MEP] IRATUS: Epilogue + Special Chapter อัพ [21/03/14]

<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2489

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 14 ก.พ. 2014, 15:25

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

โห กำลังอยากเห็นภาพฉากที่ฌอนบอกว่าเป็นดับเพลิงเก่าอยู่พอดีเลย รูปที่น้องแทนวาดนี่อยากบอกว่าสีหน้าท่าทางมันใช่ตรงกับที่พี่ผิดเป๊ะ 5555

ส่วนรูป behind the scene นี่ก็ดูรักกันดีนะ พอเข้ากล้องเท่านั้นแหละมิเชลสวมวิญญาณอาฆาตใส่วิคเตอร์ทันที :e13 :e13 :e13
<<

PREUK_RE

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 3142

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 23:44

โพสต์ 14 ก.พ. 2014, 23:55

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

ชอบรูปที่น้องแทนวาดมาก พี่เริ่มชอบสามคนนี้เวลาอยู่ด้วยกันละ มันมีเรื่องให้ผจญภัยเยอะดี 55555

รอติดตาม Epilogue และ Behind the Scene นะ :e3
รูปภาพ
รูปภาพ

''It's about time someone took my place. And I'd be honored if it was you.''

                  - Chris Redfield
<<

Goku

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1454

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2008, 15:08

ที่อยู่: โลกหน้า กันท่านเจ้าภิภพ

โพสต์ 17 ก.พ. 2014, 20:03

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

มาแล้วครัช!!!!


Behind The Scene Part II!!!

รูปภาพ
รูปหย่ายยยยยยย

รูปภาพ
รูปหย่ายยยยยยยยยยย


อดใจรอ Epilogue กันอีกหน่อยนะครับ 55555555555+
รูปภาพ
MEP Project Presents:IRATUS
FICTION 6 ตอนที่Co-oP ผู้เขียน3คนในเรื่องเดียวกัน อยากรู้ว่าใครบ้าง เรื่องอะไร เข้าไปอ่านกันนะครับ


-------------My Fiction : Original Fiction---------------------------------
Empty Soul [Status: Chapter 12 : Dark Wolf อัพเเล้ว]
Twins [Status: Chapter 5 อัพเเล้ว]
<<

bakura_soya

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 1746

ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2007, 22:59

ที่อยู่: ป้ายรถเมล์ T_T

โพสต์ 18 ก.พ. 2014, 13:58

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

^
^
^
^
^
5555555555555 ชอบรูปชุดนี้แหะ :e13
ขอฝาก Thaibiohazard on Facebook!! เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารครับผม

----------------------------
<<

Goku

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1454

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2008, 15:08

ที่อยู่: โลกหน้า กันท่านเจ้าภิภพ

โพสต์ 18 ก.พ. 2014, 22:50

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

^
^
^
^
^
^
^
^
รูปไหนเนี่ยพี่บาส 555555555+ เขาให้มาดู Behind The Scene นะ =[]=
รูปภาพ
MEP Project Presents:IRATUS
FICTION 6 ตอนที่Co-oP ผู้เขียน3คนในเรื่องเดียวกัน อยากรู้ว่าใครบ้าง เรื่องอะไร เข้าไปอ่านกันนะครับ


-------------My Fiction : Original Fiction---------------------------------
Empty Soul [Status: Chapter 12 : Dark Wolf อัพเเล้ว]
Twins [Status: Chapter 5 อัพเเล้ว]
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 19 ก.พ. 2014, 08:47

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

Epilogue รอกันหน่อยนะคะ บังเอิญพวกเรายังทำ Special กันไม่เสร็จ ยุ่ง ๆ กันไปหน่อย
แถมคนเขียน Epilogue เจอนัด Mediation เข้าไป ต้องไปเป็น Mediator งานถมเลย :e21

แต่ผ่านพุธนี้ (ของเรา) ไปน่าจะหมดทุกข์โศกค่ะ (ถ้าไม่โดนสั่งอะไรซ้ำอีก 555)


ป.ล. Behind the Scene เราจะปล่อยออกมาเรื่อย ๆ :e13

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2489

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 19 ก.พ. 2014, 11:43

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

55555 ทั้งสองรูปนี่ดูเหมือนมิเชลจะด่าวิคเตอร์ไม่เลิกทั้งสองรูปเลยแฮะ นี่แสดงว่าขนาด behind the scene ก็ยังอินหนักอยู่สินะ น่ากลัวโพด ๆ = =
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 20 ก.พ. 2014, 22:44

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

น้องแทนฝากลงภาพ Behind the Scenes เพิ่มค่า
โพสภาพเต็มเลยแล้วกัน ภาพไม่มโหราฬมากจนเกินไป

คราวนี้มีป้ามาเป็นแขกรับเชิญด้วย
ดูไปดูมาชักอยากให้พวกมันจัดตั้งทีมผจญภัยกันแล้วนะเนี่ย :e13




รูปภาพ


รูปภาพ

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2489

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 23 ก.พ. 2014, 06:49

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

ภาพสองนี่เข้าใจว่าสองคนนั้นมาแกล้งตอนวิคเตอร์กำลังงีบ? โห หลับสนิทจริงจังนะเนี่ยวิคเตอร์ 5555

แอบกรี๊ดป้านาริทราได้เป็นแขกรับเชิญด้วย นี่ถ้าป้าได้เป็นหนึ่งในทีมสามคนนี้คงสบายขึ้นจม ฌอนก็ไม่ต้องรับศึกหนักอยู่คนเดียวด้วย 555
<<

Goku

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1454

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2008, 15:08

ที่อยู่: โลกหน้า กันท่านเจ้าภิภพ

โพสต์ 21 มี.ค. 2014, 02:06

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

^
^
^
^
^
โหยพี่วาว ถ้านาริทรามานะ ผมว่าไม่ฌอนก็มิเชลล์อ่ะเดดเเน่ (อาจจะเป็นมเชลล์ เง้ออออออ)

PART 4 มาแล้วฮ๊าฟฟฟฟ เนื่องจากยุ่งกันมาก ตัวผมเองก็ดองด้วยทำให้พาร์ทนี้ออกมาช้าสุด ๆ ยังไงก็ขอโทษด้วยนะครับ :e3

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

พาร์ทนี้มาเยอะเลย ที่ตัวอักษรไม่เหมือนกันเพราะมีเขียนมือด้วย มีีรูปวาดแยกชุดกันด้วยนะครัช :e13
รูปภาพ
MEP Project Presents:IRATUS
FICTION 6 ตอนที่Co-oP ผู้เขียน3คนในเรื่องเดียวกัน อยากรู้ว่าใครบ้าง เรื่องอะไร เข้าไปอ่านกันนะครับ


-------------My Fiction : Original Fiction---------------------------------
Empty Soul [Status: Chapter 12 : Dark Wolf อัพเเล้ว]
Twins [Status: Chapter 5 อัพเเล้ว]
<<

PREUK_RE

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 3142

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 23:44

โพสต์ 21 มี.ค. 2014, 19:11

Re: [MEP] IRATUS: Chapter IV: Showdown อัพ [10/2/2014]

ภาพเซ็ตหลังแต่ละคนเท่มากอ่ะ วาดสวยมากน้องแทน :e3

ปล. ดูกี่ทีๆก็สงสารฌอน 5555+
รูปภาพ
รูปภาพ

''It's about time someone took my place. And I'd be honored if it was you.''

                  - Chris Redfield
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 21 มี.ค. 2014, 19:20

Re: [MEP] IRATUS: Epilogue อัพ [21/03/14]


Epilogue



26 มกราคม 72 ชั่วโมงนับจากเหตุวินาศกรรมเครื่องบิน
- เขากินอาหารไป 4 มื้อ กินยาระงับปวดไป 13 ครั้ง เปิดโทรทัศน์ดูข่าว 3 หน และหลับรวม 41 ชั่วโมง ในชั่วโมงที่ 73 เขาตื่นขึ้นเพราะรู้สึกเหมือนกระดูกร้าวไปทั้งตัว ไม่สามารถขอยาเพิ่มเพราะเพิ่งกินไปเมื่อชั่วโมงก่อน

พิธีเปิดสาขาใหม่ที่เบอร์ลินเสร็จสิ้นลงเมื่อค่ำวาน ผู้บริหารไม่เสียใจที่ไม่ได้ไปร่วมงาน- ใช่ว่าเขาอยากจะเสวนากับใครมากนัก- แต่เมื่อคิดถึงตัวเลขงบประมาณที่บริษัทใช้ในการจัดจ้างสื่อและโฆษณา เขาก็เกือบจะรู้สึกสะเทือนใจ ...ใครที่ไหนจะมาสนว่าบริษัทจะเปิดสาขาที่เยอรมันหรือกระทั่งบนดาวอังคาร หากข่าวการก่อการร้ายกลางอากาศอันเป็นปริศนายังครองพาดหัวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ทุกฉบับและออกข่าวทุกช่องติดกันหลายวันเช่นนี้

ผู้ถือหุ้นคงกำลังเดือดดาลอย่างหนัก แต่พวกเขาไม่อาจซัดโทษใครเมื่อความหมกมุ่นของสาธารณชนเป็นที่เข้าใจได้- การก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพ นักข่าวจาก CNN และผู้บริหารระดับสูงของ The Agency- พระเจ้าเป็นพยาน แม้แต่พระองค์คงยากจะหาข่าวใดที่องค์ประกอบเร้าความสนใจไปกว่า

ท่านประธานแสดงความเป็นห่วงเป็นใยแก่เขาอย่างมาก แม้จะมีภารกิจแน่นตาราง แต่ก็บินมาหาทันทีที่เสร็จพิธี ที่ปรึกษาของท่านโทรบอกเขาในคืนแรกว่าแท้จริงแล้วท่านประสงค์จะมาฝรั่งเศสในทันทีที่ทราบ หากหัวหน้าหน่วยอารักขาได้คัดค้านไว้ ด้วยเกรงว่าจะเป็นการเสี่ยงอันตรายในการรักษาความปลอดภัยไฟล์ทที่อยู่นอกกำหนดการ

‘ท่านประธานพอใจงานของอารักขาหล่อนหรือไม่?’

ปลายสายเงียบลงชั่วอึดใจ ‘เธออย่ากังวลไป ท่านยินดีจะใช้คนของเธออีก’


ช่วงสายวันที่ 23 มกราคม
- ปู่เขาเป็นคนแรกที่มาเยี่ยม ด้วยไฟล์ทจากเอเธนส์มากาแล (Calais) ใช้เวลาแค่สองชั่วโมงกว่า กล่าวตำหนิความหักโหมเมื่อเห็นเขากำลังเขียนร่างรายงานข้อเท็จจริงส่งท่านประธาน ปู่ไม่ได้พาดพิงถึงสหายเก่าโดยตรง แต่บริภาษมายังเขาเรื่องความโง่บัดซบที่ยอมนั่งมากับเครื่องซึ่งบรรทุกอาวุธชีวภาพ

«Αανόητο παιδί.» (เด็กโง่) ปู่เรียกเขาตอนจะกลับ มือจับที่ลูกบิดประตู «Αν σκοπεύετε να πεθάνει όπως ο Αλέξ, τουλάχιστον, έχουν ένα γιο για μένα πρώτα!» (ถ้าแกคิดจะตายแบบอเล็กซ์ อย่างน้อยก็มีเหลนให้ชั้นก่อน!)


บ่ายวันที่ 24 มกราคม
- เจ้าพนักงานสืบสวนขอเข้าพบเขาเพื่อสอบปากคำ ผู้บริหารอนุญาต มีการ์ดชุดใหม่เฝ้าอยู่ในห้อง ระหว่างการให้ปากคำ เขาถามถึงนักข่าว CNN ที่พักอยู่ในอาคารเดียวกัน และพบว่าทั้งสองออกจากโรงพยาบาลไปแล้วเมื่อกลางวัน

ดูเหมือนแม็คคินเลย์และการ์ดเนอร์จะให้ความในเรื่องหลักตรงกันตามที่ตกลงไว้ หากหญิงสาวไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น หล่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อในเชิงพาดพิงอริเก่า แม้ไม่ได้กล่าวออกมาโดยตรง แต่เพียงแค่คำมั่นว่าหล่อนจะยังคงขุดคุ้ยและเขียนหนังสือเกี่ยวกับ Umbrella ต่อก็มีอิทธิพลเพียงพอจะทำให้มีทฤษฎีสมคบคิดมากมายเกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น

เจ้าพนักงานแสดงชัดว่าไม่ประสงค์จะสนทนาเรื่องนี้กับเขาต่อ ฝรั่งเศสเป็นที่ตั้งสาขาใหญ่ในยุโรปของ Umbrella ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอาจมีผลประโยชน์และเม็ดเงินมหาศาลหมุนเวียนอยู่

‘J'ai entendu dire qu'elle va bientôt rejoindre les activistes anti-Umbrella.’ (ผมได้ยินว่าหล่อนกำลังจะเข้าร่วมกับกลุ่ม Anti-Umbrella Activist (AUA)) เขาแสร้งแสดงข้อมูล หากเรื่องนี้ไปถึงหู Umbrella จริง การ์ดเนอร์คงจะต้องถูกก่อกวนโดยจารชนของพวกมันเกินกว่าจะสนใจ The Agency

‘Elle vous a dit cela?’ (หล่อนบอกท่านอย่างนั้นหรือ?) เจ้าพนักงานถาม ซ่อนความประหลาดใจในน้ำเสียง

ผู้บริหารพยักหน้า อันที่จริงหล่อนไม่เคยบอก แต่เขาทราบ


เย็นวันเดียวกัน
- เขาฝืนตาตื่นใต้ฤทธิ์ Codeine เปิดโทรทัศน์ดูข่าวช่วงค่ำ กลุ่มนักข่าวรุมสัมภาษณ์แม็คคินเลย์ที่อยากจะหนีหายไปจากความสนใจของผู้คนเต็มแก่ อดีตหน่วยรบสงบคำมากกว่าการ์ดเนอร์นัก และไม่ได้แสดงตนว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อใครอย่างชัดแจ้ง เรื่องที่ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นหน่วยรบขององค์กรใดนั้นยังไม่ประจักษ์ ไมเยอร์ให้ข้อสันนิษฐานว่าเขาอาจจะเคยทำงานให้แก่ ‘PRADA’ องค์กรที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลเพื่อป้องกันและยับยั้งภัยจากเหตุระบาดของไวรัส ‘แพนโดร่า’ เมื่อหลายปีก่อน

‘มีกองกำลังลับไม่มากที่เชี่ยวชาญการรับมือกับอาวุธชีวภาพ แต่ไม่เคยข้องเกี่ยวกับ Umbrella’ หล่อนแจงให้ทราบทางโทรศัพท์ ‘...มีองค์กรอีกจำนวนหนึ่งที่อาจอยู่ในตัวเลือก แต่ยากจะมีหน่วยพิเศษใดที่คุ้นชินกับการช่วยเหลือพลเมืองเท่าคนของ PRADA’

แต่ไม่ว่าครั้งหนึ่งแม็คคินเลย์จะเกี่ยวพันกับ PRADA หรือไม่ เรื่องที่เขาเป็นอริกับอาวุธชีวภาพนั้นเป็นความจริง แม้ขณะนี้ The Agency จะยังอยู่นอกเรดาห์ของทั้งสอง แต่วันหนึ่งที่การล่มสลายของ Umbrella มาถึง บริษัทเขาย่อมเป็นเป้าหมายต่อไป


26 มกราคม ชั่วโมงที่ 77
- เขานับถอยหลังอีกชั่วโมงที่เหลือโดยปราศจากยา พยายามฆ่าเวลาด้วยหนังสือหนา 400 กว่าหน้า แต่น้ำหนักเล่มที่กดทับบนอกขณะนอนอ่านทำให้รู้สึกเจ็บ แรงปะทะจากกระสุนแค่นัดเดียวบนเสื้อเกราะระดับ III-A ยังทิ้งแผลแตกเย็บ 7 เข็มไว้ให้ เขาจินตนาการไม่ออกว่าคนที่ถูกยิงมากกว่าหนึ่งนัดในระยะประชิดรอดชีวิตในเกราะแค่ II-A ได้ยังไง


15 นาทีก่อนชั่วโมงที่ 78
- เขาได้ยินเสียงกระซิบกระซาบคุ้นหูในโซนรับแขก ผู้บริหารแนบหูกับผนังหลังหัวเตียง ได้ยินนายแพทย์กำลังอธิบายฟิล์มเอ็กซเรย์ให้แขกฟัง ส่วนเขาได้ฟังซ้ำเป็นหนที่ 3 ‘บาดแผลฉีกขาด กล้ามเนื้ออักเสบ ปอดช้ำ’ – ขอบคุณอาการสุดท้ายที่ทำให้แพทย์ยอมสั่ง Codeine ให้เขาแทน Ibuprofen

คู่สนทนาไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่าขานรับรู้ เขาฟังอยู่สองนาทีกว่าก่อนจะตัดสินใจว่าควรตะกายออกจากเตียง นายแพทย์มาเคาะห้องแทบจะพร้อมกับที่เขาแต่งตัวเสร็จ จารชนเดินผ่านกรอบประตูเข้ามาเมื่อถูกเชิญ วิกผมสีน้ำตาลหม่นเป็นลอนคลื่น หล่อนไม่ได้อยู่ในเครื่องแต่งกายของมาดามซิมสันอีกต่อไป

“ผมคิดว่าคุณบินกลับไปพร้อมท่านประธาน?” เขาเลือกนั่งในเก้าอี้นวมริมหน้าต่าง

“ดิชั้นอารักขาท่านถึงปลายทางที่ดี.ซี.แล้ว คราวนี้เป็นทีของท่าน” สายตาอีกฝ่ายสำรวจเขาอย่างระวัง “ดิชั้นเสียใจที่ไม่ไปกับท่าน ลิวานอส”

“ผมไม่เสียใจ” ผู้บริหารผายมือให้หล่อนนั่งลงตรงข้าม “ท่านประธานคงให้คุณได้อ่านรายงานของผมแล้ว?”

จารชนผงกศีรษะรับ “ดิชั้นเห็นด้วยว่าแม็คคินเลย์ไม่ใช่ความกังวลในขณะนี้ของเรา เขาไม่ใช่คนที่ยอมแพ้โดยง่าย แต่ก็มีทั้งประสบการณ์และวิจารณญาณ การสร้างศัตรูที่อยู่นอกเหนือเป้าหมายหลักไม่ใช่เรื่องฉลาด”

“คุณระแวงการตัดสินใจของการ์ดเนอร์?”

“ดิชั้นประหลาดใจมากด้วยซ้ำที่หล่อนยอมให้ความเอื้อประโยชน์แก่เรา”

“ผมมีเหตุผลหลายอย่างที่หล่อนไม่ควรขัด” ผู้บริหารขืนตัวขึ้นจากพนัก “ทั้งเรื่องที่หล่อนจะทำลายโอกาสในการล้มล้าง Umbrella สูญเสียทั้งชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือและทุกคนที่หล่อนรู้จัก หากไม่ปัญญาทึบอย่างมากก็ไม่ควรจะดึงดันเป็นอื่น”

“โปรดอย่าฝืนตนเอง” หล่อนยกมือขึ้นเหมือนจะแตะตัวเขา แต่รักษาระยะห่างไว้ “ดิชั้นเป็นคนที่ท่านควรแน่ใจได้ว่าจะไม่มองท่านด้วยสายตาวิพากษ์วิจารณ์...”

ผู้บริหารเกือบจะโต้ข้อสังเกตหล่อน แต่ยั้งไว้ได้ทัน “...เราฆ่าคนของ CNN ไม่ได้” เขาปลดกระดุมเชิ้ตที่รั้งคอออกเม็ดหนึ่ง เอนหลังลงพิงพนักเบาะ “ถ้าคนทั้งลำตายหมด ผมจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัย บริษัทที่เปิดสาขาใหม่ย่อมตกเป็นที่ครหาไปด้วย การร่วมมือกับคนของสื่อเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยพิสูจน์ความโปร่งใสของ The Agency”

“จารชนมีเจตคติว่าการจัดการกับคนตายง่ายกว่าการเจรจากับคนเป็น”

“ผมยังไม่เห็นความจำเป็นที่เราต้องจำกัดหล่อน การ์ดเนอร์มีความพยาบาทส่วนตัวกับ Umbrella ในเหตุการณ์ซึ่งเป็นที่สนใจต่อสาธารณชน ผมเชื่อว่าหล่อนจะใช้อำนาจสื่อที่ตนมีโจมตีอริของเราอีก การปล่อยให้หล่อนมีอิสระต่อไปจะ...” เขาหยุดลงเพียงกลางประโยค หล่อนแยกริมฝีปาก กังขา หากลิวานอสขอตัวชั่วขณะ ผุดลุกออกจากเก้าอี้

ความเจ็บปวดแล่นผ่านทรวงอกตอนที่ยืดกายตรง เขาไม่แสดงอาการ เดินไปกดปุ่มลำโพงอินเตอร์คอมที่ข้างหัวเตียง นายแพทย์ที่กำลังเตรียมยาสอบถามกลับมาด้วยความประหลาดใจว่าอาการเจ็บของเขาทุเลาลงแล้วหรือเมื่อได้ยินคำขอให้จ่าย Ibuprofen แทน Codeine ผู้บริหารตอบรับเพียงสั้น ๆ แล้วตัดสาย หันกลับมายังหล่อน

“ผมขอโทษที่พูดทวนในสิ่งที่คุณคงอ่านซ้ำจนขึ้นใจแล้วจากรายงาน” เขาคว้าเสื้อนอกที่แขวนอยู่ข้างตัวมาสวมไว้ “...ยาทำให้สมองผมไม่ปลอดโปร่งนัก”

“ไม่” หล่อนขัด “โปรดพูดต่อ ‘เมลานี ซิมสัน’ ได้อ่านแล้ว แต่ ‘นาริทรา ไมเยอร์’ ยัง ดิชั้นอยากจะฟังซ้ำอีก”

ลิวานอสก้มมองกระดุมข้อมือตนอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจปล่อยไว้ไม่กลัด “หากคุณจะเล่นบทเป็นฝ่ายค้าน เวลานี้ผมคงไม่ใช่คู่ถกที่ปราดเปรื่องเท่าไหร่” เขาลงนั่งประจำที่ “ผมเข้าใจว่าคุณไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับแม็คคินเลย์?”

ไมเยอร์เอื้อมมือรูดม่านกั้นแสงที่ส่องเข้ามา “เขาเป็นคนของ PRADA หรือองค์กรในลักษณะเดียวกัน เราไม่อยากก้าวก่ายกิจการของพวกเขา และเขาก็ไม่อยากจะก้าวก่ายเรา ดิชั้นค่อนข้างวางใจในตัวเขา”

“คุณคิดว่าการ์ดเนอร์จะแตะต้องเราได้?”

“ท่านดูมีความมั่นใจมากว่าหล่อนจะเดินตามทางที่ท่านขีด” หล่อนเหยียดมุมปาก “ดิชั้นทราบว่ามีเหตุผลหลายประการที่หล่อนไม่ควรขวางทางเรา แต่การคาดหวังว่ามนุษย์- ให้กล่าวโดยเจาะจงคือนักข่าวหญิงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ส่วนตัว- จะใช้เหตุผลเสมอไปเป็นความคาดหวังที่สูงมาก”

“หล่อนอาจจะเจ้าอารมณ์ แต่ไม่ใช่คนโง่” เขาเขี่ยปลายนิ้วกับที่พักแขนราวกับกำลังจดบันทึกบางอย่าง “และหากว่าผมเข้าใจผิดในประการหลัง ตราบใดที่การ์ดเนอร์ยังไม่ถอนตัวจากกลุ่มผู้ต่อต้าน Umbrella ความไม่ประมาณตนย่อมจะคร่าชีวิตหล่อนสักวัน เราไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ลงมือ”

“จารชนไม่คิดถึงความจำเป็นในการกำจัดศัตรู” หล่อนกระซิบ “เราคิดถึงโอกาส และจะทำทุกทีที่มีโอกาส ไม่ใช่เมื่อจำเป็น”

“เว้นแต่การดำรงอยู่ของเป้าหมายจะเป็นประโยชน์กว่า” ผู้บริหารแก้ต่าง “ธรรมชาติของมนุษย์ชอบเสพย์โศกนาฏกรรม และการ์ดเนอร์ก็มีสาธารณชนในกำมือ”

“ท่านคิดว่าคนจะให้ราคานิยายของหล่อนขนาดนั้นจริงหรือ?”

“ก็มากพอที่จะจ่ายเงินซื้อหนังสือหล่อน”

“สมมุติท่านคิดผิด-เรื่องที่ว่าหล่อนไม่ใช่คนโง่- จะเป็นอย่างไรถ้าหล่อนแฉเรา?”

“หล่อนจะไม่เป็นแค่คนโง่ แต่จะกลายเป็นตัวตลก มันไม่ต้องใช้วิจารณญาณระดับวิญญูชนด้วยซ้ำในการตั้งคำถามว่า ‘เหตุใดคนของ CNN จึงถูกเสนอทางรอดให้’ หากผู้ร้ายคือ The Agency- หากเรามีความลับต่อสาธารณชนจริง- การปล่อยคนของสำนักข่าวให้ลอยนวลไม่เป็นสิ่งที่น่าขันและไม่มีมูลเกินกว่าจะเชื่อหรือ?”

“สำหรับสาธารณชนที่หวั่นไหวอาจไม่มีโศกนาฏกรรมใดที่ฟังดูเหนือจริง?”

ผู้บริหารครางต่ำในลำคอ “เมืองทั้งเมืองถูกลบออกจากแผนที่สหรัฐฯ เพราะ Umbrella แต่คนก็ยังใช้เวชภัณฑ์ของพวกเขาต่อ นับประสาอะไรกับเครื่องบินแค่ลำ...” ทันทีที่ถ้อยคำสุดท้ายหลุดจากปาก ใบหน้าเขาถอดสี ตระหนักรู้ในทันทีว่ารายงานทั้งฉบับที่ตนร่างเต็มไปด้วยข้อความอันย้อนแย้งเพียงใด

จารชนที่นั่งอยู่ตรงข้ามปลดรอยยิ้มออกจากดวงหน้า โน้มตัวเข้าหาเขา “ดิชั้นไม่ได้มีข้อสงสัยในการตัดสินใจของท่าน” หล่อนลดระดับเสียงลงแม้ในห้องไม่มีประจักษ์พยานอื่น “ลืมเจตคติของจารชนที่ดิชั้นแสร้งยกขึ้นมาเสีย ดิชั้นไม่ได้หวังจะให้ท่านจะยึดถือตามนั้นจริง และหากเป็นดิชั้นที่อยู่บนเครื่องนั่น ดิชั้นก็จะไม่แตะต้องคนของ CNN เช่นกัน แต่ไม่ใช่เพราะพวกมันมีประโยชน์ในการโค่นล้ม Umbrella- ไม่ ดิชั้นจะไม่ให้ค่าพวกมันถึงเพียงนั้น ท่านคิดว่าเราต้องหมดหมึกพิมพ์ไปมากแค่ไหนถึงจะเปลี่ยนใจคนทั้งโลกได้?- แต่เพราะสวัสดิภาพของทั้งคู่กอบกู้ภาพลักษณ์เรา เมื่อเรื่องนี้พ้นจากกระแสความสนใจของผู้คนไปแล้ว การ์ดเนอร์และแม็คคินเลย์ไม่มีประโยชน์ใดต่อเราอีก แม็คคินเลย์ยังโชคดีที่มี PRADA หนุนหลัง ท่านรู้ว่าการ์ดเนอร์ไม่โชคดีขนาดนั้น ท่านถึงได้ทำเอง”

อำนาจสื่อหรือ? สาธารณชนในกำมือหรือ? ลิวานอสหลุบตาลง มองมือที่ประสานเหนือหน้าขา เขาคาดหวังให้จารชนเชื่อว่ามิเชลล์ การ์ดเนอร์และงานเขียนของหล่อนมีค่าเกินกว่าจะกำจัดทิ้ง- ไม่เพียงในขณะนี้ แต่หมายถึงตลอดไป- แต่หากเขายังสามารถให้คำมั่นแก่ท่านประธานว่าตัวหนังสือของนักข่าวไม่อาจสั่นคลอนเสถียรภาพของ The Agency ได้ ว่าสุดท้ายงานเขียนของพวกเขาจะถูกลืม มีเหตุผลใดที่เขาควรปักใจเชื่อว่าการ์ดเนอร์จะสามารถสร้างความเสียหายให้แก่ Umbrella ด้วยปากกาด้ามเดียวกัน

“ท่านประธานมีความเห็นอย่างไรบ้าง?” เขาถาม จำนน

“พวกท่านไม่ได้สนทนากันเป็นการส่วนตัวแล้วเมื่อวานหรือ?”

“ผมหมายถึงหลังจากที่ท่านได้ฟังความเห็นคุณ”

ไมเยอร์กระตุกยิ้ม “ดิชั้นเรียนว่าการตัดสินใจของท่านรอบคอบดีแล้ว ดิชั้นไม่มีข้อเสนอแนะใด ๆ อีก”

ผู้บริหารตวัดสายตาขึ้นมองหล่อน “คุณปล่อยให้ความผิดพลาดของผมคงอยู่โดยไม่แก้ไข?”

“มีหรือที่ดิชั้นจะติติงนายสุดที่รักต่อหน้าท่านประธาน?” หล่อนหัวเราะ “การร่วมมือกับคนของ CNN เป็นการตัดสินใจที่ฉลาด ส่วนเรื่องที่ท่านจะมีใจลำเอียงให้แก่ผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกันจนออกนอกหน้าหรือไม่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ดิชั้นต้องแจ้งแก่ใคร กระนั้น ดิชั้นอยากจะเตือน...” จารชนแตะหลังมือเขา “ให้ท่านพึงระวังใจที่เป็นอคติไว้ให้มาก คราวนี้ท่านเสียแค่เวลาและน้ำหมึก ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าคราวหน้าท่านจะไม่สูญเสียยิ่งกว่า”


เสียงเคาะที่หน้าประตูดังขึ้น- ชั่วโมงที่ 78

ผู้บริหารบอกให้ผู้เคาะรอ “ถ้าจะกำจัดการ์ดเนอร์เราควรทำก่อนที่หล่อนจะเข้าร่วมกับ AUA” เขาเรียกท่าทางทระนงของตนคืนมา “คุณรู้ดีในเรื่องนี้กว่าผม ถ้าคุณเห็นควร ผมจะไม่โต้แย้งเด็ดขาด”

“ปล่อยหล่อนไป” ไมเยอร์ถอนมือออกจากเขา “ดิชั้นอาจจะมีประสบการณ์มาก แต่ขาดความบ้าบิ่นที่จะเปลี่ยนแปลงโลก บางทีคนหนุ่มสาวอย่างท่านอาจจะเป็นฝ่ายถูก ใครจะรู้? ในการโค่นล้มอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่อย่าง Umbrella เราอาจต้องอาศัยความดันทุรังอันเสียสติจากคนอย่าง ‘เรดฟิลด์’ และ ‘การ์ดเนอร์’ ตราบใดที่อันตรายของหล่อนต่อเรายังไม่ประจักษ์ ดิชั้นยินดีจะทำตามใจท่านในเรื่องนี้...ว่าแต่ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าจะไม่รับ Codeine?”

เขาไม่ตอบคำถามนั้น “ผมจะใช้หนี้คุณในภายหลัง”

จารชนยิ้มรับ ลุกขึ้น เดินไปเปิดประตูให้พยาบาลเข้ามาพร้อมถาดอาหารและยา


The End


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


** เชิงอรรถ **

    Ibuprofen ---> ปกติแผลแตกเย็บไม่กี่เข็บแพทย์มักจะจ่ายยาพวก Tylenol หรือ Ibuprofen ก็เพียงพอแล้ว แต่เพราะวิคเตอร์โดนกระสุนอัดจัง ๆ ในระยะไม่กี่เมตร แม้จะใส่เกราะกันกระสุน แต่ก็มีอาการกล้ามเนื้อ (อก) อักเสบ และปอดช้ำ (เล็กน้อย) แพทย์จึงยอมจ่ายยาบรรเทาปวด Codeine ที่มีฤทธิ์แรงกว่ายาแก้ปวด Over the Counter (OTC) ทั่วไป ๆ ให้ ซึ่งกรณีที่ไม่ได้มีภาวะปอดช้ำอย่างรุนแรง คนไข้จะสามารถหายเองได้ เพียงแต่จะรู้สึกเจ็บเวลาหายใจไปอีกนานทีเดียว

    Codeine ---> เป็นยาบรรเทาปวดในกลุ่ม opioid เนื่องจากเป็นสารเข้าฝิ่น จึงให้ผลข้างเคียงคล้ายยาแก้ปวดตระกูลมอร์ฟีนทั่วไป คนที่มี opioid tolerance ต่ำ หรือพูดง่าย ๆ คือคนที่ไม่เคยได้รับยาแก้ปวดกลุ่ม opioid มาก่อนก็จะได้รับผลข้างเคียงหนักหน่อย ในขณะที่คนที่มี opioid tolerance สูงอาจจะไม่ได้รับผลข้างเคียงใด ๆ เลยก็ได้ (เว้นแต่ overdose) แน่นอนว่า Codeine มีคนใช้เป็นสารเสพติดมากเหมือนกัน เพราะที่ฝรั่งเศสเป็นยา OTC (แต่ใน US ต้องมีใบสั่งยา) เพียงไม่กี่ตัวที่กินแล้วให้ความรู้สึก euphoria หรือ high นั่นเอง

    แน่นอนว่าวิคเตอร์ที่ไม่มี opioid tolerance อยู่เลยก็ต้องได้รับผลกระทบบ้างไม่มากก็น้อย จนไม่ไหว ถึงขั้นเป็นคนขอเลิกยาเองเลย :e13

    ฉากที่นาริทราเลื่อนมือมาปิดม่านไม่ให้แสงส่องเข้ามา ก็เพราะว่าผู้ที่ใช้ Codeine ผิวจะ sensitive กับแสงมาก หากโดนแสงแดดแค่นิดหน่อยผิวก็อาจไหม้ได้




ในที่สุดฟิคเวียนเรื่องนี้ก็มาถึงบทสรุปแล้ว ขอโทษนะคะที่อัพช้ามาก เพราะคนแต่งยุ่งอย่างแรง
ขอบคุณทุก ๆ คนที่มีส่วนร่วมในฟิคเรื่องนี้ทั้งในฐานะผู้เขียนและผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ :D

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1722

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 21 มี.ค. 2014, 20:42

Re: MEP] IRATUS: Epilogue อัพ [21/03/14]

ก่อนอื่นขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามพวกเรามาปีกว่า ๆ ครับ ดีใจมากที่งานของพวกเราได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี สำหรับผม ก็อยากฝากบทสัมภาษณ์ของตัวละครของพวกเราทั้งสามเป็นการทิ้งทวนครับ

รูปภาพ



แนะนำตัวเอง ความรู้สึกที่ได้มามีส่วนร่วมในฟิคเวียนเรื่องนี้

Victor : ...เป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก ผมจะไม่เพิกเฉยต่อคำแนะนำของที่ปรึกษาอีก

Sean : โอเค ผมฌอน แม๊คคินเลย์จาก Empty Soul ครับ.....ถ้าถามถึงความรู้สึกผม ผมว่ามันค่อนข้างวุ่นวาย ฉุกละหุกไปหน่อย แต่หลังจากจบเรื่องนี้มันทำให้ผมได้ข้อคิดบ้าง รวม ๆ เเล้วผมว่ามันก็เป็นเคราะห์ร้ายบวกกับสิ่งที่ดีในเวลาเดียวกัน

Michelle : ชั้นชื่อมิเชลล์ การ์ดเนอร์ เป็นนักข่าวภาคสนามของCNN และผู้รอดชีวิตจากแร็คคูน รู้สึกดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในฟิคเวียนเรื่องนี้กับอีกสองหนุ่มอย่างคุณแม็คคินเลย์และลิวานอสค่ะ

คุณลิวานอส นี่เป็นครั้งแรกที่คุณได้มีบทบาทเด่นเต็มตัว ช่วยเล่าความรู้สึกให้พวกเราได้รับรู้หน่อย

Victor : ผมทราบว่าตัวเองไม่ค่อยจะมีบทเท่าไหร่ในฟิคหลัก แต่จำเป็นต้องย้ำขนาดนั้นเลยหรือ?

คุณแม็คคินเลย์ จากบทบาทของคุณในเรื่องนี้ คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง ต่างจากในเรื่องหลักอย่างไร

Sean : ผมรู้สึก...สนุก มั้ง? (หัวเราะ) คุณคิดดูสิ จะมีซักกี่ครั้งที่คุณจะได้เป็นลูกน้องนักข่าว เป็นยาม และนักดับเพลิงในเวลาเดียวกัน มันไม่บ่อยหรอกนะ (หัวเราะ) แต่มันเหนื่อยตรงที่ว่าปกติผมมักจะมากับหน่วยทำงานเป็นทีมที่มีมากกว่าสามคน แต่ก็ไม่ได้เเย่อะไร

คุณการ์ดเนอร์ ในฐานะที่เป็นตัวละครหญิงคนเดียว ท่ามกลางตัวละครหนุ่มอีกคนคนบนเครื่อง คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง

Michelle : อย่างที่ชั้นได้ตอบไว้ในตอนแรก รู้สึกดีใจมาก ทั้งคุณแม็คคินเลย์และลิวานอสล้วนเป็นคนที่มีเสน่ห์ เรื่องนี้คงจะไม่สำเร็จลุล่วงได้ถ้าขาดความสามารถของคุณแม็คคินเลย์ เช่นเดียวกับคุณลิวานอส ชั้นอยากให้เครดิตพวกเค้าทั้งสองคน

พวกคุณ...ช่วยบอกความรู้สึกที่มีต่อคณะผู้รอดชีวิตที่เหลืออีกสองคนจากสอง Fiction หน่อย

Victor : แม็คคินเลย์เป็นอดีตหน่วยรบที่มีประสบการณ์สูง เยือกเย็น และมีวิจารณญาณ ความรู้เกี่ยวกับอาวุธชีวภาพของเขาอยู่ในระดับพอใช้ แต่ทักษะในการต่อสู้ของเขาพึ่งพาได้อย่างมาก การมีเขาอยู่ทำให้โอกาสรอดของเราเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ สำหรับการ์ดเนอร์ หล่อนมีความรับผิดชอบในวิชาชีพสูงมาก และมีความสามารถในการเอาชีวิตรอดที่ดีกว่าพลเมืองทั่วไป อารมณ์ฉุนเฉียวของหล่อนเป็นที่เข้าใจได้ ในสถานการณ์เช่นนั้นคงยากจะหาใครที่รักษาสัมปชัญญะของตนไว้ได้ครบถ้วน

Sean : โดยรวมผมไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์พิเศษอะไรมากมายกับทั้งสองคน ผมมองมิเชลล์ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์เป็นหัวหน้า เป็นบอสของผม เเละ ลิวานอสก็เป็นผู้บริหารที่ดูมีความสามารถแต่หน้าตาเด็กจนหน้าตกใจ แต่พอเกิดเหตุการณ์ขึ้น ในหัวผมมันมีเเค่การตัดสินใจเอาตัวรอดโดยที่พยายามให้สองคนนี้รอดมาด้วย ซึ่งทั้งสองคนก็ให้ความร่วมมือกันค่อนข้างดีจนรอดมาได้ แต่ยังไงก็ตามผมคิดว่าลิวานอสเองก็พยายามคุมสถานการณ์อยู่ตลอดเหมือนกัน

Michelle : ใน MEP Project ชั้นคือหัวหน้าของคุณแม็คคินเลย์ เค้าดูเป็นคนเงียบขรึม ชั้นรู้สึกแปลกใจมากที่เขาเลือกเข้ามาทำงานที่ต้องพบปะพูดคุยกับผู้คนอย่างงานข่าวแบบนั้น ยังไม่รวมถึงอดีตที่คลุมเครือของเขา ความสามารถด้านการรบของเขาทำให้ชั้นแปลกใจ ตกลงเขาคือใคร เค้าทำงานอะไร ชั้นไม่รู้อะไรไปมากกว่าที่เขาเคยเป็นยามเก่าหรือแม้กระทั่งดับเพลิง ถ้าชั้นถามอีกเค้าคงตอบว่าเป็นนักร้องเพลงร็อคมั้ง (ยิ้ม) สำหรับลิวานอส ตอนแรกเค้าเปิดตัวในฐานะผู้บริหารระดับสูงของ The Agency อันที่จริงทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยตั้งแต่ต้นจนจบ แต่อย่างที่พวกคุณทราบกัน เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นบนเครื่อง ทุกอย่างเลย…ยิ่งเละตุ้มเป๊ะ

คุณลิวานอส ในฟิคเวียนเรื่องนี้คุณเองก็ได้รับบทหนักไม่ใช่น้อย อย่างที่รู้กัน สองคนนั่น ดูเหมือนไม่ค่อยลงรอยกับคุณนัก คุณรู้สึกอย่างไรและปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเช่นนี้

Victor : แม็คคินเลย์มีความเป็นมืออาชีพมาก ผมไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกับเขา ส่วนการ์ดเนอร์ แม้จะแสดงความไม่พอใจอย่างโจ่งแจ้ง แต่ก็ให้ความร่วมมือกับเรา ผมไม่มีข้ออุทธรณ์ในเรื่องนี้

คุณแม็คคินเลย์ ก่อนอื่นเราต้องขอยกย่องคุณในฐานะพระเอกตัวจริง กล่าวกันว่าถ้าไม่คุณเรื่องนี้คงจบภายในไม่กี่ตอน ช่วยเล่าความรู้สึกหน่อย คุณรู้สึกอย่างไรกับตำแหน่งนี้ คุณชอบไหม

Sean : โอ...พระเอกตัวจริงเลย? ผมต้องพรีเซ้นต์กระทิงแดงหรือเครื่องดื่มชูกำลังอะไรด้วยรึเปล่า? จริง ๆ ในเรื่องผมทำในสิ่งที่ต้องทำเพื่อที่จะพาทั้งสองคนและตัวผมเองรอดจากเครื่องบินนั่น แต่ใครก็ตามที่ตั้งฉายานั่นให้ผม ผมว่ามันตลกดีไปหน่อย คราวหลังถ้าอยากให้ผมพาทัวร์บอสตัน หรือ แหล่่งติดเชื้อที่ไหนเเบบไปเเล้วไม่รับประกันขากลับ ก็ติดต่อผมมาได้เลย ผมจะพาทัวร์

คุณการ์ดเนอร์ ในฐานะนักข่าวสาวเหล็ก เราทุกคนล้วนประทับใจในไหวพริบและความแกร่งของคุณ ช่วยเหล่าสถานการณ์บนเครื่องให้พวกเราฟังหน่อย

Michelle : อันที่จริงมันควรเป็นการพักร้อนอันแสนสุขของชั้น เพียงแต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นโดยอัมเบลล่าอยู่เบื้องหลัง ทุกอย่างเลวร้ายลงทันทีเมื่อบ็อบบี้ตาย ชั้นได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของคนอย่างลิวานอส ชั้นมีคติกับคนแบบเค้า นั่นคือความจริง ชั้นเกลียดคนที่คอยหาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง ท่ามกลางความวิบัติของคนอื่น แล้วตีหน้ามึนว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมกับหาเหตุผลร้อยแปดมาสนับสนุนตัวเองให้ดูมีค่ามีราคา คนแบบนี้มันน่าขยะแขยงที่สุด

คุณลิวานอส เรารู้สึกเห็นใจคุณมากที่คุณต้องโดนผู้หญิงตั้งแง่และรังเกียจ ช่วยเล่าความรู้สึกหน่อย คุณทนได้ยังไง

Victor : การถือโกรธคำว่ากล่าวของสตรีไม่ใช่คุณสมบัติของสุภาพบุรุษ

คุณแม็คคินเลย์ เราอยากได้ยินคุณแฉสองคนนั้นหน่อย มีอะไรที่สองคนนั่นทำแล้วไม่เข้าตาคุณบ้าง

Sean : ถ้าผมตอบตามตรง คุณจะต้องจ่ายค่าพยาบาลเพราะผลที่ตามมาให้ผมด้วยนะ ตัวผมเองจริง ๆ คิดว่าผู้บริหารที่ชื่อลิวานอสไม่น่าไว้ใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งผมไม่ได้พูดในเชิงเศรษฐกิจว่าเขาจะฉ้อโกงหรอก แต่ผมคิดว่าถ้าตอนนั้นเขาตัดสินใจจะไม่ช่วยผมกับมิเชลล์เอาไว้ ใครจะเป็นคนช่วยเขาผ่าพวกมันออกมา? ส่วนมิเชลล์เธอเป็นคนที่รับมือกับสถานการณ์ได้ดีทีเดียวสมเเล้วกับที่เป็นนักข่าวระดับขนาดนี้ แต่ผมคิดว่าเธอใช้อารมณ์มากไป (เท่าที่ผมฟังคำพูดเวลาเธอพูดกับคนที่เธอไม่ชอบอย่างคุณลิวานอส) มันออกโวยวายมากไปหน่อย เเต่เธอเก่งมากจริง ๆ ในฐานะที่เป็นนักข่าวไม่ได้ฝึกอะไรมา เธอจะเป็นหัวหน้าที่น่าทำงานด้วยมากเลยทีเดียว

ในเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คุณยังไว้ใจ และ มีโอกาสจะรับแม๊คคินเลย์กลับมาทำงานร่วมกับคุณอีกมั้ย?

Michelle : ชั้นยินดีรับเค้าเข้าทำงานเสมอค่ะ แต่บางทีตำแหน่งผู้ช่วยกล้องคงไม่เหมาะกับเค้าซะแล้ว (ยิ้ม) ถ้าเป็นไปได้ ชั้นอยากได้ประวัติเค้าอย่างละเอียด จะได้รู้กันสักทีว่าตกลงแล้วเค้าเคยเป็นอะไรมาก่อนกันระหว่างยามเก่าหรือนักดับเพลิง

เนื่องจากเทปบันทึกการสัมภาษณ์จมช่องแคบไปแล้ว คุณจะพิจารณาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวคนเดิม สถานที่เดิมอีกหรือไม่?

Victor : ผมยินดีหากคุณการ์ดเนอร์จะขอสัมภาษณ์ซ้ำ แต่โปรดให้ผมได้รับรองหล่อนและทีมงานที่ออฟฟิศของผมหรือภัตรคารดีกว่า

คุณแม็คคินเลย์ พอมีโอกาสไหนที่คุณจะมาร่วมมือกับผู้หญิงที่ชื่อมิเชลล์ การ์ดเนอร์ กระชากหน้ากากจอมวายร้ายให้โลกได้รับรู้

Sean : อาจจะมีโอกาสที่ผมจะร่วมมือกับมิเชลล์ แต่มันก็ต้องผ่านจากช่วงที่เกิดเหตุการณ์นี้ไปก่อน และตอนนี้ผมคิดว่าผมค่อนข้างคิดถึง PRADA และคนในองค์กรมากกว่า ถึงผมจะรู้สึกเอือมกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเเบบนี้ก็ตาม ยังไงซะถ้าทาง The Agency ทำถึงขนาดที่ทำให้เกิดผู้เสียหายหรือชีวิตมากขนาดหนัก ผมก็คงจะออกมาพร้อมกับ PRADA เหมือนกัน

คุณการ์ดเนอร์ เรารู้ว่าคุณได้แสดงตัวว่าไม่ชอบหน้าลิวานอสอย่างรุนแรง ช่วยเล่าความรู้สึกให้เรารู้หน่อย เอาแบบไม่ยั้งเลยนะ

Michelle : โชคดีมากที่ไม่ได้อยู่ในเรื่องเดียวกัน ไม่งั้นชั้นคงได้ไมเกรนถามหา ขอให้ความขัดแย้งของชั้นกับลิวานอสจบแค่ใน Iratus เท่านั้น ชั้นไม่อยากเจอเค้าอีก มันเป็นเรื่องยากที่คนอย่างชั้นกับเค้าจะสามารถลงรอยกันได้ นี่คือความจริง แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้พวกคุณรู้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ชั้น แม็คคินเลย์ และลิวานอส ล้วนทำตามหน้าที่ ทำตามบทบาทที่ได้รับ ชั้นนับถือและยกย่องทั้งคู่ด้วยใจจริงในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของงานชิ้นนี้ด้วยกันค่ะ

หลังจากในเรื่องที่เกิดขึ้น คุณคิดอยากเปลี่ยนอาชีพรึไม่?

Victor : มีสิ่งเดียวที่ผมอยากจะเปลี่ยนคือหน่วยอารักขา

Sean : เปลี่ยนครับ (หนักเเน่น) ถ้ามีให้เปลี่ยนนะ (หัวเราะ)

Michelle : ชั้นเคยผ่านเรื่องราวเลวร้ายแบบสุดขั้วที่แร็คคูนมาแล้ว กับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่อาจทำให้ชั้นถอดใจเขียนใบลาออกแน่นอน ชั้นจะตีแผ่ความจริงให้โลกได้รับรู้

คำถามสุดท้าย มีอะไรฝากถึงแฟน ๆ บ้างไหม?

Victor : ขอบคุณที่ติดตามอ่าน ผมเป็นนักแสดงที่ไม่เอาไหน หวังว่าคุณการ์ดเนอร์และแม็กคินเลย์จะช่วยให้พวกคุณไม่เบื่อหน่ายจนเกินไป

Sean : อย่าลืมบริษัทผลิตกระเป๋า PRADA นะครับ (จริง ๆ ทำเสื้อผ้าเครื่องประดับด้วย)

Michelle : ขอบคุณที่ติดตามพวกเราตั้งแต่ต้นจนจบค่ะทุกคน ดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในงานชิ้นนี้ ถ้าคิดถึงกันยังไงขอให้ติดตามชั้นและทุกคนใน MoRC นะคะ
แก้ไขล่าสุดโดย Kevin Ryman เมื่อ 22 มี.ค. 2014, 16:12, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2489

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 22 มี.ค. 2014, 10:52

Re: MEP] IRATUS: Epilogue + Special Chapter อัพ [21/03/14]

เห้ย ตกใจอ่ะ มาทีเดียวตู้มเดียวเลยเหรอ ตอนใหม่ก็มาภาพก็มาบทสัมภาษณ์ก็มา ดี ๆ แบบนี้อิ่มหนำจุใจสุด ๆ 555

เอาภาพน้องแทนก่อน เท่ทุกรูปนะ แต่สงสัยรูปแรกอ่ะ คนที่ยืนอยู่ข้างหลังของแต่ละคนนี่ใครบ้างเหรอ? โดยเฉพาะข้างหลังวิคเตอร์นี่พี่ยืนเดานั่งเดาตะแคงเดาแล้วก็เดาไม่ออกจริง ๆ อย่าว่าแต่เดาว่าเป็นใครเลย ผู้หญิงผู้ชายพี่ยังดูไม่ออก 555 (แต่แบบว่าดูเหมือนปู้ชายมากกว่านะ ยิ่งเดาไม่ถูกเข้าไปใหญ่... มึนเบยงานนี้ เป็นตัวละครลับสุดยอดที่ยังมิเคยเปิดเผยแม้กระทั่งในฟิคหลักรึเปล่านะ :e1)



มาต่อที่ Epilogue ของแพร เราว่าเป็นตอนปิดท้ายที่สรุปเรื่องได้สมบรูณ์ดีมากเลยนะ ที่สำคัญ ได้เห็นวิคเตอร์เงิบด้วย!!! :e12 :e12 :e12
เอาจริง ๆ คือถ้าแพรไม่เฉลยเราก็ไม่ทันฉุกคิดนะว่ามันย้อนแย้ง เหอ ๆ = ='' แต่ก็จริงแหละ คือถ้าคิดว่าสาธารณชนจะเชื่อมิเชลจนถึงขั้นทำให้อัมเบลล่าสั่นคลอนได้ ถ้ายังงั้นเกิดมิเชลแฉ Agency ขึ้นมาจริง ๆ Agency ก็น่าจะไม่รอดเหมือนกันป่ะ แต่เพราะรู้กันอยู่ว่าแค่คำพูดของมิเชลนั้นไม่มีพลังมากพอจะทำลายสิ่งที่ทั้งร่มและ Agency สร้างสมมาได้หรอก เพราะงั้นปล่อยมิเชลไปก็ไม่ได้ทำให้บริษัทเป็นอันตราย แต่ในเวลาเดียวกันก็ไม่สามารถทำประโยชน์ให้ได้เหมือนกัน

ว่าแต่ก็น่าคิดนะว่าทำไมวิคเตอร์ถึงพลาดได้ ปกติเห็นเป็นคนแบบรอบคอบสุด ๆ ย้ำคิดย้ำทำโคตร ๆ สงสัยจะเพราะเมายาแก้ปวด 5555 ยิ่งอ่านที่แพรหมายเหตุแล้วเราก็เข้าใจนะว่ามันจะต้องโดนฤทธิ์ยาเข้าไปโคตรแรงแน่เลย ตอนที่เขียนรายงานส่งประธานก็คงกำลังเมายาได้ที่เลยมั้งเนี่ย เอิ่ม จะขยันไปหน๊ายยยย = = สมควรโดนปู่ด่าล่ะ

คือจะบอกว่าเมายาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้วิคเตอร์พลาดเราว่าก็ใช่อยู่นะ แต่เราว่าอีกส่วนนึงเพราะอคติของมันเองด้วย อย่างที่นาริทราพูดอ่ะ ว่าวิคเตอร์มีใจเอนเอียงอคติกับคนที่ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน (กำจัดอัมเบลล่า) มากกกกก มากจนน่าเป็นห่วง คราวนี้พลาดไม่เป็นผลอะไร แต่อย่าไปพลาดอะไรที่ใหญ่กว่านั้นละกัน เป็นห่วง :e6

ว่าแต่โดนมิเชลด่ากราดจัดหนักขนาดนั้นมันยังอุส่าห์มีใจเอนเอียงช่วยมิเชลแค่เพราะอยากจะทำลายร่มเหมือนกันเนี่ยนะ แม่เจ้า อะไรมันจะปานนั้น เอาจริง ๆ ถ้ามิเชลรู้นี่ควรต้องเลิกอคติเลิกเกลียดวิคเตอร์ได้แล้วนะ เพราะถ้าวิคเตอร์ไม่โน้มน้าวประธานไปแบบนั้นมีหวังโดนจารชนของ Agency เก็บแหง ๆ โดนวิคเตอร์เหมาว่าเป็นฝ่ายเดียวกันเลยรอดตัวไปซะงั้น 555 ว่าแต่ยังงี้ถ้ามิเชลวิ่งไปเตะมันสักป้าบสองป้าบมันก็คงไม่ถือโทษโกรธใช่มะ เพราะถือเป็นพวกเดียวกัน 555 (แต่ถ้าเป็นเรา เราขอวิ่งเข้าไปดูดปากสักทีสองทีแล้วบอกว่าเรามาร่วมมือกำจัดอัมเบลล่ากันเถอะตัวเอง <3 <3 <3 จะสำเร็จไหมอ่ะ 555 น่าลองชิบ :e14 :e14 :e14 )

อีกอย่างนึง ...อืม ว่าจะไม่คิดแล้วนะ แต่ยิ่งอ่านยิ่งจิ้น "นาริทรา x วิคเตอร์" ถามจริง คนเขียนจงใจป่ะเนี่ย!?! :e12 :e12 :e12 :e12
คือนาริทราไม่ไรนะ รู้ ๆ กันอยู่ว่าป้าแกตอแหลเป็นเริด แต่วิคเตอร์นี่...มันดูโคตรแอบมีใจให้นาริทราเลยนี่หว่า ดูไม่ใช่เจ้านายลูกน้องธรรมดาแล้วนะ เอาง่าย ๆ เลยแค่ได้ยินเสียงนาริทรานี่ถึงกะต้องลุกขึ้นมาแต่งตัว กลัวไม่หล่อ? แถมตอนนาริทราบอกว่าเสียใจที่ไม่ได้ไปด้วย มันกลับบอกว่ามันไม่เสียใจ หมายความว่าไงเนี่ย ถ้าเอาตามเราตีความแบบโคตรจิ้นก็คือ ไม่เสียใจที่นาริทราไม่มา เพราะไม่อยากให้นาริทราต้องเป็นอันตราย + เจ็บตัวไปด้วย???? จิ้นเกินไปป่ะเนี่ย 5555 แล้วก็มีอะไรอีกมากมายที่อ่านแล้วรู้สึกว่า เอิ่ม มันจิ้นอ่ะ มันจิ้นนนนน นี่มันอัลไลกัน!?! คือจริง ๆ คู่นี้ก็น่ารักน่าจิ้นดีอยู่หรอกนะ แต่ทำใจลำบากตรงเห็นชะตากรรมพระรองมาแต่ไกลเลย โถ วิคเตอร์ของข่อย เจ้าคงไม่พ้นตกเป็นพระรองในฟิคหลักแล้วสินะ OTZ (ขอร้องไห้แป๊บ)



ส่วนบทสัมภาษณ์ตัวละครทั้งสาม น่ารักทุกคน 555 เราว่าฌอนเป็นคนที่น่าคบหาสุดแระ นิสัยดีแถมบู๊เก่ง อยู่ด้วยอบอุ่นปลอดภัยดี 555 ส่วนมิเชลก็มุ่งมั่นตั้งใจดีเหมือนเดิม ส่วนวิคเตอร์ ...เบื่อเป็นพระรองเมื่อไหร่ก็มาซบอก JumJim ได้เสมอนะ อยากบอกแค่นี้แหละ! (ขอร้องไห้อีกรอบ)
<<

Nakon_World

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 950

ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.พ. 2011, 18:59

โพสต์ 22 มี.ค. 2014, 15:34

Re: MEP] IRATUS: Epilogue + Special Chapter อัพ [21/03/14]

ในที่สุดก็จบลงด้วยดี รู้สึกดีใจนะครับที่ตัวเองยังมีโอกาสได้กลับมาอ่านเรื่องราวของสามคนนี้ต่อ
สนุกมากครับ เป็นเรื่องครอสโอเวอร์ที่อ่านแล้วสนุกตามสไตล์ของทั้งสามคนดีจริง ๆ 555+

ผมฮาบทสัมภาษณ์ช่วงท้าย ๆ ฮะ :e7
รูปภาพ
ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน