We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Come back!!

<<

Black Project

ภาพประจำตัวสมาชิก

Licker
Licker

โพสต์: 175

ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2013, 14:13

โพสต์ 14 ก.พ. 2014, 23:06

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 5 “Snake Eater

ชาโดว์เปลี่ยนเป็นปืน M4A1 ละกัน Scar คงไม่รอด
ปรับแต่งเพิ่มลำกล้องRed Dotและท้ายปืนเพิ่มความแม่นยำ^^
<<

nut0072563

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 298

ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 22:22

ที่อยู่: ราชบุรี อำเภอเมือง จะสิงบ่อยๆตรงร้านน้ำค้าง ตรงหอนาฬิกาโรงบาลราชบุรี

โพสต์ 15 ก.พ. 2014, 19:26

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 5 “Snake Eater

เอิ่มคุณเพรชครับเผอิญอยากถามคือ

มีเรื่องไหนที่คุณเพรชดองรอคนสมัครอยู่มั่งอะครับจะได้ไปสมัครทิ้งไว้รอเรื่องนี้จบจะได้ไปติดตามอ่านต่อ

ปล.ชิชิชิ รอบนี้ปวดตับพึ่งหายปล่อยก่อนละกันเรื่องหน้าข้าน้อยจอง//me โดนตบกระเด็น
ตอนนี้ว่างจัดเลยหางานให้ตัวเองสะเลย รับเอา นิยาย ฟิคไปลงเว็บอื่นใครคิดว่าตัวเองผ่านเกณฑ์ก็มาเลย
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 467

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 09 มี.ค. 2014, 16:18

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 5 “Snake Eater

กลับมาแล้วครับ!!! ในที่สุดก็สอบเสร็จซะทีกว่าจะผ่านไปได้แทบแย่ (น้ำตาแทบไหล) แถมงานก่อนปิดเทอมดันจัดเข้ามาแบบนับแทบไม่ทันอีก

รอดมาได้ยังไงก็ไม่รู้ขออภัยที่ให้รอนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามาดูตอนต่อไปกันเลย!!


______________________________________


Mission 6...



“Black box”

October 7th - 14:30: 16

Lt.Sasipimon "Tarantula" Etenson

S.A.S. Bravo Six Team

Bangdad , Iraq


สงครามยังคงขยายตัวออกไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุดทั่วทั้งทวีปเอเชียตกอยู่ท่ามกลางไฟของสงครามหลังจากการปะทะเดือดเมื่อราวๆหนึ่งเดือนก่อนการรบในครั้งนั้นส่งผลกระทบอย่างร้ายแรง
จากการรบ ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะอาวุธสมัยใหม่ที่ถูกนำมาใช้ในการสงครามกันอย่างคึกคัก หนึ่งในนั้นยังรวมไปถึงอาวุธชิ้นนี้...


ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้ว...

ใจกลางกรุงแบกแดด...


ไม่เพียงแต่ต้องรับมือกับสงครามที่ทวีปเอเชียเท่านั้น หากแต่ยังต้องรับมือกับสงครามกลางเมืองในประเทศที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นที่ๆอันตรายที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้
พวกเราสองคนถูกส่งมาให้ช่วยสนับสนุนทางกองทัพสหรัฐฯตามคำสั่งของผู้บัญชาการ แต่พูดตามตรงว่าฉันไม่ค่อยชอบภารกิจนี้เท่าไหร่นักโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสงคราม
สิ่งที่เราไม่ควรจะก่อขึ้นมาบนโลกนี้แม้แต่นิดเดียวแถมยังต้องมาช่วยเหลือประเทศตัวปัญหาอย่างอเมริกาที่เป็นคนทำให้สงครามครั้งนี้ลุกลามขึ้นไปอีก


ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วอเมริกาก็เป็นตัวการที่ทำให้ประเทศทั้งหลายแตกแยกกันเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ทั้งเวียดนามเอย เกาหลีเอย ไหนจะที่อิรักนี่อีก
และสิ่งที่ทำให้ฉันไม่อยากทำภารกิจนี้เห็นทีคงจะเป็นอากาศที่ร้อนแบบทะเลทรายของที่นี่ พูดตรงๆว่าตอนนี้น้ำที่มีจำกัดของฉันกลายเป็นสิ่งมีค่ายิ่งกว่าเงินไปแล้ว
พับผ่า... ฉันไม่น่าใส่หน้ากากนี่มาด้วยเลยจะเก็บกลับไปก็ไม่ได้เพราะถ้ายิ่งไม่ใส่ก็ยิ่งโดนแดดเผาถ้าใส่ก็อบอ้าวอีก อย่างน้อยถ้าเลือกได้ขอยอมอบอ้าว
ดีกว่าโดนแดดที่แรงพอๆกับเตาอบนี่เผายังดีซะกว่า


“รีบขนกันเร็วเข้าที่นี่ไม่ได้สงบแบบนี้นานนักหรอกนะ” ทหารอเมริกันคนหนึ่งตะโกนบอกพวกพลทหารคนอื่นๆให้ช่วยกันขนของที่เป็นของสำคัญบางอย่าง
ท่าทางมันจะอันตรายมากทีเดียวเพราะถึงกับต้องใช้กล่องกันกระแทกอย่างดีบรรจุเอาไว้ด้วย


จากลักษณะมันก็คือกล่องนิรภัยที่มีการล๊อกรหัสอย่างแน่นหนา มีทั้งตัวสแกนลายนิ้วมือ ระบบรหัสผ่านสามชั้น เครื่องส่งสัญญาณ GPS ระบบคลื่นความถี่สูงไม่ว่ายังไงก็ตาม
ของที่บรรจุอยู่ภายในนั้นจะต้องสำคัญมากแน่ๆไม่งั้นคงไม่ถึงกับเรียกพวกเรามาช่วยคุ้มกันด้วยแบบนี้

แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะใส่ใจในตอนนี้เมื่อเทียบกับการได้ไปนอนพักดื่มเครื่องดื่มเย็นๆสักแก้วหลังเลิกงานแบบนี้ ไม่ใช่ต้องมานั่งเฝ้ากล่องบ้าอะไรก็ไม่รู้


“ท่าทางกองทัพของพวกเราจะมีอะไรน่าสงสัยอีกแล้วสินะ...” เสียงของคนที่ฉันไม่คุ้นเคยดังขึ้นขณะที่พวกทหารกำลังขนกล่องนั่นขึ้นรถบรรทุกไป
คนที่เข้ามาคุยกับพวกเราด้วยคือจ่าสิบเอกฟรอส แกริสัน จากหน่วย Delta Force ทีม Metal นายจ่าคนนี้คงจะโดนสั่งให้เข้ามาช่วยโดยที่ไม่รู้อะไรเหมือนๆกับพวกเรา


“จะยังไงก็ช่างเถอะค่ะ พวกปลายแถวอย่างเราก็ไม่รู้อะไรอยู่แล้วพวกเบื้องบนงี่เง่า...”


“เฮ้!! รักษามารยาทหน่อยทาลันทูล่า... ขอโทษนะจ่าคนของผมเธอขี้หงุดหงิดมากไปหน่อย” อีวิลพูดพลางส่งสายตาที่ไม่เป็นมิตรมาทางฉัน
ซึ่งฉันเองก็ไม่อยากจะสนนักเท่าไหร่แต่ท่าทางเขาจะเกรงใจพวกอเมริกันพอควรทีเดียว


ที่จริงแล้วฉันเองก็ไม่ใช่ว่าจะรังเกียจคนอเมริกันเพียงแค่ว่าฉันไม่ชอบที่อเมริกาเป็นคนเข้าไปทำให้สงครามปะทุหนักขึ้นไปอีก จริงอยู่ฉันอาจจะไม่ใช่คนอังกฤษแท้ๆ
แต่ก็ถือว่ามีเชื้อทางพ่อที่เป็นอังกฤษอยู่บ้างการกระทำของฉันจึงออกจะดูก้าวร้าวไม่อ่อนข้อกับเรื่องรอบตัว แม้แต่กับพวกยุโรปด้วยกันเองถึงจะเป็นคนยุโรป
แต่ก็ไม่ใช่สายเลือดแท้ ตั้งแต่เด็กฉันก็ถูกล้อเลียนเรื่องชาติกำเนิดมาตลอด


ไม่รู้เพราะอะไรประเทศที่แม่ฉันเกิดอย่างไทยจะเป็นประเทศเล็กๆแต่คนไทยนั้นก็ให้ความเคารพซึ่งกันและกันอยู่บ้างไม่มีคำว่าเหยียดผิวหรือเผ่าพันธุ์
ถึงออกจะฉาวโฉ่เรื่องการเมืองไปนิด พวกอเมริกันนั้นส่วนน้อยที่มองคนไทยเท่าเทียมกันแต่ลึกๆแล้วมีอีกไม่น้อยที่แบ่งแยกพวกเราไม่ต่างอะไรกับคนผิวดำนัก
เช่นเดียวกับคนยุโรป

เอาเถอะถึงจะบ่นไปก็คงไม่ทำให้งานนี้มันเสร็จเร็วขึ้นอยู่ดี ทางเดียวตอนนี้ก็คือรีบทำแล้วรีบกลับซะจะได้พักให้เต็มที่ซะที


“เอาล่ะทุกคนขยับก้นแล้วออกเดินทางกันได้แล้ว!!” จ่าฟรอสตะโกนบอกทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นให้เตรียมตัวออกเดินทางก่อนจะกระโดดขึ้นหลังรถบรรทุกคันนั้นไป


ในเมื่อเวลาของพวกเรามาถึงแล้ว ฉันกับอีวิลก็ขึ้นรถตามไปไม่นานนักพวกเราก็เดินทางออกจากที่นี่พร้อมขบวนรถหุ้มเกราะติดอาวุธจำนวนสี่คัน
อันที่จริงพวกเราก็ไม่ได้อยู่บนรถหุ้มเกราะซะทีเดียว แต่พวกเราอยู่ด้านหลังของรถกระบะโตโยต้าทาโคม่า เก่าๆคันหนึ่งพร้อมปืนกลหนักติดอยู่ด้านท้าย

ถ้าลองมาคิดดูดีๆการแต่งตัวของพวกเราในตอนนี้คือมีผ้าพ้นหัวคลุมตัวด้วยผ้าอีกทีหนึ่งก็ดูจะคล้ายกับพวกทหารรับจ้างเข้าไปทุกทีที่จริงแล้วถ้าพูดกันตามตรง
ในกลุ่มทหารที่มากับพวกเราด้วยก็ยังมีทหารรับจ้างบางส่วนแฝงปะปนเข้ามาในกลุ่มพวกเราด้วยอาจะเป็นเพราะภารกิจครั้งนี้ต้องการพวกที่มีประสบการณ์จริงๆ
มากกว่าการใช้งานพวกทหารของกองทัพที่เป็นพวกละอ่อนหน้าใหม่ ถ้าจะให้พูดพวกที่มีประสบการณ์จริงนอกจากเราแล้วก็มีแค่จ่าฟรอสกับลูกทีมของเขาเท่านั้น
ส่วนที่เหลือก็มีแค่พวกพลทหารชั้นล่างเพียงไม่กี่คนกับพวกทหารรับจ้าง


ขบวนรถค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านถนนในใจกลางกรุงแบกแดดเพื่อจะออกไปนอกเมืองตรงจุดนัดพบห่าออกไปราวๆสี่ไมล์ภารกิจก็ง่ายๆแค่เอาของไปส่งให้กับปลายทางแล้ว
ก็รีบถอยในทันที ฟังดูง่ายดายจนไม่น่าจะต้องถึงมือพวกเราเลย


แต่ว่าการคิดนั้นง่ายกว่าการทำมากและเหตุผลที่พวกเราต้องมาทำงานนี้มันมีอะไรมากกว่าที่เห็นเยอะ


แค่ผ่านมาทางนี้เราก็รู้ดีเลยว่าที่นี่มันอันตรายจริงๆตามถนนหัวมุมต่างๆของเมืองตอนนี้ยังคงมีการรบกันอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากสงครามโลกที่ทำให้หลายสิ่งหลายอย่าง
ของที่นี่ได้รับผลกระทบไปด้วย สงครามกลางเมืองจึงปะทุขึ้นมาบ่อยครั้ง แค่พวกเราขับรถผ่านมาเท่านั้นกระสุนจำนวนหลายสิบนัดก็บินข้าหัวพวกเราไปมากันเป็นว่าเล่นแล้ว
ถึงพวกเราจะไม่ใช่เป้าหมายของกระสุนพวกนั้นแต่ถ้าโดนลูกหลงเข้าไปก็ถึงตายเหมือนกัน


“แถวนี้ร้อนไม่ใช่เล่นๆเลยเอาไงดีครับจ่า”


“ขับฝ่าไปเลยระวังด้วยพยายามอย่าทำอะไรให้เป็นที่น่าสงสัยเกินไป”


นี่เป็นความคิดที่ฟังดูบ้าพิลึกแต่ก็คงต้องยอมทำไปเพราะมันเป็นทางที่สั้นที่สุดที่จะออกจากที่นี่ได้ ถ้าไปทางอื่นก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ ดังนั้นทางนี้คงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด


เพื่อความปลอดภัยฉันจึงตัดสินใจก้มหัวหมอบลงเพื่อที่จะหลบคมกระสุนที่บินเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาข้ามหัวของฉัน อย่างน้อยระวังตัวเอาไว้หน่อยคงไม่เสียหายอะไร
และก็ตามที่คาดมีกระสุนบางนัดพุ่งเข้ามาเฉี่ยวตัวถังของรถกระบะคันที่ฉันกำลังนั่งอยู่ ลำพังรถกระบะเก่าๆขึ้นสนิมคันนี้คงจะกันความสามารถในการทะลุทะลวงของ
กระสุนปืน AK ไม่ได้แน่ๆดังนั้นคงไม่ต้องไปหวังว่ามันจะกันกระสุนปืนกลหนักที่อาจจะหลงเข้ามาทางนี้ได้นี่คงเป็นทริปการเดินทางที่ระทึกที่สุดในชีวิตของฉันเลยก็ว่าได้


รถกระบะเก่าๆของฉันนำหน้ารถบรรทุกไปอย่างช้าๆโดยไม่เร่งรีบขณะที่ขบวนของพวกเรากำลังขับผ่านดงกระสุนออกมาอย่างช้าๆทีล่ะคันๆจนในทีสุดพวกเราก็ออกมาได้
โดยที่มีแค่รอยกระสุนเฉี่ยวถากๆไปเท่านั้นนับว่าเป็นข่าวดีหลังจากลุ้นแทบขี้แตก


“ก็คงไม่มีอะไรแล้วล่ะนะ” อีวิลพูดขึ้นหลังจากที่พวกเราฝ่าดงกระสุนมาได้แล้ว จากน้ำเสียงของเขามันฟ้องชัดว่าเมื่อครู่นี้เขาเองก็กลัวไม่ใช่น้อยเหมือนกัน
แต่ก็คงจะซ่อนความกลัวเอาไว้ใต้ผ้าคลุมที่ปิดหน้าอย่างมิดชิดนั่น


กองคาราวานของพวกเราค่อยๆเคลื่อนขบวนออกจากเมืองอย่างปลอดภัยเป็นเวลากว่าชั่วโมงเนื่องจากสภาพถนนที่กันดารมีแต่ทรายเท่านั้น
ที่เหลือก็แค่เดินทางผ่านทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไปอีกหลายไมล์ ก็จะเป็นการจบภารกิจในที่กันดารแบบนี้เสียที

แต่ก็อย่างที่ว่าเอาไว้ โลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปตามคาด...


“อีกยี่สิบนาทีถึงเป้าหมาย...”


“ทราบแล้ว ทุกคนอีกยี่สิบนาที!!”


“ยี่สิบนาที!!”


ทหารทั้งหมดตะโกนออกมาพร้อมๆกันเมื่อได้ยินว่าจุดหมายของพวกเราอยู่ห่างออกไปแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้นมันฟังดูเป็นข่าวดีที่สุดเท่าที่ได้ยินมาภายในวันนี้เลยทีเดียว
อีกไม่นานพวกเราก็จะได้กลับไปอาบน้ำดื่มเบียร์เย็นๆสักขวดหลังเลิกงานแล้ว


ตูม!!


ฉับพลันความฝันทั้งหมดก็ต้องพังทลายลงในพริบตาเมื่อมีจรวด RPG ถูกยิงจากทิศใดทิศหนึ่งใกล้ๆนี้ แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ทรายทั้งนั้น ไอ้คนที่ซุ่มยิงพวกเรา
คงจะอาศัยเนินทรายที่ไหนสักที่เป็นเกราะกำบังสายตาจากพวกเรานับว่าฉลาดมากพอจู่โจมเสร็จก็ชิ่งหนีทันที แถมยังทำให้พวกเรากว่าครึ่งเสียขวัญไปหมดแล้ว

จ่าฟรอสรีบนำลูกทีมและพวกทหารรับจ้างอีกส่วนหนึ่งออกมานอกรถพร้อมกับออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด


“กระจายกำลังกันออกไปคุ้มครองหีบเอาไว้!!”


“ข้าศึกที่หกนาฬิกา!!”


ปัง!!


ทหารรับจ้างคนหนึ่งตะโกนขึ้นหลังจากที่พบตัวศัตรูที่ดักซุ่มโจมตีพวกเราโผล่หัวออกมาพร้อมกับลูกกระสุนสังหารที่ยิงเข้าใส่พวกเรา ไม่เพียงแค่ทิศเดียวแต่ยังรวมไปถึง
รอบทิศทาง พวกมันใช้การรบแบบกองโจรในการลอบโจมตีพวกเรา เห็นแล้วมันนึกถึงพวกบอสเนียตัวแสบที่เราเคยเด็ดหัวมาเมื่อภารกิจก่อนๆหน้านี้
มันใช้ป่าเป็นเกราะกำบังก่อนจะยิงใส่พวกเราจากความมืดในตำแหน่งที่ได้เปรียบมากกว่าแต่สุดท้ายพอเจอกำลังเสริมทางอากาศของพวกเราไปชุดเดียวก็เละเป็นแป้งเปียก
ยกกอง

แต่ครั้งนี้พวกเราไม่มีกำลังเสริมทางอากาศดังนั้นเลิกหวังได้เลยว่าจะมีใครมาช่วยมีเพียงสิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือพึ่งตัวเองเท่านั้น


“พวกมันกำลังล้อมเรา! แหวกวงล้อมออกไปเร็วเข้า!!” ทหารรับจ้างที่กำลังหมอบอยู่กับพื้นทรายตะโกนบอกสมาชิกในทีมของเขาก่อนจะวิ่งแหวกวงล้อมออกไป
พร้อมกับเพื่อนอีกจำนวนหนึ่งแต่นั่นก็เป็นการพาไปตายอย่างไม่ต้องสงสัย


ตูม!!


ทันทีที่พวกนั้นวิ่งออกจากแถวของพวกเราจรวด RPG จากมือปืนปริศนาก็ถูกยิงเข้าใส่กลุ่มทหารรับจ้างพวกนั้นจนหายไปทั้งกลุ่มเหลือเพียงเศษซากและเลือดอีกกองใหญ่
ประดับอยู่บนผืนทรายที่ร้อนระอุแห่งนี้


แม้พวกมันจะอยู่ในชัยภูมิที่ดีกว่าเราแต่ในทางตรงกันข้ามพวกมันก็อยู่ในที่ที่มีแสงแดดแรงจ้า ดังนั้นพวกมันก็ต้องร้อนบ้างยิ่งเป็นช่วงนี้อากาศก็จะยิ่งร้อนอบอ้าวเป็นพิเศษ
อีกด้วย พวกมันคงจะพยายามเผด็จศึกให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะไม่ให้เกิดภาวะหน้ามืดเพราะแสงแดดไปเสียก่อน

เมื่อเป็นเช่นนี้ฉันลองยกเครื่องยิงลูกระเบิดใต้ปืนขึ้นมาก่อนจะคัดองศาและยิงออกไปเป็นวิถีโค้ง


ตูม!!


มันได้ผลพวกมันส่วนหนึ่งกระเจิงออกมาตามแรงระเบิดจนต้องมาอยู่ในที่โล่งและพวกเราก็ใช้โอกาสนั้นยิงถล่มเจาะพวกมันจนพรุนไปได้หลายศพ
จำนวนของพวกมันลดลงไปนิดหนึ่งแต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังซุ่มรอโอกาสอยู่ ไม่ว่ามันจะวางแผนอะไรเป้าหมายของพวกมันคงเป็นหีบที่พวกเรากำลังขนส่งอยู่ไม่ผิดแน่


และแล้วฝ่ายตรงข้ามก็ตอบโต้กลับด้วยระเบิดมือที่ถูกโยนเข้ามาปานห่าฝน พวกเรารีบหาที่หลบกันจ้าล่ะหวั่นเพื่อจะเลี่ยงหนีจากสะเก็ดระเบิดที่กำลังจะตามมา
เสียงที่ดังเหมือนพลุแตกตามมาพร้อมกับสะเก็ดโลหะหลายพันส่วนที่พุ่งใส่จากรอบทิศ อีวิลขึ้นไปหลบที่หลังรถกระบะซึ่งพวกเราใช้โดยสารมาเมื่อครู่


“ทาลันทูล่านับสามนะ!! เธอรู้ว่าต้องทำอะไร จ่าคุ้มกันคอยยิงสกัดพวกด้านหลังด้วย!!”


“เข้าใจแล้วทุกคนยิงกดทางด้านหลังรอสัญญาณ!!”


จ่าฟรอสสั่งลูกทีมและทหารรับจ้างที่เหลืออีกไม่กี่คนให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ พวกเราทุกคนโดยเฉพาะฉันต่างก็ออกอาการลุ้นจัด
จนไม่ยี่หระต่อความร้อนและแสงแดดที่แผดจ้าของทะเลทรายแห่งนี้ บางคนถึงกับล้วงกระติกน้ำหรือเหล้าที่พกมาด้วยยกดื่มคนล่ะอึกเผื่อตายไว้ก่อน
การลุยในครั้งนี้จะมีผลถึงชีวิตของพวกเราทั้งหมดเลยทีเดียว


“3… 2… 1….ไป!!”


ปัง!!ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


พอได้สัญญาณพวกเราทุกคนก็ยกปืนหรืออาวุธเท่าที่มีอยู่ทั้งหมดยิงออกไปจากรอบทิศประเคนให้กับพวกมันแบบถึงลูกถึงคน จังหวะนั้นเองฉันก็รีบวิ่งออกจากที่กำบัง
มุ่งตรงไปที่เนินทรายที่อยู่ข้างหน้า ถ้าเดาไม่ผิดตรงด้านหลังของเนินทรายจะต้องมีพวกมันอยู่แน่ๆ และสิ่งที่ฉันจะทำหากเจอไอ้พวกหมาลอบกัดนั่นก็คือ...


ตูม!!


ฉันยกปืนขึ้นก่อนจะเหนี่ยวไกยิงลูกระเบิดที่อยู่ในเครื่องยิงใต้ปืนของฉันเข้าใส่พวกมันจำนวนห้าคนซึ่งหลบอยู่ตรงนั้น ท่าทางฝ่ายตรงข้ามไม่ทันคิดว่าพวกเราจะกล้าบ้าบิ่น
ขนาดบุกมายิงระเบิดใส่ถึงที่แบบนี้ และก็เป็นอย่างที่คิดพวกมันทั้งหมดที่หลบอยู่ตรงนั้นก็โดนยิงอัดจนตายคาที่ซ่อนของพวกมันเองด้วยกระสุนระเบิดเพียงลูกเดียว


เมื่อจำนวนพวกมันลดลงทางเราก็เริ่มได้เปรียบมีโอกาสตีโต้มากขึ้น พวกมันที่ยังซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆหันความสนใจมาที่ฉันเกือบหมดและที่ตามมาหลังจากนั้นคือห่ากระสุน
ที่ถูกยิงเข้าใส่สันทรายที่ฉันหลบอยู่ กระสุนจำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยพุ่งเฉียดหัวฉันไปบางส่วนกระทบกับเนินทรายจนกระเด็นไปมาคราวนี้คงเป็นคราวซวยของฉันที่โดนพวกมันรุม


“จ่าคุ้มกันเธอด้วย เดี๋ยวผมจะไปสตาร์ทรถก่อน คุณบอกให้ลูกทีมเอาสัมภาระสำคัญขึ้นหลังรถกระบะพอสตาร์ทได้เราจะไปจากที่นี่!!”


“แล้วเธอล่ะ เธอเป็นลูกทีมคุณไม่ใช่เหรอ”


“เราเจอสถานการณ์แบบนี้มาเยอะแล้ว เธอคงรู้ดีเราจะเอาชีวิตคนเดียวไปเสี่ยงกับภารกิจไม่ได้ ถ้าพวกมันได้ของที่ว่านี่ไปคงต้องเกิดเรื่องใหญ่ยิ่งกว่านี้อีกแน่ๆ”
อีวิลพูดเป็นนัยๆว่าจำเป็นจะต้องทิ้งฉันเอาไว้ที่นี่ขณะที่ต้องปล่อยให้คนอื่นๆเอาตัวรอด


แม้มันจะดูเห็นแก่ตัวแต่อันที่จริงฉันก็อยากให้ทำแบบนั้นอยู่เหมือนกัน ฉันรู้ดีตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจบุกมาตรงนี้แล้ว บางทีนี่อาจจะเป็นภารกิจสุดท้ายของฉันก็ได้


ขณะเดียวกันอีวิลก็พยายามสตาร์ทรถกระบะเก่าๆคันนั้นเพื่อที่จะออกไปจากที่นี้ส่วนพวกทหารก็กำลังขนกล่องนิรภัยซึ่งบรรจุของสำคัญบางอย่างเอาไว้ข้างในขึ้นหลังรถ
แม้ว่าสภาพของรถกระบะจะยังดีอยู่แต่กับการที่เพิ่งโดนดักยิงไปหยกๆนั้นคงไม่มีอะไรรับประกันได้ว่ารถคันนี้จะแล่นต่อไปได้ อย่างน้อยรถกระบะคันนี้ก็คงเป็นคันที่มีสภาพ
ดีที่สุดเมื่อเทียบกับคันอื่นๆซึ่งโดนระเบิดจนเละไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว


“ติดสิ... ติดซะทีสิ....”


บรืน!!


“เจ๋ง!! เอาล่ะทุกคนขึ้นรถได้แล้ว!! รีบเร็วเข้าเวลาไม่คอยท่านะ!!”


เมื่อรถสตาร์ทติดแล้วพวกทหารที่กำลังช่วยยิงคุ้มกันก็รีบกระโดดขึ้นด้านหลังก่อนที่รถจะแล่นออกไปจากจุดนั้นด้วยความเร็วสูง
ทิ้งให้ฉันต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมเพียงลำพังเท่านั้น


ทีนี้จะเอายังไงดีล่ะจะยอมให้โดนจับหรือจะยิงตัวตายซะตรงนี้ทางเลือกที่เหลือมีเพียงแค่สองทางเท่านั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องเลือกทางหนึ่งและทางที่ฉันเลือกก็คือ...


ปัง!!




-----------------------




เสียงปืนที่ดังคำรามลั่นจนไม่มีใครทราบถึงชะตากรรมของทาลันทูล่า เมื่อเสียงปืนหายไปพวกศัตรูที่ทำการยิงเข้าใส่ตรงจุดนั้นรีบตรงเข้าไปดูสิ่งที่เห็นก็คือ


‘ไม่มี... ไม่มีอะไรเลย ไม่มีร่างของทาลันทูล่า ไม่มีแม้แต่รอยเท้า’


“แยกกันหามันต้องไปไหนได้ไม่ไกลนักหรอก!!” คนที่เป็นหัวหน้าของพวกศัตรูพูดขึ้นก่อนจะกวาดมือสั่งลูกน้องให้กระจายกำลังกันออกค้นหา
แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่มีวี่แววอะไรเลยอยู่ๆทาลันทูล่าจะหายตัวไปแบบนั้นได้ยังไงกันถ้านัดที่ยิงเมื่อกี้นี้เป็นการฆ่าตัวตายก็ต้องพบศพอยู่ตรงนั้น
แต่นี่กลับไม่มีแม้แค่รอยเท้าหรืออะไรเลย มองไปรอบๆก็มีแต่ทรายและทะเลทรายเท่านั้น


“เฮอะ!! มันคงจะหนีไปแล้ว พวกเรากลับว้อย!! ท่าทางพวกมันจะหนีไปหมดแล้ว บ้าชิบ!!” หัวหน้าพวกศัตรูสบถออกมาอย่างหัวเสียหลังจากที่ปล่อยให้เป้าหมายหนีไปได้
แถมยังไม่รู้อีกว่าข้าศึกที่โดนทิ้งเอาไว้หนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้


หลังจากนั้นราวๆสองถึงสามนาทีพวกศัตรูต่างก็ล่าถอยไปหมดแล้วไม่มีอะไรนอกจากทะเลทายอันแห้งแล้งและความร้อนเท่านั้นที่เหลืออยู่ ที่เนินทรายที่เคยเป็นจุดต่อสู้
ของกองกำลังทั้งสองฝ่ายนั้นเองตรงกองซากศพและเลือดที่กระเซ็นไปทั่วทั้งพื้นทราย


ผลุบ!!


“เฮ้อ!! นึกว่าจะตายซะแล้ว....”


ร่างบางของคนๆหนึ่งที่แฝงกายอยู่ใต้พื้นทรายอำพรางตัวเองได้อย่างมิดชิดก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากทาลันทูล่า ที่แกล้งทำเป็นหนีทั้งที่จริงแล้วเธอกำลังฝังตัวอยู่ใต้พื้นทราย
รอให้พวกศัตรูล่าถอยกลับไป ถึงวิธีการนี้ออกจะเสี่ยงไปนิดแต่มันก็คุ้มเมื่อแลกกับการที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด


“เอาไงต่อดีเนี่ย... พวกนั้นก็ไปแล้วเราคงกลับไปแบกแดดไม่ได้แน่คงต้องไปที่จุดนัดพบแทนแล้วสิ”


ก็คงเป็นคราวซวยของทาลันทูล่าอีกคราเมื่อคราวนี้เธอถูกทิ้งไว้กลางทะเลทรายเพียงลำพังแถมยังเป็นวันที่อากาศร้อนสุดๆอีกต่างหาก ทางเดียวที่ทำได้คือ
การไปให้ถึงจุดนัดพบก่อนตะวันตกดินซึ่งมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยกับการเดินเท้าแบบนี้ แต่จะมามัวยืนรออยู่ตรงนี้มันก็ไม่ช่วยอะไรทาลันทูล่าตัดสินใจเดินไปที่ซากรถ
เพื่อจะหาอะไรที่พอใช้ได้บ้าง


และสิ่งที่เธอเจอก็มีอาหารหนึ่งห่อ น้ำดื่มอีกนิดหน่อย และกระสุนอีกจำนวนหนึ่งเท่าที่ใช้ได้ส่วนรถที่โดยสารมานั้นพังหมดทุกคันคงเลิกหวังที่จะรอความช่วยเหลือตอนนี้
คงต้องพึ่งตัวเองเพียงอย่างเดียวแล้ว ทาลันทูล่าไม่รอช้าอะไรนอกจากทิ้งสัมภาระที่ไม่จำเป็นไปและออกเดินทางไปที่จุดนัดพบทันที




-----------------------




ร้อน... มันร้อนไปหมดหลังจากออกเดินมาได้แค่ไม่ถึงสองชั่วโมง แสงแดดยามบ่ายของอิรักแรงมากจนฉันนึกไม่ออกว่าถ้าเอาผ้าคลุมที่ฉันสวมอยู่ออกจะร้อนขนาดไหน
จุดหมายที่ว่าก็ดูจะไกลจากที่นี่มากทีเดียวหวังว่าฉันจะไม่โดนแดดเผาตายก่อนไปถึงที่นั่นนะ


สองเท้าของฉันมันล้าไปหมดความร้อนของทะเลทรายดูดเรี่ยวแรงจนแห้งเหือด ปืนที่แบกมาด้วยก็ดูจะไม่ช่วยอะไรเลยนอกจากทำให้การเดินทางของฉันช้าลง
แต่ใครจะเดาได้ หากไอ้พวกบ้านั่นเกิดตามมาแล้วฉันไม่มีอะไรเลย คงไม่พ้นตายโดยไม่ได้สู้แน่สำหรับฉันแล้วฉันขอยอมตายเพราะสู้สู้ยังดีกว่าตายโดยไม่ขัดขืน


ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ทราย... ทราย... แล้วก็ทราย ฉันอยากจะพักแต่ที่นี่ไม่มีที่ให้พักเลยแม้แต่ที่เดียวสติของฉันกำลังจากเลือนรางไปทุกที
ในหัวมีแต่ความรู้สึกหนักๆเหมือนมีอะไรมาตีใส่กบาลเป็นสิบๆครั้งแล้วก็โดนทับด้วยของหนักๆที่ว่านั่นอีกที ฉันต้องดื่มน้ำอีกอึกและนี่คงเป็นอึกสุดท้ายของฉัน
กระติกน้ำที่พกมาด้วยว่างเปล่าลงตอนนี้ไม่มีน้ำเหลืออีกแล้ว การเดินทางต่อไปข้างหน้ามันต้องแย่เอามากๆฉันอาจจะขาดน้ำตายหรือโดนแดดเผาตายในไม่ช้านี้


ก่อนที่ฉันจะเดินต่อไปก็มีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นมันฟังดูคล้ายๆเสียงของรถ นี่ฉันสติเพี้ยนขนาดหูฝาดว่ามีเสียงรถกำลังแล่นผ่านมาทางทะเลทรายแบบนี้เหรอ

ไม่สิ!!เดี๋ยวก่อนหูฉันไม่ได้ฝาดมีรถกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้จริงๆฉันเห็นมันกำลังตรงมาทางนี้


“เฮ้!! หยุดก่อน!! ฉันอยู่ทางนี้!!”


ฉันรีบตะโกนให้สุดเสียงพร้อมกับโบกมือไปมาเหมือนคนบ้า อย่างน้อยฉันยังอยากจะรอดตายมากกว่าโดนแดดเผาตายอยู่กลางทะเลทรายกันดานแบบนี้
รถคันนั้นกำลังตรงมาทางฉันเรื่อยๆมากขึ้น มากขึ้นและ...


ปัง!!ๆๆๆๆๆๆๆ


ฉับพลันก็มีเสียงปืนดังขึ้นพร้อมๆกับตอนที่มีกระสุนจำนวนหนึ่งพุ่งมาทางฉัน ฉันรีบหมอบต่ำหลบคมกระสุนที่พุ่งเข้ามา ท่าทางฉันจะไม่โชคดีอย่างที่คิดเสียแล้ว
เพราะรถคันที่ว่านี้เป็นของพวกที่ไล่ยิงเราเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้เอง มันตามตื้อไม่เลิกจริงๆ


และทางเดียวที่ฉันมีตอนนี้ก็คือยิงต่อสู้กับพวกมันเท่านั้นยังโชคดีที่ฉันไม่ได้ทิ้งปืนไปก่อนหน้านี้ ไม่งั้นล่ะก็คงได้เกิดเรื่องแย่ขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ปืนของฉันมีกระสุนอยู่เต็มขีดก็พร้อมจะเจาะพวกมันให้พรุนไปตามๆกัน ถ้าไม่นับอาวุธความหวังดูจะเป็นสิ่งเดียวที่ฉันมีอยู่ในตอนนี้


“แยกกันไป!! จับตัวมันมาเป็นๆ!!” ที่ฉันได้ยินก็คือสิ่งที่พวกมันคิดจะทำกับฉันหลังจากนี้นั่นคือการจับเป็นฉัน แต่ไม่มีวันซะล่ะ ถ้าจะจับเป็นฉันพวกแกก็คิดผิดแล้ว


ปัง!!ๆๆๆๆ


ปืนกลที่ฉันใช้อยู่กำลังยิงกระสุนนับหลายสิบนัดใส่พวกมัน แต่กลางทะเลทรายแบบนี้บวกกับสภาพร่างกายของฉันคงยากที่จะยิงพวกมันให้โดนได้แบบที่ฝึกมา
ที่ทำได้ก็มีแค่ยิงขู่ให้พวกมันถอยร่นไปก็เท่านั้นแถมประกับหน้าของปืนก็ร้อนขึ้นทุกวินาที G36 เป็นปืนที่มีข้อเสียคือยิงติดต่อนานๆไม่ค่อยได้ปากลำกล้องจะร้อนเร็วมาก
จนจับไม่ได้


ท่าทางสภาพอากาศแบบนี้ฉันคงจะเลือกอาวุธมาไม่ค่อยถูกจังหวะเท่าไหร่นักแถมปืนฉันยังหนักมากอีกต่างหากเพราะเครื่องยิงลูกระเบิดที่เอามาด้วยแบบนี้ก็ไม่ต่างกับ
การปักหลักรอความตายเท่านั้น นี่ฉันจะต้องมาตายที่นี่อย่างนั้นเหรอ?


‘พ่อคะแม่คะ รีบกลับมาหาหนูซะทีสิคะ’


‘ขอโทษนะลูกพ่อกับแม่งานยุ่งมากคงจะกลับไปตอนวันเกิดไม่ได้ขอโทษนะ’


‘แต่พ่อกับแม่สัญญาไว้แล้วนี่คะ’


‘ขอโทษนะลูกพ่อกับแม่ไปไม่ได้จริงๆ’


ฉับพลันเหมือนความทรงจำในอดีตทั้งหมดจะถาโถมเข้ามาวันที่พ่อกับแม่ได้คุยกับฉันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่พวกท่านจะหายสาบสูญไปในแนวรบและไม่กลับมาอีกเลย
หรือว่านี่จะเป็นชะตากรรมที่ฉันจะต้องมาเจอแบบนี้กันแน่


และฉันคิดว่าถ้าจะโดนยิงตายหรือจับไปทรมานแบบนี้ สู้ยอมตายด้วยน้ำมือของตัวเองคงจะดีกว่า เมื่อคิดแบบนี้ฉันก็ล้วงเอาปืนพกที่เหลืออยู่ออกมาจากซองปืน
ก่อนจะเอาปากกระบอกปืนจ่อเข้าที่ขมับพร้อมจะลั่นไก นี่คงเป็นจุดจบของฉันอีกไม่นานฉันคงจะได้ไปเจอพ่อกับแม่แล้วสินะ นิ้วของฉันค่อยๆออกแรงกดไปที่ไกปืน
พร้อมจะลั่นไก...


ตูม!!


ฉับพลันก่อนที่ฉันจะลั่นไกก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมันแรงมากพอที่จะทำให้พื้นโดยรอบสะเทือนเศษทรายจำนวนมากกระเด็นขึ้นฟ้าตามมาติดๆ แก้วหูของฉันได้รับผลกระทบ
ไปด้วยจนไม่ได้ยินอะไรไปพักใหญ่ ปืนพกในมือเลื่อนหลุดมือก่อนจะล้มลงหน้าคว่ำพื้นทรายร้อนๆ เรี่ยวแรงทั้งหมดไม่เหลืออีกแล้วความมืดกำลังกลืนกินนัยน์ตาของฉัน
ก่อนสติจะดับวูบลง มีเพียงเสียงของปืนและระเบิดที่ดังระงมอยู่ไม่ขาดรวมไปถึงร่างของใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามาทางฉัน...




------------




วันเวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ฉันฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในห้องกว้างสีขาวที่มีม่านสีเขียวประกอบกับกลิ่นฉุนๆเหมือนยาฆ่าเชื้อ พอรู้ตัวอีกทีก็พบว่าฉันกำลังนอนอยู่บนเตียง
ในชุดสีขาวตัวบาง ข้างๆเตียงมีสายน้ำเกลือกับถาดอาหารวงอยู่ข้างๆมันยังอุ่นๆอยู่ นี่ฉันยังไม่ตายอย่างนั้นเหรอ


“ไงฟื้นแล้วเหรอแม่แมงมุม” เสียงทักทายที่ฟังดูทะเล้นประกอบกับความรู้สึกเป็นห่วงดังขึ้น เมื่อฉันหันไปมองก็พบอีวิลที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆเตียง


“ที่นี่ ที่ไหนกันน่ะ”


“ที่นี่คือโรงพยาบาลในกรุงลอนดอน เธอสลบไปนานสามวันเต็มๆเลยล่ะ” อีวิลพูดพลางรินกาแฟใส่ถ้วยดื่มหลังจากที่เห็นฉันฟื้นขึ้นมาได้ไม่นาน ที่พูดหมายความว่าสามวัน
นี่ฉันหลับไปนานขนาดนั้นเชียว


“แล้วภารกิจของเราล่ะ...”


“สำเร็จไปได้ด้วยดี เพราะเธอยอมเป็นตัวล่อให้นั่นล่ะนะ พอฉันไปถึงจุดนัดพบก็รีบให้นักบินขับไปที่จุดที่เธออยู่ ตอนนั้นเธอกำลังโดนพวกมันล้อมจากทุกทิศ
ฉันเลยสั่งให้นักบินลงจอดเพื่อจะไปช่วยเธอออกมานี่ล่ะ เธอโชคดีนะที่รอดมาได้โดยที่ไม่มีแผลถ้าเราไปเจอเธอช้ากว่านั้น เธอคงกลายเป็นศพไปแล้ว”


อีวิลตอบกลับมาก่อนจะซดกาแฟลงคอไปอย่างสบายอารมณ์ ท่าทางเขาจะไม่กังวลอะไรเกี่ยวกับตัวฉันมากนักหลังจากซดกาแฟแก้วนั้นหมดไปไม่นานอีวิลก็หันเก้าอี้
กลับมาคุยกับฉันต่อ สีหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปจากเดิมากมันไม่ใช่สีหน้าของคนที่ท่าทางสบายแบบเมื่อกี้นี้เลย มันเป็นสีหน้าของคนที่กำลังสำนึกผิดอยู่


“ขอโทษนะ... ที่ทิ้งเธอไว้ตรงนั้น มันจำเป็นจริงๆถ้าทำได้ฉันก็ไม่อยากจะทิ้งเธอไว้แบบนั้นหรอก”


“นายไม่ต้องขอโทษหรอก ถ้าเป็นฉันก็คงทำแบบเดียวกันแค่ภารกิจสำเร็จแล้วฉันยังไม่ตายแค่นี้ก็ดีพอแล้ว นายไม่ต้องคิดมากหรอก”


“ถ้างั้นไว้รอเธอหายฉันจะพาเธอไปเลี้ยงเหล้าก็แล้วกันตกลงไหม” อีวิลตอบพลางยิ้มน้อยๆให้ฉัน


“นี่จะขอฉันเดทรึไง ไม่มีรสนิยมซะเลยนะเลี้ยงเหล้าผู้หญิงแบบนี้มันควรทำรึไงกัน”


“เปล่าซะหน่อยแค่อยากจะขอโทษเธอเท่านั้นล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะฉันต้องไปรายงานตัวที่กองบัญชาการก่อนว่างๆจะแวะมาเยี่ยมล่ะ” อีวิลลุกขึ้นจากเก้าอี้
ก่อนจะเดินไปที่ประตูทางออกและเดินออกจากห้องไป


อย่างน้อยในตอนนี้ฉันก็ดีใจไปได้อย่างหนึ่งว่าภารกิจสำเร็จลุล่วงเป็นไปได้ด้วยดี แต่ใครจะรู้ล่ะว่าไอ้ภารกิจที่ฉันลงทุนเสี่ยงตายทำลงไปนี้มันกลับจะยิ่งทำให้สงครามนั้นยุ่งเหยิงขึ้นไปอีกนับสิบเท่า...




--------------------------------------


ทีนี้ก็มาถึงคำถามปลดล๊อกอุปกรณ์กันแล้วนะครับ (ขอเสียงรัวกลองด้วย!!)

'บุคคลสำคัญที่ตายในปี 1718 คือใครและคนๆนี้มีฉายาว่าอะไร'

คำใบ้ 'เรือ'

รางวัลหากตอบถูก : ปืนยาวแบบสุ่ม (ขึ้นอยู่กับดวงว่าจะได้ของดีมาใช้หรือไม่อีกที)

หากตอบผิด : อัตราการตายจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งขีด นั่นคือภารกิจจะมีเปอร์เซ็นต์เสี่ยงตายมากขึ้นด้วย

คำถามนี้จะตอบหรือไม่ก็ได้ถ้าคิดว่าหัวไวและดวงดีพอสามารถเริ่มได้เลย
<<

Piese.NTW

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 75

ลงทะเบียนเมื่อ: 03 พ.ย. 2012, 00:41

โพสต์ 09 มี.ค. 2014, 17:24

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 6 “Black box”

ขอตอบครับ //ยกมือ :e16
------------------------------------------
เอ็กเวิร์ด ทีช (Edward Teach) ฉายา ไอ้เคราดำ หรือ แบล็คเบียร์ด (Blackbeard ) ครับ

ถูกป่าวหว่า :e21
(ผมคนเดียวกับ Xeria.NTW นะครับ)

--------------------------------------------
แม่แมงมุมผมนี้เสี่ยงตายดีจริงๆเลย ไอ้ปืนยิงระเบิดนี้คิดไว้อยู่แล้ว ว่าร้อนจัดๆมันต้องระเบิดแหงๆ :e5
แต่ละอย่างที่เจอรู้สึกเจ็บแทน ซี้ดดดด
<<

Black Project

ภาพประจำตัวสมาชิก

Licker
Licker

โพสต์: 175

ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2013, 14:13

โพสต์ 09 มี.ค. 2014, 19:26

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 6 “Black box”

ขอตอบด้วย...Edward Teach ฉายา ไอ้เคราดำ(Blackbeard)
เอ็ดเวิร์ดท ทีช หรือทาช หรือไอ้เคราดำ(1680 - 1718)เป็นโจรสลัดที่มีชื่อเสียงและโหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ในช่วงปี1702-1713 ในสงครามระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศษและสเปน เขามีรูปลักษณ์ไม่เหมือนใครเพราะเขาทักหนวดจนเหมือนงูเลื่อยอยู่บนหน้า สับคนขาด 2 ท่อนด้วยดาบเดียว พกปืน 6 กระบอกข้างลำตัวแต่ละข้างตลอดเวลา
มีภรรยา 14 คน เขามีประวัติการปล้นสะดมและฆาตกรรมหลายคดีจนเป็นที่หมายหัวจากสามประเทศ
(ปีมันคล้ายๆอ่ะเลยตอบ อีกอย่างเป็นกัปตันเรื่อด้วย :e3 )
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 467

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 09 มี.ค. 2014, 20:01

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 6 “Black box”

ลืมบอกไปครับว่าคำถามนี้เฉพาะ S.A.S. เท่านั้น หน่วยอื่นยังไม่มีสิทธิ์ตอบครับ รอรอบของแต่ล่ะคนไปก่อนตอนนี้เป็นของ S.A.S.
<<

Piese.NTW

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 75

ลงทะเบียนเมื่อ: 03 พ.ย. 2012, 00:41

โพสต์ 10 มี.ค. 2014, 20:51

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 6 “Black box”

แล้วคำตอบของผมถูกป่ะครับ :e5 หน่วย S.A.S จะได้มีปืนใหม่ใช้ 555 :e3
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 12 มี.ค. 2014, 01:45

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 6 “Black box”

หลังจากห่างหายไป(สักพัก -*-)ก็กลับมาพร้อมกับสมรภูมิอันแสนดุเดือด
จะรอดูสิว่าจะมีใครตอบถูกไหม 555+ สู้ๆนะคนตอบคำถาม ^^
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

ทหารแห่งหน่วย U.S.S

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 36

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2013, 20:22

โพสต์ 18 มี.ค. 2014, 14:01

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 6 “Black box”

งั้นผมขอตอบว่า เอ็ดเวิร์ด ทีช a.k.a.ไอ้เคราดำ (Edward Teach a.k.a. Blackbeard) ละกันนะคับแหม่มว่าแต่อีวิลจะได้ปืนอะไรนะอยากรุู้จริงแต่ว่าตอนนี้ผมกำลังมีความสุขมากเลยนะคับเพราะว่าอีวิลมีความห่วงใยกันกับเพื่อนร่อมทีมแต่ไม่รู้ว่าจะพัฒนาความสัมพันกับ ทาลันทูน่า ขนาดไหนกันนะคับ
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 467

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 28 มี.ค. 2014, 14:45

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 6 “Black box”

ขออภัยที่หายไปนานครับ เนื่องด้วยปัญหาทางบ้านและงานที่เยอะผมจึงแทบไม่มีเวลามาแต่งเลย อีกทั้งตอนนี้เป็นตอนสำคัญที่จะมีผลกับเนื้อเรื่องด้วย
จึงต้องวางแผนมาให้รัดกุมทีเดียวครับ

ต่อไปก็คือผลของการตอบคำถามครับขอบอกว่าตอบ....ถูกครับ!!!

นั่นคือ เคราดำหนึ่งในโจรสลัดที่กองทัพอังกฤษและสเปนเกรงกลัวกันมากที่สุดในยุคนั้นถือเป็นโจรสลัดชื่อดังในตำนานเลยทีเดียว

รางวัล : ปืน FN P90 Sub machinegun

ยินดีด้วยกับ S.A.S.นะครับ เอาล่ะเพื่อไม่ให้เสียเวลามาดูตอนต่อไปกันเลย!!


Mission 7

การรบของประเทศคู่สงครามระหว่างสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงในเร็ววัน การห้ำหั่นมุ่งเอาชีวิตกันของทหารสองฝ่ายยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
สงครามไม่ได้เกิแค่เพียงในทวีปเอเชียเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงในทวีปอเมริกาเหนืออีกด้วย

ที่ชายฝั่งตะวันตกการรบเริ่มปะทุหนักขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้วเกาหลีเหนือส่งกองทัพเรือยกพลบุกชายฝั่งตะวันตกของอเมริกาเหนือตั้งแต่เขตซีแอตเติลยันลอสแองเจลิส
ส่งผลทำให้เมืองท่าสำคัญในฝั่งตะวันตกได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงและไม่เพียงเท่านั้นฝ่ายสาธารณะรัฐประชาชนจีนยังให้การสนับสนุนในด้านกำลังพลบางส่วนแก่เกาหลีเหนือ
ในการยกพลขึ้นบกอีกด้วยส่งผลทำให้โอกาสที่สหรัฐอเมริกาจะเสียเมืองท่าในเขตฝั่งตะวันตกมีสูงมาก


ศูนย์บัญชาการกลางกองทัพสหรัฐฯ


ผู้บัญชาการ : สถานการณ์ทางฝั่งตะวันตกเป็นยังไงบ้างท่านนายพล?

นายพลแกริสัน : สถานการณ์กำลังย่ำแย่ครับ เกาหลีเหนือเปิดฉากยิงถล่มฝั่งตะวันตกด้วยเรือรบแถมการระวังภัยของฝ่ายเกาหลีเหนือยังแน่นหนามาก
เราไม่สามารถส่งกำลังพลเข้าใกล้ได้เลย

ผู้บัญชาการ : ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปฝ่ายเราคงจะมีแต่เสียหาย สถานการณ์ตอนนี้ล่อแหลมมากเราต้องส่งกำลังเสริมเข้าไปช่วยคนของเรา

เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูล : ท่านครับ!! เราเพิ่งได้รับรายงานล่าสุดแจ้งเข้ามา ทหารเกาหลีเหนือกำลังยกพลขึ้นบกที่เมืองท่าแต่ล่ะแห่งพร้อมๆกันครับ

นายพลแกริสัน : แล้วสถานการณ์ล่าสุดเป็นยังไงบ้างรายงานด้วย

เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูล : ที่ซีแอตเติลกองกำลังของพวกเรายังสามารถยันเอาไว้ได้อย่างมากสองสามชั่วโมง ส่วนที่ซานฟรานซิสโกฝ่ายเกาหลีเหนือยังไม่ด่วนยกพลมา
คาดว่ากำลังดูสถานการณ์อยู่ ส่วนที่ลอสแองเจลิสคาดว่าน่าจะยันได้ไม่เกินยี่สิบนาทีครับทางนั้นโดนโจมตีหนักที่สุด

นายพลแกริสัน : ท่าทางเราคงไม่มีตัวเลือกอีกแล้วครับท่าน หากเราเสียแอลเอไปสถานการณ์จะต้องเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีกแน่ เราต้องรีบหามาตรการรับมือโดยเร็วที่สุด

ผู้บัญชาการ : เข้าใจแล้วติดต่อทีมแร็พเตอร์ผมมีภารกิจจะให้พวกเขาทำ...




-------------------------------------



“Iron Shield”

November 8th - 11:03: 56

SFC.Clint "Skull" Greyson

Delta Force

Santa Monica Beach , Los Angeles




“มันบุกขึ้นมาแล้วขอกำลังเสริมจุดนี้ด้วย!!”

“ทางนี้มีคนเจ็บขอผ้าพันแผลด้วย!!”


เสียงของทหารจำนวนหลายกองร้อยกำลังตกอยู่ท่ามกลางความสับสนและความวุ่นวายนับตั้งแต่การโจมตีครั้งใหญ่ของฝ่ายข้าศึกซึ่งกำลังบุกขึ้นมาที่ชายฝั่งซานตาโมนิกา
ลอสแองเจลิสแห่งนี้ สภาพโดยรวมของกองกำลังที่นี่แทบจะดูไม่ได้เอาเสียเลย มีแต่คนเจ็บเต็มไปหมดถึงฝ่ายตรงข้ามจะอยู่ในชัยภูมิที่เสียเปรียบมากกว่าเรา แต่ก็เป็นเพราะ
มีการยิงสนับสนุนจากเรือรบมาแบบไม่ขาดสาย ทำให้ทหารหลายนายได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า


ตอนนี้ผมกับคนในทีมกำลังช่วยกันลากทหารที่ได้รับบาดเจ็บออกจากจุดอันตรายขณะที่พวกเกาหลีเหนือกำลังบุกเข้ามาประชิดพวกเราได้เรื่อยๆ พวกเรากำลังจนแต้มลงทุกขณะ


“สกัล!! นายไปช่วยโรสยิงต้านพวกมัน ฉันจะลากคนเจ็บไปเอง!!” หัวหน้ารีบตะโกนบอกผมก่อนจะรีบสลับตำแหน่งกับผมในทันที ซึ่งผมก็ยินดีอยู่แล้วอย่างน้อยก็ยังดีกว่าต้องมาลากคนเจ็บออกไป
แบบนี้มันน่าเบื่อสุดๆไปเลย


ผมรีบวิ่งเข้าไปประจำตรงกองซากกำแพงแตกใกล้ๆกับจุดที่โรสอยู่ ซึ่งเธอกำลังรับมือเป็นระวิงกับการยิงต่อสู้ของทหารเกาหลีเหนือเพียงคนเดียวพูดตรงๆเลยว่าสาวน้อยคนนี้มันอีสาวตัวอันตรายชัดๆ
ขนาดผมยังไม่กล้าทำอะไรแบบนี้เลย


ที่ชายหาดซานตาโมนิกาอันเลื่องชื่อสถานที่พักผ่อนอันแสนสงบต้องมากลายเป็นสนามต่อสู้ของพวกเราไปเสียแล้ว สิ่งที่พวกเราทุกคนเห็นก็คือกองกำลังของฝ่ายเกาหลีเหนือและจีนอีกส่วนหนึ่ง
กำลังยกพลขึ้นมาดั่งฝูงมด อีกฝ่ายมีกำลังโดยรวมมากกว่าพวกเรามาก แต่ภารกิจของพวกเราไม่ใช่การต่อสู้กับคนพวกนี้เป้าหมายของพวกเราคือการคุ้มกันพวกทหารราบกรมที่ที่เจ็ดสิบห้า
ของหน่วยอาร์มี่แรนเจอร์ ทั้งหมดให้ถอยทัพได้อย่างปลอดภัย


การทำงานแบบนี้มันไม่ใช่อะไรที่ง่ายเอาเสียเลยเพราะเรามีคนเจ็บเยอะกว่าที่คาดการณ์เอาไว้มาก การถอยทัพของพวกเราจึงทำได้ช้าแถมพวกเกาหลีเหนือเองก็ดันคึกจัดบุกเข้ามาแบบไม่ให้หายใจกันเลย
แถมที่สำคัญที่สุดบุกที่ไหนไม่บุกดันมาบุกที่ลอสแองเจลิสที่เป็นบ้านเกิดของผมกับแฮงค์แมนอีก มันเหมือนประชดกันเสียจริงๆที่ผมต้องมาสู้เพื่อชาติยังไม่พอแถมยังต้องมาสู้เพื่อปกป้องบ้านเกิดแบบนี้อีก
ถ้าเสียเมืองนี้ไปผมคงช้ำใจตายแน่ๆ


“โรส!! เธอต้องรีบถอยไปที่กำแพงแตกด้านหลังเราเดี๋ยวนี้เลยพวกมันบุกเข้ามาเสริมกันอีกแล้ว!!”

“ทราบแล้วค่ะจ่า!!” พอได้ยินที่ผมพูด โรสก็รีบวิ่งถอยห่างออกไปจากจุดนั้นในทันทีขณะที่ผมพยายามยิงต้านพวกมันเอาไว้อย่างสุดกำลังเพื่อให้โรสถอยกลับไปได้อย่างปลอดภัย


เมื่อสาวน้อยของเราถอยกลับไปได้แล้วเธอก็รีบหันมายิงคุ้มกันให้ผมบ้าง กระสุนจากปืนกลเบาของเธอกราดเข้าใส่พวกโสมแดงจนล้มไปหลายรายขณะที่ผมกำลังรีบวิ่งไปสบทบกับเธออีกที
พวกมันโต้กลับด้วยการยิงอาร์พีจีใส่พวกเรากะถล่มไม่ให้ทันได้ตั้งตัว และยังเคราะห์ดีที่ผมถอยออกมาทันเลยไม่โดนอะไรไปมากกว่าเศษอิฐที่โดนแรงระเบิดจนกระเด็น


ไรเฟิลในมือของผมถูกยกประทับบ่าและส่งกระสุนออกไปโฉบหัวพวกนั้นอย่างแม่นยำ มองในบางแง่พวกเราเองก็ผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดี เทียบกับพวกทหารธรรมดาของเกาหลีเหนือที่ผ่านการฝึกมา
ในระดับที่น้อยกว่าพวกเรานิดหน่อยแล้วพวกเรายังถือว่าได้เปรียบด้านการตั้งรับอยู่พอสมควร แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดเสียเพราะฝ่ายตรงข้ามมีกำลังมากกว่าพวกเราจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยิงพวกมันได้
โดยที่ไม่ถูกยิงโต้กลับมาพอนานเข้าพวกนั้นก็รู้ตำแหน่งและยิงกดดันพวกเราจนขยับไปไหนแทบไม่ได้


“นี่แร็พเตอร์ 0-1 เรียก ‘ค้อนศึก’ เราต้องการกำลังสนับสนุนทางอากาศพิกัด 124 เราจะส่งสัญญาณควันให้ ย้ำเราจะส่งสัญญาณควันเปลี่ยน”

“ทราบแล้วแร็พเตอร์ 0-1 กำลังรอสัญญาณ”


ว่าแล้วหัวหน้าก็รีบขอกำลังเสริมทางอากาศก่อนจะส่งสัญญาณมือให้แฮงค์แมนที่ซุ่มอยู่อีกด้านขว้างสัญญาณควันไปที่จุดที่ต้องการ


สัญญาณควันสีส้มถูกขว้างออกไปตรงใจกลางกลุ่มใหญ่ของพวกข้าศึกและที่ตามมากลังจากนั้นคือเสียงระเบิดที่ถูกยิงลงมาจากฟากฟ้าจำนวนหลายสิบนัด แต่ล่ะนัดมากพอที่จะสังหารศัตรูจำนวนไม่ต่ำกว่าสองโหลให้หายวับไปจากโลกเบี้ยวๆใบนี้ได้ไม่ยาก พวกทหารเกาหลีเหนือพากันแตกฮือไม่เป็นขบวนหลังจากการยิงสนับสนุนทางอากาศของ ‘ค้อนศึก’


เมื่อศัตรูกลุ่มใหญ่ถูกจัดการไปแล้วที่เหลือก็เป็นงานง่ายของพวกเราขึ้นอีกเยอะ ผมกับโรสและแฮงค์แมนก็รีบยิงซ้ำเข้าไปขณะที่พวกมันกำลังอ่อนแออยู่นี่เอง พวกที่อยู่ในที่โล่งพากันร่วงตายระนาว
ขณะที่พวกที่หลบอยู่ตามซอกหลืบก็ขวัญกระเจิงกันไปหมดเห็นทีนี่จะเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะเผ่นออกจากจุดนี้กันแล้ว


“ทุกคนถอยกลับไปด้านหลัง แฮงค์แมนนายอยู่นี่กับโรสรอฉันกับสกัลถอยกลับไปพวกนายค่อยถอยเลยระวังตัวด้วยพวกมันอาจจะกำลังซุ่มอยู่ที่ไหนสักที่” หัวหน้าตะโกนบอกก่อนจะกวักมือเรียกผม
ให้ตามไปด้วยกัน ส่วนแฮงค์แมนกับโรสก็ต้องอยู่ตรงนี้ไปก่อนเพื่อคุ้มกันพวกเราจากจุดนี้

ผมรีบวิ่งตามหัวหน้าไปขณะที่สองคนนั้นกำลังยิงกดดันพวกมันอย่างหนักเพื่อให้พวกเราถอยได้อย่างปลอดภัย
ขณะเดียวกันโรสเองก็กำลังยิงต้านพวกศัตรูเอาไว้อย่างดุเดือดแต่เธอกลับไม่รู้เลยว่าหายนะของเธอกำลังจะมาเยือนในไม่ช้านี้


แชะ!! แชะ!!


เป็นอย่างที่คิดเอาไว้กระสุนของโรสหมดในระหว่างนั้นพอดีแถมกระสุนที่เธอจะใช้สำหรับปืนกลเบาก็หมดเกลี้ยงแล้วอีกต่างหากกลายเป็นว่าเธอก็ไม่เหลือทางเลือกนอกจากต้องงัดเอาปืนสำรองออกมาใช้
แถมการที่เธอใช้ปืนกลเบามันก็มีผลเสียร้ายแรงตามมานั่นคือไม่มีใครที่เธอจะขอกระสุนได้เลยเพราะพวกเราส่วนใหญ่ใช้ไรเฟิลกันหมดทางเลือกจึงเหลือแค่เพียงเอาปืนพกออกมาใช้เท่านั้น


“ระเบิดมือ!!”

ตูม!!


โรสขว้างระเบิดมือลูกสุดท้ายที่มีอยู่ออกไปเพื่อสร้างโอกาสให้พวกเราหาช่อทางยิงคุ้มกันได้ขณะที่แฮงค์แมนกำลังตั้งหน้าตั้งตายิงพวกมันเพื่อลดจำนวนลงบ้างแต่ก็ดูจะไม่ค่อยเกิดผลอะไรมากนัก
เพราะอีกฝ่ายถึงกับเอาจรวดอาร์พีจียิงกระหน่ำมาทางพวกเขาทั้งสองคนกะให้เป็นศพเละอยู่หลังกำแพงนั่น


“นี่แร็พเตอร์ 0-1 เรียกหน่วยเหนือเราต้องการทราบจุดถอนตัวโดยด่วน ขอย้ำต้องการทราบจุดถอนตัวโดยด่วน!!”

“แร็พเตอร์ 0-1 จุดถอนตัวของพวกคุณอยู่ที่ทางตอนเหนือพิกัด... ซ่า!!” ก่อนที่หน่วยเหนือจะทันได้ตอบอะไรพวกเราสัญญาณก็ขาดไปเสียก่อน หัวหน้าพยายามจะจูนคลื่นปรับสัญญาณใหม่
แต่ก็ไม่ได้ผลไม่มีสัญญาณเลย

“หน่วยเหนือ หน่วยเหนือ!! โธ่เว้ย!! ไอ้พวกลูกกะหรี่นั่นคงจะตัดสัญญาณพวกเราแน่เอาไงดีล่ะทีนี้” หัวหน้าสบถออกมาขณะที่ผมเพิ่งรับรู้ว่าพวกนั้นตัดสัญญาณการสื่อสารของพวกเราหมดแล้ว

“ผมว่าเราคงต้องถอยไปที่จุดรวมพลฉุกเฉินแล้วล่ะครับ พิกัดอยู่ห่างออกไปราวครึ่งกิโลจากตรงนี้ถ้าเราย่องไปเงียบๆจากตรงนี้เราคงผ่านไปได้อย่างแน่นอน”

“เห็นด้วยเลย เอาล่ะยิงคุ้มกันให้สองคนนั่นถอยออกมาได้แล้ว”


หัวหน้าตะโกนสั่งผมก่อนจะรีบยิงคุ้มกันโรสกับแฮงค์แมนให้ถอยกลับมาได้แล้ว ที่จริงภารกิจของพวกเราสำเร็จลุล่วงไปนานแล้วหลังจากที่ทหารบาดเจ็บทั้งหมดถูกส่งออกไป พวกเราที่เหลือ
เลยต้องมาติดแหงกอยู่ที่นี่รอการช่วยเหลือแทน


โรสกับแฮงค์แมนรอการถอนตัวอยู่ตั้งแต่แรกแล้วพอทั้งสองคนเห็นพวกเราช่วยยิงคุ้มกันทั้งคู่ก็รีบวิ่งถอยออกมาขณะที่พวกศัตรูมีกำลังมาเสริมอีกไม่ต่ำกว่าโหลพอมันเห็นทั้งสองคน
พวกนั้นก็รีบระดมยิงใส่พวกเขาเป็นการใหญ่ ลำพังสองคนนั้นคงจะเอาตัวรอดได้ในตอนแรกผมก็คิดอย่างนั้น แต่ว่าผมกลับคิดผิด...


“โรส!! วิ่งไปรวมกับหัวหน้าเร็วเข้า ตรงนี้ฉันลุยเอง” แฮงค์แมนรีบตะโกนบอกให้โรสที่แอบอยู่ที่กำแพงข้างๆให้หนีมารวมพลกับพวกเราขณะที่กำลังยิงถ่วงให้บางส่วน แฮงค์แมนนั้นรู้ดีว่า
โรสเหลือกระสุนอยู่ไม่มากกับปืนพกกระบอกนั้นต่อให้อยู่ด้วยกันไม่นานกระสุนคงต้องหมดก่อนก็เป็นได้แบบนั้นสถานการณ์ก็จะยิ่งแย่เข้าไปอีกด้วยเหตุนี้ดอกไม้เหล็กประจำกลุ่มของพวกเรา
จึงออกวิ่งเพื่อไปรวมกับหัวหน้าในทันที หวังว่าการที่เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มจะทำให้เธอเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าผู้ชายอย่างเราๆนะ ผมรีบยิงประสานกับแฮงค์แมน
และหัวหน้าเพื่อให้โรสถอยออกมาได้อย่างปลอดภัยแต่แล้ว...


ปัง!!

“อั๊ก!!”


ฉับพลันระหว่างที่โรสกำลังวิ่งมานี้นั่นเองคมกระสุนปริศนาก็ถูกยิงมาจากทางไหนก็ไม่รู้มันพุ่งเฉี่ยวถากส่วนต้นคอของโรสไปนิดหน่อย ร่างบางของสาวน้อยประจำกลุ่มทรุดลงกับพื้นแทบจะในทันที
ขนาดผมอยู่ตรงนี้ยังมองเห็นเลือดที่กำลังไหล่อาบมือของโรสอย่างชัดเจน


“โรส!! รอเดี๋ยวนะกำลังจะไปช่วย!!” ว่าแล้วผมก็รีบวิ่งลงไปที่นั่นก่อนเพื่อจะเข้าไปลากตัวโรสออกมาจากจุดเสี่ยงภัย

“สกัลทำบ้าอะไรฟะ!! แฮงค์แมนนายคุ้มกันสองคนนั้นด้วย เร็วเข้า!!” ท่าทางหัวหน้าจะตกใจไม่น้อยกับการกระทำอันบ้าบิ่นของผมแต่นั่นก็คงเป็นความจริง การโดดเข้าไปกลางที่แจ้ง
ที่มีกระสุนนับร้อยปลิวว่อนอยู่แบบนี้มันไม่ฉลาดเอาเสียเลย


แต่จะทำยังไงได้ตอนนี้ผมก็ลงมือทำไปแล้วที่เหลือก็แค่ต้องลากตัวโรสไปอยู่ในที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด สภาพของโรสต้อนนี้ก็ดูไม่แย่อย่างที่คาดเอาไว้มากนักถึงจะอาบเลือดอยู่
แต่กระสุนก็ไม่ได้พุ่งตัดจุดสำคัญไปนับว่าเคราะห์ดีทีเดียว แถมโรสยังคงมีสติอยู่ครบถ้วนเธอกำลังมองมาทางผมด้วยท่าทางที่ตื่นตระหนกอยู่


“อยู่เฉยๆไว้นะโรสเดี๋ยวจะพาออกไปจากที่นี่!!” ว่าแล้วผมก็รีบใช้มือข้างซ้ายลาดตัวของโรสออกจากที่นี่ขณะที่มือข้างขวาก็ถือ M4 ยิงต่อสู้ไปด้วยก็ยังดีที่โรสไม่ได้ใส่เกราะหนักอะไรมาก
บวกกับน้ำหนักที่เบาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วผมจึงสามารถลากตัวของเธอออกจากพื้นที่อันตรายได้ง่ายขึ้นแต่ความซวยก็ดูจะมาเยือนผมเร็วกว่าที่คาดเอาไว้


แชะ!!แชะ!!


บ้าจริง! ไอ้ปืนซังกะบ๊วยกระบอกนี้ดันมาขัดลำกล้องเอาเสียอีกผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องงัดเอาปืนสั้นออกมาใช้เพื่อแก้ขัดไปก่อน ท่าทางผมจะดวงไม่ค่อยดีเลยสำหรับเรื่องนี้
ถ้าผมโดนยิงขึ้นมาอีกคนคงแย่แน่ต้องรีบถอยออกจากจุดนี้ให้เร็วที่สุด


ส่วนแฮงค์แมนนั้นก็กำลังถอยตามพวกเรามาติดๆ โดยเขาอาศัยความแม่นยำที่มีอยู่ทั้งหมดยิงปลิดชีพพวกเกาหลีเหนือที่บุกเข้ามาเป็นระลอกขณะเดียวกันก็คอยระวังเก็บพวกที่ซุ่มโจมตีไปด้วย
ระยะห่างจากผมกับหัวหน้าอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรเท่านั้น


“อดทนหน่อยโรสอีกนิดเดียวจะถึงแล้ว!!”


เพี้ยว!!


“RPG!!”


ตูม!!



ทันใดนั้นก็มีจรวด RPG อีกลูกยิงเข้ามาทางที่ผมกับโรสอยู่พอดี มันตรงเข้ามาก่อนจะพุ่งปะทะใส่เนินดินสูงๆที่อยู่ข้างๆตัวพวกเราก่อนจะระเบิดในทันที ความรู้สึกของผมที่รับรู้ได้
หลังจากมีเสียงที่ดังแทบหูแตกกับประกายไฟจากการระเบิดเกิดขึ้นคือ แก้วหูผมทำงานไม่ปกติดมันอื้อไปหมด


แถมความรู้สึกมันยังเหมือนกับภาพรอบตัวที่กำลังมืดลงเรื่อยๆแต่ก็ไม่มืดลงในทันที เพราะแฮงค์แมนที่กำลังเข้ามาเขย่าตัวผมแรงๆเพื่อเรียกสติให้ผมอย่าลืมว่าเราอยู่ในสนามรบ
จะมาสลบเอาตรงนี้ไม่ได้


“นายเป็นยังไงบ้างสกัล!!”

“โอ๊ย... แก้วหูลั่นเปรี๊ยะเลย!!”

“เอ้า!! ลุกขึ้นมาเร็วเข้า รีบออกไปจากที่นี่!!”


ผมรีบลุกขึ้นมาก่อนจะคว้าตัวโรสออกจากจุดอันตรายนี้โดยด่วน ผมรีบแบกร่างของโรสหนีออกจากจุดอันตรายก่อนจะตามไปสมทบกับหัวหน้าได้สำเร็จนับว่าโชคดีที่ไม่มีใครตาย พวกเราทุกคน
รีบวิ่งถอนตัวออกจากจุดนั้นเพื่อไปยังจุดนัดพบฉุกเฉิน ระหว่างนั้นเองผมก็รีบตรวจดีอาการของโรสไปพลางๆ


นับว่ายังดวงดีอยู่กระสุนตัดผ่านเส้นเลือดใหญ่ที่ด้านข้างของต้นคอไปแต่สองมิลฯนอกนั้นก็ไม่มีอะไรมากนอกจากเลือดอาบ ผมรีบเอาผ้าพันแผลอุดเอาไว้เป็นการปฐมพยาบาลอย่างลวกๆไปก่อน


“ขอบใจ... ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกันเนี่ย”

“น่าจะเป็นในร้านพิซซ่านะ เสียดายร้านนี้เป็นร้านอร่อยด้วยคงไม่ได้กินอีกนานเลยล่ะ” ผมพูดพลางมองไปรอบๆอดีตร้านพิซซ่าที่เป็นเพียงภาพแห่งความทรงจำไปแล้ว ผนังและโครงสร้าง
ของอาคารส่วนใหญ่พังไปหมดจากการยิงปืนใหญ่ถล่มของพวกเกาหลีเหนือ ผมล่ะเกลียดไอ้พวกเกาหลีเหนือเข้าไส้เลยทีเดียวเล่นมาถล่มบ้านเกิดผมแบบนี้มันน่าแค้นใจจริงๆ


“เอาล่ะนายทำแผลเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นอย่าเสียเวลารีบไปต่อเถอะจุดนัดพบคงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่แล้ว” หัวหน้ารีบพูดตัดบทขึ้นก่อนจะรีบนำพวกเราให้เดินทางต่อ อย่าลืมว่าถึงจะหนีออกมา
จากดงกระสุนได้แล้วก็ตามที่นี่ก็ยังไม่ปลอดภัยอยู่ดีตราบใดที่เรายังไม่ไปถึงจุดถอนตัวก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าตรงนี้จะปลอดภัย


เราทั้งสี่คนอาศัยซากตึกพังๆและพุ่มไม้เป็นที่กำบังตัวจากสายตาของฝ่ายข้าศึก เราไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีศัตรูซ่อนตัวหรือเดินขบวนอยู่ที่ไหนบ้าง การระวังและปลอดภัยไว้ก่อน
คงจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าสำหรับพวกเรา


ในตอนนี้พวกเราเคลื่อนขบวนมาจนถึงบริเวณลานโลงใกล้ๆกับศูนย์การค้า จุดนี้เป็นจุดที่เหมาะสำหรับจะใช้ล่าถอยดีทีเดียวและที่สำคัญที่สุด ที่นี่ยังมีทหารหน่วยเดลต้าละสังกัดอื่นๆอีกหลายทีม
กำลังมารวมพลที่นี่เช่นกันนับว่าเป็นข่าวดีที่สุดของพวกเราในรอบวันนี้เลย


“อีกกี่นาทีคอนวอยจะมาถึงหมู่”

“อีกราวๆสิบนาทีครับ ตอนนี้เราเพิ่งได้รับแจ้งจากทางศูนย์ใหญ่ว่ากองทัพจีนใช้คลื่นรบกวนระบบการสื่อสารของพวกเราจนไม่สามารถใช้กำลังเสริมทางอากาศได้ เขากำลังจะส่งอากาศยาน
มารับพวกเราออกจากที่นี่ทั้งหมด”


“แล้วเมืองนี้ล่ะจะเอายังไง ถ้าพวกมันบุกเข้ามาเราเสียเมืองนี้แน่” หัวหน้าถามกลับไปอีกครั้งถึงจุดประสงค์เพราะถ้าพวกเราถอยทัพกันหมดแล้วใครจะปกป้องเมืองนี้กัน


“ตอนนี้เราไม่มีทางเลือก ทางทัพอากาศจะปูพรมถล่มตั้งแต่แถวนี้ไปจนถึงชายฝั่งซานตาโมนิกาเพื่อกำจัดข้าศึกทั้งหมดเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม พวกเราต้องรีบถอนกำลังออกไปก่อนที่ทัพอากาศ
จะปูพรมพื้นที่แถวนี้ เราต้องทิ้งลอสแองเจลิส!!”


นั่นเป็นความคิดที่ฟังดูไม่เข้าท่า ไม่เข้าท่าเป็นอย่างมากที่พวกนั้นพูดถึงคือการถล่มปูพรมเมืองๆหนึ่งเลยเชียวนะแถมเมืองที่ว่านั่นก็ดันเป็นบ้านเกิดผมด้วยแบบนี้ผมจะยอมได้ที่ไหนกัน
ถึงจะเป็นการทำเพื่อจัดการศัตรูแต่แบบนี้มันเลวร้ายเกินไปแล้ว...


ตูม!!


ไม่ทันที่พวกเราจะได้คิดหรือโต้เถียงอะไรกันอีกก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นหนึ่งลูกก่อนจะตามมาด้วยเสียงปืนที่ระดมยิงเข้ามาทางนี้ พวกเราและทหารที่เหลือต้องรีบวิ่งหาที่หลบหนีตายกันเป็นแถบๆ


พวกทหารเกาหลีเหนือบุกเข้ามาประชิดกลุ่มทหารของพวกเราตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ การจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้พวกเราจำนวนไม่น้อยต้องตายไปเมื่อครู่ขณะที่คนอื่นๆต้องเอาตัวรอด
ต่อสู้กับพวกข้าศึกตามยถากรรม


มันกลายเป็นการปะทะเดือดระหว่างสองฟากถนนขนาดใหญ่ อีกฝ่ายอาศัยพุ่มไม้สูงเป็นที่กำบังตัวในขณะที่พวกเราใช้อาคารพังๆที่มีอยู่หลายจุดแถบนั้นเป็นที่กำบังตัว
มันเป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่เดิมพันด้วยชีวิตของทุกคน


ผมกับทีมยิงตอบโต้พวกเกาหลีเหนือด้วยทุกอย่างเท่าที่เหลืออยู่ กระสุนที่พอจะใช้ได้มีอยู่ไม่มากคงต้องขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นเพียงสิบนาที ถ้าพวกเรารอดอยู่ได้จนถึงตอนนั้นเราก็จะไม่ตายที่นี่แน่


ถึงอย่างนั้นเวลาแค่สิบนาทีมันก็เหมือนนานเป็นชาติสำหรับพวกเราที่กำลังรบอยู่กับข้าศึกซึ่งมีกำลังพลที่มากกว่าหลายเท่า เวลาที่ผ่านไปอย่างช้าๆพร้อมกับกระสุนที่ร่อยหรอลงทุขณะ
ฝ่ายตรงข้ามแม้จะโดนเก็บไปได้คนแล้วคนเล่า แต่ทุกครั้งที่ยิงออกไปก็จะมีคนใหม่เข้ามาแทนที่เสมอไม่มีคำว่าหมดสิ้นซะที


เวลาผ่านไปเรื่อยๆอย่างช้าๆจากสามนาทีสู่ห้านาที หกนาที เจ็ดแปด...


“นี่ชาร์ลี 0-1 เรียกตอบด้วยเปลี่ยน...”

“นี่แร็พเตอร์ 0-2 ได้ยินแล้วชาร์ลี” ผมรีบตอบกลับทันทีหลังจากวิทยุของผมเพิ่งจะใช้งานได้ในที่นี่ ท่าทางคงจะเป็นพวกกำลังเสริมไม่ผิดแน่

“เรากำลังจะไปถึงที่นั่นในสามนาที สถานการณ์เป็นยังไงบ้างเปลี่ยน”

“สถานการณ์กำลังเลวร้ายมาก มีทหารเกาหลีเหนือไม่ต่ำกว่าสองกองร้อยกำลังยิงถล่มพวกเราอยู่ เราต้องการกำลังเสริมทางอากาศตำแหน่งควันสีส้ม ย้ำอีกครั้งพิกัดควันสีส้มเปลี่ยน”

“ทราบแล้วอดทนไว้ เรากำลังไป...”


การสื่อสารถูกตัดไปหลังจากนั้นก่อนที่ผมจะหันไปยิงพวกมันต่อ หวังว่าไอ้กำลังเสริมทางอากาศนั่นจะมาถึงโดยเร็วนะผมไม่รอช้ารีบขว้างควันสัญญาณสีส้มออกไปหนึ่งลูกเป็นการรอรับการโจมตี


สามนาทีถัดมาเป็นอย่างที่พวกนั้นพูดเอาไว้จริงๆ ไม่นานเกิดรอตรงตำแหน่งควันสีส้มที่ผมขว้างออกไปเมื่อครู่ก็มีการถล่มปูพรมครั้งใหญ่เกิดขึ้นมาจากเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่จำนวนสามลำ
เข้าระดมยิงจรวดใส่พวกข้าศึกที่ซุ่มตัวอยู่หลังแนวพุ่มไม้เป็นการทักทายก่อนจะกราดกระสุนปืนกลหนักเป็นของแถมอีกชุดใหญ่ โดนถล่มขนาดนี้ไปต่อให้เป็นกองทัพที่ใหญ่แค่ไหนก็ไม่รอดแน่


หลังจากนั้นเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงพลก็บินมาถึงจุดที่พวกเราอยู่จำนวนหลายลำ นี่คือแสงแห่งความหวังของทหารทุกคนในวันนี้ ในที่สุดพวกเราก็จะได้ออกไปจากที่นี่แล้ว
เฮลิคอปเตอร์
บินผ่านน่านฟ้าของลอสแองเจลิสที่กลายเป็นซากปรักหักพังของสงครามไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเลวร้ายถึงขั้นนี้ ผมมองลงไปที่เมืองก็รู้สึกหดหู่ไม่ได้บ้านเกิดของผม
กลายเป็นแบบนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


“นี่ชาร์ลี 0-1 เรากำลังถอนตัวออกจากพิกัดเป้าหมายพร้อมพัสดุ คาดว่าจะไปถึงศูนย์บัญชาการในสี่ชั่วโมง”

“ทราบแล้วชาร์ลีคุณทำได้เยี่ยมมา...”


ตูม!!


แต่แล้วทันใดนั้นระหว่างที่ผมกำลังมองดูรอบๆเมืองที่พังพินาศไปตัวเครื่องก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างหนัก ขณะที่เสียงของระเบิดที่ดังขึ้นเบนความสนใจของผมเอาไว้ บ้าน่า! นี่เราโดนยิงอย่างนั้นเหรอ
เป็นไปไม่ได้ความสูงขนาดนี้พวกนั้นจะยิงเราโดนได้ยังไงกัน


เฮลิคอปเตอร์กำลังหมุนคว้างกลางอากาศผมรีบหาที่ยึดเอาไว้ พนันได้เลยว่าเครื่องเรากำลังจะร่วงกระแทกพื้นหากเป็นแบบนั้นถ้าไม่รีบหาอะไรยึดเอาไว้มีหวังได้ตายจริงๆแน่ เครื่องของเรา
ร่วงลงจากท้องฟ้าหมุนควงเป็นเกลียวก่อนจะตกกระแทกพื้นและสติของผมดับไปในที่สุด...



-----------



เสียงของลมที่พัดไหวอย่างรุนแรงรอบตัวปลุกผมให้ตื่นขึ้นจากการหมดสติ นี่ผมสลบไปนานแค่ไหนกันแล้วเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราที่เหลือ นี่พวกเรารอดจากการตกของเครื่องอย่างนั้นเหรอเนี่ย
ผมมองไปรอบๆก็เห็นแต่เพื่อนร่วมทีมที่กำลังนอนหมดสติอยู่ตรงนั้นอย่างน้อยมองในแง่ดีพวกเขาก็ยังไม่ตาย


ผมค่อยคลานออกมาจากซากของเครื่องที่ตกกระแทกพื้นเหมือนพวกเราจะร่วงลงมาที่ยอดเขาที่ใดที่หนึ่งของลอสแองเจลิสนับว่าโชคดีเป็นบ้าที่ยังไม่ตายกัน
ฝุ่นควันทั้งหมด
ที่ปกคลุมพื้นที่โดยรอบที่ผมอยู่สร้างความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมเครื่องของเราถึงถูกยิงตกจะว่าเป็นโดนยิงก็ไม่ใช่เพราะผมไม่รู้สึกถึงแรงระเบิดอะไรเลยเหมือนอยู่ๆเครื่องมันก็ร่วงเองซะงั้น
ผมรีบเดินไปที่หน้าผาแห่งหนึ่งเพื่อจะตรวจสอบว่าพวกเราอยู่ที่ไหนแต่แล้วทันใดนั้นเองผมก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า


“มะ... ไม่นะ!!”


ภาพที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าคือโดมควันรูปดอกเห็ดที่กำลังพวยพุ่งขึ้นสู้ที่สูงพร้อมๆกับซากของเมืองที่พังพินาศไปแล้ว ใช่มันไม่ใช่เรื่องโกหกลอสแองเจลิสที่เคยเป็นบ้านเกิดของผมตอนนี้มันหายไปแล้ว
ด้วยพลังของ ‘ระเบิดนิวเคลียร์’ ที่ทำลายเมืองทั้งเมืองจนราบเป็นหน้ากลอง


นี่มันยิ่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีกตอนแรกบอกว่าจะแค่ปูพรม แต่นี่กลับเป็นระเบิดนิวเคลียร์ที่ร้ายแรงยิ่งกว่านับร้อยเท่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี่ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจของใครก็ตามแต่ในตอนนี้มีสิ่งเดียวที่ผมคิดได้ก็คือ


เราเสียลอสแองเจลิสไปแล้ว...



-----------------------------------


มาถึงคำถามสำหรับหน่วยเดลต้ากันบ้างนะครับ

'ในช่วงปี 1993 เหตุการณ์ที่เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ในแอฟริกาตะวันออกประเทศโซมาเลีย เกิดขึ้นเพราะฝีมือใคร ความสูญเสียครั้งนั้นมีผลเป็นอย่างไรบ้าง
และเหตุการณ์นั้นถูกเรียกว่าเหตุการณ์อะไร'

รางวัลหากตอบถูก : ปืนจำนวนหนึ่งกระบอกแบบสุ่ม (ถ้าตอบถูกก็มีโอกาสได้ของดี แต่ถ้าตอบถูกครึ่งเดียวก็ได้ไปครึ่งเดียว)
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 366

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 28 มี.ค. 2014, 19:16

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 7 “Iron Shield

เกือบไปแล้ว หนูโรสตรู -.- รอตอนต่อไปจร้า

ปล. ขอลองตอบคำถามดูละกันครับ

1. เหตุการณ์ในปี 1993 ที่ประเทศโซมาเลีย เกิดขึ้นจากการที่ผู้นำทัพ โดยนายโมฮาหมัด ฟาราห์ ไอดิค (Mohamed Farrah Aidid) ผู้นำชนกลุ่มน้อย ฮับร์กิดร์ (Habar Gedir) ที่ยึดอำนาจและครองเมืองหลวงโมกาดิชู ไว้โดยแย่งชิงและเก็บอาหารที่สหประชาชาติ ส่งมาช่วยเหลือรวมทั้งต่อต้านการช่วยเหลือประชาชนจากสหประชาชาติ ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตจากการขาดแควนอาหารกว่า 3 แสนคน ทำให้สหประชาชาติ และสหรัฐ(นาวิกโยธิน 20,000นาย) ส่งกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และเปิดทางให้อาหารและความช่วยเหลือเข้ามารวมทั้งฟื้นฟูความสงบ
2. จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สหรัฐสูญเสีย Black Hawk ไป 2 ลำ รวมถึงทหารเสียชีวิตไป 18 นาย
3. เหตุการณ์ความสุญเสียครั้งนี้ถูกเรียกขานกันว่า "เหตุการณ์ Black Hawk Down"

งูๆปลาๆ ตามความรู้เท่าที่จะหาได้นะครับ รอลุ้นผลเอา
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 467

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 18 เม.ย. 2014, 21:33

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 7 “Iron Shield

สำหรับตอนที่แล้วคำถามของหน่วยเดลต้าคำตอบก็คือถูกครับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 1993 ส่งผลทำให้ประชากรของแอฟริกาตะวันออกต้องอดตายถึงสามแสนคน
และนำมาซึ่งความสูญเสียในเหตุการณ์ 'Black hawk down' ที่ทำให้ประชาชนและทหารสหรัฐฯเสียชีวิตร่วมสี่พันชีวิต

แต่เนื่องจากคำตอบนั้นได้มาจากแค่คนๆเดียวจากทีมสี่คนดังนั้นรางวัลจึงถูกหักลงตามสัดส่วน 1/4

รางวัล : HK USP Pistol




Mission 8 ....

ความสูญเสีย... นี่คือสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสงครามแบบนี้ มนุษย์อาศัยอยู่บนโลกก่อสงครามทำลายสันติสุข ทั้งที่จริงแล้วทั้งสองฝ่ายนั้นก็เป็นมนุษย์เหมือนๆกัน
และการรบราฆ่าฟันก็ดูจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ณ ตอนนี้


‘ทั่วโลกต่างตกตะลึงกับการโจมตีครั้งใหญ่ในลอสแองเจลิส เบื้องต้นได้รับรายงานมาว่ามีผู้เสียชีวิตจะเหตุระเบิดที่คาดกันว่าน่าจะเป็นระเบิดนิวเคลียร์มีมากกว่าหนึ่งหมื่นคนและสูญหายอีก
ไม่ทราบจำนวน อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม การโจมตีครั้งนี้เป็นฝีมือของเกาหลีเหนือหรือใครกันแน่...’


‘วันนี้เวลา 13.42 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหประชาชาติได้จัดการประชุมคณะทูตจากทุกประเทศทั่วโลก เพื่อร่วมกันหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตีที่ลอสแองเจลิสโดยประเทศไทย
เป็นเจ้าภาพในการจัดเตรียมสถานที่การประชุมในครั้งนี้ในฐานะประเทศที่เป็นกลาง ขณะนี้เอกอัครราชทูตได้เดินทางมาร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกันและกำลังจะดำเนินการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก...’


‘ข่าวล่าสุดรายงานมาว่าผู้นำเหล่าทัพของเกาหลีเหนือได้เข้ามาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย ท่ามกลางการเฝ้าระวังการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เบื้องต้นยังไม่ทราบถึงเหตุของการมาร่วมประชุมในครั้งนี้
นี่อาจจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการเข้าร่วมประชุมทางการฑูตครั้งแรกของเกาหลีเหนือในรอบหลายปี’


ผู้สื่อข่าวต่างประโคมเรื่องราวไปต่างๆนาๆถึงเหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับลอสแองเจลิส ขณะที่การประชุมคณะทูตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า และหวังว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
ก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดจะบานปลายไปมากกว่านี้



---------------------------------



“Turbulence”

November 8th - 16:36: 05

SFC. Maneebusrkhrm Chipatanapuwdon

S.I.A.M.

Queen Sirikit National Convention Center , Bangkok





“นี่ทีมหนึ่งกำลังประจำตำแหน่ง ทุกทีมรายงานตัวด้วย...”

“ทีมสองเข้าประจำตำแหน่งแล้วเปลี่ยน...”

“ทีมสามทางเข้าออกเคลียร์..”

“ทีมสี่ทางเดินโล่ง...”

“ทีมหนึ่งห้องพักท่านทูตเคลียร์ เอาล่ะทุกคนระวังตัวเอาไว้ตรวจค้นให้ทั่วถ้าเจออะไรแม้แต่มดหรือแมลงวันให้ค้นด้วย”

“การประชุมกำลังจะเริ่มในอีกห้านาทีทุกคนเตรียมพร้อม...”


เสียงการสื่อสารผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารของพวกเราหน่วย S.I.A.M. จำนวนสี่ทีมยังคงมีการติดต่อเข้ามาอย่างคึกคัก ท่ามกลางการระแวดระวังอย่างเข้มงวด
พวกเราทีมหนึ่งกำลังอารักขาท่านทูตภายในห้องพัก การประชุมครั้งสำคัญของทั้งโลกกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่นาทีเท่านั้น


ทั้งฉันและทุกคนในทีมกำลังยืนรอท่านทูตทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ พวกเราในตอนนี้ดูไม่ต่างอะไรกับบอดี้การ์ดสวมสูทผูกเน๊กไทที่กำลังยืนรอคำสั่งของเจ้านายอย่างเคร่งครัด
ไม่นานนัก
ท่านทูตก็เดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวพร้อมเอกสารและแฟ้มอีกหนึ่งกล่อง ที่กำลังเดินอ่านออกมาจากห้องเห็นได้ชัดจากสีหน้าของท่านว่ากำลังตื่นเต้นและเคร่งเครียดกับการประชุมในครั้งนี้มาก


“ท่าครับได้เวลาแล้วครับ” หัวหน้าพูดขึ้นก่อนจะเปิดประตูนำหน้าออกไปข้างนอก พวกเราที่เหลือจึงค่อยๆเคลื่อนขบวนตามหลังไปติดๆ

“ทีมหนึ่งกำลังเคลื่อนขบวน” ฉันรีบรายงานให้ทีมอื่นๆเตรียมพร้อมเอาไว้ผ่านทางเครื่องมือสื่อสารก่อนจะรีบตามหลังไปติดๆ


เมื่อพวกเราออกมาจากห้องแล้วบริเวณทางเดินที่ได้เห็นก็คือเจ้าหน้าที่หน่วย S.I.A.M. อีกทีมกำลังยืนประจำที่กันโดยพร้อมเพรียง ทางเดินแถวนี้เงียบลงถนัดตาจากการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
เพราะอย่าลืมว่าการประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องสำคัญมีคณะฑูตจากหลายที่มารวมตัวกันแถมหนำซ้ำยังมีผู้นำทางทหารของเกาหลีเหนือมาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วยก็ไม่แปลกที่พวกเราจะระวังตัวแจกันซะขนาดนี้


“พวกคุณท่าทางจะทำงานหนักทีเดียวนะกับการรักษาความปลอดภัยครั้งนี้” ท่านทูตเปิดประเด็นถามพวกเราที่กำลังเดินคุ้มกันให้ท่านขณะที่กำลังเดินไปยังห้องประชุม

“ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับท่าน พวกเราแค่ทำตามหน้าที่ตามระเบียบของพวกเรา” หัวหน้าพูดอย่างถ่อมตนเป็นการตอบรับก่อนจะเดินนำพวกเราไปที่ห้องประชุม

“ผมก็หวังนะว่าการประชุมครั้งนี้จะจบลงด้วยดี ผมไม่อยากให้สงครามดำเนินต่อไปแบบนี้ ถ้าประเทศเราต้องเข้าไปข้องแวะกับสงครามโลกแบบครั้งก่อนๆล่ะก็ความสูญเสียคงเกิดขึ้นบนแผ่นดินเราแน่”

“ผมก็หวังเช่นนั้นเหมือนกันครับท่าน...”


การสนทนาระหว่างหัวหน้ากับท่านทูตต้องหยุดลงทันควันเมื่อพวกเราเดินมาจนถึงประตูทางเข้าของห้องประชุมใหญ่ ฉันกับน้ำช่วยกันเปิดประตูเข้าไปในห้องก่อนจะเดินตามหลังทั้งสองคนนั้นไป


ภายในห้องนั้นกำลังเอะอะกันด้วยเสียงพูดคุยของคณะทูตจากหลายต่อหลายประเทศทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักกัน เท่าที่ฉันเห็นที่นี่มีทั้งเอกอัครราชทูต องค์รักษ์ และรัฐมนตรีอีกนับสิบคน
ที่เข้ามาร่วมประชุมในครั้งนี้และยังรวมไปถึงบรรดาผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักข่าวทั่วโลกกำลังถ่ายทอดสดออกอากาศภาพการประชุมในครั้งนี้อย่างกระตือรือร้น


แต่ที่โดดเด่นที่สุดเห็นทีจะหนีไม่พ้นผู้นำทางทหารของเกาหลีเหนือและทหารคุ้มกันมีอาวุธครบมืออีกจำนวนนับสิบคนที่มาด้วยกันสายตาของทุกคนในห้องกำลังเพ่งไปที่ผู้นำคนดังกล่าว
โดยพวกนั้นพยายามรักษาระยะห่างระหว่างตนเองกับคนอื่นๆให้มากที่สุด ถึงจะบอกว่านี่เป็นการประชุมทางการทูตแต่ท่าทางพวกนั้นจะยังคงระแวงไม่เลิก
แบบนี้การประชุมคงจะมีอะไรให้ตื่นเต้นกันไม่มากก็น้อยแน่


“ทุกๆท่านมาเริ่มประชุมกันเถอะ” ไม่นานนักเลขาธิการสหประชาชาติที่เป็นประธานการประชุมในครั้งนี้ก็กล่าวเปิดการประชุม ทั้งห้องจากเดิมที่มีเสียเอะอะก็เงียบลงทันตา

“อย่างที่เราทราบกันดี เหตุระเบิดครั้งใหญ่กลางเมืองลอสแองเจลิสมีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วหลายพันราย เราคาดการณ์ว่าระเบิดที่ใช้ในครั้งนี้น่าจะเป็นระเบิดนิวเคลียร์...”

“ถ้าคิดจะกล่าวหาว่าพวกเราใช้ระเบิดนั่นล่ะก็อย่าพูดดีกว่านะ!!” ไม่ทันไรผู้นำทางทหารของเกาหลีเหนือก็พูดแทรกขึ้นทันควัน สายตาของทุกคนในห้องจับจ้องไปที่ผู้นำคนนั้นอย่างไม่สายตา
เห็นทีคราวนี้การประชุมจะจบลงเร็วกว่าที่คิดดีไม่ดีจะจบแบบไม่สวยเสียด้วย

“ใจเย็นๆท่านผบ.ท่านมีหลักฐานอะไรหรือเปล่าที่ว่าเกาหลีเหนือไม่ใช่คนก่อเหตุในครั้งนี้”

“ข้อมูลทางทหารของเราระบุว่าอาวุธนิวเคลียร์ของพวกเราไม่ได้ถูกใช้ในช่วงนั้น การที่จะยิงนิวเคลียร์ได้ต้องได้รับการอนุญาตจากท่านผู้นำและผู้บัญชาการเหล่าทัพเท่านั้น
แต่ที่เราตรวจสอบได้จำนวนหัวรบนิวเคลียร์ของพวกเรายังอยู่ครบทุกชิ้นไม่ขาดแม้แต่ชิ้นเดียวถ้ายังไม่เชื่อให้ดูนี่”


แฟ้มเอกสารเล่มหนึ่งถูกส่งให้กับทหารรักษาการณ์คนหนึ่งก่อนจะมาถึงมือของท่านเลขาธิการระบุถึงจำนวนของหัวรบนิวเคลียร์ที่มีอยู่ในกองทัพ ณ ขณะนี้พบว่ายังไม่มีหัวรบอันไหนถูกนำออกไปใช้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว


“แล้วท่านมีอะไรจะโต้แย้งกับเรื่องพวกนี้ไหมท่านรองประธานาธิบดีของสหรัฐฯ” ท่านเลขาธิการถามความเห็นจากรองประธานาธิบดีของสหรัฐฯที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

“ผมไม่คัดค้านอะไร เพราะเราได้รับการยืนยันมาก่อนหน้านี้ว่าการระเบิดนั้นแม้จะมีอานุภาพระดับอาวุธนิวเคลียร์แต่ว่าที่เราทราบมาหลังจากนั้นคือเราตรวจไม่พบสารที่เป็นกัมมันตภาพรังสีในพื้นที่เลย
แถมข้อมูลของทางสำนัก CIA ที่ผมได้รับมายังไม่ระบุว่ามีหัวรบอันไหนถูกยิงออกจากกองทัพของเกาหลีเหนือเลยแม้แต่ลูกเดียว”


เรื่องที่หลุดออกมาจากปากของท่านรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ สร้างความฮือฮาให้กับทุกคนในห้องประชุมไม่ใช่น้อยๆทีแรกนึกว่าจะหาเรื่องเอาผลประโยชน์เข้าตัวเองอย่างที่ประเทศมหาอำนาจควรจะทำ
คงเป็นเพราะไม่ต้องการให้สงครามที่กำลังขยายตัวอยู่ลุกลามไปมากกว่านี้ถ้าหากยังมัวห่วงผลประโยชน์ของส่วนตนอยู่อีกนอกจากจะทำให้สงครามขยายวงกว้างออกไปแล้วดีไม่ดี
มันจะกลายเป็นการจุดชนวนสงครามนิวเคลียร์ขึ้นมาอีก นั่นก็หมายถึงจุดจบของมวลมนุษย์ชาติดีๆนี่เอง


แต่ที่บอกว่าไม่มีสารกัมมันตภาพรังสีเลยมันแทบเป็นไปไม่ได้ อาวุธนิวเคลียร์แทบทุกชนิดต่อให้เล็กแค่ไหนมันจะต้องมีสารกัมมันตภาพรังสีเผยออกมาให้ตรวจจับได้บ้างไม่มากก็น้อย
แต่นี่กลับบอกว่าไม่มีรังสีเลยอย่างนั้นเหรอ นี่มันเรื่องอะไรกัน?


“ทางหน่วยควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ของรัฐบาสสหรัฐฯมีการยืนยันมาแล้วเช่นเดียวกันว่า พื้นที่โดยรอบของลอสแองเจลิสไม่มีการตกค้างของกัมมันตภาพรังสีเลยแม้แต่นิดเดียวก็หมายความว่า...”


ปัง!!ๆๆๆๆ


ก่อนที่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯจะทันได้พูดจบ ก็มีเสียงปืนดังมาจากที่ไหนสักที่หนึ่งภายในศูนย์ประชุมแห่งนี้ จากระดับความดังของเสียงระบุได้ชัดว่าอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก


“นั่นเสียงปืนนี่!!” หลังจากเสียงปืนดังขึ้นได้ไม่นานนัก น้ำที่อยู่ข้างๆฉันก็โพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นตูมเล็กน้อย ขณะที่พวกหน่วยอารักขาคณะฑูตคนอื่นๆก็รีบเข้ามาทำหน้าที่พร้อมกับเตรียมปืนไว้ให้พร้อม

“...มีผู้บุกรุกจำนวนมากกำลังเข้ามาทางประตูหน้า! ส่วนจัดแสดงมีข้าศึกไม่ทราบฝ่ายกำลังบุกเข้ามา!!” ทันใดนั้นเสียงอุปกรณ์สื่อสารของพวกเราก็ดังขึ้น
ฟังจากเสียงน่าจะเป็นเสียงของพวกทีมสามที่เฝ้าทางเข้าออกอยู่ตอนนี้ แถมท่าทางกำลังแย่พอดู เพราะมีเสียงคนเจ็บแทรกเข้ามาในคำเตือนด้วย

“ท่านครับหมอบลง! ทีมสามรายงานด้วย!!” หัวหน้ารีบตรงเข้ามาที่ท่านทูตก่อนจะบอกให้เขาหมอบต่ำลง พวกเราที่เหลือก็เตรียมอาวุธที่เอามาด้วยไว้ให้พร้อม

“เราต้องการกำลังเสริม!! ที่... อ๊าก!!”


เสียงที่ตอบกลับมามันฟังดูไม่ดีเอาซะเลย พวกทีมสามนั้นกำลังเจอกับปัญหาหนักพวกผู้บุกรุกนั่นจะต้องมีกำลังคนไม่ใช่น้อยๆแน่ถึงกลับกล้าลงทุนบุกสถานที่จัดประชุมแบบอุกอาจเช่นนี้
พวกมันต้องมีแผนอะไรบางอย่าง


“ทุกคนเตรียมเคลื่อนขบวน! ปกป้องท่านทูตเอาไว้!” หัวหน้าตะโกนพลางรีบเคลียร์ทางเดินภายในห้องให้เรียบร้อย ขณะที่เสียงปืนนั้นเริ่มดังใกล้เข้ามาทุกที “รหัสแดง! ขอย้ำรหัส...”


ตูม!!


ฉับพลันประตูทางเข้าออกทุกจุดของภายในห้องประชุมแห่งนี้ก็ระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆในเวลาพร้อมกัน ไม่ทันที่ควันจะหายตลบก็มีกลุ่มคนติดอาวุธจำนวนหนึ่งบุกเข้ามาภายในห้องพร้อมทั้ง
ลั่นกระสุนสังหารเข้าใส่ทุกคนที่อยู่ในห้องโดยมีเป้าหมายมุ่งไปที่หน่วยอารักขาของเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้และสหรัฐฯ เห็นได้ชัดว่างานนี้มันจงใจที่จะจัดการกับตัวแทนของประเทศมหาอำนาจ
ทั้งสามรายส่วนที่เหลือนั้นจะเป็นยังไงก็คงไม่สน


พวกเราเองก็ไม่สนอยู่แล้วว่าพวกผู้นำประเทศอื่นจะเป็นยังไงตอนนี้เราต้องพาท่านฑูตของประเทศเราไปหลบในที่ปลอดภัยเสียก่อน หัวหน้ากับเทวารีบพาท่านทูตหมอบต่ำเคลื่อนขบวน
ไปที่ประตูทางออกซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดและระหว่างทางก็มีพวกมันจำนวนหนึ่งขวางทางเข้าออกอยู่โดยที่ฉันรับหน้าที่เป็นแนวหน้าคอยเปิดทางให้กับคนที่ตามมาข้างหลัง พวกมันระดมยิงเข้าใส่พวกเรา
เป็นชุดๆอย่างเป็นจังหวะโดยการสลับกันยิงเป็นระยะกดพวกเราไม่ให้ออกไปจากห้องนี้ การยิงที่เป็นแบบแผนนี้ทำให้พวกเราและหน่วยอารักขาคนอื่นๆแทบจะกระดิกตัวไปไหนไม่ได้นอกจากหมอบต่ำหลบคมกระสุนอยู่กับที่


“งั้นก็เอาไอ้นี่ไปกินซะ!!”


ปัง!!ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


ฉันยกปืนกลเบาสองกระบอกที่เอามาด้วยยิงถล่มพวกมันกลับไปแบบไม่นับเม็ด ถ้าโดนยิงกลับมาก็ต้องสวนกลับไปแบบนี้นี่ก็คือกฎของฉัน ท่าทางพวกมันเองก็ไม่ได้ระวังตัวว่าฉันจะบ้าบิ่นขนาด
ยิงกลับมาท่ามกลางดงกระสุนแบบนี้ด้วยไม่ทันไรพวกที่ยืนขวางทางพวกเราอยู่ก็ลงไปนอนชักอยู่กับพื้น


“รีบพาท่านทูตไปหลบในที่ปลอดภัย! มณี ไอ้น้ำไปเคลียร์ทางออก เทวาระวังหลังคุ้มกันท่านทูตให้ดีๆอย่าให้เป็นอะไรแม่แต่ปลายก้อยจำเอาไว้!!”

“รับทราบ!!”


ว่าแล้วฉันกับเจ้าน้ำก็รีบวิ่งออกไปเพื่อกรุยทางออกให้กับท่านทูต สถานการณ์นับว่ากำลังชุลมุนเป็นที่สุดมีทหารไม่ทราบสังกัดจำนวนมากกำลังต่อสู้กับหน่วยอารักขา
และเจ้าหน้าที่หน่วย S.I.A.M. ของพวกเราอย่างดุเดือด


“ทุกทีมไปรวมตัวกันที่จุดประชาสัมพันธ์ตอนนี้ข้าศึกจำนวนมากกำลังเข้ามาเสริม!!” เสียงของพวกสมาชิกทีมสองดังขึ้นมาในเครื่องมือสื่อสารของเราทีมสองดูจะควบคุมสถานการณ์ต่างๆ
ได้ดีที่สุดในตอนนี้เช่นเดียวกับทีมสี่ที่เพิ่งติดต่อเข้ามา ส่วนทีมสามนั้นพวกเรายังไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง


และโชคร้ายทางที่เราต้องพาท่านทูตออกไปมันดันเป็นทางเชื่อมต่อทางเดียวซึ่งมีการยิงต่อสู้กันอย่างหนักที่นี่ ถ้าจะผ่านตรงนี้ไปก็ต้องล้มพวกมันให้หมดก่อนหรือไม่ก็ต้องหาทางอื่นในการเผ่นแทน


“ไอ้โก้สถานการณ์เป็นยังไงบ้างวะ!!”

“แย่ครับผู้พัน พวกมันบุกเข้ามาเสริมอีกเป็นโหล ทีมสองทีมสี่กำลังยันพวกมันเอาไว้สุดกำลัง ส่วนทีมสามตอนนี้ขาดการติดต่อไปแล้วด้วยครับ!!” ที่กำลังพูดอยู่กับหัวหน้าคือไอ้โก้หรือฉายา
‘เขมรดำ’ หัวหน้าหน่วย S.I.A.M. ทีมสองที่เราเรียกว่าเขมรดำเพราะเกิดที่ชายแดนฝังกัมพูชาแถมผิวยังดำเป็นช๊อกโกแลตเดินได้อีก สงสัยจริงๆว่าผิวดำเด่นขนาดนี้มันยังรอดมาได้ยังไงกัน

“แล้วกำลังเสริมล่ะ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”

“เรียกไปแล้วครับ แต่ไม่มีอะไรตอบสนองเลยผมเดาว่าไอ้พวกนั้นคงจะตัดช่องทางการสื่อสารของพวกเราไปบางส่วนด้วยเอาไงดีครับผู้พัน!!”

“พวกเอ็งรีบกลับเข้าไปในห้องประชุมช่วยสนับสนุนพวกหน่วยอารักขาของคณะทูตซะตรงนี้พวกกูจัดการเอง แล้วก็เรียกคนอื่นในทีมแกช่วยพาท่านฑูตหนีไปด้วย”

“ครับผู้พัน! พวกเราถอนกำลัง!!”


หลังจากนั้นพวกทีมสองก็รีบถอนกำลังออกจากจุดนั้นพร้อมกับพาท่านทูตหลบออกจากจุดที่มีการปะทะหนักหน่วงอย่างที่นี่ด้วย เท่านี้พวกเราก็สามารถสู้ได้อย่างสบายใจไม่ต้องมาพะวงหน้าหลัง
ก็หวังว่าไอ้โก้จะพาท่านทูตหนีไปได้อย่างปลอดภัยนะ เอาเถอะยังไงตอนนี้มันก็ไม่ใช่เวลามาคิดหน้าที่ตอนนี้มีเพียงแค่สู้เท่านั้น


แต่จะว่าไปทำไมหัวหน้าถึงได้อาสามาสู้กับพวกนี้แทนกันนะขนาดพวกทีมสองมีคนมากกว่าเราตั้งครึ่งยังรับมือไม่อยู่ แล้วกับพวกเราที่คนน้อยกว่าจะไปรับมือได้ยังไงกัน


“ไอ้น้ำเอ็งเฝ้าตรงนี้ไว้ยิงพวกมันให้โดน ถ้ามันหลุดมาได้แม้แต่คนเดียวกูฆ่ามึงแน่!! เทวาขึ้นไปด้านบนยิงคุ้มกันพวกเราจากบนนั้น มณีตามฉันมาเราจะบุกเข้าไปประชิดตัวพวกมัน!!”


หัวหน้าสั่งแบบรีบๆก่อนจะบุกเข้าไปตรงหน้าโดยไม่ถามความเห็นฉันสักคำแต่พอเอาเข้าจริงๆฉันกลับเป็นฝ่ายบุกไวกว่าหัวหน้าเสียด้วยซ้ำไป นี่คงเป็นนิสัยอีกอย่างหนึ่งของฉันที่ชอบบุกไปข้างหน้า
มากกว่าตั้งรับอยู่ในแนวหลัง ไม่รู้เป็นเพราะอะไรแต่เหมือนกับว่าสัญชาติญาณของฉันมันพาไปเอง


‘ความสำเร็จเท่านั้น... ความสำเร็จคือทุกอย่าง ไม่ว่าต้องแลกอะไรก็ตาม’


เฮือก!!


“นี่มัวเหม่ออะไรอยู่มณี อยากถูกเจาะหัวตายซะตรงนี้เลยรึไง!!” หัวหน้าตะโกนพลางยกปืนกลกราดเข้าใส่พวกศัตรูเป็นการคุ้มกันฉัน
นี่ฉันเผลอไปคิดถึงเรื่องในตอนนั้นเข้าได้ยังไงกัน ไอ้เรื่องพรรคนั้นช่างหัวมันเถอะ!


“ย๊าก!!”


ช่วงที่ฉันเผลอวูบไปก็มีพวกมันคนหนึ่งก็บุกเข้ามาประชิดตัวฉัน พร้อมทั้งเอามีดพุ่งเข้ามาเตรียมจะแทงฉัน แต่มันก็คิดผิดอย่างแรงที่คิดจะเล่นงานฉันในระยะประชิดแบบนี้
มีดทหารในมือถูกชักออกจากซองรัดขาของฉันก่อนจะฟันเปรี้ยงเข้าที่กลางกบาลของมันตามด้วยลูกตะกั่วอีกนัดที่พุ่งเข้าเจาะที่แผลเดิม


นี่คงเป็นศัตรูเพียงคนเดียวที่คิดจะจัดการฉันในระยะประชิด ถ้าคิดจะแหยมในระยะประชิดกับฉันพวกมันก็คิดผิดเสียแล้ว


การรุกคืบของพวกเราได้ผลดีในระดับหนึ่งพวกมันไม่ทันตั้งตัวที่โดนบุกเข้าประชิดในเวลาอันสั้น แถมไอ้น้ำและเทวาที่คุ้มกันจากระยะไกลคอยยิงก่อกวนทำลายจังหวะอีก
ไม่นานนักพวกมันต้องรีบถอนกำลังออกจากที่นี่สถานการณ์ของพวกเราเริ่มกลับมาได้เปรียบและมันคงเป็นอย่างนั้นถ้าไม่เป็นเพราะ


“นี่ทีมสองเรียกทีมหนึ่งตอบด้วยเปลี่ยน!!”

“นี่ทีมหนึ่งมีอะไรทีมสอง”

“พวกมันจับตัวท่านทูตเป็นตัวประกัน ไม่ใช่แค่นั้นตอนนี้คณะทูตของหลายประเทศโดนพวกมันจับตัวไปแล้ว!!”

“ว่าไงนะ!! ตอนนี้พวกมันอยู่ไหน!!” หัวหน้าตะโกนดังลั่นหลังจากที่ได้รับข่าวร้ายที่สุดของตอนนี้เข้า

“พวกมันกำลังล่าถอยออกไป ผมเดาว่ามันกำลังจะหนีออกจากที่นี่ครับ!!”

“ทราบแล้วพวกเราจะออกทางประตูฝั่งเหนือเอง พวกนายรีบแจ้งประสานงานกับตำรวจตั้งด่านสกัดแล้วตามพวกมันไปซะเร็วเข้า!!”


น้ำเสียงของหัวหน้าที่พูดออกมานั้นดูจะเดือดดาลไม่ใช่น้อยที่พวกทีมสองทำงานพลาด แถมท่านทูตก็ดันโดนจับตัวไปแบบนี้อีกสำหรับหัวหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชา ไม่รู้ว่าพวกมันจะจับตัวคณะฑูตไป
ทำไมกันหรือมันมีเป้าหมายอย่างอื่นที่ต้องใช้พวกบรรดาคณะฑูต


หัวหน้าวิ่งนำพวกเราออกไปข้างนอกเพื่อไล่ตามพวกมันไป จากข้างนอกพวกเราเห็นรถกระบะจำนวนหลายสิบคันกำลังแล่นออกจากที่นี่ตัวความเร็วสูง ซึ่งรถคันสุดท้ายของพวกมัน
ก็กำลังแล่นออกจากที่นี่พอดี ถ้าเราไม่รีบตามพวกมันไปตอนนี้


“มณีมากับฉัน ไอ้น้ำ! เทวา! พวกเอ็งสองคนหารถแล้วตามกูมานะโว้ยอย่าช้า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับท่านทูตล่ะก็กูเอาพวกเอ็งตายแน่เข้าใจ!”


ไม่ทันไรหัวหน้าก็รีบกระโดดขึ้นรถมอเตอร์ไซต์ที่จอดอยู่แถวนั้นพร้อมกับตอนที่ฉันกระโดดขึ้นหลังรถพอดี หัวหน้ารีบบึ่งเครื่องตามพวกมันไปอย่างรีบร้อนทิ้งให้สองคนนั้นต้องนิ่งไปครู่หนึ่ง
กับการหายานพาหะนะสักคัน


“เอาไงดีวะไอ้น้ำ แถวนี้ไม่ค่อยจะมีรถให้ใช้ด้วยสิ” เทวาถามไอ้น้ำหลังจากที่มองไปรอบๆตัวพบว่าไม่มีรถคันไหนเลยที่สามารถเอามาใช้ได้ พวกที่เข้ามาจู่โจมถึงกับลงทุน
ระเบิดยานพาหะนะทั้งหมดทิ้งแบบนี้ท่าทางจะเห็นแววโดนหัวหน้าเล่นงานเข้าเสียแล้ว

“มันต้องมีสักคันนั่นล่ะครับหมวดมันน่าจะ.... อ๊ะ! เจอแล้วคันนี้ล่ะแหล่มเลย!”


เทวาลองหันหัวไปยังทิศที่ไอ้น้ำบอกแล้วก็ต้องนิ่งไปครู่ใหญ่กับยานพาหะนะคันนั้น


“นี่มึงล้อกูเล่นใช่ไหม....”



---------------------------------------



กลับมาที่ทางฉันกับหัวหน้าพวกเราสองคนกำลังไล่ตามรถกระบะคันที่รั้งท้ายที่สุดไปอย่างเร่งรีบ พวกมันพยายามจะล่อพวกเราไปในที่ๆมีสิ่งกีดขวางเยอะหวังจะหยุดความเร็วของพวกเราให้ได้
แต่กับรถมอเตอร์ไซต์ที่แต่งเครื่องแรงคันนี้คงต้องคิดใหม่ ความคล่องตัวบวกกับฝีมือการขับรถที่ชำนาญของหัวหน้าสิ่งกีดขวางพวกนั้นจึงไม่ใช่อุปสรรคของพวกเราเลยแม้แต่นิดเดียว


“นี่ทีมหนึ่งเรียกทีมสองพวกนายอยู่ไหนตอบด้วย!”

“พวกเราอยู่ที่ถนนพระรามสามกำลังไล่ตามขบวนรถอีกขบวนของพวกมันไปครับ แล้วทางผู้พันเป็นยังไงบ้างครับ...”

“กูกำลังไล่ตามพวกมันไปตอนนี้อยู่ที่ถนนรัชดาฯ ให้กำลังคนของเราตั้งด่านสกัดเอาไว้ที่สี่แยกถนนเพชรบุรีด้วยเราจะไล่ตอนพวกมันไปที่นั่น!”

“ทราบแล้วครับผู้พัน!!”


การสนทนาของสองทีมเป็นอันต้องสิ้นสุดลงอีกครั้งเมื่อคราวนี้พวกมันเริ่มโผล่หน้าออกมาด้านนอกตัวรถก่อนจะยิงปืนเข้าใส่พวกเราเป็นการสกัดเอาไว้ หัวหน้าต้องรีบโยกรถหลบกระสุนไปด้วย
ขณะที่เร่งความเร็วเต็มที่ ในกลางถนนแคบๆแบบนี้มีโอกาสสูงมากที่จะชนเข้ากับอะไร แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าเราเสียเวลาไม่ได้ฉะนั้นต่อให้ต้องแหกกฏหมายหรือฝ่าไฟแดงก็คงต้องยอมกันบ้างแล้ว


“เวรเอ๊ย!! ไอ้พวกลูกกะหรี่! มณียิงโต้มันไปบ้างระวังอย่าให้โดนประชาชนล่ะ!!”

“ค่ะผู้พัน!”


ฉันรีบยกปืนกลเบาที่พกมาด้วยกราดเข้าใส่พวกมันเป็นการตอบโต้ คราวนี้เลยเปลี่ยนจากการวิ่งไล่มาเป็นการแลกกระสุนกันกลางย่านชุมชนแทน ซึ่งมันก็อันตรายมากเพราะแถวนี้มีประชาชนอยู่เยอะมาก
โอกาสที่จะมีผู้บาดเจ็บจากลูกหลงจึงมีสูง หวังว่าฝีมือของฉันจะแม่นพอที่จะไม่ไปยิงพลาดโดนชาวบ้านแถวนั้นนะ


“ไอ้น้ำ! เทวา! พวกเอ็งอยู่ไหนวะ!”

“พวกเรากำลังตามหลังหัวหน้ามาครับตอนนี้เห็นหัวหน้ากับมณีชัดแจ๋วเลย!” ไอ้น้ำตอบกลับมาก่อนจะบอกว่าเห็นพวกเราชัดเจนจากด้านหลัง ฉันลองหยุดยิงและหันหัวไปดูว่าสองคนนั้นอยู่ไหนกันแน่
และก็ต้องมีอาการเงิบไปพักใหญ่เพราะรถคันที่สองคนนั้นนั่งมาไม่ใช่อะไรอื่นนอกจาก...


แถดๆๆๆๆๆๆ!!

แว้น!!


นี่ล้องเล่นใช่ไหมเนี่ยหรือว่าฉันตาฝาดไปใครก็ได้ช่วยบอกที่เหอะ! บอกทีว่ามันไม่ใช่ ‘รถตุ๊กๆ’ ที่เป็นรถโดยสารสามล้อเพียงหนึ่งเดียวของกรุงเทพมาพร้อมกับเทวาและไอ้น้ำที่กำลังขับตามมาติดๆ
มันช่างเป็นภาพที่แสลงลูกตาไม่ใช่น้อยเมื่อไอ้หนุ่มร่างใหญ่กับทหารแก่ศึกในชุดสูทกำลังนั่งรถตุ๊กๆสามล้อตามพวกเรามาด้วยความเร็วสูง


เสียงเครื่องที่แรงผิดปกติเห็นได้ชัดว่าไอ้น้ำที่เป็นคนขับกำลังเร่งเต็มที่จนแทบจะยกล้อได้เลยเสียด้วยซ้ำลำพังเทวาคงไม่เท่าไหร่กับการนั่งรถคันนี้มาแบบเงียบๆแต่กับไอ้น้ำมันไม่ใช่เลย
ท่าทางมันกำลังสนุกกับการแว้นตุ๊กๆตามพวกเรามาเสียอีก แม้แต่หัวหน้าเองก็ยังอดตะลึงเงิบกับสิ่งที่เห็นเป็นไม่ได้


ให้ตายเหอะ! ถึงจะรู้ว่ารีบแต่ช่วยหาอะไรที่มันเจริญหูเจริญตามากกว่านี้จะได้ไหมกลับไปมีหวังนอกไม่หลับกับภาพสุดสยองที่เห็นแบบนี้แน่


“หัวหน้าเดี๋ยวผมกับหมวดจะตามมันไปนะครับหัวหน้าช่วยยิงคุ้มกันด้วยล่ะ!” ไอ้น้ำตะโกนบอกฉันกับหัวหน้าที่กำลังอยู่ในภาวะเงิบชั่วคราว ฉันกับหัวหน้าได้แต่พยักหน้าตอบเพราะพูดอะไรไม่ออก


รถตุ๊กๆไล่ล่าเฉพาะกิจขี่ไอ้น้ำขับซิ่งมากำลังแซงหน้าพวกเราไปด้วยความเร็วที่เกินขีดพร้อมกับพ่นควันดำเหม็นๆออกมาจำนวนหนึ่งทำเอาฉันกับหัวหน้าต้องรีบปิดจมูกเพราะทนกลิ่นไม่ไหว
ขณะที่เทวาซึ่งนั่งอยู่ตรงเบาะหลังต้องรีบหาที่เกาะเอาไว้เพราะอย่างที่คิดรถตุ๊กๆถึงจะเร่งเครื่องได้เร็วแต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นรถที่ชอบโยกไปโยกมาชวนหวาดเสียวเช่นเดียวกัน
แม้แต่เทวายังต้องหาที่เกาะอย่างช่วยไม่ได้ไม่รู้ว่าจะคึกไปถึงไหนกัน


ฉันที่นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์อยู่ก็ต้องรีบยิงคุ้มกันกดหัวพวกมันเอาไว้เปิดโอกาสให้สองคนนั้นบุกเข้าไปใกล้มากพอที่จะทำอะไรบางอย่างได้ ไม่รู้ว่าทำไมแต่ลางสังหรณ์ของฉันมันกำลังฟ้องว่า
ที่สองคนนั้นคิดกำลังจะทำอยู่มันต้องเป็นเรื่องที่ไม่เข้าท่าอย่างแน่นอน


และพวกเรากำลังจะได้รู้ในอีกไม่กี่อึดใจนี้ด้วย...


“ผู้หมวดพร้อมนะครับ!”

“เออ! ขับให้มั่นนิ่งหน่อยว้อย โยกไปโยกมาเป็นงูกินหางแบบนี้กูยิงไม่ถูกกันพอดี!” เทวาพูดพลางยกปืนในมือขึ้นมาเล็งพร้อมทั้งสูดลมหายใจเฮือกหนึ่งและ...


ปัง!!


กระสุนของเทวาพุ่งออกจากปากลำกล้องปืนก่อนจะเฉี่ยวไปโดนเข้าที่ยางล้อรถคันหน้าสุดอย่างแม่นยำ เมื่อโดนยิงล้อจนเสียสมดุลไป รถคันอื่นๆที่ตามหลังมาก็เกิดเสียหลักชนกันระนาว
จนบังเกิดความวุ่นวายบนทางหลวงเข้าในที่สุด รถหลายคันชนกันระเนระนาด บางคันถึงกับยับเยินจนแทบไม่ต้องส่งเข้าอู่ก็รู้เลยว่าไม่มีทางวิ่งได้อีกแล้ว


เพราะกระสุนเพียงนัดเดียวแท้ๆเอวัง...


แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ข่าวร้ายที่สุดของพวกเราเพราะรถตุ๊กๆที่ไอ้น้ำกับเทวานั่งมาดันเกิดปัญหาเข้าจนได้


“เฮ้ย! เบรกไม่ได้เบรกแตกว่ะ!!”

“ว่าไงนะ!!” เสียงสิบแปดหลอดของเทวาดังลั่นไปทั่วท้องถนนขณะที่รถตุ๊กๆกำลังแล่นออกไปด้วยความเร็วสูงอย่างหยุดไม่ได้ แถมความเร็วขนาดนี้หากไม่รีบหยุดมันล่ะก็มันจะต้องชนเข้ากับด่านสกัด
ที่อยู่ด้านหน้าอย่างไม่ต้องสงสัยแน่และก็ไม่ทันได้เตรียมใจสิ่งที่ฉันคิดก็เป็นจริงขึ้นในบัลดล


ด่านที่หัวหน้าขอให้ตั้งสกัดอยู่ห่างออกไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้นก็จะประสานงาเข้าแบบจังๆเน้นๆถ้าไม่ตายก็พิการอย่างน่นอน เมื่อเห็นแบบนี้เข้าทั้งเทวาและไอ้น้ำ
ก็ออกอาการตกใจพลางโวยวายออกมาอย่างเป็นวรรคเป็นเวรกันอย่างสนุกสนาน (ตรงไหน?)


“เอาไงดีครับหมวด!”

“ถามโง่!ๆ เพื่อความอยู่รอดพวกเราสละรถโว้ย!!” ว่าแล้วเทวาก็รีบกระโดดลงจากรถโดยไม่สนว่ารถคันนี้จะวิ่งเร็วแค่ไหนถ้าต้องรถคว่ำตายก็ขอตกรถตายดีกว่า
ไอ้น้ำเมื่อเห็นรองหัวหน้าของพวกเราโดดลงจากรถราวกับเป็นคนอึดตายยากกลับชาติมาเกิดก็ไม่รีรอที่จะตายยากกระโดดตามไปทันที


โครม!!


รถตุ๊กๆพุ่งเข้าประสานงากับด่านสกัดที่อยู่ด้านหน้าอย่างจัง พวกตำรวจที่อยู่ประจำด่านพอเห็นตุ๊กๆไร้คนขับแล่นเข้ามาด้วยความเร็วสูงก็รีบทิ้งด่านแยกกันหนีไปตายที่อื่นทันที ไม่สนว่าคำสั่งจะเป็นยังไง
ตอนนี้มันคือเวลาตัวใครตัวมันก่อนขืนอยู่ประจำหน้าที่เกรงว่าจะได้รีบเหรียญกล้าหาญกับพวกหรีดในงานศพ ดีไม่ดีมีโปรโมชั่นเลื่อนขั้นไวเป็นของแถมด้วย


สองคนที่โดดลงจากรถค่อยๆตะเกียดตะกายพยุงร่างขึ้นมาในสภาพที่ถลอกปอกเปิดไปทั้งตัว แม้จะไม่ถึงตายแต่ถ้าดูดีๆคงหนีไม่พ้นหยอดน้ำข้าวต้มอย่างไม่ต้องสงสัย
ถึงตอนนี้ยังไงๆสองคนนั่นก็ไม่ตายอย่างแน่นอนที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือท่านฑูตของพวกเราที่โดนลักพาตัวไปไม่รู้ว่าป่านนี้เป็นยังไงบ้างไม่ใช่ว่าจะตายเพราะรถคว่ำไปแล้วหรอกนะ


“ท่านครับเป็นไงบ้าง! ปลอดภัยไหมครับ!” ไม่ทันไรพวกเราก็เจอท่านทูตของพวกเราอยู่ในรถพร้อมกับคณะฑูตคนอื่นๆอยู่ในรถ ถึงจะช้ำไปบ้างแต่ก็ปลอดภัยดีทุกคน


ส่วนพวกศัตรูบางส่วนก็สลบคารถบางคนก็ยอมจำนนแทบจะในทันทีพวกที่โดนจับแทบจะไม่ขัดขืนอะไรพวกเราเลยแม้แต่นิดเดียวคงเป็นเพราะโดนปืนจ่อหน้าอยู่แถมไอ้น้ำยังเล่นชักระเบิดออกมาขู่
แบบต่อหน้าต่อตาอีกขืนคิดสั้นฆ่าตัวตายแลกกระสุนกันตรงนี้คงบอกได้ว่าใครจะตายมากกว่ากัน ถือเป็นการสิ้นสุดการไล่ล่านรกแตกบนถนนของพวกเราเสียที


“นี่ทีมหนึ่งเรียกทีม เราได้ตัวเป้าหมายแล้ว”

“นี่ทีมสองคณะฑูตปลอดภัยครับ”

“ทีมสามได้ตัวเป้าหมายเช่นดียวกัน”

“นี่ทีมสี่ มีคณะฑูตคนหนึ่งหายไปครับ”

“รายงานเป้าหมายที่หายไปด้วย” หัวหน้ารีบถามขึ้นทันทีที่ได้ยินว่ามีคนหนึ่งหายไป หวังว่าจะไม่ใช่พวกเกาหลีเหนือนะไม่อย่างนั้นล่ะก็...

“รองประธานาธิบดีสหรัฐครับ....”



------------------------------------------



ต่อไปก็มาถึงคำถามครับ

'ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกจากทางทะเลในหลายจังหวัดหนึ่งในนั้นคือจังหวัดปัตตานี อยากถามว่าในช่วงที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก มีกำลังพลกี่นายที่
เข้าไปร่วมกันต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นเอาไว้และในกลุ่มนี้ประกอบด้วยใครบ้าง'
<<

restpeakz

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 357

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ต.ค. 2009, 15:26

โพสต์ 20 เม.ย. 2014, 12:44

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 8 “Turbulence”

ด้วยที่ผมต้องไปเข้ารับราชการทหาร ผมซึ่งเปนเจ้าของตัวละคร "น้ำ" แห่งหน่วย สยาม
ผมจึงมีความจำเป็นต้องขอสละสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรมใดๆที่จะเกิดในเนื้อเรื่องนะครับ
ส่วนความเป็นตายของไอ้น้ำนั่นจะเป็นอย่างไร ก็สุดแล้วแต่ผู้แต่งนะครับ ผมจะกลับมาอ่านต่อหลังจากผมทำการฝึกเสร็จแน่นอนครับ
ขอให้ทุกคนโชคดีครับ
เมื่อถึงเวลาตายอย่าทำเหมือนคนที่หัวใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ที่เมื่อถึงเวลาตายก็คร่ำครวญและสวดวิงวอนขอให้ได้มีชีวิตอยู่ต่ออีกซักเล็กน้อย
"จงร้องเพลงลาโลกและตายอย่างวีรบุรุษ คืนสู่มาตุภูมิ"

MY FICTION
[กิจกรรมA-Z]Resident Evil : Insane Original fic by Nakon_World

รูปภาพ
<<

nut0072563

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 298

ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 22:22

ที่อยู่: ราชบุรี อำเภอเมือง จะสิงบ่อยๆตรงร้านน้ำค้าง ตรงหอนาฬิกาโรงบาลราชบุรี

โพสต์ 20 เม.ย. 2014, 19:55

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 8 “Turbulence”

ไปช่วยชาติแล้วอย่างนี้ตัวละครไม่แย่รึ รอดูชะตากรรมนายน้ำ จะอยู่หรือตายหน่อ
ตอนนี้ว่างจัดเลยหางานให้ตัวเองสะเลย รับเอา นิยาย ฟิคไปลงเว็บอื่นใครคิดว่าตัวเองผ่านเกณฑ์ก็มาเลย
<<

DarkOne

Zombie
Zombie

โพสต์: 14

ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ย. 2011, 11:02

โพสต์ 30 เม.ย. 2014, 19:56

Re: We are Soldier : สงครามสหายร่วมรบ Mission 8 “Turbulence”

ตอบคำถามหน่วยสยามคร้าบบบ ไม่รู้ถูกป่ะนะค่อนข้าง งงกับคำถาม

เวลา 03.00 น. วันที่ 8 ธันวาคม 2484
ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดปัตตานี
ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า นายยุนุ (ไม่ทราบนามสกุล) ชาวบ้านรูสะมิแล เป็นคนแรกที่เห็นทหารญี่ปุ่นก้าวเท้ารุกรานแผ่นดินไทย หลังจากนั้นจึงรีบวิ่งไปแจ้งข่าวต่อนายละมุน เจริญอักษร ปลัดอำเภอเมืองปัตตานี ซึ่งส่งข่าวต่อไปยัง น.อ.หลวงสุนาวิวัฒน์ (กิมเหลียง สุนาวิน) ผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยนั้น ประสานงานกับตำรวจ ทหาร พลเรือน ยุวชนทหาร
ยามอริราชศัตรูรุกราน เลือดไทยยอมพลี


ใครมีปืนหยิบปืน ใครมีมีดหยิบมีด ประธาน เลขะกุล เจ้าของร้านปืนกุ้นเซียะบราเดอร์ และสมเกียรติ เวียงอุโฆษ สองเจ้าของร้านปืนในปัตตานี เอาปืนและกระสุนที่มีทั้งหมดในร้าน ให้กำลังฝ่ายไทยไปสู้กับทหารญี่ปุ่น
พ.ต.ขุนอิงคยุทธบริหาร ผบ.พัน กองพันทหารราบที่ 42 กรมผสมที่ 5 ซึ่งนำกำลังทหารเข้าสู้ ถูกซุ่มยิงด้วยปืนกลบริเวณสะพานเดชานุชิต จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต
ถึงวันนี้ผู้คนยังเล่าขานว่า แม้ถูกยิงแต่ พ.ต.ขุนอิงคยุทธบริหาร ก็ยังตะโกนให้ทหารสู้ต่อไป
วีรบุรุษผู้กล้า 40 ชีวิต พลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดิน

ใช่รึเปล่าครับ หรือผมต้องไปหารายชื่อทหารที่เข้าร่วมทั้งหมดเลย
[img]file:///C:/Documents%20and%20Settings/virut/My%20Documents/Downloads/myweapon.jpg[/img]
ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน