MoRC: ขอยุติการแต่งฟิคเรื่องนี้ และประกาศข่าวสำคัญครับ

<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2489

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 19 ก.ย. 2014, 16:56

Re: MoRC:Chapter 35 : Don't cry my angel Part II อัพแล้วครัช

เป็นห่วงพ่อแม่ไทเลอร์จัง เห็นแววชะตาขาดมารำไรเลย คนดี ๆ เรื่องนี้อยู่ย๊ากยากเนอะ

เอดิสันนี่ก็โชคดีนะมาเจออาแมนด้า ถ้าเจอสายโหด ๆ เข้านี่จะทำไงหว่า สงสัยคงไปไม่ถูก (แหม่ แต่จนถึงเดี๋ยวนี้ยังไม่เข้าใจว่าอาแมนด้าเห็นดีอะไรในตัวมันเนี่ยยยย)
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 14 ต.ค. 2014, 02:07

Re: MoRC:Chapter 35 : Don't cry my angel Part II อัพแล้วครัช

มาตอบครับ


คือจริง ๆ ตอนนี้จะเรียกได้ว่า ตัวละครทั้งหลายเริ่มจะโคจรมาพบกันแบบทั่วถึงแล้วจริง ๆ ครับ เราจะเริ่มได้เห็นนิสัยของตัวละครหลัก ๆ กันเกือบหมดแล้ว เบิร์น มิเชลล์ เอดิสัน ไทเลอร์ เรเชล ยกเว้นแค่อาแมนด้าที่ยังคลุมเครือ คือเรื่องของเธอจะถูกกล่าวถึงช่วงกลาง ๆ ไปถึงช่วงท้าย Part นี้ครับ เราจะเริ่มได้เห็นปูมหลังของเธอ เกิดอะไรขึ้นตอนเหตุการณ์ฆ่าหมู่ปาร์ตี้บ้านเมนเดส ทำไมเธอถึงยิงพ่อของเธอ เดี๋ยวรู้เลย 55555+

เห็นด้วยกับวาวครับ เรื่องนี้คนดี ๆ อยู่ยากจริง ๆ ไม่เลว ไม่พริ้วจริงอยู่ไม่ได้ พี่เองก็สงสารตัวละครดี ๆ นะ อย่างเด๊บบี้งี้ คือเธอเป็นตัวละครที่แบบไม่น่าจะมาเจออะไรที่มันโหดสัสแบบนี้ แต่ก็เจอ แค่อยากบอกว่า พี่เผลอสปอยเพราะอยากให้คนอ่านรู้ว่า เรื่องนี้ตัวละครทุกตัวถ้าจะต้องตาย ก็ตายกันแบบง่าย ๆ เลย แต่คราวหน้าจะไม่บอกแบบเจาะจงอีกแล้ว กลัวเสียเครดิต 55555+ แต่ก็อยากให้ลองติดตามเรื่อย ๆ ครับ มันมีอะไรมากกว่านั้น แต่น่าเสียดายที่พี่อาจจะหายไปสักพัก อย่าโกรธกันนะครับ พี่จะกลับมาถ้ามีโอกาส ไปไม่นาน สัญญาจะกลับมา

เบิร์นจะกลับมามีบทบาทอีกครั้งครับ ไปทำอะไรมาถึงได้จะเอ๋กับเกรซลูกสาวท่านรอง เจคอบเองก็ยังมีบทพอสมควร ที่ผ่านมาเรายังไม่ได้เห็นเจคอบในโหมดลูกผู้ชายเต็มร้อยสักเท่าไร แต่ก็ขอให้ติดตามต่อไปครับ บางทีทุกคนอาจจะชื่นชอบตัวละครตัวนี้ก็ได้ เพราะจัดได้ว่าเป็นตัวละครที่มีพัฒนาการที่ค่อนข้างไปทางดีอีกคน

อ้อ! ส่วนเรื่องอาแมนด้ากับเอดิสันนั้น คือถ้าจำกันได้ พี่เคยเขียนบรรยายว่า หล่อนประทับใจในรักที่มีต่อมายูมิของเอดิสัน และมันก็ยังมีเหตุผลมากกว่านั้นอีก คือบอกได้แค่ว่า เอดิสันแม้จะเดินทางผิด หลงทางเป็นตัวร้ายสุดเกรียนที่ใครต่อใครอยากให้โดนกระทืบ (ไม่ต้องกลัวครับ จัดหนักแน่ พวกตัวหลักต้องเล่นให้หนัก ๆ) แต่หมอนี่ก็ยังมีความดีที่ยังพอหลงเหลือบ้างครับ และอาแมนด้าก็เหมือนจะสัมผัสได้ว่าเนื้อแท้ไอ้บ้าเอดิสันนั้นไม่ใช่คนเลว ไอ้หน้ากากที่แสดงว่าเป็นจอมยโส ปากจัด กวนตีนชาวบ้านนี้มันแสร้งทำทั้งนั้น รอให้พี่กลับมาจากทหาร พี่จะมาเฉลยในเนื้อเรื่องแล้วกันว่าคือเรื่องอะไร

ส่วนตอนต่อไป จะพยายามอัพให้ได้ก่อนวันที่ 20 นี้นะครับ ก่อนพี่ไปทหาร อาจจะมีแถมนิดหน่อยก่อนบอกลาพักฟิค แล้วค่อยเจอกันใหม่นะครับทุกคน อีก 6 เดือน ไว้ถ้าเค้าปล่อยกลับบ้าน พี่มีเวลามากพอจะกลับมาอัพฟิคให้ทุกคนได้อ่าน ได้สับกันอีกครับ
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 18 ต.ค. 2014, 05:06

Re: MoRC:Chapter 36 : Act of Treason เร็ว ๆ นี้ครับ

Email from Ben Bertolucci Part III

From:Ben_Bertolucci@yahoo.com
Date: August 2 , 1998 02.20 AM
To:Michelle_Gardner@yahoo.com



ผมรู้สึกทึ่งในตัวคุณมากมิเชลล์ ตอนที่คุณบอกกับเอเย่นต์คาร์เตอร์ว่าคุณจะเปิดโปงพวกคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังคดีป่าอาร์คเลย์ ไล่ยาวไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังบงการเรื่องราวเลวร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา ตอนนี้ทุกอย่างมาไกลกว่านั้นแล้ว แต่คุณยังยืนกรานเช่นเดิม คุณเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญมาก ผมขอแสดงความนับถือคุณจากใจ

ผมส่งข้อมูลใหม่ที่หามาได้ให้คุณมิเชลล์ คิดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์กับคุณอย่างยิ่งยวด ข้อมูลดั่งกล่าวคือเอกสารเกี่ยวกับรายชื่อพนักงานฝึกหัดของ MAT ช่วงปี 1982-85

มีรายชื่อของมายูมิ มาติน อย่างที่คาดการไว้ และในตอนนั้นวุฒิสมาชิกฮาโรลด์ แฟรงคลิน ยังเป็นผู้บริหารระดับสูงของ MAT ในช่วงนั้น เพียงแต่หลักฐานต่อไปนี้ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอะไรที่ช็อคโลกเลยก็ว่าได้....

นาตาเลีย แซนฟอร์ด บุตรสาวคนโตของธีโอดอร์ แซนฟอร์ด ตอนที่ยังเป็นสาวสะพรั่ง พวกนักการเมืองหนุ่มไฟแรง อัยการเขต นักกฏหมาย ผู้บริหารธนาคาร หรือนายทหารพึ่งจบจากเวสต์พ้อยล้วนหมายปองเธอ หล่อนเคยเป็นคนรักเก่าของท่านประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน จอห์น เอริงตัน สมัยยังเรียนไฮสคูล ก่อนที่จะเลิกรากันไปตามวิถีใครวิถีมัน เท่าที่รู้นาตาเลีย แซนฟอร์ด อุทิศชีวิตทั้งหมดเพื่อองค์กรของพ่อ เพื่อเชื่อมรอยร้าวครอบครัวที่ล่มสลาย เพื่อสนับสนุนพี่ชายที่อ่อนหัดจนถึงที่สุด หล่อนประกาศชัดเจนว่าจะครองตนเป็นโสดตลอดชีวิต นี่คงเป็นเหตุผลนึงที่ทำให้ท่านประธานาธิบดีต้องตัดใจ แต่ทั้งคู่ก็ยังมีสายสัมพันธ์ที่แน้นแฟ้น คุณยังจำลูกชายคนโตของท่านประธานาธิบดีเอริงตันได้ไหม? โธมัส เอริงตัน เคยถูกจอห์น เอริงตัน ผู้เป็นพ่อ ซึ่งตอนนั้นยังเป็นผู้ว่าการรัฐมิชิแกน ส่งลูกชายคนนี้ไปเรียนรู้งานจากนาตาเลีย ซึ่งช่วงเวลามันคาบเกี่ยวกับมายูมิพอดี จริง ๆ ต้องพูดอย่างชี้ชัดลงไปเลยว่า "ทั้งคู่รู้จักกัน" แต่ผมคงไม่อาจฟันธงได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นอยู่ระดับไหน? และน่าเสียดายที่เราไม่มีวันรู้จากปากของโธมัสซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินส่วนตัวตกที่ทะเลนอกชายฝั่งเมืองไมอามี่เมื่อ 5 ปีก่อนพร้อมแฟนสาว กล่าวกันว่าพวกเขาถูกเรือลาดตระเวนของคิวบายิงเพราะเข้าใจผิด

ถ้าให้ผมเดา ผมชักสังหรณ์ใจแล้วว่า วุฒิสมาชิกแฟรงคลินอาจไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง เป้าหมายที่แท้จริงอาจเป็นใครสักคนที่ผมกับคุณก็รู้ดี....

ผมกลัวว่าเราอาจจะเดาถูก มายูมิอาจเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับโธมัสแทนที่จะเป็นแฟรงคลิน แต่นั่นมันใช่เหรอ? จอห์น เอริงตันไม่น่าจะสังเก็บเธอและครอบครัวเพราะเรื่องแค่นี้แน่ เหตุผลที่ต้องฆ่าเธอและครอบครัวของเธอ มันต้องมีเงื่อนงำบางอย่าง มายูมิต้องไปรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้แน่ ๆ เธอเลยต้องตาย

แต่ผมก็ยังสงสัย ถ้าหากนาตาเลียขัดแย้งกับแฟรงคลินจริง แล้วทำไมท่านประธานาธิบดีเอริงตันถึงคิดอุ้มชูแฟรงคลินเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปแทนที่จะสนับสนุนท่านรองประธานาธิบดีขึ้นมาทำหน้าที่แทน แม้ทั้งคู่จะได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนกัน แต่ด้วยเรื่องของนาตาเลีย ถ้ามันเป็นเรื่องจริง มันน่าจะทำให้จอห์นแตกหักกับแฮรี่ได้ไม่ยาก มันต้องมีข้อตกลงบางอย่างที่เราไม่อาจล่วงรู้ได้

ถ้าสิ่งที่คุณคิดมันจริง การที่มีคนของรัฐบาลตามล่าคุณและครอบครัวของมายูมิ ผมว่าเรื่องนี้มันอันตรายกว่าที่พวกเราคิดมาก มันไม่ใช่แค่การเปิดโปง Umbrella , MAT อีกแล้ว แต่มันคือการเปิดโปงเรื่องราวที่น่าตกใจที่ถูกซ่อนไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของอเมริกา เรากำลังพูดถึงกลุ่มก้อนที่ทรงอำนาจ เรากำลังพูดว่าเรื่องสมคบคิดงี่เง่าเกี่ยวกับพี่น้องเจเอฟเคมันเป็นเรื่องจริง ธีโอดอร์ กลุ่มมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐยุคสงครามเย็นร่วมลงขันกันฆ่าผู้นำประเทศเพื่อปิดปากเรื่องโครงการลับที่ไร้ศีลธรรมจริงงั้นเหรอ? ลอร์ดสเปนเซอร์เองก็มีเอี่ยวในเรื่องนี้ ดราม่า ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศได้ใจมาก!

ส่วนเรื่องของเฟร์นันโด เมนเดส ผมจะส่งข้อมูลไปให้คุณทันทีถ้ามีอะไรน่าสนใจ อยู่ ดี.ซี. ใช่ว่าจะปลอดภัยนะมิเชลล์ ระวังตัวไว้ให้ดี ที่นั่นคือดงของพวกมัน คุณคือคนกล้าทำในสิ่งที่ต่างออกไปในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมไม่กล้าหาญพอที่จะเผชิญหน้าแบบตรงไปตรงมาเท่าคุณ แต่ก็ขอเตือนด้วยความหวังดี ตอนนี้คุณคือคนที่พวกมันอยากจะลบให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ที่สุด


ฺBen Bertolucci

........................................................................


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

อธิบายเพื่อจะงง กล่าวคือ แฟรงคลินคนพี่กับประธานาธิบดีเอริงตันเนี่ย อยู่พรรคเดียวกันครับ นั่นคือเดโมแครต โดยประธานาธิบดีเอริงตันเคยเป็นแฟนเก่ากับนาตาเลีย ลูกสาวของธีโอดอร์ ประธานของ MAT คู่แข่งของร่มในเรื่องนั่นเอง 555555+

โดยที่มิเชลล์ในตอนนี้กำลังสืบไปได้ไกลเรื่อย ๆ แล้วครับ เธอกำลังเข้าใกล้ความจริงบางอย่างที่เป็นเหตุผลทำให้มายูมิ และครอบครัวของมายูมิต้องตาย ตกลงใครสั่งฆ่า เดี๋ยวรู้ตอนหน้า นอกเหนือจากเบิร์นที่จะมีบทสักที เราก็จะรู้ความจริงจากปากแฟรงคลินคนพี่ครับ จะเฉลยแว้ววววว ใครสั่งฆ่ามายูมิและครอบครัว????

ปล.อันนี้คือหน้าตาของนาตาเลีย แซนฟอร์ดครับ ตอนที่ร่างคาแร็คเตอร์ของเธอ ถึงเธอจะไม่มีบทอะไรเพราะตายไปนานก่อนเรื่องเริ่ม แต่เธอก็จะถูกอ้างอิงถึงเช่นเดียวกับพ่อและพี่ผู้ล่วงลับของเธอพอสมควร ต้นแบบของเธอคือ เคท แบล็คเชท นั่นเอง คืออยากให้นาตาเลียดูเป็นผู้หญิงที่สวยและสง่างามนั่นเองครับ โคตรไม่เหมาะมาเป็นผู้นำองค์กรที่ลงขันฆ่า JFK เลยให้ตาย อันนี้ คหสต นะครับ 5555+

รูปภาพ

ปล.2 ประธานาธิบดี จอห์น เอริงตัน ตอนนี้คิดว่าทุกคนน่าจะเริ่มรู้จักตัวละครใหม่ตัวนี้กันพอสมควรแล้วในฐานะผู้นำประเทศของฟิคเรื่องนี้ อดีตคนรักเก่าของนาตาเลีย แซนฟอร์ด อันที่จริงหมอนี่แอบได้รับอิทธิพลบางส่วนจากประธานาธิบดีสหรัฐจริง ๆ อย่างบิลล์ คลินตันครับ ก่อนที่จะค่อย ๆ พบว่านอกเหนือจากเรื่อง "ชู้รักในทำเนียบขาว" แล้ว อย่างอื่นคือแทบไม่เหมือนกันสักเท่าไรนัก แต่ผมก็พยายามที่จะเชื่อมอะไรที่มันเป็นเรื่องราวในโลกจริง ๆ กับเรื่องแต่งให้มันเป็นเรื่องเดียวกันให้ได้ในฟิคนี้ คือทุกอย่างมันมีทีมาที่ไปครับ คนอ่านถาม คนเขียนจะตอบให้ได้ ว่าไปนั่น 55555+

ตอนแรกตั้งใจว่าต้นแบบประมาณตา บิลล์ พูลแมน (ประธานาธิบดีจาก ID4) หรืออารอน แอ็คฮาร์ท (Olympus Has Fallen) แต่ติดว่าหน้าตาทั้งคู่มันดูเป็นคนดีไป จริง ๆ ไม่ผิดนะ 555555+ และมาวิเคราะห์ดูจากเนื้อเรื่องแล้ว ความน่าจะเป็นแล้ว คิดว่าประธานาธิบดีคนนี้น่าจะมีเล่ห์เหลี่ยมพอตัวเลย ก็เล่นการเมืองระดับนั่นอ่ะ (ไม่ได้สปอยนะ 5555+) ไหนจะหาเสียงเอย หาทุนเอย ล็อบบี้ลิสต์เอย คือแบบเล่นการเมืองระดับนี้ต้องเคี่ยวพอตัวเลย เลยออกมาหน้าตาประมาณนี้

รูปภาพ

ประธานาธิบดีจอห์น เอริงตัน จะเริ่มมีบทจากตอนหน้าไปจนถึงจบเรื่องในวันที่แร็คคูนล่มสลาย ความสัมพันธ์ของเขากับแฟรงคลินคนพี่เป็นยังไง อะไรคือที่มาของเรื่องราวชู้รักในทำเนียบขาว ติดตามดูนะครับ รับรองว่า ดราม่าถึงกึ๋น เข้มข้นถึงใจครัช แหม่
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 18 ต.ค. 2014, 22:59

Re: MoRC: Email from Ben Bertolucci Part III ครับ

เข้ามาอ่านแล้วค่ะ เรื่องอื่นเคลียร์ไขกระจ่าง ยังคาใจอยู่เรื่องเดิม ทำไมเอ็งไม่แต่งงานกะจอห์นซะละเหวย นาตาเลีย ป่านนี้ครองเมกาฯ ไปแล้ว มัวครองตัวเป็นโสดอยู่ทำไม ราชรถมาเกยแล้ว ความสัมพันธ์ทางการเมืองที่แข้มแข็งมันไม่ได้สร้างได้ในอากาศนะครับพี่ แบบ โอ๊ยยย คือหงุดหงิดมากอะ ตอนหน้าตจะมีเฉลยไหม (ฮา)

คือถ้าเพียงแต่เธอแต่งงานกับจอห์นนะ หน้าประวัติศาสตร์อเมริกาเปลี่ยนเลยแหละ สเปนเซอร์และ Umbrella อาจไม่ใช่คู่แข่ง แถมแต่งงานแล้วก็ใช่จะต้องมีแต่จอห์นคนเดียวเสียเมื่อไหร่ ถ้าอิงจอห์นมาจาก "คลินตัน" จริงก็กิ๊กเพียบเลยสิท่า นาตาเลียเองก็น่าจะหาโอกาสมีกิ๊กสำคัญ ๆ คนอื่นที่จะช่วยสร้างฐานอำนาจให้ตระกูลแซนฟอร์ดได้ไม่ยากเช่นกัน จอห์นมันคงจะโวยไม่ได้

แต่จริง ๆ ก็พอเข้าใจอยู่หรอก บางทีเธออาจจะเป็นผู้หญิงที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีมาก (เดามั่ว) จึงต้องการกอบกู้เกียรติยศขององค์กรกลับมาด้วยมือของตนเอง น่าเสียดายที่โลกแห่งอำนาจมันไม่ได้สร้างมาให้ผู้หญิงอย่างเธอ ซึ่งถ้าหากศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่ค้ำคอเธอเอาไว้จริง ๆ มันก็น่าสังเวชและน่าหัวเราะในคราวเดียวกัน เพราะคนที่ทำเลวมากมายอย่างพวกหัวหน้าองค์กรพวกนี้ ไม่น่ามีสิทธิเอาตัวเองไปผูกกับเรื่องสูงส่งแบบนี้เลย ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกแกมันจบลงตั้งแต่แกเป็นคนเลวแบบนี้แล้วล่ะ

ถ้าเป็นนางเอกของเรื่องที่เป็นผู้หญิงที่มีเกียรติอย่างมิเชลล์เนี่ย เราจะเข้าใจได้ใน 3 วินาที ว่าทำไมคนอย่างเธอจะไม่มีทางเกาะผู้ชายเพื่ออัพเกรดตัวเอง หรือแต่งงานกับคนที่ไม่รักเพื่อผลประโยชน์โดยเด็ดขาด :e16

RIP คนตระกูลแซนฟอร์ด


ป.ล. ไม่นะ! ถ้าเรายังอยู่ D.C. เราจะซื้อปืนทาง Amazon แล้วบุกไปปกป้องมิเชลล์เอง

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 18 ต.ค. 2014, 23:25

Re: MoRC: Email from Ben Bertolucci Part III ครับ

ตอบแพร


ใจจริงอยากตอบแพรตอนนี้เลยนะว่ำทำไมนาตาเลียถึงปฏิเสธจอห์น แต่เนื้อหามันแยะ เหตุผลก็มีเยอะ ค่อนข้างจะซับซ้อน ต้องละเอียดหน่อยครับ รอติดตามตอนหน้า จะมาบอก แต่ก็เห็นด้วยนะ คือแบบ นั่นเป็นโอกาสสำคัญที่สุดในชีวิตที่จะทำให้ MAT แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น เรียกได้ว่าอาจจะเหนือกว่าที่ธีโอดอร์คนพ่อเคยทำมา แต่ก็นั่นแหละ เธอปฏิเสธครับ คือเรื่องนี้ ธีโอดอร์คนพ่อรู้ด้วยนะครับ ธีโอดอร์จับตามองจอห์นมาตั้งแต่ยังหนุ่ม เขาทำนายว่าหมอนี่ต้องไปได้ไกลแน่ เรียกได้ว่าแทบประเคนลูกสาวคนนี้ให้จอห์นเลย ถ้าจำได้ธีโอดอร์พยายามสร้างพันธมิตรทางการเมืองโดยให้ลูกสาวคนเล็กซินเธียไปแต่งงานกับแฟรงคลินคนพี่ คือตอนนั้น ถ้านาตาเลียตกลง MAT จะไม่ล่มสลาย แอนโธนี่จะกลายเป็นหมาหัวเน่า นาตาเลียจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเคียงข้างจอห์นที่กำลังไปได้สวยบนเวทีการเมืองสหรัฐ


แต่สุดท้าย นาตาเลียปฏิเสธครับ ธีโอดอร์หัวเสียกับลูกคนนี้มาก นี่เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้ํธีโอดอร์ตัดสินใจเลือกแอนโธนี่พี่ชายนอกสมรสขึ้นมาเป็นผู้นำแทน

บางทีเธออาจจะเป็นผู้หญิงที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีมาก (เดามั่ว) จึงต้องการกอบกู้เกียรติยศขององค์กรกลับมาด้วยมือของตนเอง น่าเสียดายที่โลกแห่งอำนาจมันไม่ได้สร้างมาให้ผู้หญิงอย่างเธอ


แพรเดาถูกครับ คือเธอเป็นคนแบบนั้น เธอมีโอกาสยึดอำนาจพี่ชาย แต่เธอก็ไม่ทำ เพราะเธอเป็นคนที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี เธอรักษาสัญญาที่ให้กับพ่อไว้จนถึงที่สุด ว่าจะอยู่เพื่อสนับสนุนพี่ชายอย่างเต็มกำลัง ช่วงแรกแอนโธนี่ก็รับฟังครับ แต่ต่อมาเขาเริ่มต่อต้านเพราะมองว่าพ่อเป็นคนเลือกเขาขึ้นมา ทำไมเขาต้องฟังน้องสาวอย่างนาตาเลียอีก สองพี่น้องต่างแม่เลยทะเลาะกันอย่างรุนแรง เกิดความขัดแย้งขึ้นในองค์กร สุดท้าย นาตาเลียทนแรงกดดันจากกลุ่มลูกน้องที่ยังภักดีไม่ไหว เธอต้องเลือกระหว่าง โดนพี่ชายเฉดหัวออกจากองค์กร ปล่อยให้แอนโธนี่พี่ชายปู้ยี้ปู้ยำองคกรจนเละ หรือจะปฏิวัติยึดอำนาจ เธอเลือกอย่างหลังโดยความร่วมมือและเสนอแนะของแฟรงคลิน ซึ่งเธอไม่ได้ภูมิใจเลย กลับกัน เธอกลับตั้งแง่รังเกียจแฟรงคลินและคิดจะกำจัดเขา อีกอย่างคือไอ้นี่แม่งทำน้องสาวซินเธียช้ำใจ แค้นคูนสองเข้าไปอีก แต่สุดท้าย เป็นเธอซะเองที่โดนเล่นงานจนถึงชีวิต

ช่วงเวลานี้แหละ ที่เจสันน้องชายของแฟรงคลินที่แอบรักซินเธีย และจอห์น เอริงตันที่ยังคงอาลัยอาวรณ์ในรักที่มีต่อนาตาเลียได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์อันน่าเศร้านี้ พวกเขาจะรู้สึกยังไง ที่ต้องเห็นหญิงที่ตัวเองรักเจ็บปวด ซินเธียป่วย แต่นาตาเลียต้องตาย เดี๋ยวรู้กัน 55555+

แม้แต่ลอร์ดสเปนเซอร์ (ในเรืองนี้) ยังเคยพูดว่า ถ้าลูก ๆ ของธีโอดอร์ฉลาดกว่านี้สักหน่อย องค์กรอย่าง MAT ไม่น่าจะพินาศขนาดนี้ ซวยเลย 55555+
<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2489

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 24 ต.ค. 2014, 17:14

Re: MoRC: Email from Ben Bertolucci Part III ครับ

ตัวละครเยอะจนเริ่มสับสนแล้วนะเนี่ย คิดถึงมิเชลจุง เมื่อไหร่จะโผล่มาให้ชื่นใจน้อ
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 29 ต.ค. 2014, 17:13

Re: MoRC: Email from Ben Bertolucci Part III ครับ

Chapter 36 : Act of Treason

3 August 1998
20.10 Pm,Outside Raccoon City


“อย่ายุ่งกับเรื่องนี้ กรมตำรวจแร็คคูนจะเป็นคนจัดการเอง”

คำพูดของเอดิสัน เคน ชินซิกิ ที่คนอย่างเกรซ แคมเบลล์ นับถือเป็นญาติผู้ใหญ่คนนึงของครอบครัวยังคงกังวานในสมองของหญิงสาว หล่อนรู้สึกกังขาในความตายของพ่อบังเกิดเกล้าอย่างจอร์จ แคมเบลล์ เหตุผลเพราะเทปลับจากนักข่าวที่ชื่อมิเชลล์ การ์ดเนอร์ เมื่อหลายวันก่อน หญิงสาวได้เห็นภาพของพ่อขณะกำลังมีชีวิตก่อนเสียชีวิตในอีกไม่กี่ชั่วโมงตามคำบอกเล่าของนักข่าวสาว พร้อมด้วยตากล้องอย่างโจเอล ฟอสเตอร์ และนายตำรวจจากแร็คคูนอย่างเอ็ดเวิร์ด เบิร์น

เกรซ แคมเบลล์มากับรถ Ford Focus ปี 97 สีบลอนด์คู่ใจ จากน้ำพักน้ำแรงจากการทำงานพิเศษของตนเองและความช่วยเหลือของพ่อเล็กน้อยเพื่อชดเชยในความผิดที่คนเป็นพ่ออย่างจอร์จ แคมเบลล์แทบไม่เคยมีเวลาให้ลูกเมียเลยนับสิบปี

ไม่ว่าอย่างไร เกรซ แคมเบลล์ ยังคงรักและเคารพพ่อของเธอเช่นเดิม พ่อของเธอเคยเปรยว่าจะขอทำคดีสำคัญบางอย่างเป็นคดีสุดท้ายก่อนของเกษียณตัวเองจากงานตำรวจ รอให้คนที่มีฝีมือก้าวขึ้นมาทำหน้าที่แทน คนทีมีฝีมือคนนั้นไม่ใช่คนไกล “อาเอ็ดดี้” อดีตคนคุ้นเคยของบ้านแคมเบลล์ ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้พ่อของเธอและอาเอ็ดดี้บาดหมางกัน หล่อนจำเป็นต้องสืบเรื่องราวทั้งหมดให้กระจ่างชัดให้ได้ โดยตัดสินใจลาหยุดกับทางมหาวิทยาลัยด้วยเหตุผลส่วนตัว ซึ่งเธอยอมรับความเสี่ยงที่อาจโดนตัดสิทธิให้ไม่จบการศึกษาพร้อมเพื่อนคนอื่น แต่เธอก็น้อมรับมันแต่โดยดี

เธอคงเป็นนักศึกษาพยาบาลที่บกพร่องในเรื่องจริยธรรม เธอไม่ปฏิเสธหรอก เหตุผลเพราะความตายของพ่อยังเป็นที่กังขา พ่อที่เป็นเหมือนฮีโร่ของหญิงสาววัยแรกแย้มเช่นเธอต้องจากไปพร้อมกับความลับมากมาย หล่อนได้เห็นอะไรจากเทปลับของมิเชลล์ นั่นจึงทำให้หล่อนยืนกรานนักแน่นว่าจะต้องสืบเรื่องราวทั้งหมดให้ได้

เหนือสิ่งอื่นใด ต้องขอบคุณครอบครัวไทเลอร์ หล่อนบังเอิญได้รู้จักกับคู่สามีภรรยาอย่างเลียมและลินดา ในระหว่างงานศพของพ่อตนเอง ทั้งคู่ปลอมตัวมาเพื่อติดต่อกับหล่อนโดยเฉพาะ พร้อมกำชับว่าให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ

เพราะยังไม่เชื่อใจ หล่อนจึงไม่มอบเบอร์โทรติดต่อมิเชลล์ให้สองสามีภรรยาไทเลอร์ในตอนแรก หล่อนต้องการพิสูจน์ความจริงใจของสองสามีภรรยาไทเลอร์ให้กระจ่างเสียก่อน ซึ่งทั้งคู่ก็ยอมรับ โดยแลกเปลี่ยนกับเอกสารลับซึ่งทั้งคู่ได้มาจากแหล่งของมูลที่ไม่เปิดเผย มันคือรายงานเอกสารการทุจริตของนายตำรวจชั้นสูงของกรมตำรวจแร็คคูน

“เกรซ เชื่อชั้นนะคะ อย่าไว้ใจท่านรองชินเซกิ ชั้นอาจไม่ได้รู้จักเค้าเป็นการส่วนตัวเหมือนคุณ แต่ชั้นยืนยันได้ว่า ท่านรองชินเซกิไม่ใช่คนที่คุณเคยรู้จักอีกแล้ว” คำพูดสุดท้ายของนักข่าวสาวอย่างมิเชลล์ การ์ดเนอร์ ยังคงย้ำเตือนในโสตสัมผัสของหล่อน อาเอ็ดดี้จะเป็นนายตำรวจที่ฉ้อโกงคนนั้นใช่หรือไม่? อีกไม่นานหล่อนจะได้รับรู้แล้ว

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….


“หามันให้เจอ แล้วฆ่ามันซะ!” พวกจารชนในชุดกุ๊ยข้างถนนพร้อมอาวุธปืนกลติดที่เก็บเสียงกำลังไล่ล่าเหยื่อผู้คิดหนีอย่างเอ็ดเวิร์ด เบิร์น แรกเริ่มเดิมทีอดีตมือปราบตกอับรายนี้ถูกวางตัวให้เป็นผู้ลอบสังหารวุฒิสมาชิกแฟรงคลิน ด้วยเหตุผลบางอย่าง โดยมีข้อแลกเปลี่ยนกับความปลอดภัยของน้องสาวเรเชล และคนรักอย่างมิเชลล์ แต่ท้ายที่สุดแล้วเบิร์นคนพี่เลือกที่จะแหกกฎทุกข้อแล้วหนีออกมาโดยใช้กระเป๋าอลูมิเนียมที่บรรจุปืนไรเฟิลซุ่มยิงที่ไร้กระสุนในรังเพลิงตบเข้าไปที่หน้าของจารชนไม่ทราบฝ่ายก่อนหลบหนีออกไป

หลังจากออกจากห้องที่คุมขัง เอ็ดเวิร์ด เบิร์น ค้นพบว่าตัวเองอยู่ ณ ที่ไหนสักแห่งในย่านแหล่งเสื่อมโทรมของแร็คคูน สิ่งที่มือปราบหนุ่มคิดคือการรีบติดต่อกับมิเชลล์เพื่อบอกข่าวคราว รวมทั้งรีบไปรับตัวเรเชลแล้วหนีจากเมืองเฮงซวยแห่งนี้ให้ไกลที่สุด ขอหนีตายเอาดาบหน้า นั่นคือสิ่งที่นายตำรวจเลือดเดือดคนนี้คิดออกในเวลานี้

ถ้ามิเชลล์รู้ หล่อนคงหัวเสียกับการกระทำที่ไร้การยั้งคิดของแฟนหนุ่มเช่นนี้แน่ แต่คนอย่างเอ็ดเวิร์ด เบิร์น คือคนที่รักความยุติธรรมเหนือกว่าสิ่งใด เขาสาบานกับจอร์จ แคมเบลล์ว่าจะขอเดินตามรอยอัศวินผู้ดับสูญคนนี้ทุกฝีก้าว แม้รู้ว่าการกระทำของตนเองมันดูบ้าบิ่นไปบ้าง แต่นั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มเชื่อมั่น

“บางครั้งเราอาจจะท้อแท้ไปบ้างกับการทำเรื่องที่ถูกต้อง แต่สักวันนึงฉันเชื่อว่ามันจะตอบแทนพวกเราอย่างคุ้มค่า” จอร์จ แคมเบลล์กล่าวกับลูกน้องในงานเลี้ยงฉลองวันขึ้นปีใหม่เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งในตอนนั้นเบิร์นพึ่งเข้าบรรจุในกรมตำรวจแร็คคูน

เอ็ดเวิร์ด เบิร์น ในสภาพเนื้อตัวมอมแมม ช่วงบนเหลือเพียงแค่เสื้อเชิ้ตสีขาว ช่วงล่างคือการเกงสแล็คสีดำและร้องเท้าคอมแบ็ตของกรมตำรวจแร็คคูน มือขวาถือปืนกลแบบ MP5A3 พร้อมที่เก็บเสียง

มือปราบหนุ่มหลบซ่อนตามมุมอับของตึก พลางสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของพวกมัน นับดูน่าจะมีเป็นสิบ

“กระจายกำลังออกไป เราต้องฆ่ามันให้ได้!” จารชนในชุดคนจรจัดรายงานผ่านวิทยุติดตาม พวกมันไม่ใช่โจรกระจอกแน่ เบิร์นคิด พวกมันติดอาวุธครบมือ เบิร์นจำเป็นต้องคิดวางแผนใหม่ เปิดหน้าแลกกับพวกมันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแน่น

เหลือบไปทางขวามือ เป็นซอยตรงไปยังถนนใหญ่ มีบานประตูเหล็กขวางไว้อยู่ มือปราบหนุ่มชั่งใจเพียงไม่กี่วินาทีก่อนรีบวิ่งใส่เกียร์หมาไปข้างหน้า ทันทีที่ได้ยินเสียงย่ำเท้า จารชนที่ใกล้กับเบิร์นริ่งวิ่งตามไป มันส่องไฟฉายไปที่เบิร์น ก่อนกราดยิงแบบไม่ยั้ง

เอ็ดเวิร์ด เบิร์น พุ่งหลบทันควัน ก่อนหมุนตัวเข้ามาหลบหลังถังขยะเหล็กขนาดยักษ์ ก่อนพลิกตัวยิงสวนกลับไป เพื่อเปิดจังหวะให้อดีตมือปราบได้มีเวลาวิ่งออกทางประตูเหล็ก

เอ็ดเวิร์ด เบิร์น บรรจุถีบบานประตูเหล็กสนิมเขรอะอย่างไม่ลังเล ก่อนรีบวิ่งไปตรงถนนใหญ่ ชายหนุ่มวิ่งฝ่ารถยนต์ที่กำลังแล่นบนท้องถนนไปมาอย่างหวาดเสียว จนท้ายที่สุดเบิร์นคนพี่ต้องหยุดชะงักกับรถ Ford Focus สีบลอนด์ ปี 97

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?” เกรซ แคมเบลล์อุทานด้วยความตกใจ

เอ็ดเวิร์ด เบิร์น หยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนตัดสินใจรีบวิ่งไปที่ห้องผู้โดยสารด้านข้าง กระบอกปืนชี้เป้าไปยังคนขับผู้โชคร้าย

“ถ้ายังไม่อยากตาย รีบขับออกไปจากที่นี่ซะ!” อดีตมือปราบถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถแบบไม่เกรงใจ ปลายกระบอกปืนชี้แทนคำขู่ หญิงสาวเจ้าของรถมีท่าทีตื่นตระหนก

“โอเค!โอเค!” บุตรสาวของท่านรองแคมเบลล์ตอบตกลง หลังจากตั้งสติได้ “หล่อนรีบกดคันเร่งเพื่อออกตัวไปข้างหน้าแบบไม่คิดชีวิต

พวกจารชนในชุดขอทานตามมาไม่ทัน พวกมันได้แต่สบถหัวเสีย รีบแยกย้ายก่อนงานเข้า


……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

Raccoon City
21.00 Pm,Racoon-Arkley Line,Raccoon City


“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณคือลูกสาวท่านรอง” ร่างสูงสารภาพ “โลกมันกลมดีแท้ คุณมาทำอะไรที่นี่?”

เอ็ดเวิร์ด เบิร์น เคยได้ยินเรื่องลูกสาวคนสวยของท่านรองแคมเบลล์มาบ้างจากคู่หูอย่างซาลเวจผู้ล่วงลับ แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้เห็นหน้าตา เพราะมีข่าวลือที่ว่าท่านรองหวงลูกสาวคนนี้มาก หล่อนแทบไม่เคยปรากฏตัวที่กรมตำรวจแร็คคูนทั้งสถานีหลักและสถานีย่อยบ่อยเท่าไรนัก เนื่องด้วยภาระหน้าที่ด้านการเรียนและคำสั่งห้ามของพ่อบังเกิดเกล้า

เกรซ แคมเบลล์ หล่อนเป็นหญิงสาวที่พึ่งพ้นวัยทีนเอจได้ไม่นาน เบิร์นคนพี่คาดเดาว่าเกรซน่าจะอ่อนกว่ามิเชลล์ประมาณ 4-5 ปี ผมสีน้ำตาลอมแดง นัยน์ตาสีน้ำตาล ใบหน้าของเกรซในบางมุมมีเค้าโครงคล้ายคลึงจอร์จผู้เป็นพ่อ

“ชั้นก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณคือศิษย์โปรดของพ่อ” เกรซสารภาพ “พ่อเล่าให้ฟังเสมอว่าที่กรมตำรวจมีคนหนุ่มไฟแรงแต่บ้าบิ่นสิ้นคิด” หญิงสาวเหลือบตามองอดีตมือปราบ “ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคุณ”

บุตรสาวแห่งอัศวินผู้ดับสูญราวกับไม่เชื่อสายตาว่าชายหนุ่มหน้าเปื้อนหนวดตรงหน้าคือศิษย์รักของพ่อ หมอนี้กำลังทำแมวน้ำอะไรกันแน่ หญิงสาวคิด

“พ่อคุณเป็นคนดี” เบิร์นคนพี่สารภาพ “ผมเรียนรู้ทุกสิ่งที่อย่างจากพ่อคุณ”

“ดีใจที่ได้ยินแบบนั้น” เกรซหันควับกลับไปมองเส้นทางบนถนนต่อ “แต่ไม่เข้าใจว่าทำอีท่าไหนคุณถึงได้มาถือปืนจ่อชั้นแบบนี้”

“เรื่องมันยาว” อดีตมือปราบสาธยาย “ช่วยยืนยันหน่อยได้ไหมว่าคุณได้รับการติดต่อ หรือรู้จักกับมิเชลล์”

เกรซไม่ตอบในตอนแรก หล่อนเลือกล้วงเอามือถือในกระเป๋าสะพายออกมาก่อนยื่นให้อดีตมือปราบ ปลดล็อคหน้าจอก่อนกดเลื่อนไปที่เบอร์ของมิเชลล์ การ์ดเนอร์

“ชั้นได้คุยกับแฟนคุณแล้ว” นักศึกษาพยาบาลสารภาพ “หล่อนให้ชั้นดูเทปลับของพวกคุณแล้ว เห็นพ่อด้วย ชั้นอยากรู้ว่าพวกคุณไปเจออะไรในป่าอาร์คเลย์”

“จะเริ่มยังไงดีนะ?” เบิร์นคนพี่ลังเล

“บอกชั้นมาเถอะ” เกรซยืนยันอีกครั้ง “ตอนนี้ชั้นคือคนเดียวที่ช่วยคุณได้นะ คุณตำรวจ”

“เราเจอกับ…” เจ้าของเรือนผมสีทองอึดอัดใจในสิ่งที่กำลังจะพูด “อสูรกาย มันเป็นผลการทดลองทางชีวภาพของอัมเบลล่า ตำรวจแร็คคูนถูกพวกมันฆ่าตายนับสิบคน รวมทั้งพ่อคุณด้วย”

“เดี๋ยวนะ!” ลูกสาวท่านรองแคมเบลล์เลิ่กคิ้ว “คุณเมายาหรือเปล่าเนี่ย? คุณกำลังบอกว่ามีตำรวจแร็คคูนและรวมไปถึงพ่อของชั้นตายเพราะไอ้ตัวประหลาดในวีดีโอนั่นเหรอ”

“ถ้าคุณได้ดูเทปนั้นจริง คุณน่าจะเข้าใจ พ่อของคุณกล่าวสรุปได้อย่างชัดเจนก่อนเสียชีวิตในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าไว้หมดแล้ว” เอ็ดเวิร์ด เบิร์น สาธยาย “ยังไม่รวมถึงคนตายที่ลุกขึ้นมาได้”

“เหมือนซอมบี้ ว่างั้น?” นัยน์ตาสีน้ำตาลของแคมเบลล์คนลูกดูไม่เชื่อใจ “ไม่ได้จะขัดคอนะคะพี่ชาย นี่คืออเมริกา อีกสองปีก็เข้ายุคมิลเลนเนียมแล้วนะ ตกลงคุณกำลังจะบอกว่ามีการเล่นคุณไสยมนต์ดำในป่าอาร์คเลย์นั่นจริงเหรอ?”

“มันคือเรื่องจริง” เบิร์นคนพี่ยืนยันหนักแน่น “มิเชลล์ถูกพวกมันไล่ล่าตอนที่กำลังจะไปหาคุณที่เมลวิส ผมเดินทางไปช่วยเธอ แต่โชคร้ายที่ถูกพวกมันตามล่าเช่นกัน เรื่องก็เลยยาวมาถึงตอนนี้”

“โอเค…” เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอมแดงพยักหน้า “มาถึงขั้นนี้แล้ว ชั้นเชื่อคุณก็ได้”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอโทรหามิเชลล์นะ”

“เชิญ”

“มิเชลล์! นี่ผมเองนะ” เบิร์นคนพี่รู้สึกดีใจเนื้อเต้นเพื่อปลายทางกดรับสาย

“เอ็ดเวิร์ด! คุณเองเหรอ?”

“ใช่…” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าชายหนุ่ม “ผมเอง ขอโทษด้วยที่ผมไม่สามารถปกป้องคุณได้”

“อย่าโทษตัวเองเลยเอ็ดเวิร์ด” เสียงสะอื้นดังจากปลายสาย คนรักจากแดนไกลคงรู้สึกยินดีไม่น้อยที่ได้ยินเสียงแฟนหนุ่มเช่นกัน “หลายวันที่ผ่านมา พวกเราเจอกับเรื่องบ้าบอมากมาย แต่เราจะผ่านไปได้ ว่าแต่คุณใช้เบอร์ของเกรซได้ยังไง?”

“เรื่องมันยาว เอาไว้ค่อยเล่าวันหลัง เอาเป็นว่าตอนนี้ผมอยู่กับเกรซ กำลังหาทางคลี่คลายปัญหาอยู่” เบิร์นเหลือบตามองรถสายตรวจที่สวนทางไป “ตอนนี้คุณอยู่ไหน?”

“อยู่ ดี.ซี.” มิเชลล์ตอบ “ชั้นกำลังรวมรวบหลักฐานทั้งหมดส่งให้รุ่นพี่ชั้นที่ทำงานกับวอชิงตันโพสต์ เราจะแฉพวกมันให้หมด ทั้งอัมเบลล่าและไอ้นรกเปรตแฟรงคลิน”

“สว.แฟรงคลิน?” รอยย่นปรากฏบนหว่างคิ้วเบิร์นคนพี่ “ท่าน สว.มีเอี่ยวเรื่องนี้ด้วยเหรอ?”

“ใช่ แต่ชั้นคงเล่ารายละเอียดตอนนี้ไม่ได้ มันซับซ้อนมากน่ะ แต่เชื่อว่าถ้าหลักฐานทั้งหมดออกสื่อแล้ว คุณอาจจะพ้นผิด ตอนนี้ชั้นกำลังประสานงานกับเอเย่นต์คาร์เตอร์จากหน่วยสืบสวนกลางและพวกสตาร์ที่เหลือเพื่อช่วยคุณ”

“ขอบคุณ” เบิร์นคนพี่แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ไม่อยากเชื่อว่าแม้ในช่วงเวลาที่บัดซบที่สุดในชีวิต มิเชลล์แฟนสาวยังคนยืนกรานหนักแน่นที่จะยืนเคียงข้างตน “ผมไม่รู้ว่าจะตอบแทนคุณยังไงดี”

“ชั้นได้ชื่อว่าเป็นเมียคุณแล้ว…” น้ำเสียงปลายสายติดขัดเล็กน้อย “ชั้นต้องช่วยคุณ คุณไม่ผิด”

“ขอบคุณมากมิเชลล์” เบิร์นคนพี่ฉีกยิ้ม “เป็นคำพูดหวาน ๆ ที่ผมอยากได้ยินมาตลอดหลายวัน”

“ว่าแต่ตอนนี้คุณอยู่ไหนเนี่ย? คุณปลอดภัยไหม? เรเชลเป็นยังไงบ้าง?” สาวมั่นเปลี่ยนเรื่องคุย หล่อนห่วงสวัสดิภาพของเรเชลมากที่สุดในขณะนี้

“ผมกำลังจะไปรับตัวเธอ เราจะหนีไปด้วยกัน” เบิร์นตอบ

“เดี๋ยวก่อนเอ็ดเวิร์ด!” มิเชลล์ปฏิเสธ “ชั้นติดต่อคาร์เตอร์ไว้แล้ว เขารับปากว่าจะดูแลเธออย่างดี ตอนนี้เธอยังอยู่กับเด็บบี้”

“พูดจากใจเลยนะ ผมรู้สึกไม่ไว้ใจเอเย่นต์คาร์เตอร์อะไรของคุณนั่นเลย ผมกลัวว่ามันจะเป็นฝ่ายเดียวกับ สว.แฟรงคลิน”

“เราไม่มีทางเลือกแล้วเอ็ดเวิร์ด ชั้นเชื่อว่าหมอนี่ไว้ใจได้แน่นอน ตอนนี้เอเย่นต์คาร์เตอร์กำลังร่วมมือกับพวกสตาร์ที่เหลือเพื่อช่วยคุณนะ” นักข่าวสาวยืนยัน “ชั้นว่าคุณรีบติดต่อกับคาร์เตอร์เถอะ อย่างน้อยก็ยังปลอดภัยกว่ามอบตัวกับท่านรองชินเซกิ ทางนี้ชั้นจะจัดการให้เอง อีกวันหรือสองวันถ้าทุกอย่างถูกเปิดโปง คุณกับเรเชลจะไม่เป็นอะไร”

“ผมคงไม่มีทางเลือกแล้วซินะ” เบิร์นปลงตก

“เชื่อชั้น มอบตัวกับเอเย่นต์คาร์เตอร์ ทุกอย่างจะเรียบร้อยเอง”

“ก็ได้ แต่ยังไงผมขอคุยกับน้องสาวผมก่อนนะ”

“ได้ ตอนนี้ชั้นต้องขอวางสายก่อนนะ ขอโทษทีเอ็ดเวิร์ด ชั้นรักคุณ แล้วเจอกันที่แร็คคูนเมื่อเรื่องทั้งหมดคลี่คลายลง”

“ผมก็รักคุณ แล้วเจอกัน” เบิร์นคนพี่กดวางสาย ก่อนคืนโทรศัพท์ให้เกรซ แคมเบลล์

“พวกคุณดูรักกันดีนะ” เกรซ แคมเบลล์ เอ่ยปากถาม “น่าอิจฉาพวกคุณชะมัด ตลอดเวลาชั้นไม่เคยเจอผู้ชายดี ๆ แบบพ่อเลย มีแต่ผู้ชายเฮงซวยทั้งนั้น”

“สักวันคุณจะได้เจอผู้ชายดี ๆ เอง” เริ่มมีรอยยิ้มจากปากอดีตมือปราบบ้างแล้ว

“ว่าแต่ใจคอคุณจะเล็งปืนกลใส่ชั้นอีกนานไหม?” บุตรสาวท่านรองแคมเบลล์เอ่ยปากถาม

“โอเค ขอโทษด้วยถ้าผมอาจมารยาททรามกับคุณไปบ้างเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา” ชายหนุ่มหนีคดีลดปืนลง “ขอโทษด้วย แต่ผมไม่มีทางเลือกมากนัก”

“พ่อเคยสอนชั้นนะว่า คนเราควรทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะมันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง นั่นแหละคือทางเลือกที่เรียบง่ายตรงไปตรงมาที่สุด” หญิงสาวเอ่ยปากขณะกำลังเลี้ยวขวาเข้าตัวเมือง “เอาเถอะ ขอเปิดวิทยุนะ อยากรู้ว่าตอนนี้มีอะไรอัพเดทในเมืองนี้บ้าง”

“มีเหตุยิงกันที่บ้านครอบครัวสมิธ ตอนนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต กรมตำรวจแร็คคูนนำโดยท่านรองอธิบดีชินเซกิกำลังนำกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่อยู่ เบื้องต้นทราบว่าเรเชล เบิร์น น้องสาวของเอ็ดเวิร์ด เบิร์น อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจแร็คคูนที่กำลังหลบหนีคดีมาอาศัยกับเพื่อนสาวอยู่ด้วย โดยเบื้องต้นเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความที่เจ้าหน้าที่เบิร์นได้ก่อไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน ทางเราจะรายงานความคืบหน้าในชั่วโมงถัดไปครับ”

“ระยำ!”เบิร์นคนพี่เผลอหลุดสบถออกมา “เกรซ! ขอโทรศัพท์หน่อย ผมอยากคุยกับน้องสาวผม”

“โอเค…” โชเฟอร์สาวยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดี “ตั้งสติหน่อยแล้วกันคุณตำรวจ”

แรกเริ่มเดิมที เบิร์นคนพี่โทรหาเรเชลทางมือถือ แต่ไร้การติดต่อจากปลายสาย หล่อนทิ้งโทรศัพท์ไว้ชั้นบนขณะออกไปข้างนอกกับเด๊บบี้

“ทำไมไม่รับนะ?” เบิร์นคนพี่ดูร้อนรน โทรไปเกือบห้าสายแต่ไร้สัญญาณตอบรับ ก่อนตัดสินใจโทรเข้าเบอร์บ้านโดยตรง ทันทีที่ปลายทางมีสัญญาณตอบรับ สิ่งที่อดีตมือปราบหนุ่มแทบไม่อยากจะเชื่อ ท่านรองเอดิสัน เคน ชินเซกิ คือผู้รับสาย

“เสียใจด้วย เด๊บบี้ตายแล้ว ตอนนี้เรเชลอยู่ภายใต้การดูแลของกรมตำรวจแร็คคูน”

นี่มันเป็นวันนรกแตกในชีวิตของเอ็ดเวิร์ด เบิร์น โดยแท้ ชายหนุ่มตัดสินใจยอมมอบตัวเพื่อน้องสาว เกรซ แคมเบลล์ได้แต่เออออหอหมกตามกันไปเพราะไม่รู้ว่าจะช่วยเบิร์นคนพี่ได้อย่างไร อีกเรื่องก็คือเบิร์นไม่ต้องการให้เกรซ ถลำลึก เข้ามามีส่วนรู้เห็นในเรื่องราวทั้งหมดนี้มากเกินไป เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยของหล่อน

แต่ยังไม่ทันจะขับรถไปถึงที่หมาย รถของเกรซ แคมเบลล์ดันมีปัญหาหม้อน้ำแห้ง ต้องเสียเวลาไปพักใหญ่กว่าจะได้เติมน้ำ ยังไม่รวมถึงพวกกุ๊ยข้างถนนที่เข้ามาเกี้ยวพาราสีเกรซ จนเบิร์นคนพี่ต้องเข้ามาไล่ตะเพิด เมื่อเดินทางได้อีกครั้ง เกรซรีบติดต่อกับครอบครัวไทเลอร์ซึ่งได้นัดหมายไว้ก่อนหน้า ข่าวดีที่คาดไม่ถึงคือ เอเย่นต์คาร์เตอร์เข้ามากอบกู้สถานการณ์ได้ทันควัน เรเชลอยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัวไทเลอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางให้การอารักขาเต็มกำลัง

นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้เอ็ดเวิร์ด เบิร์น เบาใจได้บ้าง ชายหนุ่มตั้งใจจะมอบตัวและขอพบกับน้องสาวทันที แต่ไม่อาจทำได้เพราะวันนี้พวกสายตรวจแร็คคูนตั้งด่านตรวจสกัดแทบทุกเส้นทางเข้าออกของเมือง เกรซจึงยืนยันที่จะนัดหมายเพื่อเข้าพบกับครอบครัวไทเลอร์และส่งมอบเจ้าหน้าที่เบิร์นให้หน่วยสืบสวนกลางเพื่อมอบตัวในลำดับต่อไป

“คุณนี่มันสติแตก ใจร้อน วุ่นวาย ไม่คิดหน้าคิดหลังเลยจริง ๆ คุณตำรวจ วางปืนแล้วตั้งสติบ้างนะ” เกรซแอบเหน็บอดีตมือปราบ “พ่อเคยสอนชั้นเรื่องกฏเหล็กสิบข้อไว้ ถ้าอยากมีชีวิตยืนยาว ขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งขรัด ข้อที่หนึ่ง ใช้สมองให้มากขึ้น ใช้ความรู้สึกให้น้อยลง แต่คุณแค่ข้อแรกก็สอบตกแล้ว ไม่รู้จริง ๆ ว่าคุณเป็นศิษย์รักคนโปรดของพ่อได้ยังไง?”

ยัยนี่มันเหมือนท่านรองชิบ บ่นยังกะคนแก่ หน้าตาก็น่ารักไม่คิดว่าจะปากจัดได้ขนาดนี้ เหมือนใครบางคน เบิร์นแอบคิดในใจขณะกำลังหาที่ซ่อนตัวจากพวกสายตรวจเพื่อขอนัดพบครอบครัวไทเลอร์ในวันรุ่งขึ้น

อีกสิ่งหนึ่ง ที่เบิร์นคนพี่รู้สึกข้องใจ ทำไมต้องเป็นครอบครัวไอ้เด็กหนุ่มผมหยักศกท่าทางหน้าม่อคนนั้นด้วยวะ?

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3 August 1998
22.10 PM , Intercontinental The Barclay New York, Manhattan, New York


ฮาโรลด์ แฟรงคลิน ในสภาพเปลือยเปล่ากำลังเสพย์สุขกับอาแมนด้า เมนเดส อาจจะเรียกได้ว่าหล่อนเป็นบอดี้การ์ดและคู่ขาส่วนตัวของแฟรงคลินคนพี่ หนุ่มใหญ่ซุกไซร์ไปตามแผ่นหลังเนียนสะอาดของหญิงสาว

อาแมนด้า เมนเดส ไม่เคยพอใจกับหน้าที่เช่นนี้ แม้ไม่ใช่ครั้งแรกของหล่อน แต่ลอร์ดสเปนเซอร์มักไม่ลังเลที่จะส่งเธอไปนอนกับผู้มีอิทธิพลมากมายเพื่อล้วงความลับ หล่อนเป็นคนสวย และแฟรงคลินคือพันธมิตรคนสำคัญของอัมเบลล่า ในฐานะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของพรรคเดโมแครต เรียกได้ว่าแฟรงคลินคนพี่ผู้นี้กำลังคิดทรยศชาติเพื่ออำนาจของตนเอง และที่สำคัญคือไอ้วุฒิสมาชิกจากมิชิแกนบ้ากามคือชายผู้ได้รับการคาดหมายจากทุกวงการว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไปแทนที่จอห์น เอริงตัน ที่ประกาศวางมือ ต้องขอบคุณการเจรจาขั้นเทพของเฟร์นันโด เมนเดส มือขวาคนสนิทของลอร์ดสเปนเซอร์ในอดีตซึ่งได้ดึงโคตรนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลอย่างฮาโรลด์ แฟรงคลินให้เข้ามาเป็นหนึ่งในพันธมิตรคนสำคัญขององค์กร การทำให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์อย่างนักการเมืองรายนี้พอใจคือสิ่งแรกที่ลอร์ดสเปนเซอร์คิด และอาแมนด้าคือคนที่แฟรงคลินพึงใจมาตั้งแต่ยังเป็นสาวแรกรุ่น

ก่อนทุกอย่างจะเลยเถิดไปไกลจนเกินห้ามใจไว้ทัน มีโทรศัพท์เรียกเข้า มันคือเรื่องที่ทำให้แฟรงคลินคนพี่หัวเสียอย่างรุนแรง

“ทีมของเราพลาดครับท่าน สว.ไอ้บ้าเอดิสันเข้ามาขวาง”

“ไอ้ห่า!” ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐถึงกับสบถอย่างรุนแรง “พลาดเป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ นี่มันหมายความว่ายังไงวะ?”

“ไอ้ลิงเหลืองแม่งซ้อนแผนเราครับ คนของเราตายเรียบ ตอนนี้คาร์เตอร์กำลังจัดการทุกอย่างให้อยู่”

“ถ้ารู้ว่าพวกมึงห่วยระยำแบบนี้ กูไม่น่าจ้างพวกมึงเลย พวกมึงเป็นหน่วยรบภาษาอะไรกัน?” ฮาโรลด์ แฟรงคลินกดกระแทกสายแทบพัง

“ให้ชั้นเดา นี่คงเป็นฝีมือของท่านรองชินเซกิ” อาแมนด้าเอื้อมตัวไปหยิบบุหรี่จากหัวเตียงขึ้นมาจุด หญิงสาวในสภาพเปลือยนอนคว่ำ เผยให้เห็นช่วงหลังเปลือยโชว์ผิวเนียน

“ไอ้บ้านี่แม่งเสือกได้ผิดคนแล้ว” แฟรงคลินคนพี่ตบะแตก “แทนที่จะอยู่ตีหน้ามึน ทำหน้าทีไป แต่ดันกล้ามาเล่นกับรุ่นใหญ่อย่างผม ผมบอกคาร์เตอร์แล้วให้เล่นมันซะถ้ามีโอกาส ก็ยังนับว่าโชคดีที่ผมยังมีมือดีอย่างคาร์เตอร์คอยเก็บกวาดงานให้”

“แต่ท่านรองเอดิสัน อย่างน้อยก็ยังได้ชื่อว่าเป็นตำรวจระดับสูงของกรมตำรวจแร็คคูน และที่สำคัญเขาทำงานให้พวกเรา” อาแมนด้าโต้แย้ง หล่อนมีทัศนคติเอนเอียงไปทางฝ่ายท่านรองชินเซกิ

“ผมคิดว่าลอร์ดสเปนเซอร์เห็นพ้องต้องกันกับผมในเรื่องนี้ ในแง่ที่ว่าหากไอ้บ้าคนไหนมันทำตัวมีปัญหาหรือนอกคอก เราก็ควรจะกำจัดมันซะ ไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าหมดท่านรองชินเซกิไป ผมจะส่งนายตำรวจคนใหม่ไปแทนที่เอง เอาคนที่มันเชื่อฟัง ไม่ทำอะไรนอกคอกแบบมัน แต่ก็เข้าใจ มันคงคิดว่าที่มายูมิตายน่ะ มันเป็นความผิดของผม ก็เข้าใจ แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด”

“มายูมิ มาติน คู่หมั้นของท่านรองชินเซกิ หล่อนตายเพราะรู้มากเกินไป หล่อนอยากรู้อยากเห็นมากเกินไป” บุตรสาวของเฟร์นันโด เมนเดสขยายความ

“ถ้านั่งนั่นทำตัวให้เรียบร้อย ไม่จุ้นจ้านเรื่องที่ไม่ควรรู้มากไป บางทีหล่อนอาจจะได้ใช้ชีวิตกับคู่รักยุ่นปี่นั่น”

“ค่ะ…” อาแมนด้าพยักหน้า หล่อนรู้ความจริงหมดแล้วว่ามายูมิตายเพราะอะไร

หล่อนเคยคบหากับโธมัสลูกชายของท่านประธานาธิบดีอย่างลับ ๆ อันที่จริงต้องบอกว่ามายูมิเสนอตัวให้โธมัสเอง ใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงที่ดูเรียบร้อยและแสนดีอย่างมายูมิจะมีความคิดทะเยอทะยานอยากเป็นลูกสะใภ้ของนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่อย่างจอห์น เอริงตัน ซึ่งตอนนั้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการรัฐมิชิแกน เรื่องทั้งหมดคาบเกี่ยวกับช่วงเหตุการณ์วุ่นวายของ MAT ความขัดแย้งของนาตาเลียและแฟรงคลินคนพี่ โดยมีจอห์น เอริงตันเป็นคนกลาง

สุดท้ายความสัมพันธ์ของโธมัสกับมายูมิจบลง หญิงสาวถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี หล่อนเสียศูนย์ไปพักใหญ่ ก่อนมาพบกับเอดิสัน ต่อมาหล่อนค้นพบสัจธรรมชีวิตบางอย่างทำให้หล่อนเปลี่ยนไปจากเดิม

ตอนนั้นจอห์น เอริงตันในฐานะผู้ว่าการรัฐและฮาโรลด์ แฟรงคลิน ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรและผู้กว้างขวางได้ยื่นมือเข้ามาช่วย MAT เพื่อปกปิดความผิดทั้งหมดที่อาจสาวไปยังเจ้าหน้าที่คนสำคัญระดับสูงในแวดวงการเมืองของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมคบคิดฆ่าประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้หรือแม้กระทั้งโรเบิร์ต เคนเนดี้เอง เรื่องโครงการที่ล้มเหลวของรัฐบาลที่ MAT แอบเอามาสานต่อจนเกิดเรื่องอื้อฉาว และเหตุผลสำคัญที่สุดคือ มายูมิ มาติน คือพยานปากเอกที่ล่วงรู้ว่า เฟร์นันโด เมนเดสกำลังติดต่อกับสองนักการเมืองที่ทรงอำนาจอย่างจอห์น เอริงตันและฮาโรลด์ แฟรงคลินในการสลับขั้วเพื่อทรยศหักหลังนาตาเลีย ผู้นำของ MAT ในขณะนั้น เพื่อแลกกับการสนับสนุนตนเองและพรรคเดโมแครตในภายภาคหน้า

สุดท้ายครอบครัวแซนฟอร์ดถูกฆ่าล้างบาง เหลือรอดเพียงซินเธีย แซนฟอร์ด ภรรยาของแฟรงคลินคนพี่ ที่นอนป่วยไร้พิษสง เรื่องราวความชั่วร้ายทั้งหมดถูกโยนไปทั้งครอบครัวแซนฟอร์ด ความผิดหรือหลักฐานที่อาจสาวไปยังนักการเมืองผู้มีอิทธิพลทั้งหลายถูกตัดตอนทิ้ง ทั้งยาเสพย์ติด “The Cure” ผลผลิตที่ผิดพลาดจากโครงการทางทหารของรัฐบาลสหรัฐช่วงสงครามเย็น ทุกอย่างถูกบ่งชี้ไปยังคนของครอบครัวแซนฟอร์ดและ MAT

มายูมิ มาติน ล่วงรู้ความจริงข้อนี้ หล่อนรับรู้ว่ามีการสมคบคิดกันระหว่างฮาโรลด์ แฟรงคลิน จอห์น เอริงตัน และเฟร์นันโด เมนเดส ในการเปลี่ยนขั้วอำนาจขององค์กร หล่อนจึงต้องตาย ตายโดยที่ยังไม่ทันได้บอกกล่าวกับเอดิสันคนรัก

“รู้ไหม? อาแมนด้า” ตัวเต็งประธานาธิบดีสหรัฐเปิดประเด็นคุย “จอห์น เอริงตัน เพื่อนของผมเคยรักกับนาตาเลีย หล่อนเองก็รักเค้า แต่น่าเศร้าที่ความรักจากจอห์นมันน้อยกว่าศักดิ์ศรีเพ้อเจ้อของหล่อน นาตาเลียปฏิเสธรักไปเพียงเพราะไม่ต้องการเป็นเครื่องมือในการต่อยอดอำนาจของธีโอดอร์คนพ่อ เพราะมีปมฝังใจเกี่ยวกับแม่ ธีโอดอร์แต่งงานกับแม่ของหล่อนเพียงเพราะต้องการอำนาจและเงินตราเท่านั้น ตอนนั้นธีโอดอร์หัวเสียมาก เพราะเขาชืนชอบหมอนั่นเป็นพิเศษ เขาทำนายด้วยนะว่าจอห์นจะไปได้ไกลถึงตำแหน่งประธานาธิบดี สุดท้ายจอห์นก็เลยต้องไปแต่งงานกับลูกสาวเศรษฐีผู้มั่งคั่งในธุรกิจการบินของประเทศเรา ถ้านาตาเลียแต่งงานกับจอห์น ป่านนี้เธอคงเป็นนางพญาเคียงข้างจอห์น และ MAT คงเป็นโคตรรองค์กรที่ยิ่งใหญ่เกินกว่า Umbrella จะต่อกรด้วยนะ”

“เป็นเรื่องที่น่าเศร้าของลูกผู้หญิงซินะคะ” อาแมนด้าตอบ “นาตาเลียมีโอกาสจะก้าวขึ้นมาครองโลกได้ตั้งหลายครั้ง แต่เธอไม่ทำ”

“นั่นเป็นข้อคิดที่ผมอยากฝากไว้กับคุณอาแมนด้า” วุฒิสมาชิกแฟรงคลินยิ้ม นัยน์ตาสีน้ำตาลของเขายังคงฉายแววอำมหิต “ผมรู้ว่าคุณจะไม่ทำแบบนาตาเลีย”

“อาจจะเป็นเรื่องที่จัดได้ว่าเซอร์ไพส์อีกเรื่อง เรเชล เบิร์น ตอนนี้อยู่กับครอบครัวไทเลอร์แล้ว ครอบครัวไทเลอร์คือคนของเรา ทั้งเลียมและลินดา ทั้งคู่เป็นพนักงานคนสำคัญของอัมเบลล่าสาขาอเมริกา” หญิงสาวเชื้อสายลาตินพ่นควันออกมาเป็นวงกลม “ถ้าจำเป็น เราสามารถบังคับให้ครอบครัวไทเลอร์ส่งเรเชลให้เรา”

“ผมว่าไอ้เด็กสาวคนนั้นไม่ใช่ปัญหาหรอก” สว.แฟรงคลินส่ายหน้า “ตอนนี้ปล่อยให้เด็กน้อยคนนั้นตายใจไปก่อน ให้พวกมันได้มีความหวังไป มิเชลล์ การ์ดเนอร์ต่างหาก ผมเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมถ้าฆ่าเธอได้ให้ฆ่าเลย คุณไม่น่าลังเล”

“เพราะตอนนั้นเราต้องการยืนยันให้แน่ชัดว่านอกเหนือจากมิเชลล์แล้ว ยังมีใครบ้างที่รู้เรื่องของพวกเราอีก” ร่างบางอธิบาย “เพื่อขยายผล บางครั้งเราจำเป็นต้องยั้งมือไว้ก่อน”

“แต่คุณก็พลาด พลาดแบบไม่น่าเชื่อ ตอนนี้หล่อนอยู่ที่ ดี.ซี. แต่ก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ผมสั่งให้คาร์เตอร์เล่นบทคนดีตามน้ำให้พวกมันตายใจไปก่อน เมื่อถึงเวลาผมจะจัดการนังนั่นเอง” วุฒิสมาชิกจบบรั่นดีแก้เซ็ง

“รู้สึกชื่นชมในทัศนคติของท่านมากค่ะ ท่านวุฒิสมาชิก” อาแมนด้าแสร้งชื่นชมคู่ขาหนุ่มใหญ่ให้ตายใจ “รู้สึกว่าท่านจะให้ความมั่นใจกับเอเย่นต์คาร์เตอร์มาก”

“ไอ้หมอนั่นตอนแรกก็คุยกันลำบาก เป็นเจ้าหน้าที่ตงฉิน เติบโตมาจากแหล่งเสื่อมโทรมในนิวยอร์ค แต่ใฝ่ดีจนได้เป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนกลาง แต่โลกนี้ เงินและอำนาจซื้อได้ทุกอย่าง และคนอย่างผมคิดทำอะไรต้องมีแผนสองเสมออาแมนด้า เรียนรู้ไว้บ้างก็ดีนะ คุณเป็นคนโปรดของผม ถ้าเป็นไปได้ผมไม่อยากให้คุณไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้ลิงเปรตชินเซกินั่นเกินความจำเป็น”

“ท่านหึงชั้นซินะคะ” รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนใบหน้าหญิงสาว “รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ท่านให้คุณค่าคนอย่างชั้นเช่นนี้”

“แน่นอน…” วุฒิสมาชิกแฟรงคลินลุกขึ้นยืน ก่อนหยิบเอาเสื้อคลุมมาสวมใส่ “เมื่อผมได้เป็นประธานาธิบดี ผมจะให้คุณเป็นหนึ่งในทีมอารักษาของผมที่ทำเนียบขาว ให้มันรู้ไปว่าลอร์ดสเปนเซอร์จะปฏิเสธผม มาอยู่กับผม แล้วคุณจะได้ไม่ต้องไปนอนกับไอ้บ้าคนไหนอีก” หนุ่มใหญ่จุมพิตที่โหนกแก้มและหัวไหล่เปลือยเปล่าของหญิงสาว “ผมขอออกไปข้างนอกแป๊ปนึงนะ”

วุฒิสมาชิกแฟรงคลินเดินออกจากห้องนอนส่วนตัว ผ่านบอดี้การ์ดชุดดำร่างยักษ์สองคน ตรงหน้าคือห้องรับรองแขกแบบ VIP สิ่งที่ทำให้แฟรงคลินคนพี่ต้องแปลกใจคือการปรากฏตัวของเจสัน แฟรงคลิน

“แกยังไม่นอนอีกเหรอเจสัน?”

“เปล่า? ผมแค่โทรไปถามทาง ดี.ซี.ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม?”

“รู้สึกดีใจมากที่แกเป็นห่วงเป็นไยเมียชั้น” สว.แฟรงคลินเหลือบตามองน้องชาย “ไม่รู้ว่าชั้นจะต้องขอบคุณแกยังไง แกเป็นน้องชายดีเลิศประเสริฐศรีเสมอมาเจสัน”

“พี่ก็น่าจะติดต่อเธอกลับบ้างนะ อย่างน้อยซินเธียก็เป็นเมียพี่” แฟรงคลินคนน้องเริ่มออกความเห็น ชายหนุ่มรู้สึกกังวลในทัศนคติสุดกู่ของพี่ชาย

“เมียที่สมรู้ร่วมคิดกับพี่สาวคิดกำจัดฉันเหรอ? เมียที่ตอบสนองฉันเรื่องบนเตียงไม่ได้งั้นเหรอ? เมียที่เอาแต่เรียกร้องความรักจากฉัน แต่ไม่เคยคิดให้อะไรฉันในฐานะสามีเลย ฉันปล่อยให้มันมีชีวิตต่อไปนี่คือเมตตาสุดชีวิตแล้วนะเจสัน”

“แต่พี่ก็ทำเกินกว่าเหตุ” เจสัน แฟรงคลินแย้ง “ผมอาจจะยังเป็นเด็กในสายตาพี่ แต่ผมไม่โง่พอที่จะไม่รู้ว่าพี่เป็นคนยังไง นาตาเลียขอแค่ให้พี่จัดการกับแอนโธนี่ด้วยสันติวิธี แต่พี่กลับใช้วิธีที่โหดเหี้ยมที่สุดกับเขา ผมไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมนาตาเลียถึงคิดจะกำจัดพี่ เพราะพี่โหดร้ายเกินไป”

“แล้วมันทำสำเร็จไหม? นาตาเลียน่ะ?” พี่คนโตจากบ้านนักการเมืองผู้ทรงอำนาจเริ่มหัวเสียอีกรอบ “แกลืมไปแล้วใช่ไหมว่าตอนนี้เราอยู่ในสถานะไหน? ฉันคิดว่าแกจะฉลาดกว่านี้ซะอีก”

“ขอโทษที่ทำให้พี่ผิดหวัง” เจสัน แฟรงคลินนิ่งเงียบ “แต่ผมจำเป็นต้องพูด ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการของพี่”

“โอเค” พี่ชายพนักหน้า “ตกลงฉันต้องสอนวิธีการเอาตัวรอดในวงการนี้ให้แก่ใหม่ซินะ ก็ได้ ตอนนั้น ถ้าฉันไม่ทำ แกคิดว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดีใช่ไหม? มันผิดแล้วเจสัน แอนโธนี่มันบ้า ถ้ามันรอดออกไป มันจะแฉเรื่องของนาตาเลีย เรื่องของฉัน ฉันย้ำกับนาตาเลียแล้ว แต่หล่อนไม่ฟัง หล่อนบอกฉันว่า 'ไม่ว่ายังไงแอนโธนี่ก็คือพี่ชายของฉัน ฉันแค่ต้องการให้เขาสละตำแหน่ง ไม่ต้องการให้เขาตาย' และฉันก็ไม่คิดจะฟังคำพูดของผู้หญิงแสนดีแบบนั้นตั้งแต่แรก ไอ้ห่า ฉันไม่แปลกใจหรอกว่าทำไม MAT ถึงล่มสลายได้ถึงขนาดนั้น แอนโธนี่แม่งก็บ้า นาตาเลียแม่งก็เสือกโลกสวยอีก เข้าใจไว้ด้วยเจสัน ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ คนอย่างแกจะไม่มีวันได้มายืนเถียงฉันคอเป็นเอ็นอย่างที่แกกำลังทำ แกอยากเห็นฉันติดคุกหมดอนาคตใช่ไหม? แกอยากเห็นพี่น้องในครอบครัวของพวกเราต้องป่นปี้เพื่อแลกกับอุดมการณ์สวยหรูของแกซินะ”

“ผมไม่ได้พูดแบบนั้น…”

“แต่คำพูดแกแม่งโคตรสื่อนัยยะว่ะครับ” จอมอหังการเพิ่มโทนเสียงดุขึ้น “พ่อของเราน่ะ แกรู้ไหมพ่อพยายามทำทุกอย่างเพื่อปูทางให้พวกเราได้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี พ่อวางรากฐานทุกอย่างให้พวกเรา จนพ่อต้องล้มป่วยและตายลงไป แกน่าจะสำนึกในบุญคุณของพ่อบ้างนะเจสัน แกคือแฟรงคลิน แกคือน้องฉัน ฉันรักแก นี่คือความดีเพียงหนึ่งเดียวที่ฉันมี”

“แล้วทำไมพี่ถึงไม่ใช่อำนาจที่พ่อสร้างให้พี่เพื่อสิ่งที่ถูกต้องล่ะ? ในเมื่อพี่มีอำนาจแล้ว พี่น่าจะใช้มันเพื่อความถูกต้อง” เจสัน แฟรงคลินคนน้องแย้งด้วยเหตุผล “ผมไม่ปฏิเสธหรอกว่าพี่ทำเพื่อพวกเรา แต่ผมไม่เห็นทางเลยที่พวกเราจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข แบบในอดีต แบบที่พวกเราเคยเป็น”

“อดีตไม่กลับมาแล้วน้องรัก” แฟรงคลินตบที่บ่าน้องชาย “ฉันรักแกนะ รักแกมาก แกคือน้องชายที่ฉันหวังจะให้ก้าวขึ้นมาสานต่อให้สิ่งที่พ่อกับฉันได้สร้างมันขึ้นมา แกอาจจะเห็นฉันเป็นพี่ชาย เป็นซาตาน ส่วนแกอาจจะเป็นเทพบุตร หรืออะไรที่แกอยากจะเป็น ฉันเข้าใจ ฉันรักแก นั่นคือสิ่งที่ฉันพูดได้”

“ผมเองก็รักพี่…” แฟรงคลินคนน้องดูสับสนตัวเอง “เพียงแต่…”

“เมื่อเราอยู่บนเวทีแห่งการช่วงชิงอำนาจ ลืมไปเถอะไอ้เรื่องศีลธรรมอะไร ฉันไม่แก้ตัวหรอกเจสัน แต่วันนึงถ้าแกก้าวขึ้นมาอยู่บนจุดที่ฉันยืน แกจะเข้าใจ ตอนที่แอนโธนี่กำลังปู้ยี้ปู้ยำ MAT เคยมีคนเตือนให้นาตาเลียคิดทำอะไรสักอย่างก่อนองค์กรจะวอดวายไปกว่านี้ แต่หล่อนไม่ทำ หล่อนทำได้แค่ตักเตือนไอ้บ้านแอนโธนีที่นับวันยิ่งบ้าไม่ฟังใคร จนสุดท้าย นาตาเลีย ผู้หญิงที่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีคนนั้นต้องยอมทำเรื่องต่ำช้าเพื่อรักษาองค์กรของพ่อ อย่างน้อยก่อนตาย หล่อนก็เริ่มเรียนรู้แล้วว่าเมื่ออยู่ในวงการนี้ แกต้องเด็ดขาด แกต้องลืมทุกอย่างเกี่ยวกับศีลธรรมเพื่อตัวแกและครอบครัว ฉันอยากจะเตือนแกด้วยความหวังดีเจสัน ความดีของแกไม่ได้ช่วยให้แกได้ขึ้นสวรรค์ แต่มันจะทำให้ครอบครัวของเราต้องตกนรก แกอาจจะยอมเสียสละตัวเองเพื่อล้างบาปให้ฉันหรือพ่อ แต่ทุกคนข้างนอกจะไม่ชื่นชมแก ทุกคนพร้อมจะบ้วนเสมหะใส่หน้าแกแล้วสาปส่งสามเวลาให้แกตายไปจากโลกซะ แกถูกกำหนดให้เกิดมาในบ้านแฟรงคลิน ไม่ว่าสุดท้ายแกจะพยายามชำระบาปที่พ่อหรือฉันสร้างขึ้นมายังไง ทุกคนข้างนอกจะไม่มีใครยกย่องแก เพราะแกคือแฟรงคลิน มือของพวกเราเปื้อนเลือดมาตั้งแต่เกิดแล้ว”

“ครับ…” เจสัน แฟรงคลินพยักหน้า ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีไปทางอื่น “ขอบคุณที่เตือนผม”

“มีอีกเรื่องที่ฉันอยากจะเตือนแก หนึ่งคือแกเลิกยุ่งกับซินเธียได้แล้ว ผู้หญิงคนนั้นมันก็บ้าไม่แพ้พี่น้องคนอื่นของแซนฟอร์ดหรอก ฉันรู้ว่าแกรักหล่อน ฉันไม่โง่ แต่คนอย่างแกควรจะได้เจอกับผู้หญิงที่ดีกว่านั้น ถ้าแกไม่มีปัญหาหาสาวเดินควง ขอเวลาฉันแป๊ป ไว้ฉันได้เป็นตัวแทนพรรคจะหาสาวให้แกควงแก้เหงา”

“ความอหังการ จะทำลายตัวพี่เองเข้าสักวัน” เจสัน แฟรงคลินพยักหน้ารับ ชายหนุ่มรู้สึกชาไปทั้งร่าง บางครั้งคำพูดของพี่ชายมันก็แทงใจดำสิ้นดี

“ฉันไม่กลัว” ฮาโรลด์ แฟรงคลินยืนกรานหนักแน่น ก่อนเดินจากไป

ย้อนกลับไปในอดีต เจสันเคยเตือนให้ซินเธียไม่บอกความลับที่นาตาเลียคิดกำจัดแฮรี่พี่ชายบังเกิดเกล้าของตน เพราะรู้สันดานคนเป็นพี่เอง คนอย่างแฮรี่พร้อมกำจัดทุกคนอย่างโหดเหี้ยมโดยไม่สนใจวิธีการ ซินเธียเห็นด้วย หล่อนพยายามเกลี้ยกล่อมสามีอย่างนุ่มนวล หล่อนได้ชื่อว่าเป็นเมียของแฮรี่ หล่อนจึงพยายามเตือนสติคนเป็นสามี ตอนแรกแฟรงคลินก็เออออ ยอมขอโทษขอโพยนาตาเลีย ยอมแม้กระทั้งจะสละตำแหน่งในองค์กรเพื่อรับผิดชอบ จนทุกคนตายใจ

แต่ใครจะไปรับรู้ว่านั่นคือกลลวง ฮาโรลด์ แฟรงคลินล้วงความลับที่นาตาเลียคิดฆ่าตนจากปากของซินเธียจนหมดสิ้น สองพี่น้องแซนฟอร์ดประมาทแฟรงคลินคนพี่มากไป สุดท้ายความตายที่ฮาโรลด์ แฟรงคลินหยิบยื่นให้นาตาเลียคือสิ่งตอบแทนความอ่อนหัดของหล่อนอย่าสาสม

เจสันยังจำวันที่ซินเธียขว้างตุ๊กตากระเบื้องนางฟ้า ที่นาตาเลียมอบให้ซินเธียและแฮรี่ในวันแต่งงานใส่ตนได้ โชคดีที่ชายหนุ่มหลบได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงมีหัวแตกเย็บหลายเข็ม แฟรงคลินคนน้องเรียกตุ๊กตาตัวนั้นว่า 'นางฟ้าปีกหัก'

“ไอ้พวกแฟรงคลินมันอสรพิษ! ไปให้พ้น ชั้นเกลียดพวกแก” ซินเธียตะโกนไล่เจสันเหมือนคนไร้สติ หลังทราบข่าวการตายของนาตาเลีย

บางครั้ง เจสัน แฟรงคลิน เองก็กังขาในสิ่งที่ตนเองทำ นี่ใช่ไหมคือผลตอบแทนของตน?

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4 August 1998
09.10 Am,The White House,Washington D.C.



วอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา ดินแดนแห่งเสรีภาพและพญาอินทรีผู้ทรงอิทธิพลของโลก ภายใต้การนำของประธานาธิบดีคนที่ 42 จากพรรคเดโมแครต อดีตผู้ว่าการรัฐมิชิแกน โจนาธาน เลวิส เอริงตัน หรือ จอห์น เอริงตัน หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบ ไม่มีเรืองใดพ้นจากสายตาของท่านประธานาธิบดีคนนี้ ในฐานะที่ครั้งหนึ่ง เขาเคยเป็นคนรักเก่าของนาตาเลีย เคยถูกหล่อนปฏิเสธรักอย่างไม่ไยดี เคยสมรู้รวมคิดเพื่อช่วยเหลือหล่อน ก่อนต้องจัดสินใจครั้งสำคัญในความขัดแย้งของเพื่อนอย่างแฮรี่และนาตาเลีย

จอห์น เอริงตัน เคยพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของแฮรี่และนาตาเลีย แต่ไร้ผล นาตาเลีย แซนฟอร์ดดื้อดึงจนเกินแก้ไข ส่วนฮาโรลด์ แฟรงคลินก็ไม่ต่างกัน รายนี้หัวแข็งจนเกินเยียวยา สุดท้ายจอห์นต้องเลือกอยู่ข้างเพื่อนสนิท แม้ไม่เต็มใจ แต่จำเป็น เพื่อรักษาสถานะภาพของตนเองเลยต้องยอมให้อดีตหวานใจต้องตาย

หนุ่มใหญ่วัยใกล้เกษียณ อ่านรายงานสรุปทั้งหมดจากเลขาส่วนตัว ไล่ตั้งแต่เรื่องจิปาถะภายในประเทศไปยังเรื่องตึงเครียดแถวตะวันออกกลาง เหลือเวลาทำหน้าที่อีกไม่กี่เดือนก่อนหมดวาระ จอห์น เอริงตันขอประกาศยุติบทบาททางการเมือง หลังสูญเสียลูกชายโธมัส ไปในอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่ไมอามี่เมื่อหลายปีก่อน ส่งผลให้ภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาของจอห์นทนความสูญเสียไม่ได้ ก่อนขอหย่าขาดกับจอห์นในอีกไม่กี่ปีต่อมา ยังไม่รวมถึงเรื่องอื้อฉาวในทำเนียบขาว ยิ่งทำให้คะแนนเสียงของประธานาธิบดีรายนี้ตกต่ำลง โชคดีที่ความสามารถด้านการปกครองและการบริหารยังคงเข้าตา ทำให้จอห์น เอริงตันอยู่รอดไปได้

ใครจะรู้บ้างว่าเหตุผลที่แท้จริงแล้ว จอห์น เอริงตันไม่ได้ยุติบทบาททางการเมืองเพราะการสูญเสียบุตรชาย แต่เป็นเพราะคำขอร้องแกมบังคัญจากเพื่อนสนิท ที่เริ่มคิดไม่ซื่ออย่างฮาโรลด์ แฟรงคลิน

“คุณครองตำแหน่งมาสองสมัยแล้วจอห์น ถึงเวลาที่คุณควรนึกถึงตัวแทนไว้บ้าง ผมขอเสนอตัวเอง คุณควรพักบ้าง คุณคงไม่อยากให้นักข่าวเล่นเรื่องฉาวในทำเนียบขาวไปมากกว่านี้หรอกนะ”

“แกกำลังขู่ฉัน รู้ตัวไหมแฮรี่! ฉันคือประธานาธิบดีแห่งสหรัฐนะ!”

จอห์น เอริงตัน อาจจะเคยสนิทกับฮาโรลด์ แฟรงคลิน แต่ด้วยเหตุผลในเรื่องของอำนาจและการเมือง ทำให้ทั้งคู่มีความขัดแย้งที่รอวันปะทุขึ้น จอห์น เอริงตัน ไม่เคยต้องการให้นาตาเลียตาย ทุกอย่างเป็นการลงมือของฮาโรลด์ แฟรงคลินและเฟร์นันโด เมนเดส นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่จอห์นถูกคุกคาม

“นาตาเลียกับ MAT ล่มสลายแล้ว คุณคงรู้ว่าจะวางตัวยังไงนะ จอห์น”

ตอนที่ท่านผู้นำแห่งสหรัฐอเมริกาประกาศสนับสนุนวุฒิสมาชิกฮาโรลด์ แฟรงคลินขึ้นมาเป็นตัวเต็งลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ มันก่อให้เกิดเสียงคัดค้านและสนับสนุนคละเคล้ากันไปภายในพรรค ส่วนหนึ่งสนับสนุนเพราะแฟรงคลินเป็นคนแข็งกร้าว หนักแน่น เหมาะสมที่จะขึ้นเป็นผู้นำอเมริกาในยุครอยต่อของอนาคต แต่อีกส่วนไม่เห็นด้วยพร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแฟรงคลินมีความสนิทสนมกับผู้นำองค์กร Umbrella Corporation อย่างลอร์ดออสเวล อี สเปนเซอร์มากเกินไป เหล่าผู้คัดค้านชี้ว่าผู้นำองค์กรอย่างลอร์ดสเปนเซอร์กำลังคิดล้วงลึกความเป็นไปในรัฐบาลสหรัฐภายใต้การปกครองของฮาโรลด์ แฟรงคลิน เป็นข้อสังเกตที่อ่อนไหว เพราะมันหมายถึงว่าวุฒิสมาชิกจากมิชิแกนรายนี้มีพร้อมจะขายความลับของประเทศชาติเพื่อครองอำนาจ แม้มันจะดูเกินจริง แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เมื่อย้อนกลับไปดูสายสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย

สุดท้าย จอห์น เอริงตัน ก็ต้องยอมตามน้ำไปก่อน เขาไม่เคยไว้ใจแฟรงคลินคนพี่นั้น ถึงแม้ว่าจะมอบตำแหน่งตัวเต็งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐให้ก็ตาม หลายครั้งที่ท่านประธานาธิบดีหวนคิดถึงอดีต เกี่ยวกับนาตาเลีย แซนฟอร์ด

“ถ้าคุณยอมแต่งงานกับผมนาตาเลีย คุณอาจจะไม่ตาย เราคงจะปกครองประเทศนี้ด้วยกัน ถ้าคุณฟังผมบ้าง มันจะไม่เป็นแบบนี้ และผมคงไม่ต้องมาทนเห็นแฟรงคลินกร่างเหมือนหมาบ้าแบบนั้น ผมไม่ปฏิเสธหรอกว่าอยากจะฆ่ามันให้ตาย แต่ยังไม่มีโอกาส”

ึหนึ่งในข่าวร้ายที่สุดในรอบวันที่ประธานาธิบดีจอห์น เอริงตันได้ยินคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เอ็ดเวิร์ด เบิร์น หลบหนี พร้อมปฏิเสธหน้าที่ลอบสังหาร แต่นั่นไม่ได้เหนือความคาดหมายมาตั้งแต่แรก เพราะประธานาธิบดีจอห์น เอริงตัน มีไพ่ลับที่ชื่อว่า 'โกสต์' หรือสก็อตต์ ธอร์นตันไว้กับตัว


To Be Continued...




……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย


ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายนะครับ ก่อนที่ผมจะขอประกาศพักฟิคชั่วคราวเพื่อไปเข้าค่ายลูกเสือ 6 เดือน ถ้าฝึกเสร็จยังไงจะกลับมาประกาศข่าวอีกที อาจเล่าสลับมุมมองไปมาวุ่นวายนิดหน่อยนะครับ สเกลเรื่องนี้ขยายไประดับประเทศจนได้แล้วอ่ะนะ ประธานาธิบดีจอห์น เอริงตัน มีบทแล้ว ขอสรุปเพื่อให้ท่านผู้อ่านไอ้รับอรรถรสเต็มที่นะครับ 5555+

1.ตอนที่เกิดเรื่องเศร้ากับมายูมิ ครอบครัวของเบิร์น หรือแม้กระทั้่งการล่มสลายของบ้านแซนฟอร์ดและ MAT เนี่ย ทั้งหมดเกิดที่รัฐมิชิแกน และจอห์น เอริงตัน คือผู้ว่าการรัฐ คือหนึ่งในผู้ร่วมสมคบคิดกันปิดบังความผิดของตนเองร่วมกับฮาโรลด์ แฟรงคลิน นั่นเองครับ เหตุการทั้งหมดนี้เกิดในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันก็จริง แต่ก็แอบมีแทงข้างหลัง หักหลังกันอยู่เรื่อย ๆ เหตุผลก็ง่ายมาก เพราะนาตาเลียเป็นแฟนเก่าของจอห์น เขาช่วยเหลือนาตาเลียมากมายเลย แต่แฟรงคลินคือไอ้บ้าจากไหนไม่รู้ที่เข้ามาแล้วฆ่านาตาเลียรวมถึงญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ด้วย เหตุผลข้างต้นครับ เพราะแฟรงคลินทำเกินกว่าเหตุ เจ้าชู้ นาตาเลียเลยคิดจะเชือดทิ้ง โหดซะ วันดีคืนดีก็มามัดมือชกให้จอห์นสนับสนุนตนเองเป็นประธานาธิบดีบ้าง เอาเข้าไป แต่ทั้งคู่ยังต้องอาศัยพึ่งพากันครับ รอดูกันครับว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในเรื่องนี้

2.ซิดนีย์ คาร์เตอร์ ในตอนนี้ถูกเฉลยแล้วนะครับว่าหมอนี่ทำงานเกื้อหนุนกับแฟรงคลิน ในเนื้อเรื่องเบิร์นได้เตือนมิเชลล์เกี่ยวกับหมอนี่แล้ว แต่มิเชลล์ไม่เชื่อ รอดูต่อไปครับจะเกิดอะไรขึ้น คาร์เตอร์จะเผยหน้ากากที่แท้จริงเมื่อไร และเอดิสันจะกลับมาช่วยพวกพระเอกหรือไม่ ต้องรอลุ้นกัน

3.เกี่ยวกับมายูมิ มาติน สาเหตุที่ทำให้เธอต้องตายคิดว่าทุกคนน่าจะเข้าใจกันแล้ว เธอเคยเพ้อฝัน ทะเยอทะยานอยากจะเป็นนางพญา (ว่าไปนั้น 55555+) เธอเล่นกับไฟ เธอใฝ่สูง แต่สุดท้ายเธอก็ผิดหวังอย่างแรง จนวันนึงเธอได้มาเจอกับเอดิสัน เธอเลยค้นพบกับความจริงบางอย่าง ว่าบางครั้งคนเราก็แค่อยากจะอยู่กับใครสักคนที่เรารักและรักเรา ไม่ได้ต้องการคนที่เลิศเลออะไร (แอบน้ำเน่านิส อย่าว่ากัน) แต่สุดท้าย เพราะเธอดันรู้มากไปครับ เธอบังเอิญไปรู้เรื่องการสมคบคิดของแฟรงคลินที่ยังเป็นคนของ MAT จอห์น เอริงตัน ผู้ว่าการรัฐมิชิแกน และเฟร์นันโด เมนเดส มือขวาลอร์ดสเปนเซอร์ในเรื่องการสมคบคิดกันหักหลัง MAT เธอเลยต้องตาย

4.จอห์น เอริงตัน ในช่วงที่เกิดเรื่องการสมคบคิดนั้น เขาไม่ได้เห็นด้วยนัก เพราะความผูกพันที่มีกับนาตาเลีย แต่สุดท้ายเฟร์นันโดกับแฟรงคลินชิงลงมือไปก่อน ทำให้เขาหัวเสียมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็เลยตีมึนเออออหอหมกไปนั่นเองครับ

5.หลังจากเช้ามืดของวันที่ 1 พฤศจิกายน ผมจะขาดการติดต่อไปสักระยะนะครับ อาจจะประมาณ 2-3 เดือน หากมีอะไรผิดพลาด ติชมอะไร เม้นไว้ได้เลย ถ้าผมกลับมาจะรีบมาไล่แก้ให้ทันทีครับ จะคิดถึงทุกคนช่วงที่หายไปนะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย Kevin Ryman เมื่อ 12 ธ.ค. 2014, 22:20, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 02 พ.ย. 2014, 01:40

Re: MoRC: Chapter 36 : Act of Treason ครับ

ขอโทษที่มาเม้นท์ช้านะคะ ติดงานอยู่ (จริง ๆ ตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ แต่ปวดหัว ไม่ไหวกับงานละ หนีมาอ่านฟิคพี่ดีกว่า :e7)

พวกมันไม่ใช่โจรกระจอกแน่ เบิร์นคิด พวกมันติดอาวุธครบมือ เบิร์นจำเป็นต้องคิดวางแผนใหม่ เปิดหน้าแลกกับพวกมันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแน่น
น.หนูเกินมาค่ะ แต่ประโยคก่อนหน้านี้ก็เพิ่งมีคำว่า "แน่" ไป ตัดออกเลยก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ซ้ำ

เหลือไปทางขวามือ เป็นซอยตรงไปยังถนนใหญ่
เหลือบ

หล่อนหวงสวัสดิภาพของเรเชลมากที่สุดในขณะนี้
ห่วง

“ให้ชั้นเดา นี่คงเป็นฝีมือของท่านรองชินเซกิ” อาแมนด้าเอื้อมตัวไปหยิบบุหรี่จากหัวเตียงขึ้นมาจุด หญิงสาวในสภาพเปลือยนอนคว่ำ เผยให้เห็นช่วงหลังเปลือยโชว์ผิวเนียน ทรวงอกอวบอิ่มของหล่อนสั่นกระเพิ่มตามจังหวะหายใจ
ถ้านอนคว่ำอยู่นมน่าจะแนบเตียงนะคะ มันไม่น่าจะกระเพื่อม

วุฒิสมาชิกจบบรั่นดีแก้เซ็ง
จิบ

“รู้สึกดีใจมากที่แกเป็นห่วงเป็นใหญ่เมียชั้น”
ใย

แกเป็นน้องชายดีหนึ่งประเภทหนึ่งเสมอมาเจสัน”
อันนี้งงจริงว่าพี่ตั้งใจจะพิมพ์อะไร

ไอ้ห่า ฉันไม่แปลกใจหรอกว่าทำไม MAT ถึงล่มสลายได้ถึงขนาดนั้น แอนโธนี่แม่งก็บ้า นาตาเลียแม่งก็เสือกโลกสวยอีก เข้าใจไว้ด้วยเจสัน ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ คนอย่างแกจะไม่มีวันได้มายืนเถียงฉันคอเป็นเอ็นอย่างที่แกกำลังทำ แกอยากเห็นฉันติดคุกหมดอนาคตใช่ไหม? แกอยากเห็นพี่น้องในครอบครัวของพวกเราต้องป่นปี้เพื่อแลกกับอุดมการณ์สวยหรูของแกซินะ”
อันนี้ไม่ผิดอะไร แต่จะบอกว่าอ่านแล้วโคตรฮา ชอบมาก 55555555555555

ไว้ฉันได้เป็นตัวแทนพรรคจะหาสาวให้แกควรแก้เหงา”
ควง

------


ตอนนี้มันส์มากพี่ อย่างแรกเลยคือดีใจที่ได้ข่าวคราวของพระเอกนางเอก แต่มันส์โคตร ๆ คือบทของสองพี่น้องแฟรงคลิน แบบว่าแฮรี่ด่าเจสันกับนาตาเลียได้ฮามาก ๆ คืออ่านไปขำไป แล้วไอ้คนน้องก็กะไร จะตีท้ายครัวพี่มึงทั้งทีไม่ทำให้เนียน ๆ หน่อยเหรอ เขารู้กันไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำแล้ว ยังจะหน้าด้านอยู่อีก ขอให้หย่ามาแต่งกันเป็นเรื่องเป็นราวไปเลยเถอะ เห็นแล้วเพลียใจ 555555

ว่าแต่สงสัยจริง ๆ ว่าทำไมเจสันถึงไปติดใจเมียพี่เข้าขนาดนั้น ซินเธียเคยทำอะไรให้ตอนหนุ่ม ๆ หรือนี่ แล้วสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันระดับไหน xxyyzz กันหรือยัง เพราะเห็นป่วยมานานแล้วซินเธีย ไม่ตายสักที (จะว่าไปชักนอกเรื่อง) แล้วที่ผ่านมานี่ตามประกบซินเธียมาคนเดียวเลยเหรอ สาวคนอื่นไม่มีตกถึงท้องเลยหรือนี่ ถ้าเป็นอย่างนี้เดี๋ยวให้ "วิลเลี่ยม เกรย์" มาชวนไปนั่งดื่มปรับทุกข์กันได้ เพราะหลงรักเมียชาวบ้านเขาเหมือนกัน ซวยไป :e13

ตอนหน้านี่ Ghost จะโผล่แล้วสินะ อยากรู้จริง ๆ หมอนี่มีอดีตอะไรกับอาแมนด้าเพิ่มเติมอีกไหม แถมยังเป็นคนแรกของเธอซะด้วย (ถ้าจำไม่ผิด) นางเอกพระเอกก็ขอให้เจอกันสักทีเถอะ สาธุ

ป.ล. ขอให้กลับมาจากค่ายลูกเสือโดยสวัสดิภาพนะคะพี่ เป็นกำลังใจให้ :e16

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2489

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 02 พ.ย. 2014, 16:09

Re: MoRC: Chapter 36 : Act of Treason ครับ

อยากบอกว่าชักชอบแฟรงคลินล่ะ ดูเป็นตัวร้ายแบบเก๋า ๆ เด็ดขาดดี ชั่วก็รู้ตัวว่าชั่ว ไม่เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงผีเข้าผีออกเหมือนคนวัยใกล้หมดเมนส์แบบเอดิสัน

แถมได้เห็นมุมน่ารักของแฟรงคลินด้วย (ไม่อยากเชื่อว่าจะมี) แบบว่าเป็นคนที่รักน้องจริง ๆ นะเนี่ย ขนาดน้องแม่งทำไรก็ไม่ได้อย่างใจ โลกสวย กรูทำไรก็คอยตามด่า (แต่ตัวเองไม่ทำห่ะไร = =) แอบจ้องเมียตรูอีก ซึ่งอันนี้โอเคพอรับได้ แต่ไอ้ที่รู้เห็นเป็นใจว่าเมียกะพี่เมียจะฆ่าตรูนี่มันอาร๊ายยยย ไม่รู้แฟรงคลินรู้เรื่องนี้ป่าวนะ แต่ถ้ารู้แล้วยังรักน้องอยู่ได้เนี่ย ต้องบอกว่าจริง ๆ เอ็งนี่เป็นพี่ชายดีเด่นแห่งปีเลยนะเนี่ยแฟรงคลินเอ๋ย เบิร์นนี่แพ้กราวรูดเลย TT^TT

สุดท้ายคาร์เตอร์เป็นหนอนบ่อนไส้จนตาย เห้อ จะมีใครไว้ใจได้บ้างมั้ยเนี่ย (แต่ไม่แน่ ๆ อาจจะมีพลิกล็อก)
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 12 ธ.ค. 2014, 22:22

Re: MoRC: Chapter 36 : Act of Treason ครับ

ประกาศข่าวครับ

ตอนนึักองพันปล่อยให้พวกทหาร 6 เดือนมาทำเรื่องเอกสารลดหย่อนเวลาประจำการ ผมยังมีเวลาถึงวันจันทร์นี้ก่อนกลับกองพัน ก็ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามครับ กลับบ้านอีกรอบก็น่าจะช่วงใกล้ปีใหม่นี่แหละ ที่เหลือก็แค่ไปรายงานตัวกับ บก.ร้อย เพื่อรอปลดเดือนเมษา เบื้องบนเมตตาน่ะครับ ปล่อยให้พวกเป็น 6 เดือนไปทำอะไรที่ชอบ ๆ ดีกว่าอยู่ในค่ายกักกัน เงินเดือนทหารยกให้หลวงไป ให้ไปเลย ผมไม่เอาแล้ว 555555+

สำหรับตอนหน้า คิดว่าปีใหม่ทุกคนน่าจะได้อ่านกัน มาลุ้นกันต่อครับ ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป รับรองครับว่า MoRC Part นี้ เข้มข้นกว่าเดิมแน่นอน
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 06 ก.พ. 2015, 00:25

Re: MoRC: Chapter : 37 : Washington D.C. เร็ว ๆ นี้ครับ

อัพหน้าตัวละครมั่ง....

คือถ้าใครไปอ่านใน PR จะรู้ว่ามันเป็นความซนของผมเอง 55555+ ทีนี้ถามว่าผมเอาลิงค์มาจากไหน จากนี่ครับ ใครสนใจอยากเล่น เชิญเลย กลับมาจากทหารรู้สึกว่าจะมุ้งมิ้งกว่าเดิม แอร๊ยยยยยยยย

http://www.rinmarugames.com/game/?game_id=421

แต่ปัญหาคือ ผมเซฟรูปไม่ได้ ก็เลยแก้ปัญหาแบบบ้าน ๆ คือ Screen Capture ม่างเลย เอาไปดูระหว่างรอตอนต่อไปทั้งในส่วนของ MoRC และ LL นะครัช หลังวาเลนไทน์ผมจะเริ่มอัพฟิคอีกครั้งแล้ว ขอเวลานิสนุง

จากซ้ายไปขวา (บน) เบิร์นคนพี่,มิเชลล์,ไทเลอร์,เรเชล,เอดิสัน
จากซ้ายไปขวา (ล่าง) อาแมนด้า,คาร์เตอร์,เกรซ,เจคอบ,ท่านรองแคมเบลล์

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 08 ก.พ. 2015, 03:38

Re: MoRC: อัพเดตรูปตัวละครแบบมังงะ บ้า....แล้วว่างมาก เหอะๆๆ

ขำท่านรองมีถือกุหลาบด้วย สุภาพบุรุษแดนใต้จริง ๆ
แต่ตาเจคอบนี่หื่นออกนอกหน้าไปนะ :e13

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2489

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 08 ก.พ. 2015, 03:55

Re: MoRC: อัพเดตรูปตัวละครแบบมังงะ บ้า....แล้วว่างมาก เหอะๆๆ

มิเชลนี่ยังกะแฝดหญิงของวิคเตอร์เลยนะ หน้าเหมือนกันมว๊ากกก ตอนแรกนึกว่าวิคเตอร์มาแจมใน MoRC ด้วย :e1
เจคอบนี่มันดูหื่น ๆ แต่หน้าตาน่ารักดีนะ 555
ท่านรองนี่แบบว่า...ดูมาดเสือผู้หญิงคาสโนว่ามาเลยอ่ะ โอว :e12
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 26 พ.ค. 2015, 00:49

Re: MoRC: Chapter 37 : A Fool Boy ครับ

รูปภาพ

Full Name : Rachel Gwendolyn Burns
AKA : Rachel G.Burns
Job : Highschool Student
Age : 17
Height : 165 Cm
Weight : 45 Kg
Blood Type : O
Birthday : Monday 9th March 1981
Birthplace : Midland,Michigan


เด็กสาววัยรุ่นแห่งชมรมเชียร์ลีดเดอร์ แร็คคูนไฮสคูล เรเชลเป็นน้องคนเล็กของครอบครัวเบิร์น ทุกคนล้วนรักใคร่เรเชล หล่อนเป็นเด็กสาวที่เข้มแข็งเกินวัย หล่อนพยายามซ่อนความรู้สึกไม่มั่นใจและอ่อนไหวภายใต้รอยยิ้มสดใสของเธอ เธอไม่ต้องการให้ใครเห็นว่าเธออ่อนแอ เธออยากจะเข้มแข็งให้ได้อย่างพี่ชายหรือแม้กระทั่งมิเชลล์ ว่าที่พี่สะใภ้ของเธอในอนาคต

ครอบครัวเบิร์น ควรจะมีชีวิตที่มีความสุขที่เมืองอันสงบสุขอย่างมิดแลนด์ แต่ทุกอย่างก็จบสิ้นลงเมื่อโจรชั่วบุกเข้ามาในบ้านก่อนสังหารแมรี่และเจมส์ เด็กน้อยเรเชลกำลังจะถูกโจรชั่วขมขื่นต่อหน้าพี่ชายในวัยที่เรียกว่านมพึ่งแตกพานจะช่วยอะไรได้ ทันใดนั้นก็มีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย จอร์จ แคมเบลล์

เด็กสาวสั่นเทาด้วยความกลัว แต่เป็นพี่ชายของหล่อน เอ็ดเวิร์ด ที่ยื่นมือมาโอบกอดเธอไว้ เด็กหนุ่มแบ่งช็อตโกแล็ตจากคุณลุงใจดีให้น้องสาวแทนคำปลอบโยนหลังพ่อแม่บังเกิดเกล้าของตนพึ่งเสียชีวิต แม้สิ้นคิด แต่เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของเด็กหนุ่มที่ชื่อเบิร์น

ต่อมาเด็กทั้งคู่ถูกส่งไปยังบ้านญาติของเจมส์ซึ่งอยู่ในเมืองมิดแลนด์ มิชิแกน เช่นเดียวกัน ห่างจากบ้านเก่าเพียงไม่กี่บล็อคถนน เอ็ดเวิร์ดมักจะปั่นจักรยานพาเรเชลไปดูบ้านเก่าของตน ทั้งคู่มีอดีตที่น่าจดจำในบ้านหลังนั้น ต่อมาบ้านหลังนั้นถูกทุบทิ้งเพื่อสร้างสวนสาธารณะแห่งใหม่

ต่อมาเอ็ดเวิร์ด เบิร์น ได้สมัครเข้าโรงเรียนตำรวจ เด็กหนุ่มสัญญากับน้องสาวว่าทันทีที่เรียนจบจะกลับมารับหล่อนไปอยู่ด้วยกัน เรเชลรอคอยการกลับมาของพี่ชายทุกคืนวัน

สุดท้าย การรอคอยที่นานแสนนานได้จบลง พี่ชายของเธอกลับมารับเธอไปอยู่ด้วย พร้อมกับพี่สาวคนใหม่ มิเชลล์ การ์ดเนอร์ ใครสักคนที่เรเชลรัก รักไม่แพ้พี่ชายแท้ ๆ ขอตน ทุกอย่างควรจะกลับเข้ารูปเข้ารอย เบิร์นคนน้องเฝ้าฝันถึงวันที่สวยงามอีกครั้ง แต่มันไม่ง่ายแบบนั้น....
แก้ไขล่าสุดโดย Kevin Ryman เมื่อ 26 พ.ค. 2015, 11:26, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง.
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 09 มิ.ย. 2015, 00:47

Re: MoRC: Chapter 37 : A Fool Boy ครับ

Chapter 37 : Family Reunion

13 March 1988
23.30 pm. Burns family's House, Midland City



“นังหนู กลิ่นตัวน้องมันหอมน่าฟัดบรรลัย” คนโฉดจีซุสพยายามซุกไซร้ซอกคอเด็กสาว ไอ้เปรตคนนี้มันขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องข่มขืนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยเฉพาะลูกสาวคนเล็กของครอบครัวเบิร์น อยู่ในข่ายที่ได้รับการพิจารณา

เรเชล เบิร์น พยายามเมินหน้าหนีด้วยความกลัว แต่เด็กน้อยไม่อาจจะหลุดจากอ้อมกอดของผีห่าซาตานตนนี้ไปได้ เด็กสาวพยายามร้องแหกปากร้องเสียงดัง

“เงียบซะนังหนู” จีซุสปิดปากเด็กน้อย “เงียบซะ…เงียบ หนูคงไม่อยากให้พ่อของหนูต้องเจ็บแบบแม่ใช่ไหม?” ทรชนกระซิบข้างหูเด็กสาว

“เรเชล…เงียบซะลูก” เจมส์ เบิร์น สั่งลูกสาว “ขอแค่หนูเงียบ พ่อจะไม่เป็นไร หลังจากวันนี้ไปทุกอย่างจะเรียบร้อย”

“ไอ้หนุ่ม ส่วนแกมานี่” แม็ดด๊อกจิกผมของเด็กหนุ่ม เบิร์นคนพี่ร้องเสียงหลงเพราะความเจ็บปวด ไอ้โฉดมัดเขาไว้กับเก้าอี้อีกตัว “อย่าคิดตุกติก เพราะฉันไม่ตลกด้วย และแกคงไม่อยากเห็นพ่อแกขึ้นอืดแบบแม่แกใช่ไหม?”

เอ็ดเวิร์ด เบิร์น ขบฟันกรามแน่น ทั้งเลือดและน้ำตาเปรอะเต็มไปหมด เด็กหนุ่มเหลือบมองศพของแม่ที่โดนคนชั่วยิงตายต่อหน้า นัยน์ตาสีน้ำเงินของเขาแดงก่ำ ด้วยความเสียใจ ความแค้น ความเกลียดชัง เขาอยากจะฆ่าไอ้บ้าทั้งสองให้ตายคามือ

“อย่าทำอะไรลูกผม…” เจมส์ เบิร์น ร้องขอความปราณีจากจอมโหด ใบหน้าของหนุ่มใหญ่บอบช้ำไปด้วยรอยทุบต่อยจากหมัดและของแข็ง “พวกเขาไม่เกี่ยว ปล่อยพวกเขาไปซะ”

“ก็ได้…” แม็ดด๊อก หนึ่งในขบวนการชั่วเอ่ยปาก หลังจากตบเกรียนไอ้เด็กเกรียนเบิร์นคนพี่เป็นการสั่งสอน “ก่อนอื่นฉันอยากรู้ว่า นอกจากเรื่องเอกสารลับที่แกได้จากมายูมิ แกส่งไปให้ใครอีก บอกมา แล้วฉันจะละเว้นโทษตายให้ลูกแก”

“ฆ่าไอ้เด็กเวรนั่นซะแม็ดด๊อก” จีซุสเสริม ขณะกำลังพยายามทำอนาจารเด็กสาว “ส่วนนังหนูนี่ชั้นขอนะ”

“อย่าทำเธอ ไอ้บ้าเอ้ย!” เจมส์ เบิร์น ร้องลั่นบ้าน หนุ่มใหญ่ถูกผูกมัดไว้แน่นกับเก้าอี้ เบิร์นคนพ่อพยายามดิ้น แต่ไร้ผล

“หยุดก่อนจีซุส…” แม็ดด๊อกปราม “ฉันไม่อยากให้เจ้าจำปีของแกออกมาเซย์ไฮตอนนี้ ถ้าแกยังไม่หยุดหื่น ฉันจะยิงแกซะ”

“แกฆ่าเมียฉันไปแล้ว ได้โปรด…” เบิร์นคนพ่อพยายามอ้อนวอนสุดชีวิต หนุ่มใหญ่วัยกลางคน ใบหน้าเหี่ยวย่นตามอายุขัย นัยน์ตาสีน้ำเงินที่เคยสดใสและฉายแววความเป็นนักข่าวผู้รักความยุติธรรมแดงก่ำ ด้วยความเจ็บปวด หนุ่มใหญ่รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่อาจปกป้องคนที่ตนเองรักได้ ในฐานะผู้นำครอบครัว นี่คือความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

“ถ้าแกยังเล่นลิ้นกับฉัน หรือคิดถ่วงเวลาบ้าบออะไร” แม็ดด๊อก เล็งไกปืนยังลูกชายคนโต เอ็ดเวิร์ด เบิร์น ที่โดนมัดมือมัดเท้าบนเก้าอี้ “ศพต่อไปที่แกจะได้เห็นคือศพของลูกชายแก”

“ก็ได้…” หนุ่มใหญ่ขบฟันแน่น “หลังจากที่ฉันได้หลักฐานจากมายูมิ ฉันถ่ายสำเนามันไว้จำนวนนึง ไว้ใช้อ้างอิง และส่งไปให้เพื่อนที่ฉันรู้จัก เพื่อนที่คิดว่าเค้ามีแบ็คอัพหนุนหลังมากพอจะเอาผิดนายแก เขาทำงานเป็นนักข่าวเหมือนกัน”

“มันเป็นใคร?” ทรชนถือปืนถามเพื่อความชัดเจน ปืนในมือของมันยังคงเล็งไปที่เบิร์นคนลูก

“เท็ด…” เจมส์ เบิร์น ถอนหายใจยาว “...ขอโทษนะเพื่อน ฉันจำเป็นว่ะ เท็ด คูเปอร์ หัวหน้ากองบรรณาธิการข่าวนิวส์ยอร์ก ไทม์”

“ระยำแล้วไหมล่ะ!” จีซุส มีท่าทีตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด “เราต้องรีบฆ่ามันนะแม็ดด๊อก ไอ้บ้าเท็ดมัน…”

“หุบปากแกซะ…” แม็ดด๊อกสั่งเพื่อน “พูดมา มีใครอีก”

“แค่เท็ด…คนเดียว” เจมส์ เบิร์น มองตาไอ้ชั่วแบบวัดใจ “แกเองก็รู้ เท็ด คูเปอร์ เป็นอีกหนึ่งคนที่เจาะเกาะติดเรื่องของ MAT ไม่ต่างจากฉัน ถ้าเป็นเท็ด เรื่องของพวกแกจะฉาวโฉ่ไปทั่วอเมริกา”

“แกไม่ฉลาดเอาเลย…” แม็ดด๊อกแสยะยิ้ม “มีอะไรจะสั่งเสียกับลูกแกไหม?”

“พ่อครับ…” เบิร์นคนลูกร้องเสียงหลง ขณะกำลังพยายามดิ้นจากพันธการ แต่ก็ต้องหยุดทุกอย่างไว้เพราะมีแท่งโลหะจอที่แก้ม

“อย่าห้าว” แม็ดด๊อกกล่าวเตือน “ยิ่งแกห้าวเท่าไร พ่อของแกจะยิ่งซวยมากเท่านั้น”

“ป๋าคิดว่าหนูคงไม่อยากเห็นภาพนี้” ไอ้หื่น จีซุสปิดตาเด็กน้อยเรเชล เบิร์น “ไม่ร้องนะ เด็กดี ยอดยาหยี ไม่ร้องนะ เอ่เอ้ขวัญเอ้ยขวัญมา...”

เอ็ดเวิร์ด เบิร์น ในวัยเพียง 14 ปี ทำได้แค่เพียงสาปแช่งพวกมันในใจ สายตาของเด็กน้อยเหลือบมองไปเห็นตุ๊กตาฮีโร่มาร์เวล ‘กัปตันอเมริกา’ เขาอยากจะเป็นให้ได้อย่างที่สตีฟ โรเจอร์ทำ แต่นั่นมันเป็นแค่การ์ตูน เขาอยากจะปกป้องครอบครัวด้วยโล่ห์แห่งความยุติธรรม เพียงแต่ในโลกของความเป็นจริง มันโหดร้ายยิ่งกว่านั้น ไม่มีพระเอกฮีโร่ ไม่มีใครมีอำนาจหรือพละกำลังจะเปลี่ยนแปลงโลกที่บัดซบเช่นนี้ได้

ในขณะเดียวกัน กลุ่มตำรวจจากมิดแลนด์ นำโดยจอร์จ แคมเบลล์ และทีม นำกำลังตำรวจน้ำดีกลุ่มสุดท้ายที่ยังยืนหยัดอยู่ ด้วยอาวุธครบมือ เพื่อตามมาช่วยเหลือครอบครัวเบิร์น

“ความตายของมายูมิ ของนายอำเภอเลวินสตีนจะต้องไม่สูญเปล่า” หลังจากพูดกับตัวเองจบ หนุ่มใหญ่ในชุดมือปราบหันกลับไปมองหน้าลูกทีมทุกคน ราวกับต้องการความมั่นใจ ลุยไหนลุยกัน

“ฉันเหลือแต่พวกแกแล้วว่ะ เอ็ดดี้แม่งบอกลาฉันแล้ว ขอบใจพวกแกมากที่ยังยืนอยู่ข้างฉัน ดีใจมากที่ยังมีคนอยากลุยนรกกับฉันอยู่ ฉันจะไม่ลืมเลย”

………………………………………………………………………………….


4 August 1998
02.40 pm. Tyler’s Family House, Raccoon City



มันเป็นกลางดึกของมหานครอย่างแร็คคูนซิตี้ ประชาชนส่วนใหญ่ของเมืองต่างหลับไหลนอนพักเอาแรงเพื่อตื่นมาสู้ชีวิตในรุ่งเช้า ยกเว้นเพียงแค่คู่หนุ่มสาวบนรถยนต์สีบลอนด์ ซึ่งกำลังแล่นไปตามถนนยามค่ำคืน


“คุณบ้าหรือไงที่มาพบกับพ่อแม่ของไทเลอร์ตอนนี้!” เกรซ แคมเบลล์ หัวเสียหลังถูกเอ็ดเวิร์ด เบิร์น ขอร้องแกมบังคับให้รีบขับรถมายังบ้านของไทเลอร์เลย แทนทีจะรอให้ถึงเช้าตามที่ได้นัดหมายไว้

“ผมไม่ได้บ้าหรอก” เอ็ดเวิร์ด เบิร์น แย้ง “ตอนนี้ผมเป็นคนที่ตำรวจทุกนายในเมืองนี้หมายหัวอยู่ ผมรอถึงเช้าแบบคุณไม่ได้ ถ้ามีอะไรผิดจากที่คาดไว้ ผมจะได้พาเรเชลน้องผมหนีไปกับผม”

“โอเค...ว่าไงว่าตามกัน” ลูกสาวท่านรองพยักหน้า ปล่อยเกียร์ว่าง บิดกุญแจปิดเครื่องรถยนต์ Ford Focus 97 สีบลอนด์ “อย่าทำอะไรงี่เง่า แบบที่คุณทำกับชั้นตลอดการเดินทางล่ะ คุณตำรวจ”

“ผมไม่ใช่ตำรวจแล้ว…” เบิร์นคนพี่ยิ้มเจื่อน “เรียกผมว่าเบิร์นก็พอ”

“อืม…” เกรซปิดประตูรถ หญิงสาวไม่สนใจสังเกตท่าทีของชายหนุ่ม “ก็ได้…รีบไปกัน”

ทั้งคู่เดินปรี่ตรงไปยังหน้าบ้านครอบครัวไทเลอร์ มันเป็นบ้านจัดสรร มีรั้วไม้กั้นสนามหญ้าและสวนดอกไม้ ด้านข้างเป็นโรงจอดรถ เอ็ดเวิร์ดมองดูโดยรอบด้วยความสนใจ

“บ้านไอ้หนุ่มไทเลอร์น่าอยู่ดีแหะ” เขาฝันอยากจะมีบ้านแบบนี้ มีครอบครัวอบอุ่น มีมิเชลล์และเรเชล อยู่ในบ้านเดียวกั แม้ว่ามิเชลล์จะไม่ได้ปฏิเสธ แต่หล่อนเคยยืนกรานว่า หล่อนยังไม่อยากแต่งงานมีลูก หล่อนฝันอยากจะเป็นนักข่าวที่ดังที่สุดในอเมริกา จุดหมายปลายทางของเธออยู่ที่สำนักข่าว CNN มากกว่าจะเห็นตัวเองเป็นแม่บ้านตำรวจแล้วเลี้ยงลูก นั่นเป็นข้อถกเถียงสำหรับคู่รักทั้งสองที่ยังไม่อาจจะหาข้อยุติลงได้ในปัจจุบัน

“เอาล่ะนะ คุณเบิร์น” เกรซมองหน้าชายหนุ่มแทนคำถามว่า ‘พร้อมหรือยัง?’

“เอาเลย…” เอ็ดเวิร์ด เบิร์น เตรียมพร้อม ปืนกลเล็ก MP5A3 ในมือพร้อมรบ

“พระเจ้า!” หญิงสาวอุทาน “นี่เรากำลังมาหาคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพวกเดียวกับเรา น้องสาวคุณก็อยู่กับพวกเขานะ”

“สำหรับผม พวกอัมเบลล่าทุกคนมันระยำตำบอนเหมือนกัน” ชายหนุ่มเอ่ยปาก แอบซ่อนอยู่ข้างประตู เตรียมพร้อมรบ หากเกิดกรณีจำเป็น “เร็วเข้า ผมไม่อยากให้ใครมาเห็นผมกับคุณกำลังถือปืนอยู่หน้าบ้านคนแบบนี้”

“เชื่อเค้าเลย…” หญิงสาวกดกริ่ง ทิ้งระยะเวลาไว้ประมาณ 5 วิ ก่อนกดย้ำเป็นครั้งที่สอง “อ้อ! คนที่ถือปืนน่ะ คุณเองนะ ไม่ใช่ชั้น”

“เกิดอะไรขึ้น?” อดีตมือปราบหน้าเสีย ไม่มีการตอบรับจากเจ้าของบ้าน “เกิดอะไรกับพวกเค้า แล้วเรเชลล่ะ?”

“ใจเย็นบ้างก็ดีนะ คุณเบิร์น” เกรซ แคมเบลล์ มองค้อนใส่เบิร์นคนพี่ “ดูเวลาด้วยว่าตอนนี้คนปรกติเค้าควรทำอะไร นอนค่ะ นอน ไม่ใช่เวลามาปิ้งมาชเมลโล่”

“เอ่อ…คุณพูดถูก” ไอ้หนุ่มจากมิดแลนด์ยิ้ม ฝีปากจัดจ้าน มันทำให้เขานึกถึงแฟนสาว มิเชลล์ การ์ดเนอร์

“เกรซ…” เบิร์นคนพี่เอ่ยปากถาม “คิดยังไงถึงเรียนพยาบาล?”

“คุณถามอะไรของคุณ?” เกรซเหลือบมองค้อน

“น้องสาวผมก็อยากเรียนพยาบาลเหมือนกัน” อดีตมือปราบตอบ “เหมือนคุณ…”

“ทำไมเหรอ? อยากให้ชั้นแนะแนวให้ ว่างั้น?” ร่างบางย้อน “บางทีน้องสาวคุณอาจจะดูดี มีสติสตังกว่าคุณนะ”

แสงไฟภายในบ้านเปิดสว่าง อาขันตุกะมีท่าทีผ่อนคลาย โดยเฉพาะเอ็ดเวิร์ด เบิร์น เสียงย่ำเท้าภายในบ้านดังขึ้น เป็นสัญญาณตอบรับจากเจ้าบ้าน

หลังจากประตูเปิดออก คู่สามีภรรยาอย่างเลียมและลินดา พร้อมอาวุธปืนปรากฏตัว เผชิญหน้ากับแขกผู้มาก่อนกำหนด โดยเฉพาะฝั่งเลียมที่มีปืนลูกโม่ S&W .22 ขนาดพกพาในมือ ทั้งคู่เห็นเบิร์นและเกรซมาตั้งแต่แรก พร้อมกับการวางแผนการในหัวบางอย่าง...

“เกรซ! ไหนคุณบอกว่าคุณจะมาตอนเช้า?” เลียม ไทเลอร์เอ่ยปากถามแบบไม่อ้อมค้อม “คุณมากับเค้าได้ยังไง?”

“เอ่อ…เรื่องมันยาวน่ะ” เกรซ แคมเบลล์พยายามหลีกเลี่ยงการนองเลือดจากทั้งสองฝ่าย หญิงสาวผายมือเหมือนพยายามห้ามปรามทั้งคู่ “เบิร์น ลดปืนลงเดียวนี้”

“ไม่! จนกว่าผมจะรู้ว่าน้องสาวผมยังปลอดภัย” ปืนกลมือประทับบ่าพร้อมยิง ถึงแม้ใจยิงชายหนุ่มไม่คิดจะลั่นไกก็ตามที “พวกคุณเป็นคนของอัมเบลล่า!”

“ผมรู้จักคุณ” หนุ่มใหญ่เจ้าของบ้านเอ่ยปาก “คุณคือเอ็ดเวิร์ด เบิร์น ตำรวจแร็คคูน”

“แล้วคุณเป็นใครล่ะ?” เบิร์นย้อนถาม ขณะกำลังเดินเข้าไปในบ้าน สองสามีภรรยาถอยร่น ปืนกลมือยังคงประทับบ่าพร้อมยิง เกรซ แคมเบลล์รีบปิดประตู่ก่อนที่ใครจะมาเห็นทั้งคู่กำลังเล็งปืนใส่กัน “ที่ผมรู้ คุณคือคนของอัมเบลล่า น้องสาวผมยังอยู่กับคุณใช่ไหม?”

“ใช่…” หนุ่มใหญ่พยักหน้า “แต่พวกเราไม่ใช่คนอย่างที่คุณคิด เรเชลอยู่กับผม เธอสบายดี ทีนี้คุณลดปืนได้หรือยัง?”

“แล้วผมเชื่อใจคุณได้มากน้อยแค่ไหน?” ร่างสูงย้อนถามเพื่อความชัวร์

“ถ้าเราคิดเล่นแง่กับคุณ เราคงโทรเรียกตำรวจมาจับพวกคุณแล้ว” ลินดา ไทเลอร์ เอ่ยปากขึ้นมาบ้าง หลังจากสงวนคำพูดอยู่นาน “เชื่อชั้นเถอะ สามีชั้นเป็นคนดี พวกเรากำลังคิดจะเปิดโปงอัมเบลล่า เหมือนคุณ”

“เกิดอะไรขึ้นครับพ่อ?” อารอน ไทเลอร์ ได้ยินเสียงคุยจากชั้นล่าง เด็กหนุ่มเดินลงบันไดมาทั้งชุดนอนในสภาพงัวเงีย พลันเมื่อเห็นพ่อและอดีตมือปราบเล็งปืนใส่กัน มันทำให้ไอ้หนุ่มผมหยักศกเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจ “นี่มันอะไรกัน? ผมจะโทร 911”

“ใจเย็นอารอน...” เลียมสั่งลูกชาย “คุณเบิร์น ผมว่าเราทั้งสองฝ่ายลดปืนลงเถอะ ไม่มีประโยชน์ที่เราจะมาฆ่าฟันกัน เชื่อผมเถอะ!”

“ก็ได้…” เบิร์นคนพี่รับคำ เหลือบตามอบไทเลอร์ครู่นึง อดีตมือปราบกดเซฟปืน ลดปืนลง “ขอโทษที่ผมเข้าใจคุณผิด แต่ผมอยากเจอน้องสาวผม”

“พี่!” เรเชลร้องทักพี่ชายด้วยความดีใจ เด็กสาวเดินตามไทเลอร์มาไม่ห่าง หล่อนรีบวิ่งลงบันไดโผล่เข้ากอดพี่ชาย “นี่คือพี่จริง ๆ ใช่ไหม? ชั้นไม่ได้ฝันไปแน่นะ?”

“พี่เอง…เรเชล” เบิร์นคนพี่กอดน้องสาวด้วยความรักพร้อมกับประทับรอยจูบที่หน้าผาก “พี่คิดว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วซะอีก”

“ทำไมพี่พูดแบบนั้นล่ะ?” เบิร์นคนน้องมองค้อน “แล้วมิเชลล์ล่ะ? พี่ได้คุยกับเธอบ้างหรือยัง?”

“คุยกันแล้วเรเชล ตอนนี้มิเชลล์อยู่ ดี.ซี.” อดีตมือปราบอธิบาย “ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ทุกอย่างจะเรียบร้อยในเร็ววัน ว่าแต่ทำไมเธอถึงใส่ชุดอะไรที่มันดูรุ่มร่ามแบบนี้ เสื้อผ้าเธอไปไหน?”

“ชุดของไทเลอร์น่ะ…” เรเชลตอบ “เรื่องมันยาว แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่พี่คิดนะ”

“แกทำอะไรน้องสาวฉัน ไอ้หนุ่ม?” โรคหวงน้องสาวกำเริบอดีตมือปราบอีกรอบ เบิร์นคนพี่มองไทเลอร์ตาขวาง “แกทำอะไรน้องสาวฉัน?”

“ผมเปล่านะ…”อารอน ไทเลอร์ปฏิเสธลั่น ผายมิออธิบายเรื่องราวทั้งหมด “ผมแค่ให้เธอยืมเสื้อผ้าผมใส่”

“ให้ยืมแล้วทำอะไรอีก?” ไอ้หนุ่มเลือดร้อนจากมิดแลนด์ไม่ยอมความ “วันนั้นฉันเห็นนะ เห็นสายตาของแกที่มองน้องสาวฉัน แกคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแกคิดอะไรกับน้องสาวฉัน”

“มันไม่ใช่อย่างที่พี่คิดเลยนะ” เรเชลแย้งเต็มกำลัง “ถ้าไม่ได้ไทเลอร์ ไม่ซิ…พ่อแม่ของไทเลอร์มาช่วยชั้นไว้ ชั้นก็คงไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไง”

“ใจเย็นก่อนเถอะ!” เกรซรีบเข้าไปช่วยห้ามอีกแรง “ชั้นไม่รู้ว่าคุณกับเจ้าหนุ่มนั่นมีปัญหาอะไรกันก่อนหน้านะ แต่ตอนนี้เราอย่าลืมว่าเรามาทำอะไรกัน อย่าหลงประเด็น มีสติก่อนค่ะคุณพี่ขี้ยั้ว” นักเรียนพยาบาลเข้ามาหย่าศึก “เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว”ครอบครัวไทเลอร์ต้องการปลดแอกจากอัมเบลล่า ชั้นต้องการรู้สาเหตุที่พ่อตาย ส่วนคุณ…คุณเบิร์น คุณต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าบริสุทธิ์ เรามีศัตรูร่วมกันนะ”

“ลูกชายของเราไม่ได้ทำอะไรรุ่มร่ามกับน้องสาวคุณแน่” เลียม ไทเลอร์ เจ้าหน้าที่ตงฉินจากอัมเบลล่ายืนกราน “เชื่อผมเถอะ ผมเป็นผู้ใหญ่ที่สุดในบ้านแห่งนี้ กว่าพวกคุณทุกคน คุณตำรวจ”

“เรียกผมว่าเบิร์นเถอะ” เจ้าของเรือนผมสีทองแย้ง “ผมไม่ใช่ตำรวจอีกแล้ว”

“คุณเป็นคนดี” หนุ่มใหญ่กล่าวน้ำเสียงทุ้ม “สักวันหนึงพระเจ้าจะช่วยคุณ”

“ชั้นว่าเรารีบเข้าไปข้างในเถอะ เรามีอะไรต้องคุยกันอีกเยอะเลย” ลินดาเสริมขึ้นมาบ้าง

“โอเค..” อดีตมือปราบรับคำ “ว่าไงว่ากัน”


.........................................................................


4 August 1998
03.30 pm. Tyler’s Family House, Raccoon City


เกือบครึ่งชั่วโมงกับการนั่งสุมหัวพูดคุยเรื่องราวทั้งหมดของครอบครัวไทเลอร์ทั้งสามคนพ่อแม่ลูก เกรซ แคมเบลล์ ลูกสาวท่านรองผู้ล่วงลับ และพี่น้องตระกูลเบิร์น ทั้งหมดเห็นพ้องต้องกันว่าต้องโค่นอัมเบลล่าให้ได้ เริ่มแรกเดิมที เบิร์นคนพี่และลินดาไม่ต้องการให้เด็กอย่างเรเชลและไทเลอร์เข้ามามีส่วนร่วมในการสนทนานี่ แต่สุดท้ายเป็นเลียม ที่เสนอให้ทุกคนเข้าร่วมการสนทนาครั้งนี้ เพราะเล็งเห็นว่ามันเป็นเรื่องสำคัญกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง


“มันเป็นแบบนี้เองเหรอ?” เบิร์นพยักหน้า “ทุกอย่างในป่าอาร์คเลยคือการทดลองของอัมเบลล่า อย่างที่มิเชลล์เคยพูดไว้จริง ๆ เป็นเรื่องจริงที่กรมตำรวจแร็คคูนถูกพวกมันซื้อตัวไปหมดแล้ว”

“ชั้นได้ดูวิดีโอของพวกคุณแล้ว” เกรซแทรก “ถ้ามันเป็นเรื่องจริง พวกเราทั้งหมดยิ่งต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะพวกคุณ เลียม ลินดา พวกคุณคือพยานปากเอกของเรา โดยส่วนตัวเลยนะ พวกคุณจะช่วยให้พ่อฉันได้ตายตาหลับสักที”

“ลอร์ดสเปนเซอร์ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องการทรมานเฉลยศึก” เลียมยิ้มหน้าเจื่อน หนุ่มใหญ่ทราบชะตากรรมของตนดี หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น “ผมหวังแค่ว่าถ้าพวกเราจะเป็นอะไรไป ลูกของเราต้องปลอดภัย” หนุ่มใหญ่เหลือบมองหน้าลูกชายด้วยความกังวล

“สามีชั้นเป็นคนรักความยุติธรรม” ลินดา กุมมือสามี “เค้ามีเพื่อนอยู่ในรังผึ้งใต้ดินของเมืองแร็คคูน เขาเองก็เป็นหนึ่งในพวกเรา เราต้องช่วยเขาออกมาให้ได้”

“เราได้ข้อมูลจากเดฟเยอะแยะมาก…” ไทเลอร์คนพ่อถอนหายใจยาว “อันที่จริง เท่าที่รู้ มีพนักงานอัมเบลล่าหลายคนแบบผม แต่พวกเขาเลือกจะเมินเฉยต่อเรื่องราวทั้งหมด ส่วน เดฟ ทุกสิ่งที่ผมได้จากเขา หลักฐานทั้งหมดมากพอจะทำให้สื่อมวลชนหันมาสนใจเรื่องป่าอาร์คเลย์ได้ เราจำเป็นต้องขยายผลให้มากกว่านี้”

“แบบนั้นก็ดีซิ…” เส้นโค้งปรากฏบนใบหน้าชายหนุ่ม หลายวันมาแล้วทีเบิร์นคนพี่ไม่ได้ยิ้มอย่างที่เคย “งั้นเราจะรออะไรล่ะ? ผมคิดว่าถ้าเรายิ่งปล่อยเวลาให้นานออกไป เพื่อนของคุณจะมีภัยเอานะ”

“ถ้าทำแบบนั้น เดฟเพื่อนผมที่อยู่ในรังผึ้งต้องตาย เขาเสี่ยงยิ่งกว่าผม ครอบครัวของเขาก็ด้วย เค้ามีลูกสาว รุ่นราวคราวเดียวกับไทเลอร์” หนุ่มใหญ่เอ่ยปาก “เธอก็เรียนอยู่แร็คคูนไฮสคูลเหมือนกัน”

เรเชล เบิร์น เหลือบมองอารอน ไทเลอร์ด้วยหางตา สาวน้อยเริ่มต่อเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว

‘ไอ้คนเจ้าชู้ คงคิดหวังเคลมหล่อนแบบที่ทำกับสเตฟานี่ซินะ เจ้าชู้ได้ผิดที่ผิดเวลาจริงนะพ่อคุณ’

“พี่คะ” ตัดเรื่องผู้ชายหน้าม่อออกไปก่อน ตอนนี้มีเรื่องสำคัญต้องคุย เบิร์นคนน้องแทรกขึ้นมาบ้าง “นี่ใช่ไหมคือสิ่งที่พี่กับมิเชลล์ไปเจอในป่าอาร์คเลยเข้า นี่ใช่ไหมคือสิ่งที่พวกพี่ปิดบังชั้นมาตลอด”

“ใช่…” เบิร์นคนพี่ยิ้มรับ มือของพี่ชายเอื้อมไปจับมือของน้องสาว “พี่กับมิเชลล์ไม่อยากจะบอกเธอเลย พวกเราไม่อยากให้เธอมามีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ พี่ขอโทษ พี่ไม่อาจจะทำอะไรได้เลย ขอโทษทีพี่ไม่สามารถช่วยอะไรเด๊บบี้ได้ เธอไม่น่าตายเลย เพราะพี่แท้ ๆ”

“ไม่เลย…” สาวน้อยปฏิเสธ “พี่ทำในสิ่งที่ถูกแล้ว ชั้นต่างหากที่ต้องขอโทษพี่ ขอโทษที่ไม่เคยพยายามเข้าใจเลยว่าพี่กำลังทำอะไร มัวแต่เรียกร้องความสนใจงี่เง่าบ้าบอ เด๊บบี้ที่ตายไปก็คงเห็นด้วยกับชั้น พี่ทำถูกแล้ว พี่เป็นตำรวจ พี่ต้องจับผู้ร้ายเข้าคุก มันคือหน้าที่ของพี่”

“ขอบใจเรเชล” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบผมน้องสาว หลังจากที่พ่อแม่ตาย ก็เหลือกันแค่สองพี่น้อง แม้จะทะเลาะกันบ้าง แต่แท้จริงแล้วทั้งคู่รักกันมาก เพราะมีกันแค่นี้

อารอน ไทเลอร์ รู้สึกดีเมื่อเห็นสองพี่น้องปรับความเข้าใจกัน เขานึกถึงเรื่องเมื่อวันก่อน ภาพของพี่ชายสุดเหี้ยบลอยผุดขึ้นมาเหนือหัว นึกขำกับภาพเมื่อวันก่อน พลางนึกอิจฉาที่ตัวเองไม่มีพี่หรือน้องแบบเรเชลบ้าง บางครั้งการเป็นลูกคนเดียวก็เป็นอะไรที่โคตรเหงาและน่าเบื่อเช่นกัน...

“แล้ว…เราจะเอาไงกับพวกตำรวจแร็คคูนล่ะ?” เกรซ แคมเบลล์ เปิดประเด็นใหม่ “ต่อให้เรามีหลักฐานหรือพยานแล้ว คุณคงไม่คิดว่าจะเดินเข้าไปในกรมตำรวจแร็คคูนแล้วแจ้งความจับลอร์ดสเปนเซอร์หรอกนะ คนในนั้นมันก็พวกลอร์ดสเปนเซอร์อยู่แล้ว”

“เรื่องนั้นผมรู้มานานแล้วเกรซ” เลียมหยิบน้ำขึ้นมาดื่มแก้กระหาย “ตอนนี้พันธมิตรที่เรามีก็คือซิดนีย์ คาร์เตอร์จาก FBI พวกเพื่อนของคุณจากหน่วย S.T.A.R.S และมิเชลล์ แฟนสาวคุณเบิร์น” หนุ่มใหญ่วางแก้ว ประสานมือเข้าด้วยกัน “สาระสำคัญคือ ศัตรูของเราทรงอานุภาพ และเต็มไปด้วยเครือข่ายมากมาย ผมคิดว่าการเปิดหน้าแลกไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเท่าไร”

“แล้วเราควรทำยังไงล่ะ?” เบิร์นคนพี่ถามต่อ “บางทีถ้ามิเชลล์อยู่ที่นี่กับเรา เธอคงมีความคิดเห็นอะไรที่น่าจะเป็นประโยชน์กับเรา น่าเสียดายที่เธอไม่อยู่กับเราที่นี่”

“ผมอาจไม่ได้หลักแหลมแบบแฟนคุณนะ คุณเบิร์น” หนุ่มใหญ่เริ่มแสดงความคิดเห็นของตน “ถ้าเป็นผม ผมจะมองหาจุดอ่อนของพวกมัน แล้วเล่นงานมัน ลองคิดภาพตามซิ เหมือนโดมิโน่ ถ้ามันล้มลงตัวนึงในแถว พวกที่เหลือก็จะล้มตามกัน เป็นระบบ”

“แล้วใครล่ะที่เป็นจุดอ่อนของพวกมัน? ผมมองไม่เห็นเลยว่าใครจะเป็นจุดอ่อน” เบิร์นนิ่วหน้าครุ่นคิด หยิบน้ำดื่มขึ้นมาแก้กระหาย

“ในความคิดผม…” เลียม ไทเลอร์ เกาคางด้วยมือขวา “ชินเซกิ รองอธิบดีกรมตำรวจแร็คคูน”

“ท่านรองชินเซกิ?” ชายหนุ่มเลือดร้อนจากมิดแลนด์นิ่วหน้า “ยังไง?”

“ถ้าผมเป็นเขา ผมคงกำลังหัวเสียอย่างหนักนะ เขาคือคนที่อัมเบลล่าไว้วางใจมากกว่าไอรอน” หนุ่มใหญ่อธิบายภาพรวมให้ชัดขึ้น “เขาต้องแกล้งเล่นละครตบตากับสาธารณชน ว่าเป็นตำรวจฝีมือดี แต่เบื้องหลังต้องทำงานให้กับอัมเบลล่า ร่วมกับอธิบดีไบรอัน ปกปิดเรื่องราวทั้งหมดในป่าอาร์คเลย์ คำถามคือ มีคนตายในป่าแห่งนั้นเกือบครึ่งร้อยแล้ว ยังไม่รวมถึงเรื่องการปะทะกันนอกเมืองอีก เอาจริง ๆ ผมคิดว่าทั้งคู่นี่แหละจุดอ่อนสำคัญ ถ้าเราเปิดโปงพวกเขาได้ ทีนี่พวกข้างบนก็อยู่ไม่เป็นสุขล่ะ โดยเฉพาะ สว.แฟรงคลิน เป้าหมายต่อไป ถ้าเราล้มหมอนี่ได้ ทุกอย่างจะง่ายขึ้น อำนาจของสเปนเซอร์บนแผ่นดินอเมริกาจะเสื่อมอำนาจลง และอเมริกันชนจะรู้ความจริงว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังปิดบังอะไรไว้”

“ถามจริงเถอะคุณไทเลอร์ เพราะอะไรที่ทำให้คุณคิดจะหักหลังองค์กรที่เลี้ยงดูคุณอย่างดี?” เอ็ดเวิร์ด เบิร์น แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน โดยเฉพาะจากปากของพนักงาน Umbrella Corporation

“เคยมีคำกล่าวที่ว่า…” เลียม ไทเลอร์แสดงปรัชญาให้เบิร์นคนพี่ฟัง “ถ้าพระราชามีจิตเมตตา ประชาชนก็มีแต่จะรักใคร่ แต่ถ้าพระราชาไร้ซึ่งความเมตตา ประชาชนก็มีแต่จะเอาใจออกห่าง”

“การเมินเฉยต่อความอยุติธรรม ถือเป็นบาปอย่างหนึ่ง” เกรซ แคมเบลล์เสริมขึ้นมาบ้าง “คำกล่าวของเจเอฟเคน่ะ เคยอ่านในหนังสือประวัติศาสตร์สมัยเรียนไฮสคูล แต่ยังไงคุณก็คือผู้กล้าตัวจริง เลียม ลินดา ชั้นกับพ่อที่ตายไปนับถือจิตใจคุณจริง ๆ”

“ผมเห็นด้วยกับเกรซนะ…” อดีตมือปราบพยักหน้า “เอาเป็นว่าผมซาบซึ้งน้ำใจคุณทั้งสองมาก รวมทั้งนายด้วยไอ้หนุ่ม พ่อแม่นายเป็นคนดี ขอโทษที่ฉันอาจจะเผลอพูดกับนายไม่ดีไปบ้าง อย่าถือโทษโกรธกันล่ะ”

“ครับ…” นักบาสไฮสคูลยิ้มรับ “ยังไงซะ เรเชลก็…..เป็นเพื่อนผม”

คำพูดสุดท้ายนี่ไอ้หนุ่มผมหยักศกฝืนใจกล้ำกลืนพูดออกมา เพราะรู้ว่าถ้าพูดตามความรู้สึกของตัวเอง คงโดนเบิร์นคนพี่ฉีกร่างขาดกระจุยแน่ ยังไม่รวมถึงวีรกรรมสุดแสบก่อนหน้า ทั้งขโมยจูบน้องสาวเค้า นัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบมองเห็นเส้นโค้งบางเบาบนใบหน้านางฟ้า ให้ตายเถอะ! นั่นมันเหมือนการยิ้มเยาะไม่มีผิด คุณกำลังเยาะเย้ยผมใช่ไหม? เรเชล ไอ้หนุ่มนักบาสจอมเจ้าชู้คิด

‘ฝากไว้ก่อนเถอะเรเชล…’

กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน อารอน ไทเลอร์ มีคำถามมากมายที่ต้องการถามคนเป็นพ่อและแม่

“พ่อครับ แม่ครับ ทำไมผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลย นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายเลยนะครับ” ไทเลอร์นิ่วหน้าด้วยความสงสัย “เพราะพ่อกับแม่เห็นผมเป็นเด็กใช่ไหม? ถึงไม่เคยบอกผมเลย”

“เปล่าเลยอารอน” ไทเลอร์คนพ่อแย้ง “พ่อไม่เคยคิดว่าแกเป็นเด็กเลยนะ แต่อย่างที่พ่อเคยบอกนั่นแหละ เรื่องบางอย่างมันเร็วเกินไปที่วัยรุ่นอย่างแกจะรู้ แต่ตอนนี้แกก็รู้แล้ว แกคงเห็นแล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจคอบ เป็นไงล่ะ นี่แหละโลกของผู้ใหญ่ล่ะ...”

“งั้นที่ผ่านมาผมก็เหมือนตัวตลก…” ไอ้หนุ่มผมหยักศกตัดพ้อ “...ทุกคนเห็นผมเป็นตัวตลก”

“ใจเย็นไอ้หนุ่ม…” อดีตมือปราบแทรก “ไม่มีใครเห็นแกเป็นตัวตลกหรอก ถ้าวันนึงแกมีน้องสาว มีลูก มีคนที่แกห่วง แกจะเข้าใจเองว่าความเป็นห่วงมันเป็นยังไง เหมือนที่ฉันห่วงน้องสาวฉัน ไม่มีใครเป็นตัวตลกในสถานการณ์เช่นนี้ อย่าโทษพ่อแม่แกแบบนี้อีกไอ้หนุ่ม โอเคไหม?”

“เอาเป็นว่า...เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว” เกรซ แคมเบลล์กล่าวสรุป “ตกลงเราจะทำยังไงต่อ...” หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอมแดงหันควับไปที่อดีตมือปราบ “โดยเฉพาะคุณ”

“คงถึงเวลาแล้ว…” เอ็ดเวิร์ด เบิร์น ถอนหายใจยาวก่อนลุกขึ้นยืน “ผมจะมอบตัว ยิ่งผมหนี ทุกคนก็มีแต่จะซวย ผมไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายแบบที่เกิดกับเด๊บบี้อีก พอกันที เลียม ถ้าเรื่องที่คุณพูดเกี่ยวกับคาร์เตอร์และหน่วย S.T.A.R.S เป็นเรื่องจริง โทรหาเขา ผมจะมอบตัวกับเขา”

“พี่ค่ะ…” เรเชล เบิร์น กุมมือพี่ชายด้วยความเป็นห่วง

“ท่านรองแคมเบลล์เคยสอนผมเสมอ แม้จะเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ลูกผู้ชายคือใครสักคนที่ควรจะทำในสิ่งที่ถูกต้องและชัดเจน ผมจะทำอย่างที่พ่อคุณเคยสอนผม เกรซ”

“คุณทำถูกแล้ว….เบิร์น” นักเรียนพยาบาลยิ้มรับ “พ่อชั้นคงภูมิใจกับศิษย์เอกอย่างคุณ”

“ไม่ต้องกลัวนะคุณเบิร์น พวกเราก็จะหาทางช่วยคุณอีกแรง” เลียมยื่นมือจับที่บ่าของอดีตนายตำรวจเพื่อแสดงความนับถือจากใจ “โลกนี้ต้องการคนแบบคุณ”

“ส่วนน้องสาวคุณ ชั้นจะดูแลให้เอง” ลินดาเอ่ยปาก “ไม่ต้องกลัวนะ เราจะดูแลเธออย่างดี เหมือนที่คุณเคยทำ”

“ขอบคุณมากทุกคน…” ชายหนุ่มยิ้มรับ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตันใจ “หลายวันที่ผ่านมา ผมเจอแต่เรื่องบ้าบอมากมาย พอมาเจอกับพวกคุณ มันเหมือนกับสวรรค์ยังเมตตาผม ขอบคุณมาก ขอบคุณมากจริง ๆ”

“ผมจะรีบติดต่อคาร์เตอร์ ถ้าเป็น FBI คุณจะปลอดภัยจากอัมเบลล่า”



To Be Continued...


...........................................................................................................


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

1.เบิร์นกลับมามีบทอีกครั้งครับ หลังจากหายหน้าไปนานมาก ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นฟ้าหลังฝนของตัวละครตัวนี้เลยก็ว่าได้ ถือว่าเป็นโชคดีที่ได้เจอคนดีอย่างเลียมและลินดา รวมไปถึงเกรซลูกสาวท่านรอง จะเกิดอะไรขึ้นกับเค้าหลังจากมอบตัว ติดตามดูครับ

2.อ้างอิงจากคำพูดของลินดา ไทเลอร์

“สามีชั้นเป็นคนรักความยุติธรรม” ลินดา กุมมือสามี “เค้ามีเพื่อนอยู่ในรังผึ้งใต้ดินของเมืองแร็คคูน เขาเองก็เป็นหนึ่งในพวกเรา เราต้องช่วยเขาออกมาให้ได้”


เดฟ ดาเวนพอร์ท เป็นเจ้าหน้าที่ในรังผึ้งใต้ดินเมืองแร็คคูน เป็นเพื่อนของเลียม ไทเลอร์ครับ ที่คอยส่งข่าว ส่งข้อมูลสำคัญให้เพื่อนที่อยู่บนพื้นดิน อ้างอิงจากตอน Email from The Best friend หมอนี่มีลูกสาวชื่อสเตฟานี่ ซึ่งตาเดฟแกก็เหมือนฝากฝังให้เพื่อนอย่างเลียมช่วยดูแลหน่อย เพราะสองบ้านนี้สนิทกัน ทีนี้เลยเป็นโอกาสให้ไทเลอร์คนลูกได้สนิทกับสเตฟานี่ แล้วก็เลยได้กินตับกัน และเรเชลกับเด๊บบี้ก็ไปเห็นเมื่อไม่กี่ตอนก่อนนั่นเอง อ้างอิงจากตอน Chapter 34 : The terrible truth

3.ถ้าจำได้ ซิดนีย์ คาร์เตอร์ FBI ที่เหมือนกับความหวังของพวกตัวเอกฝ่ายดี ถูกฮาโรลด์ แฟรงคลินซื้อตัวไปแล้ว ขอย้ำว่ายังไม่มีใครรู้เรื่องนี้ นอกเหนือจากคนเขียน คนอ่าน และอาแมนด้า ลองติดตามกันต่อไปครับว่าจะมีอะไรหักมุมแบบโหดสลัดรัสเซียหรือเปล่า

4.ผมเปลี่ยนชื่อเมืองบ้านเกิดของครอบครัวเป็น 'มิดแลนด์' นะครับ มีจริงบนแผนที่ 5555+ เหตุผลเพื่อความสมจริง

5.สุดท้าย หายไปนานครับ ยอมรับว่าทำเอาลืม ๆ การเขียนของตัวเองไปบ้าง ตอนแรกเหมือนจะอิ่มตัวกับการเขียน แต่เปล่าครับ แค่ขี้เกียจ 5555+ แต่ยังอัพครับ อย่างที่เห็น แถม Character Profile ให้อีกตัวอย่าง เรเชล เบิร์น ผมจะอัพฟิคนี้จนกว่าจะไม่มีใครอ่านหรือบอกว่าให้เลิก จะเลิก ถ้าอ่านแล้วตรงไหนมันผิดผลาด บอกผมได้เสมอครัช
แก้ไขล่าสุดโดย Kevin Ryman เมื่อ 11 มิ.ย. 2015, 14:07, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน