Faith of warriors ตอนที่6

<<

Crane

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 75

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 18:18

โพสต์ 03 ม.ค. 2013, 19:40

Faith of warriors ตอนที่6

ก่อนอื่นเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเด็กผู้ชายอดีตคลุมเคลือคนหนึ่งที่เหมือนนักเรียนม.5 ทั่วๆไป
มีเรียน หลับในคาบเรียน ต่อยกับรุ่นพี่ ฯลฯ
แต่หนุ่มน้อยวัย17 คนนี้มีอะไรมากกว่านั้นซึ่งเขาก็ไม่เคยรู้มาก่อน!
เราจะได้โตขึ้นไปพร้อมพร้อมกับเขาและเล่าเรื่องผ่านมุมมองของเด็กหนุ่มคนนี้

ปล. Drama+แอ๊คชั่น+มุขเล็กน้อย+ปริศนา
ความจริงเป็นเช่นไรติดตามได้กับเรื่อง 武士信条 ปมปริศนาเกราะสีขาว Faith of warrior
(ชื่อหลายภาษา แต่ความหมายไม่ค่อยจะเหมือนกันเท่าไหร่ ปล.เหมือนแล้วแปลก)

เรท 13+แล้วกันครับ เพราะตอนแรกๆมีคำหยาบเยอะ

ขอความกรุณาเม้นตอบด้วยนะครับจะได้รู้ถึงความสนุกหรือตื่นเต้นแค่ไหน



  
แก้ไขล่าสุดโดย Crane เมื่อ 13 มี.ค. 2013, 08:46, แก้ไขแล้ว 11 ครั้ง.
รูปภาพ
fiction ของผม
Faith of warrior
ฝากด้วยครับ ลองดูอาจไม่ผิดหวัง
<<

Crane

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 75

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 18:18

โพสต์ 03 ม.ค. 2013, 19:41

Re: ฟิคชั่นเรื่องแรกยังไงก็ช่วยอ่านกันด้วยนะครับ please

Intro...
Hongkong 14/8/2013

ฟึบ!.........
ทวนยาวเฉียดใบหน้าของนักรบชุดขาวบนหลังม้าเพียงเศษเสี้ยวของมิลลิเมตร

ผู้โจมตีคือชายร่างใหญ่บนหลังม้าสีแดงเพลิง

นักรบชุดขาวตอบโต้บ้างด้วยทวนปลายแหลมของเขา แต่โดนปัดก่อนเข้าเป้า

"แม่ทัพเตียว" บุรุษร่างใหญ่กล่าวเรียกคู่ต่อสู้ของเขาก่อนจะมีรอยยิ้มของผู้กำชัย
ร่างใหญ่ควบม้าสีเพลิงนั้นเข้าหาเป้าหมายหวังจะเผด็จศึก
มีเพียงคนโง่เท่านั้นจะเข้าไปยุ่งกับศึกของสองแม่ทัพนี้

หัวทวนขนาดเท่าศีรษะวัวสับลงกลางกบาลของแม่ทัพชุดขาว
ฉึบ!.....
..............................

ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นมา เขาฝันถึงนักรบจีนโบราณในชุดขาวนั่นอีกแล้ว 
เขาเปิดไฟเผยให้เห็นใบหน้าคม แต่บอกได้ว่าอายุคงไม่เกิน 20 

ชายหนุ่มเปิดหน้าต่างออกไป แสงสีอันงดงามยามราตรี และจากตรงนี้เห็นท่าเรือขนาดยักษ์ของ ลีกาเชง ได้ชัด ใช่แล้วเขาอยู่เกาะฮ่องกง

ถึงแม้เขาจะมีเลือดชาวจีนอยู่ครึ่งหนึ่งก็ตาม แต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้เกิดเมืองจีน และยังพูดภาษาจีนไม่คร่องด้วยซ้ำ พลาสปอตเก่าที่เป็นคนไทยยังคงเก็บไว้อย่างดีในกระเป๋าเดินทาง

ปั้งๆๆ 
"ยอมมอบตัวซะดีๆ มิสเตอร์การันตี อย่าให้เราต้องใช้กำลัง" เสียงผู้ชายคนหนึ่งเคาะประตูก่อนจะพ่นภาษาอังกฤษสำเนียงฮ่องกงใส่เขา 

"คุณเองก็ไม่ใช่ตำรวจหนิ" การันตีพูดอย่างรู้ทัน

ปัก! 
ประตูถูกผลักออก พร้อมกับชายฉกรรจ์อาวุธครบมือสองคน 
แต่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่า ชายหนุ่มได้เก็บสิ่งจำเป็นโดดหนีออกไปแล้ว

"ตามมันลงไป" หัวหน้าผู้บุกรุกสั่งลูกน้องก่อนจะค้นห้องเหมือนหาอะไรบางอย่าง "บ้าเอ้ย"

การันตีหลบหนีได้อย่างหวุดหวิด โชคดีที่เขาเลือกห้องที่หน้าต่างไม่มีลูกกรงและไม่สูงมาก
"ป๋าครับ แม่ครับ ผมจะทำอย่างไรต่อไปดี" เด็กหนุ่มคิด

ความจริงเมื่อ 8 เดือนก่อนเขาเคยเป็นเด็กมัธยมปลายธรรมดา แต่ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ร้ายข้ามชาติด้วยคดีฆาตกรรม 6 ศพ และค้ายาบ้าอีกหนึ่งล้านเม็ด เท่ชะมัด! แต่ถ้าเขาจะบอกว่าเขาไม่ได้ทำใครจะเชื่อละ? 
เด็กหนุ่มหยิบวัตถุขนาดวางบนฝ่ามือออกมาเขาไม่คิดเลยว่าไอของสิ่งนี้มันจะนำพาเรื่องวุ่นวายมาในชีวิตเขาได้ขนาดนี้

------------------------------------------

ตอนที่1 จุดเริ่มต้น



เรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากวันธรรมดาวันหนึ่ง
ณ โรงเรียนสามัคคีพัฒนา ห้องม.5/7
"นี่นักเรียนดูนะเขาเรียกว่าพาราโบร่า...."

สาวแก่วัยห้าสิบอธิบายทั้งที่ทั้งห้องก็หลับกันจวนจะครึ่งห้องได้แล้ว
ถึงแม้จะมีคนฟังอยู่บ้างแต่ก็ใช่ว่าจะเข้าใจที่ครูทิพย์รสสอน หนึ่งในนั้นมี การันตี โรตี หรือที่เพื่อนๆมักเรียกว่าตี เด็กหนุ่มมัธยมปีที่ 5 ตาคม คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ผิวสีแทนรูปร่างสมส่วนสําหรับเด็กวัยนี้

ตีไม่เคยเข้าใจที่ครูทิพย์หรือทิพย์รสสอนเลย แต่เพื่อไม่ให้โดนเชิญผู้ปกครองเหมือนกาวเพื่อนสนิทตั้งแต่ป.3 ของเขา เขาจำต้องนั่งตั้งฟังทําเนียนเช่นเคย

กาว หนุ่มไทยแท้ หน้าตาเกือบเรียกได้ว่าดี ผิวเข้ม ตาโต เซอๆ ซึ่งควรจะเป็นมนุษย์แบบที่สาวๆชอบ ถ้าไม่ติดที่วันๆขลุกอยู่แต่กับใต้ท้องรถและความเน่าโสโครกของมัน ตอนนี้มันกําลังนอนหลับสภาพน้ำลายเยิ้ม รอยยิ้มโรคจิตบ่งบอกถึงความฝันของมันวันนี้ในคาบเลขเป็นอย่างดี... วันนี้มันจะฝันถึงน้องอะไรหนอ...

ข้างหน้าการันตีคือ โบ๊ท หนุ่มเสี่ยว ผอมแห้งที่เกือบจะเรียกว่าหล่อ เขาคงดูดีกว่านี้ถ้าเขาไม่ทำผมต้ังจนเกือบแทงตาสาวที่เขานัดไปเดทด้วยทุกครั้ง เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของการันตีที่อยู่ด้วยกันมาต้ั้งแต่ป.6 มันก็ตั้งใจเรียนอยู่นะถ้าไม่นับบางครั้งที่ชอบก้มหน้าลงไปกด BB

ถัดไปอีกสองโต๊ะแถวสี่ที่นั่งข้าง กาว คือ ก้อง หนุ่มตี๋ หน้าใส ทันสมัย หัวใจยังว่างขวัญใจสาวเกือบทั้งโรงเรียน ที่กำลังเล่นลูกบิดอยู่ใต้โต๊ะ เพื่อนสนิทอีกคนของการันตี ถึงแม้จะเพิ่งย้ายมาตอน ม.2 ก็ตาม แต่ดูเหมือนก้องจะทำอะไรก็ดูจะหล่อไปซะหมดทุกอย่าง ขนาดมันเล่นลูกบิดยังหล่อเลย การันตีคิด

"นักเรียนใครทำข้อนี้ได้บ้าง"

ครูทิพย์เอ่ยเหมือนไม่เจาะจง แต่ตาจ้องมาทางการันตี

"ผมทำได้ครับ"
ยังไม่ทันที่การันตีจะว่าอะไรบุญลือ เพื่อนนักเรียนรูปร่างสันทัดผิวดำก็แทรกขึ้น "ครูก็แค่เอาเส้นตรงเส้นนั้นบวกกับเส้นตรงเส้นนี้... บลาบลาบลาาา"

การันตีแอบนึกขอบคุณบุญลือเพราะหลายครั้งที่เขาโดนเรียก บุญลือนี่แหละที่จะขี่ม้าขาวมาช่วยเสมอ แต่ไม่ใช่เพราะมันพิศวาสการันตีอะไร แค่เป็นพวกจิตอาสา แม้หลายครั้งบุญลือไม่เคยตอบถูกและรวม... ครั้งนี้ก็ด้วย

"ผิดจ๊ะ"
สาวแก่วัยทองทำเสียงหวานแบบแอ๊บเด็กถึงแม้สังขารจะไม่ได้ให้ตามเสียงที่เปล่งออกมา

"กูบอกมึงแล้วอย่าตอบ"
น้ำ สาวเสียงใสนั่งข้างบุญลือพูดเย้ยบุญลือ ที่นั่งลงอย่างผิดหวัง

"ก้อง หนูอยากตอบไหมจ๊ะ" หญิงแก่เนิ่มเปลี่ยนทิศไปสนใจหญ้าอ่อน

"คือ...ผมจำสูตรอยู่นะครับ"
ก้องตอบถึงแม้หนังสือจะเปิดผิดหน้าและลูกบิด10*10 จะยังคงอยู่ในมือก็ตาม เขายืนขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเทพบุตร มีหรือสาวแก่จะไม่หว่ันไหว

"โอเคจ๊ะ"

"ผมครับผม"
เจษฎาพร เด็กเรียนแว่นหนาเตอะที่ติดกระดุมเสื้อถึงเม็ดบนสุดพร้อมกับเสื้อที่ยัดลงในกางเกงจนจะแนบเนื้อไปตามรูปร่าง เขายกมือโบกอย่างมั่นใจก่อนจะเดินออกไปเขียนบนกระดานอย่างรวดเร็ว และก็เช่นเคยเขาเขียนถูกหมด จนครูต้องออกปากให้ตบมืออีกเหมือนเคย

แอ๊ด.....!!!!!! กริ่งเลิกเรียนดังขึ้น
กาว ตื่นจากภวังค์ ดูเหมือนนี่เป็นเสียงสวรรค์ที่กาวรอคอยมานาน


วันนี้วันศุกร์ถึงแม้พวกกาว ก้องและโบ็ทจะนัดตีออกไปเที่ยว แต่วันนี้เขามีนัดทำขนมกับคุณป้าอิง ผู้ปกครองและผู้เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ของเขาตอนนี้

ตีเดินผ่านศาลเจ้าแม่ตะเคียนคู่หลังโรงเรียนที่ใครหลายคนว่าเหี้ยนนัก บางทีตีเองก็รู้สึกกลัวพิลึก! แต่คงเพราะเดินทุกวันเขาจึงไม่คิดว่าที่นี่มีอะไร แม้จะมีประวัติเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผ่านศาลตะเคียนไปก็จะเจอบ่อน้ำทิ้งก่อนตัดสู่ถนนใหญ่ภายนอกที่คนพลุกพล่าน คงจะเหมือนเดิมๆเช่นทุกวัน
ถ้าไม่นับไทยมุงลุงขอทานที่ปกติจะนอนอยู่แต่วันนี้เขาลุกขึ้นมาเต้นแล้งเต้นกาและพูดภาษาพม่าที่ฟังไม่รู้เรื่อง ที่แปลกกว่านั้นคือลุงคนนั้นตอนนี้พุ่งเข้าหาตี....

ทุกคนในระแวกล้วนแตกกันดั่งมดลังแตก ไม่รู้ว่าเพราะตีเป็นคนนิ่งหรือตกใจจนขาชา แต่ตอนนี้เขายังคงหยุดอยู่ที่เดิม

"ผี....ผี....ผีบ้ามัน..มัน...มันน่ากลัวมันกำลังจะทำ...ทำ..."
ขอทานเฒ่าพยายามพูดภาษาไทยและเขย่าไหล่เขา

"มึง...มึง.." ขอทานเฒ่าผ่อนเสียงลงคลายแรงออกจากไหล่เขา
แล้ววิ่งหนีไป

นี่มันอะไรกันเนี่ย ตีคิด
นี่อาจจะเป็นเรื่องแปลกที่สุดในรอบปีของเขาก็เป็นได้
----------------------------------------------------------------------------------------------------

จากการเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ตีวางของลงบนห้องนอน แล้วรีบลงไปช่วยป้าอิงทำขนม
บ้านหลังนี้นับว่าไม่เล็กหากอยู่เพียงสองคน แต่ป้าอิงหรืออิงอรเป็นคนรักเด็ก
เขารับเด็กมาเลี้ยงถึง 5 คนถึงแม้ตัวเองจะไม่ได้มีเงินมากมายก็ตาม โชคดีที่เด็กส่วนใหญ่มีผู้อุปถัมแทน ป้าอิงแค่มีหน้าที่เป็นผู้ปกครองให้เท่านั้นส่วนค่าใช้จ่ายผู้อุปถัมจะออกให้หมดตีก็เป็นหนึ่งในนั้น

ตีเดินมาถึงห้องครัวตอนนี้ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันถ้าไม่นับแคร์ พี่สาวคนโตสุดของบ้านที่ตอนนี้ไปที่เพิ่งสอบได้ทุนไปเรียนต่ออังกฤษ ตีเดินเข้ามาก็กอดป้าอิงเป็นอย่างแรก

"ไม่อายน้องหรือไง ตัวเองตัวสูงจนป้าต้องแหงนหน้ามองละยังทำตัวเหมือนเด็กอีก"
ป้าอิงหญิงวัย 52 ปีรูปร่างอวบผมยาวคนแป้งสาคูแล้วชี้โบ้เบ้ไปทางน้องอีกสามคนที่เหลือ
ตีมีน้องเลี้ยงอีกสามคน น้องสาวหนึ่ง และน้องที่เป็นแฝดชายอีกคู่

น้องสาวที่อายุพอกันชื่อวาย อยู่โรงเรียนหญิงล้วน ผมยาวตาสีดำ น่ารักสมวัย ถึงแม้อ่อนเดือนแต่มักจะเรียกตีว่าพี่ตลอด

ส่วนฝาแฝดบุคลิกต่างสองคนอัสนีกับวสันอายุห่างจากตีสองปี หน้าตาเหมือนกันจนแยกแทบไม่ถูก

"เสร็จแล้วจ๊ะ" ป้าอิงพูด

"เสร็จแล้ว เห่ยวสันทำไมแกไม่มาช่วยยกอาหารวะ" ตีเอ่ย

"พี่ก็ยกสิ ผมกำลังยุ่งอยู่เห็นไหม"
วสันน้องชายที่ไม่รู้จักโตของเขาพูดขึ้นขณะที่ในมือกำลังกด iPhone ที่มันขอร้องป้าอิงให้ซื้อให้ ทำให้โรตีอารมณ์เสียเกือบจะด่าน้อง แต่โดนวายทำสัญญาณห้ามไว้ก่อน

เมื่ออาหารมาตั้งครบบนโต๊ะครอบครัวในบ้านเล็กที่มีป้าอิงเป็นหัวหน้าครอบครัวก็เริ่มรับประทานอาหารมื้อพิเศษฉลองที่ป้าอิงได้เลื่อนเป็นผู้จัดการในบริษัทของเธอ
ครอบครัวหลังกินข้าวเสร็จก็ล้างจาน วันนี้คือเวรของอัสนีแฝดคนพี่ที่ออกจะไม่ชายไม่หญิง
ตีขึ้นชั้นบนเตรียมตัวไปอาบน้ำเดินผ่านวาย จึงถูกรั้งตัวไว้
"พี่อย่าไปด่าวสันมันเลย มันเพิ่งจะโตเดี๋ยวก็ดีเอง"

"เธออย่าไปเข้าข้างมัน เดี๋ยวมันก็ได้ใจหรอก ป้าอิงเหนื่อยมากทุกคนก็ช่วยกัน แต่มันกลับกด
โทรศัพท์ ไม่ใช่เรื่องเลย"

"ฉันรู้แต่ มันยังเด็กอยู่"

"เด็กยิ่งต้องสอน"

ตีเดินเข้าห้องไปโดยที่มีวายมองและส่ายหน้ากับพี่ชายสุดเหี๊ยบของเธอ ที่โตขึ้นเยอะตั้งแต่แอร์พี่สาวของเธอสอบชิงทุนไปอังกฤษ
วายอาจะมองโลกในแง่ดีเกินไป แต่ในฐานะที่เขาเป็นเด็กผู้ชายเหมือนกันย่อมรู้ดีว่า วสันนั้นเกเรขึ้นและปล่อยไว้ไม่ได้ เอาไว้เขาจะหาเวลาคุยนอกรอบ

ตีเดินเข้าห้องเปิดดูกระเป๋านักเรียน เผยให้เห็นวัตถุชินเล็กขนาดวางบนฝ่ามือได้อยู่ในกระเป๋านักเรียนของเขา เขาหยิบขึ้นมาดูด้วยความประหลาดใจ

"นี่มันอะไรกันน้า....."
เขาสังเกตุมันอยู่พักหนึ่งก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะ มันคือกระดิ่งสีดำอมทองชวนประหลาด บางทีมันอาจเป็นแค่ของใครลืมไว้ก็ได้ ไว้วันจันทร์เขาจะเอามันไปคืนเจ้าของ

เด็กหนุ่ม ถอดเสื้อออก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่อยู่บนลำตัว แต่เด็กหนุ่มยังไม่เข้าห้องน้ำเขาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องน้ำ กดนาฬิกาตั้งเวลาอ้าขาออกความกว้างราวสามช่วงเท้าก่อนจะย่อขาลง

.................................................................................................................................
"ป๊า ป๊าทำอะไรอะ นั่งขี้หรอ"
"เขาเรียกว่าท่านั่งม้าลูก แล้วป๊าไม่ได้กำลังถ่ายอุจระด้วย"
"แล้วอะไรอะป๊า พิลึกจัง"
"มันเป็นท่าพื้นฐานของมวยจีนนะ"
"มวยจีนหรอ โหเท่อะป๊า แบบบรุ๊ษ ลีปะ สอนตีหน่อยสิตีอยากเรียนอะป๊า..."
"ก็ไม่เชิงซะทีเดียวหรอก เอางี้นะอ้าขาเท่าช่วงสามเท้าของตัวเอง......"
.................................................................................................................................

ติ๊ดๆๆๆ เสียงนาฬิกาห้านาทีดังขึ้นตียืนขึ้นจากท่าเดิม ถอนหายใจออกอย่างช้าๆ ถึงแม้มันจะดูเป็นเรื่องแปลกที่ตีมักจะทำท่าคล้ายนั่งส้วมบนอากาศก็ไม่ใช่ยืนก็ไม่เชิง แต่อย่างน้อยนี่ก็เป็นหนึ่งในความทรงจำดีๆที่ผู้เป็นพ่อเหลือไว้ให้เขาก่อนจะจากเขาไป

"ซู้........นานมากแล้วซินะ"
เด็กหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าห้องน้ำไป โดยไม่รู้เลยว่าเรื่องโกลาหลกำลังจะเกิด
แก้ไขล่าสุดโดย Crane เมื่อ 19 ม.ค. 2013, 22:56, แก้ไขแล้ว 6 ครั้ง.
รูปภาพ
fiction ของผม
Faith of warrior
ฝากด้วยครับ ลองดูอาจไม่ผิดหวัง
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 03 ม.ค. 2013, 23:51

Re: ฟิคชั่นเรื่องแรกยังไงก็ช่วยอ่านกันด้วยนะครับ please

มาเม้นต์แล้วครับ

คือก่อนอื่นพี่คิดว่าน้องน่าจะลองศึกษานักแต่งฟิคหลาย ๆ คน เช่นการวางแบบฟอร์มฟิคตอนเริ่มเปิดตัว อย่างของพี่ ของแพร Apayin หรือของต้น 0Supachai0 ก็ดี พี่คิดว่าการเปิดตัวดี ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่งครับ


ลองดูนะครับ

ชื่อเรื่อง : ชื่อเรื่องของน้อง ลองตั้งมานะครับ แล้วลอง Edit ในกะทู้อันแรกของน้อง
ประเภท : แอ็คชั่น,ดราม่า,ตลก (ถ้าในกรณีฟิคของน้องก็อาจจะเป็นสืบสวนสอบสวน อะไรประมาณนี้)
เรทติ้ง : อันนี้หมายถึงเรทติ้งของฟิคว่าเหมาะกับนักอ่านอายุเท่าไร อย่างของพี่ ของแพร เนื้อเรื่องค่อนข้างรุนแรงเลย จัดเรทไว้ที่เรท 15+ (มีฉากรุนแรง,เรื่องเกี่ยวกับเพศ แต่ยังไม่ถึงขั้นฉากเข้าด้ายเข้าเข็ม เห็นดุ้น เห็นน้องสาวไรงี้)


มาว่ากันที่เนื้อเรื่อง

ควรมีคำนำ เกริ่นเรื่องพอให้คนอ่านรู้ความเป็นมาคราวๆ ของฟิคของน้องครับ ก็ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนของน้องชื่ออะไร มีความเป็นมายังไง แล้วเกิดอะไรขึ้น ทำนองนี้นะครับ

ส่วนเรื่องการพิมพ์ แนะนำให้เคาะเว้นวรรค์สักหนึ่งครั้งครับ พิมพ์ใน Word นะครับ เดี๋ยวพี่ทำให้ดูเป็นตัวอย่างสักท่อน



ณ ห้องม.5/7 "นี่นักเรียนดูนะเขาเรียกว่าพาราโบร่า...."สาวแก่วัยห้าสิบอธิบายทั้งที่ทั้งห้องก็หลับกันเกือบครึ่งห้องได้แล้ว
ถึงแม้จะมีคนฟังอยู่บ้างแต่ก็ใช่ว่าจะเข้าใจที่ครูทิพย์รสสอน หนึ่งในนั้นมี การันตี โรตี หรือที่เพื่อนๆมักเรียกว่าตี เด็กหนุ่มมัธยมปีที่ 5 ตาคม คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ผิวสีแทนรูปร่างสมส่วนสําหรับเด็กวัยนี้
เขาไม่เคยเข้าใจที่ครูทิพย์หรือทิพย์รสสอนเลย แต่เพื่อไม่ให้โดนเชิญผู้ปกครองเหมือนกาวเพื่อนสนิทตั้งแต่ป.3 ของเขา เขาจำต้องนั่งตั้งฟังทําเนียนเช่นเคย
กาว หนุ่มไทยแท้ หน้าตาเกือบเรียกได้ว่าดี ผิวเข้ม ตาโต เซอๆ ซึ่งควรจะเป็นมนุษย์แบบที่สาวๆชอบ ถ้าไม่ติดที่วันๆขลุกอยู่แต่กับใต้ท้องรถและความเน่าโสโครกของมัน ตอนนี้มันกําลังนอนหลับสภาพน้ำลายเยิ้ม รอยยิ้มโรคจิตบ่งบอกถึงความฝันของมันวันนี้ในคาบเลขเป็นอย่างดี... วันนี้มันจะฝันถึงน้องอะไรหนอ...
ข้างหน้าการันตีคือ โบ๊ท หนุ่มเสี่ยว ผอมแห้งที่เกือบจะเรียกว่าหล่อ เขาคงดูดีกว่านี้ถ้าเขาไม่ทำผมต้ังจนเกือบแทงตาสาวที่เขานัดไปเดทด้วยทุก ครั้ง เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของการันตีที่อยู่ด้วยกันมาต้ั้งแต่ป.6 มันก็ตั้งใจเรียนอยู่นะถ้าไม่นับบางครั้งที่ชอบก้มหน้าลงไปกด BB
ถัดไปอีกสองโต๊ะแถวสี่ที่นั่งข้าง กาว คือ ก้อง หนุ่มตี๋ หน้าใส ทันสมัย หัวใจยังว่างขวัญใจสาวเกือบทั้งโรงเรียน ที่กำลังเล่นลูกบิดอยู่ใต้โต๊ะ เพื่อนสนิทอีกคนของการันตี ถึงแม้จะเพิ่งย้ายมาตอน ม.2 ก็ตาม แต่ดูเหมือนก้องจะทำอะไรก็ดูจะหล่อไปซะหมดทุกอย่าง ขนาดมันเล่นลูกบิดยังหล่อเลย การันตีคิด


อันนี้พี่จัดหน้าให้ใหม่นะครับ จะได้ดูสบายตา น่าอ่านขึ้น


"นี่นักเรียนดูนะเขาเรียกว่าพาราโบร่า...."

สาวแก่วัยห้าสิบอธิบายทั้งที่ทั้งห้องก็หลับกันเกือบครึ่งห้องได้แล้ว ถึงแม้จะมีคนฟังอยู่บ้างแต่ก็ใช่ว่าจะเข้าใจที่ครูทิพย์รสสอน หนึ่งในนั้นมี การันตี โรตี หรือที่เพื่อนๆมักเรียกว่าตี เด็กหนุ่มมัธยมปีที่ 5/7 ตาคม คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ผิวสีแทนรูปร่างสมส่วนสําหรับเด็กวัยนี้

เขาไม่เคยเข้าใจที่ครูทิพย์หรือทิพย์รสสอนเลย แต่เพื่อไม่ให้โดนเชิญผู้ปกครองเหมือนกาวเพื่อนสนิทตั้งแต่ป.3 ของเขา เขาจำต้องนั่งตั้งฟังทําเนียนเช่นเคย

กาว หนุ่มไทยแท้ หน้าตาเกือบเรียกได้ว่าดี ผิวเข้ม ตาโต เซอๆ ซึ่งควรจะเป็นมนุษย์แบบที่สาวๆชอบ ถ้าไม่ติดที่วันๆขลุกอยู่แต่กับใต้ท้องรถและความเน่าโสโครกของมัน ตอนนี้มันกําลังนอนหลับสภาพน้ำลายเยิ้ม รอยยิ้มโรคจิตบ่งบอกถึงความฝันของมันวันนี้ในคาบเลขเป็นอย่างดี... วันนี้มันจะฝันถึงน้องอะไรหนอ...

ข้างหน้าการันตีคือ โบ๊ท หนุ่มเสี่ยว ผอมแห้งที่เกือบจะเรียกว่าหล่อ เขาคงดูดีกว่านี้ถ้าเขาไม่ทำผมต้ังจนเกือบแทงตาสาวที่เขานัดไปเดทด้วยทุก ครั้ง เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของการันตีที่อยู่ด้วยกันมาต้ั้งแต่ป.6 มันก็ตั้งใจเรียนอยู่นะถ้าไม่นับบางครั้งที่ชอบก้มหน้าลงไปกด BB

ถัดไปอีกสองโต๊ะแถวสี่ที่นั่งข้าง กาว คือ ก้อง หนุ่มตี๋ หน้าใส ทันสมัย หัวใจยังว่างขวัญใจสาวเกือบทั้งโรงเรียน ที่กำลังเล่นลูกบิดอยู่ใต้โต๊ะ เพื่อนสนิทอีกคนของการันตี ถึงแม้จะเพิ่งย้ายมาตอน ม.2 ก็ตาม แต่ดูเหมือนก้องจะทำอะไรก็ดูจะหล่อไปซะหมดทุกอย่าง ขนาดมันเล่นลูกบิดยังหล่อเลย การันตีคิด


ประมาณนี้นะครับ ลองดู ยังไงน้องลองไปศึกษาดูนะครับ
<<

Crane

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 75

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 18:18

โพสต์ 04 ม.ค. 2013, 01:05

Re: ฟิคชั่นเรื่องแรกยังไงก็ช่วยอ่านกันด้วยนะครับ please

แก้แล้วครับ พอดีนอนไม่หลับเลยถือโอกาสแก้เลย
ขอบคุณมากครับสำหรับคำวิจารย์

อยากถามอีกอย่างนะครับว่าเนื้อเรื่องน่าสนใจบ้างมั้ย
เป็นอย่างไรบ้าง
รูปภาพ
fiction ของผม
Faith of warrior
ฝากด้วยครับ ลองดูอาจไม่ผิดหวัง
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 04 ม.ค. 2013, 01:34

Re: ฟิคชั่นเรื่องแรกยังไงก็ช่วยอ่านกันด้วยนะครับ please

ก่อนอื่นต้องบอกว่าโดยส่วนใหญ่แล้วฟิคชั่นในเว็บเราค่อนข้างจะเน้นหลักไปที่แฟนฟิค หรือไม่ก็ฟิัคชั่นเกี่ยวกับซอมบี้นะครับน้องเครน แต่ก็ใช่ว่าฟิคของน้องไม่น่าสนใจนะ เพราะครั้งหนึงเราเคยมีฟิคออริ ที่ไม่เกี่ยวกับ RE หรือซอมบี้ และได้รับความนิยมพอสมควร แต่ปัจจุบันฟิคเรื่องนี้ถูกลบทิ้งไปแล้ว ตามคำขอของผู้แต่ง เพราะติดภารกิจและงาน

ถ้าให้พี่ตอบแบบชี้ชัดตอนนี้ พี่คงไม่สามารถตอบได้ครับ พี่คงได้แต่บอกว่า น้องลองแต่งไปเรื่อย ๆดูก่อน อย่าพึ่งท้อ

พี่มีอะไรให้น้องดู น้องลองเข้าไปอ่านนะ นี่คือฟืคเรื่องแรกที่ีพี่แต่งจบ ถ้าน้องอ่านแล้ว น้องจะไม่เชื่อว่าพี่เป็นคนแต่งคนเดียวกันกับฟิคอย่าง MoRC

viewtopic.php?f=30&t=4605

มันคือฟิคเรื่องแรกที่พี่แต่งเมื่อ 5 ปีก่อน สมัยเข้ามาเว็บนี้ใหม่ ๆToothsies Evil กลับไปอ่านทุกวันนี้ยังแอบเขิลล กรุแต่งเข้าไปได้ไงวะ 55555+

ถ้าในแง่ความฮา ถือว่าประสบความสำเร็จมาก ถึงมันจะไม่มีสาระก็เถอะ แต่อย่างน้อย เพราะฟิคเรื่องนี้ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

คือสิ่งที่พี่ต้องการบอกน้องก็คือ เรียนรู้จากคนเก่งๆ ไว้ครับ ยังมีนักเขียนเก่ง ๆ ในฟิคเราหลายคนที่น้องน่าเอาเป็นแบบอย่าง

ยังไงก็อย่าท้อนะครับ สู้ ๆ
<<

Crane

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 75

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 18:18

โพสต์ 04 ม.ค. 2013, 21:48

White armor warrior part 2 ลองอ่านและลองวิจารย์ดูได้ครับ

ขอบคุณพี่เบียร์มากครับสำหรับคำวิจารย์ที่ทำให้รู้ข้อเสียของตัวเอง
ยังไงก็ขอคำวิจารย์อย่างงี้ต่อไปนะครับ เพราะไม่รู้จะให้ใครวิจารย์ให้555
ปล.ไม่ต้องตอบเร็วก็ได้ครับ ขอแค่ตอบอยากตอบเมื่อไหร่ก็ได้
ปล.2 เรื่อง gay hazard ของพี่ก็ฮาดีนะครัาผมยังว่าฮาเลย จะติดก็แค่คนลุกตอนโดนอะจึ๋ยอะจึ๋ยอะครับ

ลองลงอันที่สองดูหวังว่าจะมีคนมาดูเพิ่ม(หวัง.....แม้ฝีมือยังไม่เข้าขั้น)
ขออนุญาติลงพรุ่งนี้นะครับ พอดีคิดว่าต้องแก้ไขอีกหลายจุด
รูปภาพ
fiction ของผม
Faith of warrior
ฝากด้วยครับ ลองดูอาจไม่ผิดหวัง
<<

Crane

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 75

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 18:18

โพสต์ 05 ม.ค. 2013, 19:16

Re: ฟิคชั่นเรื่องแรกยังไงก็ช่วยอ่านกันด้วยนะครับ please

ตอนที่2 กรกนก


กริ๊ง..................
เสียงนาฬิกาปลุกรุ่นพระเจ้าเหาดังขึ้น ร่างที่อยู่บนเตียงตื่นจากภวังค์

ตีลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำหยิบ อาบน้ำแปลงฟันเหมือนนักเรียนมัธยมปลายทั่วไป หลังจากแปลงฟันเสร็จเขาก็รีบหยิบของเปลี่ยนชุดนักเรียน อักษรย่อ ส.ค.พ. กางเกงสีฟ้ามาตรฐานโรงเรียนเอกชน

ตีกินข้าวพร้อมหน้าทุกคนในบ้านจึงไปโรงเรียนพร้อมกับน้องๆเฉกเช่นทุกวัน แล้วค่อยไปแยกกันหน้าอาคารเรียนคอนกรีตขนาดเจ็ดชั้น โดยมีสนามบาสสี่สนามอยู่หน้าอาคาร นักเรียนสามพันเก้าร้อยห้าสิบสามคนตามสถิติที่เขียนไว้หน้าห้องธุรการทยอยกันเข้าห้องเรียนตัวเอง

“พี่ตี งั้นวายไปก่อนนะ” วายแยกไปโรงเรียนหญิงล้วนที่อยู่รั้วอีกฝั่ง

"เห่ย โรตี" โบ๊ทไอ้หนุ่มสุดเสี่ยวตระโกนมาแต่ไกลโดยมี ก้องและกาวกอดคอพ่วงมาข้างหลังด้วย

"การบ้าน ทำเสร็จยังวะ" ก้องถามตี ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้เขียน

"ยังวะ คณิตทำไม่ได้หลายข้อเลย" ตีตอบตามความจริง

"เดี๋ยวกูช่วย" ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยฟังที่ครูทิพย์รสสอนเลย แต่เขากลับสอบได้ที่ต้นๆของห้องเสมอ

ปัก! "เห่ยเดินระวังทางหน่อยสิวะ" ปังไอหนุ่มตัวโตนักบอล ม.6 กองหลังอันน่าเกรงขามของโรงเรียน ผู้วางก้ามโตในโรงเรียน ตั้งใจเดินชนกาวที่ผอมแห้งกระเด็นไม่เป็นท่า แถมมันยังมีหน้ามายิ้มอีก

ตีเห็นดังนั้นจึงรีบไปพยุงกาวให้ลุกขึ้น แต่นั้นไม่ใช่โบ๊ท

"มึงตั้งใจชนเพื่อนกู" โบ๊ทระเบิดอารมณ์

แอ๊ท........
ออดโรงเรียนดังขึ้น

"เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่" ตีได้แต่พูดแม้เลือดจะเริ่มขึ้นหน้าแล้ว

"แล้วมาเอาคืนด้วยนะโว้ยไอ้ลูกพ่อหาย" ปังพูดยั่วโทสะ

"มึง...."ก้องและโบ๊ทกำลังจะไปห้ามตีแต่สายไปเสียแล้ว เพราะหมัดขวาของตีกำลังพุ่งไปสู่ใบหน้าของอริ
แต่พลาดเป้า

"มึงจะต่อยกูหรอสั_" อริที่ตัวใหญ่กว่าเริ่มโวยเมื่อโดนหยาม
คู่มวยนอกสังเวียนต่างรุ่นกำลังเริ่มขึ้นแล้ว ตีเสียเปรียบทั้งอายุและน้ำหนัก โดยคนดูก็คือนักเรียนรอบข้างชายหญิงทั้งหลาย อันธพาลไม่รอให้มันโดนหยามมากกว่านี้ มันจับคอเสืื้อตีแล้วเหวี่ยงหมัดขวาเข้าใบหน้าของตีเต็มๆ

ตีเซไปมา ปังไม่ปล่อยโอกาสอันดี มันเรียกเพื่อนข้างๆอีกห้าคนมารุมกระทืบตี
กาวและเพื่อนอีกสองไม่อยู่เฉย รีบเอาตัวไปขวางแต่ก็ถูก มี อันธพาลแก๊งเดียวกันผลักออก
ในสถานการณ์ชุลมุลตีไม่พลาดโอกาสเช่นกัน

"ไอห่าเอ๋ย" อริปล่อยหมัดตรงมาที่หน้าตีเช่นเคย
แต่ตีปัดหมัดหมัดนั้นทัน

...................................................................................................
"จำไว้นะโรตี นี่คือการออกหมัดของมวยเรา"
"ครับป๋า ย่า ห้า"
..................................................................................................

"พ่อ ไม่เคยทิ้งกูไป"
ปัก.... หมัดซ้ายอันเป็นมือข้างถนัดของการันตีโดนอันธพาลเข้าที่อกอย่างจัง
ด้วยท่านั่งม้าที่เขาฝึกมาร่วมสิบปี บัดนี้ปรากฎพิษสงค์ของมันแล้ว อันธพาลกระเด็นออกไปร้องครวญครางอยู่กับพื้น

"ทำอะไรนะ"
ร่างใหญ่จากฝ่ายปกครองถือไม้เรียวยาวเกือบเมตรเสียงดังมาแต่ไกล โดยรู้จักกันในนามซามูไรมาสเตอร์

ท่านผู้ชมไร้บัตรชมตื่นหนีหายหมด นักเรียนทั้งสองฝั่งเข้าห้องปกครองตามระเบียบ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------


"พวกเธอรู้ใช่ไหม ชกต่อยมีโทษหนัก
ปค.02 และทันบน" ครูแก้วหัวหน้าฝ่ายปกครองอบรมนักเรียนม.ปลายทั้งเก้าคน "โตจนจะเข้ามหาลัยกันอยู่ละ"

นักเรียนผู้กระทำผิดทั้งเก้าได้แต่ก้มหน้าหลบรังสีทำลายล้างของครูแก้ว โดยมีซามูไรมาสเตอร์หรือครูชัยยืนเลือกสมุดเล่มหนาสามเล่มที่ชั้นวางชั้นบนสุด ตรงสันหนังสือเขียนว่าปค.07, ปค.05 และปค.02 แต่เขาเลือกเล่มสีเหลืองที่บางที่สุด โดยข้างหน้ามีเพียงเลขตัวใหญ่สองตัวเขียนว่า "02"

"เอาละพวกหนู นักเรียนม.5/7 ออกไปรอข้างนอกก่อน" ดูเหมือนครูแก้วเริ่มอารมณ์เย็นขึ้น ฟังจากสรรพนามที่เปลี่ยนไป

ผับ เสียงประตูปิดลงอย่างเงียบเบาสนิทจนแน่ใจว่าคนข้างในจะ...

"อะไรวะ"
โบ๊ทก็ระเบิดอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน

"ใจเย็นเว้ยมึง" ก้องปลอบเพื่อนสนิทขณะที่เขาก็หัวเสียไม่แพ้กัน

"กูผิดเอง" กาวกล่าวโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุ

"ไม่เว้ย มึงไม่ผิดถ้าจะโทษต้องโทษไอปัง กูนะอยากจะเข้าไปต่อยหน้ามัน" โบ๊ทด่ากลาด "แต่ความจริง ตีก็เจ๋งนะอัดไอปังลงไปนอนกองกับพื้นเลย เมื่อกี้กูยังเห็นมันนั่งจับอกตัวเองอยู่เลย"

"ตี มึงเป็นไงบ้างแล้ววะ" ก้องเอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

"ไม่เป็นไรแค่โดนต่อยหน้าเอง" ตียังยิ้มทั้งที่ปากมีเลือดออกซิบๆ

"555 แปลกเว้ย โดนต่อยหน้าขนาดนั้นยังบอกไม่เป็นไร" โบ๊ทเริ่มเห็นความพิศดารของเพื่อน ถ้าเป็นเขาโดนต้องลงไปนอนกองแน่

"นักเรียนม.5/7 เชิญเข้ามา"
ครูแก้วเรียกเพื่อนรักทั้งสี่เข้ามาห้องปกครอง โดยมีเหล่าอันธพาลเดินออกมาแล้วทำตาขวางใส่พวกเขา เป็นสัญญาณให้รู้ว่ามียกสองอีกแน่

"เชิญนั่ง" สาววัยสี่สิบห้าชี้ไปที่เก้าอีฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ "เล่าความจริงมา ทีละคน"
ทั้งสี่เริ่มเล่าก่อนทีละคน แก่นความจริงยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่ละคนกล่าวในลักษณะโทษตัวเอง

สาววัยสี่สิบห้านั่งฟังนักเรียนเล่าเรื่องอย่างตั้งใจและสงบจนคนสุดท้าย ความจริงเธอเป็นครูเข้าใจเด็กที่สุด แต่เธอเคร่งต่อกฏระเบียบมากเธอจึงได้รับเสียงวิจารย์จากนักเรียนไม่น้อย

"ครูรู้สึกซาบซึ้งสำหรับการรักเพื่อนของพวกเธอมาก แต่กฏก็เป็นกฏพวกเธอจะถูกเขียนลงสมุดปค. 02 โดยเฉพาะเธอ การันตี แต่ครูจะอนุโลม ไม่เชิญผู้ปกครองพวกเธอมาเหมือน นายปันพล(ปัง)" ครูแก้วมองไปที่หนุ่มทั้งสี่ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ในขณะทีครูชัยกำลังเขียนสมุดปค. อยู่
"เชิญกลับห้องได้ ตอนนี้คงถึงคาบสองแล้ว" ครูแก้วยืนขึ้นชี้ไปทางประตูก่อนจะหยิบยาพาราเซตามอนออกมา

"เดี๋ยวนายการันตี เอานี่ไป แล้วกินด้วย"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จนพักเที่ยงแล้วตียังหาเจ้าของกระดิ่งไม่เจอ เขาลองถามคนทั้งห้องดูแล้ว แต่ไม่มีใครรู้หรือเคยเห็นกระดิ่งอันนี้เลย

"เห่ยตี แดกข้าวเว้ย" กาวกล่าว ตอนนี้เขากลับมาเป็นคนเดิมแล้วหลังจากหลับคาบคณิตมาสามคาบเต็มๆ

"ไปดิ"

"นายวิทยา แย้มปราการ" เสียงเรียกของบุคคลที่กาวไม่อยากเจอที่สุดในรอบวัน ครูหมูชายร่างท้วมสอนวิชาภาษาจีน "ค้างงานตั้งแต่เทอมที่แล้ว เมื่อไหร่จะมาซ่อม"
กาว หรือ นายวิทยา ยังไม่ทันได้ตอบ ครูหมูก็หันไปสะดุดตาวัตถุขนาดวางบนฝ่ามือของตี
"ขอเหล่าซือดูได้ไหม"

"แน่นอนครับ" ตียื่นกระดิ่งสีดำอมทองนั้นให้กับครูหมู เขาไม่มีเหตุผลจะหวงของสิ่งนี้

"เป็นของที่สวยนะแม้จะเก่ามากแล้วก็ตาม เดี๋ยวก่อน..." ชายร่างท้วมพิจารณาก่อนจะสะดุดกับอะไรบางอย่าง เขาหยิบแว่นขึ้นมาใส่ "บนกระดิ่งนี้ถูกสลักภาษาจีนเอาไว้ว่า '平安(ผิงอัน)' ที่แปลว่าสวัสดิภาพ ของการันตีหรอ?"

"ไม่ใช่หรอกครับ คือผมกำลังหาเจ้าของมันอยู่" การันตีตอบ บางทีครูหมูอาจจะรู้ว่าของใคร

"ครูไม่เคยเห็นหรอก แต่นักเรียนรีบหาเจ้าของมันให้เจอเถอะ ป่านนี้เจ้าของคงจะร้อนใจแย่แล้ว" ครูหมูพูดพร้อมคืนกระดิ่งนั้นให้ตี จากนั้นก็หันไปชำระเรื่องค้างคากับโจทย์เก่า

"คือ.....ผมหัดคัดคำว่าหว่อ ที่แปลว่าเธอยู่หน่ะครับ ยังไม่เสร็จ" กาวไหลได้เสมอ

"ขอให้มันจริงเถอะ นายวิทยา เหล่าซือจะเชื่อดีไหมนะ" ครูหมูพูดลงท้ายเสียงสูงเหมือนไม่เชื่อ จากนั้นก็เดินจากไป

"ต้องเชื่อซิวะ" กาวพึมพำในระยะที่แน่ใจว่าผู้ฟังจะไม่ได้ยิน
"เป็นกู กูก็ไม่เชื่อหรอกวะ...ก็คำว่าหว่อ... มันแปลว่าฉัน..." ก้องยิ้มอนาถให้เพื่อน 'เกือบ'ฉลาดอย่างกาว

โรงอาหารของโรงเรียนสามัคคีพัฒนาเป็นอาคารสามชั้นขนาดใหญ่ ใหญ่เกินด้วยซ้ำนักเรียนสามพันเก้าร้อยห้าสิบสามคน
ชั้นแรกเปิดโล่งรับอากาศข้างนอกมีโทรทัศน์อยู่เป็นจุดๆ
ชั้นสองเปิดเครื่องปรับอากาศทั้งชั้นเหมาะสำหรับคนขี้ร้อน แต่ปกติมักเป็นจุดรวมตัวของครูทั้งหลาย นักเรียนส่วนมากจึงเลือกนั่งชั้นแรก
ส่วนชั้นสามเป็นหอประชุมและที่จัดนิทรรศการ โดยปกติแล้วจะล๊อกไม่ให้เข้า
ด้วยร้านอาหารให้เลือกซื้อเกือบ 20 ร้าน นักเรียนจึงไม่เคยเบื่อกับรสชาติอาหารของที่นี่

"เห่ย วันนี้กินไรดีวะ" ก้องถามขึ้น เขารู้สึกหิวจนสามารถซัดราเมงได้เป็นถาด

"ลาบ ร้านเจ็ดแล้วกันเว้ย" กาวเอ่ย ในขณะที่ความจริงเขาก็กินลาบเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะ ด้วยเหตุผลที่ลาบนี้ทำให้กาวนึกถึงฝีมือคุณย่าที่เสียไปแล้ว
ทุกคนเห็นด้วยกับกาวจึงเลือกเดินไปต่อคิวที่ร้านเจ็ด

ระหว่างต่อคิว
"อุ๊ย..." เด็กม.1 คนหนึ่งทำผ้าเช็ดหน้าตก โดยมีหน้าหล่ออย่างก้องอยู่ตรงหน้า หากแต่คนเก็บขึ้นมาคือโบ๊ท

"นี่จ๊ะน้อง...." โบ๊ททำเสียงหวานสุดขีด ในขณะที่ก้องแค่ยิ้มน้อยๆเท่านั้น

"เจน... ขอบคุณค่ะ" เด็กม.1 กล่าวขอบคุณแนะนําตัวเองกลายๆ โดยที่คําขอบคุณนั้นไม่น่าจะตั้งใจบอกโบ๊ทเท่าไหร่ เพราะตาของคุณเธอและเพื่อนๆ กลับมองที่หน้าหล่อขั้นเทพของก้องอย่างไม่วางตา
เธอบิดผ้าเช็ดหน้าสายตาเหมือนจะจับก้องกินเข้ลไปให้ได้...
เกิดเป็นคนหน้าตาดี มันมีราคาตรงนี้เนี่ยแหละ!
ฮึ่ย! เพื่อนตรูกินอะไรเป็นอาหารว่ะเนี่ย!?
โบ๊ทคิด แล้วหันไปมองไอเพื่อนซี้ตัวแย่งหญิง

"แม่งเอ๊ย!" โบ๊ททำเสียงพึมพำก่อนจะเมินหน้าหนี

"อย่าเซ็งไปเว้ย มึงยังมีน้องวินนี่ อยู่นะ" กาวทำท่าเหมือนจะปลอบเพื่อน เขาชี้ไปที่กลุ่มตุ๊ดของโรงเรียน โดยเจาะจงไปที่วินนี่หัวหน้าแก๊งสาวประเภทสอง ที่ตอนนี้มองโบ๊ทไม่วางตา

"เออจริง บางทีสเน่ห์มึงอาจจะดึงดูดเพศเดียวกันก็ได้นะเว้ย กูยังจำวันที่หัวหน้าแก๊งตุ๊ดสองแก๊งตบกันเพื่อแย่งมึงได้อยู่เลย 555" ตีเสริม ในขณะที่วินนี่ส่งสายตามาแบบทําให้โบ๊ทอดนึกถึงเพลงนึงไม่ได้...
'อยากจะกลืนกินเธอทั้งตัว~ ไม่อยากเหลือไว้ให้ใครได้กลิ่น~' วู้ว!

โรตีเล่นโบ๊ทได้แล้วเริ่มกลับสู่ภาวะปรกติ ระหว่างต่อแถวรอ เค้าก็เริ่มคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เค้ามองไปเรื่อยๆจนไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง...

ผอ.เกียรติศักดิ์!

โรงเรียนนี่้โดยรวมถือว่าอยู่แล้วมีความสุข โดยเฉพาะสองปีก่อนตอนผู้อำนวยการคนเก่ายังอยู่
ไม่ใช่ ผอ.เกียติศักดิ์ ผู้อำนวยการหน้าเลือดคนปัจจุบัน...
ผอ. อายุราวสามสิบกว่า ร่างอ้วนเหมือนซูโม่รุ่นเฮฟวี่เวตและหัวที่ล้านจนต้องใส่วิกบังการสังเคราะห์แสง...
เค้าดูแก่กว่าความเป็นจริงมากในความคิดโรตี...
แต่ที่เค้าสะดุดอยู่ที่ผอ. ก็เพราะตอนนี้... ผอ.เกียรติศักดิ์กําลังเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง...
ซึ่งปกติก็อย่างที่รู้ๆกัน... ว่าผอ.จะไม่ค่อยออกจากห้องผู้อำนวยการเว้นแต่จะมีความจําเป็น...
ประมาณว่าฟ้าถล่มดินทลายหวือแหไปทําผู้หญิงท้อง... เอ๊ย! เอาเถอะเค้าก็รู้กันทั้งโรงเรียนว่าผอ. กำลังเป็นข่าวกับ มิสเจนี่ครูสาวลูกครึ่งสุดเซ็กซี่ ที่เข้าออกห้องผู้อำนวยการบ่อยๆ ซึ่งตอนนี้หล่อนก็กำลังขึ้นไปชั้นสองเช่นกัน หากแต่ใช้บันไดคนละด้าน...
คงเพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตาใคร...

"เอาอะไรละหนูวันนี้" เสียงป้าดีขายลาบ ปลุกตีให้ออกจากอาการเหม่อลอย

"อ้อครับ เอา...."
เฮ่ย ป้าไม่น่ารีบเลย! เพราะหันไปอีกทีผอ.หัวโซล่าเซลล์กับครูเจนี่ก็หายเข้าชั้นสองไปแล้ว...
----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้เลิกเรียนเกือบจะชั่วโมงได้แล้ว
ตียังคงตามหาเจ้าของกระดิ่งไม่พบ แม้จะมีกาวกับโบ๊ทช่วยซึ่งช่วยก็เหมือนไม่ได้ช่วยก็ตาม... ส่วนคนที่พึ่งได้อย่างก้องก็ดันมีธุระซะนี่!
โบ๊ทที่บอกว่าจะไปช่วยหาที่ห้องศีลจีน มันบอกว่าถ้่าได้อะไรจะโทรมา แต่ก็จวนจะสี่สิบนาทีแล้วมันก็ยังไม่ติดต่อมา มีหวังไปหม้อสาวที่ห้องศีลจีนแหงๆ
ส่วนกาวที่ตามหลังเขาอย่างเชื่องช้าเพราะมัวแต่ดูนิตยสารรถรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างใจจดใจจ่อ อยู่ๆก็พลัดกับตีไปไหนแล้วไม่รู้...

ปัก!

"โอ๊ย!"

"ขอโทษครับ" ตีรู้ตัวว่าชนคนล้มจึงหันกลับไปยื่นมือให้ดึง จึงได้พบว่านั้นคือ กรกนก เพื่อนสนิทตอนสมัย ม.ต้น ก่อนจะโดนจับแยกห้องตอน ม.3

"อ้าว โรตี" กรกนกยื่นมือไปจับตีให้ฉุดขึ้นมา

"ขอโทษจริงๆ เจ็บตรงไหนหรือป่าว?" ตีถามอย่างสุภาพ เพราะ ไม่สนิทเหมือนแต่ก่อน

"ไม่เป็นไรหรอก แต่ก่อนเคยโดนเธอแกล้งหนักกว่านี้อีก จำไม่ได้หรอ" กรกนกนักเรียนรุ่นเดียวกับโรตี ผู้เป็นที่หมายปองของหนุ่มหลายคนในโรงเรียน เธอยังคงมีรอยยิ้มที่แสนหวาน และเธอก็ยังคงปลื้มความเป็นสุภาพบุรุษของตีที่ไม่เปลี่ยน

"เออจริงด้วย" ตีคิดสมัยอยู่ม.1 ที่ตัวเองเลียนแบบท่ามวยปล้ำในทีวี จับกรกนกกดลงกับพื้นได้

"ทำไมเราไม่ค่อยเจอตีเลยล่ะ อยากบอกว่าดูดีขึ้นนะเนี่ย" กรกนกถามเพื่อนเก่า

"จริงหรอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่่หรอก ก็เธอย้ายไปอยู่ศีลดนตรีไทยหนิ" ตีตอบอย่างเขินๆ เพราะ เพื่อนสาวที่เคยห้าว ตอนนี้โตขึ้นกลับน่ารักขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

"แล้วกรกําลังจะไปไหน"

"เราต้องขนเครื่องดนตรีจากห้องโสดอ่ะ พรุ่งนี้มีแสดงตรงหน้าลานเฟื่องฟ้า"

"มา ให้เราช่วยดีกว่า"
กรกนกยิ้มแทนคำขอบคุณ

กรกนกน่ารักขึ้นอย่างผิดหูผิดตา จากสาวห้าวที่เคยเล่นมวยปล้ำกับตีตอนม.1 บัดนี้กลายเป็นหนึ่งในดาวโรงเรียนเพียงเวลา 4 ปี
โบ๊ทเคยหาว่าเขาเป็นเกย์ มันบอกว่าไม่เคยเห็นตีจีบสาวซักที แต่จากนี้มันคงด่าเขาไม่ได้แล้ว ชายหนุ่มพิจารณาหน้าเรียวขาวที่ถูกกั้นเพียงของที่พวกเขาช่วยกันยกเท่านั้น

"วางได้แล้วละโรตี" กรกนกปลุกตีจากความคิดเพ้อเจ้อ

โรตีรีบหลบสายตาดาวโรงเรียนก่อนวางระนาดไม้สีน้ำตาลเข้มลง

กรกนกหัวเราะเบาๆก่อนจะไปช่วยกันขนของต่อกว่าเพื่อนเก่าสองคนจะขนเสร็จก็เย็นมากแล้ว

"ขอบใจนะ โรตี.....เราไปแล้วนะ" กรกนกกล่าวขอบคุณอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูรถเบ๊นซ์สีขาวที่มีคนขับรถขับรถขับมารับ

"เดี๋ยวก่อน สัปดาห์หน้าพวกเรามีแข่งรัคบี้เออ...เธอแบบว่า" ตีไม่กล้าชวนดาวโรงเรียนให้ไปเป็นกองเชียร์กับเขาในสัปดาห์หน้า เขาได้

กนกนกเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
โรตีเกาหัวไปไม่เป็น

”จะให้เราไปเชียร์”
กรกนกถามยิ้มๆ

"ฮ่าาาา ถ้ากรว่างนะ"

"ได้สิ!" กรกนกส่งรอยยิ้มให้ตีอีกครั้งก่อนจะปิดประตูรถ

ตียืนแข็งเป็นหุ่นกับการจีบหญิงครั้งแรกของเขา
กรกนกสวยขึ้นทุกวันทําให้ใจของหนุ่มน้อยอย่างเค้าก็ยิ่งหวั่นไหว...
ไม่มีใครรู้ว่าเขายืนเหม่อไปกี่นาที...
แต่เขารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้น

ไอโบ๊ท...

'ขอโทษ แต่พวกกูจะเลี้ยงข้าวสองมื้อเป็นการไถ่โทษ แล้วจะช่วยมึงหาต่อด้วย ตอนนี้กูเจอไอกาวแล้ว เจอกันที่เดิม"
มันคงสำนึกกันแล้วตีคิด

ตีเดินออกจากโรงเรียนเพื่อไปร้ายก๋วยเตี๋ยว ตามนัดที่นัด กาวกับโบ๊ทไว้

เค้าเดินไปอย่างอารมณ์ดี
เพราะวันนี้....โดนโบ๊ทด่าว่าเป็นเกย์ไม่ได้แล้ว
โลกรอบๆตัวเหมือนจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู....

ร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ผ่านทางกลับบ้านเค้าพอดี
ไฟจากริมทางเดินเริ่มเปิดบอกถึงเวลายามหัวค้ำ

แต่น่าแปลก...
ชาวบ้านที่ไม่รู้หายไปไหนกันหมด...
เค้าเริ่มรู้สึกทะแม่งทะแม่ง

ไฟดวงนึงข้างหน้าก็กระพริบริบหรี่ๆเหลือเกิน ชวนให้นึกถึงหนังสยองขวัญหลายเรื่องของสหมงคลฟิมห์ม...

แต่ช่างเถอะ!
คงจะเป็นเพราะอยู่คนเดียวเลยคิดฟุ้งซ่าน
ตีหยิบกระดิ่งจากกระเป๋ากางเกงออกมาดูอีกที แต่คราวนี้เขากลับรู้สึกสยองกับกระดิ่งรุ่นปู่ทวดนี้ซะแล้ว!
เพราะไอไฟเจ้ากรรมข้างหน้านี่แท้ๆเลย
สู้สู้!........
ตีบอกกับตัวเองในใจทำใจดีสู้เสือ ทั้งที่ใจดวงน้อยๆตกไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว... ไอตีเอ้ย!
ตีสูดหายใจลึกๆ เอากระดิ่งที่ทำขนพองสยองเกล้าเก็บลงกระเป๋ากางเกง เดินหน้าต่อ
แต่แล้ว...

ซู่!!!!!!!!!!!!!!!!!
ฟึ่บ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ตีตกใจหันไปตามเสียง
มันเหมือนเสียงจากโพลงหญ้าข้างๆขยับ
เหมือนเงาคนวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เห้ย ซวยละตรู ผีป่าวว่ะ!?
โรตีมองซ้ายมองขวา ท่าทางเลิ่กลัก

"หยุดนะ นั้นใครนะ"
ตีตะโกนส่งๆ เพื่อเรียกขวัญตัวเอง ใจลึกๆภาวนาขอให้อย่าเป็นอะไรที่ไม่มีอยู่ในโลกมนุษย์
เค้ายังคงมองเพ่งไปที่โพรงหญ้าที่เป็นที่มาของเสียง

แล้วจู่ๆ...

เพร้ง!!!!!!!!!!!!
ไฟดวงนั้นดับลง


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Crane เมื่อ 26 ม.ค. 2013, 16:17, แก้ไขแล้ว 7 ครั้ง.
รูปภาพ
fiction ของผม
Faith of warrior
ฝากด้วยครับ ลองดูอาจไม่ผิดหวัง
<<

0Supachai0

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 90

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2012, 21:04

โพสต์ 05 ม.ค. 2013, 21:17

Re: ปมปริศนาเกราะสีขาว the white armor

มาอ่านแล้วครับ พี่วิจารณ์ไม่เป็นนะ แต่ขอแนะนำในฐานะผู้อ่านธรรมดาแล้วกันครับ อาจจะงงๆหน่อยเพราะวันนี้เมานิดนึง(ฉลองวันเกิด)555+

ก่อนอื่นสิ่งที่อยากจะแนะนำเลยคือ หัวข้อกระทู้ หากอัพเดทตอนใหม่ๆควรใส่ชื่อตอนลงไปด้วยเช่น "the white armor:ปมปริศนาเกราะสีขาว - Chapter2 ABCD อัพแล้วครับ" อะไรประมาณนี้เพื่อเป็นการแจ้งข่าวสารและเรียกความสนใจให้กับผู้อ่านที่ผ่านมาเห็น

ส่วนเนื้อเรื่องบทแรกอย่างที่พี่เบียร์อธิบายไปแล้วเลยครับ ว่าควรศึกษาจากคนเก่งๆ ในบอร์ดเราก็มีหลายคนเลยล่ะครับที่น้องสามารถนำมาเป็นตัวอย่างและปรับใช้ได้

จากที่อ่านบทที่2 การจัดย่อหน้าอ่านสบายขึ้นครับ แต่เนื้อเรื่องพี่ยังงงๆว่าจะไปในแนวทางไหน ทั้งที่ดำเนินมาสองบทแล้ว จริงๆ ควรจะเกริ่นนำธีมหลักของเรื่องในตอนแรก หรือบทนำ เพื่อดึงความสนใจจากนักอ่านว่าใช่แนวที่ตัวเองชอบหรือไม่ แต่อันนี้อาจต้องรอถึง3บทถึงจะนำเข้าไปสู่จุดไคลแม็กของเรื่อง

ยกตัวอย่างฟิคของพี่ ถ้าหากพี่ไม่เขียนบทนำขึ้นมา นักอ่านบางคนอาจไม่รู้เลยก็ได้ว่านิยายเรื่องนี้มันมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และเรื่องมันจะไปในแนวทางไหน(ถ้าไม่อ่านIntro คนคงคิดว่าคงเป็นแนวดราม่า) และอาจจะพาลไม่อ่านไปเลยก็ได้ ดังนั้นพี่ว่าในจุดนี้สำคัญครับ เปิดเรื่องน่าสนใจมีชัยไปกว่าครึ่ง

ที่เหลือต้องใช้ประสบการณ์เก็บเกี่ยวเอาจากการอ่านการดูหนังหรือสารคดี สังเกตสิ่งรอบตัว ข้อมูลในการเขียนเดี๋ยวนี้หาง่ายมากครับเพียงเข้าGoogle หากเป็นเรื่องแรกก็ควรแต่งตามแนวที่ถนัดจะทำให้ผลงานออกมาดีที่สุดครับ ตัวพี่ก็ยังต้องพยายามพัฒนาต่อไปอีกเยอะ เพราะเริ่มต้นมาก็จากศูนย์เหมือนกันไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าชีวิตนี้จะได้มาเขียนนิยายกับเขา - -* แต่ตอนนี้รักแล้วล่ะครับ การเขียนนิยายมันมีเสน่ห์ในตัวของมันพี่คิดว่างั้นนะ ถึงจะเขียนไม่เก่งแต่ก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้คิดได้เขียนได้ถ่ายทอด (จะเครียดบ้างก็เวลามุขตันนี่ล่ะ555+)


ยังไงก็สู้ๆครับ พี่เชียร์เต็มที่ :e3


เรื่องลงรูปอธิบายสั้นๆนะครับ ไม่เข้าใจถามได้ อันดับแรกเข้าไปฝากรูปก่อน ในที่นี้แนะนำเว็บ http://image.ohozaa.com/main/

เข้าหน้าเว็บมากดปุ่มสีส้มSelect Images เลือกรูปที่เตรียมไว้ในเครื่องของเรา รอจนอัพเสร็จ จากนั้นก๊อปปี้ลิ้งค์ในหัวข้อ BBCode [Full image] ต่อมาก็นำลิงค์ที่ก๊อปมาวางในจุดที่ต้องการให้รูปแสดงในบอร์ดเลยครับ
<<

Crane

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 75

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 18:18

โพสต์ 05 ม.ค. 2013, 21:52

Re: ปมปริศนาเกราะสีขาว the white armor

รับรองครับว่าตอนต่อไปจะเริ่มถึงจุดไคลแมกแน่นอน
เพราะจะได้เห็นเงาของเกราะขาวอะไรนี่
แต่ก็กลัวจะเขียนออกมางงเหมือนกัน
งั้นผมขอเวลาศึกษาสักนิดนึงแล้วกันนะครับ

ขอบคุณมากครับ
ในที่สุดก็มีคนมาอ่านอีกคน :e3

ปล.แก้ไขขอทานเขมรเป็นพม่า - -
ปล.2 ลื้อตอนสองท่อนหลังบางส่วน
ปล.3 ตอน3 จะมาเร็วๆนี้ แต่จุดไคลแมกจะปรากฎจริงๆตอน 4
รูปภาพ
fiction ของผม
Faith of warrior
ฝากด้วยครับ ลองดูอาจไม่ผิดหวัง
<<

Crane

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 75

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 18:18

โพสต์ 19 ม.ค. 2013, 22:49

Re: Faith of warrior(แก้ชื่อเก่ามันแปลก) แก้ไขปรับปรุงใหม่ลอ

ตอนที่3 ลางบอกเหตุ

ณ.สนามบอลอเนกประสงค์โรงเรียนสามัคคีพัฒนา
เวลา 17:50 น.

5 นาทีสุดท้ายของครึ่งเกมส์แรก

"ส่งมาเว้ย ทางนี้ต้น" กาวไอ้หนุ่มผอมแห้งดูขี้ยาในเสื้อสีฟ้าเบอร์ 11 เรียกต้น รุ่นน้อง ม.4 ให้ส่งลูกให้

แม้ว่าปกติกาวจะดูขี้ยา...

แต่ไม่ใช่ตอนเล่นรักบี้!

เขาเป็นตัวเต็งที่สุดในทีม สาวๆและกองเชียร์เกือบทั้งสนามมองเสื้อฟ้าเบอร์ 11 ที่ตอนนี้มีลูกรักบี้อยู่ในมือนี้เป็นตาเดียว

กรี๊ด............
สาวๆรอบข้างกรี๊ดให้กับท่าหลบการแทคเกิลของฝ่ายตรงข้ามสุดพิลึกของกาว แต่กาวก็ไม่ลืมส่งลูกก่อนจะหันมายิ้มโชว์ฟันขาวให้กับเชียร์ลีดเดอร์

ผู้รับลูกต่อคือก้อง เบอร์ 5 คราวนี้เสียงกรี๊ดดังขึ้นกว่าเดิม ทั้งที่ก้องยังไม่ทันทำอะไรมากเพียงส่งบอลให้วสัน น้องชายบุญธรรมของตี

คนในสนามยังคงวิ่งกันชุลมุน

เหลืออีกนาทีสุดท้าย!!!

วสันถูกแทคเกิลโดยปังเสื้อแดงเบอร์ 12 ที่เส้น 22 เมตรบอลถูกโยนทิ้งกลางอากาศ!

วินาทีอันชุลมุนนั้น!!!!!

การันตีเบอร์ 8 กระโดดรับลูกก่อนตกถึงมือฝ่ายตรงข้าม

ตีกลิ้งตัวหลบก่อนที่จะถูกนักกีฬาฝ่ายตรงข้ามทับ

เสียงกรี๊ดดังขึ้นอีกครั้ง

ตีวิ่งเร็วที่สุดในชีวิต โดยนักกีฬาเสื้อแดงคนอื่นๆวิ่งตามข้างหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศัตรูคู่อาฆาตอย่าง ปัง!

ตีรู้ดีว่า หยุดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว!!!!!

ข้างหน้าคือฝ่ายตรงข้ามในเบอร์ 17 เข้ามาแทคเกิล! ตีโดดหลบอย่างฉิวเฉียด เบอร์ 17 คว้าได้เพียงอากาศ...

ตีเบอร์ 8 วิ่งต่อไปแม้เขาแทบหมดแรงแต่สองเท้ายังคงก้าวไปข้างหน้า เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น!
ฝ่ายตรงข้ามมาจากทั้งซ้ายและขวามุ่งเอาเบอร์ 8 ไฟแรงลงกับพื้น
แม้ฝีมือยังเป็นลองกาว แต่ด้วยฉายาจรวดทางเรียบ ตีสไลค์หลบสองคนนั้นอย่างน่ามหัศจรรษ์

เสียงกรี๊ดดังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเมื่อฝั่งสีฟ้ากำลังจะทำแต้มแรก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีกรกนกอยู่ด้วย

"ทรัย!" เสียงกรรมการดังมาจากลำโพงประกาศเสียง "ฝ่ายสีฟ้าได้ 5 แต้ม"
พร้อมเสียงนกหวีดหมดเวลาตามมาติดๆ

อันธพาลปังถึงกับหัวเสียเตะพื้นโวยวายทั้งสนาม

จบครึ่งแรกด้วยคะแนน แดง-ฟ้า 7-5!


ในช่วงพัก 15 นาที...
นักกีฬาพักอยู่ใต้อาคารสิริ ใต้อาคารเปิดรับลมสี่ด้าน

"นายเจ๋งมาก" ก้องตบไหล่เพื่อนสนิทที่สามารถทำเกมส์ได้

"ไม่ใช่....กู...คนเดียว.....หรอกเว้ย" ตีพูดอย่างหอบๆ เขาใช้แรงจนเกือบหมดกับการวิ่งสู้ฟัด
เมื่อห้านาทีที่แล้ว........เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้หลังกำแพงคือใคร....ขอทานพม่า!

“ลุง ลุง เดี๋ยวก่อน” การันตีลืมอาการเหนื่อยของตัวเอง เขารีบวิ่งไปหาขอทานเฒ่าคนนั้น

“โรตี” ตีหันไปหาต้นเสียง เธอคือคนที่ตีอยากเจอที่สุดในรอบวัน พอจะหันหน้าไปดูขอทานเฒ่าอีกทีก็ไม่เจอแล้ว คงไม่มีประโยชน์ที่จะตามต่อไป
ที่หน้าแปลกคือ ขอทานเฒ่านั้นเอาเสื้อผ้าดีๆ อย่างงั้นมาจากไหน ถ้าไม่ใช่เพราะคราวแล้วโดนขอทานเฒ่าเขย่าเกือบครึ่งนาทีคงจำขอทานคนนั้นไม่ได้หรอก

ไอ้หนุ่มเบอร์ 8 เผยรอยยิ้มและเดินตรงเข้าไปหาเจ้าของเสียง กรกนก
"เรานึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว" ทีมสีฟ้ารวมตัวจริงและตัวสำรอง 20 คนหันไปมองที่ตีพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

"เราไม่ผิดสัญญาหรอก" กรกนกพูดในขณะที่เพื่อนผู้หญิงข้างเธอซุบซิบกันอยู่ข้างหลัง ก่อนไปเธอพูดคำที่ตีอยากได้ยินมากที่สุดในรอบวัน "สู้ๆนะ เราเป็นกำลังใจให้"

ตีถึงกับออกอาการหน้าแดงที่มีผู้หญิงมาให้กำลังใจถึงที่ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เขากำลังลงมือจีบ

คราวก่อนเขาไม่กล้าสบตากรกนก แต่จากเมื่อกี้ตีได้สังเกตุดูเพื่อนสาวสมัยม.ต้นอย่างถี่ถ้วน ผิวผ่องสีขาวนวล ผมยาวสีดำปนน้ำตาล รูปร่างได้สัดส่วน โดยเฉพาะดวงตากลมโตสีดำคู่นั้น ไม่แปลกว่าทำไมเธอถึงได้ใจหนุ่มๆทั้งหลายไปครอง
ตีตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าต้องจีบกรกนกให้ติด

"โว้! พี่ตีเล่นของสูงนะคร๊าบ..." วสันลากเสียงยาวล้อเลียนผู้เป็นพี่

"ใช่ น้องมึงพูดถูกมึงนี่เล่นของสูงนะเนี่ย..." กาวเสริม

"มึงไม่รู้หรอ คนนี้ฮาทคอร์เว้ย" โบ๊ทสรรธยาย "กูกับไอฟรุ๊คเคยลองจีบดูละ ยากมาก มึงรู้ไหมพ่อเธอคือใคร ธนพล ศรีตนาโรจน์ รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศนะเว้ย ถ้าเปรียบเธอเป็นบอสนะ เธอคือบอสใหญ่เลย นี่แล้วก็..."

ไม่ทันที่โบ๊ทจะได้พูดจบก้องก็แทรกมาก่อน "แต่ตีมันมีไอเทมพิเศษวะ" ก้องกอดคอเพื่อนผู้ได้ชื่อว่ามีไอเทมพิเศษ
"กูเห็นรอยยิ้มของกรกนกอยู่ ดูได้ไม่ยาก กูฟันธงว่าตีมันไม่ได้ตบมือข้างเดียว"

“เห่ย พวกแกเลิกไร้สาระได้ละ ตอนนี้คะแนนเราตามหลังมันอยู่” ครูปอครูพละตัวโต โค๊ตของทีมสีฟ้าบอกลูกทีม
เขาทำให้สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้งด้วยการเริ่มวางแผนเกมส์ต่อไป


"นักกีฬาเตรียมตัวเกมส์สองจะเริ่มขึ้นแล้ว" เสียงจากลำโพงดังขึ้น

ทีมสีฟ้าประสานมือไว้ด้วยกันก่อนตระโกนพร้อมกัน
"สู้โว้ย"

ในขณะที่ทีมกำลังลงสนามตีได้สังเกตุเห็นชายขอทานพม่าอีกรอบ แอบทำลับๆล่อๆหลังเสาอาคารเมื่อเขาหันไปชายคนนั้นกลับวิ่งหนีเช่นเคย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกจับตามองจากระยะไกลโดยขอทานเฒ่าชาวพม่านี้คนนี้
ความจริงเขาเริ่มถูกจับตามองตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเวลาเรียน เดินกลับบ้าน ไม่แน่บางทีชายผู้นี้อาจคือคนเดียวกับที่วิ่งหายไปเมื่อวันจันทร์ที่แล้วก็ได้ ทว่าเขาต้องการอะไร ไม่ว่าอย่างไรเขามีสิ่งสำคัญมากกว่าให้คิดตอนนี้ ด้วยสปิริดนักกีฬา เขาจะต้องเล่นครึ่งเกมส์นี้ให้เต็มที่

นักกีฬาทีมละ 8 คนที่ย่อขนาดลงมาจากของจริง 15 คนเนื่องจากพื้นที่ไม่อำนวยยืนเรียงกันเป็นแถวกลางรอเริ่มเปิดเกมส์

ปรี๊ด!
นกหวีดดังขึ้น

โบ๊ทในเบอร์ 22 แย่งลูกได้เตะรักบี้เปิดเกมส์
ทว่าผู้รับลูกได้เป็นฝ่ายตรงข้ามเบอร์ 13

เบอร์ 13 เล่นลูกไวยากที่ฝ่ายสีฟ้าจะตามทัน ด้วยทีมที่ฝึกมานานกว่าแถมตัวเต็งระดับจังหวัดอย่าง 'มี' เบอร์ 5 หนึ่งในนักเรียนที่ต่อยกับพวกการันตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ดูเหมือนสีแดงเอาจริงแล้ว!

"สีแดง 5 แต้ม"

หลัง drop kick คราวนี้เป็นเกมส์ของฝ่ายฟ้าบ้าง ผู้ไม่ใช่ใครหนุ่มหล่อหน้าใสเบอร์ 5 นั่นเอง
ก้องรู้ตัวว่าไม่ชำนาญการหลบแทคเกิลของฝ่ายตรงข้ามที่โถมเข้ามา เขาจึงเลือกส่งบอลต่อให้เสื้อฟ้ารุ่นน้องอีกคน แต่แค่ท่าส่งก็ทำให้สาวๆหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว

รุ่นน้องคนนั้นส่งต่อให้กาว

กาวในฉายา 'โรนัลโด้แห่งรักบี้' หลบฝ่ายตรงข้ามคนแล้วคนเล่าก่อนจะทำคะแนน

"สีฟ้า 5 แต้ม"

Drop kick รอบสอง สีฟ้าได้อีก 7 แต้มเพราะวางทรัยแล้วทำประตูโดยกาว

ทว่ามีคนกำลังหมายดาวรุ่งเบอร์ 11 นั้นอยู่
'ปัง'! กองหลังยักษ์ใหญ่ อันธพาลโจทย์เก่าของเพื่อนทั้ง 4

Drop kick!
เสื้อแดงเบอร์ 11 ออกจากตำแหน่งที่ตัวเองควรอยู่ วิ่งตรงเข้าหาเสื้อฟ้าเบอร์ 11 ดั่งกระทิงวิ่งชนสีแดง

เบอร์ 11 ตั้งใจหลบแทคเกิล
แต่นี่ไม่ใช่การแทคเกิล
ปังเตะเข้าที่หน้าแข้งกาวด้วยเจตนา

กาวเบอร์ 11 ล้มลงกับพื้น
เสียงเชียร์หยุดทันที....

ปรื๊ด!
เสียงนกหวีดบ่งบอกว่าผิดกฏิกา
แต่เสียงนกหวีดก็ไม่สามารถช่วยกาวให้หายเจ็บได้

"เห่ย" ทุกคนมาดูอาการเพื่อนร่วมทีม
โค๊ดสั่งเปลี่ยนตัวสำรองทันที ส่วนผู้ทำผิดกฏได้ใบเหลืองไปตามระเบียบ

เพียงแต่ว่าปังยังคงมีรอยยิ้ม ใบเหลืองแลกกับตัวเต็งฝ่ายตรงข้ามออกมันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มซะอีก อันธพาลคิด

"มึงเป็นไงบ้างวะ" การันตีถาม

"ไม่เป็นไร แค่เจ็บนิดๆ...อ...โอ๊ยเบาๆสิครับโค๊ด" กาวตอบเพียงแต่สีหน้าไม่หน้าตรงกับคำพูด

"สงสัยกระดูกจะหัก" โค๊ดเอ่ย "เรียกรถพยาบาลซิ

เตียงหามผู้เคราะห์ร้าย หากกาวยังคงยิ้มฟันขาวแม้หน้าจะเขียวเนื่องจากอาการเจ็บ "สู้เต็มที่เว้ย" เตียงถูกหามผ่านกองเชียร์แฟนคลับสาวๆที่พึ่งได้มาสดๆ ดูเหมือนว่าพวกเธอจะเป็นห่วงนักกีฬาเบอร์ 11 เช่นกัน บางทีมันอาจคุ้มกาวยิ้มอีกครั้ง

ลูกโทษ 3 คะแนนฝ่ายฟ้าได้ไป
ทว่าต่อไปคือเกมส์ของฝ่ายแดง

"สีแดง 7 แต้ม"

"สีแดง 7 แต้ม"

"สีฟ้า 5 แต้ม"

"สีแดง 5 แต้ม"

เวลาอีก 3 นาทีสุดท้าย
ทั้งสองคะแนนรวม ฟ้า-แดง 25-31
ขาดตัวประสานเกมส์อย่างกาวเกมส์แทบไปไม่เป็น

ตอนนี้ตีจวนจะถึงเส้น 22 จุดทำคะแนน
ข้างหน้าคือปัง! มันหวังใช้ท่าเดิมที่ล้มกาว
ถึงผิดกฏแต่อริไม่สน

การันตีรู้ทันเขาโดดหลบแข้งมหันตภัยนั้น ก่อนวางทรัยที่จุดทำคะแนน เหลือไม่ถึงนาทีตีไม่มีทางเลือกสัญชาตญาณบอกให้เขาเตะแม้ปกติเคยทำแต่ทรัย

ถ้าเขาเตะเบาไปบอลก็จะไปไม่ถึงโกล์ ถ้าแรงไปก็จะเลยจุด dead ball ไม่มีเวลาคิดอีกแล้วขาขวาอันเป็นขาข้างถนัดของตีส่งลูกสีแสดลอยออกไป

ลูกรักบี้ลอยออกจากเท้านักกีฬาเบอร์ 8!
สีส้มแสดลอยผ่านหน้ากองเชียร์ทีละคน ก่อนจะผ่านข้ามโกโครงเหล็กหกเมตรครึ่งหยุดหน้าเส้น dead ball เพียงไม่ถึงศอก

ปรี๊ด!
"32-31 สีฟ้าชนะ"กองเชียร์สีทีมสีฟ้าลุกขึ้นเฮ
แทบไม่เชื่อว่าลูกฟลุ๊ค 7 แต้มนี้จะเปลี่ยนโชคชะตาสีฟ้า

เย้!
ทีมยกการันตีขึ้นฉลองชัยชนะ
ระหว่างถูกโยนขึ้นลงแชมเปี้ยนชะเง้อซ้ายขวา ว่าแต่กรกนกหายไปไหน.........

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กว่าจะปลีกตัวออกมาแทบแย่ ตีคิดพร้อมมองเหรียญที่เพิ่งได้รับจาก ผอ.หัวโซร่าเซล บนคอ กรกนกคงกลับบ้านไปแล้ว ตีเก็บข้าวของกลับบ้านแต่โดยดี

วสันกับอัสนีบอกว่ามีงานกลุ่มต้อง ตีจึงเดินกลับบ้านกับวายสองคน

"พีตี วายขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" น้องสาวกล่าวบอกตี เธอคงดูการแข่งขันจนไม่ยอมลุกจากแสตนเชียร์

ตีหยิบหูฟังสีขาวยัดใส่ในหู ก่อนจะเปิดเพลงจาก iPod รุ่นเก่าที่ผู้อุปถัมป์ซื้อให้เมื่อ 4 ปีที่แล้วสมัย iPhone ยังไม่แจ้งเกิด
อีกไม่ถึงสัปดาห์ก็จะถึงวันครบรอบ 18 ของตี เขาคิดไม่ออกว่าคราวนี้จะปฏิเสธผู้อุปถัมป์กับของขวัญชิ้นต่อไปอย่างไรดี
แม้ความจริงตีก็ไม่เคยปฏิเสธสำเร็จสักครั้ง แถมของขวัญก็มีค่ามากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะปีก่อนผู้อุปถัมซื้อ Mac book รุ่นล่าสุดที่ถูกส่งตรงจากสหรัฐอเมริกามาให้

ตียังจำผู้อุปถัมป์ได้แม่นยำ แม้เคยเจอกันนับครั้งได้ ชายชาวฮ่องกงใจดี อายุราวห้าสิบต้นๆ หน้าตาผิวพรรณขาวสะอาดบ่งบอกว่าเป็นคนรักความสะอาด ที่จำได้แม่นสุดนาฬิกาข้อมือไขลานสีทองที่เขามักจะใส่ติดตัวตลอด
บางทีถ้าพ่อตียังอยู่คงจะอายุราวๆผู้อุปถัมป์

ฉับ!

"การันตี!!!"

การันตีตกใจที่จู่ๆมีคนโผล่มาจับไหล่เค้าซึ่งๆหน้าแล้วเขย่าอย่างแรง
เฒ่าขอทานจับไหล่การันตีแน่นจนรู้สึกเจ็บ

"อย่าทิ้ง...ทิ้งตาย...ทิ้งตาย"

เค้าคือเฒ่าขอทานที่ตามการันตีตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา
ตีตกใจ พยายามสื่อภาษากับขอทานวิกลจริต

"ทิ้งอะไรลุง ทิ้งอะไร!?"

"อย่าทิ้ง!!! อย่าทิ้ง!!!" ขอทานเฒ่าโวยวายก่อนจะวิ่งหนีหายไป

แล้ว... อย่าทิ้ง!?

อย่าทิ้งอะไร...

“เสร็จแล้ว พี่ตี” วายเรีกพี่ชายที่ยืนค้างเหมือนหุ่นไม้

“อ...เออ....ปะ กลับกัน”


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



บ้านป้าอิงอร
เวลา 20:30


ซู่....................................
ตีเปิดน้ำไหลออกจากฝักบัวเป็นสาย
เขานึกถึงใบหน้ากรกนก

“ยิ้มที่ดูสดใส-กับหัวใจที่อ่อนหวาน-----ท่าทางเธอแบบนั้นดูเท่าไหร่ไม่เคยเบื่อ
แม้เวลาจะพ้นไปนานสักเท่าไร---------เธอยังคงสดใสได้อย่างเหลือเชื่อ”

ดูเหมือนรอยยิ้มของสาวน้อยในดวงใจตี ไม่อาจเรือนหายไปได้

“ต่อให้โลกจะหมุนซักเท่าไร---เธอยังคงสดใสอ่อนหวานเหมือนเคยต่อให้--ใครจะสวยเท่าไรรู้ไหมว่าฉันเฉยๆเพราะว่าเธอน่ารักทุกๆวัน---จนไม่อาจเปลี่ยนใจฉันที่มีให้เธอได้เลยฉันก็คงต้องบอกว่ารักเธอเหมือนเคย.............”

ก๊อกๆๆๆๆๆ
“พี่ตีลงมาข้างล่างหน่อย” อัสนีเรียกพี่ชายที่กำลังมีความสุขในห้องน้ำ.......ช่างขัดจังหวะคนมีความสุขจริงๆ

“เออ เออ เดี๋ยวลงไป” ตีตอบอัสนี ก่อนที่จะเช็ดตัวใส่ชุดนอน


“ไม่จริง โรตีไม่มีทางทำอย่างงั้นแน่นอนคุณตำรวจ” เสียงป้าอรดังมาจากห้องรับแขกชั้นล่างของบ้าน

“มันเป็นแค่หนึ่งในข้อสันนิฐานนะครับคุณ นายการันตี เพียงตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย” ตำรวจในชุดเต็มเครื่องแบบอธิบาย

“มีอะไรหรอครับ” จำเลยปรากฏต่อหน้าเจ้าพนักงาน

“คงเป็นนายการันตีสินะ เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้วมีผู้พบศพนายปันพล ศรีสหบดี หรือ ปัง ถูกฆาตกรรม”

______________________________________________________________________________________________________________________


เล็กๆ:
“ยิ้มที่ดูสดใส-กับหัวใจที่อ่อนหวาน-----ท่าทางเธอแบบนั้นดูเท่าไหร่ไม่เคยเบื่อ
แม้เวลาจะพ้นไปนานสักเท่าไร---------เธอยังคงสดใสได้อย่างเหลือเชื่อ”
“ต่อให้โลกจะหมุนซักเท่าไร---เธอยังคงสดใสอ่อนหวานเหมือนเคยต่อให้--ใครจะสวยเท่าไรรู้ไหมว่าฉันเฉยๆเพราะว่าเธอน่ารักทุกๆวัน---จนไม่อาจเปลี่ยนใจฉันที่มีให้เธอได้เลยฉันก็คงต้องบอกว่ารักเธอเหมือนเคย.............”
เชื่อว่าเพื่อนๆ คงไม่รู้จักเพลงนี้ คือเพลง เหมือนเดิม ของคุณเชษฐา
รูปภาพ
fiction ของผม
Faith of warrior
ฝากด้วยครับ ลองดูอาจไม่ผิดหวัง
<<

Crane

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 75

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 18:18

โพสต์ 20 ม.ค. 2013, 10:38

Re: Faith of warrior ตอน๓ (ลองอ่านกันดูอาจไม่ผิดหวังครับ)

upload fan art

รูปภาพ
ในที่สุดก็ได้ชื่อเรื่องอย่างเป็นทางการสักที


รูปภาพ
กระดิ่งชวนสยองเกล้า มันคืออะไรกันแน่?

ปล. ขอบคุณพี่ต้น supachai มากครับ สำหรับคำอธบายการลงรูป รอคำวิจารณ์ต่อครับ

ตอนหน้าจะมีปมให้นายการันตีมึนอีกเพียบและจะมีคนตายเพิ่มอีกหนึ่งคน(ยังไม่บอกว่าเป็นใคร แต่การตายของเค้าเป็นตัวแปลสำคัญ)
รูปภาพ
fiction ของผม
Faith of warrior
ฝากด้วยครับ ลองดูอาจไม่ผิดหวัง
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 20 ม.ค. 2013, 11:00

Re: Faith of warrior ตอน๓ (ลองอ่านกันดูอาจไม่ผิดหวังครับ)

มาเม้นต์แล้วครับ

ก่อนอื่นออกตัวก่อนว่า พี่ไม่สันทัดฟิคแนวแฟนตาซีอ่ะครับ คือไม่ใช่ว่าพี่ไม่ชอบนะ เอาจริง ๆ เลยพี่เองก็อยากเีขียนฟิคแนวแฟนตาซีเหมือนกัน อาจจะไม่เชิงแฟนตาซีนัก

เอาจริงๆ มีพล็อตในหัว คิดไว้เป็นสิบ ๆ ปีี คือเรื่องมันจะแนวๆ สงคราม/การเมือง/ชิงดีชิงเด่นระหว่างขุนศึก อะไรแนวๆนี้น่ะครับ

ก็ไล่อ่านมาเรื่อย สิ่งนึงที่พี่ติดใจนิดหนึ่งคือชื่อพระเอกกับคุณครูนิดหน่อย คือจุดนี้น้องอาจจะไม่ผิดนะ คือพี่อาจจะผิดเอง คือนึกภาพแล้วมันแปลก ๆ คนชื่อโรตี กับคุณครูชื่อทิพย์รส คืออ่านมาจุดนี้น้องอย่าเข้าใจพี่ผิดนะ คือพี่ยอมรับว่าพี่แก่แล้ว บางอย่างยอมรับว่าตามเด็กรุ่นใหม่ไม่ัทันจริง ๆ ดังนั้นเรื่องชื่อตัวละคร พี่ขอข้ามไปแล้วกัน

ก็เอาจริง ๆ อ่านตอนแรก พี่ยังเฉยๆ แต่พออ่านเรื่อย ๆ อยากจะบอกว่า น่าสนใจอ่ะครับ คืออ่านแล้วอยากรู้ว่ามันเกี่ยวกับชุดเกราะยังไง? คือเหมือนอ่านฟิคแนวสดใส วัยรุ่น อะไรประมาณนี้อ่ะครับ แล้วอยู่ดี ๆ มีเรื่องแฟนตาซีมาปน เลยรู้สึกแปลก ๆ แล้วก็น่าสนใจ เรื่องการใช้ภาษา และบทบรรยาย อยากจะบอกว่าน้องทำได้ดีทีเดียวครับ สำหรับขั้นเริ่มต้น ถือว่ามีอนาคตสดใจเลยทีเดียว มีคำผิดอยู่บ้างอ่ะครับ ไม่แน่ใจว่าน้องจงใจหรือเปล่าเช่นคำว่า "ซามูลัย" น่าจะเป็น "ซามูไร" มากกว่า แล้วก็การจัดวางหน้ากระดาษบางจุดยังแปลก ๆ คือมันสามารถรวมกับเป็นบรรทัดเดียวกันได้อ่ะครับ

ขอโทษด้วยที่พี่ยังไม่สามารถเม้นต์ได้ละเอียดกว่านี้ ตอนนี้ยุ่งมากกกกก ต้องขอโทษด้วย ยังไงโอกาสหน้าพี่จะเม้นต์ให้ละเอียดกว่านี้ครับ
<<

Crane

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 75

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 18:18

โพสต์ 20 ม.ค. 2013, 11:44

Re: Faith of warrior ตอน๓ (ลองอ่านกันดูอาจไม่ผิดหวังครับ)

ขอบคุณมากครับ
ก่อนอื่นอยากบอกว่า ซึ้งน้ำตาแตกที่รู้้ว่าฟิกชั่นของเราน่าติดตาม 555

คือมันไม่เชิงเป็นแฟนตาซีหรอกครับ ความจริงเอียงไปทางประวัติศาสตร์มากกว่า
ผมต้องไปนั่งค้นประวัติศาสตร์ นี่แหละครับที่เค้าเรียกว่างานเข้าโดยแท้
โดยเฉพาะกับนักเขียนมือใหม่อย่างผม
เรื่องภาษามีพี่สาวคอยชี้แนะครับ :e3 555 ถ้าตัวเองเขียนเองก็ไม่รู้จะออกมา
เป็นยังไง

ส่วน fan art ก็พี่สาววาดให้อีกละครับ มี่พี่เก่งมันดีอย่างงี้นี่เอง
รูปภาพ
fiction ของผม
Faith of warrior
ฝากด้วยครับ ลองดูอาจไม่ผิดหวัง
<<

0Supachai0

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 90

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2012, 21:04

โพสต์ 21 ม.ค. 2013, 12:25

Re: Faith of warrior ตอน๓ (ลองอ่านกันดูอาจไม่ผิดหวังครับ)

มาอ่านแล้วครับ

ขอชมก่อนว่า ภาษาที่ใช้บรรยายดูพัฒนาขึ้นกว่าเดิมมากครับ (ต่างจากข้าพเจ้า) อ่านแล้วเห็นภาพชัดเจนขึ้นเลย การเว้นวรรค์หรือการจัดย่อหน้าก็ไม่ค่อยมีปัญหาแล้ว แต่อย่างที่พี่เบียร์บอกว่าบางจุดสามารถนำมารวมกันได้ จะทำให้อ่านแล้วไม่สะดุด แต่เริ่มต้นได้ดีแล้วครับ

ส่วนด้านเนื้อเรื่องเริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้ว อ่าน ๆ ไปนึกถึงพวกหนังแนวไฮสคูล หนุ่มนักกีฬา กับสาวเชียร์ลีดเดอร์อะไรประมาณนี้ แต่มาจบด้วยปมปริศนาให้ลุ้นและติดตามต่อไป หวังว่าตอนหน้าคงจะเริ่มเข้าสู่จุดเปลี่ยนจริง ๆ ของเรื่องแล้วนะครับ

เป็นกำลังใจให้และรอติดตามอ่านตอนต่อไปครับ :e3

ปล. Fanart สวยมากครับ ><
<<

Crane

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 75

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 18:18

โพสต์ 25 ม.ค. 2013, 20:07

Re: Faith of warrior ตอน๓ (ลองอ่านกันดูอาจไม่ผิดหวังครับ)

ขอบคุณมากครับอย่างที่บอก fan art มีพี่สาวช่วย 555

ครับพยายามจะให้เข้าเรื่องเร็วที่สุดแต่ก็ต้องแต่งให้ดูสมจริงแบบสมเหตุสมผล
พูดตามตรงนะครับว่ากลัวเรื่องจะออกมายืดเยื้อยังไงถ้าเรื่องมันยืดเยื้อก็ช่วยตำหนิด้วยนะครับ
แต่ยืนยันครับว่าตอนต่อไปพระเอกของเราจะเริ่มไปสืบแล้วครับ

ขอบคุณสำหรับพี่เบียร์มาครับสำหรับคำเขียนผิดจะรีบแก้โดยไวในวันที่อัพ
ส่วนเรื่องชื่อคนนี่ 555 มันก็แอบแปลกหละครับชื่อพระเอกเนี่ยยังคิดไม่ออกว่ามาได้ไง - -
ส่วนของครูทิพรสย์นี่เอาไว้เป็นน้ำจิ้มฮาๆ จะบอกที่มาของชื่อภายหลัง
รูปภาพ
fiction ของผม
Faith of warrior
ฝากด้วยครับ ลองดูอาจไม่ผิดหวัง
ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน