MoRC: ขอยุติการแต่งฟิคเรื่องนี้ และประกาศข่าวสำคัญครับ

<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 01:35

MoRC: ขอยุติการแต่งฟิคเรื่องนี้ และประกาศข่าวสำคัญครับ

Resident Evil : The Memories of Raccoon city

รูปภาพ


By: Kevin Ryman
Genre: Historical+Drama+Romance+Action+Thriller
Rated: R


..................................................................................................................................................................................

คำแนะนำก่อนอ่าน

1.ฟิคเรื่องนี้เป็นแนว Historical+Romance+Action+Thriller นะครับ เป็นฟิคที่ผู้แต่งวางพล็อตเรื่องมาหลายปีทีเดียว แรกเริ่มเดิมทีเคยคิดจะเขียนฟิคเรื่องนี้ แต่ในช่วงแรกฝีมือยังไม่ถึงขั้น เลยอาศัยพัฒนาฝีมือมาเรื่อย ๆ ต้องขอบคุณ Commentators หลาย ๆ ท่านที่ช่วยแนะนำจนมีวันนี้ได้

2.ฟิคเรื่องนี้อ้างอิงช่วงเวลาก่อนเกิด Outbreak ในเมือง Raccoon City สองเดือนครับ เป็นช่วงเวลาสองเดือนที่เราจะได้พบกับเรื่องราวของผู้คนในเมืองนี้ก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และเรื่องราวใหม่ ๆ ที่ผู้แต่งอย่างผมใส่ลงไป

3.ตัวละครหลักที่ดำเนินเรืองในฟิคเรื่องนี้เป็น Original Characters ของคนแต่งครับ แต่จะมีตัวละคร Canon มาช่วยเสริมเรื่องให้แน่นขึ้นและมีสีสันขึ้น

4.เพื่อความเหมาะสม ผู้แต่งขอจำกัดเรทไว้ที่ 15+ นะครับ เพราะอาจจะมีฉากที่บรรยายถึงความรุนแรง เพศ และการใช้ภาษา

5.เนื่องจากฟิคเรื่องนี้มีรายละเอียดเยอะ ดังนั้นอาจจะไม่ได้อัพเร็ว หรืออาจจะอัพแล้ว แต่เนื้อเรื่องไม่เดินไปข้างหน้ามากนัก อาจจะไม่ถูกใจคนที่ชอบการเดินเรื่องแบบรวดเร็ว เพราะผู้แต่งต้องใช้เวลาในการค้นหาข้อมูลอ้างอิงเยอะพอสมควร ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา MoRC ผ่านการแก้ไขมาแล้วกว่า 3 รอบ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนอ่านอีก คนเขียนจึงขอแจ้งไว้ ณ ที่นี้ครับ

6.เพื่อไม่ให้เนื้อเรื่องมัน Dark หรือ Noir จนเกินไป ผู้แต่งเลยแทรกฉาก Romance และมุขตลกไว้คอยเบรกเป็นระยะ อาจจะเลี่ยนบ้าง เสี่ยวบ้าง อย่าว่ากัน ><

7.เนิ้อหาในฟิคเรื่องนี้ อ้างอิงข้อเท็จจริงบางส่วนของประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกาครับ

8.ผมยินดีรับฟังทุกคำติชมครับ


..................................................................................................................................................................................

Charactor of MoRC

Edward G.Burns "I'm not the best but I'm trying the best"
George Campbell "Duty,Honor,And Love"
Michelle Gardner "Better to be strong than pretty and useless"
Rachel G.Burns "i'm not a child anymore!"
..................................................................................................................................................................................

รูปภาพ



Part I

The Fall of a Knight, the rise of traitors, and the end of Raccoon City


Prologue
Chapter 1 : The Young Man's Dream Rewrited
Chapter 2 : Arkley Massacre Rewrited
Chapter 3 : Sad Memories Rewrited
Chapter 4 : Raccoon Highschool Rewrited
Chapter 5 : The Knight of Raccoon City Rewrited
Chapter 6 : Killing Zone (Hunter and Hunted) Part I Rewrited
Burn's Report I Rewrited
Chapter 6 : Killing Zone (Hunter and Hunted) Part II Rewrited
Chapter 6 : Killing Zone (Hunter and Hunted) Part III Rewrited
Chapter 7 : Zombies Rewrited
Michelle's Diary Rewrited
Chapter 8 : Decision Rewrited
Chapter 9 : Semper Fidelis Rewrited
Campbell's Diary Rewrited
Chapter 10 : Duty, Honor, and Love Rewrited
Chapter 11 : The Fall of A Knight Part I
Chapter 11 : The Fall of A Knight Part II
The Letter
Chapter 12 : Reasons to Fight
Chapter 13 : The Rise of Traitors
Rachel's Diary
Chapter 14 : Home Coming
Burn's Report II


Part II

To sin by silence, when we should protest, makes cowards out of men


Chapter 15 : Flirt
Chapter 16 : Italian Job
Chapter 17 : Brother & Sister
Michelle's Diary II
Chapter 18 : Seperate Ways
Chapter 19 : Hot Pursuit
Chapter 20 : Take it Easy Part I
Chapter 20 : Take it Easy Part II
Tyler's Diary
Chapter 21 : On the rainy day
Chapter 22 : Hard Answers
Email from Ben Bertolucci
Chapter 23 : The Fugitive
Email from Ben Bertolucci Part II
Chapter 24 : Request from US Senator
Documents from Ben Bertolucci (Ducuments ทั้ง 3 part ใช้เพียงแค่อ้างอิงเท่านั้น คนอ่านสามารถข้ามไปตอนล่าสุดได้เลยครับ)
Part I,Part II,Part III
Michelle's Diary III
Chapter 25 : I will be there for you
Chapter 26 : An offer you can't refuse
Chapter 27 : Mr.Shinseiki & Ms.Mendez
Chapter 28 : Pandora Box Part I
Chapter 28 : Pandora Box Part II
Chapter 29 : Everyone has a past
Chapter 30 : No,Not yet


Part III

More and more I find myself wondering if it's all worth fighting for...

Chapter 31 : Do or Die
Michelle's Diary IV
Chapter 32 : The Knight Remembers
Chapter 33 : I'm not turning around Part I
Chapter 33 : I'm not turning around Part II
Rachel's Diary II
Chapter 34 : The terrible truth
Chapter 35 : Don't cry my angel Part I
Email from The Best friend
Chapter 35 : Don't cry my angel Part II
Email from Ben Bertolucci Part III
Chapter 36 : Act of Treason
Chapter 37 : Family Reunion
Chapter 38 : Blurry

Artwork & FanArt

Resident Evil : The Memories of Raccoon City A-Z
แก้ไขล่าสุดโดย Kevin Ryman เมื่อ 19 ม.ค. 2017, 04:31, แก้ไขแล้ว 296 ครั้ง.
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 01:46

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City (ตัวอย่าง)

ฟิคนี้พี่เขียนได้ดีอีกแล้วนะคะ เปิดเรื่องมาน่าสนใจและน่าติดตามมาก ๆ ค่ะ


มีข้อแนะนำนิดนึงคือ...

1.อย่าใส่อัศเจรีย์โดยไม่จำเป็นค่ะ ไม่งั้นมันจะกลายเป็นแนวทรายเล่นหินไป เช่น

ให้ตายเถอะน่า!!!! รสชาติของลาเต้ราดครีมนี้ มันละเมียดละไมและหอมหวานลิ้นซะจริง!!!



2. ระวังคำซ้้ำซึ่งพี่ใช้บ่อยมาก เช่น ละเมียดละไม เป็นไปได้ในย่อหน้าหนึ่ง ๆ ไม่ควรจะซ้ำคำค่ะ เว้นแต่จงใจซ้ำเพื่อความสวยงามทางภาษา


3. คำผิดมีประปรายแต่ขอแก้ที่เด่น ๆ แล้วกันค่ะ

“ผมขอ เอสเปรสโซ่ร้อนทึงนึงครับ “

ที่


นอกนั้นไม่มีอะไรแล้วค่ะ ไว้จะติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 01:46

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City (ตัวอย่าง)

Prologue


ไม่มีอะไรจะต้องกลัวอีกแล้ว....

เบื้องหน้าของชายหนุ่มคือซากมหานครที่ครั้งหนึ่งเคยเจริญรุ่งเรือง แร็คคูนซิตี้ เมืองที่ชุบเลี้ยงเขาและน้องสาวเรเชล สองพี่น้องกำพร้าพ่อแม่ให้เติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มและเด็กสาวที่มีอนาคตสดใส และเหนือสิ่งอื่นใด เขาได้พบรักกับมิเชลล์ล์ การ์ดเนอร์ ณ ที่แห่งนี้

มหานครที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำที่งดงาม เช่นเดียวกับความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน….

ความตายของอัศวินแห่งแร็คคูน จอร์จ แคมเบลล์ ผู้เปรียบเสมือนต้นแบบของเขา ความงดงามในฐานะแบบอย่างของนายตำรวจผู้ซื่อสัตย์และต่อสู้อย่างถวายหัวให้กับความอยุติธรรมทั้งปวง

สู้จนตัวตาย…คงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและเกียรติยศตราบนานเท่านาน

ความอยุติธรรมทั้งหลายจากจอมวายร้ายในปัจจุบันอย่าง Umbrella Corporation และจอมวายร้ายในอดีตอย่าง Mat Phamaceuticals ที่พรากพ่อพรากแม่จากพวกเขาสองคนพี่น้องไป มันทำให้เขาต้องลุกขึ้นสู้ สู้อย่างไม่คิดกลัว

ในฐานะที่เป็นตัวแทนแห่งอัศวินผู้ล่วงลับ คนหนุ่มผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม เขาได้สาบานตนนับตั้งแต่ที่ได้รับการบรรจุเข้าเป็นนายตำรวจไว้แล้วว่า จะปกป้องทุกคนจากความอยุติธรรมทั้งหลาย รวมถึงผู้หญิงสองคนที่เขารักหมดหัวใจ

น่าเสียดายที่เขาคงจะไม่เจอกับเธอ มิเชลล์ การ์ดเนอร์ หญิงสาวผู้เป็นที่รักอีกแล้ว

และเรเชล เกวนโดลินด์ เบิร์น เขาก็ได้ฝากฝังหล่อนให้กับไอ้หนุ่มเมื่อวานซีน

อารอน ไทเลอร์….

อย่างน้อยที่สุด เขาก็ได้รับฟังคำสาบานจากเด็กหนุ่ม ว่าจะดูแลน้องสาวสุดที่รักของเขาตลอดไป ไม่ซิ ตลอดชีวิต

อาจจะยุติธรรมสำหรับเรเชล แต่กับมิเชลล์…..

ขอโทษ ที่ต้องผิดสัญญากับคุณ

เอาล่ะ สิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำได้นั้นก็คือ จัดการกับพี่เบิ้มหัวโล้นชุดเขียวข้างหน้านี้ บอกตามตรงว่าชายหนุ่มไม่รู้สึกถูกโฉลกกับตานี้เลย แต่จะทำยังไงได้ล่ะ? ในเมื่อพี่แกเรียกร้อง

จัดให้ได้...

ด้วยปืนกลหนักในมือ และลูกกระสุนเต็มรังเพลิง คงจะทำให้พี่แกเลิกตอแยได้สักที

เสียงเรียกชื่อของชายหนุ่มจากเด็กสาวและว่าทีน้องเขยที่ถูกพวกทหารพยายามขวางไม่ให้เข้ามา พวกเขาคือกองทหารรักษาดินแดนที่โดยสารมากับเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของกองทัพเพื่อเข้ามาช่วยเหลือพวกเราซึ่งเป็นกลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มสุดท้าย ก่อนที่ทั้งเมืองจะถูกถล่มด้วยขีปนาวุธเป็นหน้ากลอง

ไม่ต้องกลัวเรเชล พี่จะจัดการไอ้ยักษ์นี้เอง

เข้ามาเลย….

..................................................................................................................................................................................
แก้ไขล่าสุดโดย Kevin Ryman เมื่อ 17 พ.ค. 2012, 01:19, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 01:52

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City ตอนที่1

ขอแยกคอมเม้นท์เป็นสองประเด็นนะคะ


ด้านภาษา:

สัมพากษ์

สัมภาษณ์


สมาชิค

สมาชิก


ย้อท้อ

ย่อท้อ


อัลเบิร์ต เวสเกอร์ หัวหน้าอัลฟ่าทีม และหน่วยสตาร์ สำหรับหน่วยสตาร์ทั้งสองหน่วยแล้ว พวกเขาคือสุดยอดเหนือทุกคนในกรมตำรวจแร็คคูนแห่งนี้ แต่สำหรับเวสเกอร์ เขาคือสุดยอดของสุดยอดของกรมตำรวจแร็คคูนซิตี้และหน่วยสตาร์

ประโยคนี้ยาวยืดเยื้อไปนิดนะคะ เพราะพี่บอตำแหน่งเวสเกอร์ไปแล้วในย่อหน้าก่อน ๆ ไม่ต้องซ้ำตำแหน่งเขาก็ได้ค่ะ ตัดเหลือแค่ประโยคสีแดง ๆ พอ


แต่ก็อดที่จะรู้สึกสงสัยในพฤติกรรมของหัวหน้าเวสเกอร์ไม่ได้ ทั้งการใส่แว่นดำในห้องทำงาน และการสวมถุงมือปฎิบัติการภาคสนามตลอดเวลา รวมทั้งการพับแขนเสื้อตรงข้อพับ ยิ่งทำให้นายตำรวจหนุ่มอดที่จะสงสัยในพฤติกรรมบางอย่างที่แปลกประหลาดของหัวหน้าเวสเกอร์ไม่ได้

จะเห็นว่าพี่ค่อนข้างซ้ำวลีหรือประโยคยาว ๆ โดยไม่จำเป็น ทำให้อ่านแล้วขัด ๆ น่ะค่ะ เรียกได้ว่าในทางภาษา ปัญหานี้เป็นปัญหาเดียวของพี่เลยที่เราเห็น และมีหลายจุดเลยที่พี่จะบรรยายซ้ำซ้อนลักษณะนี้ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ดีนัก ทางแก้คือการอ่านทวนหลังเขียนเสร็จทั้งหมดว่ามีตรงไหนซ้ำไหม ซ้ำให้ตัดออก จะทำให้อ่านง่าย กระชับ และภาษาสวยงามขึ้นค่ะ




ด้านเนื้อเรื่อง:

เปิดตัวมาโอเคค่ะ สำหรับ Chapter 1 สามารถอ่านได้เรื่อย ๆ แบบไม่มีจุดไคลแมกซ์อะไรแต่ก็ไม่น่าเบื่อ ตัวละครมีชีวิตชีวาดี แต่เราขอติงนิดหนึ่งว่าเวสเกอร์พี่ดูอารมณ์ดีเกินควรนะคะ เขาดูเส้นตื้นมากเหมือนเมากัญชาในภาค Veronica เลย แต่นั่นเราคิดว่าเพราะเกมมันเก่ามากกว่ามันเลยขำไม่สมจริงนัก และก็ไม่ได้ขำตลกด้วย ออกแนวขำสะใจ "ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆ เราจะเจอกันอีกคุริสสสสสสสส"

ยิ่งพอเอามาเขียนในเรื่องที่ตัวละครตัวอื่นทำตัวเป็นธรรมชาติ พฤติกรรมของเวสเกอร์เลยขัดเด่นชัดออกมาทันทีค่ะ คิดหน้าเวสเกอร์ฟังคำตอบผู้ให้สัมภาษณ์แล้วหัวเราะครึ้มอกครึ้มใจไม่ออกเลย ต่อให้สมมุติตอนหลังเฉลยว่าเขาแกล้งหัวเราะหรือหัวเราะสะใจเพราะมันโง่ดีน่าจะหลอกใช้ง่ายก็เถอะ มันก็ดูแหม่ง ๆ อยู่ดี

ส่วนตัวคิดว่าเวสเกอร์เขาน่าจะเน้นวางมาดขรึมให้สมเป็นต้นแบบที่น่าเคารพของเหล่า S.T.A.R.S. มากกว่าจะมาบคลุกคลีตีวงกับใคร เนื่องจากเขามีพฤติกรรมชอบควบคุมและอยู่เหนือคนอื่นเป็นนิตย์ แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่พี่เบียร์จะตัดสินใจนะคะ เราแค่เสนอการตีความตัวละครจากมุมมองหนึ่งเท่านั้น

นอกเหนือจากที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมดพี่ทำได้ดีค่ะ ตัวละครทุกตัวดูน่ารักและเฮฮาดี ไม่อยากเชื่อเลยว่าอีกไม่นานพวกเขาหลายคนต้องตายจากไปจากหายนะใน Raccoon City :e6



ป.ล. คำถามสุดท้าย ทำไมพับแขนเสื้อตรงข้อพับมันแปลกอ่าคะ เราไม่ทราบจริง ๆ แต่เหมือนในเกมรู้สึกเขาจะพับไว้เหนือข้อพับหน่อย ๆ นะคะ เพื่อให้สามารถงอข้อศอกได้สะดวก
ป.ล.2 เรท 18+ อาห์... (ทำหน้าอาเบะ)

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 01:54

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City ตอนที่1

Chapter 1 : The Young Man’s Dream


21 July 1998
10.00 am. STARS office 2F, Raccoon Police Department


แร็คคูนซิตี้ มหานครอันรุ่งโรจน์กลางหุบเขาอาร์คเลย์อันอุดมสมบูรณ์ ในเขตมลรัฐมิชิแกน เมืองที่กำลังเจริญเติบโตและก้าวหน้าอย่างไม่หยุดนิ่งและเตรียมพร้อมเข้าสู่ศตวรรษใหม่อันใกล้ ดังนั้น เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยของพลเมือง Raccoon police Department หรือที่รู้จักกันในชื่อของกรมตำรวจแร็คคูน ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับอาชญกรรมที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นจากการพัฒนาของเมือง ภายใต้การสนับสนุนเงินทุนจากยักษ์ใหญ่ด้านเวชภัณฑ์อย่าง Umbrella Corporation

Special Tactic And Rescue Service หรือที่รู้จักกันในชื่อของหน่วย S.T.A.R.S พวกเขาคือสุดยอด หน่วยปฏิบัติการพิเศษและกู้ภัยในเชิงกลยุทธ์ ความฝันสูงสุดของตำรวจแร็คคูนทุกนายที่ต้องการจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของยอดฝีมือ

เช่นเดียวกับเอ็ดเวิร์ด เกเบรียล เบิร์น นายตำรวจหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีฟ้าของกรมตำรวจแร็คคูน เขาเฝ้ารอคอยวันนี้อย่างใจจดใจจ่อ โอกาสครั้งสำคัญของชีวิต

“พ่อครับ แม่ครับ เป็นกำลังใจให้ผมด้วย” จอมห้าวจากลิตเติ้ลบอยส์มองรูปถ่ายครอบครัวของตนเองเมื่อสมัยอดีต

ทันทีที่ถูกเรียกขานชื่อ มือปราบรีบกลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมถือซองเอกสารสีน้ำตาล เขาเดินเข้าไปในห้องสำนักงาน มีสมาชิกของหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษยืนมองรายรอบอยู่

“แกสุดยอด อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ ไอ้น้องชาย” คริสโตเฟอร์เอ่ยปากขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา นายตำรวจมองรุ่นพี่ด้วยความรู้สึกขอบคุณ ก่อนที่จะไปเผชิญหน้ากับผู้นำของหน่วย

“เชิญ”

อัลเบิร์ต เวสเกอร์ ผู้นำแห่ง S.T.A.R.S เขาคือผู้นำที่เงียบขรึมและลึกลับ สมาชิกของหน่วยทุกคนล้วนให้ความเคารพเขาในฐานะแบบอย่างของผู้นำ มือปราบหนุ่มรู้สึกประหม่าอยู่บ้างเมื่อเผชิญหน้ากับเวสเกอร์

“ครับ หัวหน้า”

“เจ้าหน้าที่เบิร์น ดูจากแฟ้มประวัติแล้ว ไม่เลว” เวสเกอร์มองไปยังแฟ้มประวัติของเจ้าหน้าที่เบิร์นผ่านแว่นตาสีดำ ที่อาจนิยามได้ว่าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของหัวหน้าหน่วยไปแล้ว “เจ้าหน้าทีเบิร์น ไหนลองตอบคำถามผมซิ หน่วย S.T.A.R.S คืออะไร?“

หัวหน้าทีมเริ่มยิงคำถามใส่ผู้เข้ารับการคัดเลือก ฟังจากสำเนียงมั่นใจว่าเขาต้องมีเชื้อสายเยอรมันแน่

“หน่วย S.T.A.R.S คือหน่วยปฏิบัติการพิเศษครับ หัวหน้า” นายตำรวจตอบตามที่คิด

“ตอบได้ตรง” หนุ่มใหญ่เชื้อสายเยอรมันชะงักไปครู่นึง พลางส่ายหน้าเล็กน้อย “แต่ไม่ใช่”

ชายหนุ่มมองหน้ากัปตัน หนึ่งในคำถามยอดฮิตของ ส.น. แร็คคูนคือ ‘มีใครรู้บ้างว่าทำไมหัวหน้าเวสเกอร์ถึงใส่แว่นตลอดเวลา?’ รวมทั้งสวมถุงมือปฏิบัติการภาคสนามภายในห้องสำนักงาน? ช่างเป็นผู้นำที่เตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์อย่างที่คริสเคยพูดไว้

เลย เขาคิด

“แล้วคำตอบคืออะไรครับ?หัวหน้า”

เวสเกอร์ผู้เงียบขรึมหัวเราะในลำคอ เขาเหลือบตามองผู้เข้าสัมภาษณ์ผ่านแว่นตาสีดำ

“ซื่อตรงดี……”

“ขอบคุณครับ”

“หน่วย S.T.A.R.S คือหน่วยปฏิบัติการพิเศษในเชิงกลยุทธ์ เราทำงานกันเป็นทีมโดยใช้กลยุทธ์ ที่มาจากสมอง ไม่ใช่พละกำลังหรือลูกปืน ชัดไหม?”

“ครับ“ นายตำรวจพยักหน้า พยายามเก็บอาการประหม่าไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปกป้องทุกคนที่เขารัก เรเชลและมิเชลล์ ผู้หญิงสองคนบนโลกใบนี้ที่เขารักมากกว่าใคร นั่นแหละเจตนารมณ์ของเขาล่ะ

“คำถามต่อไป เพราะอะไรคุณถึงอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา?”

“ผมเชื่อว่าหน่วย S.T.A.R.S คือก้าวย่างสำคัญในสายงานอาชีพตำรวจ นี่เป็นก้าวย่างสำคัญในการรับใช้พลเมืองแห่งสหรัฐครับ” มือปราบตอบน้ำเสียงหนักแน่น เหล่าบรรดารุ่นพี่ต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความชอบใจ

“ตอบได้ดี แต่…….”

ผู้นำก้มมองไปที่แฟ้มประวัติของมือปราบหนุ่ม ทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของรองอธิบดีจอร์จ แคมเบลล์ นายตำรวจที่ทุกคนต่างขนานนามว่า ‘อัศวินแห่งแร็คคูนซิตี้’ ผลงานการปฏิบัติงานนับตั้งแต่เข้าประจำการเมื่อสองปีก่อนถือได้ว่าดีเยี่ยม เพียงแต่ต้องมาสะดุดกับคดีหนึ่งในแฟ้มประวัติ กัปตันเหลือบตามองกระดาษในซองสีน้ำตาลอย่างพินิจพิเคราะห์

“11 ตุลาคม 1997 ภัตตาคารย่านใจกลางเมือง เวลา 19.35 โดยประมาณ คุณได้จับกุมผู้ต้องหาที่มีอาวุธปืนและมีอาการมึนเมาจากเหตุที่เข้าไปลวนลามเด็กสาววัยรุ่น”

หนุ่มใหญ่เชื้อสายเยอรมันอ่านเนื้อหาบนเอกสารด้วยท่าทีสนใจ ก่อนเงยหน้ามองนายตำรวจผ่านแว่นตาสีดำ “คุณตบผู้ต้องหาด้วยด้ามปืน? ทำไม?”

“ผมคิดว่าผมมีเหตุผลที่ทำแบบนั้นครับ” นายตำรวจตอบอย่างมั่นใจ “เด็กสาวคนนั้นคือน้องสาวของผมเอง ผมไม่สามารถปล่อยให้น้องสาวถูกไอ้ชั่วขี้เมามาลวนลามได้ ยิ่งโดยเฉพาะกับไอ้ชั่วที่มีปืนไว้ในครอบครอง และพยายามที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

“แล้วไงต่อ?”

“ภารกิจของผมในฐานะของการเป็นตำรวจคือปกป้องพลเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับภารกิจของพี่ชายที่ต้องปกป้องน้องสาวจากไอ้พวกหื่นกามทั้งหลาย ผมคิดว่าผมทำถูกต้องแล้วครับ”

เหล่าสมาชิกรุ่นพี่ของหน่วยต่างนิ่งเงียบกับคำตอบของมือปราบ โดยเฉพาะคริสโตเฟอร์ เรดฟิลด์ พลแม่นปืนของอัลฟ่าทีม คำตอบของรุ่นน้องที่เขาภาคภูมิใจทำให้ตัวเองอดนึกถึงน้องสาวที่ไม่ได้พบกันมาหลายเดือน แคลร์ เรดฟิลด์

“ลูกศิษย์แกไม่เลวเลยคริส….” ริชาร์ด ไอเคน พลวิทยุ สังกัดบราโว่ทีม เอ่ยปากขึ้นมา

“อะไรนะ?” เพราะมัวแต่เหม่อลอยถึงน้องสาว เลยไม่ทันได้ฟังสิ่งที่เพื่อนร่วมสังกัดพูด

“เปล่า…ฉันบอกว่าลูกศิษย์แกเจ๋งดี”

“อ๋อ….” ชายหนุ่มจากตระกูลเร้ดฟิลด์พยักหน้า พลางหันไปมองการสอบสัมภาษณ์ต่อ

“เป็นคนทีน่าสนใจ ผลการสอบสัมภาษณ์วันนี้จะถูกติดหน้าสำนักงานในอาทิตย์ต่อไป“

กัปตันเก็บซองเอกสารของผู้เข้าสอบสัมภาษณ์ไว้ที่ลิ้นชัก ก่อนจะกล่าวยุติการสอบสัมภาษณ์ นายตำรวจยืนตรงทำความเคารพให้กับหัวหน้า เดินออกจากห้องไป คริสโตเฟอร์แยกตัวออกจากเพื่อนพ้อง เดินตามศิษย์น้องอย่างกระชั้นชิด ฝ่าวงล้อมของนายตำรวจ

คนอื่นที่รอการสอบสัมภาษณ์

“ไม่เลวเลยกับการสัมภาษณ์ในวันนี้ ซื่อตรง จริงใจ หนักแน่น นี่แหละคำนิยามของแกล่ะเบิร์น”

“ฉันตอบตามความรู้สึก” ครู่นึง นายตำรวจหนุ่มหันมามองที่คริส “จะว่าไป หัวหน้าแกดูแปลก ๆ ไหนจะใส่แว่นดำ ถุงมือและชุดปฏิบัติการณ์ภาคสนาม” เบิร์นชั่งใจก่อนที่จะพูดต่อไป “ฉันว่าหัวหน้าแกไม่ปกติ”

“ฮ่ะ!” คริสโตเฟอร์เค้นหัวเราะ นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้เป็นเรื่องการแต่งตัวของหัวหน้าที่เคารพ “แกมองโลกแง่ร้ายไปเบิร์น ไม่เอาน่า อย่าปั้นหน้าซีเรียสแบบนั้น มาฉลองให้กับความสำเร็จของแกดีกว่าวะ ฉันสะสมแต้มครบแล้ว เหล้าฟรี วันนี้ฉลองกัน ไอ้น้องชาย“

พลแม่นปืนแห่งอัลฟ่าทีมตบที่บ่าของไอ้หนุ่มรุ่นน้องอีกครั้ง ก่อนเดินจากไป

“ถ้าว่าง ๆ อยากให้แกพามิเชลล์มาแนะนำให้เพื่อนรู้จักบ้าง ได้ข่าวว่าแฟนสวยนิหว่าไอ้น้อง”

“ได้….” มือปราบยิ้ม เมื่อนึกถึงแฟนสาวของตนเอง มิเชลล์ การ์ดเนอร์ หญิงสาวลูกครึ่งอเมริกัน - ญี่ปุ่น นักข่าวสาวไฟแรงจาก Raccoon News

คบกันมาได้สองปีแล้ว จนเรเชลน้องสาวตัวดีที่บ้านเอ่ยปากถามเซ้าซี้ว่าเมื่อไรจะขอเธอแต่งงาน

ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะรู้ว่ายังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมากในฐานะตำรวจ มันเลยทำให้เขาแทบไม่มีโอกาสที่จะได้ทำเช่นนั้น

แต่ไม่นานนักหรอก เชื่อเถอะ ไว้ถ้าเขาได้เป็นหน่วย S.T.A.R.S เมื่อไร จะขอเธอแต่งงานเป็นการฉลองไปในตัวด้วยเลย


To Be Continued...
แก้ไขล่าสุดโดย Kevin Ryman เมื่อ 13 พ.ค. 2013, 19:44, แก้ไขแล้ว 14 ครั้ง.
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 01:58

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City ตอนที่1

^
^

Edit-ไม่เป็นไรค่า

=========================================================================


คือเราเข้าใจที่พี่เบียร์จะสื่อดีค่ะ คำว่า 'อารมณ์ดี' ของเราไม่ได้หมายถึงชื่นชมยกย่อง "โอ นายแน่มาก" อะไรแบบนี้นะคะ เพราะเห็นพี่เขียนไว้อยู่แล้วว่าดูประชด ๆ แต่เราหมายถึงเขามีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการกระทำของอีกฝ่ายมากเกินไปอย่างที่เรียกว่า over acting น่ะค่ะ ซึ่งพฤติกรรมนั้นก็แสดงออกผ่านการหัวเราะแล้วหัวเราะอีกนั่นเอง

แต่ทั้งนี้พี่ไม่ต้องแก้หรอกนะคะ เพราะเป็นความตั้งใจของพี่ที่จะเขียนเขาแบบนี้ เหมือนเป็นการตีความในมุมของพี่เบียร์ เอาเป็นว่าเราเข้าใจที่พี่จะสื่อค่ะ อีกอย่างยังไงเขาก็ออกมาแค่ตอนเดียวเอง ช่างเขาเถอะ ตัวประกอบมาก 555+

แต่ต้องขอชี้แจงเรื่องที่เราถามไว้ใน ป.ล. หน่อยนะคะ การพับแขนเสื้อนั่นเรารู้ค่ะว่าเขาน่าจะพยายามซ่อนอะไรสักอย่าง เช่น มีรอยเข็ม แต่ใน Fic เรา เราไม่ได้ให้เขาพับแขนเสื้อไว้ที่ข้อพับนะคะ เขาใส่เชิ้ตแขนยาวเลยค่ะ แถมไม่พับด้วย

ต้นพฤษภาคมในฤดูใบไม้ผลิ หัวหน้าหน่วย S.T.A.R.S.เหลือบมองเทอร์โมมิเตอร์ของสำนักงานที่พุ่งเฉียดร้อยองศาฟาเรนไฮต์ แม้อากาศจะร้อนจนแทบแดดิ้น แต่กระดุมเสื้อเชิ้ตเกือบทุกเม็ดก็ยังกลัดอยู่ในรังดุม เสื้อกั๊กเครื่องแบบหนาแนบเป็นทรงพอดีตัว เชือกรองเท้าผูกรัดแน่นตึง ซองปืนเหน็บขึงไว้ข้างกาย

...ไม่ใช่แค่สภาพอากาศ แต่เขาผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในมหานครแห่งนี้ก็กำลังจะวิปริต

แบรี่ เบอร์ตันเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวชุ่มเหงื่อ ชายร่างยักษ์ส่งสีหน้าฉงนราวกับจะถามว่า ‘นี่หัวหน้าไม่ร้อนหรือ?’



ซึ่งแน่นอนว่าดูแล้วเขาต้องแปลกประหลาดแน่ เพราะร้อนสุด ๆ แต่ก็ยังผ่าใส่เสื้อแขนยาวเพื่ออะไรกันหนอ? เสื้อแขนสั้นมีก็ไม่ใส่ หรือถ้าจะใส่แขนยาวตามเครื่องแบบทำไมไม่พับไว้? และเหตุผลที่เขาไม่พับแขนเสื้อขึ้นก็เพราะ

อดีตนักวิจัยปวดตุบ ๆ ที่แขนเมื่อคิดถึงเข็มฉีดยาซึ่งสูบเลือดของเขาไปถึงสิบเจ็ดครั้งในช่วงเวลาแค่สองเดือน ลูกทีมอัลฟ่าคงคิดว่าหัวหน้าของพวกตนเล่นยาหากได้เห็นรูเข็มนับไม่ถ้วนบริเวณข้อพับที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อเชิ้ต



แต่ในเรื่องของพี่เบียร์ พี่ให้เวสเกอร์พับเสื้อไว้ที่ข้อพับซึ่งเราว่าก็ดูไม่เห็นแปลกอะไรนะคะ ถือว่าพับขึ้นแล้ว ปกติชนค่ะ เราเลยงงว่ามันแปลกอย่างไร? ทำไมนายเบิร์นต้องสงสัยเนี่ย? ที่สำคัญคือในเรื่องพี่ไม่ได้บอกไว้ด้วยว่าอากาศมันร้อนมากก เวสเกอร์เขาจะใส่เสื้อแขนยาว พับแขนเสื้อเชิ้ตหรือไม่พับ มันก็ไม่ทำให้คนอ่านงงอยู่ดี (แต่เรื่องใส่แว่นตาดำอันนี้แปลกแน่นอน ตลกอีกต่างหาก :e13)

อีกประการหนึ่งคือเวสเกอร์ในเรื่องเราเขายังไม่ได้ฉีดไวรัสนะคะ (เพราะตาม Timeline เขาฉีด Progenitor ก่อนโดนฆ่าแค่ประมาณ 5 นาทีเองค่ะ และฉีดแค่ครั้งเดียวด้วย) แต่เหตุที่เขาแขนพรุนนั้นเป็นเพราะเบอร์กิ้นเจาะเอาเลือดเขาไปทดสอบค่ะ ถ้าพี่จะให้เขามีรอยเข็มที่แขนมากจนน่าสงสัยว่าเล่นยา พี่ต้องแก้ให้เขาถูกเจาะเลือดบ่อยครั้งค่ะ ไม่ใช่ให้มีรูจากการฉีด Progenitor เพราะต่อให้พี่เร่งเวลาฉีดยาเขาเข้ามาเร็วขึ้น รอยเข็มแค่รอยเดียวใครจะมาติดใจสงสัย ก็บอกไปว่าผมบริจาคเลือดมาหรือฉีดยาอะไรก็ได้ ไม่ต้องใส่เสื้อแขนยาวให้ลำบากลำบนและแปลกประหลาดเลยค่ะ

ที่ว่ามาข้างต้นนี้อาจจะเป็นรายละเอียดที่หยุมหยิมไปหน่อย แต่การแต่งฟิคเราคิดว่าผู้เขียนควรจะใส่ใจทุกรายละเอียดนะคะ เพื่อทำให้คนอ่านเชื่อในเรื่องที่เราแต่งค่ะ :e11


v
v
v

ใจเย็น ๆ สิคะ เปิดเรื่องมาจะซอมบี้เลยเรอะ 555+
ว่าแต่คอมเม้นท์ซาเล้งอะไรคะ งงอ่ะ เหมือนปั๊มเลย = =

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

evil1901

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 298

ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2010, 18:09

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 01:58

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City ตอนที่1

-..-ดูแล้วรวมๆยังไม่เห็นมีเข้าถึงซอมบี้เลย(ฉากแรกๆก็งี้)แต่ก็สนุกดีนะพยายามต่อไปเน้อ
-..- 1 ชั่วโมงนี่คนไทยจะไม่ได้ไปกรุงเทพแต่คนกรุงเทพก็ยังมีหวังเพราะเรามี ซาเล้งคันนี่ ซาเล้ง
-..-ทองคำจาก ยามาห้า -..- อีหยัง มั่วอีกและตู กร๊าก555 :e7
รูปภาพ


OOO

ฉันว่า ฟอมร์ ของนายนับวันมันจะเยอะขึ้น นะเนี่ย ฉันงงกับ ฟอมร์แกไปหมดแล้ว
<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2489

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 02:04

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City ตอนที่1

ในที่สุดก็ได้อ่านฟิคที่แต่งอย่างจริงจังของพี่เบียร์ซะที อ่านแต่แนวรั่วมานาน 555+ (แต่อย่าทิ้งทรายเล่นหินนะพี่ คนอ่านรออยู่ :e6)

1. เราเข้าใจว่าหลังจากบท "นิวยอร์ค ซิตี้ คศ.2005" เป็นต้นไป จะเป็นเรื่องย้อนอดีตที่ฟังผ่านการบอกเล่าของ "อาร่อน ไทเลอร์" ใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นพอบทต่อมาซึ่งย้อนไปปี 1998 แล้วทำไมถึงไม่เจอนายไทเลอร์นี่เลยล่ะ หรือว่า "เอ็ดเวิร์ด จี เบิร์น" กับ "อาร่อน ไทเลอร์" ที่จริงแล้วเป็นคนเดียวกันคะ? เพราะว่าถ้าเป็นเรื่องย้อนอดีตของไทเลอร์ เรื่องที่เกิดขึ้นก็ต้องเกิดในมุมมองของไทเลอร์นะคะ อย่างน้อย ๆ เขาก็ต้องอยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ ด้วย ไม่อย่างนั้นคงเอามาเล่าไม่ได้อ่ะค่ะ

2. ตัวละครของพี่เบียร์มีเอกลักษณ์ดีค่ะ ดูมีชีวิตชีวา มีเลือดเนื้อดี อ่านแล้วเชื่อว่าพวกเขาเป็นมนุษย์จริง ๆ บทพูดก็มีเสน่ห์ อ่านแล้วรู้สึกเลยว่าเป็นคำพูดที่คนจริง ๆ เค้าพูดกัน สรุปคือเรื่องความมีชีวิตชีวาและความเป็นมนุษย์ของตัวละครนี่ พี่เบียร์เก่งอยู่แล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องกังวลเลย :e3 (เพราะยังงี้ถึงได้แต่งเรื่องแนวรั่วเก่ง 555+)

3. ตัวละครเวสเกอร์จริง ๆ พี่เบียร์แต่งได้ดีทีเดียว แต่ก็รู้สึกขัดนิดหน่อยตรงที่เวสเกอร์หัวเราะคิกคักมากไปนิด อ่านแล้วเห็นภาพวิสกี้ในทรายเล่นหินลอยมาเลยอ่ะ :e12 คือในภาคเวโรนิก้ากับภาค 4 เวสเกอร์มันบ้าหัวเราะมากจริง ๆ แต่นั่นก็เพราะตอนนั้นเขามีอำนาจและพลังแล้ว เลยกร่างและเกรียนได้เต็มที่มั้งคะ 555+ แต่ตอนเป็นสตาร์เราก็เห็นเขาเคร่งขรึมออกนะคะ ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเขาจำเป็นต้องวางมาดเป็นหัวหน้าที่น่าเคารพยำเกรง เพราะงั้นเราเลยเห็นเขาตีหน้าตายอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเลยคิดว่าต่อให้เขาแอบหัวเราะเยาะเบิร์นในใจแค่ไหน แต่ภายนอกแล้วเขาน่าจะเก็บอาการอยู่นะคะ ไม่น่าจะหลุดหัวเราะออกมาให้เสียฟอร์มอ่ะ

ติดตามตอนต่อไปค่า
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 02:05

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City ตอนที่1

Chapter 2 : Arkley Massacre


21 July 1998
20.00 pm. Bar Jack, Raccoon City



“ตอนที่ฉันเป็นนักบินของทัพฟ้านะเหรอ?” คริสโตเฟอร์กระดกเหล้าเข้าปาก “ก็สนุกดีนะ แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่ลงรอยกับพวกผู้ใหญ่ในกองทัพเท่าไร”

“เรื่องนั้นฉันไม่อยากฟังแล้วคริส ไหนช่วยเล่าเรื่องอื่นแทนได้ไหม?” เบิร์นนึกครื้มอกครื้มใจหาเรื่องแซวคริสเล่น “เช่นเรื่องของจิล วาเลนไทน์”

“ให้ตายเถอะเบิร์น แกนี่มันร้ายจริง ๆ” คริสหัวเราะร่วนจนเห็นฟันขาว

ที่ผ่านมา ทั้งสองได้ร่วมงานกันหลายคดีในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะคดีของกลุ่มก่อการร้ายต่อต้าน Umbrella Corporation ยักษ์ใหญ่ด้านเวชภัณฑ์และองค์กรสำคัญที่สนับสนุนนายกเทศมนตรีไมเคิล วอลเลน คดีดังกล่าวทำให้ทั้งสองได้รู้จักและสนิทกันในที่สุด รวมทั้งยังได้แนะนำเบิร์นให้กับสมาชิกของหน่วยสตาร์ได้รู้จักหลายคน

คริสโตเฟอร์คนนี้ ถือได้ว่าเป็นทั้งเพื่อน รุ่นพี่ และอาจาร์ยของอี.จี.เบิร์น เลยทีเดียว

“จิล เธอคือขวัญใจของหน่วยเรา รู้ไหมพวกเราแทบไม่รู้สึกเลยว่าเธอเป็นตัวถ่วงของพวกเรา กลับกัน พวกเรากลับคิดว่าเป็นตัวถ่วงซะเอง แต่นั่นแหละสาเหตุล่ะ ที่ทำให้ไม่มีผู้ชายคนไหนอยู่ใกล้ชิดเธอได้นานเพราะเธอเข้มแข็งเกินชาย ถ้าไม่เข้มแข็งเท่าเทียมหรือเหนือกว่าเธอ คงไม่มีทางจะอยู่ใกล้ชิดเธอได้“

“แล้วแกไม่สนใจเธอบ้างเหรอ? ผู้หญิงที่เพียบพร้อมแบบนี้หายากนะโว้ย”

“บ้าน่า” คริสหัวเราะลั่นออกมา “ไม่ใช่แบบนั้น ฉันกับจิลเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันไอ้น้อง”

เพราะความสนิทสนมทำให้หลายคนเข้าใจความสัมพันธ์ของเขาและเธอผิดไป ก่อนที่จะหันมากระดกเหล้าเข้าปากไปอีกอึกใหญ่

“ให้ตายเถอะ แกเมาแล้วนะเนี่ย ไหวไหมเนี่ย? แกชอบจิลแน่ ๆ เลยว่ะ อาการแบบนี้”

เบิร์นแกล้งหยอกเรื่องจิลกับคริสอีกครั้ง คราวนี้คริสโตเฟอร์คงเริ่มหาวิธีเอาคืนเจ้ารุ่นน้องตัวแสบบ้างแล้ว

“เมาอะไรกันไอ้น้อง?” เจ้าของเรือนผมสีดำมองหน้ามือปราบอย่างท้าทาย “ในเมื่อแกกล้าเปิดประเด็นเรื่องนี่ งั้นฉันเอาบ้าง มิเชลล์แฟนแกล่ะ เป็นไง“

“สำหรับฉันแล้วมิเชลล์คือผู้หญิงที่สวยที่สุด” นายตำรวจแสยะยิ้ม “ชัดเจนไหม ลูกพี่”

ชายหนุ่มพูดถึงเรื่องของแฟนสาวนักข่าวของตัวเองด้วยความรู้สึกภูมิใจ ใบหน้าของเขาแดงก่ำจากเลือดที่สูบฉีดจากฤทธิ์ของน้ำอำพันสีทองที่ดื่มเข้าไป

“น้ำเน่าว่ะ”

“อะไรวะ อุตส่าห์ถามเรื่องแฟนก็ตอบแล้วไงคริส” ชายหนุ่มกล่าวตัดพ้อ พลางกระดกเหล้าเข้าไปในปากบ้าง

“แค่ล้อเล่น….ไอ้น้อง“

คริสหยอกล้อชายหนุ่มอย่างกันเอง คราวนี้เขาเอื้อมมือไปโอบกอดไหล่ของเบิร์นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ทันสังเกตว่าริชาร์ดกำลังเดินเข้ามาภายในร้าน

"สองคนนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย? ขาเมาทั้งคู่เลยแหะ" พลสื่อสารจากบราโว่ทีมมองคนทั้งคู่ ก่อนตัดสินใจเดินปรี่เข้าไปหาทั่งคู่ “คริส มาดื่มอีกแล้วเหรอเนี่ย?”

“อ้าว ริชาร์ด แกเองเหรอ?”

“ขอผมนั่งด้วยคนน่ะ เอ่อ คุณคือ เจ้าหน้าที่เบิร์นใช่ไหม?” ริชาร์ดเอื้อมแขนขอจับมือผูกมิตรกับเบิร์น “ผมได้ยินเรื่องของคุณผ่านคริสมานานแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“เช่นกันครับ” เบิร์นกล่าวทักทายกลับด้วยความสุภาพเช่นกัน “คุณไอเคน”

“เรียกผมว่าริชาร์ดดีกว่า”

“ไง มาที่นี่คนเดียวเหรอ?” คริสเอ่ยปากขึ้นบ้าง “แล้วคนอื่นล่ะ?”

“หัวหน้าเอ็นริโก้และหัวหน้าเวสเกอร์กำลังวุ่นอยู่กับการประชุมกับท่านรองแคมเบลล์ เรื่องคดีฆาตกรรมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอาร์คเลย์อยู่ ที่เหลืออยู่ที่สำนักงาน ส่วนฟอเรสต์กำลังจะมาที่นี่”

“ไอ้บ้าห้าร้อยฟอเรสต์” คริสโตเฟอร์เหลือบไปเห็นบางอย่างบนหน้าจอโทรทัศน์ “แจ็ค ขอเร่งเสียงทีวีหน่อยนะ”

มันเป็นภาพข่าวการฆาตกรรมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอาร์คเลย์เมื่อสองเดือนที่แล้ว….

“เมื่อวันที่ 27พฤษภาคม1998 จากการรายงานของสำนักข่าว Raccoon News วิเวียน ปาร์คเกอร์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอาร์คเลย์ วัยสี่สิบสามปี ศพของเธอถูกพบที่แม่น้ำมาร์เบิล ซีงไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติอาร์คเลย์เท่าไรนัก สภาพศพของเธอแหลกเละไม่มีชิ้นดี ทางกรมตำรวจแร็คคูนได้รายงานว่าเธอถูกสัตว์ป่าขนาดใหญ่ทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต แต่อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ มีรายงานพบเห็นสัตว์ร้ายที่เชื่อว่าเป็นหมาป่าที่แถบถนนหลวงแร็คคูนอาร์คเลย์สายเหนือ ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุการหายตัวไปของเหล่านักท่องป่าหรือแม้กระทั้งการตายของวิเวียน รวมทั้งรายงานการพบเห็นสัตว์ร้ายดั่งกล่าวกัดกินสัตว์ป่าในป่าสงวนอาร์คเลย์อย่างโหดเหี้ยมผิดธรรมชาติ รวมทั้งยังมีข่าวลืออีกว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ที่จะยืนยันในเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน กรมตำรวจแร็คคูนก็ได้ให้คำมั่นสัญญาในการสืบสวนข้อเท็จจริงให้เป็นที่ปรากฏ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมตำรวจแร็คคูนซิตี้ ท่านรองอธิบดีจอร์จ แคมเบลล์ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ ดังนี้ครับ”

ภาพตัดไปที่ท่านรองอธิบดีแคมเบลล์กำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวบนโพเดี้ยมห้องประชุมของกรมตำรวจแร็คคูน

“เรายังไม่ได้รับรายงานยืนยันแน่ชัดเรื่องมีนักท่องป่าหรือชาวเมืองถูกสังหารหรือมีรายงานสูญหาย จากการพิสูจน์ศพชองเจ้าหน้าที่วิเวียนและหลักฐานจากกองตรวจหลักฐานของทางกรมตำรวจได้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ว่าเป็นผลที่เกิดจากสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่แถบเทือกเขาอาร์คเลย์ อย่างไรก็ตาม กรมตำรวจแร็คคูนจะทำการสืบสวนสอบสวนกรณีฆาตกรรมและรายงานการสูญหายของนักท่องป่าในพื้นที่อุทยานอาร์คเลย์อย่างเร่งด่วนทันที โดยจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอาร์คเลย์ เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงในเร็ววันนี้ครับ”

ทันทีที่ท่านรองพูดจบ ภาพตัดกลับมาที่สถานีอีกครั้ง เวยน์ แฮริสัน กำลังเตรียมพร้อมนำเสนอสกู๊ปข่าวชิ้นสำคัญ

“และทางเราเอง ก็ได้รับภาพถ่ายจากนักท่องป่าที่ได้บันทึกภาพของสัตว์ร้ายที่คาดว่าน่าจะเป็นหมาป่าที่อาศัยในป่าอาร์คเลย์ดังกล่าว เอ่อ…ภาพอาจจะไม่ค่อยน่าดูเท่าไรนะครับ แต่ทางเราก็อยากจะนำเสนอให้พวกท่านได้รับชม ขอเชิญรับชมครับ”

"โอ้ว นั้นมันอะไรกัน?”เสียงอุทานดังเซ่งแซ่ขึ้นมาภายในร้าน เหล่าผู้คนต่างหันมามองภาพข่าวบนจอโทรทัศน์อย่างพร้อมเพรียง

“พระเจ้า! มันตัวอะไร?” บริกรสาวประจำร้านถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ เช่นเดียวกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการบาร์แจ็ครายอื่น ทุกคนต่างสงเสียงร้องเซ็งแซ่ไปทั่วร้าน

“คริส…นั้นมันตัวอะไร?” เบิร์นเอ่ยปากถาม นัยน์ตาสีฟ้ามองหน้าจอไม่กระพริบ

”ฉันไม่รู้…” คริสโตเฟอร์ตอบ

มันเป็นภาพของฝูงสุนัขหรือจะให้ชี้ชัดก็น่าจะเป็นฝูงหมาป่าที่อาศัยในพื้นที่ป่าในบริเวณเทือกเขาอาร์คเลย์ ในรูปภาพ พวกมันกำลังกัดกินซากศพพวกเดียวกันเองอย่างมูมมาม แต่ที่เหลือเชื่อคือเนื้อของพวกมันหลุดลอกออกมาจนเห็นกระดูก บางตัวนัยน์ตาหลุดออกมาจากเบ้าตาอย่างน่ากลัว ไม่น่าเชื่อ พวกมันยังไม่ตายในสภาพเช่นนี้

“ภาพดั่งกล่าวนี้ได้จากนักท่องป่ารายหนึ่ง ที่ไปเจอกล้องถ่ายภาพตรงบริเวณเดียวกับพื้นที่เห็นในภาพ โดยคำให้การของนักท่องป่ารายนั้นได้กล่าวไว้ว่า ไม่พบเห็นสิ่งใดเลยนอกจาก รอยเลือดแห้งที่เกรอะกรังเหนือกองใบไม้ที่สุมอยู่ ไม่พบศพของซากหมาป่าที่โชคร้ายตัวนั้น และไม่พบร่องรอบของเจ้าของกล้องดั่งกล่าว ซึ่งในกล้องเองก็ไม่ได้อะไรน่าสนใจไปมากกว่ารูปถ่ายทิวทัศน์ของป่าสงวนอาร์คเลย์นอกเสียจากรูปที่พวกเราในนำเสนอให้ท่านผู้ชมได้ชมกันครับ กรมตำรวจแร็คคูนซิตี้จะตัองตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมืองของพวกเรา ในฐานะผู้สื่อข่าว ผมและทีมงานจะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อไป หรือถ้าท่านผู้ชมมีข้อมูลที่น่าสนใจสามารถติดต่อทางเราได้ครับ มาร่วมไขข้อข้องใจกับพวกเรา ผมเวยน์ แฮรรี่สัน สำนักข่าว Raccoon News รายงาน”

“เฮ้ย! ริชาร์ด คริส ฉันมีเรื่องสำคัญมาบอก”

ฟอเรสต์ สเปเยอร์ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของพวกเขาทั้งสามในชุดไพรเวท เสื้อยืดสีขาวที่คลุมด้วยแจ็คเก็ตสีน้ำตาล ยีนส์สีฟ้าและรองเท้าหนังสีน้ำตาล ชายหนุ่มผมแดงยาวสลวย นัยน์ตาสีฟ้า ใบหน้าเปื้อนหนวดเครา นักแม่นปืนแห่งบราโว่ทีม อริตัวฉกาจของคริสโตเฟอร์ เรดฟิลด์

“ว่ามา”

“เรื่องเดียวกับข่าวที่เพิ่งจบไปนั้นแหละ พรุ่งนี้หัวหน้าเอ็นริโก้และหัวหน้าเวสเกอร์นัดประชุมด่วนเรื่องคดีนี้”

ฟอเรสต์เดินเข้ามาหาริชาร์ด แต่สายตาของเขาแอบเหล่มองไปที่คริสและเบิร์นที่นั่งอยู่ รอยยิ้มที่ยี่ยวนปรากฎขึ่นเหนือใบหน้าของชายหนุ่มผมยาว

“พวกอัลฟ่าทีมกับตำรวจพื้นที่คงจะว่างงานกันมากนะถึงได้มานั่งดื่มฉลองกัน จริงไหมคริส?จริงไหมเบิร์น?”

ฟอเรสต์แกล้งแขวะเล่น พลางเอื้อมมือไปแตะบ่าขี้เมาทั้งสอง

“เงียบเถอะน่า! ฟอเรสต์ มีอะไรก็ว่ามา”


“เรื่องนี้สำคัญมาก” ฟอเรสต์หันไปมองซ้ายมองขวา สถานที่เช่นนี้ไม่เหมาะจะคุยธุระสำคัญแน่ ต้องหาที่ใหม่ "เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับคดีที่อุทยานแห่งชาติอาร์คเลย์ คำสั่งตรงจากอธิบดีไบรอัน มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเราจะถูกส่งเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ เพื่อทำการตรวจสอบ ส่วนรายละเอียด ขอให้นายสองคนตามฉันมาที่รถ”

“สงสัยคงต้องเลิกงานเลี้ยงนี่ก่อนว่ะเบิร์น” เจ้าของเรือนผมสีดำเอ่ยปากด้วยความรู้สึกผิดหวัง “งานเข้าซะแล้ว แกคงต้องกลับบ้านแล้วล่ะ”

ครู่นึง หลังจากที่หน่วยสตาร์แยกย้ายกันไปทำภารกิจของตนเอง เหลือเพียงแค่นายตำรวจหนุ่มที่ยังคงนั่งอยู่ในบาร์แจ็ค

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?”

ลางสังหรณ์ของเขารู้สึกไม่สู้ดีนัก พลางกระดกเหล้าเข้าปาก ดับความกังวล ก่อนหยิบกุญแจรถ Harley Davidson คู่ใจ กลับบ้านนอน

ไว้พรุ่งนี้ อะไรคงชัดเจนขึ้นล่ะ…บางทีเขาคงต้องมองโลกแง่ดีแบบที่คริสเคยพูดไว้บ้างแล้ว

To Be Continued....
แก้ไขล่าสุดโดย Kevin Ryman เมื่อ 19 ก.พ. 2013, 18:43, แก้ไขแล้ว 13 ครั้ง.
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2860

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2007, 21:56

ที่อยู่: ขั้วโลกเหนือ

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 02:08

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City ตอน 2 จ้า

พี่เบียร์เขียนเร็วมากเลยค่ะ ซูฮก ๆ เมื่อวานกะว่าจะเมนท์พอเปิดมาวันนี้มีตอนเพิ่มแล้ว!!

ด้านของเนื้อเรื่องมีคอมเมนท์เตเตอร์ปึ๊ก ๆ อยู่สองคนแล้วดังนั้นเซขอไม่เมนท์เรื่องนั้นแล้วกันนะคะ

ด้านภาษา:

- "สัมภาษณ์"หรือ interview สะกดแบบนี้นะคะ

- อย่างที่่้เซเคยเมนท์ในกระทู้ Drama fiction แล้วน่ะค่ะว่าพี่ยังต้องดิ้นภาษาอยู่อีกเหมือนกัน เท่าที่อ่านตอนนี้เซถือว่าพี่ทำได้ดีขึ้นนะคะ สำหรับจุดที่ขัดใจทางอาจเริ่มน้อยลงแล้ว แต่ก็ยังมีบางจุดซึ่งเซเข้าใจว่าพี่ต้องการซ้ำเพื่อเน้นย้ำใช่ไหมคะแต่การซ้ำดังกล่าวบางทีอาจไม่จำเป็นนักเพราะมันได้มีความชัดเจนในตัวเองตั้งแต่ประโยคหน้าแล้ว เช่น

อัลเบิร์ต เวสเกอร์ สำหรับหน่วยสตาร์ทั้งสองหน่วยแล้ว พวกเขาคือสุดยอดเหนือทุกคนในกรมตำรวจแร็คคูนแห่งนี้ แต่สำหรับเวสเกอร์ เขาคือสุดยอดของสุดยอดของกรมตำรวจแร็คคูนซิตี้และหน่วยสตาร์



คือจากความเข้าใจของเซ S.T.A.R. นั้นก็ถูกหล่อหลอมอยู่ในกรมตำรวจอยู่แล้วจึงมีความชัดเจนดี ถ้าหากพี่เขียนกรมตำรวจแรคคูณเข้าไปแต่ประโยคแรกจะมีความกระชับ ชัดเจนและสวยงามมากกว่าน่ะค่ะ

เป็นต้น

- ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นด้วยไหม? รู้สึกตอนคริสคุยกับเบิร์นยังไม่เป็นธรรมชาติน่ะค่ะ บทพูดแทบทุกบทมีการเรียกชื่อเพื่อนอยู่ตลอด บางทีการตัดชื่อเหล่านั้นออกไปน่าจะเป็นธรรมชาติมากกว่านะคะเช่นตรงนี้

“ ฮ่ะฮ่ะ แกมันร้ายจริง ๆ คริส สำหรับฉันแล้ว มิเชล คือผู้หญิงที่สวยที่สุด “
เบิร์นเริ่มกล่าวถึงแฟนสาวของตนบ้าง ใบหน้าของเบิร์นแดงก่ำจากเลือดที่สูบฉีด จากฤทธิ์ของน้ำอำพันสีทองที่ดื่มเข้าไป


“ อ่า…….น้ำเน่าจังว่ะเบิร์น


“ โถ่….ไม่เอาน่า คนเค้าอุตส่าห์เล่าเรื่องแฟน อย่าขัดกันซิคริส “
เบิร์นตัดพ้อกับคริส พลางกระดกน้ำสีอำพันเข้าไปในปาก



ไม่มั่นใจว่าที่พี่เขียนชื่อดังกล่าวลงไปก็เพื่อป้องกันอาการสับสนของคนอ่านด้วยหรือเปล่า ถ้าหากใช่ เซว่าตรงนี้เซเข้าใจนะว่าใครพูดกับใคร


ด้านอารมณ์:

- เวสเกอร์เหมือนคนเมากัญชามากค่ะพี่ T^T คืออ่านแล้วมันรู้สึกว่า ไม่ใช่อ่ะ (ได้ข่าวว่าตัวแกก็เขียนมัน OOC เหมือนกันนี่หมี?!)

- ด้านนี้ขอชมเชยค่ะ หากตัดส่วนของเวสเกอร์ออกไปแล้วก็อ่านได้เรื่อย ๆไม่ติดขัดอะไร และเซถือว่าพี่ทำได้ดีทีเดียวนะคะที่สามารถเขียนฉากเรื่อย ๆ แล้วทำให้รู้สึกน่าติดตามและอ่านต่อไปได้จนจบ บางคนเขาทำไม่ได้น่ะค่ะ(เหมือนแกไงหมี?!)

- เท่าที่ผ่านมายังไม่สัมผัสถึงความเป็นดราม่านะคะ ลองเพิ่มคำบรรยายเกี่ยวกับความคิดตัวละครหรือสภาพแวดล้อมหรือเล่นคำ สำนวนลงไปอย่างเหมาะสมกับการเขียนของพี่ดูค่ะ
สารบัญ Fic ของข้าพเจ้า

รูปภาพ
หนูจะแต่งเข้าตระกูล Wooster แล้วค่ะ !! ได้ทั้งเงิน เอ๊ย!! คุณเบอร์ตี้ ได้ทั้งพ่อบ้านสารพัดประโยชน์ด้วย!!

ใครอยากให้เมนท์ขอให้แจ้งมาด้วยนะคะ และใครอยากให้สับให้ก็เอา Url มาลงกระทู้สับหรือ Pm เช่นเดียวกับเมนท์...
<<

star_dust

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 864

ลงทะเบียนเมื่อ: 09 พ.ค. 2009, 23:06

ที่อยู่: ท่อระบายน้ำใต้ดิน

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 02:09

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City ตอน 2 จ้า

โอ้.......ฟิคใหม่ของเบียร์ (เค้าไม่ให้เรียกน้องอ่ะ TT^TT)


เขียนฟิคแบบจริงจังได้โอเคเลยนะคะเนี่ย การบรรยายทำได้ดี เขียนฟิครั่วอย่างทรายเล่นหินก็ฮาเขียนฟิคจริงจังก็ทำได้นะเนี่ย เก่งจัง เรื่องเวสเกอร์นี่ไม่รู้ว่าแก้ไปรึยังเพราะตอนนี้เห็นหัวเราะอยู่สอง ฮ่าฮ่าฮ่า กับ ฮึฮึฮึ (= =") ตัวฝุ่นเองก็ยังไม่รู้จักป๋าเวสดีพองั้นอันนี้ก็ตามที่น้อง ๆ เค้าพูดก็แล้วกันนะคะ

เรื่องที่บอกว่าดราม่านี่ตอนนี้ยังไม่ค่อยมี อย่างว่านะคะเพราะว่าตอนนี้ยังไม่มีเหตุให้ต้องดราม่ามากมายอยู่แล้ว เพราะออกจะเป็นการคุยสังสรรระหว่างเลิกงาน ถึงจะมีเหตุการณ์เจ้ามาแทรกเรื่องคนถูกทำร้ายก็อาจจะตกใจบ้างแต่คงยังไม่ถึงกับเข้าดราม่า ฝุ่นคิดว่าดราม่าที่เบียร์พูดถึงอาจจะเป็นตอนต่อ ๆ ไปรึเปล่าคะ จะรออ่านนะคะ เพราะกำลังศึกษาฟิคดราม่าอยู่ >< (ว่าแต่อัพฟิคเร็วได้ใจมาก ๆ กลับมาจากบ้านนี่ลงฟิคไปสามตอนแล้ว เข้าสมาคมดองไม่ได้แน่ 55+)

ด้านเนื้อเรื่องนี่พอดีอ่านรวดทั้งสามตอนเลยรู้สึกว่ามันเรื่อย ๆ ไปนิดอ่ะค่ะ เป็นการคุย ๆๆๆๆ กันตลอดเรื่องเลย กำลังคิดอยู่ว่่าจะเตือนเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เพราะการเขียนนี่ถึงจะดีแล้ว แต่ถ้าคุยกันจบไม่มีจุดสำคัญของเรื่องก็จะเป็นฟิคที่ไม่แก่นไป แต่พอเห็นตอนท้าย ๆ เรื่องเริ่มมีเหตุการณ์สำคัญ ๆ เข้ามาแล้ว เลยคิดว่าฉากสำคัญ ๆ ตื่นเต้น ๆ จะต่อจากนี้ไปสินะคะ ยังไงก็พยายามเข้านะคะจะรออ่าน ^^

ว่าแต่เห็นเรท 18 + ต้อง Mature ถึงจะดูได้ แต่พี่ 18+ แล้วแต่ยัง immature อยู่จะอ่านได้มั้ยเนี่ย 555+ (ผั๊วะ !!!!.....สตอ) เห็นขึ้นอย่างงี้แล้วอยากอ่านเลย ซู๊ดดดดด...สูดน้ำลาย :e13
Original fiction...

Critical Point ภารกิจพลิกชะตาโลก Chapter 13 – Miss and Meet และ url เรื่องสั้นอื่น ๆ ค่ะ ^^


"From the deepest desires often come the deadliest hate." Socrates.
<<

kaiza6636

ภาพประจำตัวสมาชิก

Licker
Licker

โพสต์: 149

ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2007, 17:13

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 02:11

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City ตอน 2 จ้า

น่าติดตามดีครับ นึกภาพออกเลย ตอนอ่าน 5555 :e7 :e7 :e7
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 02:13

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City ตอน 2 จ้าเรื่อง

เรื่องชักจะตื่นเต้นแล้วสิ :e11

ตอนนี้มีข้อติเหมือนพี่เซคือพี่ใช้สรรพนามซ้ำ ๆ ไปนะคะ ชื่อคนเต็มเลย เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นบ้างดีกว่าค่ะ ใช้แต่ คริส ๆ เบิร์น ๆ จะทำให้อ่านแล้วดูจำเจได้ ถ้าเราเขียนดี ๆ อ่านแล้วก็เข้าใจว่าใครพูดกับใครโดยไม่ต้องบอกชื่อเสมอไปค่ะ

อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องคำซ้ำเหมือนเดิม เช่น คำว่า 'น้ำสีอำพัน' ทั้ง ๆ ที่พี่เอามันมาแทนคำว่าเหล้าแท้ ๆ แต่แทนที่จะทำให้ภาษาหลากหลายขึ้น พี่กลับใช้แต่น้ำสีอำพัน ๆ รัว ๆ เลย แทนที่จะพูดว่าเหล้า, แอลกอฮอล์, เครื่องดื่ม หรืออะไรทำนองนี้บ้างน่ะค่ะ อยากให้ระวังถ้อยคำเหล่านี้ด้วยนะคะเพราะมันจะทำให้ภาษาที่ดีของพี่ต้องสะดุดอย่างน่าเสียดาย


ป.ล. คริสเอ้ย ชอบจิลก็บอกไปเถอะ อย่ามาซึนเดเระนะ :e13


v
v
v

อยากเห็นอ่ะ ><

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

แบงร์ (เวสเกอร์)

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 1199

ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.ค. 2008, 20:01

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 02:13

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City ตอน 2 จ้า

ผมนึกภาพออกมาได้เลย ฟิคของคุณทำได้ยอดเยี่ยมมาก

จนผมชักอย่ากทำปกโดย Gmod ให้สะแล้งสิ
รูปภาพ
Join OR you dead ?
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 08 ธ.ค. 2011, 02:15

Re: Resident Evil : The Memories of Raccoon City ตอน 2 จ้า

Chapter 3: Sad Memories


21 July 1998
21.40 pm. Ennerdale St, Raccoon City


หลังจากที่การสังสรรค์จบลง นายตำรวจหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีฟ้าควบเจ้า Harley Davidson คู่ใจกลับบ้าน พลางนึกถึงสิ่งที่ได้พบได้เห็นที่บาร์แจ็ค

“มันเกิดอะไรขึ้นกับเมืองของเรานะ?”

นายตำรวจหนุ่มครุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาในบาร์แจ็ค ในขณะที่เขากำลังเร่งเครื่องม้าเหล็กคู่ใจผ่านท้องถนนที่พลุ่งพล่านไปด้วยรถยนต์นานาชนิดและแสงสียามค่ำคืนของมหานคร เขากำลังมุ่งกลับสู่บ้านพัก ที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำเคอร์คิวล่า แม่น้ำสายสำคัญที่ทอดผ่านเมือง และเป็นแม่น้ำสายสำคัญอีกสายหนึ่งที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาอาร์คเลย์ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ภายใต้ความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติอาร์คเลย์รวมทั้งกรมตำรวจแร๊คคูนซิตี้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

21 July 1998
22.00 pm. Burns family's House


“เรเชล….นอนแล้วซินะ”

ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกดสวิตซ์ไฟทางขวามือประตูทางเข้า ทันใดนั้นเขาก็สะดุดกับแผ่นกระดาษที่ติดบนตู้เย็น

“มีสเต็กไก่อยู่ในตู้ อยากกินอุ่นเอาเอง พี่บ้า!”

“ฮึ…” เบิร์นคนพี่หลุดหัวเราะให้กับข้อความของน้องสาว “ได้ซิ….”


ชายหนุ่มเปิดตู้เย็น เห็นสเต็กไก่ที่น้องสาวเตรียมไว้ให้ มันถูกแพ็คไว้อย่างดีด้วยแผ่นพลาสติกพร้อมกับจาน ชายหนุ่มแกะแผ่นพลาสติกที่ห่อชิ้นไก่นั้นออกมาและนำใส่ตู้อบไมโครเวฟพร้อมกับตั้งเวลากำกับไว้อย่างคล่องแคล้ว

“หิวชิบ….”

ครู่นึง เขาก็สะดุดกับภาพถ่ายครอบครัวบนฝาผนัง พ่อ แม่ และตัวเขาเอง รวมทั้งน้องสาวเรเชลที่ในตอนนั้นยังอายุเพียงแค่สามเดือน ในขณะที่ชายหนุ่มมีอายุเพียงหกขวบเท่านั้น ภาพในอดีตทำให้นายตำรวจหนุ่มถึงอมยิ้ม เมื่อนึกถึงความหลัง

“พ่อ แม่ ผมไม่ผิดนะ ผมต้องทำงาน ช่วยบอกเรเชลให้เข้าใจด้วย”

เจมส์ เบิร์น และ แมรี่ เบิร์น ทั้งสองคือนักหนังสือพิมพ์ที่พบรักกันและให้กำเนิดเอ็ดเวิร์ดสองพี่น้องเบิร์น อันที่จริงแล้วพวกเขาคือครอบครัวที่อบอุ่น จนกระทั่งเจมส์ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวได้เขียนเรื่องราวตีแผ่เรื่องของแก๊งค์ยาเสพย์ติดข้ามชาติจนนำมาสู่การจับกุม ทำให้พวกมันอาฆาตแค้น และนำมาสู่ความตายของเจมส์และแมรี่ ในที่สุด

อดีตที่เจ็บปวด มันพรั่งพรูออกมาจากจิตใต้สำนึกของนายตำรวจหนุ่มผู้เข้มแข็งเช่นเขา ความอ่อนแอไม่มีอภิสิทธิ์เหนือเครื่องแบบและเกียรติยศที่เขาถือครอง หากแต่ในจิตวิญญาณของนายตำรวจมันกำลังร่ำร้องอย่างเจ็บปวดและรุนแรง

เสียงดังของตู้อบไมโครเวฟดังขึ้น เบิร์นคนพี่ตื่นจากภวังค์

“บ้าจริง…”

ชายหนุ่มหันไปทางตู้อบไม่โครเวฟ เลิกฟุ้งซ่านถึงเรื่องที่เจ็บปวดในอดีต เขาจัดแจงจานซ้อมและมีด เตรียมพร้อมสำหรับมื้อค่ำ

“กลิ่นหอมจัง” ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียที่มุมปาก เพราะความหิวและเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานในรอบวันที่ผ่านมา “คราวนี้หวังว่าคงไม่ต้องโยนถังขยะทิ้งอีกนะ” เขาปาดมีดลงบนชิ้นไก่ที่หอมกรุ่น ตัดเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ เบิร์นใช้ซ้อมจิ้มชิ้นเนื้อไก่เข้าปาก แต่ไม่ทันได้กลืน เขาก็ต้องรีบสำรอกชิ้นไก่ออกมา

“เค็มบัดซบ!” เขารีบวิ่งไปเปิดตู้เย็นเพื่อนำน้ำดื่มที่บรรจุอยู่ในขวดพลาสติก รีบแกะพลาสติกที่ติดอยู่บนฝาออกและรีบหมุนฝาอย่างร้อนรน

“หมักเนื้อไก่ยังไงกันเนี่ย?”

เบิร์นบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย พลางหยิบขนมปังในตู้เย็นออกมาสองชิ้น กินพอรองท้องสำหรับค่ำคืนนี้ พลางเทสเต็กไก่ใส่ถุงพลาสติก ห่ออย่างดี ก่อนนำไปทิ้งถังขยะหน้าบ้าน ชายหนุ่มรีบจัดแจ้งล้างจานและทำความสะอาดจานชามจนเรียบร้อย เขาปลดกระดุมเม็ดตรงคอเสื้อและตรงหน้าอกเพื่อเป็นการผ่อนคลายจากชุดเครื่องแบบตำรวจที่รัดรูปหุ่นกำยำของร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เขาเดินขึ้นบันไดขึ้นชั้นสองไป แต่ก็ไม่ลืมในสิ่งที่เขาต้องทำเป็นประจำ ที่หน้าห้องของเรเชล

“เรเชล” เบิร์นเคาะประตูห้องของน้องสาวเพื่อเป็นสัญญาณ ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปภายในห้องของน้องสาว “นอนแล้วหรือยัง พี่เข้าไปนะ”

ถึงจะถูกปกคลุมด้วยความมืด แต่ก็เห็นเค้ารางของห้องที่ถูกประดับด้วยวอลเปเปอร์สีสดใส บ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของเจ้าของห้องที่เป็นคนร่าเริงสดใสได้อย่างดี


ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อเห็นน้องสาวเพียงคนเดียวของเขากำลังนอนอยู่ เด็กสาววัยสิบเจ็ดหลับตาพริ้ม ผิวพรรณขาวใสสะอาดนอนอยู่บนเตียงฟูกสีชมพู แม้จะอยู่ท่ามกลางความมืด แต่ด้วยแสงของไฟของตึกรามบ้านช่องที่สองแสงผ่านบานกระจกด้านข้าง ก็ทำให้เห็นถึงความงดงามของผิวพรรณที่ขาวและสดใสของเด็กสาววัยแรกแย้ม

“เผลอแป๊ปเดียว เด็กน้อยขี้แยคนนั้นโตเป็นสาวแล้วเหรอเนี่ย?”

เบิร์นคิดในใจก่อนที่จะเอื้อมมือไปเสยผมสีทองถักถอยาวอันงดงามของน้องสาว เผยให้เห็นคิ้วโก่งหนาและใบหน้าเรียวระหง ชายหนุ่มมองดูใบหน้าของเด็กสาวด้วยความรู้สึกภูมิใจอย่างที่สุดที่สามารถดูแลน้องสาวคนเดียวของเขาได้ถึงขนาดนี้ เขาเริ่มมองลงต่ำจากเนินหน้าผากโหนกนูนของน้องสาวของเขา จมูกโด่งเป็นสัน เรียวปากอวบอิ่ม ปลายคางที่แหลมเรียวได้รูป ช่วงคอที่ขาวสะอาด สาวน้อยน่ารักผู้งดงาม น้องสาวสุดรักของพี่ชายยอดมือปราบ

“พี่ไม่รบกวนแล้วนะ” ชายหนุ่มเอื้อมมือเอาผ้าห่มที่กองอยู่ข้าง ๆมาห่มให้น้องสาวเพียงคนเดียว ปกปิดเรือนกายอันงดงามของเด็กสาววัยแรกแย้มอย่างมิดชิด

“บางทีถ้าไม่เกิดเรื่องในตอนนั้น เราคงจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่นกว่านี้”
เบิร์นคนพี่นึกถึงอดีตเมื่อสิบปีก่อน เหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของทุกคนที่เขารักโดยสิ้นเชิง

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

13 March 1988
23.00 pm. Burns family's House, Little Boys City



“ได้โปรดปล่อยเด็กไปเถอะ เด็กไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”

แม่รี่อ้อนวอนเหล่าบรรดาทรชนที่กำลังทำมิดีมิร้ายกับลูกสาวคนเล็ก

“ถ้าฉันบอกว่าไม่ แล้วจะยังไงล่ะ?”

โจรชั่วแลบลิ้นเลียแก้มที่อาบไปด้วยน้ำตาของเด็กน้อยวัยเพียงเจ็ดขวบ นัยน์ตาของมันมองหน้าแมรี่อย่างโรคจิต เรเชลกำลังสั่นกลัวจนทำอะไรไม่ถูก นัยน์ตาของเธอแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างรุนแรง เด็กน้อยผู้น่าสงสารในอ้อมกอดวิปริตของชายร่างยักษ์ ที่กำลังเลียแก้มขาวผ่องของเด็กน้อยอย่างวิตถาร

“อย่าทำอะไรน้องฉันนะ”

เบิร์นในวัยเด็กกระโจนพุ่งเข้ามากระแทกเจ้าโจรใจชั่วด้วยความโกรธถึงแม้จะถูกพันธนาการด้วยเชือกที่แขน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เจ้าโจรร่างยักษ์นั้นสะท้านเลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายกลับทำให้เจ้าโจรนั้นเกิดความฮึกเหิมอย่างรุนแรง

“ไอ้เด็กโง่ อยากตายหรือไงว่ะ ห๊า!”

โจรชั่วตบด้วยหลังมือ เด็กชายกระเด็นหล่นไปบนพื้น เบิร์นในวัยเด็กหันมามองโจรชั่วด้วยแววตาเคียดแค้น โลหิตแดงสดกลบปากของเด็กหนุ่ม

“มองหน้าอยากตายหรือไงว่ะ?” โจรร่างยักษ์เอื้อมมือล้วงเอาปืนออกมาจากด้านหลังขอบกางเกงยีนส์ เจ้านั้นเล็งปืนไปที่เบิร์นอย่างท้าทาย “รู้ไหมนี่อะไร?”

แต่เด็กหนุ่มไม่มีทีท่ากลัวแม้แต่น้อย ซ้ำยังจ้องตาขวางที่มันอย่างไม่เกรงกลัว

“สงสัยฉันต้องเจาะหัวเด็กด้วยลูกปืนซะละม๊าง ไอ้เด็กบ้า” ไอ้ชั่วเอาปืนจ่อเด็กหนุ่ม ความกล้าหาญเมื่อครู่หายไปในบัดดล เบิร์นในวัยเด็กหลับตาปี๋ด้วยความกลัว
“แกทำอะไรของแก แมดด๊อก?” ชายวัยฉกรรจ์ในชุดดำปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของมันเต็มไปริ้วรอยอันหยาบกร้าน มันตวาดใส่ลูกน้องร่างยักษ์อย่างไม่ไว้หน้า

“จีซุส เด็กเวรนี่มันกวนตีนกูว่ะ” คนโฉดแม๊ดด๊อกกดปลายกระบอกปืนลงบนหน้าผากของเบิร์นในวัยเด็กอย่างรุนแรง เสียงร้องของคนเป็นพ่อและแม่ดังระงม

“ได้โปรดปล่อยเด็กไปซะ เด็กไม่เกี่ยว”

เจมส์ที่ถูกจองจำบนเก้าอี้ สภาพอิดโรยเพราะถูกซ้อมอย่างหนัก ใบหน้าปูดโปนไปด้วยรอยหมัดนับไม่ถ้วน เขาร้องขอชีวิตครอบครัวต่อพวกแก๊งยาเสพย์ติดข้ามชาติที่เขาเขียนเปิดโปงพวกมันต่อตำรวจ

“แกว่าอะไรนะ?” หัวหน้าโจรที่ชื่อจีซุสแกล้งถามเจมส์ด้วยท่าทีที่ยียวนยิ่งนัก

“ ปล่อยเด็ก ๆ และเมียฉันไป พวกเขาไม่เกี่ยวอะไร แล้วจะฆ่าจะแกงฉัน ฉันก็ยอม”

เจมส์ร้องขอขีวิตครอบครัวด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด น้ำตาของเขาพรั่งพรูออกมาอาบแก้มที่บอบช้ำทั้งสองข้าง

“ ไม่ ไม่ เจมส์ ชั้นไม่ไปไหน ชั้นพร้อมจะตายกับคุณด้วย”

แม่รี่ที่ถูกมัดแขนไขว้หลังนั่งอยู่กับพื้น คัดค้านในสิ่งที่เจมส์ผู้เป็นสามีร้องขออย่างรุนแรง

“ ไม่ ถ้าคุณตายแล้วลูก ๆ จะอยู่กับใครล่ะ?”

เจมส์ผู้เป็นสามีพยายามวิงวอนให้แมรี่ผู้เป็นภรรยาเปลี่ยนใจ
“ชั้นก็มีส่วนผิดด้วยเจมส์ เพราะขั้นไม่ห้ามคุณเรื่องที่เขียนเปิดโปงขบวนการของพวกแก ถ้าพวกแกจะฆ่า ก็ขอให้ฆ่าฉันซะแล้วปล่อยเจมส์กับเด็กไป”

“อ่าว…….อะไรกันเนี่ยพวกแก เป็นครอบครัวที่รักกันมากนะเนี่ย?” จอมโหดจีซุสกลอกตาไปมา พลางควงปืนอย่างคล่องแคล้ว แสยะยิ้มด้วยอารมณ์สะใจ“ตกลงกันก่อนใครจะตายก่อนตายหลัง ให้เวลาหนึ่งนาที”

“แมรี่ ได้โปรดอย่าทำแบบนี่ ผมกำลังทำในสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อพวกเราอยู่นะ”

“ไม่! ไม่! ไม่! ฉันไม่อยากฟัง ทำไมคุณต้องทำแบบนี้อยู่เรื่อยนะ”

“ผมทำแบบนี้ เพื่อพวกเรานะ แมรี่”

“เพื่อพวกเรางั้นเหรอ? พอเถอะกับนิสัยแบบนี้ คุณไม่จำเป็นต้องเสียสละตัวเองมากขนาดนี้นะ ให้ฉันตายเถอะ เพื่อคุณ”

“ผมบอกแล้วไง ให้ผมตายเอง คุณต้องอยู่กับลูก ๆ ไม่ได้ยินที่ผมพูดหรือไง?”

“ทำไมคุณถึงได้……” ไม่ทันที่แมรี่จะได้พูดต่อ ไอ้ชั่วจีซุสก็ลั่นไกใส่ขมับของหล่อน สิ้นใจตายคาที่ โลหิตสีแดงฉานกระเซ็นไปเลอะตัวแม๊ดด๊อกที่ยืนอยู่

“นี่ซินะที่เค้าเรียกว่าละเลงเลือด” แม๊ดด๊อกเอ่ยปากพลางจิ้มนิ้วไปที่หยดเลือดบนเก้าอี้ มันหัวเราะอย่างคนโรคจิต

“แมรี่ ไม่!”เจมส์ตะโกนอย่างสุดเสียงกับภาพที่ไม่อยากจะเชื่อสายตา เช่นเดียวกับพี่น้องเบิร์นที่ร้องไห้ฟูมฟายปานจะขาดใจ

“นี่แหละที่เค้าบอกว่าแจ็คพ๊อตแตกล่ะ”

มีเพียงแค่ คนโฉดจีซัสที่หัวเราะเยาะอย่างสะใจราวกับคนเสียสติ ใบหน้าของพวกมันยังคงตราตรึงในจิตใต้สำนึกของเบิร์นนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ มันคือความทรงจำอันดำมืดที่กัดกินความเข้มแข็งของชายหนุ่มอย่างเลือดเย็น….

ไม่มีทางที่เขาจะลบภาพฝันร้ายเหล่านั้นได้เลย สิ่งเดียวที่พอเยียวยาและมอบความหวังให้กับเขานั่นก็คือ สัมผัสบนบ่าขวาของนายตำรวจที่เข้ามาช่วย พร้อมกับยื่นช๊อคโกแล็ตให้

“เจ้าหนู เอาช๊อคโกแล็ตไปแบ่งกันน้องนะ”

คำพูดของชายคนนั้นยังก้องในความทรงจำของนายตำรวจ นับตั้งแต่วันนั้นเขาจึงพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อเป็นตำรวจ เพื่อไม่ให้ใครต้องมาโชคร้ายแบบเขาอีก เพื่อปกป้องทุกคนที่เขารัก

“พี่รักเธอนะเรเชล พี่จะปกป้องเธอเอง”

อี.จี.เบิร์น ยิ้มให้กับน้องสาวที่นอนอยู่ ก่อนที่จะเดินจากไป โดยไม่รู้ตัวเลยว่า สาวน้อยได้ยินทุกคำพูดของพี่ชาย

“ค่ะ พี่”


To Be Continued......
แก้ไขล่าสุดโดย Kevin Ryman เมื่อ 29 มี.ค. 2013, 14:15, แก้ไขแล้ว 8 ครั้ง.
ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน