Island Frenzy 2 : Phuket Island : Chapter 54 อัพ! [2/3/60]

<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 363

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 28 พ.ค. 2016, 13:38

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.47 อัพ![27/5/5

งานนี้ผมขอโยนภาระให้ท่านเพชรดูแลเลยครับ (วางแผนไม่เก่ง 555)//ข้าน้อยขอฝากชีวิตหนูคริสตินไว้ที่ท่านด้วย

ถ้าส่วนตัวผมว่าล่อเข้าหมู่บ้านแล้วดักตีน่าจะเวิคกว่านะ เพราะมีนิกซ์คอยเป็นเรดาห์เช็คให้ตลอด บวกกับพื้นที่ที่ทำให้เราได้เปรียบกว่า ถึงแม้จะต้องเสียสละอะไรซักหน่อยก็ตาม ดังคำที่ว่า "ไม่เสียสละชัยชนะไม่เกิด" กับ "ถ้าเรามัวแต่จะพยายามช่วยชีวิตคนทุกคน สุดท้ายเราเองจะไม่สามารถช่วยใครได้เลยแม้แต่คนเดียว"
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 454

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 29 พ.ค. 2016, 17:06

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.47 อัพ![27/5/5

ผมขอเลือกตอบข้อแรกครับเพราะพื้นที่ที่เราอยู่นั้นเป็นที่โล่งสามารถมองเห็นพวกชาร์โดว์ได้ชัดและจากข้อมูลที่ได้รับชาร์โดว์เก่งเรื่องซุ่มถ้าเราไปซุ่มในที่กำบังตามมัน
เราจะคาดเดาทางพวกมันได้ยาก แถมมันมีจำนวนเยอะกว่าด้วยหากเราโดนดักซุ่มซะเองมันก็ไม่ต่างอะไรกับฆ่าตัวตายแถมยังอาจจะพาพวกชาวบ้านเดือดร้อนตามไปอีก
ถ้าเลือกสู้ในทีโล่งนอกจากเราจะสามารถเห็นมันได้ชัดแล้วยังเป็นการตัดจุดแข็งเรื่องการซุ่มโจมตีของพวกมันไปด้วยในตัว

โดยการจัดทัพให้แบ่งกำลังออกเป็นสามช่วงทั้งระยะหน้า ระยะกลาง และระยะใกล้หมู่บ้าน (แต่ล่ะจุดห่างกันราวๆ 20 - 30 เมตร) มีดังนี้

ระยะหน้า (ระยะที่เข้าปะทะก่อนใครเพื่อน)
- อายุตะ (ใช้ดาบคาตะนะ กับลูกซองสั้น)
- แซม (ใช้ HK416 ติดกล้องเล็งกลางคืนพร้อมเครื่องยิงระเบิดเผื่อเอาไว้)

ระยะกลาง (คอยยิงสนับสนุนระยะหน้า)
- จิมมี่ (ใช้ M27 IAR แม็กกาซีนร้อยนัด)

ระยะใกล้หมู่บ้าน (บริเวณใกล้ๆทางเข้า)
- นิกซ์ (ใช้เครื่องยิงลูกระเบิด M32 MGL)
- ดีเร็ค (ใช้ M14 EBR กระบอกเดิมที่ถนัด)
- คริสติน (อันนี้แล้วแต่ว่าจะต้องการแบบไหน แต่แนะนำให้เป็นปืนที่มีอำนาจการยิงมากกว่าปืนสั้นที่ใช้อยู่)

แผนการรบ (เข้าโหมดฝ่ายกลยุทธ)

- ก่อนเริ่มการปะทะช่วงที่พวกชาร์โดว์ยังไม่มาให้แซมเรียกอายุตะผ่านวิทยุมาสบทบ ระหว่างนั้นให้อายุตะช่วยหยิบเอาปืนสองกระบอกติดมาด้วยพร้อมกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง
ให้อายุตะเอาปืน HK416 ให้แซมส่วนอีกกระบอกคือ M27 IAR ให้จิมมี่ และอายุตะหากมีเวลาพอติดลูกซองสั้นเผื่อเอาไว้ในกรณีฉุกเฉินด้วย
- ส่วนดีเร็คกับนิกซ์อยูในระยะหลังคอยยิงเก็บพวกซุ่มโจมตีคุ้มกันทั้งสองระยะให้ดีเร็คเป็นพลแม่ปืนส่วนนิกซ์เป็นพลชี้เป้าคอยระบุตำแหน่งของชาร์โดว์
ที่อาจจะเล่นซุ่มโจมตี นิกซ์คอยใช้ปืนยิงลูกระเบิดยิงถล่มสนับสนุนและถ้ามีเวลาก็ยิงกระสุนแสงส่องสว่างขึ้นฟ้าเพื่อก่อกวนให้พวกมันบุกมาได้ช้าลง
- สำหรับคริสตินผมจะให้เธอรับบทเป็นหน่วยสนับสนุนเต็มตัวคริสตินต้องไปเรียกเจ้าหน้าที่คนอื่นๆให้ช่วยขน Sentry Gun (ป้อมปืนอัตโนมัติขนาดเล็ก)
มาช่วยสนับสนุนในแนวรบให้ขน Sentry Gun ไปยังตำแหน่งที่จิมมี่อยู่แล้วติดตั้งทันที
- เมื่อติดตั้ง Sentry Gun ได้แล้วให้แซมและอายุตะถอยมารวมพลที่ระยะกลางกับจิมมี่เมื่อสองคนนี้มาถึงให้จิมมี่ถอยไปรวมกับนิกซ์ ดีเร็คและคริสตินทันที
และใช้ Sentry Gun เป็นตัวถ่วงเวลาในขณะนั้นอายุตะก็วางระเบิดที่เพิ่งได้มาจากไอแซ็กไว้ที่ Sentry Gun แล้วถอยทันที (และจากที่เห็นพาร์ทที่แล้วพวกชาร์โดว์โจมตีคริสติน
ทันทีที่รู้ว่าเธอเป็นตัวปัญหา พวกชาร์โดว์จะต้องกรูกันเข้ามาที่ Sentry Gun อย่างไม่ต้องสงสัยและเมื่อถึงตอนนั้นก็หวังว่าจะมีคนกดระเบิดให้นะ)
- คริสตินระหว่างที่กำลังทำตามแผนข้างต้นก็ให้ไปเตรียมทางหนีสำหรับพรรคพวกที่เหลือให้วาง Claymore หรือลากถังน้ำมันเข้ามาเตรียมเอาไว้เพื่อเป็นทางหนีอีกที
ให้เรียกชาวบ้านหรือเจ้าหน้าที่คนอื่นมาช่วยในครั้งนี้

เพิ่มเติม
- ถ้าแซมมีไฟฉาย Strobe light ก็ให้เปิดด้วยเพราะมันจะทำให้พวกชาร์โดว์ตาพร่ามองอะไรไม่เห็นบวกกับพวกมันแพ้แสงก็น่าจะซื้อเวลาให้การต่อสู้ได้ไม่น้อย
- คริสตินถ้าหากเห็นว่าแผนการนี้ผิดแผนไปจากเดิมหรือไม่สามารถต้านพวกชาร์โดว์ได้ ขอให้คริสตินรีบไปช่วยอพยพชาวบ้านแล้วหนีทันทีไม่ต้องห่วงพวกที่เหลือ
- ถ้ามีพวกชาวบ้านหรือเจ้าหน้าที่คนไหนที่พอจะสู้ได้ก็ให้เรียกมาช่วยตรงนี้ด้วยจะเป็นการดีมาก

สำหรับหลายคนอาจจะเห็นว่าแผนการนี้อาจจะฟังดูบ้าบิ่นหรืองี่เง่าแต่สิ่งที่เป็นเป้าหมายไม่ใช่ชัยชนะ เป็นการซื้อเวลาเพื่อให้ชาวบ้านอพยพออกไปได้อย่างปลอดภัย
ผมเชื่อว่าถ้าคริสอยู่ที่นี่เขาต้องทำแบบนี้แน่ ดีเร็คเองก็นับถือคริสอยู่ไม่น้อยเขาคิดว่า "สิ่งที่สำคัญที่สุดของ B.S.A.A. คือการปกป้องประชาชนจากอาวุธชีวภาพ"
ดังนั้นดีเร็คจึงไม่ลังเลที่จะทำแบบนี้ถึงจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม "ถ้าไม่พยายามจะช่วยใครสักคน ก็ไม่มีวันจะช่วยใครได้เลย" (Curtis Miller และ และลีออน RE Degeneration)
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 363

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 04 มิ.ย. 2016, 18:03

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.47 อัพ![27/5/5

ขอกระบอกนี้ให้หนูคริสตี้ละกันครับ

รูปภาพ

PP-2000 W/ Sight and Laser Dot เนื่องจากปืนมีน้ำหนักค่อนข้างเบา + กับแรงถีบที่ค่อนข้างน้อยทำให้สามารถยิงได้ด้วยมือเดียว (ในขณะที่อีกมืออาจจะถือของหรือใช้คู่กับไฟฉายก็ได้) ถึงพลังทำลายจะไม่สูงนักแต่อย่างน้อยๆก็พอจะใช้สกัดเหล่าชาโดว์ได้ในระดับนึงกและแรงกว่า Beretta Roma Mod.90 ที่เธอมีอยู่แน่นอน (ให้กันเนอร์หรือจิมมี่กับดีเร็คสอนใช้งานแบบเร่งด่วนด้วยก็ดีนะครับ)
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
<<

nut0072563

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 302

ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 22:22

ที่อยู่: ราชบุรี อำเภอเมือง จะสิงบ่อยๆตรงร้านน้ำค้าง ตรงหอนาฬิกาโรงบาลราชบุรี

โพสต์ 06 มิ.ย. 2016, 22:25

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.47 อัพ![27/5/5

ข้อเลือกข้อ1สำหรับแซคไลฟ์ครับผม
ตอนนี้ว่างจัดเลยหางานให้ตัวเองสะเลย รับเอา นิยาย ฟิคไปลงเว็บอื่นใครคิดว่าตัวเองผ่านเกณฑ์ก็มาเลย
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 426

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 04 ก.ค. 2016, 20:26

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.47 อัพ![27/5/5

ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ลงช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย เนื่องจากเป็นฉากต่อสู้แทบจะทั้งหมดทำให้ระดมสมองคิดไปเยอะพอสมควร
ยังไงก็ยังอยู่ไม่ได้ไปไหนนะคะ เพียงแค่อาจจะลงช้าหน่อยเพราะเปิดเทอมเรียนแล้วนะคะ =.=

-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-_-


ซ่าๆๆ! ซ่าาาๆๆ!!!


ดีเร็ค : ใครก็ได้ตอบด้วย! ขอย้ำ! หากมีใครได้ยินตอบด้วย!

อายุตะ : ฮัลโหลๆ? มีอะไรเปล่าดีเร็ค?

ดีเร็ค : พอดีเลยอายุตะ! นายช่วยไปขนปืนที่พวกนายไปขโมยมาเท่าที่แกจะขนไหวมาให้หน่อย!

อายุตะ : ทั้งหมดเลยหรอ!?

ดีเร็ค : จะให้เอาสองสามกระบอกไปเป่าไอ้พวกผีเปรตพวกนี้รึไง!?

อายุตะ : อะเออรู้แล้วน่า! จะขนไปให้แล้วกันถ้าพวกนั้นไม่เล่นขนไปหมดเสียก่อน!

ดีเร็ค : เอาของตามลิสนี้มาด้วยหากมี แต่ถ้าไม่มีหละก็เอาอย่างมาแทนซะ!

อายุตะ : มีอะไรบ้าง!?


.
.
.



ตึกๆๆๆ!!!


ไอแซ็ค : แซคไลฟ์นายจะไปไหน!?

แซคไลฟ์ : ไปหน้าหมู่บ้าน! การป้องกันที่นี่มีแค่สองชั้นเท่านั้น!
ถ้าไม่ซื้อเวลาชั้นแรกพวกมันจะแห่เข้ามาฆ่าพวกเราทั้งหมด!

แม็กนัส : แซคไลฟ์! ชั้นจะไปกับแกด้วยว่ะ! ที่เหลือกระจายตำแหน่งตามที่ที่พวกเขาต้องไปแล้ว!

แซคไลฟ์ : โอเค! ที่เหลือก็แค่… *เห็นไอแซ็คกำลังตั้งป้อมอะไรบางอย่างอยู่*
นะนี่แก...ทำอะไรฟระ!? นี่ไม่ใช่เวลามาสร้างหอคอยเล่นนะเฟ้ย!

แม็กนัส : อะอย่าบอกนะว่ามันคือ…

ไอแซ็ค : ...หึๆ *เปลี่ยนบุคลิกไปในทันที*

แม็กนัส : เอาสิวะไอแซ็คเทพช่างกลมาแล้วเว้ย! นายแน่ใจนะว่ามันสมบูรณ์!?

ไอแซ็ค : เครื่องทุกอย่างน่ะพร้อมแล้ว! เหลือแค่ชาร์ดพลังงานเข้าเท่านั้น…
จากการคำนวนดูแล้ว พลังงาน,เวลา,ศัตรู,พลังกายของทุกคน


แก้งๆๆๆ!!!!


ไอแซ็ค : 20 นาที! ขอเวลาแค่ 20 นาที!

แซคไลฟ์ : ตั้ง...20 นาทีมันนานไปหน่อยไหม!?

แม็กนัส : เจ้าเครื่องนี่ต้องใช้เวลาพอสมควรในการสะสมพลังงาน! ถ้าทำสำเร็จ! พวกมันหนีหางจุกตูดไปที่เรียบร้อย!

แซคไลฟ์ : ถ้างั้นจะพยายามซื้อเวลาให้แล้วกัน! ถือเป็นแผนสำรองไปในตัว!

กรรชัย : ได้เวลาออกคำสั่งในฐานะคนบังคับ-

ทุกคน : มึงก็รีบสั่งมาสิฟระ!? ให้รอใครมาตัดริบบิ้น!!?

กรรชัย : กันเนอร์,หมวดเจมส์! รีบอพยพชาวบ้านที่ยังดีอยู่ไปซ่อนตัวที่ปลอดภัย!
เพียส,ดิเอโก้,ลีออน! สนับสนุนทางรับและทางรุกมันมาทางไหนก็เก็บให้เรียบ!
แซคไลฟ์,แม็กนัส,ไอแซ็ค รีบไปขึ้นประจำการแนวหน้าก่อน!
ทางผมจะพยายามชาร์ดพลังเจ้าเครื่องนี่ให้ทันการก่อน

กันเนอร์ : ไอ้เครื่องนั่น...นี่มรึงเอามาด้วยหรอวะ? เอาเถอะถือว่าจะเป็นข้อพิจารณาให้แล้วกันถ้าช่วยได้!

ดิเอโก้ : ไอ้ไอแซ็ค! ถ้ามรึงทำอย่างงั้นทั้งหมู่บ้านก็…

ไอแซ็ค : อยากพึ่งคนหรือพึ่งความสะดวกสบายกันหละ!? อยู่ในป่ามาเกือบสองอาทิตย์แค่นี้ยังทนได้มาแล้ว!
กะอีแค่ไม่มีพวกนั้นใช้จะเป็นไรไปฟระ!? ฝากเจ้าเครื่องนั่นด้วยกรรชัย! ถ้ามันพร้อมใช้งานรีบรายงานมาเลย!


*เรื่องปืนที่แนะนำหรือขอให้ใช้นั้นอาจไม่ได้ตามสมหวังถึง 100% นะคะ
เพราะฉะนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ก็ไม่ได้ใช้เลยก็ยังมี*



=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

Chapter 48 : Rampage


Battle Time
*ขอเน้นไปทางพวกแซคไลฟ์ในหมู้บ้านกับข้างนอกนะคะ เพราะครั้งนี้มีกลุ่มให้แต่งเยอะมากเกินไป =.=*

In Village
Saclife,Isaac(follower)
Allies : Magnus,Igis

Mission : Defend the entrance until Isaac’s special mech is ready.


Outside
Dereck,Jimmy,Christine
Allies : Nixz,Ayuta,Sam

Mission : Take down the enemy as much as they can


V.S.

Horde of Shadow



หมู่บ้านอันดามุก บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน
21:56น.


เสียงแห่งความวุ่นวายไม่มีทีท่าว่าจะหยุดอยู่ตรงนั้น ทุกวินาทีของคนในหมู่บ้านนั้นมีค่ามากกว่าสิ่งใด
กองทัพจากความตายอย่างชาโด้วเคลื่อนทัพเข้ามาทางหมู่บ้านอันสงบสุข
ไม่ว่าใครก็อยากจะหนีไปจากมัน แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงไม่ช้าก็เร็ว


ตึกๆๆ!!! ปึงๆๆ!!!


แซคไลฟ์กับแม็กนัสรีบวิ่งไปทางเข้าหน้าหมู่บ้านที่มีกำแพงวัสดุหนาอย่างดีที่สุดในหมู่บ้านมากันเอาไว้
เมื่อมาถึงที่ประจำการของตัวเองแล้วนั้นไม่รอช้าที่จะเปิดศึกกับพวกมัน


“ถ้าเป็นไปได้หละก็อยากจะเอาตัวป้อมปืนมาตั้งเอาไว้จริงๆเลยแฮะ” แม็กนัสบ่นออกมาอย่างหงุดหงิดขณะใส่กระสุนเข้าไปใน SPAS 12 ของตัวเอง

“โทษทีว่ะ ไปหาอีกรอบตอนเมื่อเช้าก็ไม่มีอะไรให้ลูทของดีๆมาให้อีก” แซ็คไลฟ์ยัดแม็คกาซีนใส่ MG36
ซึ่งเดิมทีนั้นไม่อยากเอามาใช้เพราะกระสุนไม่มีเติมแต่ตอนนี้ทีมาเพิ่มจึงไม่เกรงใจที่จะใช้มันอีกรอบ


ความจริงแล้วก็ใช่ว่าจะมีทุกคนที่ไม่เฮฮาสังสรรค์กับงานเลี้ยงเกินเหตุ
ยังมีบางคนอย่างเพียสกับลีออนรับข้อมูลจากอายุตะเรื่องสมรภูมิข้างนอกจึงฉวยโอกาสรีบไปที่นั่น
และไปขนของรอบที่สองซึ่งก็คุ้มค่ากับการกลับไปเอาของที่นั่น
ทั้งกระสุนมาเติมและปืนกระบอกใหม่ๆจากลังกล่องปืน และยังมีเสื้อเกราะกันกระสุนทั้งหนาและเบาจำนวนหนึ่งมาให้


“อย่างน้อยนายก็ทำดีแล้วว่ะ เอาหละ! มาดูกันสิว่าพวกเอ็งจะยกกันมากี่กองทัพ!” แม็กนัสชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อมสู้ศึก

“แผนตามเดิมนะไอ้หนูแม็กกี้! นายเปิดก่อนแล้วข้าจะยิงตาม!” อิจิสหยิบปืนสองกระบอกมาจากข้างหลังตัวเอง
ซึ่งมีทั้ง RMB 93 และ FN Scar พร้อมกับกล่องกระสุนจำนวนหนึ่ง

“ดะเดี๋ยวนะ...แล้วทำไมไม่บอกก่อนเล่าว่ามีกล่องกระสุนให้เติมให้ตาย!”
แซคไลฟ์หันมามองและเจอกล่องกระสุนเติมเอาไว้ให้ฟรีๆ จึงโวยใส่อิจิสเรื่องไม่ยอมบอกเรื่องนี้ให้เสียเวลาไปฟาข้างนอกตั้งนาน(ที่จริงควรจะเป็นอายุตะไม่ก็แซมนี -.-)

“ก็ไม่ได้ถามนี่หว่าฮุๆ” อิจิสแซวกลับไป


แน่นอนว่าแนวหน้าทุกคนใส่เสื้อเกราะกันเพื่อความปลอดภัยและป้องกันการติดเชื้อจากพวกมันหากพลาดท่าขึ้นมา
ไม่มีใครรู้แผนของมันที่แน่นอนหรือแม้แต่เส้นทางที่พวกมันบุกมาหา ดังนั้นพวกเขาทั้งสี่ต้องจับทางของพวกมันให้ได้


แฮ่!!!! มันมาแล้ว!!!! ปังๆๆ!!!!!


ไม่ทันจะได้หายใจรดต้นคอ พวกมันเริ่มมีการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
ทั้งสามคนเปิดฉากก่อนโดยการสาดกระสุนพร้อมเพรียงกันไปยังจุดที่คิดว่าพวกมันโผล่มา
แซคไลฟ์รีบยิงระดมใส่ตรงพุ่มไม้ซึ่งพวกมันที่หลบอยู่ในนั่นก็โดนกันไปหลายนัดจนได้ยินเสียงกรีดร้องของพวกมัน


แฮ่!!!! พวกมันกระโดดเข้ามา!! ปังๆๆ!!! แอ๊ก!!!


ใช่ว่าพวกมันจะบุกมาแค่ทางเข้าเท่านั้น แม้แต่ทางอ้อมอย่างเนินหรือด้านข้างยังทยอยแห่กันมาอย่างไม่ขาดสาย
ดิเอโก้กับเพียสพยายามยิงสกัดกันออกไปขณะที่ลีออนเอา M16 ที่ได้จากพวกทหารเบต้ายิงยัดใส่พวกที่เข้ามาใกล้ที่มั่น


“เฮ้ข้างล่างระวัง!” ดิเอโก้เตือนทางข้างล่างเพราะพวกมันบางส่วนตัดสินใจ
หันจากมาทางนี้โจมตีด้านหลังของพวกฝั่งข้างหน้าแทน

“มาสิเว้ย!!” แม็กนัสรีบออกจากที่กำบังข้างหน่าเข้าไปบวกกับพวกมันด้วยปืนตัวเองพร้อมมีดทหารป้องกันตัว


ปังๆ!!! โฮก!!! ชัวะ!!!


แม็กนัสรีบยิงใส่ชาโด้วตัวใหญ่ตัวนึงให้ล้มลงไปก่อนแล้วไปจัดการกับตัวที่อ่อนแอกว่า
โดยจ้วงอกและท้องของมันอย่างไวและเตะมันออกไปอย่างไว
ชาวบ้านที่กำลังหนีกันอย่างตาตั้งนั้นพยายามหนีตายและหลบสายตาจากพวกมันที่แห่กันมาอย่างบ้าคลั่ง
แม้ว่าชาโด้วนั้นจะมีจุดอ่อนอยู่หลายจุดที่สามารถรับมืได้ แต่นั่นก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดแข็งของพวกมันเสียเอง


“!? อย่าให้พวกมันเข้าไปแพร่เชื้อในนั้น! ถ้าพวกมันทำได้รับรองว่าเราแย่กว่าเก่า!” กรรชัยประเมินสถานการณ์คร่าวๆ
และเห็นเหตุการณ์หายนะจากที่ไกลๆ และสิ่งที่เขาเตือนนั้นก็เริ่มเป็นจริงเข้ามาทุกที

“พวกมันขยายพันธุ์อะไรยังไงของมันฟระโครตเยอะ!!” แซคไลฟ์พยายามยิงต้านพวกมันต่อไป
แต่ในความรู้สึกของเขานั้นกำลังสั่นไหวว่าทำไมยิ่งกำจัดแล้วจำนวนของมันนั้นไม่ลดลงแม้แต่น้อย

“ไอ้พวกนี้มันคือพวกลูกดก! ตายไปหนึ่งแมร่งงอกมาอีกโหล!” แม็กนัสประชดกลับไปแล้วรีบมาช่วยต่อ


แฮ่!! แมร่งเอ้ย! ปัง!!!!


ชาโด้วตัวหนึ่งกระโจนออกมาจากทางข้างๆแล้วพุ่งเข้ามาหาแม็กนัสแต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่ไหวตัวทัน
จึงให้มันชิมด้ามท้ายปืน SPAS 12 เข้าไปอย่างจังตรงหน้าแล้วยิงมันออกไปหนึ่งนัดเต็มๆ


“หลบ!!” ไอแซ็คดึง Colt Revolver .45 ออกมาจากช่องเก็บปืนของตัวเองสองกระบอก(และแน่นอนว่าไปจิ๊กของกันเนอร์มาใช้เช่นเคย)
ยิงกระหน่ำใส่ชาโด้วซึ่งซุ่มตัวรอโจมตีแซ็คไลฟ์ตอนเขาเผลอตัว

“เค!” แซคไลฟ์รีบหลบตามคำขอและไอแซ็คก็ยิงเข้าคอหอยของมันตัวนึงจนล้มดิ้นทรมานตรงนั้น
แล้วตามมาด้วยอีกตัวจนมันมึนชั่วขณะ แซคไลฟ์จึงรีบเก็บมันไปอีกตัว


แฮ่!!!! กริกๆๆ!!! ปึงๆๆ!!! กรี้ดด!!! เวรแล้วมาอีกทางเรอะ!? ปังๆๆ!!!


ชาโด้วส่งเสียงร้องให้กับพวกตัวเองที่ตามมาข้างหลังแล้วพวกมันข้างหลับเริ่มเปลี่ยนเส้นทางการโจมตีไปอีกเส้นทาง
และพวกมันเลือกที่จะดำดินลงไปข้างล่างหรือกระโดดไต่ตามหลังคาบ้านเรือนเข้ามา
ซึ่งในตอนนั้นพวกที่รับผิดชอบหน้าที่รับผิดชอบอพยพชาวบ้านพยายามยิงสกัดไม่ให้พวกมันมาฆ่าชาวบ้านเหล่านี้


“ไอ้พวกนี้มันชักได้ใจใหญ่ไปแล้ว!” แซคไลฟ์สบทออกมาพร้อมเปลี่ยนแม็กกาซีนใหม่อย่างไว
แล้วรีบเอาของมากั้นให้สูงจึ้นและมั่นคงขึ้น ส่วนไอแซ็คเองก็ใช่ว่าจะอยู่ยืรเฉยยิงไป เขารีบส่งแม็กกาซีนชุเใหม่ให้อีกแม็ก


หากพวกมันมาเยอะแบบนี้แล้ว...ทางชายหาดหละ?


.
.
.


ทางด้านชายหาด
22:10 น.


ปังๆๆๆ!!! ยึดเอาไว้!!!! แฮ่!!! ครืน!!!!


ทางฝั่งชายหาดกำลังอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างจากข้างใน พวกมันบุกเข้ามาและไม่กลัวตายอย่างยิ่งและพยายามทุกวิถีทางเพื่อได้กินอาหารอันแสนอร่อย
แซมกับอายุตะ(อยู่แนวหน้า)พยายามกันไม่ให้พวกชาโด้วทั้งโจมตีทางตรงและพวกซุ่มในกองทรายเคลื่อนพลเข้ามา
ส่วนจิมมี่กับคริสติน(แนวกลางและคุมเชิงปีกซ้ายและขวา)ช่วยเป็นกำลังเสริมโดยการยิงสนับสนุนให้


“ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซ่อนอยู่ 2 ตัว!” นิกซ์ชี้เป้าไปตรงแถวบริเวณกองเนินทรายที่เริ่มมีการเคลื่อนที่เข้ามาด้านซ้ายอย่างเนียนๆแต่ไกล

“เจอแกแล้วไอ้พวกขอมดำดิน!”


ปังๆๆๆ!!! แอ๊ก!!! โว้วระวังหน่อย!!


ดีเร็ค(ทั้งคู่อยู่แนวหลัง)ซุ่มโจมตีสวนกลับไปและโดนพวกนั้นอย่างแม่นยำ แต่นัดนึงนั้นเฉี่ยวไหล่ของแซมไปจนแซมตะโกนหลังกลับมาว่าให้ระวังกว่านี้
ดีเร็คจึงทำใจตั้งแต่เนิ่นๆเพราะไม่มีแสงไฟหรืออะไรให้มองเลยนอกจากให้นิกซ์ชี้พิกัดตำแหน่งให้


หลังจากที่อายุตะนำคลังแสงส่วนหนึ่งมาแบ่งให้ก่อนที่พวกมันจะมากันทำให้อะไรเริ่มง่ายขึ้นมา แต่ก็คงจะไม่สามารถลดความประมาทลงได้
แซมคว้า HK416 อย่างไวและรีบโยนเสื้อเกราะแบบกันระยะประชิตให้กับคริสตินใส่พร้อมโยน Mac-10 คู่ใส่นิกซ์(โยน? .-.)
ก่อนที่ตัวเองจะรีบวิ่งไปประจำข้างหน้าทันที
ส่วนอายุตะกำลังกังวลกับปืนเพราะตัวเองนั้นไม่มีความแม่นเรื่องนี้เอาเสีย สุดท้ายดีเร็คมาแก้ปัญหาโดยการยื่น Double Barrel 12g ให้ไปใช้แทน
เพราะเป็นปืนลูกซองสั้นทั้งกระชับและเบาเหมาะสำหรับคนยิงไม่แม่นอย่างอายุตะ


“เอานี่ไป! ปลดล็อคตัวนี้แล้วเล็งใส่มัน จับเอาไว้แน่นๆ!
และพยายามยิงใส่ตัวหรือหัวของมันเพื่อทำให้มันมึนงงอยู่เล็กน้อยชั้นจะได้จัดการง่ายขึ้นหน่อย” จิมมี่ยื่น PP-2000 W ให้กับคริสตินและสอนวิธียิงให้

“โอเคค่ะ!” คริสติน(รีบรับเอาไว้แล้วเตรียมจะวิ่งกลับไปหาดีเร็คกับนิกซ์) รับปืนใหม่เอาไว้แต่แล้วก็มีชาโด้วสามตัววิ่งกรูเข้ามาตอนทีเผลอ
คริสตินตกใจจนปลดล็อคไกปืนสาดกระสุนใส่มันอย่างไม่ยั้ง
ผลที่ออกมาคือ พวกมันทั้งสามชะลอความเร็วและบางตัวล้มลงไปเพราะคริสตินยิงใส่ขาของมัน

“แบบนี้แหละ! แต่ประหยัดกระสุนเอาไว้ก็ดีอยู่ข้างๆไว้!” จิมมี่ยัดลูกซองตัวเก่าของเขาใส่มันไปสามสี่นัดจนมันทั้งสามไม่ขยับร่าง


ชัวะๆ!!! แอ้กก!! ก๊าซซซ!!!


ทางด้านอายุตะกับแซมพยายามซื้อเวลาให้นานที่สุดพอที่จะลดจำนวนของมันได้บ้าง
แต่นั่นคือสิ่งที่พวกเขาติดตอนแรกก่อนจะเปลี่ยนแผนไปเพราะจำนวนของมันไม่ลดลงแม้แต่น้อย
แถมยิ่งอยู่นานพวกมันยิ่งแห่กันมายังกะฝูงยุงมาตอมเหยื่อเพื่อดูดเลือด
อายุตะทั้งฟันทั้งหลบกระบวนท่าตามเสต็ปของตัวเองส่วนใหญ่นั้นมักจะโจมตีจุดอ่อนของพวกมันคือตัดหัวทิ้งซะ
แม้ว่าจะยิงหัวของมันไปแล้วก็จริงแต่หากไม่ทำลายเส้นทางการส่งคำสั่งอย่างเส้นประสาทที่เชื่อมต่อจากสมองไปยังกระดูกสันหลังคงจะไม่สามารถหยุดมันได้


“ระวัง!” อายุตะตะโกนเตือนแซมเมื่อเห็นพวกชาโด้วใส่เกราะ(น่าจะเป็นทหารของอัมเบรล่าไม่ก็เบต้าที่ตายไปแล้วกลับกลายพันธุ์เป็นชาโด้ว)
วิ่งเข้ามาพร้อมกับโล่เคลื่อนที่เพื่อมาล้มแถวแนวหน้าทั้งคู่ แซมไม่รีรอจึงสะพายปืนตัวเองไว้ด้านหลังและวิ่งพุ่งเข้าใส่มันในทันที


ตึงๆๆ!! โครม!!!! ตูม!!!! โฮก!!! เข้ามา!! ตึง!!! โครม!!!!


แซมพุ่งเข้าชนใส่ชาโด้วทหารตัวหนึ่งเข้าอย่างจังและถีบมันออกไปให้พ้นทางและขโมยโล่ของมันมาเพื่อวิ่งชนต่อ
และเขาก็ทำจริงๆ แซมวิ่งชนเข้าใส่กับอีกสองตัวที่ตามหลังมาแล้วยเงไม่ได้เอาโล่กันจนล้มกระจายระเนระนาด
อายุตะที่เห็นทักษะแบบรั้นเข้าไปถีงกับเริ่มมีแรงฮึดสู้ขึ้นมาเหมือนกัน


“ทางนี้ก็ไม่แพ้เหมือนกันหรอกน่า!” อายุตะเอาดาบคู่ตั้งกระบวนท่าและเตรียมวิ่งแต่เขารอให้แซมนั้นมาถึงก่อน

“แซม! ส่งแรงที!” อายุตะขอให้แซมนั้นช่วยส่งแรงให้กับเขาที แน่นอนว่าแศมก็ไม่รีรอจึงรีบเหวี่ยงอายุตะเข้าไปในดงชาโด้วกลุ่มใหม่


ฮึบ!!! ฟิ้ว!! กระบวนท่า กงจักรวายุ! ชัวะๆๆๆๆ!!! แอ้ก!!!! ปังๆๆๆๆๆ!!!!


อายุตะพุ่งเข้าไปในวงของพวกมันก่อนจะแกว่งดาบตามจังหวะของตัวเองหมุนตัวล้อมรอบกลายเป็นพายุขนาดเล็กในวงนั้น
และสร้างความเสียหายให้กับพวกมันจำนวนหนึ่ง แซมรีบวิ่งตามเข้าไปเก็บตัวที่เหลืออย่างทันควัน


“ไอ้พวกนี้นี่มันบ้าระห่ำจริงๆเล้ย! อย่ามาโอดครวนทีหลังแล้วกันว่าล้มไปไม่ได้น่ะ!” จิมมี่เห็นการต่อสู้ของทั้งคู่แล้ว
เกิดความอิจฉาเล็กน้อยที่บู๊สนั่นหั่นสับกันกระจาย
แต่เพื่อความปลอดภัยเขาจึงต้องทำใจให้พวกนั้นเก็บกวาดให้เรียบร้อยเสียแล้วตัวเองมาเก็บพวกที่หลุดออกมากับพวกแอบเนียนมาด้านหลัง

“จิมมี่ข้างหน้า!” คริสตินชี้ไปที่ชาโด้วกลุ่มใหม่กระโดดออกมาจากกองทรายอย่างไม่ทันตั้งตัว

“เวรหละ!” จิมมี่รีบเอาปืนลูกซองยิงยัดใส่มันหนึ่งตัวแต่ควบไปด้วยอีกสองตัวจากแรงปะทะของลูกซอง


แฮ่!! กริกๆๆ! เชี้ยแล้ว!!! ปังๆๆ!!! แอ๊กก!!! ตึง!!!!


แต่แล้วเหตุการณ์คับก็เกิดขึ้นเมื่อกระสุนลูกซองของจิมมี่หมดกระทันหันแล้วเปลี่ยนมาเป็น M27 IAR ไม่ทันการแถมคริสตินก็กำลังยิงตัวที่บุกมาจากด้านข้างจนไม่รู้ด้วยศ้ำว่าจิมมี่กำลังแย่(เพราะกำลังเอาไฟฉายส่องพวกชาโด้วดำทรายไม่สนใจจิมมี่เลย)
กลับมีกระสุนพุ่งเข้าร่างของชาโด้วตัวนั้นอย่างแม่นยำก่อนจะนอนจมกองเลือดอย่างทรมานไป


“ยิงเพลินรึไงจิมมี่!?” เสียงของดีเร็คตะโกนไปหาเพื่อนของตัวเองที่เกือบพลาดท่าให้กับมัน
ต้องขอบคุณนิกซ์นั้นชี้เป้าหมายทันเวลาพอดี

“ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเกิดไงหละ!” จิมมี่รีบโยนลูกซองตัวเองทิ้งแล้วมาใช้ M27 IAR แทนและประชดกลับไป

“!? เวรแล้ว…” จิมมี่ส่องปืนไปทางพวกชาโด้วเข้ามากลับพบว่า มีกำลังเสริมจากพวกมันแห่เข้ามาเพิ่มเท่าตัว

“โอ้วไม่นะ มันมาอีกหรอ!?” คราวนี้คริสตินรีบเอาไฟฉายส่องออกไปที่บริเวณไกลๆ
แม้แสงไฟฉายจะส่องไม่ถึงก็จริงแต่ดวงตาสีแดงเจิดจ้านั้นส่องประการตลอดเส้นทางการเดิน

“มันมาจากไหนกันเยอะแยะ!?” อายุตะเริ่มออกอาการกังวลออกมาเนื่องจากพวกมันมาเพิ่มเยอะกว่าเดิม

“ไม่ได้การ ถอยมาก่อน!” แซมรีบยิงเปิดทางให้อายุตะหนีออกมาจากในวงก่อน


ซ่าๆๆๆ!!! กริกๆๆๆ!! แฮ่!!! เวรหละ!!


ระหว่างที่แนวหลังอย่างดีเร็คกำลังยิงสนับสนุนทางด้านหลังตามปกติอยู่นั้นกลับมีพวกที่ไม่ได้รับเชิญ
ขึ้นมาจากทะเลแล้ววิ่งกรูกันมาอย่างทันที
นั่นยิ่งทำให้การป้องกันและสนับสนุนยิ่งมีภาระเยอะกว่าเดิม
นิกซ์เมื่อรู้ว่าหากไม่มีใครล่อพวกมันคงจะไม่ทันการจึงทำใจโดยการ…


พรึบ!!! ตึกๆๆ!! นิกซ์จะไปไหน!!?


นิกซ์รีบวิ่งออกจากที่กำบังพร้อมกับถือ mac-10 คู่วิ่งไปหาพวกชาโด้วที่พึ่งวิ่งขึ้นออกมาจากทะเล
ซึ่งน้อยนักพวกมันจะมาจากทางนี้กันเพราะเป็นเป้าให้ยิงง่ายและยังต้องใช้เวลาวิ่งขึ้นมา


“เก็บทางนั้นไปเลยเดี๋ยวจัดการทางนี้ให้!” นิกซ์ขอให้ดีเร็คประจำตำแหน่งต่อไป
แต่นั่นยิ่งทำให้ดีเร็คกังวลมากกว่าเดิม


แฮ่!!!! ปังๆๆๆๆๆๆ!!! อ๊อกก!!! แอ๊กกกก!!!


นิกซ์ไล่ยิงตัวที่ขึ้นเกยตื้นมาจากทะเลพร้อมกับสังหารมันอย่างรวดเร็ว
พวกชาโด้วโดนยิงกันไปเป็นแถบพร้อมเสียงโอดครวนครานของพวกมันอย่างทรมาน
ในเมื่อเธอนั้นไม่มีปัญหากับพวกนี้ดีเร็คจึงหายห่วงในระดับหนึ่ง


“จิมมี่! เราต้านไม่ไหวแล้ว!” อายุตะวิ่งมาพร้อมกับแซมเพราะเริ่มต้านกองทัพชาโด้วนับร้อยและมาอีกเรื่อยๆไม่อยู่

“กลับมาก่อน! จะยิงคุ้มกันให้!” จิมมี่เห็นทั้งคู่วิ่งกลับมาจากแนวหน้าแล้วกำลังล่นมาแนวกลางที่จิมมี่อยู่
เขาจึงไม่รีรอที่จะช่วยยิงคุ้มกันให้


.
.
.


ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งหมู่บ้าน


ปังๆๆๆ!!! แฮ่!!!! ระดมยิงเข้าไป!! ปังๆๆๆ!!!!


ทางด้านทางเข้าของหมู่บ้านทางด้านการจู่โจมของพวกชาโด้วเริ่มทวีคูณหนักขึ้นเรื่อยๆ
ถึงจะเผาผลาญกระสุนไปยังไงแต่จำนวนมันกลับไม่ลดลงแม้แต่น้อย
เสียงปืนยังคงกระหึ่มไปทั่วหมู่บ้านทั้งข้างในและข้างนอก ชาวบ้านเริ่มหวาดกลัวแล้วเริ่มวิ่งหนีตายไปหลบกันอย่างบ้าสะพรั่ง
กรรชัยพยายามยิงซัดพวกลูกหลงกลับไปขณะเฝ้าเจ้าเครื่องนี่อย่างจงรักภักดีราวกับเป็นไม้ตายสุดท้าย


“ใช้ระเบิดนั่นเลยแซคไลฟ์!” ไอแซ็คตะโกนให้แซคไลฟ์นั้นใช้ระเบิดที่เขาให้ไปสักพัก

“ถ้างั้นก็จัดไป!” ไม่รีอรอระเบิดแสนปริศนานี่ เขาจึงขว้างระเบิดนั่นออกไปข้างนอกซึ่งก็มีชาโดวหลายตัว
และพยายามปีนซากศพของพวกเดียวกันเองเข้ามาเพื่อกินพวกเขา


กริ้ก!! ฟี่!!!! ฟู่!!!!!!!!! กรี้ด!!!! ฮ้ากกกก!!!!!


ระเบิดปริศนาของไอแซ็คเริ่มทำงาน แต่แทนที่จะระเบิดกระจายตัวออกมานั้น
กลับเคลื่อนที่ตรงกลางหมุนยังกะลูกข่างแล้วมีแก๊สสีขาวพุ่งออกมาทำให้เริ่มมีการแข็งตัวบริเวณนั้นและเริ่มกระจายรัศมีออกมาเกือบ 25 หลา
พวกชาโด้วที่เห็นสิ่งนั้นถึงดับเบรคตัวโก่งแต่บางตัวที่โชคร้ายเบรคไม่ทันเข้าไปอยูาในรัศมีจองแก๊สถึงกับดิ้นชักและโดนแช่แข็งในที่สุด


“Yes! เข้ามาอีกเซ่!! “ ไอแซ็คชมผลงานตัวเองและหยิบระเบิดแบบนั้นขึ้นมาอีกอันแล้วขว้างไปอีกลูกตรงบริเวณที่รัศมีของระเบิดลูกนั้นไปไม่ถึง

“ให้ตายสิ! Frozen Nitro! ทำไมเอ็งถึงไม่มาให้ตรูบ้างแวะ!?”
อิจิสเห็นระเบิดแสวงเครื่องของไอแซ็คถึงกับอิจฉาตาร้อนเหมือนเขาไม่ได้ระเบิดมาคุ้มกันตัวเอง

“ก็ไม่ถามเองนี่หว่า!” ไอแซ็คเย้ยกลับไปด้วยความสะใจส่วนตัวก่อนจะรีบไปประจำตำแหน่งต่อ


ก๊าซซซซซ!!! เห้ยแมร่งระวัง!!! กริกๆๆ!! ปังๆๆๆ!!!!


ถึงจะไล่พวกมันออกไปหรือบล็อคเส้นทางได้ก็จริงแต่พวกมันก็ค้นพบเส้นทางลุกเข้าใหม่ไม่นานนัก
คราวนี่ฝูงชาโด้วที่มีลักษณะบ้าคลั่งเริ่มวิ่งกระโดดปีนกำแพงบ้านแม้แต่หลังคามาเป็นเกือบสิบกว่าตัว
ดิเอโก้กับเพียสพยายามไล่เก็บพวกที่ปีนหลังคากันมาเป็นแถบแต่ดูเหมือนปืนจะสังหารพวกมันไม่ได้ดั่งใจเท่าไหร่นัก


“ระวังพวกมันกระจายตำแหน่งไปด้านล่าง!” ลีออนตะโกนเตือนพวกที่อยู่ข้างล่างให้รีบจัดการกับพวกมันซะ

“ไอ้พวกนี่ยิ่งอยู่ยิ่งฉลาดขึ้นเว้ย!” ไอแซ็คโหลดกระสุนของตัวเองเข้าไป
ขณะเอาหลังตัวเองดันกับกำแพงไม่ให้พวกมันบุกเข้ามา

“ระวัง!” แซคไลฟ์ตะโกนให้ไอแซ็คหลบไปก่อนและเมื่อหลบไม่ทันถึงสองวินาที
ก็มีชาโด้วตัวหนึ่งกระโดดข้ามหัวของไอแซ็คเข้ามา แต่ก็ถูกแซคไลฟ์ดักทางเอาไว้แล้ว


ปังๆๆ!!! แอ๊ก!!!! กินไปอีก! ปังๆๆ!!! แฮ่!!!!


หลังจากตัวนี้สิ้นฤทธิ์แล้วจึงไม่รีรอที่จะจัดการกับพวกที่กำลังจะกระโดดเหินบุกเข้ามาจากหลังคาบ้านเรือน
เสียงปากกระบอกปืนของแซคไลฟ์ดังไม่หยุดหย่อนพร้อมกับเสียงทรมานของพวกมัน
ร่างของพวกมันเริ่มสะสมกองกันเป็นภูเขาหรือไม่ก็เป็นกำแพงทางเข้าของหมู่บ้านเพิ่มทวีคูณขึ้น
จนไม่สามารถนับจำนวนของมันได้อย่างแม่นยำว่าพวกมันบุกมาในครั้งนี้มากี่ตัวกันแน่

ไม่นานนักระเบิดแช่แข็งพิเศษของไอแซ็คหยุดทำงานลง ทำให้สิ่งขีดขวางซึ่งเป็นปัญหาของพวกมันนั้นหมดไป แม้จะทิ้งร่องรอยไอเย็นเฉียบออกมาและร่างของพวกเดียวกันเองแช่แข็งเอาไว้


“เวรหละ! หมดเวลาแช่แข็งพวกมันเสียแล้วเว้ยไอแซ็ค!” แม็กนัสเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวของพวกมันบุกมาทางเข้าอีกรอบ

“กระสุนเหลืออยู่ไม่มากแล้ว! ต้องซื้อเวลาให้พวกนั้นพาผู้รอดชีวิตหนีไปก่อน!” ดิเอโก้ตะโกนรายงานจากข้างบน
พร้อมเอาท้ายปืนฟาดใส่หน้าชาโด้วตัวหนึ่งที่กำลังปีนกำแพงขึ้นมา

“แซคไลฟ์! แกกับไอแซ็ครีบถอยไปตำแหน่งเดียวกับกรรชัยก-”


โครม!!! งั่ม!!! เชี้ยเอ้ยออกไป!!! ปัง!!!!! วิ้งง!


ระหว่างแม็กนัสกำลังสั่งให้แซคไลฟ์กับไอแซ็คถอยไผแนวหลังเพราะพวกเขาพึ้งจะสร้างกำแพงและภูเขา
ขนาดใหญ่ทางเข้าของหมู่บ้านแล้วข้างในอีกหลายที่ซึ่งกลายเป็นเส้นทางใหม่ให้กับพวกมันเพื่อวิ่งตลุยเข้ามาจัดการได้ง่ายขึ้น
มีชาโด้วตัวหนึ่งซึ่งซุ่มอยู่ในเงามืดสักระยะนึงแล้วรีบเข้าไปกระโดดเกาะหลังของแม็แนัสแล้วกัดที่ไหล่อย่างจัง
ฟันอันแหลมคมของมันนั้นทะลุเสื้อเกราะของแม็กนัสเข้าไปแล้วพยายามฉักเสื้อเกราะให้ขาดเสีย

แม็กนัสพยายามดิ้นให้หลุดแต่คงไร้ประโยชน์ อิจิสหันมาเห็นพอดีจึงสงเคราะห์มันให้โดยการยิงใส่มันระยะเฉียดกับหย้าของแม็กนัสโดย FN Scar
เสียงปืนทำให้แม็กนัสมึนอยู่ชั่วครู่แต่ยังมีสติพอที่จะขว้างชาโด้วซึ่งโดนยิงใส่หัวกำลังคลายตัวออกมาไปไกลๆสายตา


“ไม่เป็นไรนะไอ้บ้าระห่ำ!?” อิจิสรีบพยุงแม็กนัสขึ้นมา

“เออๆ! นิดหน่อยแหละวะ!” แม็กนัสตอบกลับ

“โธ่เว้ย! เครื่องนั่นยังชาร์ตพลังงานไม่เสร็จอีกหรอเนี้ย!?” ไอแซ็คเริ่มถอยออกมาจากทางเข้าของหมู่บ้าน
พร้อมแซคไลฟ์ตามคำแนะนำของแม็กนัส

“บอกแล้วไงว่าเสียเวลาเปล่า! เอาเวลานี้ไปซื้อเวลาให้พวกนั้นพาชาวบ้านหนีไปยังจะดีกว่า!”
แซคไลฟ์ต่อว่าไอแซ็คที่ไม่ฟ้งเหตุผลตั้งแต่ต้น

“แล้วไงต่อหละ!? หนีมาแล้วแต่ยังโดนตามล่าแบบนี้ไม่เอาด้วยหรอกไอ้พวกนี้มันตื้อยังกะพวกชวนชื่อขายโฆษณาเสีนอีก!”

“กะแกนี่มันปากร้ายเสียจริงๆ!” แซคไลฟ์ยังสงบสติอารมณ์ของตัวเองเะราะกำลังโดนคำพูดอันน่ารำคาญและไร้สาระของไอแซ็คกรอกใส่หู

‘ระวังข้างหลัง” อิจิสตะโกนเตือนทั้งสองคนที่กำลังทะเลาะไปยิงพวกไปแบบไม่ระมัดระวังตัวเองอยู่


แฮ่!!! ปังๆๆๆ!!! แอ๊กก!!!


“ฟู่วรอดตายหวุดหวิด!” ไอแซ็คถอนหายใจอย่างดัง

“ระวังตัวหน่อยสิ!” แซคไลฟ์เตือนอย่างดุดัน แต่ไอแซ็คไม่ใส่ใจอะไรมาก
ซึ่งทำให้แซคไลฟ์พอจะเอาอาการแบบนี้ออกได้ชัดเจนว่านี่คงจะเป็นอาการสองบุคลิกในคนเดียวกัน


เขาจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่ตอนสู้กันก่อนหน้านี้ว่า ไอแซ็คไม่เคยแสดงอาการกวนประสาทหรือยั่วโมโหใคร
หรือแม้แต่อวดดีหาเรื่องใส่ตัวจนวินาทีสุดท้าย ถึงอย่างนั้นเขายังสงใสอยู่ในใจว่าไอแซ็คจะเป็นแบบนี้อีกนานไหม?


.
.
.


ปังๆๆ!!! ถอยมาๆๆ!! แฮ่!!!


ถัดมาจากข้างในหมู่บ้าน แลดูเหมือนว่าพวกชาโด้วจะบุกมาทางชายหาดมากกว่าหมู่บ้านเสียอีกด้วยซ้ำ
พวกมันไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นนอกจากอาหารที่อยู่ตรงหน้าและความกระหายอย่างน่ากลัว
แม้แต่เพื่อนของพวกมันเองที่ถูกพวกนั้นสังหารไปแล้วทับถมกันเป็นแนวภูเขาหรือกำแพงยังไม่สนใจแม้แต่น้อย


“อย่าเข้ามานะ!!” คริสตินพยายามเอาไฟฉายส่องใส่หน้าของพวกมันให้เยอะที่สุด
เพื่อให้พวกมันมึนชั่วขณะกับแสงไฟที่ส่องทะลุเข้าบ้องตาตัวเอง

“ยังดีที่ทางน้ำมันไม่เกยตื้นขึ้นมาหาแล้ว! ตอนนี้เหลือแค่ยันเอาไว้เท่านั้น!” นิกซ์บ่นไปยิงไป

“พวกมันเยอะเกินไป! เราเริ่มต้านไม่อยู่แล้ว!” อายุตะซึ่งล่นมาอยู่แถวตำแหน่งกลางเช่นเดียวกับจิมมี่และคริสติน
พยายามต้านพวกมันให้นานที่สุดพร้อมเอาลูกซองสั้นยิงสวนกลับไปด้วย

“นั่นระเบิดใช่ไหม!? รีบใช่เลย!” จิมมีเหลือบเห็นอายุตะพกระเบิดแสวงเครื่องมาด้วยจึงขอให้เขานั้นใช้ทันที

“อะนี่! ลืมไปเลยว่าเก็บเอาไว้โทษที!” อายุตะเกือบลืมระเบิดแสวงเครื่องซะสนิทยังดีที่จิมมีาตาดีเห็นก่อนทันเวลา
ไม่รีรอเขาจึงรีบกดกลไกให้ทำงานแล้วขว้างออกไปในดงของพวกชาโด้วทันที


ระวังระเบิด!! ฟี่!!!!! ฟู่!!!!!! แอ๊กก!!! ก๊าซซซซ!!!!


ระเบิด Frozen Nitro เริ่มทำงานพร้อมปลดปล่อยหิมะแช่แข็งทันใจไปบริเวณนั้น
พวกชาโด้วที่วิ่งตามมากันเป็นสิบหรืออาจมากกว่านั้นต้องเหยียบเบรคกระทันหันบางตัวถังกับหกล้มเขมนยังมี
ไอความเย็นสัมผัสร่างอันบอบบางของคริสตินจนเธอนั้นเริ่มหนาวสั่นเพราะมันเย็นมาก
ส่วนขิมมี่กับแซมเห็ยโอกาสตอบโต้จึงจัดการกับพวกที่ยืนบื้อให้ยิงได้หรือไม่ก็พวกที่โดนแช่แข็งไปแล้ว


“อั้ยย่ะ! ไม่อยากจะดชื่อว่าไอแซ็คเอามาจริงๆด้วยแฮะ!” นิกซ์ทำท่าดีใจเมื่อเห็นระเบิดนั่นเข้าไป

“คงจะถ่วงเวลาได้ไม่นานนักต้องรีบเคลียพวกที่เหลือก่อน!” ดีเร็คเตือนสติให้นิกซ์รีบจัดการพวกนี้ซะ


แฮ่!!! ผลั่ก!!!


“อั่ก!” จิมมี่เผลอท่าให้กับพวกมันตอนหันหลังจนโดนกระแทกออกนอกวงออกไปคนเดียว

“เวรแล้วไง! รีบมาเร็ว!” แซมรีบวิ่งเข้าไปช่วยจิมมี่ที่ล้มอยู่แล้วดึงตัวจิมมี่ออกมาจากตรงนั้น


แฮ่!!!! มาสิ!! ผัวะ!!! งั่ม!!!! ชัวะ!!!!


แซมง้างหมัดตัวเองชกเข้าหน้าของชาโด้วตัวนั้นอย่างเต็มแรงจนจมเข้าไปในปากของมันเอง
มันเองก็ไม่ยอมปล่อยแซมไปง่ายๆจึงงับมือของแซมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
ความเจ็บปวดนั้นไม่ส่งผลอะไรกับแซมมากนักนอกจากต่อสู้กับร่างกายตัวเองที่กำลังคลั่งอยู่ในนั้น

แซมไม่รีรออะไรมากนักนอกจากกระชากหัวของมันออกมาอย่างไวและกระทืบซ้ำตาม
จิมมี่เริ่มผวาอยู่ในใจส่วนหนึ่งหากปะทะกับแซมจริงๆในระยะประชิดก็คือการฆ่าตัวตายชัดๆในสายตาของเขา


“นั่นมันบ้าชัดๆนะ! นายอยากตายรึไง!?” อายุตะเห็นแซมเอาเศษผ้ามาพันแผลที่โดนกัดเอาไว้อย่างหน้าตาเฉย

“ก็ไม่ได้อยากตายหรอก แค่ไม่อยากให้มันไปงั่มหัวของนายแล้วกัน”
แซมตอบกลับไปอย่างแสบสันเล่นเอาอายุตะกระตุกความโกรธขึ้นมาเล็กน้อย

“ดีเร็คระวังทางนั้น!!” นิกซ์เตือนดีเร็คทางด้านเนินถนนว่ามีพวกซุ่มอยู่แถวนั้น

“ออกมาสิเฟ้ย!” ดีเร็คตะโกนให้พวกมันที่ซ่อนอยู่ในนั้นออกมาแต่โดยดี
และมันก็ออกมาตามขอ…


พรึบ!!!! แฮ่!! ก๊าซซซซ!!! ปังๆๆๆๆ!! แชะๆๆ! เชี่ยแล้ว!


พวกมันกระโจนออกมาเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ยังกะเป็นหลุมหลบภัยขนาดเล็กของพวกมันรอเปิดจังหวะ
และไม่ใช่แค่ห้าหกตัวที่อัดกันอยู่ในนั้น พวกมันทยอยไหลกันออกมาเป็นสายน้ำแล้วเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว
ดีเร็คไม่รอช้าจึงรีบยิงตัดจำนวนของพวกมันให้มากที่สุดแต่แล้วกระสุนหมดกระทันหันจึงทำให้เสียเวลาเข้าไปอีก


“เดี๋ยวซื้อเวลาให้!” นิกซ์รีบช่วยยิงสวนกลับไปเพื่อให้พวกมันนั้นวิ่งมาหาช้าขึ้น


ปังๆๆๆ!! แฮ่!!!!


และมันก็ได้ผล พวกมันเคลื่อนที่ช้าลงชั่วขณะเพราะกลัวโดนกระสุนปืนยิงเข้าและเริ่มกระจัดกระจายหนีหาทางอื่นแทน


“ขอบใจนิกซ์! ไปช่วยกันให้จิมมี่ก่อน!” ดีเร็คโหลดกระสุนเสร็จพร้อมยิงพวกนั้นต่อ

“เต็มไปหมด ทางไหนมันก็มา…” คริสตินเริ่มผวากับกองทัพชาโด้วเพราะมันมามากกว่าที่เธอคิดเอาไว้

“แข็งใจไว้คริสติน! เธอต้องผ่านมันไปได้!” จิมมี่ปลุกกำลังใจให้เธอนั้นอย่าพึ่งมาท้อตอนนี้


ปังๆๆๆ!!! ถอยมาๆ!!! แฮ่!!!


กลุ่มของจิมมี่เริ่มถอยระยะมาถึงบริเวณดีเร็คกีบนิกซ์ใกล้มากขึ้นเนื่องจากสู้จำนวนพวกนั้นไม่ไหว
ในที่สุดทั้งสองกลุ่มก็สมทบกันจนได้และกระสุนเริ่มล่อยหรอเข้าไปทุกที
คริสตินเปลี่ยนจากการถือไฟฉายไปจับปืนสองมือแทนเพราะใกล้ขนาดนี้คงไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้ดีเท่าไหร่
ส่วนอายุตะเริ่มหันมาใช้ปืนผ้องกันตัวเองมากขึ้นแล้วยังอยู่ข้างๆแซมตลอดเพื่อกันไม่ให้แซมสู้มั่วซั่วอีก


“!? โอแย่แล้ว” นิกซ์ได้ยินเสียงบางอย่างจากข้างในหมู่บ้านและเปลี่ยนสีหน้าจากจริงจังกับสถานการณ์มาป็นหน้าซีดเสียแทน

“อะไรนิกซ์? รีบๆพูดมา!” ดีเร็ครีบถามนิกซ์ในขณะที่ตัวเองกำลังยิงพวกชาโด้วที่มาอีกทาง

“ทุกคนหมอบลง! อุดหูไว้ด้วย!” นิกซ์รีบกระโจนหลบไปห่างๆจากพวกเขา
จนที่เหลือยังงงว่าเธอพูดแบบนี้มันหมายความว่าไงจนกระทั่งมีคนหนึ่งที่เริ่มรู้แบบเดียวกับเธอ

“เวรแล้วรีบหลบเร็ว!” อายุตะเริ่มแสดงสีหน้าหวาดกลัวอะไรบางอย่างเข้าให้แล้วพยายามหาที่กำบังหลบที่ไหนสักแห่ง

“...!?” แซมกำลังครุ่นคิดในตอนนั้นว่าทั้งคู่ทำแบบนั้นทำไม สุดท้ายก็พอเข้าใจว่าเธอกำลังสื่ออะไร


พรึบ!! ว้าย!!! ตึง!!! ครืน!!!!!!!! เชี่ยเอ้ย!! กรี้ดด!!! แอ๊กกกก!!!!!!


จู่ๆกลับมีแสงสีฟ้าซึ่งมีลักษณะเหมือนคลื่นเสียงแต่กลับมีแรงทรงพลังอย่างมากถูกกระจายออกมาจาก
ข้างในหมู่บ้าน
คลื่นสีฟ้ากระจายออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงที่แสบแก้วหูพอสมควร
แซมรีบกระโจนทับคริสตินให้ล้มลงพร้อมยังบงคับให้กดหูตัวเองเอาไวส่วนดีเร็คกับจิมมี่ที่พึ่งได้ยินคลื่นเข้าไปถึงกับรู้ทันทีว่ามันทรมานสุดๆแล้วรีบปิดหูตัวเองทันที

ชาโด้วที่ไม่ว่าจะวิ่งมาจากทางหาดทรายหรือเนินถนนหรือพึ่งเกยตื้นเพื่อลอบโจมตี
เมื่อพวกมันได้รับคลื่นมรณะเข้าไปถึงกระชักดิ้นชักงออยู่ตรงนั้นแล้วส่งเสียงร้องออกมาอย่างทรมานเห็นได้ชัด


“อือออ!!! จบเร็วๆๆๆ!!” นิกซ์แม้จะหลบออกมาจากรัศมีคลื่นมาได้ไม่กี่เมตรก็ยังรับถึง
ความทรมานและยังพยายามอุดหูตัวเองต่อไป

“อ้ากกกก!!!” อายุตะเริ่มส่งเสียงร้องโวยวายออกมาเหมือนเขานั้นไยินเสียงคลื่นเสียงนั่นเข้าไปถึงกับคลั่งออกมา

“จำใจดีๆไว้อายุตะ!” นิกซ์รีบเข้าไปดึงอายุตะออกมาจากรัศมีนั่นแล้วเข้ามากอดตัวเอาไว้ไม่ให้ดิ้นไปมากกว่านี้


กรี้ดด!!! แฮ่!!! พรึบๆๆๆๆ!!!!!


ไม่นานนัก ชาโด้วกลุ่มใหญ่เริ่มวิ่งหนีห่างจากบริเวณชายหาด
และหมู่บ้านอย่างไวเพราะหวาดกลัวต่อคลื่นมรณะนั่ นบ้างก็หนีทับกันเองบ้างก็พยายามตะเกียกตะกายปีนหนีออกไป
แต่แล้วหลังจากคลื่นแสงสีฟ้านั่นกระจายออกไปได้ไม่นานไฟฟ้าทั้งหมดตั้งแต่ในหมู่บ้านไล่ออกมา
จนมาถึงทางออกของหมู่บ้านที่ติดกับชายหาด
ไฟบางดวงยังแตกออกมาให้เห็นได้ชัดแล้วบางดวงยังส่องดับๆติดๆซึ่งอาจเกิดผลจากคลื่นเสียงนั่น


.
.
.


ไม่กี่นาทีต่อมาหลังจากแสงสีฟ้ามรณะกระจายไปทั่วแล้วเกิดปรากฎการไฟดับทั้งหมู่บ้าน
และรวมไปถึงบริเวณรัศมีที่อยู่ใกล้ๆกับที่นี่ด้วย ทุกอย่างถูกความมืดครอบนำทันทีและเสียงอันโหยหวนเข้ามาแทนเสียเอง
ไม่มีแม้แต่ตัวหรือเงาของพวกชาโด้วโผล่มาให้เห็นแถวหมู่บ้านอีก
ถึงจะมีอยู่กระจึ๋งนึงให้เห็นตามทางเดินของหมู่บ้านหรือทางเข้าเพราะหนีไม่ทันคลื่นเสียงนั่นก็สิ้นฤทธิ์อยู่ตรงนั้น


.
.
.


หมู่บ้านอันดามุก
22:28น.


มีชาวบ้านและอีกหลายคนที่ยังประจำการป้องกันหรืออพยพชาวบ้านนั้นรีบจุดไฟให้ความสว่างแก่หมู่บ้านทันที
ดวงไฟสีเหลืองปนแดงอร่ามค่อยๆปรากฎกายขึ้นมาตามบริเวณต่างๆในหมู่บ้านเพื่อทดแทนกับไฟฟ้าที่หายไป
เศษซากกระสุนปืนหลายชนิด,ซากศพของพวกชาโด้วที่นอนกองกันเป็นภูเขาหรือกำแพงมหึมาเป็นผลงานที่ทั้งน่าจดจำและไม่จดจำ
หากนับจากตรงนี้แล้วนี่แค่ส่วนของทางเข้าหมู่บ้านเท่านั้น
ยังไม่มีใครทราบถึงข้างในหรือทางออกอีกทางนึงว่าจะแย่ขนาดนี้หรือไม่


สามทหารเสือผู้กล้าอย่างแซ็คไลฟ์,ไอแซ็ค,และแม็กนัสเข้าไปนั่งพักผ่อนตามบริเวณข้างทางอย่างรวดเร็ว
เพราะอยู่ใกล้กับเครื่องปล่อยเสียงมรณะมากที่สุด แม้จะไล่พวกชาโด้วไปได้แล้วแต่หากถามถึงสุขภาพของคนปกติทั่วไปนั้น...ไม่มีใครทราบแน่ชัดนอกจากไอแซ็คกับซูลูเท่านั้น


“อ...อุบ!!! อ็อกก!!!” แซ็คไลฟ์(ในสภาพคลื่นไส้สุดๆ) รีบวิ่งเข้ากำแพงแล้วอ้วกออกมาทันที

“ฮะๆ...ไม่เลวไอ้ไอแซ็ค” แม็กนัสนอนเปื่อยในสภาพอยากจะอาเจียนเหมือนกัน

“ดะด้วย..ความยินดี” ไอแซ็คนั่งพิงกำแพงบ้านอยู่ตรงข้ามกับแม็กนัสแล้วโบกมืออย่างน่ายินดี

“เฮ้มีใครเอายาแก้เมามาไหม?” ลีออนพยุงอิจิสลงมาจากข้างทาง

“!? โอ้ให้ตายมันหนักกว่าอีแซคไลฟ์อีก!” แม็กนัสตกใจเมื่อเห็นสภาพอิจิสทำหน้าตาเอื่อมระอาสุดๆแลดูเหมือนคนขาดน้ำอย่างรุนแรง

“เห้อ...ออกมาหมดเสียทีแมร่ง” แซคไลฟ์เดินกลับมาอย่างโซเซเล็กน้อยหลังจากเสียน้ำไปส่วนหนึ่งในร่างกาย

“กรรชัยม่องเท่งไปยังเนี่ย?” ไอแซ็คค่อยๆลุกขึ้นไปดูสภาพกรรชัยซึ่งดูแลเครื่องนั่นใกล้ที่สุดแล้ว


คร่อกก...คร่อกกก


แทนที่จะเกิดอาการอยากจะอ้วกหรือหมดสติไปกลับเป็นว่าโดนเช้าไปแล้วหลับทันทีแบบปลุกไม่ตื่น
ไอแซ็คเห็นแบบนั้นแล้วถึงกับหมั่นไส้ขึ้นมาทันที จึงเอาเศษเนื้อของชาโด้วเข้าไปแปะหน้ากรรชัยให้ตื่น และมันก็ได้ผล


ว้ากกก!! ออกไป๊ๆๆ!!! เป้ง!!!


กรรชัยถึงกับตื่นสะดุ้งแล้วกระโจนหนีไปชนกับเครื่องนั่นเข้าให้จนหลับของจริง ไอแซ็คหลุดขำออกมาเล็กน้อยก่อนจะไปเช็คเครื่องอีกครั้งแลดูเหมือนว่าเขาจะเชี่ยวชาญในการซ่อมบำรุงสุดๆ


“นั่นมันไอ้เครื่อง Sonar Wail นี่หว่า! ถ้างั้นไอ้แม็กนัสก็พูดความจริงน่ะสิ”
อิจิสเริ่มฟื้นตัวแล้วมาเห็นเครื่องที่ไอแซ็คเป็นคนประดิษฐ์

“ก็กูบอกมึงไปหลายรอบแล้วก็ไม่เชื่อเลยเว้ย!” แม็กนัสเถียวอิจิสราวกับว่าเขาเคยบอกไปแล้วครั้งหนึ่ง

“ก็ตอนนั้นมึงเมานี่หว่า! แถมยังโม้อีกด้วยจะให้เชื่อได้ไงฟระ!?” อิจิสเถียงกลับไป

“จะให้เรียกซูลูมาทำแผลไหมแม็กนัส?” ดิเอโก้เห็นแม็กนัสได้รับบาดเจ็บจึงอดห่วงไม่ได้เท่าไหร่

“เออๆสบายดี แค่นี้ยังน้อยไปสำหรับข้าคนนี้ว่ะ!” แม็ปนัสโชว์ความแข็งแกร่งให้ดู

“อย่าฝืนแล้วกันถ้างั้น ระหว่างนี้พวกนายไปดูคนอื่นก่อนแล้วกันจะไปหาพวกที่อพยพชาวบ้านหน่อย” ลีออนขอแยกทางไปดูแลพวกที่เหลือต่อ


ลีออนขอแยกตัวออกมาจากพวกแม็กนัสเพื่อไปหาทางกันเนอร์อย่างไวเพราะเป็นห่วงพวกชาวบ้าน
ไม่ถึงสิบวินาทีเพียสก็ขอตามไปด้วยเพราะยังไม่ชอบขี้หน้าไอแซ็คเสียเท่าไหร่


“ว่าแต่ไอ้นิกซ์มันหายไปไหนของมันแวะ?” แม็กนัสพึ่งนึกขึ้นได้ว่านิกซ์ไม่ได้เข้าร่วมวงใยครั้งนี้ด้วย

“ออกไปข้างนอกน่ะ พวกจิมมี่ไปตามกลับมาให้แล้ว” แซคไลฟ์ตอบกลับพร้อมนั่งพักหายใจเฮือกใหญ่

“จะว่าไปแล้วไอ้เครื่องนี้ไว้ใช้กับอะไรเนี้ยไอแซ็ค? ถึงได้เอามาใช้โครตเสี่ยง” แม็กนัสเริ่มถามไอแซ็คทันที


กริกๆๆๆ!! พรึบๆๆ!!!


“นี่! คือเครื่อง Sonar Wail ใช้พลังงานไฟฟ้าในการชาร์ตเป้าหมายหลักของมันคือ
สร้างคลื่นกระแสสีฟ้าตามพลังงานที่มันได้รับเพื่อให้พวกกลายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นชาโด้วหรือตัวอื่นทรมานกับเครื่องนี้
ยิ่งได้ยินนานพวกมันยิ่งหมดฤทธิ์ในการเคลื่อนที่หรือโจมตี ฉะนั้นพวกที่หนีไม่ทันก็ม่องเท่งเรียบร้อยรอเชือดสอย”
ไอแซ็คอธิบายเจ้าเครื่องปริศนาที่ให้เวลากับการชาร์ตพลังงานเข้าสู่ตัวมันเอง
แล้วตัวเองกำลังแงะตัวยึดอุปกรณ์นี่ออกมา

“แลดูมันจะยังมีข้อเสียอยู่นะ...ถึงจะใช้งานได้แต่คลื่นคงทำให้กระแสไฟฟ้าที่นี่เกิดการช็อตไม่ก็ลัดวงจร”
แม็กนัสวิเคราะห์ปัญหาของมันว่ามันยังบกพร่องตรงไหน

“แล้วถ้าคนหล่ะ?” แซคไลฟ์ถาม

“คนปกติจะไม่ส่งผลอะไรทั้งสิ้นนอกจากแค่หูอื้อมึนงงถ้าโชคร้ายหน่อยคืออาเจียนอ้วกอาจสลบไป”
ไอแซ็คตอบกลับมา

“ตอนนี้แกรีบแงะเจ้าเครื่องนี่ไปเก็บก่อน แล้วเราจะเจอกันอีกทีหลังจากดูแลพวกชาวบ้านเหล่านี้เสร็จแล้ว”
แม็กนัสพูดก่อนตัวเองจะแบกลูกซองตัวเองขึ้นมา

“ได้เลย” ไอแซ็คตอบกลับแล้วดำเนินงานตัวเองต่อไป

“ส่วนนายแซคไลฟ์ ช่วยนำทางไปหาไอ้นิกซ์ที” แม็กนัสขอร้องให้แซคไลฟ์นำทางที

“เป็นห่วงขนาดนี้เชียว?” แซคไลฟ์แซวเล็กน้อยก่อนจะแบกปืนตัวเองไปด้วย
เผื่อเจอชาโด้วนอนตรงไหนได้ยิงปลิดทิ้งซะ

“เปล้า! แค่อยากไปหาแล้วจับก้นหน่อมแหน้มของมันเสียหน่อยฮ่าๆๆ!” แม็กนัสหัวเราะออกมาอย่างกะคนโรคจิต

“นี่นายเพี้ยนไปแล้วหรือไงเนี่ย!?” แซคไลฟ์รู้สึกตัดสินใจผิดเล็กน้อยที่มากับคนๆนี้


ทั้งสองคนเดินท่ามกลางแสงไฟสลัวตามทางแล้วเห็นชาวบ้านหลายคนที่ยังปกติดีอยู่กำลังรีบขนย้ายของ
ไปปิดกำบังทางเข้าของบ้านแต่หละหลังให้แข็งแกร่งขึ้นรวมทั้งช่วยคนเจ็บจำนวนหนึ่งอีกด้วย
แน่นอนว่าชาโด้วบางตัวที่หมดสภาพในหมู่บ้านนั้นชาวบ้านหลายคนก็พร้อมใจฆ่าพวกมันทีละตัวอย่างเชื่องช้า
เพื่อไม่ให้พวกมันฟื้นขึ้นมากินใครอีกรวมไปถึงหนีออกจากที่นี่ด้วย


“ที่นี่เสียหายเอาควรแฮะ ถ้าไม่รีบทำอะไรสักอย่างหละก็ครั้งต่อไปที่บุกมานัเนจะพังไม่เป็นชิ้นดี”
แม็กนัสประเมิณสถานการณ์โดยรวมของหมู่บ้าน

“คงงั้น กระสุนที่เรามีอยู่ก็ผลานไปเยอะพอสมควร” แซคไลฟ์ดูลาดราวไปคุยไปเป็นการผ่อนคลายเครียด

“นั่นไอ้พวกที่ไปตามนิกซ์มาป่าววะ?” แม็กนัสเห็นชาวบ้านบางคนรีบวิ่งไปทางออกทางชายหาด
แล้วมีคนที่คุ้นเคยรีบวิ่งกลับเข้ามาข้างในเป็นกลุ่ม

“อ้าวเห้ยดีเร็ค!?” แซคไลฟ์เห็นเพื่อนตัวเองกำลังแบกใครบางคนมาด้วย


สิ่งที่ทั้งคู่เห็นก็คือกลุ่มของดีเร็คที่รอดตายจากพวกกองทัพชาโด้วซึ่งหากไม่มี Sonar Wail ช่วยพวกเขาคงไม่มาถึงตรงนี้
แต่สภาพของแต่ละคนที่กลับมานั้นไม่มอมแมมหมดแรงทั้งตัวก็บาดเจ็บกลับมาอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะคนที่ดีเร็คแบกมาด้วย


“อ้าวไอ้หัวทุเรียนไหงมันหมดสภาพแบบนั้นฟระ!?” แม็กนัสรีบเข้าไปหาดีเร็คเพื่อสับเปลี่ยนหน้าที่กันแทน

“ก็มันโดนเสียงบ้าบอนั่นเข้าไปหน่ะสิ ร้องยังกะคนจะตายแล้วก็หมดสติไปเนี่ย!” ดีเร็คตอบพร้อมเอาร่างของอายุตะให้แม็กนัสแบกต่อ

“เออๆ! เดี๋ยวรีบพาไอ้นี่ไปส่งให้หมอผีก่อนที่เหลือจะคุยอะไกันก็จัดการไปก่อน!” แม็กนัสรีบพาอายุตะไปหาซูลูทันที

“ที่เหลือยังโอเคกันนะ?” แซคไลฟ์ถามที่เหลือ

“เกือบจะเป็นบุฟเฟ่ให้มันก่อนน่ะสิ” จิมมี่ประชดกลับไปพร้อมกับผ้าพันแผลอันใหม่ตรงขาตัวเอง

“ยังไหวอยู่นะค่ะ...แค่รู้สึกอยากจะพักผ่อนจัง” คริสตินตอบกลับไปพร้อมทำน้ำเสียงเหนื่อยล้าพอสมควร

“...” นิกซ์นิ่งไปตั้งแต่หลังพวกชาโด้วหนีไปหมดแล้ว ขนาดแซมเองนั้นยังนิ่งไม่พูดกับใครทั้งสิ้น

“เอานี่ไป ดูแลตัวเองเสียบ้างไอ้จอมขี้แย” จิมมี่เอาผ้าให้นิกซ์เช็ดเลือดตัวเองตรงจมูก
เหมือนเธอนั้นจะได้รับผลมาจากคลื่นเสียงนั้นด้วยส่วนหนึ่ง

“ไปพักก่อนไหม?” แซคไลฟ์เริ่มรู้สึกถึงความเงียบเข้ามาจึงหาอะไรคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันวังเวงเกินไป
แน่นอนว่าที่เหลือก็ไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นเพราะสิ่งเดียวที่ตอนนี้พวกเขาต้องการคือการพักผ่อน

แน่นอนว่าต้องมีเรื่องหลายเรื่องที่หลายคนยังมีคำถามอยู่ในหัวและในใจตัวเอง
เพียงแค่ว่าพวกเขาต้องการจะถามอะไรนั้นก็อีกเรื่องนึง…


.
.
.


ซึกๆๆ!


“โอเค...เราว่าเรารอดแล้วหละ?”


ครืดด!


“ไหวไหมนาเดีย?”

“อะอืม...ฉันยังไหว...เพียงแต่…”

“อย่าฝืนเลยนะ มัน...มันผ่านไปแล้ว”

“นี่ทราวิส นายรู้ได้ยังไงว่าฉันจะมาอยู่ที่นี่?”

“ไม่รู้สิ...เหมือนมีคนบอกมากกว่ามั้ง”

“อะอย่าเล่นแบบนี้สิฉันกลัวนะ...เราอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้วรีบกลับเข้าหมู่บ้านเถอะ”

“โอเค...รีบกลับกัน..”


ฉึก!


เสียงสองหนุ่มสาวผู้คาดหายสายตาไปจากผู้คนระยะนึงกำลังวิ่งกลับเข้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
เฟมือนพวกเขาพึ่งเผชิญอะไรบางอย่างมาก่อนหน้านั้นพร้อมกับในสภาพที่ขาวสะอาดไร้ขีดข่วนอะไรทั้งสิ้น…
ปล่อยให้ความมืดนั้นเป็นคำตอบของความสงสัย…



จิมมี่,ดีเร็ค,แซคไลฟ์,คริสตินคุณจะทำอย่างไร

ในรอบนี้นั้นจะไม่มีตัวเลือกให้กังวลแต่อย่างใด แต่จะให้ทุกคนนั้นมีสิทธิเลือกกันเองตามใจชอบว่า
อยากจะไปที่ไหนหรือจะคุยกับใครก็ได้นะคะ
แต่ก็อย่าลืมว่าอิทธิพลเรื่องความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่นะคะ ถ้างั้นก็เชิญเลือกกันตามสบายเลยนะคะเพราะบางคนอาจมีข้อมูลดีหรือซ่อนเอาไว้อยู่ก็ได้



สำหรับจิมมี่(กรณีพิเศษ) : นิกซ์นั้นขอร้องให้คุณสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องแซมกับใคร แต่คุณจะเก็บคำสัญญานี้เอาไว้หรือไม่?



=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-= ข้อมูลที่ควรรู้ =-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

= Sonar Wail นั้นมีผลแค่กับพวกซอมบี้หรือพวกกลายพันธุ์เท่านั้น ส่วนหากเป็นคนที่ติดเชื้อนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะมีผลหรือไม่

= หากแยกกลุ่มในตอนนี้ว่ามีที่ไหนบ้างก็จะมีดังนี้นะคะ
● บริเวณในใจกลางหมู่บ้านซึ่งในนั้นชาวบ้านที่อพยพจะรวมตัวกันที่นั้น(สมาชิก E.S. ส่วนหนึ่ง,ลีออนและเพียสจะอยู่ที่นั่น)
● ทางชายหาดที่พวกดีเร็คพึ่งเข้ามากันซึ่งจะเป็นค่ายผลัดเวรของพวกชาวบ้านและ E.S. ในอนาคต(สมาชิกคนนึงของ E.S. กับกรรชัยจะอยู่ที่นั่น)
● ทางออกของหมู่บ้น ที่นั่นจะมีตัวแทนซุ่มยิงไปประจำการที่นั่น(แม็กนัสกับหมวดเจมส์จะไปอยู่ที่นั่น)
● บ้านพัก(นิกซ์,แซม,ทราวิสและนาเดียจะไปอยู่ที่นั่น)

= ไฟฟ้าทั้งหมดในหมู่บ้านไม่สามารถใช้การได้นอกจากจะให้ไอแซ็คซ่อมให้แต่กินเวลาถึงเช้าตรู่ของวันถัดไผ

= บอกเลยว่า นี่อาจเป็นตอนๆหนึ่งที่นุ่นนั้นเขียนได้ลำบากพอสมควร
เพราะมันคือแนวแอ็คชั่นที่ต้องคุมทั้งสองโซนในตอนเดียวกันจริงๆ



=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-= Character Status =-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

นิกซ์ : เลือดกำเดาไหลออกมาเล็กน้อยแต่ยังปกติดี
กันเนอร์ : ไม่ทราบ
อายุตะ : สลบจากคลื่นเสียง
แซม : บาดเจ็บจากการโดนชาโด้วกัดแต่กำลังฝืนใจในการห้ามตัวเองในการอลาวาตในหมู่บ้าน
แม็กนัส : เหนื่อยล้าจากการต่อสู้
กรรชัย : พักผ่อนหลับสนิทตลอดคืน
นาตาชา : ไม่ทราบ
บอริส : ไม่ทราบ
อิจิส : เกิดอาการคลื่นไส้เล็กน้อย
ดิเอโก้ : ไปนั่งทำจิตใจให้สงบ
ซูลู : ไม่ทราบ
ลีออน : เข้าไปช่วยชาวบ้านต่อจากป้องกันที่นี่เสร็จ
เพียส : เริ่มอารมณ์เย็นลงกับไอแซ็คแต่ยังไม่อยากคุยด้วย
ทราวิส : ไม่ทราบ
นาเดีย : ไม่ทราบ
หมวดเจมส์ : ไม่ทราบแน่ชัด
คริสติน : หมดแรงและยังกลัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น
จิมมี่ : แผลจากขาเริ่มอักเสบแล้วเริ่มอ่อนล้าลงเรื่อยๆ
ดีเร็ค : ใจคอไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้และเพื่อนตัวเอง
แซคไลฟ์ : เป็นห่วงอายุตะ
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 363

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 04 ก.ค. 2016, 21:24

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.48 อัพ![4/7/59

เลือกของหนูคริสตินครับ เลือกพักผ่อนอยู่ที่บ้านพักละกัน เป็นไปได้ก็อยากจะเคลียร์เรื่องของนาเดียให้จบ (พยายามนุ่มนวลที่สุด) ดีกว่าปล่อยไว้ให้แคลงใจ ถ้ามีดีเร็คที่เห็นเหตุการณ์นั้นด้วยน่าจะช่วยเคลียร์ปัญหานี้ได้ง่ายขึ้น

คริสติน : นาเดีย บอกชั้นมาเถอะว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้เธอไม่สบายใจรึเปล่า ชั้นเป็นห่วงเธอนะ
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
<<

nut0072563

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 302

ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 22:22

ที่อยู่: ราชบุรี อำเภอเมือง จะสิงบ่อยๆตรงร้านน้ำค้าง ตรงหอนาฬิกาโรงบาลราชบุรี

โพสต์ 04 ก.ค. 2016, 22:41

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.48 อัพ![4/7/59

เฮียแซคไปบ้านพักละกันไปดูแลคนเจ็บหน่อย(เหตุผลเพราะส่วนหนึ่งอยากจะไปพักบ้าง) อย่างน้อยๆก็ให้เฮียแกไปดูสถานการณ์(เนียนอู้)สักนิดละกัน
ตอนนี้ว่างจัดเลยหางานให้ตัวเองสะเลย รับเอา นิยาย ฟิคไปลงเว็บอื่นใครคิดว่าตัวเองผ่านเกณฑ์ก็มาเลย
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 454

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 05 ก.ค. 2016, 20:04

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.48 อัพ![4/7/59

มาตอบแล้วครับ!!

จิมมี่อย่างแรกคือให้ทำแผลแบบลวกๆไปก่อนด้วยวิสกี้กับผ้าพันแผลผืนใหม่ หาที่เงียบๆที่คิดว่าจะไม่มีใครเห็นหรือได้ยินเรียกแซมให้เข้ามาคุยด้วยจะได้เคลียร์กันตรงๆไปเลย
(แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะพกอาวุธตลอดเวลาเผื่อมีเหตุสุดวิสัยอะไรขึ้นมา ท่าทางแซมจะมีปฏิกิริยาได้ทุกเมื่อ)

ดีเร็ค ไปหาจุดสังเกตการณ์ที่สูงๆเพื่อมองไปรอบๆและวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งหมดรวมถึงหาช่องทางหนีเผื่อเอาไว้ด้วย จากที่ดูคงมีเวลาไม่มากนักให้พกวิทยุคอยรายงาน
คนที่อยู่ข้างล่างด้วยหากเจออะไรผิดสังเกต

ส่วนเรื่องที่จิมมี่จะยอมเก็บความลับไหมคคำตอบคือช่วยเก็บครับ เพราะตอนนี้สถานการณ์ต่างๆกำลังวุ่นวายมากไม่ควรจะมีเรื่องให้เครียดเพิ่มอีกเรื่องจะดีกว่า
แถมถ้าเกิดพวก Cleaner ดันรู้ว่าไม่ได้มีแค่นิกซ์ที่มี Ultra รุ่นต้นแบบอยู่ในตัวงานนี้คนที่เหลืออาจจะพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย (แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าแซมจะมีท่าทียังไง)
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 426

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 29 ก.ค. 2016, 23:59

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.48 อัพ![4/7/59

Chapter 49 : Chaos

ฝั่งของคริส
ถนนร้างที่ตั้งเต็นท์ของพวกอัมเบรล่า
10:10น.


ความโกลาหลเริ่มต้นขึ้นจากการที่มีบุคคลปริศนานั้นผล่อยคลื่นปริศนาที่คาดการกันว่ามันคือ Psycho Wail
ทำให้ชาวบ้านหรือแม้แต่คริสเองถูกควบคุมโดยคนนั้น และเวลาเองก็ไม่รีรอใครมากนัก


“อลันนายรีบโกยแนบออกจากบริเวณนี้ก่อน! ทางนี้จะถ่วงเวลาให้!”
เบนอาสาเป็นตัวล่อเพื่อให้อลันมีเวลาหนีออกไปก่อนคนแรก

“อะอย่าตายซะแล้วกันนะเฟ้ย!” อลันรีบลุกขึ้นและรีบวิ่งไปอย่างทุลักทุเลพอควร
ทางคริส(ที่โดนควบคุมจิตใจไปแล้ว)เมื่อเห็นการเคลื่อนที่จึงเริ่มเปิดฉากโดยการรีบวิ่งไปหาอลันเพื่อจับ
แต่ก็ถูกเบนผลักให้ล้มลงไปและพยายามแย่ง M32 ออกจากมือของเขา

“เฮียคริส! มีสติหน่อยเซ่!!” เบนพยายามปลุกสติของคริสกลับมาแต่ก็ไร้ผล


ผลั่ก!!! อั่ก!!!


คริสหาจังหวะถีบอลันให้ลอยออกไปจากตัวเขาและรีบลุกขึ้นเพื่อจะมายิงซ้ำให้ร่วงเป็นหน้ากอง
เบนที่ลอยออกไปแล้วลงกับพื้นอย่างจังนั้นพยายามหาอะไรมาซื้อเวลาเอาไว้จนเห็นสิ่งที่พอจะเป็นประโยชน์ได้อยู่


พรึบ!!! ฟิ้ว!!! แมร่งเอ้ย!!! ตึกๆๆ! ฟิ้ววว!! ตูม!!!


เบนรีบกำเศษดินและทรายในกำปั้นตัวเองพร้อมกับปาใส่หน้าของคริสให้ตาพล่าชั่วคราว
ส่วนตัวเองก็รีบแจ้นหนีไปหลบให้ไวที่สุด แต่ก็ใช่ว่าจะราบรื่นเพราะคริสเริ่มหงุดหงิดพร้อมกับยิงหนึ่งนัดเป็นการข่มขู่ไปเรียบร้อย
ลูกระเบิดไปตกในเต็นท์อีกที่หนึ่งจนของข้างในกระจายออกเป็นเสี่ยงๆตามแรงระเบิด


“เฮ้ยทางนั้นเปิดฉากด้วยระเบิดเลยหรอ!?” มอร์แกนตะโกนถามเบนผ่านวิทยุที่ติดกับหูฟังพิเศษ
ขณะที่ตัวเองนั้นกำลังวิ่งไปหลบจากของใช้ต่างๆจากชาสบ้านไร้สติเหล่านั้น

“มาโดนไหมหละเพื่อน!? จะได้โดนปิ้งย่างไปด้วยกันหน่ะ!” เบนประชดกลับไปและพยายามหาวิธีซื้อเวลาให้นานขึ้น

“ออกมาซะไอ้พวกขี้ขลาด!...พวกนายมันก็แค่ขยะตัวหนึ่งในหมากเท่านั้น!” คริสเริ่มส่งเสียงตามหาก่อนจะยัดลูกระเบิดใส่เข้าไปอีกนัด

“แฮ่กๆๆ! โอ้ยแมร่งรถอยู่ไหนๆๆ?” อลันซึ่งหนีออกมาจากบริเวณต่อสู้ได้ก็จริงแต่เขาต้องรีบหารถที่มาด้วยกันให้เจอเพื่อขับหนีออกไป


กึกๆ!! เชี่ยไม่มีกุญแจ!!


แต่เส้นทางนั้นก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดเอาไว้เพราะมีคนดึงกุญแจรถออกไปตอนลงจากรถ
หากย้อนความดูแล้วคนที่ขับรถในตอนนั้นคือเบน ซึ่งเป็นไปได้ว่าเบนเก็บกุญแจรถเอาไว้แล้วลืมส่งมาให้
มันยิ่งทำให้อลันเข้าขั้นหงุดหงิดกว่าเก่าหลายเท่า แต่ยังคงพยายามคุมสติเอาไว้ให้


“เฮ้ยไอ้เบนมรึงไม่คิดจะเอากุญแจรถให้ตรูเลยใช่ไหม!?” อลันโวยใส่วิทยุถึงเพื่อนตัวเองที่ดันลืมเอากุญแจรถให้

“เฮ้ยโทษทีๆ! เดี๋ยวเอา...เวรเอ้ยกูทำตกไว้ไหนฟระ!?” เบนรีบล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเองเพื่อหากุญแจรถให้
แต่กลับเป็นว่าเจ้าตัวทำตกหล่นหายเสียเอง

“ขี้เก็กแล้วยังซุ่มซ่ามอีก” ลูเซียบ่นทางวิทยุบ้างและส่ายหน้ากับวีรกรรมของสองตัวนี้ไม่ไหว


เก็บมันๆ!! เป้งๆๆ!!!


ทางด้านมอร์แกนกับลูเซียนั้นพยายามไม่ต่อสู้กับพวกชาวบ้านเสียสติเหล่านี้เท่าที่จำเป็น
จนมอร์แกนเริ่มไม่ทีที่จะบืนจึงรีบปีนขึ้นรถหุ้มเกราะและหาทางเข้าแต่แลดูเหมือนประตูทุกบานจะล็อคเอาไว้
นอกจากนี้ยังโดนชาวบ้านเอาของทั้งทื่อและของมีคมฟาดใส่รถหุ้มเกราะเพื่อให้โดนมอร์แกนโดยเฉพาะ


“ลูเซียกุญแจ!” มอร์แกนชี้ไปทางศพซอมบี้ทหารอัมเบรล่าที่ในกระเป๋าเสื้อนั้นใส่พวงกุญแจเอาไว้อยู่

“จัดไป” ลูเซียรีบกระโดดขึ้นรถหุ้มเกราะแล้วพุ่งตรงไปยังศพรายนั้นพร้อมคว้ากุญแจรถขึ้นมาอย่างไว


หมับๆ!!! จับได้แล้ว!! ชิ! ผัวะ!!!


ลูเซียเตรียมตัวจะวิ่งไปที่ยอดรถหุ้มเกราะอีกรอลเพื่อเอากุญแจรถให้กับมอร์แกน
ก็โดนชาวบ้านเสียสติซึ่งซุ่มโจมตีอยู่นั้นจับได้เข้าให้ นั่นยิ่งทำให้เธอนั้นเริ่มอารมณ์เสียกับคนพวกนี้เข้าไปใหญ่
จึงส่งลายลักษณ์อักษรโดยการถีบขาคู่เช้าไปอย่างจังก่อนจะตีลังกาหลบจากการโดนจับอีกรอบ


“รับไปและรีบขับออกมาซะ!” ลูเซียขว้างกุญแจรถให้กับมอร์แกน ปต่ทว่ากุญแจที่เธอเอามาให้นั้นไม่ใช่กุญแจรถที่เบนทำตกเอาไว้แต่กลับเป็น

“จะให้ขับรถคันนี้พุ่งทยานออกไปนี่นะ!?” มอร์แกนตะลึงเล็กน้อยที่จะต้องขับเจ้านี่ออกไปเสียแทน

“หรืออยากอยู่ดงชาวช้านเสียสติพวกนี้ก็เลือกเอาแล้วกัน” ลูเซียรีบกระโดดข้ามหัวของพวกชาวบ้านเหล่านั้นไปเหมือนเธอจะมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่งหนึ่ง

“เฮ้จะไปไหนหละนั่น!?” มอร์แกนถามเธอก่อนจะคลาดสายตากันและตัวเองรีบหาจังหวะเข้าไปข้างในของรถให้ได้

“จะไปช่วยพวกติ๊งต้องเสียหน่อย”


กริกๆ!! อย่าหนีสิ!! ฟิ้วๆๆ!!! ตูมๆ!!!!!


ขณะเดียวกันคริสกำลังไล่ต้อนให้เบนหนีเข้ามุมโดยการเอาปืนไล่ยิงขู่ไปเรื่อยๆจนเข้าทางตัวเอง
แต่ก็ใช่ว่าเบนจะชะล่าใจให้กับคริสมากนัก เบนพยายามหลบการโจมตีของคริสและออกห่างๆจากบริเวณที่ปิดตาย


“โธ่เว้ย! จะทำยังไงดีเนี่ย!?” เบนสบถออกมาก่อนจะหลบในดงหญ้าหนา

“ออกมาซะเจ้าลูกหมา! อยากให้ไประเบิดในดงหญ้าหรือในหัวแกดี?” คริสเพ่งมองตามดงหญ้าพร้อมเตรียมเล็งยิงเสมอ

“แฮ่ก...แฮ่ก...กัดไม่ปล่อยสมชื่อจริงๆ” เบนหายใจถี่ติดกันหลายรอบก่อนจะพยายามคลานหนีออกห่างๆจากคริส

“ให้ช่วยไหม?” เสียงปรากฎอยู่ด้านหลังของคริสและเมื่อคริสหันหลังกลับไปก็พบกับ


ผัวะ!!! อั่ก!!! ตึกๆๆๆ!! ฟิ้ว! ตูม! อ้ากกก!!!!


ลูเซียเอาท้ายปืนพกตัวเองฟาดใส่หัวของคริสเต็มๆก่อนจะวิ่งไปหลบอยู่ใกล้ๆกับเบนเข้า
แต่ในตอนนั้นเองคริสเผลอยิงลูกระเบิดออกมาหนึ่งนัดไปโดนข้างในโรงเก็บรถหุ้มเกราะเข้าให้
เสียงทรมานของพวกชาวบ้านที่โดนลูกหลงไปนั้นถึงกับเจ็บระนาวและบาดเจ็บสาหัสก็มี


“ช่วยได้เยอะมากเล้ยลู!” เบนโวยใส่ลูเซียซึ่งมานอนหมอบด้วยกัน

“เงียบซะ เราต้องรีบแล้ว” ลูเซียส่งสีหน้าจริงจังกลับไปก่อนจะเพ่งมองไปที่วิทยุเครื่องหนึ่งซึ่งทิ้งเอาไว้บนลังกล่องเก็บของ

“ฉันล่อให้ ส่วนนายรีบไปเปิดวิทยุนั่นพร้อมปรับความถี่ให้สูงที่สุด” ลูเซียบอกกับเบนขณะเตรียมตัวจะวิ่งไปล่อเป้าอีกรอบ

“จะทำอะไรก็ทำนะเห้ย! ได้ยินเสียงมิโนธอร์มาทางนี้แล้วว่ะ!”
อลันรายงานมาถึงพวกที่ยังชุลมุนกันอยู่ในนั้นอย่างตื่นตระหนก

“นี่มันเร่งเวลาชัดๆ!” มอร์แกนตะโกนกลับมาบ้างแลดูเหมือนจะมีการปะทะกันเกิดขึ้นบริเวณนั้น

“อยู่นี่เอง!!!” คริสเริ่มกลับมาทรงตัวอีกรอบพร้อมกัชเตรียมยิงท่าเดียว

“ระเบิดในนั้นเหลืออยู่ 3 ลูกอย่าให้พลาดเข้าหละ” เบนบอกลูเศียเกี่ยวกับกระสุนของคริสที่ยังเหลืออยู่ในกระบอกนั้น

“คนอย่างฉันมันไม่พลาดอยู่แล้ว” ลูเซียตอบกลับก่อนจะวิ่งพุ่งไปอีกทางเพื่อล่อความสนใจให้


หึ!!! ฟิ้ว!! ตูม!!! ตึกๆๆ! ผัวะ!!


คริสยิงลูกระเบิดไปหนึ่งนัดแต่โชคดีที่ว่าวไปจึงทำให้ลูเซียมีจังหวะโต้ตอบกลับโดยการรีบวิ่งไปต่อยบริเณท้องของคริสให้ล้มลงไป
ส่วนเบนเองนั้นก็รีบวิ่งไปหาวิทยุเครื่องนั้นเพื่อทำตามคำแนะนำของลูเซียอย่างเคร่งคัด


“เปิดสิๆๆเจ้าวิทยุบ้าเอ้ย!” เบนเร่งให้วิทยุใช้การได้อีกรอบ

“(ภาษาไทย)เจอตัว!! มาเร็ว!!!”

“(ภาษาไทย)มันอยู่นั่นๆๆ!!”


ครืดดดด!! เชี่ยมาจากไหนอีกเนี่ย!!?


อุปสรรคตัวมารเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้นเมื่อมีพวกชาวบ้านที่โดนควบคุมจิตใจด้วยกำลังแห่กันมาที่นี่
ยิ่งทำให้ความกดดันเริ่มเพิ่มทวีคูณให้กับเบนอย่างเห็นได้ชัด


“พวกงี่เง่ามาเพิ่มอีกรึ?” ลูเซียบ่นออกมาเล็กน้อย

“อย่ามาขวางทาง! พวกนี้เป็นของฉัน!” คริสเอาปากกระบอกปืนชี้ไปหาพวกชาวบ้านกลุ่มใหม่จนถึงกับผวา
อย่างน้อยพวกเขายังกลัวปืนกันอยู่ไม่งั้นได้เห็นฉากนองเลือดแน่นอน

“คู่ต่อสู้ของนายอยู่ทางนี้” ลูเซียยังยั่วยวนให้คริสยังหันมาสนใจเธอท่าเดียว

“ปากดีนี่ยัยบ้า!” คริสไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปเพื่อเอาผืนตบหน้าลูเซียสักตั้ง


ฟรึบ!!! ฮึบ!! ติดแล้วเว้ย!


ลูเซียอ่านการโจมตีของคริสออกจึงรีบหลบทันทีและพยายามโต้กลับหากทำได้ แต่ดูเหมือนว่าคริสเองก็ไม่ยอมเปิดช่องให้โจมตีแม้แต่น้อย
ทางด้านเบนเองก็พึ่งเปิดวิทยุได้สำเร็จพร้อมกับเตรียมตัวทำแผนการต่อไปและต้องมาวิ่งหนีพวกชาวบ้านเพี้ยนพวกนี้อีกตั้ง


บรืนๆ!!! ;÷¥@!!! โครม!!!!!


ท่ามกลางความวุ่นวายข้างนอกอยู่นั้นก็มีเสียงรถคันหนึ่งนั้นแล่นออกมาจากที่ซ่อนในโพรงหญ้าขนาดใหญ่
มอร์แกนนำรถหุ้มเกราะคันหนึ่งซึ่งเป็นคันที่สามารถบรรจุคนเข้าไปด้วยได้ออกมาและพยายามหลบสิ่งกีดขวางออกให้มากที่สุด
พวกชาวบ้านเริ่มวิ่งตามออกมาพร้อมกับทำลายข้าวของรถหุ้มเกราะแต่กลับเป็นแค่แผลระรายเคืองสำหรับเท่านั้น


“กว่าจะเอาออกมาด้วยวุ้ย” มอร์แกนปาดเหงือตัวเอากับกดเอวข้างหนึ่งไปด้วย
แลดูเหมือนเขาจะโดนทำร้ายไปหนึ่งแผลแต่ไม่สาหัสมากนัก

“มอร์แกน!...รับที!” เสียงตะโกนของอลันดังขึ้นมาเหใอนตัวเขาเองกำลังเดือดร้อนอยู่

“รอก่อนอลัน!” มอร์แกนไม่รอช้ารีบขับรถหุ้มเกราะพุ่งทยานผ่านบริเวณต่อสู้ของสาทคนนั้นไป


“เจ็บเว้ยๆๆ!!” อลันรีบวิ่งออกห่างจากรถที่จอดไว้อยู่แล้วพยายามหาที่หลบจากพวกซอมบี้วัวพวกนั้น

“ขออย่าให้มันพังก่อนวัยอันควรแล้วกัน” มอร์แกนเสี่ยงดวงเร่งคันเร่งเผชิญหน้ากับพวกนั้น


บรืนน!! โครม!!! โว้วๆๆ! เอี้ยดด!! มู!!!! ขึ้นมาเร็ว!


มอร์แกนพุ่งเข้าชนมิโนธอร์ตัวหนึ่งจนปลิวตามแรงที่ส่งไปให้และรีบเผิดประตูรถให้อลันรีบขึ้นมา
แน่นอนว่ามันคือจังหวะอันดีงามที่จะวิ่งเข้าไปในรถคันนี้อย่างปลอดภัย
อลันรีบตะเกียกตะกายวิ่งไปหารถคันนั้นอย่างทันทีเพื่อไม่ให้โดนลูกหลงอะไรทั้งสิ้น
มิโนธอร์ที่เหลือที่ตามมาสมทบอีกห้าหกตัวเริ่มหันมามองรถหุ้มเกราะคันนั้นราวกับเป็นเป้าซ้อมขวิดให้


“มาแล้วว้อย! เหนื่อย...ระรีบขับชิ่งทางออกไปก่อน!” อลันรีบปิดประตูและขอให้มอร์แกนรีบขับเปลี่ยนเส้นทางทันที
เพราะพวกมันพร้อมใจที่จะขวิดรถคันนี้ให้หงายคว่ำและเหยียบย้ำจนคนในนั้นแบนตายคาที่


เอี้ยดๆ!! บรืนน!!! ตึงๆๆๆ!!!


มิโนธอร์สองตัวรีบวิ่งฝ่าพุ่งชนอย่างไวเมื่อมีวัตถุบังสายตาของพวกมัน
มอร์แกนรีบถอยรถพร้อมกับเปลี่ยนเส้นทางในทันทีเพื่อไม่ให้มันพุ่งเข้าชนใส่แล้วรถเสียหลักคว่ำเสียก่อน
มิหนำซ้ำทางพวกชาวบ้านเสียสติเริ่มวิ่งกรูกันมาคนละทิศคนละทางพร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อฆ่าคนโดยเฉพาะ


ตึกๆ!


ทางด้านลูเซียกับเบนเตรียมพร้อมรับมือกับคริสซึ่งเตรียมตัวบุกทะลวงสถานเดียวแบบไม่มีสติสตัง
ลูเซียให้สัญญาณกับเบนด้านหลังเพื่อให้รีบวิ่งเข้ามาและเอาหูฟังคลื่รวิทยุใส่ที่หูทันที
ส่วนตัวเองก็เสี่ยงตัวเองในการวิ่งตรงดิ่งเข้าไปและพยายามดึงความสนใจให้มากที่สุด


“เข้ามา” ลูเซียเย้ยคริสให้เริ่มมีอาการฉุนและมันก็ได้ผล

“อย่าให้ได้ใจไปหน่อยเลย!” คริสรีบวิ่งไปหาอีกคนเพื่อจะเอาท้ายปืนตบหน้าเข้าให้เป็นการสั่งสอน


พรึบ! ผัวะๆ!!


ลูเซียก้มหลบลงก่อนจะหมุนตัวเอาศอกฟาดหลังของคริสให้สะดุดหรือล้มลง
แต่ดูเหมือนว่าคริสเองก็ไม่น้อยหน้ารีบถีบขาซ้ายไปด้านหลังและโดนเอวของลูเซียเข้าไป
เบนเห็นจังหวะจึงค่อยๆกระเถิบเข้าไปหาใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนจะถึงจุดพร้อมเริ่มเข้าแผนปิดฉาก


“ช้าไปหน่อยนะสาวน้อย” คริสท้าทายลูเซียเหมือนเธอเองเริ่มออกอาการจุกเล็กน้อยแต่เธอก็ยังพยายาทกลบสีหน้านั่นเอาไว้

“หรอ? แต่นายคงจะตัดสินใจเร็วไป” ลูเซียตอบกลับไปพร้อมกับรีบคว้ามือทั้งคู่ไปด้านหลังของคริส

“ได้ผลทีเถอะวุ้ย!” เบนรีบกระโจนไปหาคริสและใส่หูฟังให้ทันทีก่อนคริสจะทุ่มลูเซียจมดิน


วี้ด!!! โอ้ยยย!!! ออกไป!!!


คริสเริ่มมีอาการกระวนกระวายออกมาและพยายามดิ้นให้หลุด เบนกับลูเซียพยายามรั้งเอาไว้เต็มกำลัง
คริสเริ่มวนรอบตัวเพื่อทำการสลัดทั้งคู่ออกไปและพยายามพุ่งชนอะไรก็ได้ทางข้างทางเพื่อให้เบนกับลูเซียอ่อนกำลังลง
ทั้งคู่ยังตรึงร่างของคริสเอาไว้อย่างเหนียวแน่นและยังรัดตัวเอาไว้อย่างไม่ปราณี
จนกระทั่งคริสเริ่มอ่อนกำลังลงในทันตาเห็นแม้สมองของเขายังบังคับให้ร่างกายตัวเองยังฝืนสู้ต่อก็ตาม


“เฮีย! กลับมาเถอะ!” เบนเริ่มหมดแรงเพราะใช้พลังงานไปเยอะพอสมควร
แต่ยังฝืนสู้ต่อและแงะปืนจากมือของคริสมาได้(และทำการยึดเอาไว้เสียเอง)

“หยุดเดี๋ยวนี้...พวก...เวรร…” คริสเริ่มล้มลงเพราะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือจะไปต่อต้าน

“พักผ่อนซะ” ลูเซียเข้าไปกระซิบหูของคริสก่อนจะผิดฉากการคลั่งโดยการเอาฝักดาบทีท้ายทอยของคริสจนสลบไป


ผัวะ!!! ตึง!!!


ลูเซียกับเบนพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงหลังจากทำให้คริสหลับไปได้ในที่สุด
แต่นั่นยังถือว่าไม่สิ้นสุดของการหลบหนีหากยังโดนพวกชาวบ้านและวัวนรกพวกนี้ไล่จี้ตามติดแบบนี้
เบนรีบพยุงร่างของคริสขึ้นมาอย่างเชื่องช้าเพราะตัวของคริสนั้นหนักพอสมควร
ส่วนลูเซียเองเริ่มมีอาการรำคาญพวกชาวบ้านเหล่านี้อย่างมากจนอยากใช้ดาบของตัวเองฟันสักคน


“ชิ่งตอนนี้ยังทันนะลู!” เบนทักให้ลูเซียนั้นรีบหนีออกจากที่นี่ดีกว่าไปเผชิญหน้ากับพวกมันในตอนนี้

“ไม่มีคนคุ้มกันให้ดีไหมหละ?” ลูเซียแซวกลับด้วยคำพูดสุดแสบเนื่องจากหากวิ่งหนีแล้ว
ใครจะคุ้มกันเบนตอนแบกคริสขึ้นรถไปด้วยกัน

“เธอนี่มันร้ายซะจริงๆ”


ปึงๆๆ!! ×:nk[!!! ÷;(€#a!!!


ห่างกันแค่เอื้อมรัศมีของคำว่าหลบหนีสำเร็จก็ถูกมารผจญอย่างพวกชาวบ้านพวกนี้ขวางรถหุ้มเกราะเอาไว้
ยังไม่หมดลงตรงนั้นพวกเขายังพยายามทุบหลังคารถหรือแม้แต่พยายามดึงประตูให้เปิดออกมา
มอร์แกนเริ่มวิตกอยู่ในใจชั่วครู่เพราะหากเขาขยับแม้แต่ก้าวเดียวหรือขนาดจะใส่เกียร์ชิ่งหรือขับไปนุ่มนวล
ก็ไม่พ้นของคำว่า “การถูกบดขยี้ให้เป็นเศษเนื้อ”


“เวรเอ้ย! นี่ทำให้นึกถึงประท้วงพวกเหยียดสีผิวชัดๆ!” อลันพยายามดึงตัวล็อคให้ปิดสนิทตลอดเวลาและเริ่มผวากับกองทัพชาวบ้านพวกนี้

“ตั้งสติหน่อยอลัน! มันต้องมีทา-”


ปึงๆๆ!!! ตึงๆๆ!!!!! ฮ้ากก!!!


มีชาวบ้านกล้าตายรายหนึ่งนั้นรีบปีนขึ้นรถหุ้มเกราะเอาไว้แล้วนำค้อนปอนด์ขึ้นมาพร้อมทำการทุบหลังคารถอย่างไร้ปราณี
ทำให้รถเริ่มสั่นไปตามแรงที่ได้มาจากค้อนนั่นและมิหนำซ้ำเมื่อโดนเข้าไปหลายรอบเกือบสิบกว่ารอบได้นั้น
รถเริ่มบ่งบอกถึงรอยทุบจากค้อนปอนด์ตีมากขึ้นเรื่อยๆ


“ไม่ได้การจับไว้อลัน!” มอร์แกนเตรียมเหยียบมิดให้คนที่อยู่ข้างบนหลังคานั้นร่วงออกไป

“ไม่ต้องบอกก็ต้องจับไว้อยู่แล้ว!” อลันหาที่ยึดไว้ทันทีอย่างเหนียวแน่น


กึกๆ!! บรืนๆๆ!!!! ว้าก!! โครม!!! กร็อบๆๆ!!! อ้ากกก!!!


มอร์แกนเร่งเครื่องพุ่งทยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับหมุนพวงมาลัยให้รถเลี้ยวหักศอกเพื่อหัยหน้าไปยังทางออก
ที่เคยเข้ามาแล้วก็ต้องกลับไปทางนั้นเช่นเดิม ชาวบ้านนักทุบค้อนปอนด์ด้านบนนั้นก็ร่วงลงจากรถอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่แล้วก็ต้องได้ยินเสียงทรมานเหล่านี้เสียแทนหลังจากเคลื่อนตัวรถออกไปแล้ว
เสียงทรมานจากชาวบ้านเริ่มโห่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวพร้อมกับเสียงแตกหักอย่างชัดเจนหลายครั้ง

ในใจมอร์แกนเองนั้นกำลังหวั่นไหวต่อเสียงพวกนั้นเหมือนเขารู้อยู่แกใจว่าเสียงพวกนั้นมันคือเสียงอะไร
แม้แต่อลันเองถึงจะเคยได้ยินเสียงพวกนั้นหรือมากกว่านั้น เขาเองก็ยังผวาและสยองกับเสียงนั้นอย่างชัดเจน
แต่หากไม่ทำแล้วพวกเขาทั้งสองคนเองจะกลายเป็นคนโดนเสียเอง


“ยังโอเคนะอลัน!?” มอร์แกนหันกลับมาถามอลันซึ่งกำลังมีอาการจุดเสียดอีกรอบเพราะเลี้ยวแบบกระทันหันทำให้ไปโดนแขนเข้าให้

“อะๆ..ไม่เป็นไรยังไหวอยู่!” อลันทักกลับและพยายามลุกขึ้น


อลันชำเลืองมองดูข้างนอกระจกช่องเล็กและเห็นสภาพของชาวบ้านบางคนนั้น
ถูกบี้อัดเป็นเศษเนื้อไปบางคนและบางรายแม้จะยังไม่ตายแต่ก็ต้องสูญเสียแขนหรือขาไปอย่างทุนทุกข์ทรมาน
เสียงร้องอันโหยหวนชองพวกเขากำลังถล่มในจิตใจของทั้งคู่ แน่นอนว่าทั้งคู่ไม่พูดอะไรม่กนักนอกจากคำว่าเสียใจที่ต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น


“(ภาษาไทย)ขาชั้นๆ!...อ้ากกก!”

“(ภาษาไทย)พวกสารเลว!!” มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งหันมาทางรถหุ้มเกราะพร้อมกับความโกรธแค้นแสนสาหัส
พร้อมจะทำลายรถคันนี้ให้สิ้นซากเพื่อแก้แค้นให้กับคนที่จากหรือสูญเสียไป

“เฮ้ไอ้พวกเวร!!” เสียงของเบนตะโกนเรียกพวกเขาอย่างไม่ให้เกียรติกันอย่างมาก
(ก็เพราะฟังกันไม่รู้เรื่องนี่แหละถึงได้พูดออกมาได้)

“ขอตัวก่อนหละ” ลูเซียดึงสลักระเบิดควันซึ่งได้มาจากเบนสองลูกขว้างใส่บริเวณรถหุ้มเกราะเพื่อเตรียมการหลบหนีนั่นเอง


ตูม!!! ฟู่!!!!! หามันให้เจอ!! อย่าให้หนีไปได้!!


ควันสีขาวพุ่งกระจายครอบคลุมบริเวณรถหุ้มเกราะคันนี้และได้ปกปิดทัศนวิสัยไปในที่สุด
อลันรีบเปิดประตูเพื่อให้ทั้งสองคนขึ้นรถอย่างเบาที่สุด ส่วนพวกชาวบ้านนั้นเริ่มทำการโจมตีมั่วซั่วในหมอกควันพวกนี้
เบนแบกคริสไประแวงไปอย่างไม่สงสัยส่วยลูเซียเองเมื่อสบเห็นโอกาสของตัวเองจึงเริ่มทำการแหกกฎ
ทั้งตัวเอง(ตั้งใจ)และข้อตกลงของคริส


“รีบเอาคริสขึ้นรถก่อน ขอสนุกสักสองสามรายนี่สักหน่อย” ลูเซียให้เบนไปก่อนและตัวเองเริ่มชักดาบคาตะนะ
ออกมาอย่างเชื่องช้าแต่เตรียมพร้อมปลิดชีพใครก็ได้ในทันที

“ไม่รู้จะทำอะไรก็รีบๆทำเสียเพราะเราต้องชิ่งออกไปแล้ว!” เบนมาถึงหน้าประตูรถและรีบเอาร่างไร้สติของคริวเข้าไปในนั้นโดยมีอลันคอยช่วยดูต้นทางให้ช้างใน

“ควันเริ่มจางลงแล้วเร็วเข้า!” มอร์แกนเริ่มมองเห็นบริ้วณรอบๆมากขึ้นและเริ่มหวั่นใจว่าจะหนีไม่ทัน

“อย่าห่วง แค่ลงโทษเท่านั้น” ลูเซียตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาแต่ในใจลึกๆของเธอนั้นกำลังกระหายเลือดในการฆ่าคน


ตึกๆๆ สวัสดีรายที่หนึ่ง ชัวะ!!!


ลูเซียย่องเข้าไปด้านหลังของผู้ชายวัยกลางคนรายหนึ่งซึ่งถูกสะกดจิตเอาไว้เหมือนกัน
ซึ่งตัวเขาเองกำลังเตรียมตัวเอามีดสปาต้าไล่ฟันล้อยางเพื่อไม่ให้รถคันนี้วิ่งฉิวไปตามถนนตามปกติ
ไม่รอช้าเธอจึงจัดการอย่างเลือดเย็นโดยการแทงทะลุอกเข้าไป
และรีบดึงออกมาเพื่อจัดการรายต่อไปด้วยความเงียบกริบและซาดิส


ตึกๆๆ!


หลังจากแทงเหยื่อรายแรกไปแล้วเธอรีบวิ่งฝ่ากลุ่มชาวบ้านซึ่งไม่ใช่เป้าหมายของเธอ
มาถึงตรงข้างหน้ารถและดูเหมือนว่าจะมีชาวบ้านสองคนยันรถเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
นั่นทำให้นึกถึงสมัยตอนเธอนั้นไปทำงานแห่งหนึ่งซึ่งเจอสถานการณ์แบบนี้เป๊ะๆ
หนึ่งคนกำลังหนีไปอีกหนึ่งคนกำลังปกป้องทางอะไรบางอย่างเอาไว้


“นั่นเธอจะทำอะไรนะนั่น?” มอร์แกนชำเลืองมองออกทางหน้ากระจกรถและเห็นร่างอันเลือนลางของลูเซีย
พร้อมกับชาวบ้านสองคนกำลังยันไม่ให้รถเคลื่อนที่ไปไหน

“สวัสดี” ลูเซียต้อนรับคำทักทายก่อนจะ...


ชัวะๆ!! อ้ากก!!! !!?


สิ่งที่มอร์แกนเห็นข้างหน้านั้นคือการสังหารอย่างเลือดเย็นโดยเธอเอง
ปลายดาบที่เปื้อนเลือดสกปรกในสายตาของเธอ บาดแผลจากการโดนฟันเข้าถึงจุดตายของสองรายนี้
สายน้ำเลือดพุ่งทยานออกมาอย่างล้าคลั่งพร้อมกับสีหน้าทรมารสาหัสอย่างเจ็บปวด
ลูเซียรีบเช็ดดาบจองตัวเองก่อนจะเคาะรถให้มอร์แกนรีบชิ่งออกจากที่นี่ซะราวกับว่ามันคือเรื่องปกติของเธอไปแล้ว


ปึง!


“เกิดอะไรขึ้นข้างนอกหละนั่น?” เบนถามลูเซียเมื่อเห็นเธอกลับเข้ามาในรถแล้ว

“แค่ไปกำจัดขยะขวางทางมาเท่านั้น รีบออกรถซะมอร์แกน” ลูเซียนั่งลงกับที่นั่งและไม่สนใจใยดีอีก

“...เธอมัน..เย็นชาเสียเหลือเกิน เอาหละจับไว้!” มอร์แกนที่พึ่งเลิกห่ยอึ้งกับฉากติดตาอยู่นั้นเอง
รีบเร่งคันเร่งอย่างไม่กลัวบาปหรือกรรมอะไรทั้งานแม้แต่น้อยในตอนนี้
เพราะสิ่งเดียวทั้งตัวเขาเองและทุกคนในตอนนี้คือเอาชีวิตให้รอดจากฝูงชนมหาโหดเสียก่อน


บรืนๆๆ!!! บรืน!!! ตึงๆๆ!!! กร็อบๆๆ!!! อ้าก!!!! โครม!!!!!


มอน์แกนเหยียบคันเร่งให้มิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ รถหุ้มเกราะขนข้ายทหารพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับสร้างความเสียหายตลอดทางและสิ่งที่ขวางทางของมันเอง
ทั้งชาวบ้าน,สิ่งกีดขวาง,หรือแม้แต่มิโนธอร์เองก็ไม่สารถหยุดรถคันนี้เอาไว้ได้นอกจากทิ้งความเสียหายเอาไว้เป็นจุดตราตึงรอเวลาชำระหนี้แค้นเอาไว้เท่านั้น


“อโหสิด้วยนะ...สยองวุ้ย” เบนบ่นรำพึงออกมาคนเดียวเหมือนรู้สึกผิดอยู่ส่วนหนึ่งที่ต้องมาเห็น
พวกผู้รอดชีวิตอันใสซื่อบริสุมธิ์นั้นต้องมาพบจุดจบแบบนี้

“...” อลันเองก็ไม่มีอะไรจะพูดมากนักนอกจากแสดงสีหน้าปห่งความเจ็บปวดและเศร้าหมองอยู่บ้าง

“ยังดีใจไม่ได้มากนักข้างหลังตามมาอื้อเลยเว้ย!” มอร์แกนมองกระจกข้างและเห็นพวกมิโกธอร์ จำนวนหนึ่งรีบทะเยอทะยานรีบวิ่งตามรถไปอย่างบ้าคลั่ง

“ที่เหลือจะเอาไง?” ลูเซียถามสองทหารเหลอเหมือนอยากจะรู้ถึงพวกชาวบ้านเสียสติเหล่านั้น

“คงไม่รอด...ไม่เป็นของเล่นของมันในการพุ่งชนก็ถูกฆ่าเรียบร้อยไปแล้ว” เบนตอบขณะดูแลอาการของคริส

“ระรีบขับต่อไปดีกว่า!” อลันขอร้องให้มอร์แกนขับรถต่อไปก่อนเพราะตอนนี้ต้องสลัดสายตาจากพวกมันให้ได้เสียก่อน


มู!!! ตึงๆๆๆ!!! ปึง!!! เหวอ!!


ท่ามกลางเส้นทางถนนอันไร้จุดหมายและการไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งของทั้งสองฝั่ง
มิโนธอร์ตัวหนึ่งพุ่งเข้าชนท้ายรถหุ้มเกราะจนเกิดการสั่นสะเทือนและรถเริ่มขับเป๋ไปเป๋มาชั่วขณะ
เพราะแรงที่ส่งมานั้นมันคล้ายกับแรดตัวใหญ่มหึมาพุ่งเข้ามาชนหลังรถเต็มที่
มอร์แกนพยายามขับกลับเข้าไปเส้นทางเดิมให้มากที่สุดพร้อมกับเร่งคันเร่งให้หนีออกจากมันให้ไวพอที่จะทำได้


“มีอะไรล่อความสนใจมันได้บ้าง!? ขืนเป็นแบบนี้เกราะรถจะพังก่อนไปถึงที่หมายแน่ๆ!” มอร์แกนถามข้างหลังและขับไปอย่างไร้จุดหมาย

“มีอยู่แล้วหละ! แต่ต้องลงทุนหน่อยช่วยรีบขับขึ้นไปยังถนนใหญ่ให้ได้ก่อน!”
เบนมีความคิดดีๆเพื่อจะล่อพวกมันออกไปแต่ดันขอร้องให้มอร์แกนรีบหาทางขึ้นกลับไปถนนเส้นหลักให้ได้เสียก่อน

“โอเคหวังว่าแผนนายจะสำเร็จนะ! เจอแล้วหละทางขึ้เกาะไว้!”


บรืน!!!! ครืนๆๆๆ!!! อะโอ้ยเบาๆหน่อย!!


มอรแกนเหยียบคันเร่งสุดชีวิตและสามารถนำรถหนักอึ้งคันนี้ปีนไต่เนินมาถึงถนนเส้นหลักได้ในที่สุด
ถนนคอนกรีดแสนเก่าพร้อมกับต้นหญ้าใบไม้ที่คุ้นเคยกลับมาให้สูดดมกันอีกครั้ง
แต่มันยังไม่ใช่เวลาอันเหมาะเจาะสำหรับตอนนี้หากยังไม่สามารถกำจัดพวกนี้ออกไปให้พ้นสายตาได้
อลันโดนเพดานรถกระแทกกับข้างหลังเข้าให้เหมือนจะไม่ได้เกาะอะไรไว้ตอนรถหุ้มเกราะไต่เนินขึ้นมา
ถึงกับจุดเสียดและร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพอสมควร ส่วนเบนกับลูเซียเองก็เกือบจะลอยขึ้นไปชนกับเพดานเข้าให้หากไม่ได้จับเบาะนั่งเอาไว้


“ขึ้นมาแล้วไงต่อเบน!? เราถ่วงเวลามันไม่มากหรอกนะ!” ทอร์แกนถามเบนอย่างเป็นห่วง
เพราะพวกวัวผีพวกนี้คงใช้เวลาไม่นานมากนักในการปีนป่ายขึ้นมายังถนนนี้ได้

“ขับไปก่อนๆ!” เบนตอบกลับ

“เมื่อไหร่เฮียแกจะตื่น?” อลันถามเพื่อนซี้ของเขาซึ่งยังเป็นคริสอยู่

“มะไม่รู้หว่ะ...อย่างน้อยเฮียแกก็สงบไปบ้างก็ดีไม่อยากเป็นคู่ซ้อมต่อยมวย”
เบนตอบอย่างลังเลเหมือนเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหากคริสตื่นมาแล้วจะยังบ้าอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า


โครม!!! เฮ้ยเวร!! เอี้ยดดดด!!! พรึบ!!! โครม!!!!


จู่ๆกลับมีมอร์เตอร์ไซต์คันหนึ้งและมีคนขับพุ่งทยานออกมาจากพุ่มไม้ข้างทางพร้อมกับมีรถ ATC พร้อมคนในนั้น
ที่อัดแน่นไปด้วยอาวุธเสื้อเกราะครบมือตามออกมาอีกคัน แต่โชคร้ายที่รถคันนี้พุ่งแรงเกินไปจนไปชนกับต้นไม้
เข้าอย่างจังจนทำให้คนในนั้นไม่อัดบี้เละก็หมดสติกัน
ทั้งคันบวกกับควันฟุ้งขโยงและน้ำมันเครื่องออกจากรถไม่ขาดสาย


“ไหงเอามาแค่คันเดียวหละนั่น?” เสียงที่คุ้นเคยของกลุ่มนั้นกำลังปาดเหงื่อตัวพร้อมกับมองรอบๆไปในตัว

“มาจนได้นะเดวิด! รีบขึ้นมาเร็วเข้า!” มอร์แกนชะเง้อออกไปเรียกเดวิดขึ้นรถไปด้วยกัน จนเดวิดเริ่มมีสีหน้าแปลกๆออกมา

“มอร์แกนขับเต็มที่เร็ว! มันมาแล้ว!” ขณะเดวิดกำลังจะพูดตอบกลับออกไปนั้นกลับมีเสียง
อันคุ้นเคยกำลังวิ่งกันมาเป็นฝูงจากข้างหลังรถหุ้มเกราะ เมื่อมอร์แกนเห็นพฤติกรรมผิดปกติของเดวิดและมองกระจกข้างก็รู้แจ่มแจ้งทันที


บรืนนๆๆ!!! ตามมา!!! มู!!!!!! ครืนนน!!!!!


เดวิดรีบบิดมอเตอร์ไซต์ของตัวเองเลี้ยวหักมุมก่อนจะเร่งความเร็วเป็นหัวแถวให้
แน่นอนว่ามอร์แกนเองก็ไม่อยากจะเป็นลูกชิ้นบดแถวนี้จึงรีบขับตามไปอย่างเสียวสันหลัง


“ข้างหน้ามีหม้อแปลงไฟฟ้าอยู่พอจะช่วยได้ไหม!?” เดวิดตะโกนถามมอร์แกนไปด้านหลัง
แต่เพราะมอร์แกนเองยังใส่เครื่องที่ครอบหูพิเศษจึงไม่ได้ยินอะไรเลย

“ห๊ะ!? อะไรของนาย!?” มอร์แกนตะโกนกลับไปเหมือนไม่ได้ยิน

“ถอดออกก่อนก็ได้มอร์แกน! ไม่ต้องห่วงทางนี้!” เบนรู้ทันทีว่าสองคนนั้นกำลังมีปัญหาการสื่อสารจึงให้มอร์แกนเอาเครื่องนั่นออกไปก่อน

“เออหว่ะโทษทีๆ...เอ้าแกว่าอะไรนะ!?” มอร์แกนรีบถอดเครื่องนั่นออกไปและตะโกนถามเดวิดอีกรอบด้วยความสงใส

“ข้างหน้ามีหม้อแปลงไฟฟ้าอยู่!! เราจะล่อมันไปที่นั่น!!” เดวิดตะโกนตอบรับและรีบนำทางไปทันที

“อะไรก็ได้ที่ทำให้มันนั้นเลิกตื้อเราก็โอเคแล้วเว้ย!” มอร์แกนบ่นออกมาเล็กน้อยก่อนจะรีบตามเดวิดไป


ทั้งสองคันรีบขับด้วยความเร็วสูงออกจากเส้นถนนอันตรายได้สำเร็จและมาถึงบริเวณถนนกว้างขึ้น
และเละเทะยกกำลังสองพร้อมซากศพเกลื่อนเต็มไปหมดและตกท้ายด้วยพวกซอมบี้เดินเอ้อระเหอกันให้วุ่นวาย
เดวิดเริ่มสังเกตุเห็นป้ายชี้ทางมากมายและความเตริญแถวๆนี้เพิ่มขึ้นจากที่ที่ผ่านมา
ทำให้ตัวเขาเองรู้ทันทีว่าพวกเขากำลังจะไปยังเส้นทางภารกิจหลักของงานนี้


“เว้ยย!! ยังตามมาไม่เลิกเลยวุ้ย!” อลันเริ่มวิตกกังวลพอสมควรเมื่อพวกมันเริ่มวิ่งเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
แถมมิหนำซ้ำยังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจากข้างทาง

“ไก่อ่อนจริงๆ” ลูเซียพูดประชดออกมา

“ต้องใช้วิธีนั่นเสียแล้ว!” เบนรีบเปิดหน้าต่างบานเล็กออกไปและทำการเตรียมขว้างระเบิดใส่

“เห้ยไอ้เบน! เซฟลูกระเบิดไว้ดีกว่าเพื่อน!” อลันเตือนสติของเบนให้คิดดีๆก่อนจะทำอะไรบ้าๆออกไป

“แต่ถ้าไม่ทำแล้วพวกมันจะเข้ามาพุ่-”


เห้ยเวร!! กริกๆๆ!! แฮ่!!!! ปึงๆๆ!!!


ทว่าความวุ่นวายยังไม่สงบอยู่เพียงแค่นี้เพราะมีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาร่วมวงในการหนีครั้งนี้
มีชาโด้วกลุ่มหนึ่งที่พึ่งตื่นจากการรบกวนของรถคันใหญ่คันนี้จนทำให้มันโกรธเคืองพอสมควร
พวกมันเริ่มไต่ตามกำแพงตามขอบมุมมืดเพื่อไม่ให้แสงแทยงเข้าตาของมัน
และพุ่งกระโจนเกาะหลังคารถสามสี่ตัวและพยายามทุบ,ข่วน,กระชากชิ้นส่วนหลังคาข้างบนออกมา
เบนรีบปิดช่องหน้าต่างและรีบกลับเข้ามานั่งอยู่กับที่เพราะมันเป็นการเสี่ยงพอสมควรหากเอาปืนไปยิงใาพวกมัน


“อะไรข้างบนวะนั่น!?” มอร์แกนรีบเบี่ยงพวกมาลัยในแบบสลัยฟันปลาเพื่อสลัดชาโด้วออกจากรถ

“เกือบถึงแล้ว! อดทนไว้!” เดวิดหันไปด้านหลังชั่วครู่และเห็นว่าพวกเขากำลัง
ตกอยู่ในสถานการณ์ค่อนข้างแย่พอสมควร
เดวิดขับมาถึงหม้อแปลงไฟฟ้าก่อนคนแรกจึงรีบลงจากมอไซต์และเอาเชือกพันรอบเสาไฟฟ้าไม้ซึ่งทำท่าจะหักลงเมื่อไหร่ก็ได้

“แฮ่!!!” มีชาโด้วตัวหนึ่งกระโจนมาด้านข้างประตูคนขัยจนมอร์อกนเกือบตกใจกับการมาของมัน

“เฮ้ยเวรหละ!” มอร์แกนรีบขับเบี่ยงไปข้างทางเพื่อให้ชาโด้วตัวนั้นถูกชนและสลัดออกจากรถได้

“ลู! ช่วยที!” เบนขอร้องให้เธอนั้นช่วยจัดการกับพวกชาโด้วเพราะตัวเองไม่อยากจะเสี่ยงตอนเปิดช่องหน้าต่างออกไป

“อย่ามาสั่งซะให้ยากสำหรับพวกนาย” ลูเซียลุกขึ้นจากที่นั่งและชักปืนพกตัวเองออกมา
เบนให้สัญญาณกับเธอและรีบเปิดช่องหน้าต่างอย่างรวดเร็ว


ครืด!!! ปึงๆๆ!! ปังๆๆๆๆ!!! แอ้ก!!! ครืดดๆ!!! แฮ่!!


ลูเซียรีบยิงใส่ชาโด้วที่กำลังทุบประตูคนขับอย่างบ้าคลั่งและพยายามเปิดประตูรถให้ได้แบบไม่เล็งมองมากนัก
แม้จะวืดไปบางนัดแต่ก็โดนยิงเข้าหลายจุดจนมันนั้นร้องโอดครวนออกมาก่อนจะกระโดดหนีออกจากรถไปได้หนึ่งตัว
ที่เหลือเมื่อได้ยินเสียงปืนและกลิ้นเนื้อสดๆนั้นเริ่ทรู้ทันทีว่ามีคนอยู่ข้างในรถและเริ่มพยายามหาทางเข้าและพยายามแงะชิ้นส่วนเพื่อที่จะเข้าไปข้างในให้ได้

ลูเซียรีบเอามือและปืนตัวเองเข้ามาพร้อมกับปิดช่องหน้าต่างแน่นสนิทและระวังตัวเองตลอดเวลา ส่วนทางมอร์แกนเมื่อรู้ว่าข้างหลังช่วยเอาไว้จึงรีบกลับมาโยกรถให้ชาโด้วโดนสลัดออกไปเหมือนเดิม


บรืนๆๆ!!! ครืดด!!! เข้ามาเลยไอ้พวกวัวนรก!


เดวิดพึ่งวนรอบเสาไฟฟ้าไม้เสร็จพร้อมจะโค่นเสานี้ลงมา เขารอจังหวะดีๆก่อนจะเร่งเครื่องเพื่อล้มเจ้าเสานี่ลงมาพร้อมกับหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อให้ปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาทันเวลา
ฝูงมิโนธอร์เริ่มเข้ามาใกล้รถมากขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อพร้อมที่จะสังหารคนในรถและบดขยี้รถคันนี้ให้สิ้นซาก
เมื่อมอร์แกนเห็นเดวิดเตรียมตัวจะล้มเสาลงจึงใฟเสัญญาณกับเดวิดทันที


“ดึงเลยๆ!!!” มอร์แกนตะโกนให้เดวิดรีบดึงทันที

“โอเคอลลันจับอาไว้ในแน่นแล้วกันนะเฟ้ย!” เบนรีบลากร่างของคริสไปชิดกับที่นั่งและตัวเองเช่นกัน

“มะไม่ต้องบอกก็ต้องทำแหละวะ!” อลันรีบหาที่ยึดทันที

“ฮึ่ย!! ล้มเร็วเข้า!!” เดวิดรีบเร่งเครื่องเพื่อรีบดึงกระชากเสาไฟฟ้าไม้ลงมาให้ไว

“แฮ่!!! กี้ดดดด!!!” ชาโด้วตัวหนึ่งที่กำลังงับหลังคารถอยู่นั้นเมื่อเห็นหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังจะร่วงลงมา
จึงรรีบตะโกนพรรคพวกของตัวเองให้รีบสละรถออกไปให้ไวที่สุดและพวกมันก็รีบกระโจนออกไป
เหลือแต่มิโนธอร์ที่ยังวิ่งตามรถหุ้มเกราะไปอย่างไม่คิดชีวิต


บรืน!!! ครืน!!! โครมม!!! แซ่ดๆๆ!! บูมม!!! มู!!!!! โว้วๆๆ!!!


ความพยายามของเดวิดส่งผลเมื่อเสาไฟฟ้านั้นล้มลงตามแรงจากมอเตอร์ไซต์ของเดวิดจนร่วงลงกับพื้นอย่างดัง
พร้อมกับหม้อแปลงไฟฟ้าอย่างรุนแรงจนเกิดการลัดวงจรกันเกิดขึ้นและระเบิดในที่สุด
ทั้งรถหุ้มเกราะรวมถึงตัวเดวิดเองหนีออกมาจากรัศมีการทำลายล้างอย่างหวุดหวิดพร้อมกับสลัดพวกมันไปได้ในที่สุด

มิโนธอร์ถูกทั้งกระแสไฟฟ้าช็อตรวมไปถึงการถูกไฟคลอกอีกเป็นของแถม
ทั้งฝูงที่ติดอยู่ในนั้นแม้บางตัวจะได้รับบาดเจ็บไม่มากเพราะอยูาห่างจากรัศมีอันตรายออกมา
แต่ตัวมันเองนั้นยังติดอยู่ในกับดักมรณะจนไม่สามารถขยับไปไหนได้ ทำได้แค่จ้องมองพวกนั้นอย่างโกรธแค้นสาหัส
ส่วนชาโด้วกลุ่มนั้นเมื่อเห็นว่าเหยื่ออันโอชะได้จากไปแล้วก็จริง
แต่มันเองนั้นยังไม่เสียผลประโยชน์หากยังมีพวกวัวผีเหล่านี้ให้เป็นอาหารมื้อสำรองรออยู่


“เกือบไปแล้ว...” เดวิดหันกลับไปมองด้านหลังเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าพวกมันไม่ตามมาแล้ว
ถึงพวกมันจะล้มเลิกความตั้งใจในตอนนี้ก็จริง แต่คงทำได้แค่ซื้อเวลาหนีชั่วคราวเท่านั้น


การเดินทางและภารกิจนั้นยังรอพวกเขาอยู่ข้างหน้าโดยมีเวลาเป็นตัวเดิมพัน
หากไม่รีบตามหาเบาะแสหรือกำลังเสริมมาช่วยนั้นพวกเขาเสียเองที่จะลำบากเสียก่อน
หลังจากขับได้มาไม่นานนั้นพวกเขาเริ่มกลับเข้าสู่หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งต้องผ่านไปอย่างช่วยไม่ได้



หมู่บ้านร้าง
11:06น.

พวกเขาเดินทางกันมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งหากดูบรรยาและสภาพแล้วไม่สามารถบรรยายอะไรได้มากนัก
นอกจากหมู่บ้านร้างหรือถูกโจมตีอย่างหนักอย่างเห็นได้ชัด
แม้จะมีรถตำรวจจอดอยู่ดั่งสัญญาณว่ามีคนมาช่วยก็จริงแต่กลับเป็นว่ากลายมาเป็ยอาหารให้กับพวกนั้นเสียแทน


เอี้ยดด!


“หยุดทำไมหละนั่นเดวิด?” มอร์แกนที่ขับตามมานั้นเห็นเดวิดหยุดอยู่กับที่เหมือนจะมีปัญหาอะไรบางอย่าง

“ดูรอบๆสิ เหมือนมีคนผ่านมาแถวนี้” เดสิดสังเกตุสิ่งผิดปกติตามถนนคอนกรีดและตามบ้านอาคารต่างๆ
กระสุนปืนแปลกตา,ศพของพวกซอมบี้ที่ถูกบรรจงแจกลายเซ็นอย่างเห็นได้ชัด
เดวิดจับขึ้นมาวิเคราะห์ดูกลับพบว่ามันคือกระสุนที่เขานั้นคุ้นเคยจนเริ่มทำให้เขานั้นเริ่มหวั่นใจขึ้นมาส่วนหนึ่ง

“เราต้องรีบแล้ว” เดวิดพูดออกมาก่อนจะรีบกลับไปหามอเตอร์ไซต์ของเขาและรีบนำหน้ากากกันแก๊สมาใส่

“จะทำอะไรหละนั่น?” มอร์แกนบื่นหัวออกมาถามเดวิดเหมือนเขากำลังม่แผนอะไรบางอย่าง

“เฝ้าในรถนั่นไปก่อนมอร์แกน จะไปสำรวจลาดลาวว่ามีเบาะแสอะไรตามตัวบ้าง” เดวิดรีบเดินเข้าไปสำรวจนอกรอบ
ส่วนมอร์แกนเองไม่อยากใฟ้เวลาเหล่านี้เสียไปอย่างเปล่าประโยชน์

“อลันมีแผนที่หรือเปล่า?” มอร์แกนหันกลับไปถามอลันจากข้างหลัง

“มะมีน่ะมีอยู่แล้ว...เบนช่วยหยิบทีไม่ถนัด” อลันหันหลังให้เบนนั้นช่วยหยิบแผนที่ออกมา

“ขอถอดหน่อย มันร้อน” ลูเซียถอดที่ครอบหูออกมาเพราะใส่มาเนิ่นนานจนเริ่มปวดหูที่ไปบีบอัดในนั้น
มอร์แกนกับคนอื่นเองก็เช่นกันแต่ก็ยังเก็บเอาไว้ใกล้ตัวตลอดเวลาหากมันมีเหตุการณ์แบบนั้นอีกจะได้จัดการได้ทัน

“โอเค ดูเหมือนว่าเราจะหลุดออกมาจากเส้นทางหลักที่เราจะต้องไปพบนัดหมายกัน”
เบนวิเคราะห์เส้นทางอย่างละเอียด

“ถ้าทางนั้นหละ?” ลูเซียชี้ไปยังถนนเส้นหนึ่งซึ่งเป็นเส้นที่ใกล้ที่สุดที่จะไปยังสะพานเชื่อมต่อ

“ทางนั้นมันเสี่ยงเกินไปลู พวกนั้นหรือฝั่งอื่นอาจจะตั้งป้อมรอต้อนรับเราแน่นอน
เราต้องหาทางอื่นเข้าไป” อลันมองถนนเส้นนั้นและอธิบายเหตุผลออกมา

“โธเว้ย ถ้ามีเจ้าโจนาธานอยู่หละก็…” เบนเริ่มสบถออกมาเหมือนจะเสียกำลังสำคัญในทางด้านการสื่อสารไป
จนทำให้ได้รับข้อมูลช้าลงและเสียเปรียบอยู่พอสมควร

“ถ้าเป็นเส้นทางนี้ยังพอปลอดภัยอยู่บ้าง แต่เราต้องลงทุนหน่อย
เราอาจจะเสียรถคันนี้ไปอย่างเสียดายเพราะเราจะบุกทะลวงฝ่าบริเวณที่คาดว่าเป็นรังของพวกชาโด้ว”
อลันพยายามเอานิ้วลากจุดจากที่พวกเขาอยู่ไปยังอีกเส้นทางซึ่งอยู่ห่างไกลกว่าเส้นทางที่แล้วแต่ต้องเจอกับพวกนั้น

“มอร์แกน คิดว่าไง?” ลูเซียหันไปถามมอร์แกนซึ่งอยู่ข้างหน้า แต่กลับไร้การตอบรับ

“หูหนวกรึไง?” ลูเซียถามมอร์แกนอีกรอบ


ปึงๆๆๆ!!! เฮ้เปิดประตูหน่อยเจอคนจะไปด้วย!


เสียงของเดวิดดังขึ้นมาจากด้านหลังของรถแลดูเหมือนตัวเขาเองนั้นเจอกับผู้รอดชีวิตเข้าให้
อลันกับเบนเริ่มรู้สึกใจสงบขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเดวิดเจอคนที่จะไปด้วยเพิ่มเติม ต่างจากลูเซียที่เริ่มสังเกตุความผิดปกติตั้งแต่ตแนเดวิดออกไป
เขาไม่น่ากลับมาเร็วขนาดนี้บวกกับการเคาะท้ายรถนั้นมันไม่ใช่การกระทำที่เดวิดจะทำแน่นอน


“มอร์แกนอย่-”


กึกๆ!! ครืดดดด!!!


ก่อนที่ลูเซียจะรีบลุกขึ้นแล้วไปหามอร์แกนเพื่อไปบอกว่าห้ามเปิดประตูท้ายออกไป
เธอกลับพบกับบุคคลที่เธอนั้นแม้ไม่อยากจะจำในสายตาหรือความจำตัวเองแต่สุดท้ายเธอก็ไม่สามารถละลืมคนนี้ได้
เพราะเป็นบุคคลที่เธอนั้นรู้จักอย่างดีและเจอกันบ่อยในกลุ่มของเธอเอง


“!? ลูๆๆๆๆ….เซีย!?” เสียงของผู้หญิงจอมเอ๋อประจำทีมหนึ่งนั้นตกใจอย่างมากเมื่อเห็นบุคคลคนนั้น

“...” ลูเซียตอบกลับไปหาคนนๆนั้นด้วยการยิงหน้าตายใสากลับไป
แต่สิ่งที่เธอเห็นนั้นคือเหมือนผู้หญิงคนนี้เอาเข็มยาฉีดใส่คอของมอร์แกนตอนเผลอตัวและเจ้าตัวนั้นสลบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เดวิดนายจะ...เดวิด!?” เบนรีบเดินไปข้างหน้าประตูและเตรียมจะรับคนเข้ามาตามคำขอของเดวิด
แต่กลับเป็นว่าคนที่เดวิดพามานั้นไม่ใช่ผู้รอดชีวิตธรรมดาหากไม่ใช่…

“สวัสดี Z.S.S. และ B.S.A.A. มดปลวก” เสียงของทหารคนหนี่งนั้นจับเดวิดล็อคคอเอาไว้
และเอามีดจ่อคอเอาไว้เป็นสัญญาณเตือนว่าห้ามตุกติกอะไรเด็ดขาด
นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงอีกคนนึงยืนอยู่ข้างๆและเอาผืนจ่อขึ้นมาเตรียมยิงเมื่อไหร่ก็ได้

“พ...พวก B.E.T.A.S.”



=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-= ข้อมูลที่ควรรู้ =-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

= ในตอนนี้ไม่มีการเลือกทางตัดสินใจนะคะเพราะจะเอาไปให้เลืองทางกันตอนหน้าของกลุ่มนี้ ฉะนั้นหายห่วงได้เลย

= อย่าสับสนกับช่วงเวลาการโผล่ของพวก B.E.T.A.S. นะคะเพราะในฝั่งของคริสนั้นคือช่วงเช้าดังนั้น
กลุ่มนี่ยังสามารถไปที่ไหนก็ได้ก่อนที่จะไปส่องสังเกตุการณ์แถวหมู่บ้านอันดามุกตอนช่วงค่ำ

= พวกนั้นยังไม่เห็นหน้าตาของเดวิดเพราะเจ้าตัวใส่หน้ากากกันแก๊สปกปิดเอาไว้อยู่

= แม้มิกกี้กับลูเซียจะจำพวกเดียวกันเองได้ก็จริงแต่ทางลีแอนกับเบนและอลันนั้นจำไม่ได้หรือไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

= ตอนนี้อาจจะสั้นไปนิดนึงเพราะกำลังเตรียมตัวกับตอนต่อไปอย่างใจจดใจต่อทีเดียว จะเป็นอะไรนั้นก็คอยติดตามกันดูนะคะ



=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-= Character Status =-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

คริส - ยังสลบคาที่ไม่ไปไหน
เบน - ตกใจกับการมาของพวก B.E.T.A.S.
อลัน - ร่างกายเริ่มแย่ลงและแขนที่หักนั้นเริ่มบากเจ็บทวีคูณยิ่งขึ้น
เดวิด - ใจอยู่ไม่สุขเหมือนไม่อยากจะเจอกลุ่มนี้เท่าไหร่
มอร์แกน - โดนฉีดยานอนหลับไปเรียบร้อย
ลูเซีย - ปละหลาดใจกับการมาของมิกกี้
มิกกี้ - ตะลึงเมื่อพบเจอลูเซียอยู่ที่นี่
ลีแอน - พยายามไม่สนใจพวกเดียวกันเองกันจับได้ว่าเป็นสปายมาทำงานที่นี่
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

nut0072563

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 302

ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 22:22

ที่อยู่: ราชบุรี อำเภอเมือง จะสิงบ่อยๆตรงร้านน้ำค้าง ตรงหอนาฬิกาโรงบาลราชบุรี

โพสต์ 30 ก.ค. 2016, 09:22

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.49 อัพ! [29/7/

มิกกี้จังโชว์เอ๋ออีกแล้ว ส่วนหนูลูก็นิ่งเนียนไปเลย

ลีแอน : (faceplam) ยัยเอ๋อนี้…………เฮ้ย~~~(เสียงถอนหายใจ)

ลูเซีย : (ไม่พูดอะไรแค่วางมือบนบ่าลีแอนแล้วส่งแววตาของคนที่เข้าใจความรู้สึกไปให้)

มิกกี้ : เอ๊ะ เอ้~~~ ทำไมพวกเธอมองฉันแบบนั้นหละ ฉันผิดอารายยยยยย(ทรุดลงท่าorcเพราะโดนจู่โจมทางจิตใจ)

ลูซิค : (นั่งยองๆข้างมิกกี้เอามือลูบหัวแล้วส่งสายตาอบอุ่นไปให้)โอ๋~~~ไม่เป็นไรนะเด็กดี

มิกกี้ : แง้~~~~ทำไมมันรู้สึกเจ็บกว่าเดิมอีก(ลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปหลบในมุมมืด)

ปล. “!? ลูๆๆๆๆ….เซีย!?” เสียงของผู้หญิงจอมเอ๋อประจำทีมหนึ่งนั้นตกใจอย่างมากเมื่อเห็นบุคคลคนนั้น

“...” ลูเซียตอบกลับไปหาคนนๆนั้นด้วยการยิงหน้าตายใสากลับไป
แต่สิ่งที่เธอเห็นนั้นคือเหมือนผู้หญิงคนนี้เอาเข็มยาฉีดใส่คอของมอร์แกนตอนเผลอตัวและเจ้าตัวนั้นสลบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผมฮาช็อตนี้จริงๆนั่งนึกหน้าหนูมิกกี้จังตอนทำหน้าเอ๋อแล้วเอาเข็มฉีดยาจิ้มคอมอร์แกนไปพร้อมกัน ผมนี้แทบลั่นเลย
ตอนนี้ว่างจัดเลยหางานให้ตัวเองสะเลย รับเอา นิยาย ฟิคไปลงเว็บอื่นใครคิดว่าตัวเองผ่านเกณฑ์ก็มาเลย
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 426

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 01 ส.ค. 2016, 12:33

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.49 อัพ! [29/7/

สวัสดีค่าทุกผู้อ่านทุกท่านและกลุ่มสมัครตัวละครทั้งหลาย วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากเลยนะคะ
ตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วงพาเครียดกันใช่ไหมเอ่ย? ฉะนั้นเลยอยากพาเข้าสู่ช่วงผ่อนคลายเฮฮาสังสรรค์ไปด้วยกันหน่อยเนาะ
บางคนอาจรู้แล้วว่ามันคืออะไร? บางทีสิ่งที่เดานั้นอาจจะถูกก็ได้...ใช่ไหม?

แน่นอนหละว่าการสร้างความฮานั้นย่อมมีตลอดทุกๆ Episode ที่ผ่านมา
แต่ครั้งนี้จะพิเศษกว่าตอนไหนๆก็เพราะว่า...นุ่นจะคืนความสุขให้กับประชาเอ้ยผู้อ่านทุกท่าน!


ในตอนพิเศษของ Episode ครั้งนี้นุ่นบอกเลยว่าไม่ใช่แค่ฝั่งฟิคนี้เท่านั้นที่สามารถ
มาร่วมจอยงานเลี้ยง(หรืองานนรก?)
และนี่คือแพ็คเกตพิเศษที่จะคืนความสุขให้ประชาเอ้ยๆ! ผู้อ่านและคนสมัครตัวละคร

นุ่นอนุญาติให้เอาตัวละครจากไหนก็ได้หรือจะมาจากฟิคของพวกคุณเองเข้ามาร่วมวง 1 คน
จะเอาตัวละคนที่มันหมั่นไส้อยู่แล้วหรือ
สร้างความเกรียนฮากระจายสบั้นหลั่นแหลกก็มาร่วมวงได้ทุกตัว
หรือเห็นตัวนี้มันเก็กมานานและ ไม่ได้ต้องขอจัดความรั่วออกมาให้ก็ทำได้


หวังว่าทุกคนจะเตรียมตั๋วที่นั่งชั้นดี,แป็บซี่โค้กเซเว่นอัพเต็มถังแกลลอนพร้อมดื่ม,
ของกินเอาอิ่มเพื่อบริหารหน้าท้องตอนดูตอนพิเศษนี้


นิกซ์ : อย่าบอกนะว่าเป็นเรื่องนั้น!? ทำไมถึงได้


หมับ! อู้!!!


จิมมี่ : เงียบไปเว้ยไอ้นิกซ์! ชั้นอยากเห็นเจ้าตัวเขาส่งใครมาเจื๋อนสักคนก็ยังดี!
หน๊อยยย! ครั้งนี้จะจับใครก็ตามที่มาสังกัดเดียวกันมาเขี้ยวฟัดเสีย!(เหมือนจะแค้นใครซะด้วยสิประเด็น)

ลูเซีย : อืม…….ใครดีหละ? มีคนอยากจะเล่นด้วยเยอะจริงๆ *ลับดาบคาตานะแต่ไกล*

คริสติน : อะเอ๋ไม่รู้สิ เห็นบอกว่าเป็นเรื่องพิเศษที่อั่ม...ส-สปอยเยอะไปไหมอะ!? ●A●


นั่นแหละครับท่านผู้ชม พวกเขารอพวกท่านมาร่วมวงบักจอยด้วย…
และยิ่งไปกว่านั้น บางทีนุ่นก็คิดนะว่าคนที่มันอัพเดทลงทางเลือกประจำไม่ขาดสายนั้น..
ถ้าพวกเขาไม่ยอมส่งใครมาก็น่าจะ…


ลูเซีย : เราก็จะจับคุณเองนั่นแหละมาใส่ในตอนพิเศษเสียเลย...มาเล่นกันเถอะ...หึๆๆๆ


ลูเซียเอ้ย! อย่าไปบอกเขาสิจร๊ะ!

.
.
.


แต่หากต้องการเป็นความส่วนตัวก็สามารถส่งมาทาง PM ได้เลยเพื่อเก็บความลับ



จบบันทึกข้อความในโทรศัพท์
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

nut0072563

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 302

ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 22:22

ที่อยู่: ราชบุรี อำเภอเมือง จะสิงบ่อยๆตรงร้านน้ำค้าง ตรงหอนาฬิกาโรงบาลราชบุรี

โพสต์ 02 ส.ค. 2016, 03:56

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.49 + แจ้งข่าว

ในห้องนั่งเล่นนักแสดง สาวสวยหน้าตายกำลังนั้งมองกระดาษที่มีอะไรบางอย่างเขียนไว้เต็มหน้ากระดาษ สิ่งที่ดูเด่นชัดที่สุดคือจั่วหัวกระดาษที่เขียนไว้สั้นๆได้ใจความ"รายชื่อเหยื่อ" และข้างกายเธอยังมีสาวน้อยน่ารักกำลังทำสีหน้าเอ๋อปนยุ่งยากอยู่

มิกกี้ : งานนี้วายปวงกันอีกแล้วสินะ งานก่อนเธอได้ไวน์ฟรีมาด้วยหนิฉันยังไม่ได้ชิมเลยมันหายไปไหนแล้วนะ

ลูเซียหยิบขวดไวน์ส่งไปให้โดยไม่ได้พูดอะไร สายตาของเธอยังคงจดจ้องไปยังกระดาษในมือโดยไม่ละสายตาแม้แต่น้อย

มิกกี้เปิดจุกกระดกไปเต็มที่แต่ของเหลวที่ไหลผ่านคอไปนั้นมันช่างคุ้นเคยจริงๆ

มิกกี้ : รสชาติมันคล้ายน้ำองุ่นเลยแหะ//ยกขึ้นกระดกอีกสองอึก//…เซียนี้มันน้ำองุ่นนิ ไวน์มันหายไปไหนอะ

ลูเซีย : หมดแล้ว……

มิกกี้ : ………

ลูเซีย : ………

ความเงียบที่ก่อตัวขึ้นทำให้บรรยากาศในห้องที่เย็นจากแอร์นั้นเย็นเข้าไปอีก สาวน้อยผู้น่าสงสารจ้องมองขวดไวน์ในมือด้วยสีหน้ากำลังอัดอั้นตันใจ หยดน้ำตาปริมๆที่หางตาของเธอนั้นยามรวมกับใบหน้าที่อดกลั้นความรู้สึกมันช่าง

น่าสมเพชเวทนา

ลูเซียปรายตาขึ้นมองเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตากลับมาที่กระดาษต่อโดยไม่ใยดี แต่ถึงกระนั้นรังสีขี้อ้อนของมิกกี้ที่ยิงออกมาจากตาแต่น่าเวทนาสำหรับลูเซียยังคงส่งมาเป็นระยะๆ

ลูเซีย : ………//เหลือบตามองก่อนจะเบนสายตากลับ//………

มิกกี้ : ………//วิ้งๆ สายตาเปร่งประกายความขี้อ้อน วิ้งๆ//………

ลูเซีย : ………//เหลือบตามองก่อนจะเบนสายตากลับ//………

มิกกี้ : ………//วิ้งๆ สายตาเปร่งประกายความขี้อ้อน วิ้งๆ//………

ลูเซีย : ………//เหลือบตามองก่อนจะเบนสายตากลับ//………

มิกกี้ : ………//วิ้งๆ สายตาเปร่งประกายความขี้อ้อน วิ้งๆ//………

ลูเซีย : ………//วางกระดาษในมือลงแล้วจ้องไปยังสายตามิกกี้//………

มิกกี้ : ………//น้ำตาที่เริ่มจะคุมไม่อยู่พร้อมเสียงซะอื้น//กระซิกๆ……

ลูเซีย : ………ไวน์……ไม่มีแล้ว……………อย่างอื่นได้ไหม

ลูเซียที่ไม่อาจต้านทานสายตาอันน่าเวทนาที่เหมือนกับลูกแมวน้อยหิวนม(?)ของมิกกี้ได้จึงยืนข้อเสนออื่นไป ทางมิกกี้นั้นในตอนแรกก็มีอาการที่ดีขึ้นแต่พอได้ยินข้อเสนอไปก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง

ลูเซียเองก็ไม่อาจจะรวบรวมสมาธิต่อไปได้เมื่ออยู่ต่อหน้าสายตาของมิกกี้ เธอวางกระดาษ"รายชื่อเหยื่อ"ลงบนโต๊ะหน้าโซฟาที่เธอนั้งก่อนจะเอนหลังหลับตาช่วยครู่เพื่อจูนตัวเอง หลังจากใช้เวลาอยู่ราวครึ่งนาทีร่างบางของลูเซียก็ลุกขึ้นในที่สุด เธอหันหน้าไปมองทางมิกกี้แวบบนึงก่อนจะเบือนหน้าหนี้เพราะเจอกับสายตาออดอ้อนปริ่มน้ำตานั้น

ลูเซีย : ……ของหวาน…………ได้ไหม……

มิกกี้ : ขะ ขะ ของหวานเหรอ ได้จริงๆเหรอ เย้รักเซียที่สุดเลย

ลูเซียที่โดนมิกกี้กระโจนกอดไปเต็มๆนั้นได้เผยรอยยิ้มออกมา รอยยิ้มของเธอที่งดงามและหายากถึงที่สุด ตัวเธอได้ตัดสินใแล้วว่าใครจะเป็นเหยื่อ

แต่ก่อนที่มิกกี้จะได้ไปกินของหวานกับลูเซียนั้นตัวเธอได้หันไปมองทางประตูห้องที่โดนแง้มไว้นิดหน่อยด้วยหางตา ความหงุดหงิดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กที่กอดตัวเธออยู่นั้นกำลังมุ่งตรงไปยังประตูอย่างไม่คิดปิดบัง สามหน่อz.s.sที่แอบดูอยู่หลังบานประตูสะดุ้งก่อนจะรีบพากันแยกย้ายไป

แอด~~~ปัง กริก กริก

จู่บานประตูที่โดนแง้มไว้ด้วยฝีมือสามหนุ่มก็ปิดลงก่อนจะตามติดด้วยเสียงล๊อคลงกลอนอย่างดี สามหนุ่มที่เนียนหนีไปรีบกลับมาที่บานประตูเดิมอีกครั้ง เสียงแผ่วเบาที่ลอดผ่านประตูมานั้น

มิกกี้ : น่ากินจังเลย~~~เซียเนี้ยน่ารักจังเลยน้า~~~งั้นจะทานละนะค่า~~~

เสียงบางอย่างที่ดังลอดออกมาจากประตูมันไม่ใช่เสียงของสาวน้อยกินของหวาน แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น

z.s.s no2 : เอ็งคิดเหมือนข้าไหมเบอร์1

z.s.s no1 : อืม…ข้าก็คิดเหมือนเอ็งแหละเบอร์2

เบอร์1&2หันไปทางเบอร์3อย่างพร้อมเพรียงนายเบอร์สามไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา นอกจากการเอามือของตัวเองมาประกบกันแล้วกระแทกสามครั้ง

ปับ ปับ ปับ

เอเมน……
ตอนนี้ว่างจัดเลยหางานให้ตัวเองสะเลย รับเอา นิยาย ฟิคไปลงเว็บอื่นใครคิดว่าตัวเองผ่านเกณฑ์ก็มาเลย
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 363

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 03 ส.ค. 2016, 12:02

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.49 + แจ้งข่าว

ไม่ทราบว่าท่านนุ่นได้อ่าน PM รึยังครับ
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 426

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 03 ส.ค. 2016, 21:27

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.49 + แจ้งข่าว

minelife เขียน:ไม่ทราบว่าท่านนุ่นได้อ่าน PM รึยังครับ


ตอนนี้ทำการอ่านของทุกคนหมดแล้วนะคะ ก็จะเตรียมขั้นเช้าสู่การวางบทอันแสนสนุกสนาน ซึ่งก็อดใจรอกันเลยนะคะ
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 363

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 03 ส.ค. 2016, 23:20

Re: Island Frenzy 2 : Phuket in Paradise : Ch.49 + แจ้งข่าว

หึๆๆๆๆๆๆ รอดูตัวละครถูกปู้ยี่ปู้ยำ 5555 #หัวเราะแบบฆาตกรโรคจิตตามหนังฆาตกรรมสยองขวัญ่สั่นประสาท
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: MSNbot Media และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน