวเตอร์

REUC – Umbrella's End 3
เมื่อลิฟท์พาพวกเขามาถึงด้านล่าง พวกเขาผ่านห้องควบคุมอันว่างเปล่า ดูเหมื่อนด้านล่างนี้จะไม่มีใครเหลืออนู่ เมื่อไปถึงห้องถัดไป Chris ได้บังเอิญทำให้ระบบกับดักทำงานเข้า โชคดีที่ พวกเขาก็หนีจากกับดักได้สำเร็จ ทำให้พวกเขาต้องระวังและค่อยๆ เดินหน้าไปอย่างช้าๆ ระหว่างทางพวกเขาถูกโจมตีโดย Hunter เป็นระยะ และก็ไปถึงห้องที่ออกแบบมาเป็นรูป 6 เหลี่ยมซึ่งถูกออกแบบมาสร้างความสับสนให้กับผู้บุกรุก ด้านในเต็มไปด้วยเหล่า Crimson Head ทำให้พวกเขายิ่งต้องระวังยิ่งขึ้นไปอีก

REUC – Dark Legacy 2
ระหว่างที่เข้าไปในโรงงาน Wesker พบกับแท่นลิฟท์ที่ลงไปด้านล่างแล้วก่อนหน้านี้โดย Chris และ Jill เขาใช้พลังของเขากระโดดลงไปข้างล่าง และ หลบหลีก เหล่าแมงมุม และ Eliminator
ต่อมาเขาไปถึงห้องที่ Chris เปิดระบบกับดักโดยบังเอิญซึ่งมันไม่เป็นปัญหากับเขาเลย ดูเหมือนทุกๆ อย่างจะเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ เมื่อเขาเข้าไปให้ห้องที่สุดทางเขาก็พบกับห้อง 6 เหลี่ยมของชั้นที่อยู่ด้านบนของ Chris

REUC – Umbrella's End 3
ในที่สุดพวกเขาก็พบทางออกพวกเขาวิ่งผ่านทางยาวก่อนที่จะพบว่าพวกเขาได้มาอยู่ในห้องทดสอบขนาดใหญ่ยักษ์ Sergei Vladimir ได้ทำการต้อนรับพวกเขาผ่านระบบสื่อสาร เขาบอกกับพวก Chris ว่าของให้สนุกตื่นเต้นกับการต่อสู้นี้ ทำให้ Chris รู้ว่าเขากำลังต่อกรกับพวก Umbrella ที่ป่วยทางจิต Sergei กดปุ่มปล่อย TALOS ออกมา มันคือผลผลิตล่าสุดจุดสุดยอดของ B.O.W. มันถูกติดตั้งเครื่องยิงจรวด และถูกหุ้มเกราะ ซึ่งทำให้ Chris กับ Jill พยายามที่จะยิงส่วนหัวของมัน และหลังจากที่พวกเขาทำลายเครื่องยิงจรวดของมันได้ เขาก็ช่วยกันจู่โจมจนล้มมันลงได้
TALOS เสียทีครั้งแรก Sergei อธิบายว่าตอนนี้ TALOS กำลังจะคลุ้มคลั่งเนื่องจากไวรัสในร่างมันทำให้เกิดการกลายพันธุ์ ร่างกายพันธุ์ของมันมีระยางอยู่ที่หลังและใช้ระยางนั่นยึดตัวมันเข้ากับเพดาน และ เข้าโจมตีด้วยกรงเล็บใหญ่ที่แหลมคมและทรงพลัง

REUC – Dark Legacy 2
ระหว่างที่ Sergei กำลังสาธยายความสามารถของ TALOS ให้ Chris กับ Jill ฟังเขาก็มองไปเห็น Wesker กำลังที่จะเดินมาถึงห้องนี้ เขาไม่แปลกใจเลยที่ Wesker จะรอดมาได้ เมื่อเข้ามา Wesker เล็งปืนไปที่ Sergei ซึ่ง Sergei เองก็แสดงความยินดีที่เขาสามารถจัดการ Ivan ได้ ตัว Wesker นั้นสนใจนางพญาแดงมากกว่า Sergei บอกกับเขาว่าปัญญาประดิษฐ์นี้เชื่อมต่อกับ TALOS เพื่อเก็บข้อมูลจำนวนมาก เธอต้องการให้ทุกคนรู้ความจริง เพราะมันยากที่จะปกปิดเอาไว้ เธอถูกเปิดการทำงานขึ้นในคืนก่อนเกิดเหตุการณ์ที่คฤหาสน์ Spencer และ Sergei เป็นผู้ไปนำเธอออกมาจากห้องทดลองใน Raccoon City
Wesker เยาะเย้ย Sergei และบอกว่านางพญาแดงก็แค่เครื่องมือชิ้นนึงและต้องการให้ผู้ใช้เป็นคนตัดสินใจแทนมัน Sergei ไม่ใช่ตัวปัญหา เขาบอกกับ Wesker ว่าจะเป็นการดีหาก Wesker หัดมีความไว้ใจคนอื่นบ้าง น่าจะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์แต่ดูเหมือนความสัมพันธ์ที่นี่จะถึงจุดจบแล้ว
Sergei ได้ใช้พลังของไวรัส ทำให้ Wesker รู้ว่า Sergei เองก็ฉีดไวรัสให้กับตัวเองก่อนที่จะเริ่มสู้กัน Wesker เยาะ Sergei ว่า Sergei เป็นแค่สิ่งที่บกพร่องหากเทียบกับตัวเขาแล้ว Sergei ก็แค่หนูสกปรกเท่านั้น Sergei โต้ตอบด้วยการบอกว่าเขาเป็นผู้ที่เหมาะสมจะเป็น Tyrant มากที่สุดร่างโคลนที่ง 10 ของเขาถูกนำไปทำเป็น Tyrant พวกนั้นเป็นเหมือนพี่น้องของเขา Spencer มอบบ้านให้กับเขานั่นก็คือ Umbrella Wesker จึงถามไปว่าแล้ว Spencer ล่ะไปหดหัวอยู่ที่ไหนซึ่ง Sergei ไม่ยอมบอก Sergei ไม่สามารถทำอะไร Wesker ได้มากนอกจากการจับโยนไปมา ยังไงก็ตาม Wesker นั้นแข็งแกร่งมาก

REUC – Umbrella's End 3
ระหว่างนั้น TALOS ที่คลุ้มคลั่งนั้นถูกรุมโจมตีจนเผยจุดอ่อนออกมา และ ในที่สุด TALOS สุดยอด Tyrant ก็ตายลง ทุกอย่างจบลงแล้ว โครงการ TALOS ที่ Umbrella เชื่อมั่นนักหนานั้นล้มเหลว

REUC – Dark Legacy 2: Epilogue
หลังจากที่ Sergei ตาย Wesker ก็เดินอย่างใจเย็นไปยังคอมพิวเตอร์ที่ Sergei ยังเข้าระบบอยู่เขาทำการดาวน์โหลดข้อมูลเอกสารต่างๆ จากฐานข้อมูลของ UMF13 ลงในฮาร์ดดิสก์ ก่อนที่จะเก็บใส่กระเป๋าในที่สุดเขาก็ได้มันมาอยู่ในมือ เขามองที่จอภาพ และ เฝ้ามอง Chris และ Jill ที่กำลังจะจัดการ TALOS ซึ่งก็เป็นตามที่เขาคาดไว้ก่อนหน้านี้ และ Wesker ก็ทำการล้างข้อมูลทั้งหมดในเมนเฟรมทิ้ง ทั้งข้อมูล B.O.W. และข้อมูลเกี่ยวกับไวรัส ผลงาน 40 ปีกำลังจะหายไปในระยะเวลาแค่ 8 วินาที และ เป็นจุดจบของปัญญาประดิษฐ์ ที่ชื่อนางพญาแดง ก่อนที่เขาจะออกไป ในมือเขาตอนนี้คือจ้อมูลทั้งหมดของ Umbrella และมีเขาเป็นผู้ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว เขาออกจากเมืองอย่างระวังไม่ให้พบกับทหารหน่วยเดียวกับ Chris ก่อนที่จะหยุดดูพระอาทิตย์ขึ้น เขารู้ดีว่าตอนนี้ Umbrella จากไปแล้วตลอดกาล พวกเขาเคยมีอาวุธที่น่าทึ้ง T-Virus เพียงแต่พวกเขาขาดวิสัยทัศน์ และ ตอนนี้มันล่มสลายลง และ อนาคตใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย grando เมื่อ 21 ก.ย. 2011, 23:43, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
I will return soon...
<<

TI-Ie d/-\rI< Ang3l

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 1065

ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2009, 11:23

ที่อยู่: <ฐานบัญชาการหน่วยกวาดล้างเกรียนแห่งจักรวาล(The Grean destroyer genesis of galaxy)>

โพสต์ 02 ธ.ค. 2009, 16:49

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [11/10/09]

ก็ดีครับ ทำให้เข้าใจมากขึ้นและเป็นความรู้อย่างหนึ่งด้วย :e7
I ⓛⓞⓥⓔ biohazard

รูปภาพ

The NightMare and the punisher Pyramid Head!!!

รูปภาพรูปภาพ
<<

grando

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 511

ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.พ. 2008, 17:55

โพสต์ 06 ธ.ค. 2009, 07:29

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [06/12/09]

อัพเดทเพิ่ม วันที่ 6 ธค. 2009
I will return soon...
<<

grando

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 511

ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.พ. 2008, 17:55

โพสต์ 21 ธ.ค. 2009, 08:23

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [17/12/09]

หยุด ปีใหม่ หุหุ ดูเหมือนจะแปลไม่เสร็จก่อนเป็นทหาร งานนี้มีแปลต่อในกรม แหงๆ
I will return soon...
<<

grando

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 511

ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.พ. 2008, 17:55

โพสต์ 26 เม.ย. 2010, 01:13

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [17/12/09]

เอาล่ะสมพรปากผมละ วันที่ 1 พฤษภา ที่จะถึงนี้ผมจะเข้าเป็นทหารแล้วครับพี่น้อง เพราะฉะนั้น จะขอหยุดทุกอย่างเอาไว้ก่อน - -

จิงๆ ช่วงนี้มันวุ่นวายมากเลย อยากจะแปลต่อก็ทำไม่ได้ ไม่ว่างจริงๆ จัดเวลาไม่ได้เลย ขออภัยทุกท่านที่รอจริงๆ ถ้าผมได้อยู่ อย. ในกรม

ผมรับรองว่า จะรีบแปลรีบนำมาลง รวมไปถึง นิยาย ภาค จบ ที่ยังคั้งค้างอยู่ด้วย
I will return soon...
<<

mintsoda

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 20

ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2010, 01:11

โพสต์ 27 เม.ย. 2010, 16:22

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [17/12/09]

ขอบคุณมากเลยนะคั้บ

นั่งอ่านให้ตาแฉะ

;)
****Rookies of Resident****
<<

beemtell

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 33

ลงทะเบียนเมื่อ: 09 พ.ค. 2010, 01:34

โพสต์ 09 พ.ค. 2010, 15:47

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [17/12/09]

ขอบคุนคับข้อมูลเยอะมากๆเลยเป็นกำลังใจให้คับ :e7
<<

Baskungza

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 240

ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2008, 14:01

โพสต์ 04 ก.ค. 2010, 15:44

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [17/12/09]

ขอบคุณครับ

ข้อมูลเยอะมาก ทำให้ฉลาดกว่าเดิม
(ถึงจะอ่านผ่านก็เถอะ)
(ไม่ค่อย)ภูมิใจ เสนอ นิยายค้างปี ที่ไม่ค่อยได้แต่ง

Resident Evil:ไวรัสสยองถล่มโลกันต์

ปล.ผ่านมาแล้วสี่ปี นิยายเรื่องนี้เหมือนเดิม #ดองขั้นเทพ
<<

kuprentra

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 42

ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 16:01

โพสต์ 19 ต.ค. 2010, 06:09

Re: Timeline of Biohazard by Grando อัพเดท!! [17/12/09]

ขอบคุณครับผม ที่เอามาให้อ่าน
เป็นกำลังใจให้นะคร้าบบบ
<<

amnart009

Zombie
Zombie

โพสต์: 19

ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ธ.ค. 2010, 21:36

โพสต์ 17 ธ.ค. 2010, 22:32

Re: Timeline of Biohazard by Grando [อัพเดท!!]

ขอขอบคุณพื่ทีมงานและท่านเจ้าของกระทุ้ที่แบ่งเร่องราวดีมาให้ผมขอให้มีความสุขถ้วนหน้านะครับผม :e16
ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Story of Resident Evil

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google Adsense [Bot] และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน