MEP] IRATUS: Epilogue + Special Chapter อัพ [21/03/14]

<<

PREUK_RE

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 3138

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 23:44

โพสต์ 19 ธ.ค. 2013, 23:00

Re: [MEP] IRATUS: Russian Roulette อัพ [18/12/2013]

อ่านจบแล้ว สนุกมากกกกกกกกกกกก ชอบอ่านฉากบู๊ๆอ่ะ เบียร์เขียนได้อารมณ์ดีจริงๆ

ไอ้ดอกเตอร์นี่แอบนึกถึง Nyx ในภาค Outbreak ด้วยเหมือนกันแฮะมีทั้งหนวดและดูดคน มันฉีดไวรัสอะไรเข้าไปวะเนี่ย ท่าจะเมพ

รูปภาพ
http://static2.wikia.nocookie.net/__cb20080527145053/capcomdatabase/images/7/7b/REOutbreak2Nyx.png

แต่ไม่พ้นความสามารถของ Victor หรอก (หมายถึงส่วนใหญ่คอยสั่งน่ะนะ แต่คนลงมือนู่น คงไม่พ้นฌอนกับมิเชล 555)

ฌอน: อะไรๆก็ตรู ได้ข่าวผมสู้หนักสุดแล้วแทบจะ 80% ของเรื่อง :e10

มิเชล: ช่วยไม่ได้คุณเป็นพระเอกนิ :e2

Victor: พวกคุณสู้ไปนะ เดี๋ยวผมทำสเปรย์ไฟคอยสนับสนุนอีกแรงแล้วกัน :e16


รออ่านตอนต่อไป ตอนสุดท้ายแล้ว ลุ้นๆ


ปล. ว่าแต่จารชนของ Umbrella ที่จับเอาครอบครัวดอกเตอร์นี่ไปเดาว่าอาแมนด้า ?
รูปภาพ
รูปภาพ

''It's about time someone took my place. And I'd be honored if it was you.''

                  - Chris Redfield
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 19 ธ.ค. 2013, 23:18

Re: [MEP] IRATUS: Russian Roulette อัพ [18/12/2013]

ตอบพฤกษ์

ปล. ว่าแต่จารชนของ Umbrella ที่จับเอาครอบครัวดอกเตอร์นี่ไปเดาว่าอาแมนด้า ?


จะ Edit แต่ทำไมได้ มันขึ้นหน้าใหม่ เลยขอขึ้น Rep ใหม่ตามแล้วกัน

ใช่ครับพฤกษ์ อาแมนด้านั่นเอง :e13

อย่างไรก็ตาม ส่วนที่เหลือผมขอมอบหน้าที่ให้คนอื่นตอบบ้างนะครับ งานชิ้นนี้พวกเราช่วยกันทำจริง ๆ
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 20 ธ.ค. 2013, 11:39

Re: [MEP] IRATUS: Russian Roulette อัพ [18/12/2013]

@ วาว: เราคิดว่าถ้าเรื่องนี้ไม่มีฌอน เชื่อว่าน่าจะจบตั้งแต่ Chapter 2 แล้วล่ะ คงไม่ยืดยาวมาถึงป่านนี้ ไม่รู้เป็นบุญหรือเป็นกรรม :e13

ส่วนวิคเตอร์ ผู้หญิงด่ามันไม่ค่อยคิดมากเท่าไหร่ ติดจะออกแนวรำคาญมากกว่าโกรธ ส่วนใหญ่จะเงียบ ๆ ไม่ก็รับคำเออออไป เพราะถูกสอนมาว่าอย่าไปเถียงกับผู้หญิง มันไม่แมนนะจ๊ะ ผู้หญิงเป็นเพศที่มีปากก็บ่นไป ถือสาหาความอะไรมากไม่ได้ ปล่อยพล่ามไปเถอะ เดี๋ยวเหนื่อยพวกหล่อนก็หยุดเอง ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นความคิดที่แอบเกรียนนะเนี่ย มิเชลล์เลยเกลียดขี้หน้า เข้ากันไม่ได้เลยจริง ๆ สองคนนี้ เหมือนน้ำกับน้ำมัน แม้ทรงผมจะคล้ายกันอย่างกะแฝดก็เถอะ 55555

ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะมิเชลล์ออกแนวสาวมั่น ค่อนข้างโผงผาง คิดยังไงก็พูดอย่างนั้น และยึดถือในความเชื่อของตนเองมาก แต่วิคเตอร์ออกแนวแสดงออกต่ำ จะพูดอะไรแต่ละอย่างก็บรรจงเลือกถ้อยคำ (จนเกินไป) จนเหมือนคนช่างประดิษฐ์ ไม่จริงใจ เลยไม่ถูกจริตกันทั้งสองฝ่าย

ตอนที่จะเปิดฉากยิงกัน มิเชลล์บอกว่า “ชั้นจะหมอบต่ำ ๆ ไว้ หวังว่าคุณคงยิงไม่พลาดโดนชั้นนะ ลิวานอส”
วิคเตอร์รับปากไปว่า "ผมจะพยายาม" แต่ในใจอาจจะแอบคิดว่า 'น่ารำคาญแบบนี้ โดนลูกหลงไปบ้างก็ดีนะ'

วิคเตอร์: (คิดได้ภายหลังผ่านไป 1 วิฯ) โอไม่นะ เราเป็นคนที่หยาบคายกับผู้หญิงขนาดนี้เลยหรือ น่าตกใจเหลือเกิน เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเราเป็นคนแบบนี้ มาดามต้องผิดหวังแน่ ๆ :e6
ฌอน: เมิงพอเถอะ ระดับความกระแดะเต็ม Max ละ :e10

จะว่าไปสงสารฌอนที่สุดเลยนะงานนี้ = =



@ พี่พฤกษ์: ตอนหน้านี่รับศึกหนักค่ะ เพราะถึงจะรู้หนทางก็เถอะ แต่ไอ้บารานอฟมันขวางทางไปอยู่ ไม่รู้จะฝ่ามันไปอิท่าไหนเหมือนกัน :e13

ฮามาก ตรงบอกว่าวิคเตอร์คอยสั่ง คนทำมีแค่มิเชลล์กับฌอน เพราะมันเป็นความจริง ยิ่งใส่อีโมแว่นดำนี่ใช่เลย นึกถึง meme "Deal with it!"

รูปภาพ

วิคเตอร์: แบบว่าผมไม่ใช่พระเอกอะครับ ภาระหน้าที่ย่อมต่ำเป็นธรรมดา :e15
ฌอน: ไม่ต้องให้ตูเป็นพระเอกก็ได้ ถ้าชีวิตมันจะบัดซบขนาดนี้ -*-
มิเชลล์: คุณเป็นดีแล้วล่ะแม็คคินเลย์ ถ้าลิวานอสเป็น ชีวิตมันจะแย่กว่านี้ :e10


แต่เอาจริง ๆ บารานอฟนี่ถ้าแค่ทรยศองค์กร ก็อาจจะแค่ถูก The Agency เก็บเสีย แต่วิคเตอร์คงไม่ไปยุ่งกับญาติ ๆ พ่อแม่พี่น้องเขา แต่นี่ดันฉีดไวรัสกลายร่างมาระรานให้ลำบากอีก หลานลิวานอสเป็นอะไรไปนี่ตายห่าน ถ้านาริทรารู้ มีหวังตายหมดโคตรแน่ ๆ บารานอฟเอ๋ย เรื่องล้างบางเป้าหมายนี่ The Agency ทำเป็นล่ำเป็นสันกว่า Umbrella เสียอีก วิคเตอร์เป็นหลักฐานอย่างดีว่า Umbrella เก็บไม่ครบ งานไม่เนี๊ยบ 55555

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

Goku

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1454

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2008, 15:08

ที่อยู่: โลกหน้า กันท่านเจ้าภิภพ

โพสต์ 22 ธ.ค. 2013, 02:30

Re: [MEP] IRATUS: Russian Roulette อัพ [18/12/2013]

ขอบคุณพี่วาวกับพี่พฤกษ์มาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ครัช :e3

ผมต้องขอโทษที่เข้ามาช้ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ต้องขอบคุณจริง ๆ ที่เข้ามาติดตาม ตอนนี้ต้องยกเครดิตให้กับพี่เบียร์ พี่เเพร ซะส่วนใหญ่
เเต่ถึงยังไงก็ต้องยกคำขอบคุณให้พี่ ๆ ที่เข้ามาอ่านมากที่สุด

ตอบพี่วาว : ฌอนมันไม่เท่าไหร่หรอกพี่ สุดท้ายจริง ๆ Only Hope อยู่ที่คนเเถวนั้นเเหละ 555555555+

ตอบพี่พฤกษ์ : จริง ๆ ออกเเบบไว้คล้าย ๆ กับ.....บอส Evil within เเต่ไม่ใช่ อ่ะพี่ จะมีการเพิ่มความสามารถโดยเรียกการ์ดเวทมนต์มาภายหลัง!!!! (ไม่ใช่ละ555555555+)

ยังไงก็ขอขอบคุณมาก ๆ ครับที่มาติดตาม >/\<

รูปเซอร์วิสระหว่างช่วงนี้ครับ 555555555555+
รูปภาพ
รูปภาพ
MEP Project Presents:IRATUS
FICTION 6 ตอนที่Co-oP ผู้เขียน3คนในเรื่องเดียวกัน อยากรู้ว่าใครบ้าง เรื่องอะไร เข้าไปอ่านกันนะครับ


-------------My Fiction : Original Fiction---------------------------------
Empty Soul [Status: Chapter 12 : Dark Wolf อัพเเล้ว]
Twins [Status: Chapter 5 อัพเเล้ว]
<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2489

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 25 ธ.ค. 2013, 06:58

Re: [MEP] IRATUS: Russian Roulette อัพ [18/12/2013]

รูปสวยมากจ้าน้องแทน :e7

มิเชลดูเจ้าแม่มากอ่ะ ชอบ ๆ 555 วิคเตอร์นี่ดูชัดว่าไม่อยากมีส่วนรวมมาก ส่วนฌอนก็ดูแบบเบื่อโลกไปตามประสา แหม่ เป็นกลุ่มที่ต่างกันสุดขั้วแต่มาอยู่รวมกันก็น่ารักแบบแปลก ๆ มึน ๆ อึน ๆ ดีนะ 555 (เอ๊ะยังไง?)
<<

Goku

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1454

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2008, 15:08

ที่อยู่: โลกหน้า กันท่านเจ้าภิภพ

โพสต์ 10 ก.พ. 2014, 19:45

Re: [MEP] IRATUS: พรีเซ็นเตอร์พิเศษ IRATUS

ระหว่างรอเวลที่ตอนสุดท้าย ของ IRATUS กำลังจะมาถึงนะครับ ช่วงนี้ผู้ใหญ่ใจดีได้สนับสนุนให้มีพรีเซ็นเตอร์พิเศษ!!!

ซึ่งเป็นตัวเอกจาก IRATUS เองด้วย!!!! (ปรบมือนะครับปรบมือ...) ซึ่งขณะนี้ ทางผู้ใหญ่ตามตัวมาได้เเค่สองคน (ไม่ต้องตกใจว่าคนที่สามไปไหน คนที่สามกำลังมาค่ะ เข็นล้อเครื่องบินอยู่ที่สุวรรณภูมิอยู่)

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลานะครัช เชิญพบกับพรีเซ็นเตอร์ทั้งคู่ได้เลยครับ!

ด้วยมาดที่น่าหมั่นไส้ รักความสะอาด คิดมากแต่ทำหน้านิ่ง โดยส่วนตัวผมให้ชื่อเล่นกับเขาไว้ว่า "คิระ" จึงออกมาเป็นการโพสต์ท่าที่เเสนจะต้องใช้กล้ามเนื้อบนหน้ามากชิ้นนี้!!!!! วิคเตอร์ ทิสเซน ลิวานอสครัช!!!!!(รูปใหญ่ขออภัย.......)
รูปภาพ

ท่านต่อมา สาวเเกร่งสดใส นักข่าวมาเเรงเเซงทางโค้ง (ด้วยการดริฟ) ที่ได้ใช้เท้าดริฟ เเละ ฝีปากที่ฉะฉานในการเอาตัวรอดจากอัมเบลล่ามาเเล้ว!!! มิเชลล์ การ์ดเนอร์ครัชชชช!!!! (รูปใหญ่ขออภัย....)
รูปภาพ


สุดท้ายนี้ ถ้าท่านใดสังเกตว่า "เฮ้ยตัวละครเอกมันหายไปตัวนึง!!!!" ให้เลิกสงสัย ณ บัดเด๋วนั้นเลยครับ ไม่มีครับไม่มี บอกว่าไม่มียังไงล่ะ!!! =[]=

ป.ล. ฌอนมัน...ไม่ว่าง มันมาหลังจากนี้ซักพัก ครับ - -"
รูปภาพ
MEP Project Presents:IRATUS
FICTION 6 ตอนที่Co-oP ผู้เขียน3คนในเรื่องเดียวกัน อยากรู้ว่าใครบ้าง เรื่องอะไร เข้าไปอ่านกันนะครับ


-------------My Fiction : Original Fiction---------------------------------
Empty Soul [Status: Chapter 12 : Dark Wolf อัพเเล้ว]
Twins [Status: Chapter 5 อัพเเล้ว]
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 10 ก.พ. 2014, 23:08

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]


[Victor Thyssen Livanos] - Chapter VI: Showdown



“แผนคุณคืออะไร?” อดีตหน่วยพิเศษใช้ปลายเท้าตวัดแมกกาซีนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้แล้วโยนส่งให้หญิงสาวอีกต่อ “หรือพูดให้ชัดคือคุณจะหยุดการฟื้นฟูสภาพของมันยังไง?”

“ปูพรมด้วยขีปนาวุธเลยดีไหม? เก็บงานให้เนี๊ยบแบบคู่แข่งคุณไง” นักข่าวแทรกขึ้นอย่างหัวเสีย ก่อนเหนี่ยวไกระเบิดศีรษะการ์ดที่โผล่ขึ้นเหมือนตุ่มตาไม้บนตัวบารานอฟ กะโหลกหน้าผากของมันแตกโพละ จมูกบุบเป็นโพรงด้วยแรงอัด แต่ดวงตาข้างหนึ่งยังคาอยู่ในเบ้าราวกับจะเยาะเย้ยหล่อนได้ก็ไม่ปาน ใบหน้าของหน่วยอารักขาที่เหลือซึ่งกระจายเป็นปุ่มอยู่ทั่วร่างขยับปากพะงาบ ๆ ชวนอยากให้ประเคนกระสุนซ้ำ แต่ฌอนโบกมือเป็นสัญญาณให้เก็บลูกปืนไว้

“วิ่งย้อนผ่านบารานอฟแล้วขึ้นบันไดไป พวกการ์ดน่าจะตายหมดแล้ว เราสามารถใช้บันไดฉุกเฉินที่กลางลำได้" ผู้บริหารแตะคีย์การ์ดกับประตูห้องนักบิน “ทางซ้ายมือจะเป็นห้องพยาบาล ในนั้นมี ‘ยา’ ที่อาจใช้หยุดหรือกระทั่งฆ่ามันได้ แต่ผมต้องเป็นคนไปเอา”

“บริษัทผลิตวัคซีนนี่มีสต๊อก ‘ยา’ เยอะเหลือเกินนะ?”

“ให้ตายเถอะ คุณการ์ดเนอร์!” ฌอนสบถ “หยุดทำหน้าที่นักข่าวซักสามนาทีจะได้มั้ย?”

ลิวานอสไม่ใส่ใจจะสานต่อ “คุณถ่วงเวลาบารานอฟ” เขากดรหัสเปิดประตูเหล็กที่กั้นระหว่างห้องโดยสารและเคบินออก “ที่เหลือผมจะจัดการ”

ทันทีที่ประตูเปิด ผู้บริหารก้าวข้ามกัปตันลำคอหักหมุนอย่างผิดรูปไปยังที่นั่งคนขับ เหนี่ยวไกใส่ศีรษะนักบินผู้ช่วยที่ยังรอดชีวิตแต่บาดเจ็บเกินกว่าจะเคลื่อนไหว มิเชลล์วิ่งตามเข้ามา รั้งท้ายด้วยอดีตหน่วยพิเศษ หล่อนมองรอยเลือดและเศษผิวหนังที่แหลกเละอยู่บนพื้นราวกับจะพูดบางอย่าง แต่เมื่อเห็นเนื้อกระดูกที่แทงทะลุท้องแขนและริมฝีปากล่างที่ขาดวิ่นของศพบนที่นั่งหล่อนก็ตัดใจ

ฌอนกดสวิทช์ปิดประตู ถอนใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นสภาพน่าสังเวชตรงหน้า ชายหนุ่มรู้ดีว่ามือสมัครเล่นต้องกระเสือกกระสนเพียงใดกว่าจะสามารถฆ่าอีกฝ่ายให้ตายลงด้วยมือเปล่า “คุณว่านี่จะกันมันได้นานแค่ไหน?”

เสียงกระแทกสนั่นจากด้านนอกและรอยบุบบนแผ่นเหล็กหนาทำให้เขาไม่อยากจะได้คำตอบ


ลิวานอสนั่งลงในที่นั่งคนขับ รอยเลือดที่ค้างบนที่นั่งและพนักพิงเปียกแฉะ หญิงสาวได้ยินเขาพึมพำบางอย่างด้วยภาษาที่หล่อนไม่เข้าใจขณะยกอุปกรณ์สื่อสารขึ้นครอบหู “มาดามซิมสัน- ผมพร้อมแล้ว คุณการ์ดเนอร์- โปรดประจำที่นักบินที่สองและรัดเข็มขัด คุณแม็กคินเลย์- ประจำที่นั่งเสริมติดประตูทางด้านหลัง ทันทีที่ผมส่งสัญญาณ คุณเป็นคนแรกที่จะต้องวิ่งกลับออกไป”

ไม่ต้องให้บอกซ้ำ ชายหนุ่มล็อกตนเองกับที่นั่งริมประตู ปากกระบอกปืนยังร้อนผ่าวแต่มือที่กำด้ามไว้เย็นเฉียบ “คุณคิดจะทำอะไร?”

“เหวี่ยงบารานอฟออกพ้นทางคุณ”

“จากนั้นให้ผมล่อมันไปทางท้ายเครื่อง?”

“ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ห้องพยาบาล”

“ชั้นจะไปกับคุณด้วย” มิเชลล์โดดลงในเบาะนักบินผู้ช่วย รัดเข็มขัดแล้วคว้าหูฟังอีกอันขึ้นสวมบ้าง หากคราวนี้เสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่มาดามซิมสัน แต่เป็นเสียงของผู้ชาย

“ท่านครับ จากนี้ผมจะเป็นผู้แนะนำท่านในการใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเพื่อลงจอดฉุกเฉิน หน้าปัดกลมทางสองนาฬิกาของตำแหน่งที่นั่งกัปตันจะแสดงพิกัดและระดับความสูง โปรดอ่านค่าที่แสดงให้ผมทราบด้วยครับ”

ผู้บริหารกวาดตาผ่านหน้าปัดแสดงความเร็วลม “คุณคิดว่าจะสอนผมติดเครื่องใหม่กลางอากาศได้หรือไม่?”

อีกฝ่ายเงียบลงชั่วอึดใจ “...ท่านครับ?”

“ตอบผม” เขาสั่ง ยกมือขึ้นจับก้านสวิทซ์แบบแกนหมุนเหนือศีรษะ “ที่ความสูง 32,000 ฟุต ผมจะติดเครื่องใหม่กลางอากาศได้หรือเปล่า?”

ปลายสายลังเลไปขณะราวกำลังหยั่งวัดความบ้าของนายตน “ในทางทฤษฎี” เขาแบ่งรับแบ่งสู้ “เราใช้ APU รีสตาร์ทได้ที่ระดับต่ำกว่า 20,000 ฟุตครับท่าน แต่หาก APU ไม่ทำงานท่านจะต้องรีสตาร์ทด้วยแรงลมและใบพัด ซึ่งสำเร็จได้ยากหากทำโดยผู้ที่ปราศจากชั่วโมงบิน”

“ถ้าไม่สำเร็จ เรามีเวลาเท่าไหร่ก่อนเครื่องจะร่อนลงแตะพื้นน้ำ?”

“ราวยี่สิบนาทีครับท่าน แต่ถ้าลงจอดด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติท่านจะมีเวลาเข้าใกล้ชายฝั่งได้อีกมาก”

ทันทีที่เห็นตำแหน่งมือของชายหนุ่ม มิเชลล์ยกฝ่ามือขึ้นแนบใบหน้า “พระเจ้า! อย่าบอกชั้นว่าคุณจะ...”

ผู้บริหารกดตัดลำโพงทางฝั่งหล่อน เสียงกระแทกจากประตูดังขึ้นอีกระลอก

“ผมไม่ได้จะลงจอด” เขาบอกปลายสาย “ผมจะดับเครื่องยนต์”

ฌอนที่นั่งห่างออกไปหันขวับกลับมาพยายามจะร้องอุทธรณ์แต่สายไป ส่วนหญิงสาวจำไม่ได้กระทั่งว่าขุดโคตรเหง้าคำผรุสวาทอะไรออกมาบ้างตอนที่ผู้บริหารบิดสวิทซ์ดับเครื่องยนต์ทั้งสี่ลง

ไม่กี่วินาทีหลังจากเครื่องยนต์ดับสนิท เครื่องบินโดยสารทั้งลำสั่นสะเทือนด้วยแรงลม ไม่มีหลุมอากาศใดที่พวกเขาเคยผ่านจะสั่นสะเทือนเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้แรงเท่า หญิงสาวจิกเบาะเก้าอี้แน่น ขณะนักบินสำรองพยายามขอให้ผู้ประจำที่กัปตันรั้งพวงมาลัย อดีตหน่วยพิเศษแนบศีรษะพิงพนัก มือที่ว่างแตะเหนือสวิทช์ปลดเข็มขัดอย่างเตรียมพร้อม ท้องฟ้านอกหน้าต่างพ้นระยะไฟหน้ามืดสนิทจนบอกไม่ได้ว่าพวกเขากำลังร่อนลงด้วยความเร็วเท่าไหร่ แต่สีหน้าที่แสดงความหวาดกลัวถึงขีดสุดของนักข่าวสาวซึ่งสะท้อนบนกระจกหน้าบอกเขาว่าบางครั้งการไม่รู้อาจเป็นเรื่องที่ดีกว่า

ร่างของบารานอฟไหลกระแทกประตูเหล็กอีกครั้ง คราวนี้ขอบด้านหนึ่งของแผ่นเหล็กหนาเกือบสี่นิ้วเผยอออก ชายหนุ่มที่นั่งห่างไปฟุตเดียวสูดลมหายใจได้ครึ่งปอด ฝ่ามือเขาชื้นไปด้วยเหงื่อจนต้องปาดเช็ดกับกางเกง “ผมคิดว่าคุณจะเหวี่ยงไอ้หมอนี่ออกไป ไม่ใช่ลากมันมาหาเรา!”

“ไม่! ไม่! ไม่! ไม่!” หญิงสาวร้องลั่นเมื่อเห็นตัวเลขบอกความสูงบนหน้าปัดดีดตัวรัวราวกับมิเตอร์ในปั๊มน้ำมัน เสียงสั่งการอย่างตระหนกจากวิทยุอีกฝั่งยิ่งทำให้หล่อนแทบคลั่ง “ลิวานอส คุณมันบ้า! ไอ้เครื่องลำนี้มันบ้า! รีสตาร์ทเครื่องซะก่อนที่ชั้นจะควักลูกตาคุณด้วยปากกา!”

“ท่านครับ ทางศูนย์ได้พิกัดของท่านแล้ว โปรดประคองพวงมาลัยก่อนที่ลมจะหอบเครื่องออกนอกเส้นทาง!”

“ลิวานอส? ลิวานอส? นี่ฟังชั้นอยู่หรือเปล่า!”

“เครื่องร่อนลงเร็วเกินไป! ขอย้ำ เครื่องร่อนลงเร็วเกินไป!”

“ไอ้เวรนี่จะพังประตูหลุดฟาดกบาลผมอยู่แล้ว จะทำอะไรก็ทำเถอะน่า!”

“ท่านครับ เห็นแก่พระเจ้า! ดึงพวกมาลัยเข้าหาตัวเดี๋ยวนี้ ขอย้ำ ดึงพวงมาลัยเข้าหาตัว!”

“สองหมื่นหกพันหนึ่ง...สองหมื่นห้าพันห้า...แกจะฆ่าเราหรือไงลิวานอส!”

“แม่งเอ้ย...” ฌอนกำหัวเข็มขัดแน่นเมื่อเห็นสายรยางค์และท่อนแขนโชกเลือดที่เคยเป็นของหน่วยอารักขาลอดผ่านเข้ามาทางช่องว่างที่เผยอออก

“เครื่องจะกระแทกผืนน้ำในสิบนาที ย้ำ ถ้าท่านไม่รั้งพวงมาลัยเครื่องจะกระแทกผืนน้ำในสิบนาที!”

“นรกเอ้ย ชั้นอยากจะตั๊นหน้าคุณให้ยับจนขยับปากพูดไม่ได้อีกเลย!”

“มึงนี่มันน่าขยะแขยงฉิบหายเลยบารานอฟ!”

“ทำไมแกไม่จับพวงมาลัย ไอ้สารเลวเอ้ย จับพวงมา...อ๊า!” ศพนักบินมือสองไหลกระแทกพนักพิงหล่อน เสียงกระดูกจากร่างเย็นชืดลั่นกรอบ

“ท่านครับ ได้โปรด”นักบินสำรองวิงวอน “ผมขอร้องให้ท่านปฏิบัติตามคำแนะนำ”

“ผมกำลัง” ผู้บริหารจับพวงมาลัยมั่น ก่อนกดหัวเครื่องดิ่งลง แม้แต่นักบินแก่ประสบการณ์ที่ปลายสายก็ร้องเสียงหลงเมื่อเรดาร์จับตำแหน่งเครื่องบินโดยสารที่ลดระดับลงกว่าพันฟุตในไม่กี่วินาที

“ตายห่า ลิวานอส แกมันบ้า!” หญิงสาวหมดคำจะด่า ยกฝ่ามือขึ้นปิดหน้า แรงลมกระหน่ำเหวี่ยงห้องโดยสารจนศพบนพื้นกลิ้งไปมาเหมือนสัตว์ที่กำลังทุรนทุราย “โธ่ เอ็ดเวิร์ด ชั้นรักคุณมากนะ” หล่อนกระซิบ “ชั้นรักคุณมาก...”

“ระวังกัดลิ้น” ลิวานอสเตือน สายตาจับอยู่ที่หน้าปัด

ฌอนกลั้นลมหายใจเมื่อประตูเหล็กลั่นอาดขึ้นอีกครั้ง หนวดเส้นแรกถูกหดออกไป แทนที่ด้วยท่อนแขนโชกเลือดอีกข้างที่ทะลักผ่านช่องแคบมาคล้ายหนอนแมลงวันที่ชอนไชเศษเนื้อ ชายหนุ่มปลดสายเข็มขัด ถลาออกจากเก้าอี้เสริม หลบกรงนิ้วที่เกือบคว้าเอาคอเขาไว้ได้หวุดหวิด “เร็วหน่อยคุณ!” เขาเร่งขึ้นเป็นครั้งแรก หันหลังพิงเก้าอี้กัปตันเพื่อพยุงกาย ก่อนยกปืนเล็งเข้าหาศัตรู “ผมไม่คิดว่าจะต้านได้นานกว่านี้”

“หาที่ยึดเกาะคุณแม็กคินเลย์” ผู้บริหารเรียกสายกัปตันกลับมา “เรากำลังจะดิ่งต่ำกว่าสองหมื่นฟุต ขอคำแนะนำในการใช้ APU”

“คุณคงจะไม่ให้ผมพุ่งออกไปในสภาพแบบนี้หรอกใช่ไหม?” เขาถามขณะได้ยินเสียงอีกฝ่ายเปิดสวิทช์หน่วยสำรองไฟ

“ใช่”

“หมายความว่าไงที่ว่าใช่?”

ลิวานอสดันวาล์วเครื่องยนต์ทั้งหมดไปที่ตำแหน่ง MAX จากนั้นดึงพวกมาลัยในมือเข้าหาตัว “คุณต้องพุ่งออกไป”

ชายหนุ่มไม่มีโอกาสได้คัดค้านเมื่อเครื่องยนต์ซึ่งดับสนิทลงเมื่อหลายนาทีก่อนกลับมีชีวิตอีกครั้ง พวกมันครางกระหึ่มอยู่ในช่องหูขณะที่แรงเหวี่ยงมหาศาลผลักร่างของเขาเต็มแรงไปยังประตู อดีตหน่วยพิเศษคว้าขอบกำแพงเอาไว้ได้ ยั้งกายไว้ก่อนจะปะทะถูกคมเหล็กที่เกิดจากแรงกระแทกของบารานอฟ เขาเอี้ยวศีรษะกลับมามองกระจกหน้า และพบว่าหัวเครื่องกำลังทะยานขึ้นด้วยความเร็วเต็มกำลัง ไม่ต้องรอให้ผู้บริหารมีคำสั่งซ้ำ ฌอนกดปุ่มเปิดประตูโดยสัญชาติญาณและพุ่งทะยานออกไปสุดแรง

ผู้บริหารกดสวิทซ์ปิดประตูไล่หลัง รักษาหัวเครื่องในระดับระนาบ ปรับวาล์วเครื่องยนต์ลงมาตำแหน่งปกติ ก่อนจะเปิดระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้ทำงานอีกครั้ง “กัปตัน คุณสแตนด์บายรอผมไว้...คุณการ์ดเนอร์ กรุณาปลดเข็มขัด” เขาดีดตัวลุกจากเก้าอี้ แล้วเสนอมือให้หล่อนจับ แต่มิเชลล์ไม่รับไมตรี หล่อนปลดเข็มขัดนิรภัยอย่างคล่องแคล่วแล้วโดดแผลวออกจากที่นั่ง

“ถ้าแค่จะเหวี่ยงบารานอฟให้พ้นทาง ทำไมไม่เชิดหัวขึ้นแต่แรก?”

“เครื่องบินของเราหนักมาก ซ้ำประสบการณ์ผมก็ต่ำเกินกว่าจะเชิดหัวเครื่องขึ้นในองศาที่มากขนาดนั้นอย่างปลอดภัย จำเป็นต้องอาศัยแรงเหวี่ยงจากความเร่งโยนมันไปด้านหลัง แทนจะพึ่งความลาดชันเพียงอย่างเดียว”

หล่อนหยิบ 9 ม.ม.จากข้างเอวมาปลดเซฟตี้ “อย่างกับการว่าดับเครื่องกลางอากาศแล้วทิ้งดิ่งลงจากฟ้ามันปลอดภัยกว่าอย่างงั้น”

ลิวานอสไม่ต่อความ “เราต้องไป”

“รับทราบ” หล่อนกระแทกมือเปิดสวิทซ์ประตู ปล่อยให้อีกฝ่ายออกวิ่งนำแล้วเร่งฝีเท้าไล่ตามไปทันที

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ถึงจะดูเสียสติ แต่แผนการอันบ้าบิ่นก็แสดงผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์ อดีตหน่วยพิเศษซึ่งพาตัวเองกระเสือกกระสนไปตามช่องทางเดินอย่างสุดกำลังพาเอาซากศพที่ประกอบขึ้นเป็นบารานอฟติดไปด้วย มิเชลล์กับลิวานอสหลบอยู่ในมุมอับ รอให้ต้นกำเนิดเสียงลอยห่างออกไปเกือบสุดทางแล้วขึ้นบันไดตรงไปยังห้องพยาบาล หล่อนจินตนาการสภาพห้องที่เต็มไปด้วยตัวอย่างทดลองพิสดารแต่เมื่อไปถึงก็ต้องผิดหวัง เมื่อพบว่าจุดหมายเป็นเพียงห้องสีขาวสะอาดตาที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันเท่านั้น

“มิน่าล่ะ...” หญิงสาวแค่นหัวเราะหึ “บริษัทคุณหลบซ่อนได้นานกว่า Umbrella เพราะรู้จักจะเก็บ ‘อาวุธ’ ที่อันตรายกว่าไวรัสของบารานอฟไว้ในสถานที่ธรรมดาแบบนี้นี่เอง”

“ผมไม่คิดว่า ‘อาวุธ’ จะเป็นคำจำกัดความที่ถูกต้องนัก” ลิวานอสคว้าถุงมือในกล่องบนโต๊ะขึ้นมาสวมก่อนตรงไปเปิดตู้แช่

มิเชลล์เท้ามือทั้งสองกับขอบโต๊ะขณะมองเขากรีดซีลที่หุ้มแพ็คยา หัวคิ้วย่นเข้าหากันอย่างกังขาเมื่อพบว่าอาวุธอันตรายตรงหน้ามีฉลากและหีบห่อไม่ต่างจากยาทั่วไปในโรงพยาบาล “...นี่มันคืออะไรแน่?” หญิงสาวหยิบขวดแก้วสีน้ำตาลขุ่นขวดหนึ่งจากในบรรดาหลายขวดขึ้นอ่าน

“Hydromorphone” เขาเตรียมเข็มฉีดยาและสารละลาย “ยาระงับปวดอนุพันธ์ฝิ่นกึ่งสังเคราะห์”

“ใช่ Dilaudid ชั้นรู้จัก” หล่อนคลึงขวดยาในมือ “ตอนที่ลุงชั้นเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย หมอต้องฉีดมันให้เขาทุกสองสามชั่วโมงเพราะมอร์ฟีนเอาไม่อยู่ พ่อบอกชั้นว่าถ้าเจ้านี่ยังช่วยหยุดความทรมานไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรช่วยได้อีกแล้ว”

“Pentobarbital” เขาเสนอ ปักเข็มลงขวดน้ำเกลือ

“Pento อะไรนะ? ...เฮ่! เดี๋ยวสิ อย่าเปลี่ยนเรื่อง” มิเชลล์วางขวดคืนบนโต๊ะ “ฉันถามว่าจริง ๆ แล้วไอ้ยาในขวดนี่มันคืออะไรแน่ คุณคงไม่ได้คิดว่าชั้นโง่ขนาดจะทำใจเชื่อได้ว่าคุณวางแผนจัดการกับไอ้อาวุธชีวภาพมหาภัยนั่นด้วยยาแก้ปวดหรอกใช่มั้ย?”

แทนคำตอบ เขาหยิบขวด Dilaudid จากมือหล่อน ปักเข็มถ่ายน้ำเกลือลงไปแล้วหมุนขวดให้สารข้างในผสมกัน “โปรดช่วยทำแบบเดียวกันนี้กับขวดที่เหลือ ใช้น้ำเกลือแค่ 5 ซี.ซี.ก็พอ ผมจะเตรียมปืนฉีดยา”

มิเชลล์มองกล่องบรรจุขวดยาระงับปวดตรงหน้า “นี่ล้อกันเล่นใช่ไหมลิวานอส?”

“คุณคิดว่าบารานอฟฟื้นฟูเนื้อเยื่อของมันได้ยังไง?” เขาถามกลับขณะค้นปืนฉีดยาในลิ้นชัก

“ชั้นจะไปรู้รึ?” หล่อนปักเข็มลงในขวดแก้วอย่างไม่สู้ชำนาญ “คุณยังไม่ตอบคำถามชั้นเลยนะ”

ลิวานอสวางปืนและตัวหลอดบรรจุโลหะขนาด 50 ซี.ซี.บนเคาน์เตอร์ จากนั้นช่วยหยิบขวดแก้วที่เหลือมาผสมสารทำละลาย “มันหายใจ”

หล่อนเงยหน้าจากงานในมือขึ้นมองเขา

“ผมไม่คิดว่าเซลล์ของมันจะสามารถสร้างพลังงานและฟื้นฟูตัวเองได้โดยไม่อาศัยออกซิเจน แน่นอนว่าสมองของมันอาจขาดออกซิเจนได้นานกว่ามนุษย์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะสามารถฟื้นฟูเนื้อเยื่อได้โดยไม่หายใจ”

“คุณคิดจะทำให้มันขาดอากาศ...”

“ในระดับเซลล์” เขาต่อ

“ด้วยยาแก้ปวดนี่นะ...?” หล่อนทวน

“Dilaudid หากโอเวอร์โดสจะมีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งของ acetylcholine ที่เป็นสารสื่อประสาท ตัดการสั่งงานของสมองด้วยกระแสประสาทลง ส่งผลให้ระบบหายใจล้มเหลว- ทั้งนี้- ในเงื่อนไขสมบูรณ์แบบว่าปริมาณ 2,500 มิลลิกรัมมากพอจะโอเวอร์โดสอาวุธชีวภาพได้และมันไม่มีเอนไซม์ที่ทำลายอนุพันธ์ฝิ่น” ลิวานอสอัดน้ำเกลือใส่สารระงับปวดขวดสุดท้าย

“สรุปคุณให้เราเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อมาเอายาแก้ปวด!” หญิงสาวเหวี่ยงขวดน้ำเกลือเปล่าลงถังอย่างไม่สบอารมณ์ “ให้ตายเถอะ! คุณค้าอาวุธชีวภาพนะ ไม่ได้เป็นเภสัชกร ชั้นอุตส่าห์คิดว่าคุณจะมีสุดยอดอาวุธลับที่การันตรีผลได้ดีกว่าไอ้ยากระจอกนี่”

“คุณคงไม่สามารถคาดหวังให้ไฟล์ทไปเบอร์ลินบรรทุก Carfentanil อีกอย่างเราไม่ได้ค้าอาวุธชีวภาพ เราค้าวัคซี...”

“จะอะไรก็ช่างเถอะน่า!” หล่อนกุมขมับ “ปริมาณโอเวอร์โดสในคนอยู่ที่เท่าไหร่?”

“ตอบโดยเจาะจงได้ยาก แต่ผมบอกได้ว่า 40 มิลลิกรัมเป็นปริมาณที่ใช้ประหารนักโทษด้วยวิธีฉีดยา” เขาตั้งหัวเข็มขึ้นเพื่อไล่อากาศอย่างเคยชิน ก่อนจะคิดได้ว่าหนนี้คงไม่ต้อง “พร้อมไหมคุณการ์ดเนอร์?”

หล่อนกระชับด้ามอาวุธแน่นขณะมองปืนฉีดยาในมือเขา “มาถึงขั้นนี้ จะขึ้นสวรรค์ลงนรกก็คงต้องเอา”

“ถ้าอย่างนั้นก็เก็บ 9 มม.เสีย” ผู้บริหารหันด้ามปืนฉีดยาส่งให้หล่อน “กระบอกนั้นคุณไม่จำเป็นต้องใช้”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


อดีตหน่วยรบสะบัดหยดเลือดที่ไหลจากรอยแตกบนหน้าผากมาค้างบนเปลือกตาออก โคมไฟที่ตกจากเพดานแตกกระจายอยู่บนพื้น เศษแก้วเล็ก ๆ ยังฝังอยู่ในแผล แต่เขาไม่มีเวลาใส่ใจ เมื่อพบว่าตนวิ่งเลยบันไดฉุกเฉินจุดสุดท้ายมาเมื่อสองนาทีก่อน ร่างมหึมาของบารานอฟไล่กวดมาติด ๆ ขนาดของมันขยายใหญ่กว่าเดิมเกือบสามเท่าด้วยหลอมเข้ากับศพที่ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดตลอดทางที่มันเคลื่อนผ่าน เศษผมและกระดูกที่ปูดโปนเป็นตุ่มไตตามร่างทำให้มันยิ่งดูคล้ายซากของเหลือที่ถูกทิ้งในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ หนวดและแขนกว่าสิบคู่ของมันไต่ลากลำตัวไปตามผนังเครื่อง ฉวยคว้าทุกอย่างที่คว้าได้เหวี่ยงเข้าใส่เหยื่อ ชายหนุ่มเอี้ยวตัวหลบมีดหั่นเสต็กที่พุ่งเฉียดหัวไปหวุดหวิด ก่อนหยิบเอากระถางต้นไม้เขวี้ยงกลับไปใส่บ้าง เขาถูกไล่กวดจากชั้นล่างขึ้นมาชั้นสอง ถัดไปอีกห้องจะถึงทางตันที่หางเครื่อง ฌอนพยายามมองหาช่องว่างกลับหลังหันเพื่อวิ่งสวนไปอีกทาง แต่ซากภูเขาศพที่มีชีวิตบดบังทัศนวิสัยจนมิด

“เปรตเอ้ย!” เขาตวัดเท้าเตะตั่งกระจกเล็ก ๆ เข้าใส่กลางอกมัน แผ่นกระจกปะทะกับก้อนเนื้ออัปลักษณ์แตกละเอียด ใบหน้าของพนักงานบริการหญิงคนหนึ่งถูกกระจกบาดเหวอะ ใบหน้าที่เหลือกระเพื่อมไหวขึ้นลงเหมือนกำลังหัวเราะเยาะ อดีตหน่วยพิเศษคิดว่านั่นอาจเป็นภาพที่ตนสร้างจากอาการประสาทหลอน แต่ก่อนที่กระสุนชุดสุดท้ายจะถูกลั่นจากปากกระบอก เสียงแตกดังโพละของกระเปาะแก้วขนาดเล็กก็ดังขึ้นจากด้านหลังของศัตรู สิ่งต่อมาที่ประสาทสัมผัสเขารับรู้คือกลิ่นเหม็นฉุนอย่างรุนแรงของน้ำกรด บารานอฟกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงของมันสั่นสะเทือนในแก้วหูเขา น่าสะอิดสะเอียดยิ่งกว่าเสียงใด ๆ ที่อาจสร้างได้ภายใต้ขีดจำกัดของมนุษย์ มันหมุนตัวกลับไปยังต้นตอที่สร้างความเสียหาย ฌอนเห็นหลังของมันแหว่งเป็นโพรงเพียงไม่กี่วินาทีก่อนเนื้อเยื่อจะฟูเต็มขึ้นมาใหม่ แต่นั่นไม่ใช่ความกังวลของเขาอีกต่อไป เมื่อชายหนุ่มพบว่าคนที่ยืนรออยู่เบื้องหลังไม่ใช่คนที่เขากำลังห่วงที่สุด


ที่ยืนอยู่กลางห้องซึ่งพังพินาศจากการเคลื่อนผ่านของบารานอฟคือร่างของลิวานอส

“…Это такой позор, Баранов, что блестящий ум стал этот отвратительный монстр.” (น่าละอายเหลือเกินบารานอฟ ที่มันสมองอันชาญฉลาดเช่นนั้นต้องถูกลดทอนลงไปเป็นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตน่าขยะแขยง) เขาหยิบน้ำกรดอีกขวดจากกระเป๋ายาคล้องไหล่ ปาใส่อดีตนักวิจัยที่สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปหมดสิ้น “пожалуйста принимают смерть как милость.” (โปรดรับเอาความตายเป็นความกรุณาเถอะ)

“การ์ดเนอร์?” ฌอนกระซิบ เหมือนตั้งคำถามกับตนเองมากกว่าจะอยากส่งเสียงออกไป ‘หล่อนหายไปไหน?’

คล้ายจะปฏิเสธคำขอของนายตน บารานอฟคำรามเกรี้ยวกราด ทะยานตัวเข้าหาผู้บริหาร

“เวรแล้ว!” อดีตหน่วยรบดีดตัวตามไปข้างหน้า พยายามดึงเอาความสนใจของมันกลับมาแต่ไม่เป็นผล เขาพ่นคำสาปแช่งทุกอย่างที่นึกออกในลำคอเมื่อเห็นกรงนิ้วชุ่มเลือดที่เหลือเพียงกระดูกและเส้นเอ็นตะปบเกี่ยวโดนปกคอสูทของทายาทเรือเดินสมุทร หวิดจะคว้านเอาแผ่นหลังเขาออกมาด้วย ‘นี่กูคิดถูกไหมเนี่ยที่ปล่อยมันไปกันสองคน!’

ขาเกือบยี่สิบคู่ของบารานอฟยกร่างมันไปเหมือนการเคลื่อนไหวของตะขาบ มือยั้วเยี้ยยันตัวไปตามช่องทางเดินแคบ ๆ ส่งเสียงสะท้อนกลับมาไปจนหาแหล่งกำเนิดไม่ได้ ฌอนเร่งฝีเท้าไล่ตามอมนุษย์ที่กวดหลังลิวานอสซึ่งวิ่งหนีสุดฝีเท้าอย่างไม่คิดชีวิต...แต่คิดสักหน่อยก็ดี

“อย่าวิ่งเลยบันไดกลาง” เขาตะโกนบอกผ่านเสียงของความโกลาหล “ข้างหน้าเป็นทางตัน ลงบันไดไป! ลงบันได...แม่งเอ้ย นั่นไง!”

...มันเลยจนได้!

ฌอนรัวกระสุนอย่างบ้าคลั่ง สุดทางตันที่หัวลำคือห้องของผู้บริหาร จุดเริ่มต้นที่พวกเขาทั้งสามเจอกันครั้งแรกในเที่ยวบินมรณะ

กริ๊ก! กริ๊ก! กริ๊ก!

เขากดโก่งไกจนมิดแม้ในกระบอกจะเหลือเพียงแมกกาซีนที่ว่างเปล่า เสียงบดของฝีเท้ากว่าสิบคู่กับพื้นเครื่องสั่นสะเทือนราวเกลียวคลื่นที่พร้อมจะคืบคลานขึ้นบนแผ่นหลังของเหยื่อทุกขณะ วัตถุทุกอย่างที่อยู่ในเอื้อมคว้าถูกซัดใส่บารานอฟ หากทุกความพยายามของหน่วยรบไม่อาจหยุดเจตจำนงในการไล่ล่าของอาวุธชีวภาพ ในวินาทีที่เงาของเครื่องจักรมรณะพาดทับร่างกายมนุษย์ที่เปราะบาง มันกระโจนขึ้นสุดแรง โถมมวลเนื้อหนังมหาศาลเข้าบดขยี้กลืนกินการดำรงอยู่ของเป้าหมาย แต่ชั่วขณะที่ทุกอย่างกำลังจะพังทลาย ชายหนุ่มได้ยินเสียงเรียกต่ำ ๆ ของตัวรับสัญญาณอิเล็กโทรนิกส์

สิ่งต่อมาที่เขาจำไม่ลืมคือภาพอันน่าสังเวชตรงหน้า...

ของเหลวสีข้นคลั่กไหลทะลักจากลูกบอลซากมนุษย์ที่ถูกหนีบกลางลำตัวด้วยขอบประตูเหล็ก แขนหลายข้างถูกบดติดกับวงกบหักงอบิดเบี้ยว บางส่วนถูกแรงกระแทกขาดรุ่งริ่ง เนื้อกระดูกที่แทงโผล่ออกมาเขรอะด้วยชั้นไขมัน กะโหลกของการ์ดคนหนึ่งถูกอัดจนแหลกละเอียด เนื้อสมองไหลเยิ้มปนกับเศษเส้นผม ส่วนหัวที่อยู่ต่ำลงไปก็มีสภาพไม่ต่างกัน บางใบหน้าที่เคยขยับปากพะงาบ ๆ ให้เขาถูกแรงดันบีบลูกตาถลน ขาสิบกว่าคู่ที่โผล่มาด้านหลังตะกายพล่าน ขูดเอาผนังและแผ่นเหล็กหนาจนเหวอะหวะ หนวดและแขนที่ยังเป็นอิสระพยายามดึงเจ้าของออกจากพันธนาการ ฌอนมองลอดผ่านช่องประตู เห็นผู้บริหารตะกายตัวขึ้นลุกยืน มือข้างหนึ่งกดปุ่มรีโมทบังคับแช่จนมิด อาวุธชีวภาพกรีดเสียงร้องลั่น สั่นสะเทือนประสาทยิ่งกว่าคราวที่แล้ว เสียงของมันดังบาดกลบเสียงลั่นของกลไกเหล็กที่กำลังจะเป็นฝ่ายปราชัย

ทันใดนั้น ร่างที่เขาไม่ได้สังเกตมาก่อนก็โผล่พรวดออกจากมุมอับด้านหลังเขา อดีตหน่วยพิเศษเกือบหันไปซัดด้วยฝ่าเท้าถ้าไม่ใช่เพราะหยุดชะงักไว้ได้ทัน

มิเชลล์ การ์ดเนอร์กำปืนฉีดยาในมือมั่น พุ่งเข้าไปยังร่างที่กำลังทุรนทุราย ขาข้างหนึ่งของมันถีบโดนหญิงสาวเกือบหงายหลัง แต่หล่อนไม่ยอมแพ้ตรงเข้าปักเข็มใส่กลางหลังของอมนุษย์แล้วเดินยาจนหมดหลอด เสียงของมันแผดขึ้นอีกระลอก เกือบจะดับหูของหล่อนในระยะใกล้ ฌอนวิ่งเข้าคว้าแขนของหล่อนไว้ กระตุกถอยหลังออกมาก่อนหนวดขนาดใหญ่เส้นหนึ่งจะตวัดฟาดโดน

“เคลียร์!” นักข่าวส่งสัญญาณบอกคนในห้อง ไม่แม้แต่สนใจมัจจุราชที่เฉียดผ่านลำคอไปแค่คืบ

ลิวานอสตอบรับสัญญาณหล่อนด้วยการผ่อนนิ้วที่กดรีโมทปิดประตูออก อาวุธชีวภาพขยับตัว ส่งเสียงประกาศสงครามอีกครั้ง ก่อนเสียงคำรามจะเปลี่ยนเป็นหวีดร้องเมื่อเขากดรีโมทกระแทบร่างมันซ้ำ บดกระดูกลั่นกรอบแบบกิ่งไม้ที่ถูกรถเหยียบ

“คุณฉีดอะไรให้มัน?” อดีตหน่วยพิเศษถาม รับแมกกาซีนสำรองจากหล่อนมาบรรจุ

หญิงสาวทำหน้าแหย “เชื่อเถอะ คุณไม่อยากรู้หรอก”

“ขอให้ได้ผลเถอะน่า” เขาเหน็บปืนเข้าเข็มขัด วิ่งย้อนกลับไปหยิบขวานดับเพลิงที่ตกอยู่ที่พื้นมาจามใส่ขาของมันทีละข้าง “แดกนี่ซะ ไอ้สัตว์นรก!” เขากระตุกมุมปากเมื่อพบว่าการฟื้นฟูของมันเริ่มช้าลง

นักข่าวคว้าขวานมาช่วยจัดการบ้าง

“ระวังเลือดมัน”

หล่อนฟันเต็มแรง เนื้อขาแหวะเละ แต่กระดูกยังไม่แตกออก ต่างกับชายหนุ่มที่ฟาดคมขวานตัดขาของมันออกได้ในทีเดียว “นี่คุณทำอะไรมาก่อนสมัครงานกับชั้นแน่เนี่ย?”

“ผมเป็นดับเพลิงเก่า...”

“ไม่ได้เป็นยามแล้วเรอะ!”

หญิงสาวชักตัวกลับเมื่อเห็นลิวานอสหยิบขวดสีน้ำตาลขุ่นขนาดประมาณ 32 ออนซ์ออกจากกระเป๋ายา “นี่มันกะเอาจริงใช่มั้ยน่ะ?”

“หะ?”

ขาดคำ ขวดแก้วสองขวดตกกระทบร่างของบารานอฟแตกเป็นฟองฟอด

ฌอนมองฉลากที่ติดอยู่บนเศษแก้ว “ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์?”

“ติดมาจากห้องพยาบาล” หล่อนอธิบาย “ไอ้ที่ใช้ล้างแผลน่ะ...”

“เข้มข้น 75% เนี่ยนะจะเอาไว้ทำหะอะไร!?” เขารีบดึงแขนมิเชลล์ให้ถอยห่าง เมื่อเห็นผู้บริหารหยิบขวดน้ำกรดแบบเดียวกับที่ใช้เรียกความสนใจจากบารานอฟออกมาพร้อมขวดแก้วใสบรรจุสารไม่ทราบชนิดอีกหลายขวด มือที่ว่างยังย้ำปุ่มสวิทซ์รีโมทสับก้อนเนื้อที่ดีดดิ้นทุรนทุรายอย่างไม่ปราณีปราศรัย “แล้วนั่นมันอะไรอีกวะ!”

“อะซิโตน ใช้เช็ดคราบพลาส...”

“ระวัง!” ลิวานอสตะโกนสั่งจากในห้อง เหวี่ยงขวดทั้งหมดที่เหลือในกระเป๋าใส่

“ฉิบ!” อดีตหน่วยพิเศษพลิกตัวบังหญิงสาวให้พ้นจากเศษแก้วที่แตะกระจาย เนื้อหนังที่ไหม้จากกรดส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งแสบจมูก แม้ร่างของอมนุษย์จะยังดิ้นพล่านอย่างไม่ลดละ แต่เสียงหวีดแหลมสะเทือนแก้วหูนั้นเงียบลง เหลือเพียงเสียงครืดคราดเหมือนสัตว์ที่ถูกรัดคอห้อยจากเพดานในโรงเชือด “มันได้ผล...” เขาพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ “แม่งเอ้ย มันได้ผล!”

“ถอยออกมา” นักข่าวคว้าเอวเขา ลากห่างออกไปอีก “ปิดฉากแค่นี้แหละไอ้เนื้อเน่า!” ล้วงกระเป๋าหยิบไลท์เตอร์ที่เตรียมไว้โยนใส่ร่างที่ชุ่มโชกด้วยสารเคมี

เปลวไฟสีส้มลุกโชนขึ้นเป็นวงตามด้วยเสียงปะทุคล้ายระเบิด เศษเนื้อที่เปื่อยยุ่ยถูกแรงอัดดีดแตกกระจายไปทุกทิศทางก่อนตกลงแปะเต็มผนังและพื้นห้องราวกับฝนที่ตกเป็นเมือกเลือด ลำตัวและทรวงอกของมันเหลือเพียงเศษหนังแหว่งวิ่นและแกนกระดูกใหญ่ เนื้อและอวัยวะข้างในถูกคว้านเป็นโพรงโบ๋ มิเชลล์ยกมือขึ้นปิดปาก เบือนหน้าหนีจากสภาพน่าสำรอก

“ไปตายได้แล้วไป๊!” ชายหนุ่มสะบัดเท้าเตะหนวดและขาหลายข้างที่ขาดดิ้นกระดอนอยู่บนพื้นออกห่างตัว

ผู้บริหารครางในลำคออย่างพอใจ แต่ก็ต้องกลืนกลับลงไป เมื่อแผ่นเหล็กลั่นอาดขึ้นอีกครั้ง บารานอฟยกหัวขึ้นจากพื้น ใบหน้าเละจนไม่อาจจำได้ กรามล่างและกรงเขี้ยวถูกแรงระเบิดฉีกแหลก เบ้าตาที่กลวงโบ๋เขม็งใส่เหยื่อของมันอย่างอาฆาต หนวดและแขนพยายามตะกายพื้นเข้าหาด้วยพลังชีวิตที่เหลืออยู่ ฌอนขยับด้ามขวานในมือ เดินตรงเข้าหาอดีตนักวิจัย หมายจะหยุดความทรมานของเขาลง หากนักวิจัยไม่ถูกสอนให้ยอมรับความพ่ายแพ้

บารานอฟบิดลำตัวเป็นเกลียวอย่างรุนแรง บดกระดูกแกนกลางที่ยังเหลือให้หักสะบั้น กรงเล็บแหลมคมฉีกกระชากพังผืดและผิวหนังที่รั้งลำตัวของมันไว้ด้วยกัน เครื่องในและชิ้นส่วนมนุษย์ที่กองอยู่ในช่องท้องไหลทะลักออกมาข้างนอก ลิวานอสปล่อยนิ้วที่กดสวิทซ์ออก แต่เรี่ยวแรงมหาศาลของเครื่องจักรสังหารพังวงจรประตูนิรภัยจนไม่สามารถบังคับต่อได้อีก เขาเหวี่ยงรีโมททิ้ง แทบจะจังหวะเดียวกับที่อดีตหน่วยรบกระโจนเข้าหาบารานอฟ หากช้าเกิน

ส่วนบนของอมนุษย์ขาดเป็นอิสระจากส่วนล่าง ประตูเหล็กสับตัวปิดลงก่อนที่ฌอนจะแทรกตัวตามเข้าไปได้ ด้ามขวานที่หมายใช้กระทุ้งขัดไว้ถูกบดแหลกละเอียด

“แม่งเอ้ย...แม่ง!” เขาคำรามลั่น

มิเชลล์วิ่งตามเข้ามาสมทบ ใบหน้าซีดเผือด

“ส่งขวานให้ผม!” ฌอนรับขวานมาเตรียมเงื้อขึ้นเตรียมฟาดวงกบประตู แต่แผงวงจรบนกำแพงกระพริบถี่ แล้วกลับติดขึ้นอีกครั้ง แสดงสัญญาณว่าถูกเปิดจากด้านใน

ภาพแรกที่เขาเห็นหลังแผ่นเหล็กคือร่างของบารานอฟที่คร่อมอยู่บนโต๊ะผู้บริหาร หนวดและแขนของมันยึดเกาะขอบโต๊ะไว้ดังเป็นที่มั่นสุดท้าย รอยเลือดและเศษเนื้อลากยาวจากปากประตู หน่วยรบดีดตัวขึ้นเหยียบพนักโซฟา กระโดดทิ้งน้ำหนักทั้งหมดจามขวานเข้าใส่ลำคอของอสูรกายเต็มแรง คมขวานตัดท่อนเนื้อขาดกระเด็น ทะลุลงไปถึงอีกฝั่งของพื้นโต๊ะ ชายหนุ่มได้ยินเสียงร้องจากด้านล่าง เหนือซากที่ยังดิ้นพล่านแม้ไร้หัว เขาเกือบจะหัวเราะ

‘ลิวานอสมันยังไม่ตาย...’


มิเชลล์วิ่งหลบเศษชิ้นส่วนที่ยังเคลื่อนไหวของบารานอฟเข้ามาในห้อง ฌอนยืนรออยู่ก่อนแล้ว ขวานในมือโชกเลือด ส่วนผู้บริหารลากตัวเองออกมาจากใต้โต๊ะ ริมฝีปากซีดจนไม่มีสีเลือด แต่อวัยวะยังอยู่ครบ 32

ลูกมือหล่อนบุ้ยปากไปยังแผงวงจรควบคุมระบบไฟและประตูอัตโนมัติบนโต๊ะทำงาน “โชคดีที่ไอ้นี่ยังไม่รวนไปด้วย”

หญิงสาวมองไหล่เสื้อสูทเจ้าของห้องที่ขาดเป็นริ้ว “นั่นคุณโดนมันตะปบเหรอ?”

ลิวานอสสะบัดสูทออกจากตัว “...ขวานคุณแม็กคินเลย์”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ทั้งสามเข้าประจำที่ รัดเข็มขัด นักบินสำรองพึมพำขอบคุณพระเจ้าเมื่อได้ยินเสียงติดต่อกลับจากนายตนอีกครั้ง คราวนี้มิเชลล์เลือกนั่งประจำที่นั่งเสริมด้วยไม่อยากจะประสาทกินเพราะการบังคับเครื่องของลิวานอส ฌอนรับเคราะห์เป็นฝ่ายนั่งประจำที่นั่งนักบินที่สองแทน แต่แล้วก็ต้องโล่งใจอย่างมากเมื่อได้ยินผู้บริหารกรอกคำสั่งขอคำแนะนำในการเปิดระบบลงจอดอัตโนมัติ

หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่าง “ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน?”

“ระหว่างน่านน้ำอังกฤษและฝรั่งเศส” เขาเปิดฝาแผงวงจรตรงกลางขึ้นกรอกค่าบางอย่าง “ผมจะลงจอดในจุดที่แคบที่สุดของของช่องแคบอังกฤษ ท้องลำมีเรือเล็ก วิ่งได้สูงสุด 70 ไมล์ต่อชั่วโมง แค่ 15-20 นาที เราน่าจะถึงชายฝั่ง หากไม่วางใจคนของผม ระหว่างอยู่ในเรือคุณจะติดต่อตำรวจฝรั่งเศสให้มารอที่ท่าเรือก็ได้”

“ตกลงตามนั้น” ฌอนพยักหน้า “ผมจะให้การตามที่เราตกลงกัน จากนั้นพันธะของเราต่อกันถือเป็นอันสิ้นสุดลง”

“ยินดีที่ได้ร่วมงานกับพวกคุณ” เขาตอบเสียงเรียบ ไม่มีนัยประชดแฝง

นักข่าวสาวไม่สู้พอใจกับข้อตกลง แต่ต้องจำยอม หล่อนมองตามนิ้วที่กดปุ่มในแผงวงจรอย่างตั้งใจ “นั่นคุณทำอะไร?”

ลิวานอสดีดฝาแผงวงจรปิด “ตั้งเวลาระเบิด”

“อ่อ...หาอะไรนะ!”

“เครื่องบินลำนี้จะทำลายตัวเองในสามสิบนาที โปรดอยู่ในความสงบคุณการ์ดเนอร์ แล้วภาวนาให้เราลงจอดและออกจากเครื่องทัน”

หญิงสาวด่าเขาด้วยศัพท์บางอย่างในภาษาแม่ คราวนี้เป็นผู้บริหารที่เป็นฝ่ายฟังไม่ออก

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เพียงสามนาทีหลังเรือเร็วแล่นออกจากใต้ท้องลำ เสียงระเบิดก็กัมปนาทขึ้นท่ามกลางเสียงคลื่นของมหาสมุทร อดีตหน่วยรบหันมองเปลวไฟและกลุ่มควันที่พวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ หวนคิดถึงภาพชินตาบางอย่าง ส่วนนักข่าวสาวคิดถึงอุปกรณ์ทำข่าวราคาแพงที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และเหนืออื่นใด “บ็อบ” ตากล้องเพื่อนร่วมงาน ถึงแม้หล่อนจะมีโอกาสได้รู้จักเขาเพียงสั้น ๆ เกินกว่าจะผูกพันอย่างลึกซึ้ง แต่การบอกข่าวร้ายกับลูกเมียของเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง

สิบกว่านาทีเต็ม ๆ หลังจากนั้น นอกจากสายโทรศัพท์ที่ต่อถึงตำรวจชายฝั่ง- ซึ่งพูดอังกฤษได้น่าเศร้า จนชายหนุ่มต้องจำใจส่งสายให้ผู้บริหาร- ทั้งสามไม่ได้แลกเปลี่ยนคำพูดใด ๆ ระหว่างกันอีก ทิวทัศน์ของชายฝั่งและแสงไฟจากท่าเรือที่ใกล้เข้ามาทำให้มิเชลล์รู้สึกตัวว่าหล่อนยังมีชีวิตอยู่

“จบสิ้นกับเสียที” ฌอนถอนหายใจยาว แม้แท้จริงมือจะยังกำปืนแน่นอย่างไม่วางใจ

“มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก” หล่อนกระซิบตอบ

ที่ท่าเรือ ตำรวจกว่าครึ่งร้อยรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว พร้อมเรือเร็วประจำการที่ท่าอีกนับสิบลำ อดีตหน่วยพิเศษถึงกับตกตะลึงเพราะคิดไม่ถึงว่าจะต้องมารอกันมากมายขนาดนี้ “นี่เพราะคนโทรไปเป็นคุณใช่ไหมน่ะ?” เขาถามผู้บริหารลอย ๆ โดยไม่ต้องการคำตอบ

“เชื่อเขาเลย...” มิเชลล์หัวเราะหึ “ถ้าจะขนาดนี้ ถึงเรียกตำรวจมาเป็นกองร้อย ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ถูกพวกมันเอาไปกักตัวไว้ในคุกมืดแล้วยิงทิ้งทีหลังอยู่ดี”

“ผมไม่ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้นคุณการ์ดเนอร์ ในห้องขังคงเขียนหนังสือไม่ถนัด” ลิวานอสตอบทีเล่นทีจริง “ผมอยากให้คุณตีพิมพ์เรื่องราวของ Umbrella ต่อไป”

“วันหนึ่งได้ถึงคราวของคุณเป็นตัวเอกแน่” หล่อนเค้นตอบลอดไรฟัน

“ทำผู้หญิงแค้นคนเดียว ได้ซวยตลอดชาติ” ฌอนตบบ่าผู้บริหารเบา ๆ

เขากระตุกมุมปากตอบโดยไม่หันมามอง


To be continued…

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




อย่าเพิ่งตกใจ!!! ว่าทำไมมันยังไม่จบวะ ทำไมยังจะมีต่ออีก!!? จบสักทีเถอะมรึ๊งงงงง!!!


จริง ๆ คือจบแล้วค่ะ เหลือ Epilogue สั้น ๆ นิดหน่อยเป็นบทสรุปอย่างแท้จริง (แหม่ มี Prologue ไม่มี Epilogue ได้ไง ผิดธรรมเนียม) ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ชะตากรรมของทั้ง 3 เป็นอย่างไร และทำไมวิคเตอร์ถึงได้ตัดสินใจร่วมมือกับมิเชลล์และฌอน ซึ่ง Epilogue ที่ว่านี้จะลงต่อในสัปดาห์หน้านะคะ พร้อมกับของแถมนิดหน่อยเป็นการปิดฉาก Project [MEP] อย่างแท้จริง

ขอบคุณที่ติดตามกันมาถึงตอนนี้ค่ะ ใช้เวลาปีเต็ม ๆ เชียวนะเนี่ยฟิคเรื่องนี้ 555+




** เชิงอรรถ **

    - APU ---> Auxiliary power unit เป็นตัวจ่ายพลังงานสำรองฉุกเฉินของเครื่องบิน หรือจะมองว่าเป็นเครื่องปั่นไฟก็ว่าได้ จริง ๆ ปกติใช้เวลาที่เครื่องดับไม่คาดฝัน แต่วิคเตอร์เอามาใช้สตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่ เพราะเขาไม่สามารถสตาร์ทโดยอาศัย Windmill และแรงลมเพียงอย่างเดียวได้ (ไม่โปรพอ) ถ้านักบินเก่ง ๆ จะร่อนเครื่องลงแล้วสตาร์ทใหม่ได้เลยโดยไม่ต้องพึ่ง APU ค่ะ

    - Hydromorphone ---> หรือชื่อทางการค้า Dilaudid คือยาระงับปวดชนิดหนึ่ง มีฤทธิ์แรงกว่ามอร์ฟีนหลายเท่า จริง ๆ ขวดที่วิคเตอร์ใช้คือขวด 250 mg ซึ่งขายเป็นแพ็ค 10 ขวด ต้องผสมน้ำ 1 cc ต่อยา 10 mg จึงจะฉีดให้ผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย แต่วิคเตอร์ผสมข้นถึง 50 mg/ml เลยทีเดียว ส่วนโดสที่เราใช้นั้น ในทางทฤษฎีแล้วแรงพอจะน็อกช้างแอฟริกาหนัก 5 ตันได้เลยทีเดียว ที่บอกว่าในทางทฤษฎีเพราะก็เพราะคำนวนกลับมาจากโดสของ Etorphine ซึ่งเป็นนิยมใช้วางยาสัตว์ใหญ่มากกว่า อาจจะมีคลาดเคลื่อนบ้างค่ะ ก็หวังว่าบารานอฟมันจะไม่ถึกไปกว่าช้างล่ะนะ...

    - Pentobarbital ---> วิคเตอร์ตอบเป็นมุขขำ ๆ จริง ๆ มันเป็นยาที่ใช้ในการรักษาอาการชัก ยานอนหลับ แต่ในประเทศที่อนุญาตให้มีการทำ Euthanasia ได้เช่่นบางประเทศในกลุ่ม EU จะใช้มันในการจบชีวิตคนไข้ให้พ้นทรมาน

    - Carfentanil ---> ยาสลบสัตว์ใหญ่ รุนแรงกว่ามอร์ฟีน 100,000 เท่า ออกฤทธิ์ที่คนในระดับ 1 ไมโครกรัมขึ้นไป แน่นอนว่าไม่ได้บรรทุกมาในเครื่องแน่

    - Hydrogen peroxide หรือ ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ---> ใช้ล้างแผลนั่นเองค่ะ ปกติความเข้มข้นที่ใช้ล้างแผลคือแค่ราว ๆ 3% เท่านั้นเอง แต่ที่วิคเตอร์เตรียมไว้เข้มข้นถึง 75%

    - Acetone หรือ อะซิโตน ---> เราจะเห็นบ่อย ๆ ในรูปของน้ำยาล้างเล็บนั่นเองค่ะ ในห้องพยาบาลจะอะซิโตนใช้ในการเช็ดคราบพลาสเตอร์หรือแช่อุปกรณ์บางอย่าง เมื่อผสมเข้ากับกรดกำมะถันหรือกรดซัลฟิวริก (ที่วิคเตอร์ใช้โยนใส่บารานอฟ) และไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ หากรอให้แห้ง จะเกิดการตกผลึกเป็นสารที่ชื่อว่า Acetone peroxide ซึ่งระเบิดได้ ผู้ก่อการร้ายในยุค 90s นิยมใช้มาก เพราะทำได้ง่าย แต่มีข้อเสียคือไวต่อการระเบิดมากเกินไป ในฟิคนี่ไม่มีเวลามารอให้แห้งตกผลึก จึงอาศัยผสมสารที่อันตรายเข้าด้วยกันแล้วจุดไฟเผาค่ะ ซึ่งก่อให้เกิดการปะทุระเบิดได้เช่นกัน แต่จะไม่รุนแรงเท่าการระเบิดจากผลึก Acetone peroxide ที่แท้จริง



ป.ล. เนื่องจากตอนนี้วิทย์เยอะมาก และคนแต่งก็ฉลาดเหลือเกิ๊น ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็บอกได้นะคะ จะน้อมรับไปปรับปรุงแก้ไขค่า :e7

ป.ล.2 แบบขออุทธรณ์หน่อย กว่าฟิคตอนนี้จะออกมาได้ อยากบอกว่าอ่านฟิสิกส์ + เคมี +ชีวะเป็นร้อย ๆ หน้าอะ พูดจริงนะ อ่านเยอะมากจริง ๆ หาข้อมูลตาแฉะเลยกว่าจะออกมาแต่ละบรรทัด แต่เวลาเขียนออกมาจริง ๆ เหมือนเนื้อหามีแค่นิดเดียวเอง เห็นแล้วขำ

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

bakura_soya

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 1745

ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2007, 22:59

ที่อยู่: ป้ายรถเมล์ T_T

โพสต์ 11 ก.พ. 2014, 05:18

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

กลับมาคราวนี้บาสอ่านรวดเดียวสามตอน ตาลายแล้วเนี่ย 555555

ตอนสุดท้ายนี่ข้อมูลแน่นมากๆอ่ะ มาทุกวิชาเลยทีเดียว ทุ่มเทจริงๆกว่าจะได้ข้อมูลมาขนาดนี้ แถมไม่ได้เรียนสายวิทย์ด้วย สุดยอดจริง!! :e12
ส่วนเรื่องข้อผิดพลาดก็... ไม่รู้ฮะ เชื่อตามที่เขียนมาเนี่ยแหละ ความรู้ทางนี้ต่ำมาก (ได้ข่าวเอ็งจบสายวิทย์นะ ไอ้คุณบาส :e13 )

แล้วจะรอ Epilogue กับของแถมครับ..
จริงๆตกใจกับคำว่า "To be continued…" อยู่เหมือนกันนะ "ตอนจบไม่ใช่เหรอ? เอ๊ะมีต่อเหรอเนี่ย?" พอเห็นด้านล่างก็เข้าใจละ 55555
ขอฝาก Thaibiohazard on Facebook!! เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารครับผม

----------------------------
<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2489

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 11 ก.พ. 2014, 08:42

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

@น้องแทน - กำลังงงเลยทำไมไม่มีรูปฌอน เฮ้ย ไม่ครบองค์ประชุมซะงั้น 555
วิคเตอร์มาแบบมาดนิ่งตามสไตล์ ส่วนมิเชลรูปนี้หน้าโหดมิใช่น้อย แต่ก็อย่างว่านะ มาเจอเที่ยวบินนรกแบบนี้ใครไม่โหดก็แปลกล่ะ 555


@แพร - โห ตอนนี้มันส์มว๊ากกกกกก อ่านไปลุ้นไป รู้สึกว่าสามคนนี้เข้าขากันขึ้นมาแล้วโหดสรัส ๆ หยึย :e12

ฌอนนั้นยังคงความเท่ไม่สร่างซา ตอนที่ออกไปล่อบารานอฟนี่แบบประทับใจสุด ๆ ท่านช่างแมนมาก T^Tb
ขำตอนฌอนบอกผมเป็นดับเพลิงเก่า 5555 คิดได้ไง มิเชลคงปวดขมับ

ตอนนี้ความบ้าบิ่นของวิคเตอร์นี่ได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัดมาก ๆ โหอึ้งอ่ะ ไม่คิดว่าวิคเตอร์มันจะบ้าขนาดนี้ ทำเอาแม่ยกแทบจะเป็นลม ยิ่งฉากดิ่งเครื่องบินเนี่ย เอิ่มถามหน่อย จริง ๆ แล้ววิคเตอร์มันแอบสนุกใช่ป่ะ มันดูแบบแอบมันส์นิด ๆ นะ = ='' แล้วไหนจะฉากปิดประตูหนีบบารานอฟอีก เราคิดภาพไว้แบบวิคเตอร์ถือรีโมตหน้านิ่ง ๆ แอบกระตุกมุมปากนิด ๆ แบบโฉด ๆ มือก็จิ้มรีโมตรัว ๆ นี่แหน่ะๆๆๆๆๆ อะไรเทือกนั้น มันดูแบบ....โหดสัสมาก (แต่แม่ยกแอบฟิน) เราว่ารอดไปได้งานนี้ผู้บริหารทั้งบอร์ดต้องมองวิคเตอร์ใหม่แล้วล่ะ แบบว่าเชรี้ย จริง ๆ แล้วมันแอบโฉดโรคจิตนี่หว่า คาร์ลินแม่งอาจจะแทบเข่าทรุดปากสั่น โอวกรูไม่น่าไปแหยมกับมันก่อนหน้านี้เลย ถ้ามันแอบแค้นกูอยู่ในใจทำไงวะเนี่ย ตายหร่ะ งานนี้ยกตำแหน่งหัวหน้าหน่วยจารชนให้วิคเตอร์ครองไปอีกตำแหน่งแล้วลี้ภัยไปสุดขอบโลกเลยดีกว่าคาร์ลิน โฮะๆๆๆ (วิคเตอร์: มะ ไม่ใช่นะ ผมไม่ใช่คนอย่างง้าน :e6 )

โอเคเพ้อมานาน กลับเข้าเรื่องก่อน ตอนนี้ที่มันส์สุด ๆ เพราะไม่ใช่แค่สู้บู๊แหลกนะ ยังมีการใช้สมองวางแผนการด้วย สงสัยตอนที่แล้วที่วิคเตอร์ดูไม่ค่อยช่วยยิงเพราะมัวแต่วางแผนอยู่สินะ 555 คือแบบถามจริง คิดได้ไง ฆ่ามอนด้วยยาแก้ปวดเนี่ยนะ? เราก็อุตส่าห์คิดภาพแบบ anti-bow ไรงี้ ที่ไหนได้...บารานอฟนี่น่าจะเป็นหนึ่งในมอนที่ตายอนาถที่สุดแล้วมั้งเนี่ย ตายด้วยยาแก้ปวด รู้ถึงไหนอายถึงนั่น = ='

พูดถึงยาแก้ปวด ตอนที่มิเชลรู้ว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่อาวุธชีวภาพอย่างที่คาดนี่ในใจคงถึงกับไปไม่เป็นเลยสินะ 555 ด่าเค้าไว้เยอะ (แต่ก็ยังมีแก่ใจจะด่าต่อเนอะ เป็นเราเราด่าไม่ออกแระ หุบปากก้มหน้าก้มตาทำไปดีกว่า แอบว่ามันอายอ่ะ ...แต่จะว่าไปมิเชลก็น่าจะแอบอายอยู่บ้างนะ เพราะตอนฌอนถามก็ไม่ยอมบอกว่าคือยาอะไร คือกลัวเค้ารู้ว่าหน้าแตกมาใช่ป่ะ 55) จะว่าไปมิเชลนี่ด่าได้เสมอต้นเสมอปลายดีเนอะ ด่าแม่มยันตั้งแต่เริ่มเรื่องยันจบเรื่อง happy ending แล้วก็ยังจะด่าไม่เลิกรา ฌอนถึงกับบอกว่าทำให้ผู้หญิงแค้นนี่ซวยจริง ๆ วิคเตอร์ถึงกับยิ้มตอบ (ในใจ: มะ มีคนเข้าใจหัวอกเราด้วย :e6 ) คือเป็นเราเราถึงจะเกลียดแม่งยังไงก็คงเลิกด่าแล้วอ่ะ 555 คือมันต้องมีเหนื่อยบ้างอะไรบ้าง แล้วยังไงก็ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายด้วยกัน เดี๋ยวด่ามากมันหันเข็มมาฉีดกรูนี่ซวยเบย นี่ดีนะที่เจอกะวิคเตอร์ที่โคตรใจเย็น + สุภาพบุรุษ ถ้าเจอคนอื่นใน The Agency เช่นคาร์ลินยังงี้คงได้มีเลือดกบปากไปแระ มาเจอวิคเตอร์นอกจากจะไม่เคยโดนสวนกลับเลย ตอนดิ่งเครืองยังอุตส่าห์เตือนเค้าอีกว่าระวังกัดลิ้น โหพี่ ใจมากอ่ะ :e6

คืออ่านตอนนี้แล้วเหมือนเห็นอะไรที่ไม่ได้เห็นใน MORC เรื่องหลัก นั่นคือมิเชลนี่เป็นคนที่อคติแล้วอคติเลยเนอะ แบบอคติแรงกล้ามาก ลงถ้ามีอคติกับใครแล้วจะตั้งแง่ไว้ก่อนท่าเดียวว่ามันต้องอย่างงู้นต้องอย่างงี้แน่นอน อืม... ก็ตามประสานักข่าวก็ต้องหมั่นตั้งแง่ไว้ก่อนอยู่แล้วอ่ะเนอะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าไอ้นิสัยที่ปักธงแล้วปักธงเลยของเธอนี่จะนำความพลาดพลั้งอะไรมาสู่เธอในภายหลังได้รึเปล่า?

ป.ล.1 ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมวิคเตอร์ต้องปล่อยสองคนนั้นไป ดูจากที่อ้างแล้วมันยังไม่ค่อยน่าเชื่อยังไงบอกไม่ถูก แต่แพรออกตัวแล้วว่ามีเหตุผลเพราะงั้นจะรออ่านตอนต่อไปละกันเนอะ
ป.ล.2 พิมพ์ไปยังขำเรื่องรีโมตไป ตอนนี้เหมือนวิคเตอร์ได้อาวุธประจำตัวใหม่แระ ก่อนหน้านี้สามารถขว้างถ้วยชาใส่ศัตรูได้ ตอนนี้มีรีโมตอีก 1 ea แล้วนะครัช ยังจะมีใครกล้าแหยมอีกไหมครัช :e14
<<

PREUK_RE

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 3138

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 23:44

โพสต์ 11 ก.พ. 2014, 21:36

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

เพิ่งเคลียร์รายงานเสร็จไป มาอ่านช้าไปนิดโทษที คืออยากบอกว่า สุดยอดมากๆอ่ะ ตอนนี้โคตรมันส์ สุดๆของที่สุดแล้ว สมเป็นตอนจบของ Fic สุดเมพ ก่อนอื่นขอบอกว่าตอนนี้พี่ชอบมาก ขอมูลแน่นเอี๊ยดเลย นับถือความพยายามการหาข้อมูลมาก แถมคนแต่งไม่ได้เป็นสายวิทย์ด้วยนะ แต่แต่งออกมาได้ขนาดนี้ ขอชมจากใจจริงๆ คือตอนนี้บูรณาการความรู้วิทย์หลากหลายด้านมากๆ มีทั้ง Physics (เรื่องแรง), Engineering (Aerodynamic เรื่องการเคลื่อนที่ของเครื่องบิน), Chemistry (การเตรียมสารทำระเบิด), Biology (เรื่อง Cell Respiration), Pharmacy,(เรื่องยาแก้ปวด แถมวิธีการเตรียมยาจาก 250 mg ต่อขวดจำนวน 10 ขวด ให้ได้สายละลายยาความเข้มข้น 50 mg/ml จำนวน 50 ml เพื่อใส่ในปืนฉีดยาของ Victor ยังเป๊ะอ่ะ) คือไม่รู้จะพูดยังไงละ ขอปรบมือให้ดังๆ ประทับใจสุดๆ นี่ถ้าน้องแพรมาเรียนสายวิทย์นี่รุ่งแน่นอนอ่ะ 5555+ (จริงๆเชิงอรรถที่เป็นข้อมูลวิทย์และเรื่องอื่นเยอะๆนี่พี่ชอบนะ ยาว 10 หน้านี่ก็จะอ่านใส่มาได้เลย :e7 )

ตอนนี้ฌอนเท่มากๆ โคตรพระเอกเลย อย่างหล่ออ่ะงานนี้ (จนอยากจะเปิดเพลงโคตรจะแมนของป้างให้ฟัง 555) สู้กับบารานอฟได้แบบว่าสุดยอด แต่รับบทหนักสุดในเรื่องแล้วล่ะ แอบสงสารเหมือนกัน สู้ก็เยอะสุดแถมเป็นตัวล่อให้อีก ทำไมตรูโดนใช้งานหนักขนาดนี้วะ 555 ส่วนมิเชลล์ก็ใช่ย่อย เป็นคนที่ทะมัดทะแมงและใช้ปืนได้ดีเลยนะหลังๆดูเธอต่อสุู้ได้เก่งมากขึ้นปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ดีเลย สมแล้วที่เป็นนักข่าวในจักรวาล RE มันต้องได้อย่างนี้ (Edward สอนมาดีสินะ 555) ว่าแต่ขำมากด่าตลอดเรื่องเลยอ่ะจนกระทั่งนาทีสุดท้าย ใครทำให้เธอโกรธนี่แย่เลย 555 :e13

ส่วน Victor คืออยากบอกว่าผิดคาดมาก ไม่นึกว่าตอนต่อสู้เอาจริงจะเก่งได้ขนาดนี้ ทั้ง สเปรย์ไฟผู้บริหาร, Acetone peroxide ลิวานอส, รีโมตประตูพันล้าน ฯลฯ ไม่ว่ามันจะชื่อบ้าอะไรก็ตามแต่ นาริทรากับเวสเกอร์มาเห็นคงช๊อก ประมาทเจ้าเด็กนี่ไม่ได้จริงๆ 555 ขำตอนไปด่าบารานอฟแล้ววิ่งสุดชีวิต (เพื่อล่อให้ไปติดกับ)นี่แหละ 555 ว่าแต่แอบสบถคำหยาบนะ มาดามต้องโกรธแน่ๆ 55 แต่เหนื่อสิ่งอื่นใดยังไม่สำคัญเท่าความฉลาดในการวางแผนและใช้งานสถานที่และบุคคลอื่นให้เหมาะสมเพื่อรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า แม้ตัวเองจะไม่เก่งด้านการต่อสู้ ลงมือเองไม่ได้ แต่กึ๋นนี่สุดยอดจริงๆสมแล้วที่มาจาก PR :e13

ปล. ว่าแต่พูดถึงการทำระเบิด Acetone peroxide ที่แบบเอา Acetone + Hydrogen peroxide (เข้มข้นตั้ง 75% นี่ Victor ก่ะเอามาทำระเบิดคุณภาพดีเลยสินะ) + Sulfuric Acid (ที่ใช้เป็นตัวเร่งปกิกิริยา ?) แล้วจุดไฟ เพื่อให้ระเบิดนี่ พี่ขอ Source อ่านหน่อยได้มั๊ยครับ พอดีสนใจมากอยากรู้ว่ารายละเอียดมันเป็นยังไง เพราะไม่เคยทำมาก่อน (เคยทำก็บ้าแล้ว =='') อย่าพึ่งเข้าใจผิดว่าจะเอาไปทำระเบิดใส่ห้องอาจารย์นะ (แม้สารเคมีใน LAB จะมีครบ 55) พอดีพี่หาอ่านเจอแต่ที่ว่ามันจะต้องรอให้เป็นรูปของผลึกก่อน (ต้องผ่านกระบวนการทำให้แห้งก่อน) ตามที่น้องแพรได้อธิบายไป เลยอยากรู้วิธีทำอีกแบบนึงน่ะครับ

http://explosives.wonderhowto.com/how-to/make-acetone-peroxide-primary-high-explosive-0132649/

ป.ล 2 สุดท้ายนี้ขอ MEP 2 ได้มั๊ย 5555 อาจจะเป็นตัวละครอื่นของทั้งสามเรื่องมาเจอกันก็ได้ แฟนๆอยากอ่านต่ออ่ะ ><

ปล.3 รูปน้องแทนวาดสวยมาก Victor หน้านิ่งๆ แต่มิเชลแบบว่าอยากออกจากเครื่องบินลำนี้เต็มทน 555
รูปภาพ
รูปภาพ

''It's about time someone took my place. And I'd be honored if it was you.''

                  - Chris Redfield
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 11 ก.พ. 2014, 22:57

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

ตอบพี่พฤกษ์เรื่องระเบิดก่อนกลัวลืม เดี๋ยวไว้มาตอบทุกคนเต็ม ๆ อีกครั้งนะคะ บังเอิญตอนนี้ไม่ค่อยว่างเท่าไหร่


เรื่องระเบิดปกติถ้าจะทำแบบผู้ก่อการร้ายใช้จริง ๆ ยังไงต้องให้เป็นผลึกก่อนค่ะ (ส่วนใหญ่พวกมันเอาไปแช่เย็นแบบง่าย ๆ เลย ไม่ได้ทำไปทำอะไรซับซ้อน เพราะไม่งั้นผลึกมันจะระเบิดง่ายมาก แตะหน่อยตู้มเลย ผลึกแบบนี้จะออกสีขุ่น ๆ เป็นอันตรายต่อคนใช้เกิน แต่ถ้ามันเป็นผลึกใส แบบนี้ใช้ได้ดีกว่าค่ะ)

ส่วนที่วิคเตอร์ทำนั้น เขาไม่ได้กะทำระเบิดแบบที่เรียกได้ว่าเป็น explosive จริง ๆ literally แต่แรกแล้วค่ะ เพราะหากใช้ Acetone peroxide (ในกรณีที่ต่อให้มีเวลาเตรียม ซึ่งคงทั้งคืน 555) เครื่องคงได้พัง พระนางตายกันเรียบแน่ ๆ :e13 เขาเพียงแต่ต้องการให้เกิดการปะทุจากความร้อนสูง ๆ มากกว่า แต่บนเงื่อนไขว่า ต้องร้อนมากและสร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อได้มาก แต่ดับไว ด้วย (ในกรณีที่ไม่ลามติดข้าวของเสียก่อน) ไม่งั้นตัวเองจะเป็นอันตรายได้ เรื่องจะใช้ Molotov cocktail จึงไม่ควรอย่างยิ่ง ต่อให้มีปัญญาหาน้ำมันมาได้ก็ตาม

สรุปแล้ว เขาเลยเลือกจุดไฟจากสารเคมีพวกนี้แทนค่ะ แต่ต้องเข้าใจว่าต่อให้ mix ทั้งหมดรวมกัน ตราบใดที่มันยังไม่แปรสภาพเป็น Acetone peroxide ก็ไม่ทำให้มันกลายเป็น explosive ไปได้อยู่ดี ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากการ mix สารเคมีพวกนี้ก็จะยังคงเป็น combustion ธรรมดา ๆ (ทางวิทย์มันใช้คำนี้เปล่าหว่า = =)

**แต่** เพราะความฟู่ ๆ ของไอ้ Hydrogen peroxide นี่แหละ เลยทำให้มันมีแรงอัดเกิดขึ้น เช่น ถ้าเทใส่ในขวดแก้วผสม acetone แล้วจุดไฟ (ไม่ต้องปิดฝา) ขวดแก้วก็ระเบิดกระจุยกระจายแน่นอน แต่ถามว่าการระเบิด (แบบภาษาไทย) จากแรงอัดดังกล่าวเรียกได้ว่าเป็น explosive reaction ไหม ตอบเลยว่าไม่ เพราะ reaction มันไม่รวดเร็วและรุนแรงพอจะเรียกแบบนั้นได้ ยังไงก็เป็นแค่ combustion reaction อยู่ดี แต่มันมีแรงอัดเท่านั้นเองค่ะ เราจึงไม่ได้บรรยายในฟิคว่าระเบิด แต่บอกว่า "เสียงปะทุคล้ายระเบิด"

ทีนี้มาดูกันต่อว่า ตามจุดประสงค์หลักของวิคเตอร์ข้างต้น จำเป็นต้องใช้กรดด้วยเหรอ? ไม่ต้องก็ได้หรือเปล่า ใช้แค่ acetone กับยาล้างแผล (จริง ๆ มันก็ไม่ล้างแผลแล้วอ่านะ ปาเข้าไป 75% :e7) ก็พอ แต่ที่วิคเตอร์จัดกรดด้วยเพราะว่าเขาต้องการ 1) เร่งปฏิกิริยา เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันว่าซัลฟิวริกโดยตัวมันเองนั้นไม่ใช่วัตถุไวไฟ แต่เวลาไปจับกับสารไวไฟอื่นมันจะทำให้ไฟน่ากลัวมาก และ 2) เพื่อให้เนื้อของบารานอฟ (ซึ่งในขณะนั้นไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้อีกแล้ว เป็นเสมือนก้อนเนื้อ) ยุ่ย พอถูกความร้อนมหาศาลและแรงอัดเข้า มันจึงระเบิดเป็นโกโก้ครันซ์นั่นเองค่ะ หากเนื้อมันยังตึง ๆ อยู่ อาจจะแค่เป็นแผลเหวอะหวะถึงชั้นไขมันเฉย ๆ แต่ถ้ามันยุ่ยล่ะก็ คงพอจะทะลวงมันได้ทีเดียว

จริง ๆ มีคนลองทำการทดลองตามข้างต้นไว้อยู่นะ เราเจอโดยบังเอิญจากการหาข้อมูลทั่ว ๆ ไป เขาเขียนลงในบอร์ดใต้ดินที่สอนทำระเบิดน่ะค่ะ (คนในบอร์ดเหมือนจะโต ๆ กันแล้วละมั้ง แต่ชอบเล่นอะไรแผลง ๆ กัน) แต่เราหา url ไม่เจอแล้ว เพราะเปิดในหน้าต่าง incognito เนื่องจากรำคาญ cookie มัน และบอร์ดแบบนี้เสี่ยงผิดกฎหมายด้วย ถ้ายังไงหาเจอเดี๋ยวส่งให้ทาง PM อีกทีค่ะ จำไม่ได้ว่าตอนนั้นใช้คีย์เวิร์ดอะไร = ="

พูดถึงบอร์ดระเบิดยังไม่อะไร เข้าใจว่าชอบเล่นแผลง ๆ กัน แต่ช็อกกับ "บอร์ดขี้ยา" มาก คือตอนที่หาข้อมูล นอกจากหาใน drug bank และข้อมูลทางวิชาการทั่วไป เราลองหาเกี่ยวกับข้อมูลผู้ใช้จริงด้วย แล้วก็ไปเจอกับไอ้บอร์ดบ้าแห่งหนึ่งซึ่งรวมขี้ยาเอาไว้จากทั่วสารทิศเลยหรือไงไม่ทราบได้ มาคุยกันแบบเปิดเผยมากว่าเสพอะไรดี เท่าไหน อย่างไร เปลี่ยนจากตัวนี้เป็นตัวนี้ dose มันเท่าไหร่ แรงไหม high ไหม ซึ่งคะแนน review ของ Dilaudid จัดว่าต่ำทีเดียว เพราะแรงโคตร ๆ แต่ไม่ให้ความรู้สึก High เท่าไหร่ อ่านไปสยองไป

มีบางกระทู้มาถามด้วยว่า ได้ Dihydroetorphine มาจากจีน มือใหม่ลองเท่าไหร่ดี ปกติจัด Dilaudid อยู่ 5mg โถ เราอ่านแล้วงงว่ามัน troll หรือมันโง่จริง แต่ตอนเรามาเจอ เขาตั้งกระทู้ได้สักพักแล้ว ผ่านไปสองชั่วโมงยังไม่มีคนมาตอบ เลยโพสต่อว่าเดี๋ยวจะเริ่มจาก 1mg ก่อนแล้วกัน แล้วจะมาส่งการบ้าน (ทำนองว่า review) จากนั้นก็หายไปเลย เราเตือนไม่ทัน คนที่เป็น member เก่าแก่ (โพสเยอะ ๆ) ในบอร์ดโผล่มาพอดี คลาดกันแค่ 10 นาที พยายามรั้งไว้ บอกว่า มึงจะบ้าเหรอ มันออกฤทธิ์ระดับไมโครกรัมเลยนะ บลา ๆ แต่ว่าตาคนนั้นก็หายไปแล้ว ไม่ได้กลับมา ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ RIP แล้วกัน ตามบารานอฟไปได้เลย

แต่ถึงจะเป็นบอร์ดขี้ยา แต่คนในบอร์ดเขาวิชาการกันเว่อร์ ๆ อะ บางคนแม่งโคตรเก่งเลย อ่านแล้วสงสัยในใจ มึงจะมาเป็นขี้ยาทำไมเนี่ยไม่เข้าใจ แต่คนพวกนี้เวลาคุยกันเขาจะแทนตัวเองว่า He หมด นัยว่าถ้ามีตำรวจมาเห็น จะถือเอาว่าเขาพูดถึงคนอื่น ไปเอาผิดเขาไม่ได้ (ในทางกฎหมาย) ตอนแรกที่เราเข้าไปอ่านก็งง ๆ ทำไมถามเรื่องเพื่อนหมดเลยวะ ไป ๆ มา ๆ อ้อ ตูโง่อยู่ได้ตั้งนาน 555+ แถมมีจัดทำ profile พวก opioid tolerance ของตัวเองด้วยอะ เอากับมันสิ


ป.ล. ว่าจะตอบสั้น ๆ ยาวเลย ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ คอมเม้นท์ท่านอื่น ๆ และประเด็นอื่น ๆ เดี๋ยวมาตอบอีกทีค่ะ หากมีข้อสงสัยอะไรเพิ่มก็บอกนะคะ ยังไงพี่พฤกษ์ลองเอาไปทดลองดูด้วยก็ดีนะคะ เราก็อยากรู้เหมือนกันว่า มันจะสร้างแรงอัดได้แค่ไหนกันเชียว เพราะไม่เคยทำการทดลองเองค่ะ อ่านชาวบ้านเขามาอีกที

ป.ล. 2 เห็นพี่พฤกษ์เม้นท์ถึงคำสบถวิคเตอร์ หมายถึงตรงไหนคะ ไม่มีนะคะ เราไม่ได้เขียน :e12 บางทีอาจจะเป็นของฌอนแต่เราเขียนงงจนอ่านแล้วเหมือนวิคเตอร์พูด ยังไงบอกจุดด้วยค่ะเดี๋ยวเราจะแก้ไขให้สับสนน้อยลงค่ะ ขอบคุณมากค่า


EDIT

เฮ่ย เพิ่งเห็นเราพิมพ์ตก ย่อหน้าที่ 2 เลย จะบอกว่าที่เอาไปแช่เย็นเพราะผลึกที่ได้มันจะใสกว่า ถ้ามันแห้งในอุณหภูมิห้อง ผลึกมันจะขุ่น ระเบิดง่ายค่ะ

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

PREUK_RE

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 3138

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 23:44

โพสต์ 11 ก.พ. 2014, 23:49

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

อ้อ พี่เคลียร์แล้วครับ เรื่องระเบิด น้องแพรอธิบายละเอียดมากอ่ะ คือไม่ได้ตั้งจะทำ Product ใหม่เป็น Acetone peroxide เพราะสถานการณ์ไม่อำนวย แต่เรื่องที่มันปะทุอาศัยคุณสมบัติดั้งเดิมของสารที่ Victor โยนเข้าไปเอง งั้นโอเคครับ เพราะแค่ Acetone ตัวเดียวก็เป็นสารที่ไวไฟมากแล้ว แถมมาเจอสารอื่นและกรดอีก บารานอฟไม่เละก็ไม่รู้จะว่าไงละ 555

ส่วนเรื่องประโยครู้สึกจะเป็นอันนี้ “อย่าวิ่งเลยบันไดกลาง” เขาตะโกนบอกผ่านเสียงของความโกลาหล “ข้างหน้าเป็นทางตัน ลงบันไดไป! ลงบันได...แม่งเอ้ย นั่นไง!” ตอนแรงมึนนึกว่า Victor พูด ไปอ่านอีกทีนี่มันฌอนพูดสินะ 555


ปล. บอร์ดยาน่ากลัว...ฉิบ =='' หาข้อมูลไปมาไปเจอบอร์ดนี้ได้ไงเนี่ย 555 ไอ้คนนนั้นคง...RIP

ปล. 2 ทำการทดลองอันตรายๆคงไม่กล้าเสี่ยง 555 (ตอนปี 2 คู่หูพี่เผลอทำโซเดียม (Na) ตกลงท่อน้ำในอ่างล้างมือ ไฟนี่ลุกจากท่อเป็นที่ประจักษ์เต็มสองตา 55)
รูปภาพ
รูปภาพ

''It's about time someone took my place. And I'd be honored if it was you.''

                  - Chris Redfield
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 13 ก.พ. 2014, 02:43

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

มาตอบแล้วค่ะ ขอโทษที่ช้าไปหน่อยนะคะ พักนี้ยุ่งมากมายเลยค่ะ แต่พ้นคืนนี้ไป ชีวิตจะสงบสุขไปสัก 2-3 วันค่ะ ก็หวังจะเขียน Epilogue ออกมาได้ไว ๆ นะ


@ น้องบาส:

โห ขอบคุณมากเลยน้องบาส อ่านรวด 3 ตอนนี่หนักหนาสาหัสเลยนะเนี่ย 55555
แต่พี่ว่าละต้องมีคนตกใจกับ To be Continued เลยต้องดักไว้ก่อน กันคนเป็นลม


@ วาว:

ก่อนอื่นขอบอกเลยว่า แผนการที่วิคเตอร์วางไว้คงสำเร็จลุล่วงลงไม่ได้ ถ้าไม่มีแอนตาซิลเป็นสปอนเซอร์ แตกเข็มละห้าร้อย (ไม่ใช่ละ -*-) จริง ๆ คือต้องยกเครดิตให้น้องแทนและพี่เบียร์ด้วยที่มาประชุมรวมกลุ่มคิดแผนกันอย่างเมามันส์ โดยเฉพาะมุขประตูหนีบและมุขตัวขาดสองท่อนวิ่งไปหาวิคเตอร์ (แม่ง B.O.W. หรือแมลงสาบ...) นี่ น้องแทนกะพี่เบียร์เป็นคนคิด ไม่งั้นคงงงกันอีกนานว่าตูจะเอาเข็มไปปักมันยังไงดีวะเนี่ย จะให้มีปืนยาสลบบนเครื่องก็ดูจะเว่อร์ไปหน่อย เพราะจุดหมายปลายทางไปเบอร์ลิน ไม่ได้ไปลงแถบแอฟริกา 555+

ส่วนมุขยาแก้ปวด จริง ๆ มันปิ๊งขึ้นมาโดยบังเอิญ แบบตอนแต่งตอนแรกไม่ได้กะให้มีหรอก ไอ้บารานอฟเนี่ย ไป ๆ มา ๆ มันมาได้ไงไม่รู้ มาแล้วเสือกเก่งเกินไป สู้ไม่ได้อีก (เวร) เลยต้องมาหาทางปราบมัน จะอัดด้วย Anti-BOW มันก็มุขเก่าเหลือเกิน หรือจะเอาร็อกเกตลันซ์เซอร์มายิงก็คงไม่ไหว ตอนแรกยังคุยกันเล่น ๆ อยู่เลยว่า เดี๋ยวจับฉีดด้วยโบท็อกซ์แม่ง เอาให้ตายไปเลย ขำไปขำมา เลยปิ๊งขึ้นมาเป็นมุขยาแก้ปวดนี่แหละ เรียกว่ามาด้วยความบังเอิญโดยแท้ :e21

มาถึงเรื่องตัวละครบบ้าง พี่ฌอนของเรานี่เท่เสมอต้นเสมอปลายนับตั้งแต่ Prologue ยัน Epilogue แน่นอน เรียกว่ามีความเป็นพระเอกฝังในสายเลือด จะฝนตก แดดออก แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด พี่แกไม่เคยหวั่นแม้วันมามาก ถึกทนยิ่งกว่าคูโบต้า แต่พอเจอมิเชลล์กับวิคเตอร์เข้าไปนี่แหม่ ประสาทจะแดกซะให้ได้ สู้ให้แกออกไปรบคนเดียว ศัตรูสักครึ่งร้อยยังไม่เครียดเท่าขึ้นไฟล์ทมรณะคราวนี้เลย คนหนึ่งไม่บ่นก็ด่า อีกคนหนึ่งก็สำอางสำออย รู้งี้กลับไปรบดีกว่า ไม่น่ามาหางานสามัญทำเลย จะได้ค่าจ้างคุ้มไหมเนี่ย ข่าวก็ไม่ได้ทำ

สำหรับมิเชลล์นี่ เราเขียนภายใต้การกำกับของพี่เบียร์โดยเฉพาะ รีเควสว่าขอด่าแบบเน้น ๆ เพราะเธอเกลียดวิคเตอร์มาก เนื่องจากเธอรำคาญความประดิษฐ์ประดอยของมัน เรียกว่าเป็นผู้ชายแบบที่เธอหมั่นไส้เหม็นขี้หน้าพอดี แบบผู้ชายอะไรเย๊อะเยอะ ประมาณนี้ แต่ถามว่าเธออคติไหม เราก็คิดแบบวาวนะ ว่านักข่าวส่วนใหญ่จะชอบมีธงในใจ สงสัยใครนี่กัดไม่ปล่อย มุ่งหาความจริงลูกเดียว วิคเตอร์รอดกลับไปได้หนนี้ คงต้องกรวดน้ำคว่ำขันอยู่หน้าบ้าน ขอให้ชาตินี้อย่าได้พบพานกันอีกเลย กลัวว่าเธอถ้าตามมาสืบรู้ว่าแท้จริงแล้ว The Agency ทำธุรกิจอะไร เดี๋ยวจะซวยไม่ใช่น้อย เพราะไปอำเธอไว้เยอะ นี่ขนาดอำว่าขายวัคซีนยังโดนด่าขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าค้าแม่งทุกอย่างที่ผิดกฎหมายนี่สงสัยเอาปากกาทิ่มไส้แตกแน่ ๆ เลย :e13

สุดท้ายคือวิคเตอร์ เราแต่งไปก็คิดในใจแหละว่า จริง ๆ มันอาจจะแอบมันส์ในอารมณ์ก็ได้นะ แบบว่าปกติใช้ชีวิตน่าเบื่อโคตร ๆ เก็บกด ไม่มีปากไม่มีเสียง อยู่เงียบ ๆ มานาน ถึงทีเลยเอาสักหน่อย (กดรีโมทรัว ๆ นี่แน่ะ ๆ :e10) ยิ่งโดนมิเชลล์ด่ายิ่งเอาใหญ่ ตอบโต้อะไรไม่ได้เดี๋ยวไม่ chivalrous ผิดคำสอนของมาดาม เลยเอามาลงกับบารานอฟแทน ซวยไป 555+


@ พี่พฤกษ์:

ดีใจที่ชอบตอนนี้นะคะ ขอยกเครดิตให้แก่น้องแทนและพี่เบียร์ด้วยอย่างมากค่ะ :e7

ถ้ามี MEP 2 จริง ๆ สงสัยต้องปลดระวางฌอนแล้ว เพราะแค่ไฟล์ทเดียวก็ผมหงอกไปหลายเส้น ต้องหนีไปพักร้อนหน่อย อาจจะเอาคนอื่นมารับกรรมแทน แต่ถึงไม่เจอวิคเตอร์ ถ้าไปเจอคาร์ลินงี้ก็คงจะปวดกะโหลกไม่แพ้กัน จริง ๆ เจอนาริทราน่าจะสบายสุด เพราะป้าแกออกแนวอะไรก็ได้ ขอให้รอดครบ 32 เถอะ ไม่ขออะไรมากกว่านี้แล้ว... จะว่าไปเดี๋ยวป้าแกก็จะโผล่ออกมาเล็กน้อยใน Epilogue ให้พอหายคิดถึง (ว่าแต่มีคนคิดถึงด้วยเหรอป้า :e12)

ขำชื่อท่าที่พี่พฤกษ์ตั้งให้วิคเตอร์มาก ๆ มีไม้ตายเป็นของตัวเองแล้วสินะ ตอนด่าบารานอฟนี่ ยิ่งถ้าแปลเป็นอังกฤษจะอย่างเท่เลยพี่ ภาษาไทยมันไม่ค่อยเท่เท่าไหร่ แต่พอด่าเสร็จอย่างเก๋า วิ่งหนีอย่างหมาเลย ฌอนกลับเป็นฝ่ายวิ่งตามบารานอฟแทน overly manly man มากให้รู้ซะบ้าง ใครเป็นใคร 555555555+

ป.ล. บอร์ดยานี่น่ากลัวมากจริง ๆ ค่ะ เราแอบคิดเล่น ๆ นะ แบบบางกระทู้มันชอบบลั๊ฟกันว่าใครเสพได้อึดกว่า ถ้ามีคนไปโม้ขำ ๆ เอาฮา แล้วดันมีคนบ้าจี้ไปแข่งกับมันจริง ๆ overdose ชักตาตั้งขึ้นมาจะเป็นยังไง

ป.ล.2 เพื่อนพี่พฤกษ์โหดมาก เล่น Na เลย แค่คิดก็สยอง เราแค่ใช้โซดาไฟรอกท่อก็กลัวแล้ว เทน้ำร้อนตามลงไป มันฟู่ซะ อย่างกะมีหนูตายอยู่ในนั้น แต่จริง ๆ ตอนเขียนฟิค มีวูบหนึ่งเรานึกอยากจะสั่งซื้อ H2O2 เข้ม ๆ สัก 35% (60% ขึ้นไปนี่ไม่กล้าจริง ๆ หาซื้อยากด้วย) มาลองทำการทดลองจริง ๆ นะ Acetone ที่บ้านเรามีอยู่ละ ส่วนกรดเราไม่มี ก็ว่าจะลองใช้โซดาไฟแทนซะเลย แต่มาคิด ๆ ดูอีกที เดี๋ยวไม่มีที่อยู่ อย่าดีกว่า แค่ H2O2 + NaOH ไม่ต้องจุดไฟก็ฟู่ละ ใส่ Acetone ลงไปจุดไฟนี่คงได้เละของจริง 555+

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 13 ก.พ. 2014, 19:47

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

ขอตอบแบบรวบยอดนะครับ


ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ ขอโทษที่มาช้า แบบว่ายุ่งกับงาน กลับมาบ้านแทบไม่อยากคุยกับใครเลย ล้มตัวลงนอนอย่างเดียว 5555+

ตอนนี้ถ้าไม่ได้ความรู้ทางด้านสายวิทย์ของแพร บทสรุปของ MEP คงไม่ถือกำเนิดขึ้นอย่างแน่นอน หลัก ๆ แพรก็ตอบไปหมดแล้วนะครับ ผมไม่มีอะไรพูดแล้ว ขอบคุณครับ


ไม่ใช่ล่ะ 55555+ ไม่รู้จะพูดอะไรจริง ๆ ก็ขอบคุณอีกครั้งสำหรับการติดตามงานของพวกเราทั้งสามคนครับ ขอบคุณมาก
<<

Goku

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1454

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2008, 15:08

ที่อยู่: โลกหน้า กันท่านเจ้าภิภพ

โพสต์ 14 ก.พ. 2014, 00:11

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

ขอกราบรับประทานอภัย ที่มาตอบช้านะครับ - -"

@พี่บาสสสสสสสสส ขอบคุณที่เข้ามาิติดตามอ่านครับบบบ >/\<อ่านมาก ๆ ตาลายเด๋วมีอะไรมาให้ดูเเทนตัวอักษรไปพลาง ๆ ระหว่างรอ Epi นะครัชชชช ><b

@พี่วาววววว โหยพี่วาว เม้นท์ซะผมนึกว่าได้ฟิคอีกตอนเเล้วนะเนี่ย =[]= !! แบบยาวมาก เข้ามาเห็นนี่เเอบตกใจ เเต่ฮาเรื่องวิคเตอร์อาวุธใหม่มาก คิดได้ไงเนี่ย 55555555555555+ ส่วนอันนี้ของเเถมจาก MEP พี่ ขอบคุณที่เข้ามาติดตามครับ ^/\^
รูปภาพ

พี่พฤกกกกกกษ์ ขอบคุณพี่พฤกษ์มาก ๆ ครับ ที่อ่าน เเต่ว่า MEP2 นี่ขอคิด (ลึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ) กันดูก่อน 555555555555+

สุดท้ายนี้จริง ๆ ต้องให้เครดิตกับพี่เเพรกับพี่เบียร์ที่ช่วยกันคิดช่วยกันหาข้อมูลในฟิคตอนนี้กันอย่างขันเเข็ง อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้มาเพื่อเเค่ปั้มเม้นท์สั้น ๆ เเน่นอน!!!


ระหว่าง ที่รอตอน Epilogue นั้น ทาง MEP ไม่ได้อยู่เฉยเเน่นอนครับ!!!!! เเล้วเราก็จะไม่ให้พวกพี่ ๆ ที่ติดตามอ่านอยู่เฉยด้วย!!!!

ช่วงนี้ MEP จะปล่อย Behind the Scene ที่คิดกันขึ้นมาทั้งหลัง และ ระหว่างการเเต่งทั้ง 6 ตอน ซึ่ง ถ้ามีคำถามอะไร อย่าเก็บไว้ในใจนะครับ เเต่ให้เก็บไว้ในใจเเทน!!!

และ Behind the Scene นี้ จริงเเท้เเล้วมาเพื่อการปั๊ม! เอ๊ย!! ไม่ใช่ เพื่อให้พี่ ๆ ที่ตามอ่านไม่เบื่อกันนั่นเเหละครับ จะพยายามลงให้ติดต่อกันนะครับ เเต่ไม่ต้องการวัคซีนใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะมันไม่ใช่โรค.... (ถุ้ย!)

จะลงจนกว่า Epilogue จะมา เเละจะมีรูปเพิ่มเติมพิเศษจากพี่เบียร์ด้วยเช่นกัน

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอลงสองรูปเเรกก่อนเลยครัชชชชชช
รูปภาพ
รูปใหญ่

รูปภาพ
รูปใหญ่

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณพี่ ๆ ทุก ๆ คนมาก ๆ ครับ ขอบคุณครับ ^/\^
รูปภาพ
MEP Project Presents:IRATUS
FICTION 6 ตอนที่Co-oP ผู้เขียน3คนในเรื่องเดียวกัน อยากรู้ว่าใครบ้าง เรื่องอะไร เข้าไปอ่านกันนะครับ


-------------My Fiction : Original Fiction---------------------------------
Empty Soul [Status: Chapter 12 : Dark Wolf อัพเเล้ว]
Twins [Status: Chapter 5 อัพเเล้ว]
ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน