Empty Soul EXTRA SPECIAL!!! ครัชชช 17/7/14

<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 25 ต.ค. 2012, 19:16

Re: Empty Soul Chapter 14 : Parallel อัพ 24/10/12

ไม่ได้อ่านมานานมากแอบลืม ๆ เรื่องไปบ้างเหมือนกันแหะ เลยต้องกลับไปอ่านทบทวนนิดหน่อย ขอโทษทีฮ่ะ

ตอนนี้บู๊ดีครับ สนุกดี ดูกดดันด้วย แต่พี่รู้สึกว่าน้องแทนเคาะเว้นวรรคเกินหรือเปล่า? คือมันดูห่าง ๆ ไปน่ะครับ (อ่านจากหน้าเว็บโดยตรง ไม่ได้ก๊อบใส่เวิร์ดครับ ที่ร้านไม่มีเวิร์ด)
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6234

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 27 ต.ค. 2012, 20:00

Re: Empty Soul Chapter 14 : Parallel อัพ 24/10/12

พี่จะมาแจ้งว่า พี่มีเวลาจำกัดมากในการเม้นท์ เพราะงานมันไม่เสร็จ แต่ตอนนี้อ่านเรื่องน้องแทนไปครึ่งตอนแล้ว ประมาณ 7 หน้า ถ้าพี่อ่านจบ พี่จะมา edit เม้นท์ทันที ที่ชิงมาโพสก่อนเนี่ยไม่ใช่อะไร แค่อยากจะบอกว่าตามอ่านอยู่นะ แต่เม้นท์ช้าเพราะฟิคน้องแทนรายละเอียดเยอะ (เหมือนฟิคพี่เบียร์) + ยาว พี่ก็อยากจะอ่านแบบตั้งใจละเอียด ๆ ทำให้เม้นท์ช้าไปบ้าง แอบรู้สึกผิด เพราะเป็นแฟนติดตามเรื่องนี้มานาน ยังไงตอนนี้ขอให้กำลังใจน้องไปพลาง ๆ ก่อนนะคะ งานเสร็จจะมาพิมพ์เม้นท์ต่อ คิดถึงฟิคเรื่องนี้มาก ไม่น่าเชื่อเลยว่าไม่อัพมานานขนาดนี้ ความรู้สึกพี่เหมือนสักครึ่งปี จริง ๆ มันนานกวานั้นหรือนี่!!!
<<

Goku

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1373

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2008, 15:08

ที่อยู่: โลกหน้า กันท่านเจ้าภิภพ

โพสต์ 27 ต.ค. 2012, 20:12

Re: Empty Soul Chapter 14 : Parallel อัพ 24/10/12

ขอบคุณพี่ ๆ มากเลยครับ 555555+

ผมดองฟิคเรื่องนี้นานนนนนนนนนนนมาก นานจริง ๆ เพราะ xboxจัง เขาพาผมนอกใจ (ตอเเหล =[]=) + ฟิคมีปัญหาเรื่องถนน (ข้ออ้างจริงๆ = =")

พี่วาว ผมเเยกพวกเเซมออกจากนาวิกคนนั้นเเล้วพี่ เเต่ไปเจอกับชะนี (ไวโอเลต) เเทน 5555555555+ ขอบคุณพี่วาวมาก ๆ นะครับที่เข้ามาอ่าน >/\<


พี่เบียร์ 55555+ ขอบคุณครับ ^ ^ คือจริง ๆ ผมก็มันส์มือในการเคาะอยู่เหมือนกัน - -" เเต่ผมก็ลองดูตรงที่ไม่จำเป็นออกเเล้ว ยังไงก็ขอบคุณมากครับ ผมจะพยายามเเก้ไข :e13 (มันมันส์มือมากเลยจริง ๆ นะ -*-) ผมเป็นกำลังใจให้ฟิคพี่เบียร์เหมือนกันนะครับ รออ่าน ^/\^


พี่เเพร จริง ๆ พี่เเพรทำงานเสร็จก่อนเเล้วค่อยมาอ่านก็ได้ครับ =[]= พี่มาช้าก็ได้ไม่เป็นไร เพราะพี่เเพรก็บอกไว้เเล้วว่าจะเข้ามา เเค่นั้นผมก็ดีใจเเล้วยังมีคนอ่านอยู่ 555555+ ยังไงก็ขอให้งานเสร็จเร็ว ๆ ไ่ม่โดนงานอัดซ้ำ 3 นะครับ >/\<

สุดท้ายนี้ผมก็ยังต้องขอบคุณ พี่ ๆ ทุกคนที่ยังจำฟิคนี้กันได้อยู่ เพราะดองเเชป 13 ไว้ตั้งเเต่นู้นนนนนนนนนนนปีที่เเล้ว (น่าจะ) -*-
ยังไงก็ช่วยทนติดตามตอนต่อไปกันนิสนึงนะครับ >/\<




EDIT

สู้ ๆ ครับพี่เบียร์ ถ้างั้นก็พอ ๆ กับตอนที่ผมเรียนไปซักพักจนจัดเวลามาอ่านเเล้วเหมือนกัน ขอให้อัพได้ต่อเร็ว ๆ นะครับ ><b
แก้ไขล่าสุดโดย Goku เมื่อ 27 ต.ค. 2012, 20:38, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปภาพ
MEP Project Presents:IRATUS
FICTION 6 ตอนที่Co-oP ผู้เขียน3คนในเรื่องเดียวกัน อยากรู้ว่าใครบ้าง เรื่องอะไร เข้าไปอ่านกันนะครับ


-------------My Fiction : Original Fiction---------------------------------
Empty Soul [Status: Chapter 12 : Dark Wolf อัพเเล้ว]
Twins [Status: Chapter 5 อัพเเล้ว]
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 27 ต.ค. 2012, 20:32

Re: Empty Soul Chapter 14 : Parallel อัพ 24/10/12

^
^
^
^

ไม่เป็นไรครับน้องแทน ค่อย ๆ แก้กันไปก็ได้ เมื่อก่อนพี่หนักกว่านี้เยอะ 555555+

ส่วนเรื่องฟิคพี่ไม่ต้องห่วงครับ จริง ๆ แล้วปัญหามันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรหรอกครับ เพราะโครงเรื่องของพี่เข็มแข็งพอแล้ว เหลือแค่จัดระเบียนให้พล๊อตเรื่องในแต่ลส่วนมันลงตัวมากขึ้น คิดว่าไม่น่าเกิืนหนึ่งหรือสองเดือนอาจจะได้อัพต่อได้ แต่ก็อาจจะขยายระยะเวลา เพราะอยากให้กลับมาคราวนี้สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ :e7
<<

Goku

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1373

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2008, 15:08

ที่อยู่: โลกหน้า กันท่านเจ้าภิภพ

โพสต์ 28 ต.ค. 2012, 00:14

Re: Empty Soul Chapter 15 : Risky อัพ 28/10/12

Chapter 15 : Risky




หญิงสาวก้าวเท้าอย่างเป็นจังหวะและมั่นคงมือของเธอกำด้ามอาวุธอย่างเหนียวแน่นเนื่องจากเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นทำให้เธอต้องก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าหน่วยจำเป็นไปโดยปริยาย ฉะนั้นความสามารถที่เธอสะสมไว้ทั้งหมดหลายปีจึงต้องงัดเอามาใช้เพื่อเอาตัวรอดไปให้ได้


ไวโอเลตยกมือเป็นสัญญาณหยุดให้กับหน่วยในขณะที่เธอหันข้างเอาหลังอิงพนังรวดเร็ว เธอเอียงตัวยกกระบอกปืนขึ้นระดับบ่าในขณะที่มืออีกข้างของเธอบังไฟฉายเอาไว้เพื่อกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อข้างหน้ามองเห็นเธอ เพียงชั่วอึดใจเมื่อทุกอย่างเงียบเชียบเธอจึงปล่อยมือออกจากกระบอกไฟฉายเพื่อส่องดูทาง


ร่างบางกวักมือเรียกคนที่เหลือก่อนจะก้าวเท้าออกจากมุมเพื่อนำทางไปข้างหน้าต่อถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเธอน่าจะเจอกับหน่วยของฟิชเชอร์ในอีกไม่ช้า


ตึก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ.... ปัง!


ประตูสุดทางเดินตรงหน้าของไวโอเลตถูกกระแทกอย่างแรงเข้ามาด้านที่เธอยืนอยู่จนเธอต้องก้าวถอยหลังหลบอย่างหวุดหวิด ร่างบางยกปืนขึ้นเล็งเตรียมพร้อมกับนิ้วที่อยู่ในโกร่งไกสามารถระดมยิงได้ทุกเมื่อ


“ไวโอเลต!” ร่างสูงลดปืนลง “เหลือกันแค่นี้เหรอ!?” ตามหลังฟิชเชอร์มาติด ๆ คือหน่วยโจแอนทั้งหน่วยพร้อมกับนาวิกของกองทัพอีกห้าคน


“พวกเราถูกตัวบ้านั่นโจมตีตอนกำลังจะเข้ามาที่โรงพยาบาล ทำให้แซมกับคนของเราอีกสองคนแยกไปเข้าทางประตูหน้าแทน” เธอลดปืนลงเช่นกันในขณะที่คนของหน่วยของเธอกำลังวิ่งตามมาข้างหลัง


“โอว...ดูท่าไม่ดีแน่” ฟิชเชอร์ทำเสียงต่ำส่ายหัวไปมาเล็กน้อย “เราไม่ได้เข้าทางประตูหน้ามาแต่เท่าที่เห็นฝั่งประตูหน้าสภาพคงจะไม่ดีซักเท่าไหร่”


“เราต้องไปช่วยแซม” เธอตอบฉะฉานใต้หน้ากากกักกันเชื้อ “ชั้นเบื่อที่จะต้องทนอยู่ในที่บ้า ๆ นี่เต็มทนเรารีบรวมคนแล้วไปจากที่นี่กันดีกว่า”


“ถ้างั้นชั้นจะเป็นคนสั่งการแทนเธอละกันไวโอเลต” ฟิชเชอร์พูดน้ำเสียงแข็ง “เพราะตอนนี้หัวหน้าเธอไม่อยู่ชั้นควบคุมเองจะไวกว่าเยอะ”


ร่างบางพยักหน้า “ชั่วคราวน่ะนะ” เธอเว้นจังหวะ “รีบไปเถอะ”


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ชายหนุ่มย่างเท้าลงบนของเหลวเหนียวลื่นไม่ต้องเดาเขาก็รู้ได้ว่ามันคืออะไรโชคร้ายที่ตอนนี้ความยากที่เขาจะต้องฝ่าฟันไปเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเวลาที่ผ่านไปเรื่อย ๆ แซมก้าวเท้าตามฌอนอย่างเงียบเชียบถึงเขาเป็นหัวหน้าแต่ให้คนที่เคยเจอกับสถานการณ์จริงและรู้จักพื้นที่นำจะดีกว่า แต่ถึงแซมจะเดินตามฌอนก็ห่างกันไม่ถึงครึ่งฟุต


ฌอนหันมาหาแบรดกับหัวหน้าหน่วยแล้วยกนิ้วชี้ขึ้นมาที่ปากเป็นเครื่องหมายให้ทุกคนหยุดการกระทำใด ๆ ที่ก่อเสียงโดยสิ้นเชิงก่อนเขาจะก้าวถอยหลังออกมาสามก้าวและพิงที่พนัง


“มีพวกมันอยู่ตรงทางเดิน...” ฌอนกระซิบพยายามให้เบาที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อไม่ให้พวกมันได้ยินผ่านหน้ากากกักกันเชื้อ “เราจะเก็บมันให้ไวที่สุดและวิ่งไปลงที่บันไดหนีไฟ” ฌอนเอียงตัวไปมองพวกมันอีกรอบเพื่อดูลาดราว ถ้าผ่านทางเดินไปได้จะเป็นการวิ่งต่อเดียวไปที่ปีกฝั่งตะวันตกของโรงพยาบาล


หัวหน้าหน่วยพยักหน้ารับคำและย่อออกจากที่มั่นตรงไปหาร่างผู้ติดเชื้อและใช้พานท้ายปืนกระแทกที่หัวอย่างแรงจนมันล้มลง ตามความคาดหมายทันทีที่ผู้ติดเชื้อกระแทกพื้นพวกมันตัวอื่น ๆ หันควับมาทางแซมและร่างเหยื่อที่ยังคงหายใจปกติราวกับสัตว์ร้ายแม้มองไม่เห็นฌอนก็ยังคงเห็นภาพเป็นนัยน์ตาสีแดงในเบ้าของพวกมันได้ชัดเจน


“ไปเร็ว!” แซมเล็งปืนระดับบ่าและเหนี่ยวไกใส่ผู้ติดเชื้อที่วิ่งชาร์จใส่เขาจากทางด้านหน้าจนกระเด็นล้มลง ในขณะที่แบรดและฌอนวิ่งตามมาทางด้านหลังและยิงต้านพวกมันจากทุกทิศทางแซมจึงเคลียร์ทางด้านหน้าเพื่อให้ทั้งสามคนวิ่งถึงทางหนีไฟได้ทันเวลา


ฌอนกระแทกประตูหนีไฟเปิดออกตามมาด้วยแบรดที่โดนผู้ติดเชื้อโถมเข้าใส่จนกระเด็นเข้ามาในทางหนีไฟ แซมจึงเตะเข้าที่สีข้างมันและยิงเจาะกะโหลกปีศาจร้ายจนฌอนปิดประตูทางหนีไฟและล็อคได้สำเร็จ


‘เกลียดทางหนีไฟเป็นบ้า’ ชายหนุ่มแหงนหน้ามองขึ้นไปข้างบน ครั้งสุดท้ายที่เขาต้องวิ่งอยู่ในบันไดแห่งความตายนี่คือตอนอยู่ในโรงเรียนตอนเสี่ยงตายเพื่อช่วยอีวาแต่ก่อนหน้านั้นเขาเสียคนสำคัญไปเพราะบันไดวกวนที่มากับจำนวนขั้นบันไดนับไม่ถ้วนแบบนี้


แบรดหอบหายใจอย่างแรงใบหน้าของเขาซีดเพราะความกลัวสุดขีดถ้าแซมมาเตะมันไม่ทันเขาอาจจะโดนกระชากหน้ากากจนติดเชื้อไปแล้วก็ได้


“เป็นไรมั้ยนายทหาร” แซมยื่นมือให้นาวิกจับเพื่อลุกขึ้น


“ขอบคุณมากครับ” แบรดจับมือหัวหน้าหน่วยและดึงตัวเองขึ้นจากพื้น


“พวกเรารีบไปกันดีกว่า” แซมพยักหน้าให้แบรดก่อนจะหันไปสังเกตถึงความผิดปกติของเพื่อนร่วมทีม “เป็นอะไรรึเปล่า” แซมจ้องมองคู่สนทนาที่กำลังเงยหน้ามองบันได


เสียงของแซมกระตุกฌอนออกจากภวังค์ “เปล่า” ฌอนตอบสั้น “ผมคิดว่าจะต้องหาทางหนีทีไล่เข้าบันไดนี่อีกรึเปล่าเท่านั้นล่ะ” ชายหนุ่มจับอาวุธมั่นและก้าวนำลงบันไดหนีไฟมุ่งหน้าไปชั้นหนึ่งของโรงพยาบาล


ชายหนุ่มเปิดประตูออกมาก็เจอกับบรรยากาศเงียบวังเวงของโรงพยาบาล จากจุดนี้คงไม่เจอพวกมันเยอะเท่าไหร่เพราะเตียงคนไข้และอุปกรณ์ที่ถูกคว่ำไว้กระจัดกระจายจนไม่มีที่ให้ผ่าน แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังคงมีของเหลวสีแดงข้นเหนียวเหนอะไหลนองอยู่ที่พื้น


“นึกว่าที่นี่จะมีพวกมันน้อยกว่านี้” แซมพูดขณะที่เดินหักเลี้ยวไปตามทางเชื่อมระหว่างตึกตามหลังแอสซอลของหน่วย


“คนป่วยใกล้ตายบางคนพวกเขาไม่ตายเพราะควัน กลับกันพอโดนควันทำให้กลายเป็นพวกมันแล้วมีแรงมากขึ้นไปอีก” ฌอนก้าวเดินอย่างระมัดระวังแต่ก็เร่งความเร็วที่ฝีเท้าให้เร็วขึ้น


“ใกล้ตายกลายเป็นไม่ตายแทนงั้นสิ” หัวหน้าหน่วยหัวเราะในลำคอ “ดวงเฮงรึเกินไอ้ลูกหมา”


“มันก็ไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะ” ฌอนตอบเสียงนิ่ง ตอนนี้เป็นช่วงที่ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองวัดดวงกับพวกติดเชื้อมาก ๆ เพราะด้านข้างของทางเชื่อมมีหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ มันอาจมองเห็นพวกเขาและเข้ามารุมได้ทุกเมื่อ


“บ้าจริง” แบรดสบถเมื่อเห็นว่าไฟฉายปลายปืนของเขาถ่านหมด “ล้อเล่นใช่มั้ยเนี่ย” เขาสะบัดมันไป ลำแสงของไฟที่กระพริบเพราะถ่านใกล้ตายก็ลากไปลากมาทั่วทางเดินเพราะแรงสะบัด


แอสซอลหันควับไปเจอกับการกระทำล่อเป้าของเพื่อนร่วมทีม แต่เขาอยู่ห่างเกินไปที่จะเอื้อมมือหยุดการกระทำนั้น “หยุด อย่าทำอย่างงั้นนะ!”


ปึง !


เสียงกระแทกประตูเปิดเข้ามาเผยให้เห็นชายร่างสูงโปร่งโครงสร้างขนาดใหญ่และชุดพร้อมหน้ากากกักกันเชื้อPRADA ที่คุ้นเคย ฟิชเชอร์สั่งการให้คนในทีมสองคนวิ่งเข้าไปในทางเชื่อมระหว่างอาคารอย่างเป็นแบบแผน ในขณะเดียวกันผู้ติดเชื้อต่างวิ่งกรูเข้ามาหากลุ่มคนราวกับแมงเม่าบินเข้ากองไฟ


ทั้งแสงเสียง ตอนนี้พวกมันรู้ตำแหน่งที่อยู่เราหมดแล้ว และสิ่งที่ทำได้อย่างเดียวคือ “วิ่ง!” ฌอนตะโกนสุดเสียงให้ทั้งสองหน่วยวิ่งเข้าไปในอาคารปีกตะวันตกของโรงพยาบาล


เพล้ง!


พวกมันกลุ่มใหญ่ใช้ฟันและเล็บขูดกับกระจกบางตัวใช้มือกระแทกอย่างบ้าคลั่ง เหยื่อของพวกมันกำลังหลุดมือไปแล้ว! ยิ่งเห็นเช่นนั้นมันยิ่งเปลี่ยนจากการใช้ฟันขูดกระจกจนเลือดออกมาเป็นการใช้หัวกระแทกกระจกจนน่าสยดสยอง


กลุ่มผู้รอดชีวิตทั้งหมดช่วยกันดันโต๊ะและเก้าอี้มาปิดประตูที่พวกเขากระแทกออกไป เมื่อมั่นใจว่ามั่นคงพวกเขาก็หันหลังและวิ่งต่ออย่างไม่ต้องนัดหมาย


“ถึงฐานนี่มิค่าห์!” แซมกระแทกเสียงใส่วิทยุ “พวกเราพบและกลับมารวมกับโจแอนแล้ว กำลังเสริมอยู่ที่ไหน!?”


“นี่ฐาน” เสียงคีย์ต่ำและทุ้มตอบกลับมา “กำลังเสริมและฮอ.กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดถอนกำลังเพื่อรับคุณทราบแล้วเปลี่ยน”


“อะไรนะ!” ไวโอเลตจำอ้าวอย่างสุดกำลังในชุดออกปฏิบัติการที่หนักอึ้งและจ้องหน้าหัวหน้าหน่วยของตนไปในขณะเดียวกัน


“นี่มิค่าห์ หัวหน้านาตาเลียไม่อยู่ที่ ฐานเหรอครับ!” เสียงของแซมขาดห้วงเพราะความเหนื่อย ตอนนี้พวกเขาวิ่งไปตามโถงทางเดินของอาคารเพื่อมุ่งหน้าออกทางด้านหลังของตึกปีกตะวันตก


“หัวหน้าของPRADA ออกจากฐานไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ตอนนี้กำลังเสริมกำลังไปที่จุดถอนกำลังให้พวกคุณไปประจำเพื่อรอการถอนกำลังได้เลย”


“...” หัวหน้าหน่วยขมวดคิ้วหากัน “รับทราบ” นาตาเลียหายไปไหนในช่วงที่วิกฤตขนาดนี้กัน


ไม่กี่อึดใจร่างสูงกระแทกประตูจากภายในอาคารเปิดออกมาจนบานประตูหลุดออกเพราะแรงถีบของคนหลายคน จนสร้างความสนอกสนใจจากกลุ่มผู้ติดเชื้อที่กระจายอยู่ในสวนสาธาระณะแฟรงค์คลิน ให้มาบดขยี้กลุ่มสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมให้สิ้นซาก


พวกมันวิ่งกรูเข้ามาจากทั่วทิศทาง “รีบวิ่งไปที่แบล็คสโตนเร็ว!” ฟิชเชอร์ใช้กระบอกปืนชี้ไปยังสวนสาธารณะฝั่งตรงข้ามและก้าววิ่งในทันที เสี้ยววินาทีที่ชายร่างสูงวิ่งออกมาจากถึงสี่แยกถนนนิวตันตัดกับวอร์ชิงตัน สัตว์ประหลาดขนาดยักษ์พุ่งเข้าหาเขาโดยหาที่มาไม่ได้ จนฟิชเชอร์กระเด็นไปตามถนนวอร์ชิงตันที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของรถ


“ฟิชเชอร์!!!” แซมตะโกนลั่นผ่านวิทยุ “บ้าเอ๊ย!” เขาวิ่งเข้าหาสัตว์ร้ายพร้อมกับเหนี่ยวไกติดขอบโกร่งสาดกระสุนใส่มันด้วยความโกรธเกรี้ยว


สัตว์ร้ายหันควับไปยังผู้รุกรานและคำรามดังลั่นพร้อมกับใช้หลังมือหมายจะกวาดมดปลวกตัวนี้ให้กระเด็นหายไปจากถนน


ในจังหวะที่มันใช้หลังมืดกวาดเข้าหา แซมสไลด์ตัวลงกับพื้นแต่หน้ากากของเขากระแทกกับปลายฝ่ามือของสัตว์ร้ายจนร้าวทำให้หัวของแซมกระแทกพื้นและพ้นจากการโจมตีของมันอย่างหวุดหวิด


“แซม!!” ไวโอเลตวิ่งเข้าตามถนนนิวตันและเข้าใกล้สี่แยกมากข้าไปทุกที ๆ แต่เพราะลมที่พัดแรงอย่างผิดปกติและแสงไฟจ้าจนมองทางแทบไม่เห็นจนทำให้เธอต้องยกมือขึ้นป้องหน้า


ในขณะเดียวกันเมื่อมันเห็นว่าเหยื่อที่หมายจะตบกระเด็นเมื่อกี้นี้หลุดรอดมาใต้เงา มันยกเท้าข้างซ้ายคิดจะกระทืบให้พื้นแตก


“ฮึบ!” แซมกัดฟันดันตัวกลิ้งออกมาจากจุดและลุกขึ้นมาเล็งปืนใส่มัน ทำให้เท้าที่มันย่ำลงพื้นนั้นเสียเวลาเปล่า สัตว์ร้ายคำรามดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ด้วยความโกรธเกรี้ยวมันวิ่งถลาเข้าหาเหยื่อด้วยความเร็วสูง


ชายหนุ่มระดมยิงปืนกลหนักที่ติดมากับตัวเครื่องใส่สัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่วิ่งขวางทางกลางสี่แยก ทำให้เลือดของมันกระเซ็นไปทั่วถนน แม้มันหันมาหวังจะแว้งกัดแต่ก็ไม่อาจสู้กับกระสุน12.7 ม.ม.ได้ ร่างยักษ์ทนกระสุนต่อสู้อากาศยานได้เพียงชั่วอึดใจก็กระโดดหนีเข้าซอกตึกบนถนนวอร์ชิงตันไป


แซมหอบหายใจอย่างแรงเพราะการหลั่งอะดรีนาลีนและความเหนื่อยอ่อน เขาปล่อยปืนและตัวของเขาลงกับพื้นเพื่อนั่งหายใจในขณะที่มองเฮลิคอปเตอร์ผู้ช่วยชีวิต


“แซม!” ไวโอเลตวิ่งเข้าหาหัวหน้าหน่วยอย่างรวดเร็วตามมาด้วยคนในหน่วยที่เหลือ “เป็นอะไรรึเปล่า”


“สัญญาณตรวจจับเชื้อมันดังจนน่ารำคาญ” หัวหน้าหน่วยหันหน้าไปหาคนใต้บังคับบัญชาเผยให้เห็นรอยร้าวของหน้ากากกักกันเชื้ออย่างชัดเจน


“รีบไปกันเถอะ” ร่างบางดึงแขนหัวหน้าหน่วยขึ้นจากพื้นแต่เธอเพียงคนเดียวรับน้ำหนักของชายที่เหนื่อยหอบขึ้นมาไม่ไหว ทำให้เธอต้องปล่อยเขา แต่แซมเองก็ดันเธอออกเหมือนกันเพราะเขาลุกขึ้นเองได้


“เราต้องช่วย...ฟิชเชอร์ก่อน” น้ำเสียงแซมขาดห้วงบ้างเป็นบางคำแต่ก็ไม่ได้ดูแย่อะไร เขาจับด้ามปืนเตรียมพร้อมก่อนจะหันไปตามถนนวอร์ชิงตันด้านที่ฝ่ากลางระหว่างสวนสาธารณะทั้งสองแห่ง


[ชั้นสั่งให้นายไปที่แบล็คสโตนเดี๋ยวนี้แซม] นาตาเลียกล่าวฉะฉานผ่านเครื่องกระจายเสียงจากบนเฮลิคอปเตอร์ ในขณะเดียวกันก็มีพาหนะทางอากาศมุ่งหน้าไปยังสวนสาธารณะแบล็คสโตนอีกสองลำ


ปิ๊บ...ปิ๊บ..ปิ๊บ...ปิ๊บ...ปิ๊บ...


“บ้าน่า” แซมขมวดคิ้วจนแทบจะชิดกัน สัญญาณเตือนมันดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขาก็ทิ้งเพื่อนรวมงานให้ตายในนรกนี้ไม่ได้เช่นกัน เขาตัดสินใจแล้ว “ไวโอเลตนำกลุ่มไปที่แบล็คสโตน เธอเป็นคนเดียวที่สั่งการได้ ฌอน แบรด มากับชั้น ไปเร็ว!” แซมสั่งการเสร็จก็วิ่งมุ่งหน้าไปหาฟิชเชอร์ในทันที


ร่างบางอ้าปากค้างหมายจะห้ามแต่เมื่อได้รับคำสั่งแล้วเธอก็ต้องปฏิบัติตาม เธอใช้สัญญาณมือเรียกคนทั้งสองหน่วยตามเธอเข้าไปในแบล็คสโตนซึ่งวิ่งเข้าไปไม่ไกลก็สามารถเห็นหัวหน้านาตาเลียยืนอยู่กับหน่วยกำลังเสริมของPRADA ที่รออยู่ นาตาเลียเห็นก็เดินเข้าหาไวโอเลตในขณะที่เธอวิ่งเข้าหาหัวหน้าเช่นกัน


“ฟิชเชอร์กับแซมไปไหน” นาตาเลียตะโกนถามเพราะความชุลมุน


“แซมสั่งให้ชั้นพาคนที่รอดมาที่เฮลิคอปเตอร์ก่อน และเขาแยกตัวไปช่วยฟิชเชอร์ค่ะ” ไวโอเลตรายงานสุดเสียงเช่นกัน


“รีบพากันไปขึ้นเครื่องก่อน” นาตาเลียมองไปยังสี่แยกที่เกิดเหตุการณ์เมื่อครู่ “เร็วเข้า!”


“หัวหน้านาตาเลียคะ!” ไวโอเลตใช้มือจับที่แขนคู่สนทนาในขณะที่คนในหน่วยวิ่งไปยังเฮลิคอปเตอร์ด้านหลังทั้งสามลำ “หน้ากากกักกันเชื้อของแซมร้าวค่ะ ชั้นจะกลับไปช่วยพวกเขาอีกแรง”


นาตาเลียจ้องมองเธอด้วยใบหน้าเคร่งเครียด แซมขัดคำสั่งเธอและในกรณีนี้ แย่มาก ๆ


“ก็ได้” นาตาเลียตะโกนกลับมา “เราจะออกจากที่นี่ในอีกห้านาที ถ้าแซมยังไม่ติดเชื้อซะก่อนนะ” จบคำไวโอเลตพยักหน้าและหันหลังวิ่งกลับไปยังถนนวอร์ชิงตันทันที


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ


เสียงของสัญญาณเตือนยังดังอย่างสุจริตแต่ตอนนี้เจ้าของของมันยังหาร่างของเพื่อนเขาไม่เจอเลยด้วยซ้ำ


“พยายามอย่าหายใจมาก” ฌอนบอกหัวหน้าหน่วยในขณะที่เดินผ่านซากรถไปกับแบรดและแซม แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมาและตรงหน้าก็มีร่างของชายหนุ่มลักษณะสูงโปร่งตรงกับฟิชเชอร์ไหลไปอยู่ระหว่างช่องของเศษเหล็ก ฌอนกับแซมวิ่งเข้าหาร่างโดยทันทีและช่วยกันดึงฟิชเชอร์ขึ้นมาจากซอกแคบ


ฌอนมองหน้าที่หัวหน้าหน่วยสองแล้วส่ายหัวไปมา หน้ากากของฟิชเชอร์แตกเป็นเสี่ยง ๆ เศษกระจกบางอันเสียบอยู่บนหน้าของชายหนุ่มถึงฟิชเชอร์ไม่คอหักตายตอนโดนกระแทกก็อาจจะขาดใจตายเพราะเชื้อในอากาศ


“ผมเสียใจด้วยครับ...” แบรดที่ยืนคุ้มกันอยู่บนเศษเหล็กด้านหลังพูดน้ำเสียงอ่อย แต่หัวหน้าหน่วยหนึ่งทิ้งตัวลงพื้นดังตุบ


“เราต้องไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้ด้วย” ฌอนเดินเข้าหาแซมและดึงแขนข้างนึงของเขา


“หน้ากากผมกันเชื้อได้ไม่ทันออกจากบอสตันหรอก” แซมส่ายหัวไปมาขณะที่มองหน้าน้องชายของผู้บังคับบัญชาเขาอีกที แต่ฌอนจับที่แขนแซมและกระตุกขึ้นจากพื้น แซมจะถอดใจเพราะเสียเพื่อนตอนนี้ไม่ได้มันไม่ควรจบแบบนี้


“แซม!” ไวโอเลตโผล่มาจากทางด้านหลังของแบรด และมุ่งหน้าเข้าหาหัวหน้าของตนทันที “เราต้องรีบไปจากที่นี่ เร็วเข้า!”


“ชั้นกำลังติดเชื้อไวโอเลต” แซมขมวดคิ้วมองไปที่เพื่อนสนิท “เธอรีบพาแบรดกับฌอนกลับไปหานาตาเลีย” ชายหนุ่มออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง


“อะไรนะ!” ร่างบางขึ้นเสียง


แซมทำให้เขาไม่มีทางเลือกและไวโอเลตเองก็คอยเถียง ฌอนจึงตัดสินใจถอดหน้ากากกักกันเชื้อของตัวเองออก และตะโกนผ่านหน้ากากของแซม


“คุณกลั้นหายใจไว้!” ฌอนกวักมือเรียกไวโอเลตแต่เธอมองเขาตาค้างจนต้องกระชากมือของเธอมาจับที่หน้ากากของแซมและดึงมันออก ก่อนจะสวมหน้ากากอันใหม่และล็อคอย่างแน่นหนา


“ทีนี้ก็ไม่เป็นไรแล้ว!” ฌอนตะโกนหวังว่าพวกเขาคงได้ยิน “ไปเร็ว!”


“คุณบ้ารึเปล่า!!” ไวโอเลตตะโกนตามหลังฌอน “คุณจะตาย!”


เสียงสัญญาณเตือนที่ดังจนทำให้เขาปวดหัวเมื่อครู่หยุดลง แซมจึงวัดดวงสูดหายใจภายในหน้ากากกักกันเชื้อเต็มปอดและเดินไปยังทางที่พวกเขาผ่านเข้ามาตามซอกรถ “ไปเถอะไวฯ รีบออกจากที่นี่ก่อน”


ร่างบางส่ายหัวไปมาดวงตาของเธอจ้องมองไปยังชายหนุ่มทั้งคู่ เธอไม่เข้าใจพวกเขาการกระทำนี้จะทำให้พวกเขาทั้งคู่ไม่รอดทำไมฌอนถึงได้กล้าทำถึงขนาดนี้ แต่เธอก็ยกปืนขึ้นระดับเอวและเดินตามพวกเขาออกมาจากซากปรักหักพังมุ่งหน้าไปยังจุดถอนกำลังที่นาตาเลียยืนรอพวกเขาอยู่


“มัวแต่ทำอะไรอยู่!” นาตาเลียตะโกนผ่านวิทยุใต้หน้ากาก


“ขึ้นเครื่องก่อนเถอะ” แซมเอียงหน้าไปที่เฮลิคอปเตอร์ลำสุดท้ายที่รอคำสั่งจากนาตาเลียอยู่ “แล้วจะรายงานให้ฟัง”





To be con….

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ : นี่คือBlackstone ครับ รูปภาพ (ตรงข้ามกับ เเฟรงค์คลิน)


ถ้าไม่เมคเซ้น หรืออยากติชม + เสนอเเนะ โพสต์บอกผมด้วยนะครับ ^/\^

ปั่นมาส่งอย่างไว เพราะเนื่องจากวันพรุ่งนี้ผมเปิดเทอมเเล้ว 555555555555+ ฝากด้วยนะครับ >/\<
รูปภาพ
MEP Project Presents:IRATUS
FICTION 6 ตอนที่Co-oP ผู้เขียน3คนในเรื่องเดียวกัน อยากรู้ว่าใครบ้าง เรื่องอะไร เข้าไปอ่านกันนะครับ


-------------My Fiction : Original Fiction---------------------------------
Empty Soul [Status: Chapter 12 : Dark Wolf อัพเเล้ว]
Twins [Status: Chapter 5 อัพเเล้ว]
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6234

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 28 ต.ค. 2012, 01:22

Re: Empty Soul Chapter 15 : Risky อัพ 28/10/12

เนื่องจากมีคนมาโพสคั่นแล้ว เราจึงจะไม่ Edit นะคะ ฮุ ๆ (เนียนดันฟิคน้องแทน :e14 )



บทที่ 14

อันนี้พวกคำผิด ไม่เรียงต่อกันนะ แค่ quote ประโยคมา อาจตกหล่นบ้าง พี่มึน ๆ ขออภัย

“แซม! วิ่ง! แซม!” ไวโอเลตะเบงเสียงใส่วิทยุเมื่อเห็นสัตว์ร้ายพุ่งตัวเข้าใกล้พวกเขายิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกันก็ส่งเสียงบอกให้คนใต้บังคับบัญชาก้มหัวหลบรถที่ถูกมันเควี้ยงมาใส่อย่างหวุดหวิด

“กำแพงเหล็กดัด!!” ชายฉกรรน์ตะโกนผ่านวิทยุให้หัวหน้าหน่วยและแอสซอล
เลต, เขวี้ยง, ฉกรรจ์


“แซม!!! ข้างหลัง!” หญิงสาวตวาดเสียงดังจนทำคนทั้งกลุ่มสะดุ้งตกใจ
จังหวะนี้นึกว่าจะบอกว่า แซม ข้างหลัง!!! ระวังนาวิกคนนั้นตุ๋ย :e13

โอย เป็นตัวประกอบอดทนที่ได้รับความนิยมจริง ๆ ตอนแรกเริ่มอ่านมาฉากบู๊เครียดมาก บวกกับสำนวนที่จริงจังของน้องแทนยิ่งเครียดไปใหญ่ เจอนาวิกตาเถรหลุดเข้าไป เกิดอารมณ์ฮึกเหิม จงดาหน้าเข้ามา เจ้าผู้ติดเชื้อ ข้าจะลงทัณฑ์แกเอง!!! อะไรงี้ 555+


“ไปเร็วเข้า เร็ว!” ฌอนช่วยดันนายทหารปืนขึ้นหลังคารถจนสำเร็จ นาวิกจึงหันกลับมาแล้วยื่นมือดึงเขาขึ้นไป
ฉากนี้น่าเสียดายที่เป็นแบรด ไม่ใช่นาวิกตาเถรหลุด ไม่งั้นพี่แกคงปลื้มใจ คุณพระ!! มีคนหล่อระดับดีกรีพระเอกของเรื่องช่วยดันบั้นท้ายปีนหนี ถึงตายก็คุ้ม


แน่นอนว่าเรื่องภาษา พี่ไม่มีอะไรจะติแล้วอะนะ มีแต่ชม เพราะมันสมบูรณ์แบบแล้วก็ว่าได้ อยากบอกว่า Chapter นี้บู๊มันมากอะ ลุ้น กดดัน เหมือนดูหนังบู๊แนวไซไฟเลย ชอบการวางบทของพระเอกนะ มันเด่น แต่ก็ไม่เด่นเกินจนกลบคนอื่นหมด เหมือนกระจายบทระหว่างตัวรองที่เด่น (เช่นแซม ไวโอเลต) ได้ดี เอาล่ะ เริ่มอ่านบทต่อไป!!!



บทที่ 15

ยิ่งเห็นเช่นนั้นมันยิ่งเปลี่ยนจากการใช้ฟันขูดกระจกจนเลือดออกมาเป็นการใช้หัวกระแทกกระจกจนน่าสยดสยอง
ฉากนี้อ่านแล้วอยากเล่น Dead Space อะ ไม่รู้ทำไม


“อะไรนะ!” ไวโอเลตจำอ้าวอย่างสุดกำลังในชุดออกปฏิบัติการที่หนักอึ้งและจ้องหน้าหัวหน้าหน่วยของตนไปในขณะเดียวกัน
จ้ำอ้าว


อ่านแล้วได้ข้อสรุปหนึ่งอย่าง ไวโอเลตท่าทางจะตัวเล็ก พยุงใครไม่ขึ้นสักราย จะว่าแซมตัวหนักก็คงไม่ใช่ :e13 เต็มที่น่าจะไม่เกิน 75 kg ละมั้ง ว่าแต่ฌอนกล้าทำแบบนี้ เพราะจริง ๆ แล้วเขามีภูมิคุ้มกันหรือเปล่านะ ถึงโดนเชื้อก็ไม่เป็นไร แต่ถึงแซมจะกลั้นหายใจ เชื้ออาบหน้าแบบนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรไหม หวังว่าจะมีทางช่วยล่ะ

ส่วนตัวได้ยินชื่อตาแบรดแล้วคิดถึงแบรด วิกเกอร์สุดกากจาก RE แต่แบรดคนนี้ใจเด็ดกว่ามาก แม้จะกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ไม่ทิ้งคนในทีม นิสัยดีเหมือนกัน

ตอนนี้พวกตัวเอกเหนื่อยมากแล้ว ได้กลับฐานสักที คนอ่านก็ขอไปพักหายใจก่อน อ่านฉากบู๊ติดกันสองตอน ลุ้นมาก หายใจจะไม่ทัน (จริง ๆ นะ) แฮ่ก ๆ
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 29 ต.ค. 2012, 13:38

Re: Empty Soul Chapter 15 : Risky อัพ 28/10/12

มาอ่านแล้วครับ แล้วก็เอา Fan Art มาส่ง อีวาครับ

รูปภาพ

เพราะมีขีดจำกัดเรื่องอุปกรณ์และเครื่องมือ สีเลยซีด ขอโทษทีครับน้องแทน


.............................................................................................................................................................



ไว้รอบหน้าแล้วกันฮ่ะ กำลังศึกษาเรื่องลายเส้นเวลาวาดผู้หญิงอยู่ 555555+ อยากจะบอกว่าปัจจุบันนี้ พี่วาดผู้ชายไม่ได้แล้ว......

v
v
v
v
แก้ไขล่าสุดโดย Kevin Ryman เมื่อ 29 ต.ค. 2012, 15:42, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6234

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 29 ต.ค. 2012, 15:37

Re: Empty Soul Chapter 15 : Risky อัพ 28/10/12

ภาพพี่เบียร์ชอบแววตาของอีวามาก ดู sexy แบบลึกลับ เป็นสาวเป็นตัว
แต่ไหล่กว้างไปนิดนึงพี่ ถ้าลดลงจะ perfect เลย ทำให้ดูผู้หญิง ๆ ขึ้น
ส่วนท่าโพส เมพแล้ว อย่าแก้ เอ๊กซ์มาก... :e15 :e15 :e15
<<

Goku

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1373

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2008, 15:08

ที่อยู่: โลกหน้า กันท่านเจ้าภิภพ

โพสต์ 29 ต.ค. 2012, 19:16

Re: Empty Soul Chapter 15 : Risky อัพ 28/10/12

ขอบคุณพี่เเพรกับพี่เบียร์มาก ๆ เลยครับ ^/\^

พี่เเพร : ขอบคุณพี่มากเลยครับ (เนียนดัน 55555+) ผมนั่งอ่านเม้นท์พี่เเพรเเล้วยิ้ม + หัวเราะตลอดเลย ขอบคุณพี่เเพรเรื่องคำผิดมากเลยครับ ผมจะรีบเเก้ไขให้ไว (ให้ไวเลย ให้ไว :e7 ) ที่สุดนะครับ เรื่องของนายทหารตาเถรหลุดนั่นผมต้องจับเเยกออกมาจากกลุ่มฌอนครับ เพื่อความปลอดภัยทั้งร่างกายเเละทรัพสินของตัวเอกของเรื่อง :e13 (ถ้ามาดันบั้นท้ายกันขนาดนี้ อีวาอาจถึงขั้นรับไม่ได้ นาตาเลียสั่งเก็บ -*-)

ส่วนเเบรดนี่จริง ๆ ผมได้เเรงบันดาลใจจาก เเบรด เดลสัน (มือกีต้าร์ Linkin Park) เเต่คาเเลคเตอร์นั้นไม่เหมือนกับเเบรด เดลสัน เพราะผมไม่รู้จักเขา 55555555555+ (- -") ช่วงนี้รู้สึกมันส์มือ ถ้ายังไงผมจะพยายามอัพให้ทันภายใน 4 วัน นะครับ ^ ^



พี่เบียร์ : โหยพี่ขนาดนี้ก็สวยโค่ด ๆ เเล้ว =[]= อีวาเอ็กซ์มว๊ากกกกกกกกก อ่ะ จริง ๆ ถ้าสีซีดพี่สามารถใช้ PS หรือ โปรเเกรมอย่างพวก window gallery หรือ ACDsee ปรับสีเอาได้ครับ เเต่จริง ๆ เเ่ค่นี้ก็สวยเเล้ว ชอบท่าอีวามาก ๆ >< ขอบคุณพี่เบียร์มากครับ ผมเก็บเข้าคลังในเฟซทันที (55555555+)


คือจริง ๆ เรื่องภาษาผมกังวลอยู่นะครับ เพราะเหมือนภาษาผมมันปนไปปนมาระหว่างเรื่องเเฝดกับเรื่องนี้ (คือจริง ๆ ผมพยายามเขียนเเฝดให้อารมณ์ออกมาเอเชีย ๆ เเต่เขียนไปเขียนมาก (เเรก ๆ ที่เขียนเเฝด) ความรู้สึกเหมือนเขียน ES อยู่ซะงั้น =[]= เเล้วยิ่งเขียนเเฝดช่วงใหญ่ ๆ (ที่ดอง ES นาน ๆ ) ทำให้เหมือนอารมณ์ที่ผมใช้เีขียน ES มันหายไป พอกลับมาเขียนเลยกังวลว่า เออ มันออกมาเหมือนเดิมรึเปล่า -*-

ซึ่งตรงเรื่องของภาษายังไงผมก็ต้องขอคำเเนะนำจากพี่เบียร์เเละพี่เเพรด้วยนะครับ ^/\^


ขอบคุณมาก ๆ ครับ >/\<
รูปภาพ
MEP Project Presents:IRATUS
FICTION 6 ตอนที่Co-oP ผู้เขียน3คนในเรื่องเดียวกัน อยากรู้ว่าใครบ้าง เรื่องอะไร เข้าไปอ่านกันนะครับ


-------------My Fiction : Original Fiction---------------------------------
Empty Soul [Status: Chapter 12 : Dark Wolf อัพเเล้ว]
Twins [Status: Chapter 5 อัพเเล้ว]
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 29 ต.ค. 2012, 21:10

Re: Empty Soul Chapter 15 : Risky อัพ 28/10/12

ก่อนอื่น ในฐานะที่พี่เองก็เ็ป็นคนที่ชื่นชอบดนตรี พี่เองก็เล่นกีต้าร์นะ ร้างราไปนาน พึ่งกลับมาจับเมื่อไม่กีั่เดือน พี่เองก็เสพย์ดนตรีของ LP นะ ถึงใครจะบอกว่ามันตลาดก็เถอะ (เมื่อเทียบกับพวกรุ่นใหญ่อยาก Slipknot,Korn,Dream Theather หรือแม้กระทั้ง Limp)

คือพูดตามตรงเลยว่า อีตา Brad Delson เนี่ย มันไม่ได้โชว์ฝีมืออะไรมากมายเลย เพลงแต่ละเพลงของมันแบบว่า ดร๊อปเสียงกีต้าร์เหลือ C# แล้วก็ตีคอร์ดทาบ ไม่ก็เทคนิคอุดสาย คือแนวทางเพลงหลังจาก In the End ของมันแบบว่า เฮ้อ.....ตันแล้วจริง ๆ

แต่โดยรวมพี่ก็ชอบนะ Brad Delson พี่ว่าเค้าเท่ห์ดีอ่ะ คือเล่นกีต้าร์แบบง่าย ๆ แต่ออกมาเท่ห์ มันยากอ่ะ 55555+


ว่าแต่ตูเม้นต์อะไรของตูเนี่ย ออกทะเลมาก กลับๆๆๆๆ มาสู่ฟิคชั่นต่อ

เอาจริง ๆ แล้ว เรื่องภาษาพี่ว่าอันไหนที่เหมาะสมสำหรับฟิคทั้งสองเรื่อง พี่ว่าน้องแทนก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้เลยนะ ลองสังเกตุงานเขียนของแพรดู จะเห็นได้ว่าสำนวนแบบตะวันตกค่อนข้างตรงไปตรงมา ไมไ่ด้พรรณาเวิ้นเวอร์อะไรเท่าไรนัก


ส่วนเรื่องความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม อันนี้พี่แถมให้ คิดว่าน่าจะช่วยน้องแทนได้

บางทีน้องแทนน่าจะลองหาพวกหนังมาดู ลองศึกษาความแตกต่างระหว่างไดอาล๊อค การพูดจาของตัวละครในเรื่อง (อย่างพี่เอง ค่อนข้างจะเน้นไปทางตะวันตกมาก ยอมรับเลยว่าชอบแนวคิดแบบอเมริกัน ซึ่งมันแฟร์ดี ยกตัวอย่างเช่นนางเอกฟิคพี่เนี่ย มิเชลล์ เธอไม่ซิงนะ ซึ่งมันเป็นปกติของค่านิยมของอเมริกันเค้า แต่ถ้าเป็นในฝั่งของเอเชียเราเนี่ย นางเอกไม่ซิงถือว่าเป็นอะไรที่แบบว่า ช๊อคมาก คนดูรับไมไ่ด้ 55555+)

ส่วนเรื่องความแตกต่างด้านอื่น ๆ ก็ ชาวเอเชียอย่างเรา ๆ จะค่อนข้างถือคติที่ว่า ผู้ชายเป็นใหญ่ แต่ในสังคมอเมริกันเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องล้าหลังแล้ว ผู้หญิงกับผู้ชายมีสิทธิเท่าเทียมกัน อะไรแบบนี้แหละครับ อาจจะไม่ถูกทั้งหมด ยังไงก็รบกวนคนอื่น ๆ อีกแล้วกัน

ถ้ามีปัญหาจุดไหนถามพี่ได้เลยนะครับ พี่ยินดีช่วย
<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2091

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 29 ต.ค. 2012, 21:33

Re: Empty Soul Chapter 15 : Risky อัพ 28/10/12

ฌอนตอนนี้อย่างแมนอ่ะ ดีกรีพระเอกเต็มเปี่ยมเลย 555+

ดีแล้วล่ะที่แยกกับนาวิกตุ๊ด พี่คิดเล่น ๆ ว่าเกิดมันพลาดพลั้งติดเชื้อขึ้นมาจะสยองขนาดไหน เป็นซากศพเดินได้ไล่ตุ๋ยฝ่ายพระเอกไรงี้ :e13
<<

Goku

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1373

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2008, 15:08

ที่อยู่: โลกหน้า กันท่านเจ้าภิภพ

โพสต์ 29 ต.ค. 2012, 22:25

Re: Empty Soul Chapter 15 : Risky อัพ 28/10/12

@ พี่เบียร์ ขำตรงเทคนิคเล่นกีต้าร์ของเเบรด ก็ไมค์มันเเต่งซะ ไม่มีที่เหลือให้กีต้าร์เลย อัลบั้มที่เเล้วก็ต้องมาตีกลอง อัลบั้มล่าสุด living thing ผันตัวมากดคีย์บอร์ดละ หมดกันเเบรด 55555555555555555+ :e13 LP มันตลาดเหรอ -*- (โหยเเรง สำหรับผม) ผมฟัง LP มานานเเล้วนะตั้งเเต่ what i'v done (เป็นเพลงเเรกที่ฟังเเล้วรู้ว่าวงไหนร้อง ก่อนหน้านี้พวก one step closer เมื่อก่อนไม่รู้เลย 555555555+) เเต่ผมว่ามันเเบบฟังไม่เเล้วไม่เอียนดีอ่ะพี่

ถ้าฟังเเบบ slipknot นาน ๆ ถึงช่วงท่อนฮุกที่นักร้องมันร้องเสียงธรรมดาจะฟังเพราะก็เหอะ เเต่ถ้าฟังเป็นชม ๆ ผมก็ไม่ไหวเหมือนกัน ผมกลับมาฟัง spike Shinoda เหมือนเดิมดีกว่า -*- (ไอดอล ฮี้ววววววววว)

ออกอ่าวพอกันเลย :e13


จริง ๆ เรื่องภาษาของ ES นี่คือผมเขียนได้เป็นปกติอยู่เเล้ว เเล้วพอช่วงเขียนเเฝดผมพยายามปรับให้ตัวเองเขียนออกมาเเนวคล้าย ๆ เเบบพวกคินดะอิจิ (เเต่ไม่ใช่เเบบซ่อนเงื่อน หรือ เทพขนาดนั้น คือผมเเค่พยายาม) ปัญหาคือพอเขียนไปนาน ๆ เริ่มกลับมาเขียน ES ไม่ได้เหมือนเเต่ก่อน อารมณ์มันไม่เด็ดขาดเหมือนเดิมเลย

ประเด็นจริง ๆ คือ ผมพยายามหาวิธีให้ตัวเองเขียนได้เหมือนเดิม (ถึงขนาดนั่งอ่านฟิคตัวเอง - -") ถ้าพี่เบียร์มีวิธีที่มันดูเข้าท่ากว่านี้อ่ะพี่ พี่พอจะเเนะนำผมได้มั้ยครับ เพราะผมใช้วิธีนี้มาซักพักเเล้ว ภาษาผมก็ยังออกมาได้เเค่เท่าที่เห็นอยู่ดี - -

ขอบคุณล่วงหน้าครับ ^/\^


@ พี่วาว ไม่ได้ละฌอนต้องขอเเมนนิสนึง เเซมเด่นมาตลอดเกือบ 3 เเชปเลย สุดท้ายนี้ต้องขอมีบทสำคัญ ๆ นิสนึง 5555555+

ถ้าเิกิดมันพลาดติดเชื้อขึ้นมานี่คงต้องล้างเชื้อกันทั้งบอสตัน เเบบ นาปาล์มลงเลย ตู้ม! สิ้นหวังเเล้วประเทศนี้ 5555555555+ อเมริกาในฟิคผมล่มจมเเน่พี่ ตอนจบเรื่อง ไหนจะนิวยอร์ก บอสตัน มีที่ือื่นอีกรึเปล่าก็ไม่รู้ เเต่เมืองเศรษฐกิจหลัก ๆ ทั้งนั้นเลย เชื้อระบาดทุกเมืองหลวง เย่~~~! ><b
รูปภาพ
MEP Project Presents:IRATUS
FICTION 6 ตอนที่Co-oP ผู้เขียน3คนในเรื่องเดียวกัน อยากรู้ว่าใครบ้าง เรื่องอะไร เข้าไปอ่านกันนะครับ


-------------My Fiction : Original Fiction---------------------------------
Empty Soul [Status: Chapter 12 : Dark Wolf อัพเเล้ว]
Twins [Status: Chapter 5 อัพเเล้ว]
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 29 ต.ค. 2012, 22:50

Re: Empty Soul Chapter 15 : Risky อัพ 28/10/12

เรื่อง LP จริง ๆ ตอนแรกพี่ว่าวงนี้เทพนะ แต่พอมาอยู่กับเพื่อน ๆที่เล่นดนตรีถึงรู้ว่า LP กากมาก คือพูดกันตามตรง วงนี้อยู่ได้เพราะ Mr.Han กะ Mike Shinoda จะแถม Chester อีกคนก็ได้ :e13

คือพวก Slipknot,Korn,Dream Theather พวกนี้จะดูถูก LP กับ Limp มากครับ (Limp จะโดนน้อยหน่อยเพราะอีตา Wes Borland เก่งจริง มือกีต้าร์ที่มีไอเดียในการนำเสนอบรรเจิดที่สุดเท่าที่พี่รู้จัก)

พี่ก็เคยเป็นแบบน้องแทนนะ พอแต่งไปสักพัก เราจะเริ่มรู้สึกแบบนี้ คือยังไงล่ะ? มันยังเพิ่มได้อีก มันยังพัฒนาได้อีก แต่ปัญหาคือเราไม่รู้จะทำยังไง? พี่มีวิธีดังนี้ครับ

อย่างพี่นะ ตอนแรก ๆ ไม่ได้เก่งหรอก ห่วยมาก ถ้าพี่ขุดเอาฟิคเรื่องแรกที่พี่แต่งมาให้น้องแทน น้องแทนจะไม่เชื่อเลยว่า เป็นคนแต่งคนเดียวกับ MoRC

หลัก ๆ คือเรียนรู้จากคนที่เก่งกว่าครับ อย่างในบอร์ดเรา ตอนนีู้พูดกันตามตรงเลยว่า แพรคือกระบี่มือหนึ่งครับ พี่เองก็ศึกษาแนวคิดการเขียนของแำพรมาบ้างเหมือนกัน แต่สำคัญที่สุดคือ เราต้องเอาไปใช้ให้ถูกจุดนะ และไม่ได้ก๊อปทุกอย่างมาหมด หรือน้องแทนอาจจะลองศึกษาฟิคของพี่ดูก็ได้ครับ ไม่คิดตังค์

หรือบางที น้องแทนอาจจะลองหานิยายสักเรื่องมาอ่าน มาศึกษาเรื่องการใช้ภาษา แนวคิด ตอนแรกพี่มีปัญหาเรื่องสรรพนามแล้วก็เรื่องการบรรยายมาก พี่เลยพยายามหานิยายมาอ่าน น้องแทนจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม พี่ซื้อนิยายตั้งแต่แนวบู๊ แอ็คชั่น ทริลเลอร์ หรือแม้กระทั่งรักโรแมนติกพี่ก็ซื้อมาอ่าน หลัก ๆ คืออยากศึกษาเรื่องการใช้ภาษาครับ

ลองศึกษาตามแนวทางของพี่ดู แต่อย่าลืมว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องรักษาแก่นแท้ของฟิคเราไว้ครับ พี่อาจจะไม่ได้เก่งที่สุด อาจจะมีจุดไหนขาดตกบกพร่องไปบ้าง ก็ต้องรบกวนคอมเม้นเตเตอร์ท่านอื่น ๆ มาชี้แนะอีกที

ยังไงก็สู้ ๆ ครับน้องแทน :e7
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6234

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 30 ต.ค. 2012, 01:02

Re: Empty Soul Chapter 15 : Risky อัพ 28/10/12

พี่ว่าภาษาน้องแทนมันดีอยู่แล้วนะ และมันก็แยกชัดเจนแล้ว ทั้งเรื่อง ES และเรื่อง Twins พี่อ่านไปก็รู้สึกได้ว่า ภาษามันต่างกัน ซึ่งน้องแน่มากที่ทำได้แบบนี้ นักเขียนไม่ใช่ทุกคนที่จะเขียนได้หลายสำนวน แล้วออกมา "ดี" (พี่ก็เขียนได้หลายสำนวนเหมือนกัน แค่กากเท่านั้นเอ๊งงง :e13) ซึ่งน้องแทนทำมันได้ดีมาก ก็ขอให้พัฒนาต่อไป...แต่ไปไหน พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะพี่ก็ไม่รู้ว่าจะแนะนำอะไรน้องแทนได้ดีกว่านี้ เพราะพี่คิดว่าน้องดีอยู่แล้วอะ (จริง ๆ นะคะ ไม่ได้ยอ) คือสมมุติว่าให้พี่มาแก้สำนวนน้องเนี่ย สมมุตินะ ๆ พี่ก็ไม่รู้จะแก้อะไร แบบให้เขียนดีไปกว่าที่น้องแทนเขียน ด้วยสำนวนของน้องแทน พี่ก็ทำไม่ได้หรอก ดังนั้นเรื่องภาษาไม่ใช่เรื่องที่น้องแทนต้องกังวลเลย

เรื่องที่น้องควรจะพัฒนา และน่าจะพัฒนาได้มากกว่าภาษาในช่วงนี้คือเนื้อเรื่องมากกว่า ไม่ใช่เนื้อหาที่เขียนอยู่นี่ไม่ดีนะ เพียงแต่พี่จะบอกว่ายิ่งเราโตขึ้น เนื้อหาของฟิค โทนของเรื่อง มันจะเป็นอะไรที่พัฒนาไปมากสุด ยิ่งกว่าภาษา คือภาษามันก็มีดีขึ้นบ้างแหละ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งมันจะอิ่มตัว อิ่มตัวไปนาน จนอาจจะผ่านไปหลายปีถึงจะพัฒนาอีกที อย่างพี่ พี่ก็คิดว่าภาษาของพี่มันอิ่มตัวแล้วล่ะ ไม่ใช่ว่ามันดีเลิศนะ แต่ ณ ปัญญาของพี่ตอนนี้ พี่สามารถเขียนได้แค่เท่านี้แหละ ปกติก็ไม่ใช่เซียนด้านการพรรณาอยู่แล้ว ถ้าให้พัฒนาตอนนี้ พี่ทำไม่ได้หรอก แต่อีกห้าปี สิบปี ถ้าพี่ยังหน้าด้านเขียนฟิคอยู่ มันก็น่าจะดีขึ้น แต่ไม่ใช่เร็ว ๆ นี้

กลับกันด้านเนื้อเรื่อง พี่ยังพยายามจะพัฒนาต่อ เพราะมันยังไม่อิ่มตัว (พี่หมายถึงกะเรื่องอื่น ๆ เช่น Ori ในอนาคตนะ ไม่ใช่ PR เพราะ PR มันก็แค่ฟิคที่ตายไปแล้ว มาเขียนเฉลย เนื้อเรื่องก็เนื้อเรื่องเดิมที่คิดไว้สมัยยังไม่ 20 นั่นแหละ) มันยังไปได้อีก ในเร็ว ๆ นี้ หรืออีกไม่กี่ปี พี่อาจจะคิดเรื่องที่เหนือกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันได้ก็ได้ น้องแทนก็เหมือนกัน พี่คิดว่าสิ่งที่น้องจะพัฒนาได้เร็ว ๆ นี้คือเนื้อหา ความเข้มข้น ฯลฯ ของฟิค ไม่ใช่ด้านภาษา

นักเขียนดัง ๆ หลายคนของโลกก็มีจุดที่ภาษาอิ่มตัวกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่เขาพัฒนาไม่หยุดยั้ง คือเนื้อหาของสิ่งที่เขียน ไม่ใช่ภาษา (แต่ทั้งนี้ต้องอิ่มตัวในจุดที่มันดีแล้วอ่านะ ไม่ใช่อิ่มตัวในจุดกาก แบบนั้นซวยเลย 555)

สรุป เวิ่นเว้อมายาว อยากบอกว่า เรื่องภาษาให้ใจเย็น ๆ ตอนนี้มันดีแล้วล่ะ อย่างน้อยก็ในทัศนะของพี่ ให้พี่คิดว่าไม่ดีตรงไหน ให้วิจารณ์ ให้ติ พี่ก็ตอบไม่ได้เลย แต่ด้านเนื้อเรื่อง พี่คิดว่าน้องแทนยังไปอีกได้ไกลมาก เพราะน้องมีความคิดที่โตเกินวัยโคตร ๆ พี่เชื่อว่าในเร็ว ๆ นี้น้องต้องหาอะไรมาให้คนอ่านทึ่งได้อีกแน่นอนค่ะ :)

ส่วนเรื่องภาษาถ้าอยากพัฒนาจริง ๆ คงต้องแบบพี่เบียร์แหละ อ่านนิยายเยอะ ๆ มองหาจุดดีจุดด้อย แต่พี่อะ อ่านนิยายต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้อ่านภาษาไทย (ตอนนี้นิยายไทยพี่อ่านแค่ของคนในบอร์ด ไม่ได้อ่านที่อื่นเลย) ดังนั้นก็เลยไม่ค่อยพัฒนาแบบนี้แหละ :e13 :e13 :e13
<<

Goku

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1373

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2008, 15:08

ที่อยู่: โลกหน้า กันท่านเจ้าภิภพ

โพสต์ 30 ต.ค. 2012, 19:35

Re: Empty Soul Chapter 15 : Risky อัพ 28/10/12

@ พี่เบียร์ LP อยู่ได้เพราะ ไมค์กับ เชสเตอร์จริง ๆ ยอมรับ 55555555+ (เศร้า TT^TT) ผมฟังอยู่เเต่ง LP กับเพลงบางพวกที่สนใจจริง ๆ (ซาวน์เกมไรบ้างเถือกนั้นน่ะเเหละ) เลยทำไม่ค่อยรู้เรื่องข่าวที่ Slipknot ดูถูกไว้ เเต่ผมก็พอได้ยินมาบ้างเพราะเพื่อนมันมาบ่นให้ฟัง (สันขวาน)

เข้าเรื่อง จริง ๆ ผมกลัวว่าถ้าเกิดดูต้นเเบบจากพี่เบียร์หรือพี่เเพร ผมอาจจะเขียนเอียงงงงงงงไปหาคล้ายกับพี่เบียร์หรือพี่เเพรซะงั้น (ซึ่งคงไม่คล้ายหรอก เเต่อาจจะติดสำนวนมาเล็กน้อย ไม่มีหลักเลย - -") เเต่ผมก็พยายามดูของพี่เบียร์กับพี่เเพรอยู่เหมือนกัน เเต่พยายามไม่ลอก เเค่ดูจุดหลัก ๆ ว่าพี่ ๆ เขียนกันยังไง

ว่าเเล้วผมว่าจะกลับไปหาคินดะอิจิกลับมาอ่านซักหน่อย ขอบคุณพี่เบียร์มากครับ ผมจะพยายามศึกษาของพี่ไปเรื่อย ๆ :e13


@ พี่เเพร โหยพี่เเบบขอบคุณมากครับ ผมกังวลตรงจุดที่ว่าภาษาสองเรื่อง (สองฝากโลก) มันจะปนกันมาก ๆ ถ้าพี่อ่านเเล้วเเยกออกอย่างงี้ผมก็สบายใจ เพราะตอนนี้ผมปั่นสองฟิคพร้อมกัน (เเต่ ES เป็นหลัก เพราะ เเฝดมันต้องมีเรื่องนิดหน่อย)

จริง ๆ ผมเขียนไปซักพักเเล้วจะเหมือนพารานอยด์เรื่องภาษาตัวเอง ทำไมเขียนไม่เหมือนเเชปที่เเล้วเลย ตอนintro ฟิคผมไม่ได้บรรยายเเบบนี้ ทำไมตอนนี้มันกลายเป็นอย่างงี้ล่ะ บลา ๆๆๆๆ เเล้วก็จะกลับมาดัดตัวเองอีก เเล้วก็ ดองงงงงงงงง = ="


ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมต้องขอ ขอบคุณพี่ ๆ ด้วยครับที่ให้คำปรึกษากับผมขนาดนี้ ผมดีใจมากที่เออ มันมีวิธีเเก้ที่ได้รับการยืนยันมาเเล้ว (ISO เรสสิเด้นท อีวิล 555555555555+) ต่อจากนี้ผมจะพยายามศึกษาจากฟิคของพี่ ๆ ทั้งสองคนซึ่ง ณ ตอนนี้ผมก็จะเริ่มหาฟิคมาอ่านเเละหันมาใส่ใจกับเนื้อเรื่อง ตามที่พี่เบียร์กับพี่เเพรบอก

ขอบคุณมาก ๆ ครับ >/\<
รูปภาพ
MEP Project Presents:IRATUS
FICTION 6 ตอนที่Co-oP ผู้เขียน3คนในเรื่องเดียวกัน อยากรู้ว่าใครบ้าง เรื่องอะไร เข้าไปอ่านกันนะครับ


-------------My Fiction : Original Fiction---------------------------------
Empty Soul [Status: Chapter 12 : Dark Wolf อัพเเล้ว]
Twins [Status: Chapter 5 อัพเเล้ว]
ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน