Dead Epidemic วันนรกแตก(Final Chapter สหายร่วมรบ)

<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 473

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 28 มี.ค. 2011, 18:15

Dead Epidemic วันนรกแตก(Final Chapter สหายร่วมรบ)

วันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2555
วันนี้เป็นอีกวันที่น่าเบื่อของผมที่ไม่มีงานให้ทำ อันที่จริงแล้วผมก็ใช่ว่าจะไม่งานซะทีเดียว
ผมมีอาชีพ 2 อาชีพด้วยกันคือ
เปิดร้านขายปืนและทหารรับจ้าง แรกเริ่มเดิมทีนั้นผมไม่ได้เป็นทหารรับจ้างมาก่อน
เมื่อก่อนผมเคยทำงานให้กับกองทัพในหน่วยรบพิเศษ
แต่ผมมักมีปัญหากับบุคคลระดับสูงบ่อยๆ ผมจึงโดนปลดประจำการ จนสุดท้ายก็ต้องมาทำอาชีพนี้
ผมนั่งเล่นอยู่ที่โต๊ะตัวประจำเหมือนทุกวัน จนกระทั่งมีเสียงคนที่ผมคุ้นเคยมากดังเข้ามาในร้าน
“ไง! ไอ้เพชรมีอะไรล่ะ นั่งหน้ามุ่ยเป็นคนตายเชียวเอ็งน่ะ”เพชรเหลือบไปมองที่ตู้กระจก
พบว่าคนๆนั้นไม่ใช่ใครนอกจากไอ้เต้
กับไอ้กรเพื่อนร่วมทีมผมเอง
“วันนี้มาสายนะ ไปทำอะไรมาล่ะดูจากหน้าแกแล้วเนี่ยสงสัยแฟนแกทิ้งอีกล่ะสิเนี่ย
รายที่ 14 แล้วล่ะม้าง” เพชรตอบไอ้เต้ไปแบบกวนๆตามประสาเพื่อน
“แกนี่น่าจะไปเป็นหมอดูแทนมาเปิดร้านขายปืนแบบนี้นะทายแม่นจริงรายได้ดีกว่าเห็นๆ”
“จริงสิน้องชายแกอยู่ไหนล่ะ ไม่เห็นหน้าเลย” ไอ้กรพูดแทรกขึ้น ระหว่างนั้นมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในร้าน
ไอ้เต้ ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา
“ฮัลโหล ร้านขายปืน Deasert Combat ครับ อ๋อ! ผู้กองเหรอครับ ครับ
ทราบแล้วจะไปเดี่ยวนี้ล่ะครับขอจุดนัดพบด้วยครับ หา!
ในค่ายทหารเลยเหรอครับ งั้นขอเวลา 1ชั่วโมงครับ ครับ หวัดดีครับ”
เต้วางหูลงก่อนจะพูดกับพวกเราที่เหลือ “เราได้งานอีกงานแล้ว
เป็นงานตะลุยนรก ซะด้วยเอ็งจะไปไหม”
“ก็เอาสิวะกำลังเซ็งๆพอดีไม่มีงานมานานแล้ว งั้นไปกันเลยแต่ก่อนอื่น ตูจ่ายให้ 200
ถ้ามีใครไปกระทืบน้องตูให้มันตื่นได้แล้ว”
เพชรพูดกับเพื่อนๆอย่างหัวเสีย
ตัดมาที่ค่ายทหาร
ทหารรับจ้างทั้ง 4 คนมาที่ห้องประชุมในค่ายทหารแห่งนี้ในนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งที่ดูแล้วไม่คุ้นหน้าเลย
นอกจากนั้นยังแต่งเครื่องแบบที่ดูแล้วไม่เหมือนทหารโดยทั่วๆไปเลย
“พวกนายเองเรอะทหารรับจ้างที่ผู้กองแนะนำมา”คนๆนั้นถามขึ้นมาทันควัน
“งั้นคุณเป็นใคร ดูจากการแต่งตัวแล้วคุณคงไม่ใช่คนในค่ายนี้แน่ ถ้าคุณคิดจะจ้างเรา
คุณคงรู้มาจากผู้กองแล้วนะ ว่าค่าจ้างพวกเรา ไม่ใช่ถูกๆ”
กรพูดสวนกลับแบบเป็นการเป็นงาน ทำเอาบรรยากาศในห้องเงียบไปทันทีชายคนนั้นหันมาตอบกลับว่า
“คิดว่าคนที่เรียกพวกนายมาที่นี่จะไม่มีปัญญาจ่ายค่าจ้างเหรอไงไอ้หนูชั้นไม่ได้มาเล่นขายของหรอกนะ”
“เอาล่ะพอแล้วมาคุยกันเรื่องธุรกิจดีกว่า คุณคิดจะจ้างเราเราก็ขอฟังก่อนว่าคุณจะจ้างเราทำอะไร
แล้วเราจะคิดดูว่าจะทำหรือไม่ทำ”
เพชรพูดแทรกขึ้นมาเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ลง ชายคนนั้นตอบกลับมาว่า
“ดีนี่เข้าใจพูด รู้ไว้อย่างเดียวคืองานนี้มีจริงและจ่ายจริง ถ้าพวกนายกล้าทำชั้นก็กล้าพูด
พวกนายรู้จักแผนกๆหนึ่งในกองทัพอเมริกาไหมแผนกนั้นชื่อว่า Bio Weapon
หรือเรียกว่า แผนกพิเศษอาวุธชีวภาพ”
“ก็เคยได้ยินมาบ้างแล้วมีอะไรล่ะ คงไม่ใช่ว่าจะให้พวกเราไปเป็นตัวทดสอบอาวุธอะไรนั่นหรอกนะ”
“เปล่าหรอกชั้นทำงานให้คนของรัฐบาล บังเอิญว่าไอ้แผนกนั่นน่ะมีปัญหาบางอย่างอยู่
ตรงที่ว่าไอ้พวกนั้นดันทะลึ่ง
ขนสารพิษบางอย่างมาที่เขตชายแดนของประเทศเราและเมื่อ 2 วันก่อนได้ข่าวว่าไอ้สาร
ที่พวกมันขนออกมาดันรั่วไหลไปทางเมืองๆหนึ่งในเขตนั้น ตอนนี้เมืองนั้น
เจอกับโรคระบาดอย่างหนักและเราคาดว่าน่าจะเป็นการก่อการร้าย เราเลยอยากจ้างพวกนาย
ให้ไปช่วยเหลือคนในนั้นหน่อย”
“ถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมรัฐบาลไม่จัดการซะล่ะก็น่าจะดีกว่ามาจ้างพวกเรานะ”เต้ถามขึ้นมา
“เพราะที่จริงรัฐบาลก็ส่งคนเข้าไปแก้ไขเรื่องนี้แล้วแต่ข่าวก็เงียบหายไป คนที่ส่งไปไม่ตอบกลับมา
รัฐบาลเลยไม่กล้าจะส่งทหารหรือใครเข้าไปในนั้นกลัวว่าจะไม่ได้กลับมา”
“ถ้างั้นจะส่งพวกเราไปแค่ 3 คนแล้วมีอะไรมารับประกันว่าเราจะรับงานนี้ ถึงค่าจ้างจะงามก็เหอะ”กรถาม
“เรื่องนั้นก็อย่าห่วง เราได้จ้างทหารคนอื่นๆนอกจากนายไว้แล้วเราจ้างไว้ 50 กว่าคน
พวกนายเป็นเจ้าสุดท้ายที่พวกเราจะจ้างรวมไปถึงผู้กองที่นายพูดถึงด้วย ถ้าพวกนายสนใจจะรับงาน
ก็เอาแฟ้มนี่ไป”ชายคนนั้นยื่นแฟ้มเก่าๆให้เพชรดู เพชรรับมาดู
“นั่นเป็นข้อมูลที่อยู่และภารกิจของพวกนายและงานนี้เราจ้างพวกนาย 4 คน 2 ล้าน เอาล่ะมีคำถามไหม”
“มี เริ่มงานเมื่อไหร่”เต้ถาม
“อีก 3 ชั่วโมงไปเจอกันที่สนามบินของกองทัพ จะมีฮอรอรับอยู่นี่เป็นบัตรผ่านเข้าสนามบิน”
ชายคนนั้นยื่นบัตรผ่านให้เพชร ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
“ไปจัดของกันเหอะ เรามีงานต้องทำแล้ว” เพชรพูดกับเพื่อนๆก่อนจะกลับไปจัดของเตรียมตัว
เพื่อรับภารกิจนี้
โดยหารู้ไม่ว่าตนเองกำลังจะเดินทางสู่ฝันร้ายบนความจริงแล้ว
แก้ไขล่าสุดโดย pug005da เมื่อ 25 ส.ค. 2011, 18:59, แก้ไขแล้ว 28 ครั้ง.
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6233

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 29 มี.ค. 2011, 00:07

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก(เพิ่งหัดแต่ง)


ถ้าจัดแต่งย่อหน้าสักหน่อยให้ถูกหลักภาษา จะทำให้อ่านได้ง่ายสบายตาขึ้นนะคะ
เราขอถือวิสาสะช่วยลองแก้ดู แต่คุณจะเอาไปใช้หรือไม่ก็ตามแต่ความสะดวกของ
เจ้าของกระทู้เลยค่ะ :e11


pug005da เขียน:วันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2555

วันนี้เป็นอีกวันที่น่าเบื่อของผมที่ไม่มีงานให้ทำ อันที่จริงแล้วผมก็ใช่ว่าจะไม่งานซะทีเดียวผมมีอาชีพ 2 อาชีพด้วยกันคือ เปิดร้านขายปืนและทหารรับจ้าง แรกเริ่มเดิมทีนั้นผมไม่ได้เป็นทหารรับจ้างมาก่อน เมื่อก่อนผมเคยทำงานให้กับกองทัพในหน่วยรบพิเศษ แต่ผมมักมีปัญหากับบุคคลระดับสูงบ่อยๆ ผมจึงโดนปลดประจำการ จนสุดท้ายก็ต้องมาทำอาชีพนี้

ผมนั่งเล่นอยู่ที่โต๊ะตัวประจำเหมือนทุกวัน จนกระทั่งมีเสียงคนที่ผมคุ้นเคยมากดังเข้ามาในร้าน

“ไง! ไอ้เพชรมีอะไรล่ะ นั่งหน้ามุ่ยเป็นคนตายเชียวเอ็งน่ะ”

เพชรเหลือบไปมองที่ตู้กระจกพบว่าคนๆนั้นไม่ใช่ใครนอกจากไอ้เต้กับไอ้กรเพื่อนร่วมทีมผมเอง

“วันนี้มาสายนะ ไปทำอะไรมาล่ะดูจากหน้าแกแล้วเนี่ยสงสัยแฟนแกทิ้งอีกล่ะสิเนี่ย รายที่ 14 แล้วล่ะม้าง” เพชรตอบไอ้เต้ไปแบบกวนๆตามประสาเพื่อน

“แกนี่น่าจะไปเป็นหมอดูแทนมาเปิดร้านขายปืนแบบนี้นะทายแม่นจริงรายได้ดีกว่าเห็นๆ”

“จริงสิน้องชายแกอยู่ไหนล่ะ ไม่เห็นหน้าเลย” ไอ้กรพูดแทรกขึ้น

ระหว่างนั้นมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในร้าน ไอ้เต้ ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา “ฮัลโหล ร้านขายปืน Deasert Combat ครับ อ๋อ! ผู้กองเหรอครับ ครับ ทราบแล้วจะไปเดี่ยวนี้ล่ะครับขอจุดนัดพบด้วยครับ หา! ในค่ายทหารเลยเหรอครับ งั้นขอเวลา 1ชั่วโมงครับ ครับ หวัดดีครับ”

เต้วางหูลงก่อนจะพูดกับพวกเราที่เหลือ “เราได้งานอีกงานแล้ว เป็นงานตะลุยนรก ซะด้วยเอ็งจะไปไหม”

“ก็เอาสิวะกำลังเซ็งๆพอดีไม่มีงานมานานแล้ว งั้นไปกันเลยแต่ก่อนอื่น ตูจ่ายให้ 200 ถ้ามีใครไปกระทืบน้องตูให้มันตื่นได้แล้ว”เพชรพูดกับเพื่อนๆอย่างหัวเสีย


ตัดมาที่ค่ายทหาร

ทหารรับจ้างทั้ง 4 คนมาที่ห้องประชุมในค่ายทหารแห่งนี้ในนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งที่ดูแล้วไม่คุ้นหน้าเลย นอกจากนั้นยังแต่งเครื่องแบบที่ดูแล้วไม่เหมือนทหารโดยทั่วๆไปเลย

“พวกนายเองเรอะทหารรับจ้างที่ผู้กองแนะนำมา”คนๆนั้นถามขึ้นมาทันควัน

“งั้นคุณเป็นใคร ดูจากการแต่งตัวแล้วคุณคงไม่ใช่คนในค่ายนี้แน่ ถ้าคุณคิดจะจ้างเราคุณคงรู้มาจากผู้กองแล้วนะ ว่าค่าจ้างพวกเรา ไม่ใช่ถูกๆ”กรพูดสวนกลับแบบเป็นการเป็นงาน ทำเอาบรรยากาศในห้องเงียบไปทันที

ชายคนนั้นหันมาตอบกลับว่า “คิดว่าคนที่เรียกพวกนายมาที่นี่จะไม่มีปัญญาจ่ายค่าจ้างเหรอไงไอ้หนูชั้นไม่ได้มาเล่นขายของหรอกนะ”

“เอาล่ะพอแล้วมาคุยกันเรื่องธุรกิจดีกว่า คุณคิดจะจ้างเราเราก็ขอฟังก่อนว่าคุณจะจ้างเราทำอะไรแล้วเราจะคิดดูว่าจะทำหรือไม่ทำ” เพชรพูดแทรกขึ้นมาเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ลง

ชายคนนั้นตอบกลับมาว่า “ดีนี่เข้าใจพูด รู้ไว้อย่างเดียวคืองานนี้มีจริงและจ่ายจริง ถ้าพวกนายกล้าทำชั้นก็กล้าพูด พวกนายรู้จักแผนกๆหนึ่งในกองทัพอเมริกาไหม แผนกนั้นชื่อว่า Bio Weapon หรือเรียกว่า แผนกพิเศษอาวุธชีวภาพ”

“ก็เคยได้ยินมาบ้างแล้วมีอะไรล่ะ คงไม่ใช่ว่าจะให้พวกเราไปเป็นตัวทดสอบอาวุธอะไรนั่นหรอกนะ”

“เปล่าหรอกชั้นทำงานให้คนของรัฐบาล บังเอิญว่าไอ้แผนกนั่นน่ะมีปัญหาบางอย่างอยู่ ตรงที่ว่าไอ้พวกนั้นดันทะลึ่งขนสารพิษบางอย่างมาที่เขตชายแดนของประเทศเราและเมื่อ 2 วันก่อนได้ข่าวว่าไอ้สารที่พวกมันขนออกมาดันรั่วไหลไปทางเมืองๆหนึ่งในเขตนั้น ตอนนี้เมืองนั้นเจอกับโรคระบาดอย่างหนักและเราคาดว่าน่าจะเป็นการก่อการร้าย เราเลยอยากจ้างพวกนาย ให้ไปช่วยเหลือคนในนั้นหน่อย”

“ถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมรัฐบาลไม่จัดการซะล่ะก็น่าจะดีกว่ามาจ้างพวกเรานะ” เต้ถามขึ้นมา

“เพราะที่จริงรัฐบาลก็ส่งคนเข้าไปแก้ไขเรื่องนี้แล้วแต่ข่าวก็เงียบหายไป คนที่ส่งไปไม่ตอบกลับมา รัฐบาลเลยไม่กล้าจะส่งทหารหรือใครเข้าไปในนั้นกลัวว่าจะไม่ได้กลับมา”

“ถ้างั้นจะส่งพวกเราไปแค่ 3 คนแล้วมีอะไรมารับประกันว่าเราจะรับงานนี้ ถึงค่าจ้างจะงามก็เหอะ” กรถาม

“เรื่องนั้นก็อย่าห่วง เราได้จ้างทหารคนอื่นๆนอกจากนายไว้แล้วเราจ้างไว้ 50 กว่าคน พวกนายเป็นเจ้าสุดท้ายที่พวกเราจะจ้างรวมไปถึงผู้กองที่นายพูดถึงด้วย ถ้าพวกนายสนใจจะรับงานก็เอาแฟ้มนี่ไป” ชายคนนั้นยื่นแฟ้มเก่าๆให้เพชรดู

เพชรรับมาดู “นั่นเป็นข้อมูลที่อยู่และภารกิจของพวกนายและงานนี้เราจ้างพวกนาย 4 คน 2 ล้าน เอาล่ะมีคำถามไหม”

“มี เริ่มงานเมื่อไหร่”เต้ถาม

“อีก 3 ชั่วโมงไปเจอกันที่สนามบินของกองทัพ จะมีฮอรอรับอยู่นี่เป็นบัตรผ่านเข้าสนามบิน”ชายคนนั้นยื่นบัตรผ่านให้เพชร ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

“ไปจัดของกันเหอะ เรามีงานต้องทำแล้ว” เพชรพูดกับเพื่อนๆก่อนจะกลับไปจัดของเตรียมตัวเพื่อรับภารกิจนี้ โดยหารู้ไม่ว่าตนเองกำลังจะเดินทางสู่ฝันร้ายบนความจริงแล้ว





ข้อที่อยากจะแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ มีดังนี้นะคะ


    1. เวลาคนละคนกันพูดควรขึ้นย่อหน้าใหม่เสมอนะคะ
    2. เพื่อความหลากหลายทางภาษา ไม่จำเป็นจะต้องบรรยายว่าเขา 'พูด' 'ตอบ' 'ถาม' เสมอไปก็ได้ค่ะ
    เราอาจจะบรรยายท่าทางอื่น ๆ ของเขาแทน เช่น A หัวเราะ "เฮ้ย ไอ้ B มึงทายแม่นเกินไปแล้ว
    นะเว้ย" เป็นต้น ดังนี้เราก็ทราบได้ว่า A พูด ไม่ต้องบรรยายว่า A 'พูด' หรือ 'ตอบ' แต่อย่างใด
    3. ควรบรรยายรายละเอียดอีกนิด เช่นสีหน้า ท่าทาง ความนึกคิด จะทำให้ตัวละครพลิ้วไหวและก็
    ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ


ขอเอาใจช่วยคุณค่ะ :e7
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 473

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 31 มี.ค. 2011, 14:52

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก(เพิ่งหัดแต่ง)

4 ชั่วโมงต่อมา เหนือน่านฟ้าเขตชายแดนประเทศไทย เวลา 18.24 น.
เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงพลจำนวน 7-8 ลำบินผ่านน่านฟ้าเขตชายแดนเข้าสู่พื้นที่เป้าหมาย
โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ภารกิจ
ในเฮลิคอปเตอร์มีทหารรับจ้างราวๆลำละ 8 คนซึ่งทุกคนมีสิ่งที่เหมือนกันคือ
ทุกคนมีประสบการณ์มาโชกโชนและอยากรีบทำภารกิจให้เสร็จแล้วกลับไปรับรางวัล
ด้าน ผู้กอง,เพชร,เต้และกรได้นั่งพูดคุยกันตามประสาเพื่อนสนิทอยู่บนเฮลิคอปเตอร์อีกลำหนึ่ง
“จริงสิเพชร ลืมไปเลยวันนี้วันเกิดแกใช่ไหม”เต้ถาม
“ใช่ วันนี้วันเกิดตูเอง กำลังคิดว่าพวกแกลืมไปแล้วซะอีก”
“เอาน่าชั้นไม่ลืมวันเกิดแกหรอก เอานี่ไปที่มาสายก็เพราะไปเอามันมากับไอ้กรมันนั่นล่ะ”
เต้ยื่นกล่องๆเล็กๆกล่องหนึ่งให้เพชรมันเป็นกล่องสีน้ำตาลไหม้ลายพราง
เพชรเปิดกล่องขึ้นมาดู ข้างในมีมีดทหารขนาดเหมาะมืออยู่ 1 เล่ม
ตัวมีดมีสีเงินวาววับและแกะสลักลายเอาไว้อย่างสวยงามที่ตัวมีด
“มีดนี่ตูกับไอ้กรสั่งทำมาเป็นพิเศษเพื่อเอ็งนะว้อย รักษาดีๆล่ะของแพงซะด้วย”
“เออขอบใจว่ะ แกนี่ไม่ว่าจะกี่ปีก็ชอบสะสมมีดตลอดเลยนะตูแทบไม่แปลกใจเลยที่ได้มีดจากแกน่ะ”
เฮลิคอปเตอร์บินผ่านชายป่าเข้าสู่เขตเมืองๆหนึ่งในเมืองนั้นมีสภาพแย่มาก
เหมือนกับเพิ่งผ่านสงครามมาหยกๆ ทั้งสภาพถนน รกร้าง
มีรถระเบิดไหม้ไฟ อยู่เกลื่อนกล่าน อาคารหลายหลังโดนไฟไหม้ไร้วี่แววผู้รอดชีวิต
บรรยากาศเงียบเชียบวังเวงไม่ต่างกับเมืองร้าง
หลายๆคนไม่อยากเชื่อว่าจะยังมีคนรอดอยู่ได้
“โปรดทราบขณะนี้เราใกล้ถึงที่หมายแล้ว ทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม ขอให้โชคดีทุกท่าน”
เมื่อสิ้นเสียงของนักบิน เหล่าทหารทั้งหมดก็เตรียมตัวกัน ชุลมุนวุ่นวายไปหมด
เฮลิคอปเตอร์ที่พรรคพวกของเพชรนั่งอยู่
บินขึ้นอยู่เหนือโรงเรียนแห่งหนึ่ง นั่นคือที่หมายของภารกิจนั่นเอง
“เอาล่ะพวกเรา! แบกสัมภาระตั้งสติให้พร้อมเราจะไปกันแล้ว”หัวหน้าของทหารรับจ้างอีกทีมพูดกับทุกๆคน
ก่อนจะหย่อนสายเคเบิลลงไปข้างล่าง
“เอาล่ะพวกเรา ไปไปไป!” เมื่อสิ้นเสียงทหารทุกคนก็เกาะสายเคเบิลโรยตัวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์
พรรคพวกของเพชรและทหารอีกทีมโรยตัวลงมาเหนือโรงเรียน
“ทีมที่ 4 ถึงจุดหมายแล้ว กำลังจะเริ่มดำเนินการ”ผู้กองติดต่อทีมอื่นๆผ่านวิทยุก่อนจะพูดกับลูกทีม
“เอาล่ะทุกคนตั้งเวลา..ของชั้นจะ 19.00 ใน 3..2..1..เช็ค เอาล่ะไปได้”
ทหารรับจ้างทั้งหมดมุ่งตรงเข้าสู่โรงเรียน
ภายในโรงเรียนนั้นความมืดมิด ไร้วี่แววผู้คน บรรยากาศเงียบเชียบหนาวยะเยือก
รวมกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว
ทำเอาทหารรับจ้างที่เคยผ่านสมรภูมินับมาไม่ถ้วนมีหวั่นไหวบ้าง ประกอบกับเป็นคืนเดือนมืด
แม้จะเปิดไฟฉายแล้วก็ตามแต่ก็ยังมีความมืดปกคลุมอยู่ทั่วไป บนพื้นของอาคารเรียน
มีทั้งชิ้นส่วนของคนกระจายเกลื่อนเลือดกระเซ็นเต็มไปหมดไม่ต่างอะไรกับโรงฆ่าสัตว์ดีๆนี่เอง
“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นที่นี่เนี่ยผู้กอง”
“เอาล่ะตั้งสติไว้ อย่าแตกตื่น ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เรามีผู้บาดเจ็บหรือคนที่ยังรอดชีวิตให้ค้นหาระวังตัวให้ดี”
ผู้กองพยายามพูดปลอบให้ทุกคนมีสติ ก่อนจะเดินไปสำรวจที่ห้องเรียนห้องหนึ่ง
ภายในนั้นบรรยากาศเงียบสนิท มีกลิ่นคาวเลือดลอยมาเป็นระยะๆ ไฟฉายที่ปืนของเต้
กวาดไปกวาดมาตามห้องจนไปส่องโดนบางอย่างเข้าบนพื้น
“ผู้กองครับมานี่หน่อยครับ”เต้ส่งเสียงเรียกผู้กอง เหมือนว่าเขาจะเจออะไรเข้าให้แล้ว
ผู้กองเดินเข้าไปที่บริเวณที่เต้อยู่บริเวณนั้นมีศพของเด็กนักเรียนอยู่ 2-3 ศพ
นอนกระจายเกลี่อนอยู่บนพื้น ศพทุกศพมีสภาพเละเทะมาก ที่น่าสังเกตคือบนคอของทุกศพ
มีแผลขนาดใหญ่คล้ายกับรอยถูกกัดอยู่ ไม่เพียงแค่นั้นรอยแผลไม่ได้มีแค่ที่คอ
แต่มีอยู่ทั่วตัวเหมือนกับว่าศพนี้ถูกสัตว์รุมทึ้งมาหมาดๆ
“ไอ้เพชรมานี่หน่อย ช่วยมาดูให้ทีนี่มันรอยอะไรเนี่ย”
“รอยมันเหมือนรอยถูกกัดนะครับ แต่ไม่แน่ใจว่าตัวอะไร แต่ที่แน่ๆคือตัวที่กัดเด็กพวกนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว”
“นายจะบอกว่าเด็กพวกนี้โดนบางอย่างกัดตายมางั้นเรอะ”
“ก็คงงั้นล่ะครับ แล้วก็อีกอย่างเลือดบนตัวศพยังไม่ทันแห้ง แสดงว่าเพิ่งถูกกัดมาไม่กี่ชั่วโมง
ก่อนหน้านี้เอง แถมเรื่องน่าแปลกอีกอย่าง ประตูห้องนี้ถูกพังเข้ามาอย่างแรงจนบานประตูหลุดออกมา
ทำไมต้องพังแรงขนาดนั้นด้วยแค่ถีบให้เปิดก็พอแล้วนี่นา”
“เรื่องนั้นอย่างเพิ่งเป็นห่วงก่อนเลย ทุกคน! ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเรามีคนรอดชีวิตที่ต้องค้นหา
ทุกคนรื้อกระเป๋าคว้าอะไรก็ได้ที่เจอแล้วเตรียมตัว เรากำลังเจอสถานการณ์ไม่ดีเป้าหมายก็คือศัตรู
ดังนั้นถ้าพวกนายพบเห็นหนูน้อยหมวกแดงโผล่มาพร้อมบาซูก้าในมือ กับมารยาทที่ 3
แล้วล่ะก็พวกนายต้องถล่มมันให้เละไปเลย”
ผู้กองส่งเสียงเตือนคนอื่น ก่อนจะออกมาจากห้องเรียน
แก้ไขล่าสุดโดย pug005da เมื่อ 04 มิ.ย. 2011, 17:59, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
<<

Rising II Boy

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 565

ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2011, 18:31

ที่อยู่: หลุมหลบภัย ใกล้ๆบ้านของ Claier Redfiled

โพสต์ 31 มี.ค. 2011, 18:10

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก(เพิ่งหัดแต่ง)

ไม่รู้จะ Comment อะไรดี เพราะพี่แพรแย่งไปหมดแล้ว.... :e7 สนุกดีครับ รีบมาอัพต่อไวๆนะครับ
รูปภาพ

Our Fiction
KRSDOI : ไรเดอร์แห่งความมืด ที่ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลแห่งห้วงนรก [29/5/54 ตอนที่ 7]
viewtopic.php?f=30&t=16780323
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 473

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 01 เม.ย. 2011, 18:36

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก(เพิ่งหัดแต่ง)

เมื่อผู้กองและลูกทีมออกมาจากห้องพวกเขาพบว่า ทหารรับจ้างอีกกลุ่มที่มาด้วยกันหายตัวไปแล้ว
โดยพวกนั้นทิ้งวิทยุสื่อสารที่ต่อสัญญาณไว้ 1 เครื่อง กรหยิบขึ้นมาก่อนจะกดใช้มัน
“นี่เดลต้าทีม 4 เรียกทีม 5 ถ้าได้ยินตอบด้วยเปลี่ยน”
“นี่เดลต้าทีม 5 ได้ยินแล้วเปลี่ยน”
“พวกคุณทำอะไรน่ะ ทำไมไม่อยู่รวมกับเรา”
“ภารกิจครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือผู้รอดชีวิด เราต้องกระจายกำลังกันออกค้นหาเพื่อให้ได้ผลมากกว่า
ตอนนี้ผมกับลูกทีมอยู่ที่ชั้น 2 ของตึกนี้ พวกคุณไปตรวจที่อาคารอีกหลังก็แล้วกัน”
“ทำอะไรบ้าๆแบบนั้นได้ไง ที่นี่ไม่ได้ปลอดภัยคุณก็รู้”
“ที่ต้องทำแบบนี้เพราะมันจำเป็น คุณก็เหมือนกับเรา คือคุณอยากจะไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
แล้วอีกอย่างคุณคงไม่อยากจะต้องสู้ในความมืด โดยที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรอยู่หรอกนะ”
“งั้นก็ได้พวกคุณจัดการที่นี่ส่วนพวกเราจะไปที่อาคารอีกหลัง อีก 2 ชั่วโมงเจอกันที่ประตูหน้า
หากพวกคุณไม่มาพวกเราก็จะไม่รอคุณ”
“ทราบแล้ว เดลต้าทีม 5 เลิกการติดต่อ”
เสียงวิทยุเงียบไป ทหารรับจ้างกลุ่มนั้นเลิกการติดต่อไปแล้ว ด้านพรรคพวกของเพชร
เดินไปสำรวจที่อาคารอีกหลัง อาคารนี้ดูเหมือนจะเป็นอาคารฝ่ายปกครอง
ภายในอาคารนั้นมีบรรยากาศที่ไม่ต่างกับ อาคารที่ผ่านมามากนัก แต่ที่ต่างออกไปคือในอาคารนี้
มีศพของนักเรียนและอาจารย์นอนกันเกลื่อน ที่ศพมีร่องรอยการถูกฟาดอย่างแรงที่หัว
บางศพมีรอยกระสุนที่หัว 1 นัดนั่นก็หมายความว่า ต้องมีคนฆ่าคนพวกนี้ แต่ทำไมต้องฆ่าด้วยล่ะแถมหนำซ้ำ
ทุกศพก็มีรอยกัดเหมือนศพก่อนหน้านี้เช่นกัน เพชรเข้าไปสำรวจที่ศพดู ในขณะที่คนอื่นกระจายกำลัง
กันค้นหาคนที่อาจจะยังรอดอยู่ในอาคารนี้ ในขณะที่เพชรกำลังสำรวจศพอยู่
เพชรก็ได้ยินเสียงๆหนึ่งคล้ายเสียงคนร้องโหยหวนดังมาจากชั้น 2 ของอาคารและยังมีเสียงฝีเท้าอีกด้วย
เพชรรีบตามต้นตอของเสียงนั้นไป โดยไม่ได้เรียกคนอื่นๆตามไปด้วย เพชรเดินขึ้นบันไดที่อยู่ใกล้ๆ
ไปทีละก้าวอย่างระวังตัว เสียงฝีเท้าเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆและบรรยากาศโดยรอบวังเวง
มีทั้งกลิ่นศพเน่าและกลิ่นคาวเลือดลอยมาเป็นระยะๆชวนขนลุก แต่แล้วเสียงฝีเท้าก็เงียบไป
กลายเป็นเสียงเหมือนอะไรบางอย่างโดนขยี้อย่างแรงดังมาจากห้องพักอาจารย์
เพชรเล็งปืนไปที่ประตูก่อนจะค่อยแง้มบานประตูออกช้าๆ
ภายในห้องนั้นค่อนข้างมืดมองอะไรไม่ค่อยเห็นนักแม้จะเปิดไฟฉายแล้วก็ตาม แต่จู่ๆเสียงนั้นก็เงียบหายไป
ไฟฉายที่ติดปืนของเพชร กวาดส่องไปกระทบกับร่างๆหนึ่งเข้า ร่างนั้นคือร่างคนที่เพิ่งลุกขึ้นมา
“คุณๆคุณไม่เป็นไรใช่ไหม เราเป็นคนของรัฐบาลเรามาช่วยคุณ”
คนๆนั้นไม่ตอบเอาแต่ยืนนิ่งเฉยเหมือนกับว่าไม่ได้ยินสิ่งที่เพชรพูด
“คุณไม่เป็นไรแล้ว คุณปลอดภัยแล้วเราจะพาคุณไปจากที่นี่”
เพชรเอื่อมมือไปแตะคนๆนั้น ฉับพลันนั้นเองคนๆนั้นก็หันมาทำท่าทีว่าเหมือนจะเล่นงานเพชร
แต่เพชรถอยหลบออกมาได้ แต่คนๆนั้นยังพุ่งเข้าหาเหมือนจะเอาชีวิตเพชรให้ได้ ซึงคนๆนั้น
มีสีหน้าเหมือนคนอดหลับอดนอนมาหลายวัน ดวงตาเป็นสีขาวโพลน มีแผลทั่วตัว เดินเซไปเซมา
ที่สำคัญคือ ที่ฟันมีมีเลือดและเศษเนื้อติดอยู่ แม้จะยังไม่รู้ว่าเป็นเนื้ออะไรแต่เพชรก็พอเดาได้ว่าคงไม่ใช่เนื้อไก่แน่ๆ
เพชรเล็งปืนขึ้นมาหมายจะขู่แต่พลาด
คนๆนั้นตบปืนของเพชรกระเด็นไปที่พื้น แถมยังจับตัวเพชรเอาไว้ เพชรรู้สึกว่าคนๆนี้มีแรงเยอะมาก
เหมือนกำลังสู้กับงูเหลือมอยู่ก็ไม่ปาน คนๆนั้นหมายจะใช้ปากกัดที่คอเพชร
แต่เพชรก็ถีบเขาให้กระเด็นออกไปได้และชักปืนพกขึ้นมา
“อย่าเขามานะไม่งั้นผมยิงคุณแน่”
คนๆนั้นดูเหมือนจะไม่สนในคำขู่ของเพชร แต่กลับพุ่งเข้าหาอย่างไม่กลัวตาย
เพชรไม่มีทางเลือกจึงยิงเข้าที่ลำตัวของเขา 1 นัดแต่ดูท่าทีแล้ว เขาไม่มีอาการเจ็บหรือโอดครวญเลย
เพชรจึงยิงเข้าไปอีก 2-3 นัดแต่ก็ไม่ได้ผลทำได้แค่ ทำให้เสียหลัก คนๆนั้นพุ่งเข้าหาเต็มที
เตรียมกัดเพชรให้จมเขี้ยว แต่ทว่าทันใดนั้นเองก็มีมีดเล่มหนึ่งบินแหวกอากาศมาพุ่งปักตรงหัวของมันพอดี
มันมีท่าทีดิ้นไปดิ้นมาเล็กน้อยก่อนจะหยุดดิ้น
และไม่ขยับเขยื้อนอีก เพชรตั้งสติได้ก็ไปดูที่ศพมันและเพชรจำมีดนั้นได้
“เอ็งน่าจะยิงที่หัวมันนะ แค่นั้นมันก็หมดฤทธิ์แล้ว”
คนที่มาช่วยเพชรไม่ใช่ใครนอกจาก เต้คนที่ชอบสะสมมีดมากที่สุดในหน่วยนั่นเอง
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 473

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 04 เม.ย. 2011, 14:13

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก(เพิ่งหัดแต่ง)

“ไอ้เต้! ทำไมมาช้านักล่ะ นี่ถ้าช้าอีกนิดเดียวตูกลายเป็นอาหารเย็นของมันแล้วนะว้อย”
“เอาน่าเอ็งจะบ่นทำไม อย่างน้อยคนเค้าช่วยก็น่าจะขอบคุณสักคำไม่งั้นเอ็งก็โดนมันแทะเป็นน่องไก่ไปแล้ว”
“นี่มันอะไรกันเนี่ย ไอ้บ้านี่จู่ๆก็พุ่งเข้ามากะจะกัดตูให้ได้ หยั่งกับหนังผีของไอ้พวกมะกันเลยว่ะ”
“ถ้าเอ็งดูหนังบ่อยๆ คงจะรู้ล่ะสิว่าไอ้พวกเขาเรียกว่าซอมบี้ ไอ้พวกนี้มันไวกับเสียง
แค่ได้ยินอะไรเบาๆมันก็พุ่งเข้าหาแล้ว อีกอย่างตูก็รู้นะว่าถ้ามันกัดเอ็งเข้าเมื่อกี๋ เอ็งมีหวังกลายเป็นพวกมันแน่”
“ก็แปลกนะในโรงเรียนแบบนี้ก็น่าจะมีพวกบ้านี่เดินเพ่นพ่าน อยู่เยอะสิแต่ทำไมไม่เห็นจะเยอะเลยล่ะวะ”
“นี่ถ้าเอ็งกำลังหาพวกมันอยู่ล่ะก็โน่น อยู่ตรงโน่นอื้อเลย”
เต้ส่องไฟฉายไปที่บานประตูอีกบานในห้องที่เปิดอยู่ ในนั้นเพชรเห็นซอมบี้กลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้ามาใน
ห้อง
ประมาณ 6-7 ตัวเห็นจะได้ แต่ล่ะตัวเป็น เด็กนักเรียนอายุประมาณ 16 – 17 ปีกำลังเดินเข้ามาหาช้าๆ
“จะเอาไงล่ะคราวนี้ เอ็งเล่นยิงปืนไปตั้งหลายนัดเสียงดังอีกต่างหาก ที่ตูใช้มีดเพราะไม่อยากเรียกพวกมันมา
เยอะๆขืนมันแห่กันมามากเกินมีหวังตายทรมานแหงๆ”
“แล้วจะให้ตูทำยังไง ปืนก็ใช้ไม่ได้แล้วจะสู้ยังไง เข้าไปเตะก้านคอมันเรียงตัวเรอะไงหา”
“ไม่ต้องหรอก ตูมีวิธีก็แล้วกันดูไปเอ็งอยู่เฉยๆถ้าว่างก็ติดที่เก็บเสียงกับปืนจะได้ยิงได้”
พอเต้พูดเสร็จก็ล้วงมือไปในกระเป๋าข้างก่อนจะคว้าบางอย่างออกมา แล้วปาออกไปอย่างรวดเร็ว
สิ่งนั้นคือมีดขนาดเล็กยาวไม่ถึง 5 นิ้ว มีดพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วก่อนจะปักเข้ากลางหัวพวกมันอย่างแม่นยำ
พวก
ซอมบี้ล้มลงในทันทีที่โดนมีดปักเข้าที่กลางหัว
“เอาล่ะรีบไปแจ้งผู้กองเหอะ ถ้าขืนปล่อยไว้รับรองได้มีคนตายแน่ๆ”
เพชรกับเต้ รีบวิ่งออกจากห้อง ลงมาที่ชั้นแรกแต่เมื่อลงมาก็พบว่า กรกับผู้กองหายไปแล้ว
และยังมีซอมบี้อีกฝูงใหญ่ รออยู่ เพชรกับเต้ไม่รอช้ายกปืนขึ้น ระดมยิงถล่มพวกมันในทันที
“เอาไงดีวะ ไอ้กรกับผู้กองดันหายไปด้วยแบบนี้มีหวังตายหยังเขียดแหงแก๋”
“ถามตูแล้วตูจะรู้เรอะ ถ้าผู้กองกับไอ้กรไม่อยู่นี่ถ้าไม่โดนกินไปแล้วก็คงไปหลบอยูที่ไหนสักที่น่ะแหละ”
“ตูว่ารีบเผ่นก่อนเหอะว่ะ ท่าทางเปลืองกระสุนเปล่าๆ มันแห่มากันขนาดนี้เราสู้ไม่ไหวหรอก”
“แล้วเอ็งจะเผ่นไปที่ไหนวะ ผู้กองกับไอ้กรเราก็ไม่รู้ว่าอยู่ไหน เดินไปมืดๆมันก็เสี่ยงนะโว้ย”
“งั้นก็ไปรวมกับ ไอ้พวกที่แยกไปก่อนหน้านี้สิ ไอ้ตึกนั่นมี 4 ชั้นหาไม่ยากหรอกเดี๋ยวตูนับ 3 วิ่งเลยนะ 1..2..3!!”
เพชรกับเต้หยุดยิงก่อนจะรีบวิ่งไปที่ อาคารที่เข้าไปก่อนหน้านี้ พอมาถึงที่ชั้น 2 ของอาคารก็พบว่า
ในอาคารนั้นก็ไม่ต่างกับที่ผ่านมาเลยมีซอมบี้เดินพล่านอยู่หลายตัว ไม่มีวี่แววของทหารอีกทีมเลย
ขณะที่พยายามจะหาทางหนีอยู่ก็มีเสียงวิทยุของเพชรดังขึ้น สัญญานนั้นแผ่วมากจนได้ยินไม่ชัดเท่าไร
“ฮัลโหล...มีใคร...ได้ยินไหม...เรายังไม่ตาย”
“ได้ยินแล้วคุณอยู่ไหนฮัลโหล”
“อะไร..นะ..ม...ไม่ได้ยิน เราอยู่ที่โรง..ยิมไปเจอ...”
จู่ๆสัญญานก็ขาดหายไป แล้วก็เงียบไป
“บ้าชิบ!คราวนี้เอาไงล่ะไอ้พวกนั้นคงจะไม่รอดเหมือนกัน ท่าทางคงจะได้ตายกันอยู่ที่นี่ล่ะ”
“เฮ้ย!อย่าพูดเป็นลางสิวะไอ้เพชร ถ้าเขาบอกว่าอยู่ที่โรงยิมเราก็น่าจะลองดูเว้ย
เราฝ่าพวกมันออกไปไม่ไหวหรอก”
“เอ้า!เอาว่ะเอาไงเอากัน ดีกว่าโดนมันรุมกินโต๊ะอยู่ตรงนี้ ไปกันเถอะ”
ทั้งสองคนรีบวิ่งออกจากอาคารผ่าฝูงซอมบี้เพื่อจะไปยังโรงยิมที่อยู่อีกฟากของโรงเรียน
โดยมีความหวังว่าน่าจะยังมีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่ ทั้งคู่เดินย่องไปแบบเงียบๆเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังเกินไป
“โรงยิมอยู่อีกตั้ง 120 กว่าเมตรเราเดินไปไม่ถึงหรอกดูโน่นสิ”
เต้ ชี้มือไปที่ทางที่สามารถเดินไปถึงโรงยิมได้ในทางนั้นมีซอมบี้เดินพล่านอยู่
ฝูงใหญ่จนไม่สามารถผ่านไปได้ง่ายๆ เพชรส่องกล้องส่องทางไกลไปที่หน้าโรงยิม
ยังมีซอมบี้อีกหลายตัวพยายามพังประตูเข้าไปเพชรส่องไปที่หน้าต่างของโรงยิม
มีคนบางคนกำลังส่องกล้องมาทางพวกเขาและโบกมือให้
“ไอ้เต้ ในโรงยิมยังมีคนรอดอยู่ ท่าทางแกจะเดาถูกนะ”
“แล้วเราจะเข้าไปในนั้นได้ไง ไอ้พวกบ้านั่นเดินกันเกลื่อนขนาดนี้ เราวิ่งฝ่าไปไม่ไหวหรอก”
“อย่าห่วง มีทางเดินอ้อมไปทางอาคารนี้ได้ไม่ไกลหรอกมันอยู่ใกล้ๆห้องกระจายเสียง
ทางนั้นไม่ค่อยมีคนผ่านเท่าไหร่”
“เดี๋ยวก่อนนี่แกรู้ได้ไงเราเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกนะ”
“ลืมบอกไปว่าตอน ม.1 ถึง ม.6 ตูเคยเรียนที่นี่มาก่อนอยู่มาตั้ง6ปีตูต้องรู้เส้นทางสิวะ”
“ถึงว่าล่ะทำไมถึงรู้เส้นทางดี งั้นเรารีบไปกันเหอะ”
เพชรกับเต้เดินอ้อมไปทางอาคารเรียนอีกหลังที่อยู่ไม่ไกลนัก ทางนี้มีซอมบี้ไม่มากนัก
จึงสามารถเดินผ่านไปได้ง่ายๆโดยไม่มีปัญหา แต่เมื่อเพชรกับเต้เดินผ่านมาที่ห้องกระจายเสียง
ก็เห็นคนๆหนึ่งนอนอยู่ที่หน้าประตูห้องคนๆนั้นก็คือ
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 473

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 07 เม.ย. 2011, 18:12

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก(เพิ่งหัดแต่ง)

ผู้กองนั่นเอง
“อ้าวเฮ้ย! ผู้กองไปโดนอะไรมาวะเนี่ย แผลเต็มตัวเลยไอ้เต้มาช่วยกันหน่อย”
ทั้งคู่รีบพยุงผู้กองขึ้นนั่ง เพชรสังเกตว่าผู้กองมีรอยแผลเต็มตัวและอาการร่อแร่เต็มที
ผู้กองได้สติมาบางส่วนจึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายพูดกับทั้งคู่
“พ..พวกนาย..ไม่เป็นไรเรอะ..ดีแล้ว..เจอคนรอดไหม”
“ครับ เราเจอแล้วที่โรงยิมเรากำลังจะเข้าไปช่วยครับ แล้วไอ้กรล่ะครับ”
“ไอ้กร..มันหายตัวไป..ตอนที่พวกมันโจมตีพวกเรา...ตอนนั้นมันชุลมุนก็เลยไม่รู้ว่าอยู่ไหน”
จู่ๆผู้กองก็ไอออกมาเป็นเลือด อุณหภูมิก็ลดลงเรื่อยๆเพชรเห็นว่าอาการฉุกเฉินมาก
จึงรีบพยุงตัวผู้กองให้ลุกเดินขึ้น แต่ผู้กองสะบัดตัวออกเหมือนกับว่าไม่อยากไป
“พวกเอ็ง..รีบไปไม่ต้องห่วงตู.....ท่าทางคราวนี้....ตูคงไม่รอดแล้วไปซะ!!”
“แต่ว่า..ผู้กอง”
“ไปเดี๋ยวนี้..!!!”
ผู้กองชักปืนขึ้นมาจ่อใส่เพชร ทำให้เพชรไม่มีทางเลือกจึงต้องทำตามที่ผู้กองขอ
“ก็ได้แต่ถ้าเราช่วยคนอื่นๆได้แล้วเราจะกลับมารับคุณ”
เพชรกับเต้รีบไปที่โรงยิมทันที โดยทิ้งผู้กองไว้ข้างหลัง ส่วนผู้กองที่เล็งปืนอยู่เริ่มลดปืนลง
ก่อนจะสิ้นใจตายอย่างเงียบๆ ที่หน้าห้องนั้นเอง
ทั้งคู่เดินมาถึงที่อาคารหลังโรงยิมห่างจากตัวโรงยิมไปประมาณ 30 เมตรเพชรใช้กล้องส่องทางไกล
ส่องดูบริเวณหน้าต่างเพชรสังเกตว่ามีคนๆหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าต่างแต่งเครื่องแบบเดียวกับทั้งคู่
แสดงว่าต้องเป็นหนึ่งในทหารรับจ้างที่รอดชีวิตมาแน่นอน เพชรจึงใช้เลเซอร์ที่ติดปืนอยู่
ส่องไปที่หน้าเขาไม่นานหลังจากนั้นก็มีเสียงวิทยุดังขึ้นมา
“พวกคุณเป็นไงบ้าง..ผมพยายามติดต่อหลายครั้งแต่ไม่มีสัญญาณเลย”
“เราไม่เป็นไร นายเป็นทหารที่มากับเราใช่ไหม”
“ใช่ ผมมากับพวกคุณด้วย ตอนนี้เรามีเรื่องด่วนมากเราต้องการคนช่วย”
“งั้นรอสักครู่ เรากำลังจะเข้าไปช่วยเปิดประตู เราจะหาอะไรล่อพวกมันก่อน”
“ทราบแล้ว เราจะช่วยเปิดให้”
เพชรเก็บวิทยุเข้ากระเป๋า ส่วนเต้ก็ส่องกล้องดูจำนวนซอมบี้ที่อยู่บริเวณหน้าโรงยิมพบว่า
พวกมันไปรวมกันที่บริเวณประตูเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว
“ไอ้เพชร เอาไงดีวะมันไปออกันที่หน้าประตูเลย มีหวังเราตายก่อนจะได้เข้าไปแน่”
เพชรไม่ตอบแต่ล้วงเอาอะไรบางอย่างออกมาจากเป้ส่วนตัว นั่นคือเครื่องเล่นเทปนั่นเอง
“เราจะใช้ไอ้นี่ล่อมัน ถ้าแกเคยบอกว่ามันไวกับเสียงเราก็ใช้ไอ้นี่ล่อมันซะสิ”
“นี่แกไปเอามาจากไหนเนี่ย ปกติแกชอบฟังเพลงซะที่ไหน”
“ตูหยิบมาจากห้องกระจายเสียง คิดเรอะว่าตูจะมาที่นี่โดยไม่คิดแผนเผื่อไว้เรอะไงกัน”
“เออ เอ็งเก่งตูยอมรับรีบเปิดมันเหอะจะได้ไปกันซะที อยู่กลางวงพวกมันเสียวชิบหาย”
เพชรผูกเครื่องเล่นเทปไว้ที่บนต้นไม้ก่อนจะเปิดมันแล้ววิ่งไปหลบที่ห้องข้างๆ มันได้ผลพวก
ซอมบี้ตามเสียงไปกันเกือบหมด เพชรกับเต้จึงแอบย่องไปที่หน้าประตูโดยปลอดภัย
แต่ว่าก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นเมื่อ
คนข้างในโรงยิมนั้นลืมกุญแจไว้ที่ไหนก็ไม่รู้บวกกับเสียงเทปที่เปิดไว้
ใกล้จะถ่านหมดลงแล้วทำให้มีซอมบี้หลายตัวเริ่มหันกลับมาที่หน้าประตู
ทั้งคู่กำลังถูกล้อมห่างออกไปแค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น เหมือนกับว่า
คราวนี้พวกเขากำลังจะโดนเขมือบทั้งเป็นแล้ว
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 473

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 11 เม.ย. 2011, 16:52

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก(เพิ่งหัดแต่ง)

“เวรแล้ว คราวนี้ล่ะตายหยังเขียดแน่ เอาไงดี”
“ถามตูแล้วตูจะรู้ไหมล่ะ ก็สู้มันสิวะดีกว่าปล่อยให้โดนแทะทั้งเป็น”
เพชรกับเต้ ยกปืนขึ้นเตรียมยิงสู้กับพวกซอมบี้ท่ามกลางความมืด แต่พอจะเหนี่ยวไก
ซอมบี้ตัวหนึ่งก็ล้มลงอย่างกะทันหัน
บนหัวของมันมีรอยกระสุนอยู่ 1 นัด หัวของมันบานออกเหมือนดอกไม้ เต้หันหัวไป
กวาดสายตาไปยังอาคารต่างๆก็เห็นคนๆหนึ่งซุ่มอยู่บนดาดฟ้าของอาคารฝั่งตรงข้ามโรงยิม
“ไอ้เพชรไอ้เต้! รีบวิ่งไปเร็วเข้า ตูคุ้มกันเองรีบไปเร็วเข้า!!”
เสียงวิทยุดังขึ้น และเป็นเสียงที่เพชรคุ้นมากอีกทั้งใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงที่พิเศษกว่าคนอื่นๆจนเพชรคุ้นเคยดี
ในขณะนั้น ผู้ที่รอดชีวิตข้างในโรงยิมก็เปิดประตูทันพอดีทำให้ทั้งคู่รอดมาได้อย่างหวุดหวิด
เพชรหันไปพูดใส่วิทยุ
“ไอ้กร!นี่แกยังอยู่อีกเหรอ นึกว่าตายไปแล้วซะอีก”
“อย่าดูถูกตูซิฟะ ตูไม่ตายง่ายๆขนาดนั้นหรอก ว่าแต่เอ็งเหอะอ่วมมาเลยนี่หว่า”
“มันก็แน่ล่ะเกือบโดนเขมือบทั้งเป็นแล้ว แล้วทำไมแกไม่ไปรวมกับคนพวกนี้ฟะ”
“ถ้าตูไปรวมกับไอ้พวกนั้นเวลาจะหนีจะหนียังไงล่ะ โดนมันล้อมหน้าหลังขนาดนั้น
อีกอย่างต้องมีคนคอยคุ้มกันคนที่จะถอยออกมาด้วยไงล่ะวะ”
“แล้วเอ็งไม่เป็นไรแน่เหรอวะ อยู่คนเดียวแบบนั้นมีสิทธิโดนรุมทำต้มจืดนะว้อย”
“อย่าห่วงตูน่า ห่วงอย่างเดียวคือ จะพาคนอื่นๆออกมายังไงแค่นั้นล่ะถึงตูจะยิงแม่น
ก็ใช่ว่าจะคุ้มกันได้หมดทุกคนหรอกนะ”
“ขอเวลาคิดแผนก่อนนะ ถ้ามีอะไรจะวิทยุเรียก”
“ทราบแล้ว เลิกการติดต่อ”
กรเลิกการติดต่อไปก่อนจะหันไปเล็งปืนดูสถานการณ์รอบๆ โรงยิม
ด้านเพชรกับเต้ได้พบกับกลุ่มผู้รอดชีวิตประมาณ 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นทหารรับจ้างที่มากับพวกเขาด้วย
พากันขึ้นไปที่ชั้นบนของโรงยิมเพื่อพักเหนื่อยกันท่ามกลาง ความมืดสนิทมีเพียงแสงจากไฟฉายและเทียน
เพียงไม่กี่เล่มเท่านั้น
“พวกน้าเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ”
เด็กนักเรียนคนหนึ่งถามเพชรขึ้น
“พวกเราเป็นคนของรัฐบาล ถูกส่งมาเพื่อช่วยพวกเธอนี่ล่ะ ว่าแต่พวกเธอเหอะมีกันกี่คนล่ะ”
“เรามีกัน แค่ 4 คนครับพวกส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ เป็นเพื่อนสนิทกันน่ะครับ”
“งั้นอยู่ในนี้มานานแค่ไหนแล้วล่ะ แล้วพวกเธอคงจะเจออะไรมาเยอะเลยล่ะสิ”
“เราอยู่ในนี้มาได้ 2 วันแล้วครับ พวกเราแต่ละคนก็ไม่ค่อยจะมีแรงกันแล้วเพราะไม่ได้กินอะไรนอกจากน้ำเลยครับ”
“เอ้า! งั้นเอานี่ไปให้เพื่อนๆกินซะ เอาไปถ้าพวกเธอไม่มีแรงก็ออกไปจากที่นี่ไม่ได้ง่ายๆแน่”
เต้ยืนอาหารอบแห้งแบบแท่งให้เด็กคนนั้นไปจำนวนหนึ่ง
“เอ้า ไอ้หนุ่มเอ็งมีชื่อไหมวะจะได้เรียกถูก”
“ผมชื่อบอลครับ เด็กผู้ชาย ม.3 อีกคนที่นอนอยู่ตรงโน้นชื่อฟลุ๊ก เด็กผู้หญิงอีก 2 คนที่นอนอยู่ตรงเก้าอี้นั่นเป็นพี่น้องกันชื่อ
ฟางกับนุส ครับ”
“เอาล่ะไอ้บอลเอ็งไปพักเหอะ เดี๋ยวทางนี้น้าจะการเองท่าทางแกจะเหนื่อยแล้วนี่”
“ครับ ขอบคุณครับ”
บอลนำอาหารอบแห้งไปให้เพื่อนๆกิน ก่อนจะไปนั่งพักอยู่บริเวณกำแพงใกล้ๆนั้น
ด้านเต้ก็นั่งคุยอยู่กับทหารรับจ้างอีกคนหนึ่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง ทหารรับจ้างคนนี้ดูแล้วอายุยังไม่มาก
อาจจะมีอายุประมาณ 18 ปี
“ไงไอ้หนู แกมีชื่อไหมดูจากท่าทางแล้วแกเนี่ยน่าจะฉลาดไม่เบา”
“ผมชื่อไอซ์ครับ ผมอยู่อีกทีมที่มากับพวกคุณนั่นล่ะครับ”
“จริงสิ คนในทีมแกหายไปไหนหมดล่ะที่ชั้นเห็นมีแค่แกคนเดียวนะ”
“พวกเขา...ตายหมดแล้วล่ะครับ”
“ว่าไงนะ! นี่ขนาดทหารมืออาชีพ ยังตายยกทีมเลยเรอะแล้วนี่แกรอดมาได้ไงเนี่ย”
“ผม...ก็ไม่เชิงว่ารอดมาได้เองหรอกครับ เพียงแต่ว่าผมรอดมาได้เพราะเด็กพวกนั้นช่วยไว้น่ะครับ”
“งั้นเรอะ ตอนนี้เราคงทำได้แค่หาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ที่นี่ไม่ต่างกับนรกบนดินเลย”
“ก็คงงั้นล่ะครับ แล้วเราจะออกไปยังไงล่ะครับไอ้พวกนั้นเดินเพ่นพ่านกันขนาดนั้นจะออกไปคงไม่ง่ายหรอกครับ”
“เราคงต้องรอให้เช้าก่อน ไม่งั้นล่ะก็ขืนไปตอนนี้เรามองอะไรไม่เห็นอะไร มันจะแย่กว่าที่คิดไว้นา”
พอพูดจบเต้ก็เดินไปประจำตำแหน่งบริเวณหน้าต่าง มองดูกรที่กำลังระวังภัยอยู่บนดาดฟ้าของอาคาร
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 473

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 13 เม.ย. 2011, 16:32

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก(เพิ่งหัดแต่ง)

วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555
เวลา 5.45 น.
วันรุ่งขึ้นทุกคนตื่นขึ้นมา ท่ามกลางความมืดเล็กน้อยของรุ่งอรุณวันใหม่
เพชรที่ตื่นก่อนหน้านั้น 1 ชั่วโมง
ลุกขึ้นมาดูสถานการณ์โดยรอบยังมีซอมบี้เพ่นพ่านอยู่เหมือนเดิม
หลายตัวพยายามจะพังประตูที่ปิดอยู่เข้ามา
ด้านกรที่ เฝ้าระวังอยู่นั้น ก็ยังคุมเชิงดูสถานการณ์โดยรอบอย่างไม่ลดละสายตาจ้องไปที่
กลุ่มซอมบี้ที่กำลังเดินไปมา บ้างก็กำลังแทะศพของคนที่ยังเหลืออยู่ดั่งนกแร้งที่หิวโหย
โดยที่ยังไม่รู่ว่าอาจถูกยิงตายได้ทุกเมื่อกรที่ยังคุมเชิงให้ก็เริ่ม อยากจะยิงไอ้พวกข้างล่าง
ให้เละไปให้หมดแต่ก็ต้องทำใจเพราะยังไม่รู้ว่าจะออกไปจากโรงเรียนนี้ยังไง
จึงได้แต่ติดต่อวิทยุไปหาเพชรเท่านั้น
“ไอ้เพชรตูว่าฟ้าเริ่มส่างแล้ว เอ็งจะทำอะไรก็รีบๆทำเถอะเราไม่ได้มีเวลาทั้งวันหรอกนะ”
“ขอเวลาอีกครึ่งชั่วโมงตูจะหาทางออกไปจากที่นี่ แต่ระหว่างนั้นเอ็งช่วยเคลียรไอ้พวกข้างล่างให้หน่อย
เราจะได้หนีสะดวก”
“จัดให้เลย กำลังต้องการอย่างนั้นอยู่เชียว”
ไม่ทันขาดคำกรก็เหนี่ยวไกปืนยิงพวกซอมบี้ที่อยู่ข้างล่าง อย่างแม่นยำ
โดยหวังว่าพวกซอมบี้จะน้อยลงไปบ้าง ด้านคนอื่นๆในโรงยิมก็มารวมตัวกันที่ห้องเก็บอุปกรณ์กีฬา
“เอาล่ะทุกคนช่วยกันไปหาหรือเอาอะไรมาก็ได้ที่น่าจะใช้ได้ แล้วเอามาในห้องนี้
สาวๆสองคนนี้ไปกับเต้แล้วก็ไอซ์ หนุ่มๆสองคนนี่มากับชั้น”
เมื่อสิ้นเสียงทั้งสองกลุ่มก็แยกกันไปคนละทาง เต้ไปที่ห้องเก็บอุปกรณ์ปฐมพยาบาล
ส่วนเพชรไปที่ห้องเก็บอุปกรณ์ช่าง เสียงปืนของกรดังขึ้นเป็นระยะๆ ทำให้เด็กๆในนั้น
ตกใจไปบ้างแต่ก็พยายามคุมสติตั้งหน้าตั้งตาหาของที่ใช้ได้กันต่อไป
“ในห้องนี้ยังรกไม่เปลี่ยน ไอ้บอลเจออะไรบ้างล่ะคุ้ยไปคุ้ยมาหลายรอบแล้วนะ”
“ครับน้า ตรงนี้มีชะแลงเก่าๆอยู่อันนึง แล้วก็แป๊ปเหล็ก 1 อัน ตะปูกล่องนึงครับ”
“เออดี ไอ้ฟลุ๊กเอ็งเอาชะแลงนี่ไป ไปงัดตู้หรืออะไรก็ได้ที่ปิดอยู่หาของมาเท่าที่ได้”
“ครับ”
ฟลุ๊กหยิบชะแลงไปก่อนจะนำไปงัดที่โต๊ะและตู้ล๊อกเกอร์ในห้อง ด้านเพชรกับบอล
ก็ค้นห้องหากันต่อจนอยู่เพชรก็ถาม เด็กๆเล่นๆว่า
“ไอ้หนูพวกเอ็งนี่ คิดยังไงวะถึงได้มาหลบในนี้แล้วก็ไม่รู้วิธีออกไปข้างนอกน่ะ”
“ก็ไม่รู้สิครับน้า ผมกับฟลุ๊กก็เข้ามาเล่นบาสในนี้ตอนเย็นๆเหมือนปกตินั่นล่ะครับ
จนสาวๆก็วิ่งเข้ามาบอกให้ผมปิดที่นี่ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรก็เลยทำตาม ก่อนหน้านี้พวกเรา
มีกันประมาณ 7 คนน่ะครับ”
“แล้วพวกเขาไปไหนซะล่ะ”
“พวกเขา..ตายแล้วล่ะครับ ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะติดเชื้ออะไรมาเนี่ยล่ะครับ
ลงท้ายพวกเราเลยต้องจัดการพวกเขาน่ะครับ”
“จัดการ? จัดการยังไงวะ”
“ผมกับไอ้ฟลุ๊กตีหัวพวกนั้นซะเละเทะแล้วก็ย้ายศพไปข้างนอกทีละคน
แล้วก็พยายามแอบออกไปข้างนอกอาหารมาประทังชีวิตน่ะครับ”
“มิน่าล่ะว่าทำไม ไอ้ไอซ์ถึงได้พวกเอ็งช่วยไว้ที่แท้ก็กล้าใช่เล่นเลยนี่หว่า”
“ไม่หรอกครับคงเป็นเพราะผมเล่นเกมบ่อยล่ะมั้งครับก็เลยรู้ว่าควรทำยังไงเวลาฉุกเฉินแบบนี้”
ด้านฟลุ๊กที่กำลังเอาชะแลงงัดตู้เก็บเครื่องมือ ก็พยายามงัดไปงัดมาอยู่หลายนาทีก่อนที่
ฝาตู้จะหลุดออกมาและดูเหมือนว่าเขาจะพบอะไรแล้ว
“น้าครับผมเจอ ไอ้นี่อยู่ในตู้ครับ”
ฟลุ๊กหยิบของในตู้ออกมาทีละชิ้น ของในตู้นั้นคือ ค้อนเหล็ก,ปืนตะปูแบบอัดแก็ส,ตะปูแผง,เทปพันสายไฟ
,ไม้หน้าสาม,มีดปลายแหลมและสารพัดสิ่งของที่น่าจะมีอยู่ในตู้เก็บเครื่องมือช่างมีอยู่มากมายเลยทีเดียว
และที่ยิ่งกว่านั้นในตู้ยังมีปืนลูกโม่อีก 1 กระบอกวางอยู่ด้วย เพชรหยิบของแต่ล่ะชิ้นออกมาสำรวจ
ก่อนจะเลือกหยิบไปเท่าที่ใช้ได้
“เอ้าแค่นี้คงพอแล้วออกไปรวมกันที่ห้องได้แล้ว ขนไปทั้งหมดนี่ล่ะ”
กลุ่มของเพชรเดินเข้าไปรวมกันในห้องพร้อมกับกลุ่มของเต้ที่เพิ่งมาถึงเช่นกัน
เพื่อฟังแผนที่เพชรจะอธิบาย
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 473

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 21 เม.ย. 2011, 13:16

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก(เพิ่งหัดแต่ง)

“เอาล่ะไอ้เพชรแผนว่าไง เราทีเวลาไม่มากแล้ว”
“แผนของเราคือ เราจะใช้ของที่มีอยู่ทั้งหมดนี่ฝ่าพวกมันออกไป”
เพชรเทข้าวของต่างๆออกมา มีทั้งอาวุธและของใช้เบ็ดเตล็ดอีกมากมาย
เท่าที่จะขนออกไปไหว
“แล้วพวกนายล่ะเจออะไรบ้าง ที่ห้องนั่นน่ะ หวังว่าคงมีของใช้ที่มีประโยชน์นะ”
“เราเจอชุดปฐมพยาบาล 1 ชุด เป้ใส่ของอีก 3 ใบแล้วก็เครื่องช็อตไฟฟ้า 1 อัน
น้ำกินอีกนิดหน่อยไม่มีอาหาร”
“เอาล่ะเรามีของที่น่าจะใช้ได้ครบแล้ว มาหยิบไปได้เลยเราไม่มีเวลาแล้ว”
คนอื่นๆได้ฟังดังนั้นแล้วก็ไม่รอช้ารีบหยิบของต่างๆ เท่าที่จะเอาไปได้
ส่วนเพชรก็กำลังง่วนอยู่กับ
การทำอาวุธให้คนอื่นๆอยู่
“ที่เราใช้เป็นอาวุธได้ ก็มีค้อน,แป๊ปเหล็ก,ปืนตะปู,ชะแลง คงมีแค่นี้ล่ะ
ถ้ามีที่จะทำได้อีกก็มี
สเปรย์พ่นไฟกับหอกเท่านั้น”
“ในนี้มีใครเคยเรียน วิชาทหารหรือยิงปืนมาก่อนไหม”เต้ถามเด็กคนอื่นๆ
“มีครับสมัยอยู่ที่บ้านอาผมเคยเรียน ยิงปืนมาก่อน”ฟลุ๊กตอบเต้ในทันที
“งั้นเอานี่ไป ใช้ระวังๆล่ะ”
เต้ยื่นปืนลูกโม่ที่เจอในตู้ให้ฟลุ๊ก พร้อมกระสุนสำรองอีกไม่กี่นัดฟลุ๊กรับไปก่อนที่จะ
หยิบแป๊ปเหล็กติดไปด้วยอีกอัน เพชรยื่นสเปรย์พ่นไฟกับหอกให้กับนุส
ส่วนฟางนั้นหิ้วกระเป๋าพยาบาล,ค้อนกับเครื่องช๊อตไฟฟ้าไป
“ไอ้บอลเอ็งเอานี่ไป เหลืออันสุดท้ายพอดี”
เพชรยื่นปืนตะปู กับไม้หน้าสามที่เหลืออยู่ให้บอล บอลรับมันไปอย่างรีๆรอๆก่อนจะถามขึ้นมาว่า
“ทำไมถึงให้ผมใช้ไอ้นี่ล่ะครับ ผมยิงปืนยังไม่เป็นนะครับ”
“ไม่มีอะไรยากหรอกไอ้หนู แค่เล็งที่หัวแล้วก็เหนี่ยวไกมันก็ง่ายๆแค่นี้เอง”
เพชร หยิบกระเป๋าสะพายอีกใบให้บอล
บอลเอาข้างของต่างใส่ลงไปก่อนจะตามคนอื่นๆไปที่ประตู
ส่วนด้านกรที่กำลังยิงลดจำนวนพวกซอมบี้อยู่นั้นได้ติดต่อมาทางวิทยุ
“ไอ้เพชรรีบๆออกมาได้แล้วตูยิงมันตายไปเยอะมากแล้ว รีบออกมาตอนนี้เลยทุกอย่างชักจะแย่ลงแล้ว”
กรพูดกับเพชรเหมือนกับว่าเขาจะเห็นอะไรที่ไม่ดีเข้าแล้ว
“หมายความว่าไงวะ เอ็งเจออะไรรึไงที่บอกว่าแย่มันแย่ขนาดไหนวะ”
“แย่หนักเลยล่ะ ตอนนี้ตูเห็นไอ้พวกบ้านั่น ยกพวกมาทางเอ็งแล้ว
แถมเยอะซะด้วยเอ็งรีบออกมาเร็วเข้าก่อนที่จะโดนมันล้อม”
สิ่งที่กรพูดดูท่าจะเป็นเรื่องจริง ซอมบี้กว่าร้อยตัวกำลังเดินมาทางโรงยิม
ดูเหมือนว่ามันจะได้ยินเสียงปืนของกรเข้า
พวกซอมบี้เดินเข้ามาใกล้ทุกที ไอซ์รีบเปิดประตูก่อนจะวิ่งนำหน้าออกไปดูเชิงให้คนอื่นๆ
“มาเร็วเข้าครับจ่า! เดี๋ยวผมยิงคุ้มกันให้”
ไอซ์ไม่รอช้ายกปืนขึ้นยิงถล่มพวกมัน แบบเต็มรัก แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ลดลงไปเลย
ไอซ์ควักระเบิดมืออกมาเตรียมดึงสลักออก
“แด็กนี่ซะ!! หมอบลง!”
ไอซ์ถอดสลักออก ก่อนจะขว้างไปที่กลางวงพวกซอมบี้ ไม่กี่อึดใจพวกมันก็กระเด็นไป
คนละทิศละทาง พร้อมกับเสียงที่ดังจนหูแทบแตกและเลือดกับเศษเนื้อที่กระเด็นไปทั่ว
ไอซ์ยังไม่เลิกความพยายามยิงต่อไปเรื่อยๆ เปิดโอกาสให้คนอื่นออกมา เต้ออกมาข้างนอก
ก่อนจะเข้ามาช่วยยิงสนับสนุนกับไอซ์
“ไอ้กรเอ็งลงมาเลย ตรงนี้ตูยิงกันให้เร็วเข้า”
เต้ตะโกนเรียก ก่อนจะระดมยิงกระหน่ำใส่พวกมันอย่างไม่ยั้งมือ ด้านเด็กๆที่เหลือก็วิ่งออกมา
ตามเพชรที่กำลังเดินนำไปที่ ห้องกระจายเสียงส่วนกรก็วิ่งลงมาที่ชั้นล่างเข้ามาช่วยยิงคุ้มกันให้อีก
“พวกเราถอยได้แล้ว! เด็กๆปลอดภัยแล้ว”
เพชรตะโกนสั่งให้คนอื่นรีบถอยออกจากบริเวณนั้น ก่อนจะหันมาช่วยยิงอีกแรงเต้กับไอซ์
ถอยทันทีที่ได้ยินเสียงของเพชร ส่วนกรยังยิงบ้างถอยบ้างแต่ก็ไม่มุทะลุเกินเหตุ
กรกับเพชรรีบวิ่งถอยไปที่ห้องกระจายเสียงก่อนจะพบว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นที่นี่
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 473

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 03 พ.ค. 2011, 12:46

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก(เพิ่งหัดแต่ง)

“ไอ้เพชรงานเข้าแล้ว ผู้กองหายไปไหนก็ไม่รู้ว่ะ”
“ว่าไงนะ!! ไอ้เต้ ผู้กองจะหายไปไหนได้วะเจ็บหนักขนาดนั้น ก็ต้องอยู่แถวๆนี้ล่ะ”
ทั้งหมดแยกย้ายกันค้นหาร่างของผู้กองในบริเวณรอบๆแต่ก็ไม่เจอไม่มีแม้ซากศพ
หรืออะไรอยู่ในบริเวณนั้นเลย จนกระทั่งกรพบร่องรอยบางอย่างบนพื้นถนน
มันเป็นรอยเลือดที่ลากยาวจากหน้าห้องกระจายเสียงกรเดินตามรอยเลือดไป
ไปที่ในห้องๆหนึ่งในอาคาร
“ไอ้เพชรตูว่าเราเจอร่องรอยแล้วว่ะ”
กรหยิบมือของคนที่ขาดแล้วขึ้นมามือนั่นมีเลือดอาบอยู่เพียบ และที่ยิ่งกว่านั้นที่ข้อมือ
ของมือนั่นมีนาฬิกาข้อมือติดอยู่ทั้งสามคนจำนาฬิกานั้นได้ มันคือนาฬิกาที่ผู้กองใช้เช็คเวลา
ตอนมาที่นี่ครั้งแรก
“บ้าชิบ!! ไอ้บ้าเอ๊ย!!”
เพชรโมโหอย่างมาก ถึงกับเตะประตูห้องนั้นจนพังแต่เมื่อบานประตูบานนั้นพังลง
ทุกคนต่างต้องตกใจกันหมดเมื่อพบศพของผู้กองกำลังถูกสุนัขรุมเคี้ยวอยู่ในห้อง
พวกมันมีกัน 3 ตัวแต่ละตัวมีสภาพมีแผลเต็มตัวคล้ายๆว่าจะเน่าแล้ว สีหน้าดุร้าย
ตาขาวโพลน แม้เพชรจะไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรกันแต่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่มิตรแน่ๆมันพุ่งเข้ากระโจนใส่เพชรกับกร
เพชรหลบได้ทันควันแต่กรถูกมันกดไว้กรใช้ปืนดามเอาไว้ไม่ให้มันกัด
มันพยายามอย่างมากที่จะกัดกรให้ได้ กรดิ้นรนสุดฤทธิ์เพื่อไม่ให้ถูกกัด พวกมันที่เหลืออีก 2 ตัว
พุ่งเข้าเล่นงานกรที่กำลังดิ้นรนอยู่ มันวิ่งมาห่างออกไปแค่ไม่กี่ฟุต แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
ฟลุ๊กก็ใช้แป๊ปเหล็กฟาดเข้าไปที่กลางหน้าของพวกมันจนตัวลอย มันเซไปพักนึง
ก่อนจะส่งเสียงขู่หมายวิ่งเข้าปะทะอีกรอบแต่ก็ช้าไปถูกฟลุ๊กเอาปืนยิงเข้าที่กลางหัว
มันตายสนิทในทันที
“เฮ้ย!! ช่วยทางนี้หน่อยว้อย!! มันยื้อใหญ่แล้ว!!”
กรที่พยายามแทบเป็นแทบตายเพี่อไม่ให้ถูกกัด ร้องขอความช่วยเหลือ สุนัขอีกตัวที่เหลืออยู่
พยายามกัดกรให้ได้ แขนของกรเริ่มอ่อนแรงลงแล้วอีกไม่กี่นิ้วกรก็จะถูกมันกัดแล้ว
แต่ทว่าก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น สุนัขที่กำลังยื้อกรอยู่ล้มลงก่อนจะดิ้นไปมาสักครู่แล้วตายสนิท
กรรีบผลักซากของมันออกจากตัวเองก่อนจะลุกขึ้นมาสำรวจที่ซากศพของมันบนศพมัน
มีตะปูฝังอยู่ 2-3 ตัว ตะปูนั่นมาจากปืนตะปูของบอลนั่นเอง
“ขอบใจว่ะ..ไอ้หนูเกือบไปแล้ว”
บอลที่เพิ่งยิงมันไปมีอาการสั่นเล็กน้อย สีหน้าซีดไปบ้างจากความกลัวและตกใจ
กรช่วยพยุงตัวบอลที่ยังสั่นไม่หายขึ้นมา ก่อนจะพาไปรวมกับคนอื่นๆ
“นี่มันเป็นบ้าอะไรกันไปหมดวะเนี่ย! ขนาดหมายังโดนไปด้วยแล้วนี่ถ้าเป็นเสือเราไม่ตายหมู่เลยเรอะไงวะ”
“เอาน่าไอ้เต้ รอดมาได้ก็บุญโขแล้ว ว่าแต่เอ็งเหอะไอ้กรไม่ป็นไรแน่นะเลือดอาบเชียว”
“เออ..ตูไม่เป็นไร แต่ก็เกือบโดนเหมือนกันนี่ ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียวตูโดนมันเคี้ยวเป็นอาหารว่างแล้ว”
“เออ ก็ถือว่าเอ็งยังโอเคอยู่”
ตัดกลับมาที่ฟางกับนุสที่มีอาการขวัญผวา เหมือนคุมสติไม่อยู่จนเพชรต้องเข้าไปปลอบ
แต่ก็ยังมีอาการอยู่อีกเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรแน่นะสาวๆ ถ้าไม่ไหวจริงเดี๋ยวพวกเราช่วยแบกวิ่งไปละกัน”
“ม..ไม่เป็นไรค่ะน้าพวกหนูไม่เป็นไรแล้ว”
นุสพูดในขณะที่เสียงกำลังสั่นไม่หาย
“สองพี่น้องคู่นี้เป็นอะไรไปน่ะ ท่าทางจะกลัวจัดเลยนี่”
“ทั้งคู่ตอนเด็กๆเคยถูกหมาบ้ากัดครับ แถมได้ยินว่าตอนนั้นเกือบตายเอาแล้ว ก็เลยเป็นโรคกลัวหมาครับ”
“อ๋อ..งั้นเรอะมิน่าล่ะ ตอนที่เห็นหมาก็ตัวสั่นนิ่งเป็นง่อยอยู่ตรงโน่นจะไหวแน่เหรอ”
“ม..ไม่เป็นไรค่ะ..น้าหนูพอเดินไปไหวแล้ว”
ทั้งคู่รีบลุกขึ้นยืนขึ้นแต่เดินเซไปเซมาไม่เท่าไหร่ก็ล้มลง จนหลายๆคนต้องช่วยพยุง
“พวกเธอไปไม่ไหวหรอก มาชั้นแบกไปเอง”
“เดี๋ยวบอล!! นายจะทำอะ..”
ไม่ทันขาดคำบอลก็แบกฟางขึ้นหลังโดยไม่สนใจคำพูดของฟางเท่าไหร่นัก
ส่วนนุสนั้นไอซ์ช่วยพยุงก่อนจะแบกขึ้นหลังไป
“เอาล่ะทุกคนถ้าพร้อมแล้ว รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ ก่อนที่ไอ้พวกนั้นจะแห่กันมาที่นี่”
เพชรบอกกับทุกคนก่อนจะรีบเดินนำทุกคนออกไปจากตึกๆนั้น
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 473

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 07 พ.ค. 2011, 14:45

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก(เพิ่งหัดแต่ง)

ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายในยามเช้าของเมืองในเขตชายแดน
มันน่าจะเป็นที่พักผ่อนที่ดีแต่ก็เป็นไม่ได้ในตอนนี้พวกเราต้องหาทางเอาชีวิตให้รอดไปจากที่นี่
ให้ได้แม้ว่าจะต้องแลกกับอะไรก็ตามที
เพชรวิ่งนำคนอื่นๆไปที่ประตู ตามไปด้วยเต้และกร ส่วนเด็กคนอื่นก็ตามมาช้ากว่าปกติ
เพราะต้องแบกทั้งสัมภาระและคนตามมาด้วย ทั้งสามคนที่เดินนำอยู่
ช่วยกันตีฝ่าซอมบี้อีกกลุ่มไปพร้อมๆกับระวังหน้าหลังกันไปด้วย บอลที่วิ่งตามานั้นวิ่งมาได้ช้า
เพราะต้องแบกคนอีกเลยทำให้การหนีนั้นช้าไปด้วย พวกซอมบี้ก็เดินตามกันมาเริ่มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
บอลรีบวิ่งหนีสุดชีวิตแต่วิ่งไปได้ไม่ทันไรก็ล้มลง เพชรเห็นดังนั้นจึงไม่มีทางเลือก
เพราะพวกซอมบี้ตามมากันเกือบจะทันแล้ว ห่างไปแต่ไม่ถึง 20 เมตรเท่านั้น
“ไอ้กรคุ้มกันด้วย ไอซ์เอ็งรออยู่นี่ ระหว่างนี้คิดทางหนีไว้เราจะได้หนีกันทัน ไอ้เต้ตามตูมา”
“ได้!!ต้องเสี่ยงอีกแล้ว”
เต้กับเพชรวิ่งไป เพื่อไปช่วยอีก 2 คนที่ยังมาไม่ทันอยู่ เต้วิ่งเข้าไปก่อนที่จะสาดกระสุนใส่
พวกมันเป็นตับเพื่อคุ้มกันคนอื่นๆ ส่วนเพชรช่วยพยุงฟางขึ้นก่อนจะช่วยกันเดินพยุงไป
ส่วนเต้ก็ถอยออกมายิงคุ้มกันไปดูเหมือนกับว่าทุกอย่างจะปลอดภัยแล้วแต่ผิดคาด
“เฮ้ย!!ไอ้ไอซ์นั่นมันตัวห่าอะไรวะนั่นนะ”
กรชี้ไปที่ตัวอะไรบางอย่างกำลังวิ่งตรงมาที่พวกของเพชร มันมีร่างกายใหญ่มากโต
มีกรงเล็บแหลมคม สูง 2 เมตรครึ่ง หน้าตาดุร้ายหน้ากลัว มันวิ่งปัดพวกซอมบี้ที่ขวางทางมัน
จนปลิวเหมือนตุ๊กตา กรรีบยิงปืนใส่มันมันทีไม่รอช้าขืนมัวแต่สงสัยว่าเป็นตัวอะไร
คนอื่นๆคงตายหมดแน่
แต่คุณพระช่วย!!ขนาดโดนกระสุนเจาะเกราะของไรเฟิลซุ่มยิงของกรเข้าที่หัวยังวิ่งปร๋อ
เข้ามาได้สบายๆอีกมันวิ่งตรงเข้าไปที่เพชรหมายจะข่วนด้วยกรงเล็บแต่เพชรหลบได้แบบฉิวเฉียด
ส่วนเต้ใช้ปืนกระหน่ำยิงใส่มันแต่ดูเหมือนจะไม่ระคายผิวมันเลย เต้ยิงจนหมดแม็กจึง
ไม่มีทางเลือกนอกจากชักมีดออกมาแทงใส่มันเต็มแรง แต่อนิจาทันทีที่มีดของเต้กระทบกับผิวของมัน
มีดกลับหักในทันที มันหันมา ใช้แขนปัดเต้จนกระเด็นไปกระแทกกับประตูหน้าโรงเรียนจนสลบไป
“ไอ้เต้!! บ้าเอ๊ย!! ตายเหอะแก!!”
เพชรพุ่งเข้าไประดมยิงใส่มันเข้าที่หัว ดูเหมือนกับว่าจะยิ่งทำให้มันโกรธมากขึ้นไปอีก
มันใช้แขนของมันจับเพชรทุ่มลงกับพื้น ก่อนจะจับเพชรขึ้นมาอีกเตรียมเอากรงเล็บของมันแทงใส่เพชร
เพชรรู้สึกว่าคราวนี้คงจะได้ตายจริงๆแน่แล้ว
“เฮ้ยแก!!ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้นะ!!”
ไอซ์วิ่งเข้าไปหามันก่อนจะเอาปืนยิงเข้าที่มือของมัน แม้จะไม่ทำให้มันบาดเจ็บมากนัก
แต่ก็ทำให้มันปล่อยเพชรลงได้ นุสกับบอลรีบไปหามร่างของเพชรให้ออกจากที่ต่อสู้
ไอซ์ยิงล่อมันไปที่กำแพงโรงเรียนก่อนจะกดระเบิดที่วางเตรียมเอาไว้ แถวๆนั้นเข้า
มันโดนแรงระเบิดในระยะประชิดพอดีแต่ก็ทำได้แค่ให้มันสลบไปเท่านั้น
“หนีเร็วเข้า!! เดี๋ยวมันตื่นมาเราได้ตายกันหมดแน่ เร็ว!!”
ไอซ์ตะโกนบอกคนอื่นๆก่อนจะวิ่งไปหามร่างที่ไร้สติของเพชรกับเต้
แล้วรีบวิ่งไปหลบในร้านขายของร้านหนึ่งในละแวกนั้น ทั้งหมดรีบวิ่งเข้าไปในนั้นพร้อมกับ
ปิดประตูและอยู่เงียบๆไว้
“เมื่อตะกี้มันตัวบ้าอะไรวะ!! ใหญ่ชิบ ยิงแทบไม่เข้าเลย”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ จ่า ตอนนี้ต่อให้เจออะไรพิลึกๆอีกก็ไม่แปลกใจแล้วล่ะครับ”
“ก็คงงั้นล่ะ คนอื่นๆไม่เป็นอะไรนะ”
กรถามคนอื่นพบว่าเพชรกับเต้ สลบไปทั้งคู่ เต้ไม่มีปัญหาเท่าไหร่นักแค่สลบเพราะกระแทกกับประตู
แต่เพชรกระดูกแขนหักบางแห่งแต่อาการไม่น่าเป็นห่วงมากนัก
“โชคดีนะคะที่ไม่เป็นอะไรมาก ถ้าไม่มีเสื้อเกราะรองไว้ซี่โครงคงจะหักไปแล้ว”
“ไม่บาดเจ็บมากก็ดีแล้ว ขืนเจ็บหนักล่ะก็พอได้คิดกันล่ะว่าจะกลับกันยังไง”
“แต่แขนหักแบบนี้ก็ต้องเข้าเฝือกนั่นล่ะค่ะ ไม่งั้นถ้ากระดูกเคลื่อนล่ะก็แย่แน่”
ฟางกับนุสคว้าชุดปฐมพยาบาล ออกมาก่อนจะเริ่มเข้าเฝือกที่แขนซ้ายของเพชร
ที่มีอาการบวมขึ้นมานิดหน่อย ส่วนเต้สลบไปไม่นานนักก็ฟื้นขึ้นมาแถมมีอาการปกติ
ไม่บาดเจ็บอะไรมากนัก พอฟื้นมาก็เริ่มถามคนอื่นๆ
“อู๊ย! มีใครจำไอ้ตัวที่เล่นงานเราเมื่อกี้ได้รึเปล่า ตัวใหญ่ชิบเล่นซะมีดชั้นหักเลย”
“ไม่มีใครลืมมันหรอก เล่นกระแทกแกซะปลิวเป็นลูกบอล นี่มันตัวอันตรายชัดๆเลย”
“นั่นสิ มีดที่ดีที่สุดของชั้นหักในพริบตาเดียวหนังมันนี่หนาโคตรๆเลย”
“มันก็จริงนะครับจ่า ขนาดระเบิด C4 ยังทำได้แค่ให้มันสลบก็ต้องยอมรับเลยครับว่าหนังมันหนาจริงๆ”
“ถ้างั้นเราจะไปกันยังไงล่ะ ไอ้ตัวบ้านั่นยังอยู่ข้างนอกแถมซอมบี้ยังเดินเพ่นพ่าน
มีดชั้นก็หักไปแล้วคงได้ตายกันจริงๆล่ะ”
เต้พูดไปพลางกุมขมับไปพลาง เหมือนกับว่าจะไม่มีหวังอะไรเลย
“ไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นมีแผนที่จะออกไปจากที่นี่แล้ว”
ทุกคนได้ยินเสียงนั้นเข้าก็พากันมองไปที่ต้นตอของเสียง พบว่าเพชรฟื้นขึ้นมาแล้ว
“น้าคะ!! อย่าเพิ่งขยับตัวสิคะ ยังไม่เสร็จเลย”
“ไม่เป็นไรหรอก เริ่มขยับตัวได้แล้ว ขอบใจนะ”
“งั้นแกมีแผนอะไรอีกล่ะ ไม่ใช่ว่าจะไปเจออะไรที่ไม่เข้าท่าอีกล่ะ”
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 473

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 29 พ.ค. 2011, 17:46

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก(เพิ่งหัดแต่ง)

“ตอนที่เราถูกไอ้ตัวบ้านั่นเล่นงานพวกแกเห็นมั้ยล่ะว่ากระสุนยิงมันไม่เข้าเลย
แต่ว่าที่น่าแปลกคือมันมีอะไร
บางอย่างติดอยู่ที่ตัวมันด้วย”
“แล้วอะไรล่ะตอนสู้อยู่ตูไม่ได้มีเวลาดูที่ตัวมันหรอก”
“ก็ตอนที่ตูโดนมันจับอยู่ ที่ตัวมันมีก้อนเนื้อบางอย่างเต้นอยู่
คล้ายๆกับหัวใจก็น่าจะเป็นจุดอ่อนของมัน”
“จริงสิคะ ตอนที่พวกน้ายิงไปที่มันมีกระสุนบางนัดพุ่งไปโดนไอ้ก้อนนั่นด้วย
มันก็เลยโกรธใหญ่”
“หมายความว่าเราก็มีโอกาสฆ่ามันได้แล้วสินะ ดีเลยตูจะได้คิดบัญชีกับมันไปด้วยเลย”
เต้พูดอย่างมีความหวังอย่างเอ่อล้น แต่เพชรกับพูดขึ้นมาว่า
“ลืมไปได้เลยเพราะยังไงก็เป็นแค่เรื่องที่พิสูจน์ยังไม่ได้เราไม่จำเป็นต้องสู้กับมันหรอก
รังแต่จะเปลืองกระสุน
เปล่าๆ ถ้าเรายังมีกระสุนเหลืออยู่เก็บไว้ยิงตอนที่จำเป็นดีกว่า”
“ว้า อะไรกันวะ อุตสาห์จะได้คิดบัญชีกับมันเรื่องมีดที่หักไปสักหน่อยของแพงเชียว”
“ก็ตามใจเลยถ้าแกจะเอาชีวิตไปทิ้งก็เชิญแต่ถ้ามันโผล่มาตูจะช่วยเอ็งเป็นคนสุดท้าย
ดีไม่ดีจะแกล้งยิงพลาดสักแม็ก”
เพชรพูดกวนประสาทกับเต้เล็กน้อย เต้มีท่าทีเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเพชร
แต่ก่อนที่เต้จะทันพูดประโยคถัดไปก็มีเสียงวิทยุดังขึ้น
“นี่…เดล…8 ขอ…ช่วย….โรงพยา…บาล…เรา…”
เสียงวิทยุดังไม่ค่อยชัดนัก
“นี่เดลต้าทีม 4 เรายังไม่ตายตอบด้วยเปลี่ยน”
สัญญานแผ่วมากจนได้ยินเสียงไม่ชัดเพชรพยายามจูนคลื่นให้ชัดแต่ไม่เป็นผลสัญานขาดไปกระทันหัน
“บ้าเอ๊ย!!ไอ้วิทยุเฮงซวยมาเจ๊งบ้าอะไรเอาตอนนี้วะ!!”
เพชรง้างแขนเตรียมขว้างวิทยุใส่กำแพงแต่บอลห้ามไว้แล้วแกะวิทยุออกจากมือเพชร
ก่อนจะถอดชิ้นส่วนออกมาเช็คดูสภาพ
“น้าครับ วิทยุนี่คงจะโดนกระแทกหรือไม่ก็โดนความชื้นครับแต่มันทำให้วงจรไหม้ทั้งระบบเลยครับ
ถ้าไม่มีอะไหล่เปลี่ยนมันก็ไม่มีค่าอะไรแล้วครับ”
“แกรู้ได้ไงวะ แกไม่ใช่ช่างซ่อมนี่หว่า”เพชรถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย
ก่อนจะช่วยกันแยกชิ้นส่วนวิทยุออกมา
“ผมเคยเรียนเรื่องการซ่อมวิทยุมาจากรุ่นพี่ที่อาชีวะน่ะครับ”
“งั้นเรอะ แต่น่าเสียดายว่ะอะไหล่วิทยุตูไม่ได้เอามาถ้าเอามาก็คงซ่อมได้อยู่หรอก”
“เฮ้ย ไอ้เพชรเมื่อกี้นี้มีคนติดต่อมา แกพอรู้รึเปล่าว่าหมายถึงอะไร”กรถามเพชรขึ้นมา
“ก็พอรู้อยู่ น่าจะยังมีคนรอดอยู่ที่โรงพยาบาลแต่เราก็ยืนยันไม่ได้ว่าจะรอดกันหมดรึเปล่า”
“ก็น่าจะลองดูนะ เพราะเราไม่มีทางเลือกเราต้องการคนที่จะช่วยติดต่อไปที่ฐาน
ให้มารับเราไม่งั้นเราก็ตายอยู่ที่นี่แน่”
“แต่เกรงว่าเราจะไม่มีเวลาแล้วน่ะสิ”
เพชรพูดตอบโดยที่มีสีหน้าเหมือนกับว่ากำลังเครียดเพราะเรื่องอะไรบางอย่าง
“แกหมายความว่าไงวะที่ว่าไม่มีเวลาน่ะ แกมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกให้พวกเรารู้งั้นเหรอ”
กรถามเพชรอีกครั้งเพชรมีสีหน้ากังวลขึ้นอีกมากเลยทีเดียวเพชรกระอักกระอวน
ก่อนจะพูดออกมาว่า
“ก็ตอนนี้รัฐบาลไม่สามารถควบคุมโรคระบาดนี่ได้แล้วน่ะสิ ก็เลยมีคำสั่งมาเมื่อเช้านี้
ว่าให้รีบอพยพคนที่ยังรอดให้ออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดไม่งั้นก็…”
“ไม่งั้นก็อะไร รีบพูดมาเราต้องรีบแล้วนะ”
เพชรลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนจะพูดออกมาว่า
“ไม่งั้นเวลาเที่ยงคืนของวันนี้ รัฐบาลจะใช้ขีปนาวุธที่ทางสหรัฐให้มาิ ยิงถล่มที่นี่ให้กลายเป็นเถ้าถ่านไงล่ะ”
“ว่าไงนะ!!นี่แกล้อเล่นใช่ไหม รัฐบาลคิดจะฆ่าพวกเราโดยไม่สนอะไรแล้วงั้นเรอะ”
“แบบนี้มันบ้าชัดๆ!!่่ไอ้พวกบ้านั่นคิดจะทำอย่างงั้นเลยเรอะ งานนี้ได้กลายเป็นข่าวใหญ่แน่”
ฟลุ๊กลุกขึ้นมาโวยวายบ้าง
“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ถ้าปล่อยไว้แกก็รู้นี่ว่าจะมีคนตายอีกไม่รู้เท่าไหร่
นี่ก็นับว่าเขาปราณีเรามากแล้วที่ให้เวลาเราถึงเที่ยงคืนถ้าไม่งั้นคงเอาขีปนาวุธยิงใส่เราตั้งนานแล้ว”
“งั้นทางรอดเราคงเหลือแค่ว่าไปทีโรงบาลแล้วหาวิทยุติดต่อไปที่ฐานให้มารับเรางั้นเรอะ”
“ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วถ้าไม่งั้นก็รอความตายกันอยู่นี่ล่ะ”
เพชรพูดตอบกลับไปคนในห้องเงียบไปประมาณพักนึงก่อนที่สองสาวจะพูดขึ้นมา
“งั้นก็ไปสิคะพวกหนูมีแม่เป็นหมออยู่ที่โรงบาลค่ะ เราไปที่นั่นบ่อยๆก็รู้เส้นทางในนั้นดีค่ะ”
“งั้นก็ดีเลย ไอ้เพชรโรงบาลไปทางไหนล่ะวะถ้าเอ็งเคยอยูที่นี่ก็น่าจะรู้เส้นทางดีนะ”
“โรงบาลอยู่ห่างจากที่นี่ไป ประมาณกิโลกว่าๆถ้าเดินไปคงใช้เวลาครึ่งชั่วโมง
แต่ว่าเราก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าจะมีอะไรดักรอเราอยู่ระหว่างทาง”
“งั้นก็นั่งรถไปสิครับผมรู้วิธีการสตาร์ทรถแบบต่อสายตรง ก็น่าจะไปกับรถได้แบบปลอดภัยนะครับ”
ไอซ์พูดขึ้นมาท่ามกลางความหวังของทุกคน
“ดีงั้นไปกันเลย รีบออกไปจากเมืองนรกนี่กัน”
ทั้งหมดเปิดประตูก่อนที่จะชะเงิ้อมองไปรอบๆว่ามีอะไรดักรออยู่รึเปล่า
ก่อนจะรีบวิ่งออกร้านขายของไปที่ปั้มน้ำมันแถวๆนั้นมีรถกระบะจอดอยู่ 2-3 คัน
ไอซ์รีบวิ่งไปก่อนจะงัดประตูรถออก ไอซ์พยายยามอยู่หลายนาทีก่อนจะเปิดประตูรถสำเร็จ
แล้วแงะแผงสายไฟใต้พวงมาลัยรถออกมาก่อนจะลงมือต่อสายตรงทันที
“เฮ้ยไอ้ไอซ์ เอ็งเคยขับรถมาก่อนเรอะวะพวกตูยังขับรถเก๋งไม่เป็นเลยนะเว้ย”
“ผมเคยสอบใบขับขี่มาครับ แต่ว่าพอสอบได้อาทิตย์เดียวก็โดนยึดครับ”
“เอ็งทำผิดข้อหาอะไรวะถึงได้โดนยึดใบขับขี่”
ไอซ์ยิ้มออกมาเล็กๆน้อยๆก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“ข้อหาขับรถเร็ว,ฝ่าไฟแดง 6 จุด,แล้วก็ขับรถชนตู้โทรศัพท์พังไป 2 ตู้
แล้วก็ขับเสยร้านทำผมซะเละเทะไปร้านนึงเลยครับ”
คำพูดของไอซ์ทำเอาเต้และคนอื่นๆเสียวสันหลังไปตามๆกัน ว่าควรจะกังวลเรื่องไหนดี
ระหว่างโดนซอมบี้กินอยู่ที่นี่กับนั่งรถออกไปกับคนที่่ขับรถได้บ้าระห่ำกว่านรก
ไอซ์ใช้เวลาไำม่นานนักก็สตาร์ทได้สำเร็จแต่ทว่าก็มีเสียงคำรามดังขึ้น
เสียงนั่นมาจากสัตว์ประหลาดที่พวกเขาเจอเจ้าเก่านั่นเองทุกคนรีบโดดขึ้นรถทันที
ก่อนจะขับออกไปโดยมีเจ้าสัตว์นั่นตามมาติดๆ
<<

gogogo97

ภาพประจำตัวสมาชิก

Licker
Licker

โพสต์: 162

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2010, 17:55

โพสต์ 29 พ.ค. 2011, 19:05

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก

ว้าว ขอให้ทำมาอีกนะครับ (บอกผมด้วยว่าทำไงถึงมีไอเส้น------------------แล้วข้างล่างมีคอมเม้นอ่ะทำไง)
การเรียนที่ดีต้องมี...

ิด
ิเคราะ
กแยะ
งับ
<<

gogogo97

ภาพประจำตัวสมาชิก

Licker
Licker

โพสต์: 162

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2010, 17:55

โพสต์ 29 พ.ค. 2011, 19:08

Re: Dead Epidemic วันนรกแตก

ว้าว ขอให้ทำมาอีกนะครับ (บอกผมด้วยว่าทำไงถึงมีไอเส้น------------------แล้วข้างล่างมีคอมเม้นอ่ะทำไงอ่ะแบบเนี้ยไม่รู้จะ Comment อะไรดี เพราะพี่แพรแย่งไปหมดแล้ว.... :e7 สนุกดีครับ รีบมาอัพต่อไวๆนะครับ

_________________
Image)
การเรียนที่ดีต้องมี...

ิด
ิเคราะ
กแยะ
งับ
ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 17 ท่าน