Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 6 มาแว้ว![14/01/57]

<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 467

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 30 พ.ย. 2013, 00:02

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 1 อัพ[29/11/56]

เสียงกรีดร้องในตอนสุดท้ายนั่นจะเป็นของใครระหว่างนายอดัมกับไอ้แวมไพร์ตัวนั้น รอลุ้นครับ

ป.ล. ถ้ามันแปลงร่างได้จริงหากมันแปลงเป็นแมงหวี่ โดนไบก้อนฉีดจะตายไหมนะ (หรือว่าเอาที่ตีแมงวันฟาดให้ตายดี)
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 01 ธ.ค. 2013, 14:22

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 1 อัพ[29/11/56]

nut0072563 เขียน:อยากจะบอกว่าผมอ่าprologueกับตอนแรกแล้วนี้อารมณ์คนละแนวกันเลยทีเดียว อันแรกก็แฟนตาซีสายดาร์ก อีกอันก็แนวสงครามชีวิตทำเอาผมไปไม่เป็นเลย หวังว่านายอดัมคงจะไม่ใช่พระเอกน่ะ(มันเป็นชัวร์)เพราะยังงี้ไหงหนูลูเซียของผมถึงต้องโหดต้องเก่งเพราะถ้าเป็นตัวร้ายที่กากมากผมคงนอนกระอักเลือดตายแน่นอน

ปล.ว่าจะถามหน่อยครับคือความสามารถของแวมไพร์ในเรื่องนี้หลักๆมีอะไรมั่งครับ เช่น เคลื่อนที่ไว แปลงร่างเป็นค้างค้าวได้ อะไรแบบนี้อะครับ และอีกเรื่องที่อยากถามเรื่องนี้นอกจากแวมไพร์แล้วมีอมนุษย์อย่างอื่นเช่นมนุษย์หมาป่า แม่มด ซอมบี้(ซอมบี้ทางไสย์ศาสตร์น่ะครับ)อะไรแบบนี้และศัตรูตัวฉกาจของทางอมนุษย์อย่างศาสนจักรไหมครับ



มาตอบแล้วนะคะ ^^

ในเรื่องนี้นุ่นจะเน้นตัวหลักอยู่ 2 ฝ่ายด้วยกันคือ มนุษย์ กับ แวมไพร์ ส่วนพวกอมนุษย์นั้นนุ่นไม่มีในเนื้อเรื่องนี้สักตัว(ยกเว้นกรณีถูกเรียก summon ออกมาก็แล้วแต่ว่าจะเจอหรือเปล่า)นะคะ แต่หากจะมีอะไรๆที่คล้ายๆหน่อยก็น่าจะเป็นพวกใช้เวทมนต์ต่างๆซึ่งพวกนี้ก็จะถูกมองว่าเป็นพวกนักเวทหรือแม่มดอะไรประมาณนี้นะคะ

สำหรับเรื่องพลังต่างๆของแวมไพร์นั้นจะมี เคลื่อนที่ไว,รักษาเยียวยานได้จากการดื่มเลือดมนุษย์,มองในที่มืดได้,ป่ายปีนกำแพงได้ เป็นต้น แต่ในกรณีเคสประเภทนี้เช่น แปลงร่างได้,มีเซนต์ในการรับรู้อาวุธอันตราย ก็แล้วแต่ค่ะว่าแวมไพร์คนไหนจะมีเพราะสมัยนี้พวกแวมไพร์ไม่สนใจเรื่องพลังเก่าๆอีกแล้วค่า จะมีแต่พวกที่สืบทอดพลังจากรุ่นสู่รุ่นนะคะ

ปล.แหม่พี่เพรชก็...ขืนแปลงร่างแบบนั้นได้ป่านี้คงจะสูญพันธุ์แทบหมดโลกแล้วค่า 555+
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 11 ธ.ค. 2013, 15:45

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 1 อัพ[29/11/56]

Chapter 2 : Fright Night

เมือง Emerald City ณ โรงพยาบาลเอ็มเมอรอล เวลาประมาณตีหนึ่งเศษ


ครืดดด.......


เสียงรถเข็นเตียงฉุกเฉินกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเหมือนมันกำลังพุ่งตรงไปที่ไหนสักแห่งหนึ่งในโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลแห่งนี้เปิดทั้งเวลากลางวันและกลางคืนเพื่อรองรับคนไข้หลายเคสด้วยกัน
โดยมีคนที่ใส่ชุดทหารอยู่หลายนายกำลังรีบติดตามรถเข็นคันนั้นไปอย่างใจจดใจจ่อ แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ได้แค่รออยู่ตรงห้องฉุกเฉินที่คนทั่วไปนั้นไม่สามารถเข้าไปได้...


ชั่วโมงผ่านไปเศษๆ...



ตี้ด.......ตี้ด.......ตี้ด.......ตี้ด.........ตี้ด



ในห้องๆหนึ่งที่มีร่างของผู้ป่วยรายหนึ่งที่กำลังหลับอย่างแสนทนทุกข์ทรมานหลังจากเข้าห้องฉุกเฉินไปเป็นที่เรียบร้อย แต่โชคดี...ที่เขานั้นพ้นวิกฤตไปได้
โดยร่างของเขานั้นถูกถอดเสื้อเกราะกันกระสุนและเสื้อทหารและเหลือแต่เสื้อข้างในสีดำโดยมีโลโก้ปักเอาไว้อยู่ก็คือ H.S. แต่กลับมีผ้าพันแผลอยู่บริเวณไหล่กับคอของเขาอย่างแน่นหนาจนแทบหายใจไม่ออก


“.....อือออ.............ทะ....ที่นี่มัน........ที่ไหนกัน?” เขาลืมตาขึ้นมาหลังจากพบเหตุการณ์ที่เขานั้น...จะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตของเขา...


“ห้องอะไรเนี่ย.....แฮก......แฮก.........นีมันเครื่องวัดชีพจรนี่” เขาพยายามหันดูสภาพรอบห้องให้ทั่วเพื่อเดาว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่ในขณะเดียวกันเสียงหายใจที่หนักหน่วงค่อยๆเริ่มดังขึ้นเพราะกลัว...หรืออะไรกันแน่...



ปึง!!!



เสียงประตูหน้าห้องเปิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีคนกลุ่มหนึ่งกรูเข้าไปนั้นเหมือนกองทัพม็อบก่อประท้วง


“อดัม! อดัม!!!” เสียงที่เขาคุ้นหูดีและเป็นเสียงที่เขานั้นอยากได้ยินอย่างมากในขณะนั้น นั่นก็คือ....


“จะแจ็ค!...เฮ้แจ็ค!!!” อดัมยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อเห็นเพื่อนของเขานั้นมาหาพร้อมกับเพื่อนในกลุ่ม Rookie บางนายที่มาเยี่ยมเขา


“นายเป็นฮีโร่เลยว่ะ!!!” เอเลนรีบทักอดัมอย่างแสดงความยินดีอย่างยิ่งที่เขานั้นทำภารกิจแรกในชีวิตของเขาสำเร็จด้วยตัวคนเดียว


“นายทำได้ยังไงวะ!?” บ็อบรีบถามต่อไป


“นายรู้หรือเปล่าเพื่อนว่าตอนนี้ข่าวเรื่องแกจับกุมพวกนั้นได้มันดังไปถึงพวกรุ่นใหญ่ใน H.S. กันบานตะทัยเลยว่ะ!” แจ็คเขย่าตัวอดัมแบบไม่รู้เรื่องเลยว่าสิ่งที่อดัมได้รับบาดเจ็บนั้นมันอยู่ตรงไหนจนอดัมนั้น...


“ดะเดี๋ยว!...แฮก.....แฮก....มันเกิดอะไรขึ้นกับกู...แฮก...บอกมาก่อนสิเฮ้ย!?” อดัมรีบปัดคำถามของเพื่อนทุกคนและรีบถามกลับไป


“ถ้าเรื่องนั้นกูจะตอบให้กระจ่างใสให้เอามั้ยหละ?” เสียงที่อดัมนั้นคุ้นหูและคุ้นมากที่สุดรองลงมาจากแจ็คเพื่อนซี้ของเขานั้นปรากฎตัวขึ้นมา


“ผะๆๆผู้กอง!?” อดัม(รวมทั้งที่เหลือด้วย)ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นสีหน้าของผู้กองนั้นเดือดแบบจอมมาร


“พวกแกทั้งหมดออกไปรออยู่ชั้นแรกไป๊ไอ้พวกนี้! บอกให้รอก็ไม่รอเดี๋ยวจับสั่งหมอบให้หมดเล้ย!!!” ผู้กองแสดงพลังบ้าอำนาจออกมาคำรามใส่ทหารหน้าใหม่ทุกคน
จนทุกคนนั้นรีบพยายามตะกายหนีทุกทิศช่องทางเพื่อไม่ให้โดนผู้กองสั่งหมอบ


“เฮ้ยโทษทีว่ะอดัมกูต้องไปแล้วหละ...เอ้านี่ Beretta 8000 ของแกพร้อมกระสุน 2 แม็คแบบที่กให้กูตอนนั้นมาที่แกทิ้งไว้และนี่วิทยุของนาย กูไปก่อนหละแว้กกกก!!!!!”
แจ็คซึ่งอยู่คนสุดท้ายรีบวางของที่อดัมนั้นทำหล่นเอาไว้ให้และรีบกระโดดตีลังกาออกไปจากห้องทันที ซึ่งอดัมเองก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยที่นานนักจะได้เห็นเพื่อนของเขานั้นบ้าสติแตกออกมา


“.......” แต่แล้วบรรยากาศก็เปลี่ยนไปคนละเรื่องหลังจากผู้กองเดินเข้ามาแบบน่ากลัวจนตัวอดัมเองอยากจะกระเถิบหนีแต่ก็หนีไปไหนไม่ได้


“...แกบ้าบิ่นและกล้ามากที่ขัดคำสั่งของกู...อดัม...” เขามานั่งตรงบริเวณเก้าอี้และกระเถิบเข้ามาไกล้อดัม อดัมพยายามหลบสายตาของผู้กองที่จ้องอย่างจะฆ่าให้ตาย...แต่สุดท้ายก็ไม่พ้น


“ผู้กอง....คะคือผมไม่ได้ตั้งใจนะ....” อดัมค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆแต่หน้าตาที่สภาพแบบคนเพลียไม่ได้นอนมาหลายวันพร้อมกับหายใจถี่หนักขึ้นเรื่อยๆจนผู้กองเองเริ่มรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา


“แกไม่ต้องลุกขึ้นมา...กูรู้ว่าแกน่ะไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่ามันหรอกนะแต่บางครั้งมันก็เกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ” ผู้กองยันตัวอดัมลงไปนอนที่เตียงและตอบกลับไป ตอนนั้นผู้กองจับตัวอดัมซึ่งทำให้เขานั้นคิดจะทำอะไรบางอย่าง


“...อืม...ที่ท่าแกมีไข้และตัวร้อนเอาเรื่องนะเนี่ย...” ผู้กองรีบลุกขึ้นและไปเอาผ้าชุบน้ำเย็นและบิดเล็กน้อยมาโปะหน้าผากของอดัม ซึ่งตัวอดัมเองถึงกับงงกับพฤติกรรมของผู้กองอย่างมาก
เพราะผู้กองไม่เคยทำอะไรอย่างนี้เลยในค่ายฝึกพิเศษ แม้จะมีคนเจ็บเขากลับด่าต่อว่าอย่างน่ากลัว...แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นสิ่งที่เขาคิด...ยังไงเขายังมีข้อสงสัยในหัวตั้งแต่ฟื้นมาแล้วก็คือ...


“ผู้กอง..แฮก......ชะช่วยบอกผมทีว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น...แฮก.....ผมจะอะไรไม่ได้เลย” อดัมถามผู้กองที่นั่งข้างๆ ในตอนแรกผู้กองทำท่าไม่อยากจะบอกมากนักแต่สุดท้ายก็บอกในที่สุด



“คือ....ในตอนนั้นเนี่ย...”



=-=-=-=- ประมาณ 2 ชั่วโมงที่แล้ว -=-=-=-=




“เร็วเข้าไอ้พวกหมูตอนแกไม่อยากสร้างชื่อเสียงให้รึไงกัน!?” ผู้กองกำลังไล่พวกหน้าใหม่ที่บางนายไม่รู้ว่าจะทำไงต่อกับบางรายที่กำลังเดินไปที่โกดังเก็บคาร์โก้อย่างเชื่องช้า


“ครับผู้กอง เรากำลังไป!” พวกทหารที่เหลือตอบรับกันแบบอ่อนเพลีย


“เป็นอะไรไปกันฮะ!? มาแบบทีนี้อ่อนแรงกันหมดเลยสินะไอ้พวกนี้!” ผูกองด่าออกไปอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นพวกหน้าใหม่นั้นทำหน้าเหมือนคนกำลังจะตายในไม่ช้า


“ปะเปล่าคร้าบ!!!” ทุกคนรีบตอบกลับอย่างทันควันและเปลี่ยนหน้าตาเป็นพวกบ้าพลังทันที


ทุกคน(ทีม Rookie)เริ่มรวมตัวกันและรีบเข้าไปลุยข้างในโกดังทันที แต่ก็ต้องสดุดฉับพลันเพราะเห็นพวกแวมไพร์ 3 นายถูกจับใส่กุญแจเอ่ไว้หน้าทางเข้าแต่หมดสติไปที่เรียบร้อย
ผู้กองเห็นดังนั้นจึงเริ่มออกอาการสงสัยขึ้นมาว่าใครเป็นคนทำ จึงสั่งให้ทหารส่วนหนึ่งนั้นคุมตัวพวกนี้เอาไว้และส่วนที่เหลือให้ตามเขามาในโกดังจนเจอกับ...


“แจ็ค? เฮ้แจ็ค!!!” หทารคนหนึ่งรีบทักใครบางคนที่กำลังวอกแวกหาใครอยู่แถวๆบริเวณทางเข้า


“อ้าวเฮ้ทุกคน...ทำไมพวกนายถึงมาอยู่ที่....นี่...เอ่อ....หวัดดีครับผู้กอง” แจ็ครีบวิ่งไปหากลุ่มเพื่อนของเขาแต่ก็ต้องเงียบลงเพราะเห็นผู้กองมาด้วย และแน่นอนว่า...


“ไอ้แจ็ค!? แกมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่บอกกูมา!!” ผู้กองตะหวาดใส่แจ็คเพราะเห็นเขามาก่อนพวกเขา(มันก็จริงนั่นแหละ -_-)


“คะคือว่าผมอธิบายได้นะครับผู้กองคือ...ผมกับอดัมรีบตามชายไร้นามมาครับ!” แจ็ครีบรายงานไปแบบกล้าๆกลัวๆ


“ชายไร้นาม....คนภายนอกหรอกรึ?” ผู้กองถาม


“ชะใช่ครับ! ที่จริงแล้วผมน่ะเป็นคนจัดการกับไอ้พวกนั้นที่อยู่ข้างนอกเองส่วนอดัมนั้นเขาเข้าไปข้างในแล้วเกิดการ-”



อ้ากกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!



ขณะที่แจ็คกำลังอธิบายเรื่องราวทั้งหมดอยู่นั้น กลับมีเสียงปละหลาดดังขึ้นมาจนเกือบทำให้ทุกคนนั้นเกือบตกใจแทบเป็นลม


“ไว้ทีหลังแจ็ค! รีบไป!!!” ผู้กองสั่งทุกคนให้รีบตามเสียงนั่นไปจนพบกับรูขนาดใหญ่บริเวณทางเดินซึ่งหากมองลงแล้วก็จะพบกับร่างของใครยางคนที่ถูกเสียบทะลุด้วยเหล็ก
แน่นอนว่าก็เล่นเอาบางนายอาเจียนออกมาด้วยเหตุสุดวิสัย(?!)ผู้กองกลับรีบกระโดดลงไปพร้อมกับแจ็คเพราะทั้งคู่รู้ว่ามันไม่มีแค่นั้นแน่ส่วนที่เหลือนั้นก็รู้หน้าที่ดีคือ...ยิงจากข้างบน



ตุบๆ!!! พรึบ!!!!! กริก!!!!!!!




เมื่อทั้งคู่กระโดดลงมาแล้วก็รีบเปิดไฟฉายที่ติดอยู่กับปืนของทั้งคู่รีบส่องรอบๆบริเวณจนพบกับปืน MP7 ของอดัมตกอยู่มันยิ่งทำให้ทั้งคู่เริ่มรู้สึกไม่ดีมากนัก และแล้วมันก็เป็นจริง...


“อะ.....อดัม!!!” แจ็คส่องไฟเห็นร่างอดัมถูกใครบางคนนั้นล็อกคอเอาไว้แบบแน่นหนา ผู้กองที่เห็นดังนั้นจึงรีบจุดพลุไฟทันที
และเขาก็พบกับชายร่างใหญ่ที่ใส่เสื้อคลุมสีดำกำลังถือปืน Beretta 8000 ของอดัมเล็งขู่ทั้งคู่อยู่แบบอาการบาดเจ็บพอสมควรเพราะเลือดไหลออกมาไม่หยุด ส่วนอดัมนั้นก็เลือกออกบริเวณแถบด้านซ้ายของตัวเขา
ผู้กองนั้นถึงกับโกรธอย่างมากเมื่อได้เห็นภาพที่เขานั้นไม่อยากจะจดจำเสียเท่าไหร่ แต่หากไม่ช่วยอดัมตอนนี้อาจจะช่วยชีวิตของเขาไม่ทันเพราะเสียเลือดเยอะเกินไปซึงเขาไม่สนใจว่าเขาโดนอะไรมา


“วางปืน...ของพวกแกลงซะถ้ามาอยากให้พ่อหนุ่มคนนี้...ตาย...” ชายร่างใหญ่ทักด้วยน้ำเสียงที่หน้ากลัวจนแจ็คถึงกับแทบทำอะไรไม่ถูกเพราะถูกสะกดด้วยดวงตาสีแดงฉาดของเขา


“...แกต่างหากหละที่ต้องวางปืนลง....ฮึ...หายหน้าหายตานานนี่แกหน่ะ!!!” ผู้กองตอบกลับแบบฉุนเฉียวเล็กน้อย


“มันไม่สำคัญหรอกว่าจะหายไปไหน....นั่นมันเรื่องของกู...ลอวเลนซ์!” ชายร่างใหญ่ตอบกลับมาแบบน้ำเสียงฉุนเฉียวเช่นเดียวกันพร้อมกับบีบร่างของอดัมเสียอีกเพื่อให้เขานั้นทรมานเพิ่มขึ้น


“พอที!!!...ถ้าแกไม่หยุดแกได้เข้าคุกตลอดชีพแน่ๆ!!!” ผู้กองตอบกลับไป


“ฮึ...ถ้าทำได้...ก็เข้ามา!”



ปัง!!!!!!!!!!




=-=-=-=-=- ปัจจุบัน -=-=-=-=-=



“.................” อดัมที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้วถึงกับไม่พูดอะไรมากมายนัก(#Pokerface)แต่มันยังมีอะไรบางอย่างนั้นยังคาใจของเขาอยู่


“ละแล้ว...แฮก.....กะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?” อดัมถาม


“เราต่อสู้กับชายคนนั้นไปสักระยะนึง...สุดท้ายแล้วเขาก็พลาดท่าเสียเองเพราะสารรูปบัดซบอย่างนั้น” ผู้กองบ่นเล็กน้อยและเดินไปซับน้ำใหม่


“หลังจากนั้น เจ้านั่นก็รีบปล่อยตัวแกออกมาเพราะสภาพมันเกินขีดความจำกัดของมันแล้ว มันจึงเลยขว้างระเบิดแสงหนีหายไป” ผู้กองเดินกลับมานั่งที่และเอาผ้าที่ชุบน้ำแล้วมาปกหน้าอดัมเอาไว้


“แฮก......แฮก........บ้าจริง.....ผมไม่น่าเลยที่.....” อดัมกัดฟันพร้อมทำหน้าตาที่โกรธตัวเองอย่างมากเพราะชะล่าใจในตอนนั้นที่ไม่น่ามาเสียเวลาลังเลอยู่กับเรื่องไร้สาระอันนั้น


“ฟังนะอดัม...ตอนแรกเองกูก็เป็นอย่างกับแกในตอนนั้น...แต่บทเรียนนี้มันจะจดจำไปจนวันตายของแกว่าอย่าชะล่าใจหรือปราณีมันเด็ดขาด...เข้าใจมั้ย?” ผู้กองส่งยิ้มให้เล็กน้อยจนอดัมเองก็เริ่มฮึดขึ้นมาบ้างแล้ว


“คะครับ...แฮก....ผมจะ...ไม่พลาดอีก!” อดัมตอบแต่ทำสีหน้าที่ไม่ค่อยดีมากนักเพราะตัวร้อนมากกว่าเก่าและเริ่มหมดแรงลง ผู้กองที่เห็นดังนั้นก็ยิ่งทำให้เป็นห่วงกว่าเก่าอีกว่าเขาจะรอดหรือไม่คืนนี้?



ก็อกๆๆ!



จู่ๆก็มีเสียงประตูดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนาของทั้งคู่ ผู้กองที่เห็นจึงเดินไปเปิดประตูส่วนอดัมเองนั้นพยายามที่จะเงยหน้ามองว่าใครมา แต่ก็ต้องฟลุบไปเพราะเริ่มออกอาการทรุดหนักกว่าเดิม



เอี้ยดดด....ตึก!



“.....ผบ.เซเรน่าเองรึ?” ผู้กองทำความเคารพใครบางคนที่เข้ามาในห้องนี้พร้อมกับผู้ช่วยอีก 2 คนที่ตามมาด้วย(มันยิ่งทำให้อดัมนั้นสนใจกว่าเก่าอีกแต่ก็นะ...ป่วยอยู่นี่)
ลักษณะการแต่งกายของเธอแล้วนั้นเหมือนชุดทหารทั่วใน H.S. เหมือนพวกชุดทำงานทั่วไปที่ยังไม่ออกรบ
แต่ต่างกันตรงที่มีอาวุธติดตัวตลอดทั้งร่างกายของเธอและหนำซ้ำมีเข็มฉีดยาติดตัวมาอีกโดยไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร
เธอเฉยเมยกับท่าเคารพของผู้กองราวกับว่าเธอเจออย่างนี้มาหลายพันครั้งแล้วในชีวิตของเธอ ส่วนผู้กองเองก็ไม่อะไรมากมายจึงเอามือลงและกำลังจะถามอะไรออกมาแต่ก็ถูกเธอนั้นตัดชิงถามเสียก่อน...


“เขาอยู่ไหนผู้กอง?” เธอถามเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว


“อ้อเขาเอ่อ...อยู่นี่ไงหละ...” ผู้กองเปิดประตูให้กว้างขึ้นและเผยโฉมวีรบุรุษหน้าใหม่ที่ผ่านสมรภูมิครั้งแรกของเขามา อดัมพยายามมองว่าเกิดอะไรขั้นบ้างแต่ก็ฟลุบลงไปอีกเพราะเริ่มออกอาการมึนหัวอย่างหนัก



ฟลุบ!



ผบ.สาวผลักผู้กองออกไปและเดินเข้าไปหาอดัมอย่างรวดเร็วและรีบนำมีดออกจากกระเป๋าเสื้อของเธอ ผู้กองที่เห็นถึงกับ...


“เฮ้ย! นี่เธอ!!!” ผู้กองที่เห็นสถานการณ์แบบนั้นจึงรีบวิ่งที่จะเข้าไปห้าม



ผัวะ!!! ตึง!!!



ผู้ช่วยของเซเรน่ารีบเข้ามากระแทกผู้กองให้ล้มลงจนชิดผนังพื้น ผู้กองพยายามที่จะดิ้นให้หลุดแต่มีแรง 2 คนคงจะทำอะไรไม่ได้เลย ส่วนผบ.สาวคนนั้นเอามีดมาฉีกเสื้อสีดำของเขาออกตรงบริเวณไหล่


“.............” ผบ.นิ่งเงียบไปชั่วครู่หลังจากเห็นบาดแผลรอยรักษาของอดัม ส่วนตัวอดัมเองก็เริ่มกลัวในการกระทำของเธอย่างมากเหมือนเธอกำลังจะฆ่าเขา


“...ปล่อยผู้กองซะ...” เซเรน่าสั่งผู้ช่วยของเธอให้ปล่อยผู้กองไป แล้วเธอจึงเดินออกมาห่างๆอดัมและเข้าไปหาผู้กองที่พึ่งลุกขึ้นมา


“นี่เธอคิดจะทำอะ-”


“ตามฉันมาผู้กอง...ฉันมีเรื่องต้องคุยเป็นการส่วนตัว.....” เธอตอบสวนกลับไปแบบหน้าตายจนผู้กองเองแทบจะทำอะไรไม่ถูกมากนัก


“...ก็ได้ ถ้าเธอต้องการแบบนั้น...งั้นกูไปก่อนหละอดัม” ผู้กองกล่าวลาอดัมก่อนที่จะเดินตามผบ.คนนั้นไป


“พวกแกทั้งคู่...เฝ้าชั้นนี้เอาไว้” ผบ.สั่งการอะไรบางอย่างให้กับผู้ช่วยของเธอ ซึงมันทำให้ผู้กองนั้นเริ่มมีลางไม่ดีตั้งแต่ต้นแล้ว



เอียยยยยดด.....ปึง....



“แฮก.....แฮก....รู้สึกไม่...ไม่ดีเลย....” อดัมเริ่มออกอาการไม่ดีขึ้นกว่าเก่าและทำท่าว่าจะเกิดอาการช็อคหากไม่มีใครนำยาหรือผ้ามาเช็ดตัวเขา
*อาการช็อค หมายถึงหากมนุษย์มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 C ขึ้นไปจะเริ่มมีอาการกระตุกและช็อคเพราะไข้สูงมากกกและมีโอกาสเสียชีวิตได้หากไม่ด้ำการลดไข้ลงตั้งแต่เนิ่นๆ*



ตึกๆๆๆๆๆ...



ผู้กองได้เดินตามผบ.สาวคนนี้ไปอย่างใจเย็นและไม่ผ่อนคลายเสียเท่าไหร่ จนเธอนำทางมาถึงห้องพักของพวกหมอแพทย์ในโรงพยาบาลแห่งนี้


“ที่นี่แหละ...ที่เราจะคุยเป็นการส่วนตัว” ผบ.เปิดประตูเข้าไปและปล่อยให้ผู้กองเดินเข้ามาและทำการปิดประตูนั่นซะ


“อ้าว...ผบ.เซเรน่าผมรอคุณอยู่พอดี” มีหมอคนหนึ่งที่นั่งดูอะไรบางอย่างอยู่นั้นเมื่อเห็นผู้หญิงที่เหมือนจะรู้จักกับเธอเข้ามาทักทายจับมือสวัสดีตามปกติ
แต่ผู้กองนั้นกับทำสีหน้าที่ไม่ค่อยดีมากนักเพราะเขายังสังหรใจไม่ดีอยู่กับเรื่องที่เธอสั่งให้ผู้ช่วยของเธอเฝ้าชั้นที่อดัมพักอยู่ เขาจึงรีบเปิดโทรศัพท์แบบลับๆและส่งข้อความรหัสลับให้ใครบางคนไป


“ทำอะไรอยู่ผู้กอง?” เซเรน่าถามเขาแบบสงสัยเล็กน้อย ผู้กองจึงรีบเก็บโทรศัพท์ลงไปและส่ายหัวไปมาเพื่อบอกว่าไม่มีอะไรมากนัก จึงมานั่งเก้าอี้ที่ทางโรงพายบาลเตรียมไว้ให้(ตอนไหนเนี่ย?)


“กระผมเป็นแพทย์สนามพิเศษของทาง H.S. ครับชื่อว่า กอร์ดอน อาจจะไม่คุ้นหูมากนักเพราะผมไม่ค่อยปรากฎตัวในองค์กรเสียเท่าไหร่เนื่องด้วยผมมีงานทำที่นี่น่ะครับ” เขาทักทายและรายงานตัวไปหาผู้กอง


“เออๆ...ตามสบาย ไม่ถือสากันหรอก” ผู้กองปัดมือสบัดออกไปเหมือนไม่อยากจะฟังข้อมูลนี้มากนัก


“เข้าเรื่องเถอะ...นี่เธอต้องการคุยอะไรกันแน่!?” ผู้กองถามผบ.สาวคนนั้นแบบหงุดหงิดเล็กน้อยส่วนเธอเองนั้นไม่ตอบอะไรมากนอกจากส่งสายตาไปหาหมอคนนั้นเพื่อให้เขาบอกแทน…



=-=-=-=-=-=-=-=-=-=--=-=-=-=-=-=-=-=-=


บริเวณชั้นแรกของโรงพยาบาล


ถึงจะเป็นเวลากลางคืนที่แสนเหนื่อยล้าของพวกมนุษย์ที่ยังทำงานอยู่ร่วมกับแวมไพร์บางรายที่มีงานทำในช่วงนี้ แต่ความวุ่นวายของการทำงานก็ไม่ต่างอะไรมากนัก
สำหรับพวกทหารทีม Rookie ที่มาเยี่ยมเพื่อนฮีโรอย่างอดัม ก็เริ่มกลับกันไปที่บ้านบ้างหรือแม้กระทั่งกลับไปที่องค์กรเพื่อไปนอนที่ห้องพักของทหาร
เหลือไว้ก็แต่เพื่อนซี้ของอดัมนามว่าแจ็คที่กำลังนอนคอตกไปละเมอตื่นมาตรงบริเวณโซนล็อบบี้เพราะรอผู้กองนั่นเอง


“ครอกกกก....อะเอ่อ.......กี่โมงแล้ววะเนี่ย?” แจ็คละเมอตื่นขึ้นมาและมองนาฬิกาเรือนใหญ่ตรงกลางของห้องนี้


“โอ้...5 ทุ่ม 10 นาที?...ไม่เป็นไรๆ...เดี๋ยวเที่ยงคืนค่อยไป...ครอออกกกกก” แจ็คมองแปบเดียวก็กลับหลับต่อ(โธ่แจ็ค...อ่านเวลาผิดเลยรึนี่....นี่มันตี 2 50 นาทีแล้วนะเพื่อน)


พวกแวมไพร์บางคนที่เห็นแจ็คหลับนั้นถึงกับเริ่มออกอาการที่จะสัมผัสเรียวคอของเขาอย่างมาก แต่ก็ต้องถอนใจกันไปเพราะหากทำสุ่มสี่สุ่มห้าขึ้นมามีหวังเข้าตารางของกรมตำรวจชัว
เพราะช่วงนี้ทางกรมตำรวจออกตรวจการบ่อยขึ้นและมีการส่งพวกนอกเครื่องแบบออกมาตรวจเมืองอยู่บ่อยๆ



ตึกๆๆๆๆ



มีฝีเท้าคู่หนึ่งกำลังเดินไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์


“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?” พนักงานถามชายคนหนึ่งที่เดินมาพร้อมกับชุดหมอของโรงพยาบาลนี้ดูเหมือนเขาจะเร่งรีบอะไรสักอย่าง


“คือว่า...จะไปชั้นใต้ดินได้ยังไงหรอครับ?” เขาถาม


“อ้อ ไปทางนั้นเลยค่ะและกดชั้น B เลยนะคะ” พนักงานตอบกลับไป


“...ขอบคุณ” เขาตอบกลับไปแบบเย็นชาและรีบเดินไปกดลิฟท์ ชายคนนั้นกดชั้น B และรอลิฟท์ลงไป



ติ้ง!



ประตูลิฟท์เปิดออกและเผยโฉมชั้นใต้ดินที่ค่อนข้างมืดมัวและน่ากลัว เขารีบเดินไปและตามห้องบางอย่างจนเจอในที่สุด...ห้องดับจิต



กริก....ครืดด!



เขาเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากเสื้อของเขา มีลักษณะคล้ายปลากระเบนทะเลแต่ตัวเล็กกว่าและมีเขี้ยวและแขนจับจนแทบไม่มีใครอยากเข้าไปใกล้มันเท่าไหร่


“ฮึๆๆๆ.....ที่นี่แหละเหมาะเลยหละ...ที่จะเป็นสถานที่อลาวาตเพื่อทำผลงานให้กับท่านโดยเฉพาะ...” เขารีบยัดพวกมันไปที่อกของศพทุกรายที่นอนนิ่งสงบอยู่ในห้องนั้น


“จงตื่นขึ้นมา!...และไปล่าเหยื่อกัน!!!”



=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=


ขณะเดียวกัน ห้องพักของหมอกอร์ดอน ชั้น 5 ประมาณตี 3 กว่าๆ


“อะไรกัน!?....ไม่จริงใช่มั้ย!” ผู้กองเริ่มออกอาหารสติแตกออกมาเล็กน้อยเหมือนเขาจะไม่เชื่อในคำพูดของใครบางคนเข้าไป


“.....ฮึ....ฉันว่าแล้ว” ผบ.เซเรน่าบ่นออกมาเล็กน้อยและนั่งนิ่งเฉยไปแบบสบายเล็กน้อย


“ครับ...ฟังไม่ผิดหรอกครับ อดัมถูกแวมไพร์กัด” หมอกอร์ดอนกล่าวรายงานออกไปแบบแสดงความเสียใจ ผู้กองที่เห็นแบบนี้ถึงกับช็อคและแทบทำอะไรไม่ถูกเลย


“แวมไพร์ตัวนั้นกัดเข้าคอของอดัมและแผลรอยกัดนั้นก็ค่อนข้างลึกเสียด้วยจากรายงานที่ผมได้มา ทำให้เขาเสียเลือดมากพอสมควรและอาการเริ่มทรุดลงมากเพราะไม่มีภูมิคุ้มกันนั่นเอง...ผมเสียใจด้วยนะครับ”
กอร์ดอนรายงานในแฟ้มที่ได้มาแบบน้ำเสียงที่เศร้าเล็กน้อย


“เขาเหลือเวลาเท่าไหร่?” เซเรน่าถามกอร์ดอน


“จากดูสภาพแล้ว อาการของเขานั้นหนักกว่าเก่าตอนที่มาอีก ผมคิดว่า.....” กอร์ดอนพยายามกล่าวเวลาออกมาแต่เหมือนเขาจะยังลังเลเล็กน้อย


“กอร์ดอน!...มันต้องมีทางอื่นอีกสิ วิธีที่จะรักษาเขา!” ผู้กองเริ่มออกอาการลุกลี้ลุกลนและรีบเข้าไปหากอร์ดอนทันที เพื่อไม่ให้อดัมกลายเป็นพวกนั้น จนกอร์ดอนเองเกือบจะเป็นลม


“ทะๆที่จริงมันมีอยู่ครับ นั่นก็คือฉีดวัคซีนให้ แต่ต้องรีบหน่อยแหละครับถ้างั้น” กอร์ดอนรีบตอบออกไปแบบกลัวผู้กองสุดๆจนผู้กองเองก็เริ่มเห็นแสงสว่างแห่งความหวังมาบ้างแล้ว


“งั้นมัวรออะไรอยู่! รีบไปเอาวัคซีนมา!” ผู้กองรีบสั่งกอร์ดอนให้รีบไปเอาวัคซีนมาและดูเหมือนว่าขาจะๆไม่สนอะไรทั้งสิ้นแม้วัคซีนจะราคาแพงขนาดไหนก็ตาม
แต่เขาก็จะยืดเยื้อชีวิตอดัมให้จนได้เพื่อให้เขานั้นปลอดภัย แต่แล้ว....ทางแห่งความหวังก็ถูกทำลายลงเพราะ...


“คุณช่วยเขาไม่ทันหรอกผู้กอง.....เขาจะต้องตายและตื่นขึ้นมาเป็นพวกนั้น” เซเรน่าตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา จนผู้กองเองก็เริ่มออกอาการขึ้นมาทันที


“นี่เธอนั้นอย่าพูดอะไรออกมาแบบไร้ความหวังสิฟะ! เรายังมีเวลาอยู่!” ผู้กองเถียงกลับไป


“ฉันบอกแล้วไงว่า เขาไม่รอด....กอร์ดอนหยุด...ตรงนั้น” เซเรน่าลุกขึ้นจากเก้าอี้และมองหน้าของกอร์ดอนที่กำลังจะเดินออกไปป้องเก็บยา
กอร์ดอนที่เห็นหน้าตาอันแสนธรรมดาแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัวนั้นแผ่ซ่านออกมาจนตัวของเขานั้นแทบขยับไปไหนไม่ได้เลย


“ฟังนะเซเรน่า!....เธอเปลี่ยนไปมากตั้งแต่เธอมาเป็นผบ. และ...ผมก็เข้าใจดีว่าเธอกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องขององค์กรแต่ว่า...ถ้าเจ้าอดัมนั่นตายไปแบบนั้นกูไม่ยอมหรอก!!!”
ผู้กองตะหวาดกลับไปแบบสุดตัวเพื่อยังยืนยันว่าจะช่วยอดัมให้ได้ ส่วนเซเรน่าที่ได้ยินถึงกับนิ่งไปชั่วครู่ ผู้กองซึ่งจึงเดินเข้าไปหาเธอเพื่อเข้าไปพูดให้ดีขึ้น


“ขอร้องหละเซเรน่า...ให้โอกาสกับเจ้านั่นเถอะ ผมยอมโดนสั่งพักงานหรืออะไรก็ได้เพื่อให้เขากลับมาเป็นปกติก็พอ...ขอร้องหละ” ผู้กองเข้ามาขอร้องด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงและสุภาพขึ้น



ฟิ้ว!!! แซดดๆๆๆๆ!!!



“อุบ!!!!!!” ผู้กองโดนอะไรบางอย่างฟาดและช็อดใส่จนตัวของเขานั้นล้มลงด้วยแรงกระแสไฟฟ้า ส่วนหมอกอร์ดอนถึงกับแทบทำอะไรไม่ถูกหลังจากเห็นสภาพอย่างนั้น


“.....คุณช่างเป็นคนที่ดื้อรั้นเอาแต่ใจเสียจริง ลอวเลนซ์...แล้วอย่างนี้แล้วถ้ามีคนเป็นอย่างนี้ขึ้นมากลางสมรภูมิแล้วคุณจะว่าไงหละ?” เซเรน่าเดินเข้ามากระซิบหูของผู้กองและเก็บกระบองไฟฟ้าเข้าไป


“เธอ.....นี่มันผู้หญิง...ไร้จิตใจ!” ผู้กองค่อยๆลุกขึ้นมาและจ้องมองเธออย่างโกรธแค้น แต่ก็ถูกเธอเตะด้วยขาอันเรียวงามแต่มีพละกำลังมหาศาลพุ่งเข้าชนกำแพงข้างๆอย่างจัง



ผัวะ!!!!!! ตึง!!!!!



“คุณเลือกเอา!...ว่าจะช่วยเด็กนั่นหรือ...หยุดการกระทำของคุณตอนนี้ซะ...คุณคงยังจำได้สินะตอน 4 ปีก่อน...ฮึ...ช่างน่าสมเพศจริงๆ” เซเรน่าขู่ผู้กองอย่างทรมานกับคำพูดแสนหดหู่ของเธอ
ผู้กองที่ได้ยินถึงกับอยากจะเข้าไปกระชากหน้าของเธอมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีเพราะเธอพูดถึงเรื่องๆนั้นเข้าไปถึงกับทำอะไรไม่ได้เลย


“...ดี...ยังดีที่คุณยังคิดได้ตอนนี้ …4 ปีก่อน...คุณคงจะโดนอย่างนี้สินะ!!!” เซเรน่าเตะเข้าไปหลายรอบเพื่อให้ผู้กองรับรู้ถึงรสชาติของคำว่าทรมานอย่างสาสม จนผู้กองถึงกับจมนอนกองเลือดที่ไหลออกมา


“แคกๆๆ......แคกๆๆ!!!!......เซ........เธอ....แคกๆ!!” ผู้กองหมดสภาพจากนั้นจนแทบทำอะไรไม่ได้เลย ถึงแม้เธอคนนั้นจะเป็นผู้หญิงผอมบางแต่ก็เต็มไปด้วยพละกำลังอย่างไม่น่าเชื่อ


“ดร.กอร์ดอน.....ฉันขอสั่งให้คุณนั้น....วางยาให้กับอดัมซะ” เซเรน่านำผ้ามาเช็ดรองเท้าตัวเองและมองหน้ากอร์ดอนที่ทั้งตัวทั้งใจของเขานั้นสั่นไปหมด


“ตะแต่ว่า...ถะถ้าทำอย่างนั้นมัน...” กอร์ดอนพยายามที่จะคัดค้านเพราะตัวของเขานั้น ไม่เคยทำอะไรอย่างนี้มาก่อนเลย


“หรือว่าคุณมีปัญหากับการทำงานในครั้งนี้กันหละ?” เซเรน่าจ้องมองเขาอย่างอาฆาตมาตรแค้นเล็กน้อย จนกอร์ดอนที่ยังลังเลอยู่นั้นถอนหายใจออกมาและเดินออกไปพร้อมกับฝากส่งท้ายว่า...


“...ครับ......ผมจะทำตามที่คุณบอก” กอร์ดอนเตรียมตัวจะเดินอกจากห้องไปอย่างน่าสลดเล็กน้อย แต่ก่อนจะออกไปพร้อมกับเซเรน่าที่เธอนั้นหมดธุระกับที่นี่แล้วเขากลับไปกล่าวอะไรบางอย่างกับผู้กอง


“...ผมขอโทษนะครับผู้กอง.....แต่ผม....จำเป็นต้องทำ...” หมอกอร์ดอนได้เดินออกจากห้องไปพร้อมกับผบ.คนนั้น ส่วนผู้กองเองก็พยายามลุกขึ้นมาจากการนอนโทรมอยู่ตรงนั้นมาสักพักแล้ว


“โอย.....แคกๆ!...เซเรน่า....สักวัน เธอก็จะเข้าใจหละว่าที่กูพยายามทำนั้น...ไม่ได้เพื่อหนีอดีต.....แต่เพื่อไม่ให้พวกเขาเหมือนกับในเหตุ....การณ์นั้นต่างหาก” ผู้กองเอาตัวชิดกำแพงเพื่อทรงตัว


“ต้องรีบ...ไปห้ามเจ้าหมอนั่น...กูรู้ดีว่ามันนั้นไม่กล้าเหมือนกัน!” ผู้กองพยายามเดินไปที่ประตูเพื่อที่จะรีบตามหมอกอร์ดอนให้หยุดซะ แต่ทว่า...



กรี้ดดดด!!!!! โอกก!!!!!!! ฆ่า!!!!!!!!!!!!!!! ไม่!!!!!!!!!!!!



“อะ...อะไรกัน!?”



=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

ขณะเดียวกัน ห้องนอนผู้ป่วยชั้น 8


“แฮก...แฮก...แฮก...แฮก...แฮก...แฮก...” เสียงหายใจที่ทรมานอย่างมากดังมากจากห้องนอนผู้ป่วยห้องหนึ่ง โดยตัวของเขานั้นนอกจากจะมีไข้ขึ้นสูงมากแล้วยังมีอาการแปลกๆตามมาอีกด้วย


“โอ้ย!...แฮก แฮก..แฮก...มะ...หมอ......ผมไม่...แฮก แฮก...ไม่ไหว..แล้ว!” เขาดิ้นทุรนทุรายจนแทบจะตกจากเตียง เพราะเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังทำให้เขานั้น...ร้อนและเจ็บอกอย่างแรง



ครืดด!



“ฮิๆๆ...ได้เวลาฉีดยาแล้วหละคนไข้!” มีนางพยาบาลคู่หนึ่งได้เปิดประตูเข้าไปหาหนุ่มคนนั้น นั่นก็คืออดัมนั่นเอง
โดยทั้งคู่ได้ถูกหมอกอร์ดอนสั่งมาให้ฉีดยานอนหลับกับยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อที่จะได้ ฉีดเข็มสุดท้ายที่กำลังจะมาถึงอีกไม่ช้านี้


“มะหมอ!....ร้อน....แฮกๆๆๆ..จะเจ็บไป...อ้ากกกกก!!!!!!!!” อดัมเริ่มออกอาการทรมานดิ้นอย่างมากจนเตียงเกือบจะพัง นางพยาบาลทั้งคู่จึงรีบเข้าไปทำการจับตัวของเขาเอาไว้
พวกเธอทั้งคู่เริ่มออกอาการขู่อดัมโดยแยกเขี้ยวอันเรียวงามที่ถูกใช้งานในการเจาะคอของเหยื่อมาแล้วหลายรายใส่เพื่อเตือนว่าหากไม่นิ่งพวกเธอจะทำร้ายเขาทันที


“ใจเย็นๆ! อีกเดี๋ยวนายก็จะสบายแล้ว!” นางพยาบาลคนหนึ่งรีบนำเข็มยาสลบเตรียมตัวฉีดใส่อดัม


“อ้ากกก!!! แฮกๆๆๆ...อออก...แฮกๆๆ..ไป” อดัมพยายามไล่พวกเธอออกไปเพราะเขาต้องการหมอเท่านั้น แต่คงไม่ง่ายอย่างนั้น


“แฮ่!!! เราไม่ออกไปหรอก! หนุ่มๆอย่างเธอนี่มันน่ากินเสียเหลือเกิน!” นางพยาบาลคนหนึ่งตอบออกมาพร้อมล็อคแขนของอดัมเอาไว้


“ไม่เอาน่าเพื่อนเอ๋ย...เดี๋ยวฉีดยานี่เสร็จแล้วเราค่อยกรีดแล้วกินก็ได้นี่ฮิๆๆ!” นางพยาบาลอีกคนตอบออกมาพร้อมเตรียมตัวฉีดแล้ว


“ออก...แฮกๆๆๆ.....กรรร..ไป....กรรรร....ให้ แฮกๆ....พ้น!!!!!!!!!” อดัมเริ่มออกอาการอลาวาดเพราะทนไม่ไหวกับพวกนางพยาบาลพวกนี้ แต่ทว่าน้ำเสียงของขาเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมและน่ากลัวกับสยองยิ่งขึ้น
อดัมที่เริ่มออกอลาวาดรวมแรงฮึดที่เขามีอยู่เริ่มทำร้ายนางพยาบาลที่ล็อคแขนอยู่



ผัวะๆๆ!!! หมับ! ฟิ้ว!!! โครม!!!! กรี้ด!!!!!



อดัมใช้หมัดของตัวเองต่อยทั้งคู่ด้วยแรงที่มหาศาลที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนจนทั้งคู่ล้มลง แต่อดัมยังตามไปจัดการกับพวกเธอต่อโดยการจับคนหนึ่งเหวี่ยงไปฟาดกับผนังอย่างจังจนอีกคนถึงกับกลัวสุดขีด


“อือออออ้ากกกกกก!!!!!!!! กรรรรร!!!......แฮกๆ...แฮก...ฮะๆๆ....มะไม่....” อดัมเริ่มกลับมามีสตดังเดิมอีกครั้ง แต่เขาก็ต้องตกใจกับในสภาพของห้อง
และนางพยาบาลที่โดนอดัมจัดการแบบหลับยาวเหลือแต่นางพยาบาลอีกคนที่มองเขาแบบกลัวอย่างมาก อดัมเริ่มออกอาการสติแตกอีกครั้งเมื่อเขาทำในสิ่งที่เขานั้นไม่เคยทำในชีวิต


“แฮก...แฮก...แฮก...ปะๆๆ...ไปซะ...” อดัมบอกนางพยาบาลคนนั้นให้หนีไปก่อนที่เขานั้นจะเสียสติอีกรอบ แต่เหมือนเธอจะต้องทำหน้าที่หมอของเธอนั้นสั่งมาให้สำเร็จ



ฟิ้ว!!!!! หมับ!!!!



“แกจัดการกับเพื่อนของฉันคนนึงก็จริง!!! แต่ฉันจะทำหน้าที่ให้สำเร็จ!!!!” นางพยาบาลคนนั้นรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีกดทับร่างอดัมเอาไว้และเตรียมตัวแทงเข็มยาสลบเข้าไปแบบน่ากลัว


“อ็อค!!! ไม่!....แฮกๆๆ...นะหนี....กรรรรร!...หนีปะ....กรรร!!! หนีไปเซ่!!!!! อ้ากกกก!!!!” อาการปละหลาดนั่นเริ่มกลับมาอลาวาดอีกครั้ง ครั้งเขารีบจับนางพยาบาลคนนั้น เตะออกไปและรีบจับเข็บนั่นไปแทงเธอซะงั้น



ฉึก!!! แฮ่!!!!!!!



นางพยาบาลคนนั้นรีบขู่อดัมเหมือนบอกนัยๆว่าเธอไม่กลัวสิ่งนี้หรอก แต่นั่นไม่ใช่เพียงแค่อดัมทำเท่านั้น



กรรรร อ้ากกก!!!!! ชัวะๆๆๆๆๆ!!!!!! กรี้ดดดด!!!!!!!




อดัมจับเข็มฉีดยาอย่างแน่นหนาและแทงทะลุร่างของนางพยาบาลหลายรอบจนตัวเธอเองทนทุกข์ร้องออกมาอย่างน่าสลด...จนร่างของเธอไม่ขยับอีกเพราะอดัมแทงครั้งสุดท้ายทะลุหัวของเธอ


“แฮก....กรรร......แฮก....มะ....ไม่นะ.....ไม่ๆๆๆ!!!” อดัมกลับมามีสติแบบไม่ค่อยดีนักแต่ยังพอควบคุมตัวเองได้บ้าง เขาเห็นสภาพร่างอันน่าหดหู่ของนางพยาบาลนั่นจนทำให้เขานั้นเริ่มจะสติแตกอีกครั้ง


แต่ตอนนั้นเขาหันไปดูกระจกและเห็นสภาพตัวเองที่เต็มไปด้วยเลือดที่เปรอะเกือบทั้งตัวและห้องที่เละสุดๆ อดัมมองมือทั้งคู่ของตัวเองอย่างช็อคว่าเขาทำอะไรลงไป
อดัมจึงตัดสินใจที่จะหนี....หนีไปที่ไหนก็ได้...เพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเอง


“แฮกๆๆ...ไปตัวเปล่า...ไม่ได้” อดัมพยายามหาของที่พอจะกันตัวเองจากพวกทหารอีก 2 คนที่ผบ.นั้นสั่งให้เฝ้าชั้นนี้เอาไว้ เขาจึงหยิบประเป๋าสะพายใบเล็กมาและยัดของที่แจ็คให้มาท้งหมดใส่เข้าไปในนั้น
และแน่นอนว่าอดัมไม่ลืมวิทยุสื่อวารเพราะยังเห่อของใหม่อยู่นั่นเอง



ปึงๆ!



อดัมพังประตูออกไปและรีบมองสังเกตการณ์ว่ามีใครอยู่แถวๆบริเวณบ้าง แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนมานั้นกลับไม่ใช่วิ่งที่เขาคิดเอาไว้เลย



ปังๆๆๆ!!!!! ฆ่า!!!!!!!!!!!



“สะเสียง แฮกๆๆ....อะไรกัน?” อดัมเริ่มรู้สึกไม่ดีนักเมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้บริเวณด้านล่าง เขาไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่เขาจะต้องทำคือหนี


“เฮ้ย ทำอะไรหน่ะ!?” มีผู้ช่วยของผบ.คนหนึ่งเดินมาเจออดัมเข้า จนอดัมไม่มีทางเลือกนอกจากวิ่งหนีเท่านั้น


อดัมวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต และแน่นอนว่าเจ้านั่นก็ตามมาเช่นเดียวกัน อดัมพยายามหาทางที่ใกล้ที่สุดและไม่เสียเวลาในการจัดการกับบางเรื่อง
จนเจอทางที่เขาต้องการคือ บันไดหนีไฟ


“หยุดนะ!!” ผู้ช่วยผบ.เล็กงปืนไปที่อดัมแบบระยะเกือบประชิตตัว(อย่าลืมนะว่าอดัมไข้ขึ้นสูงมากจึงเคลื่อนที่ช้าลง)


“เปิดสิๆ!..แฮกๆ...เร็ว!” อดัมรีบเขย่าประตูให้เปิดออกมาเพราะการเปิดประตูหนีไฟในโรงพยาบาลนั้นขึ้นชื่อว่าเปิดยากมากเพราะอะไร...ก็ไม่รู้



ปึง!!!



อดัมเปิดประตูได้สำเร็จและรีบเข้าไปในนั้น แต่แน่นอนว่าผู้ช่วยผบ.ก็รีบตามไปจับเช่นเดียวกัน


“แฮก...แฮก....รู้สึก.....ไม่......ดีเลย” อดัมเริ่มเคลื่อนช้าลงเรื่อยๆเพราะเริ่มทนพิษไข้สูงไม่ไหว ภาพต่างๆที่เขายังเห็นนั้นเริ่มเบลอมากขึ้นและหนำซ้าสิ่งของ
และสถานที่ๆเขาอยู่นั้นเริ่มเคลื่อนที่ได้เองโดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย(นี่อาจจะเป็นอาการโรคบ้านหมุน ก็ เป็น ได้)



หมับ!!!



ทหารที่ไล่จี้ตามานั้นได้ถึงตัวอดัมและทำการล็อคตัวเอาไว้เพื่อไล่เขากลับไปที่ห้องเดิม แต่แน่นอนว่าอดัมก็ไม่ใช่ว่าจะยอมเขาง่ายๆ


“ปะปล่อย!...แฮกๆ...ออกไป!!!” อดัมพยายามดิ้นสุดแรงที่มีอยู่ แต่ยิ่งดิ้นก็เริ่มรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆพร้อมค่อยๆถอยหลังลงไปทีละก้าวจากบันได


“หุบปากและรีบมากับกูเดี๋ยวนี้ไอ้เด็กนรก!” ทหารตะหวาดออกมาด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขาม



ผลัก!!! ตุบ!!!



ผู้ช่วยผบ.ทำการผลักอดัมให้ชนกับกำแพงข้างๆตัวเองเพื่อที่จะได้เอาปืนของตัวเองที่สะพายไว้ด้านหลังและทำการเอาปืนฟาดหัวของอดัมเพื่อให้สลบ



หมับ!!!




อดัมคว้าปืนของทหารคนนั้นเอาไว้ได้ ส่วนทหารคนนั้นก็พยายามรีบดึงปืนของตัวเองออกจากมือของอดัม แต่กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย


“ปะปล่อยสิเฟ้ย!!!” ทหารคนนั้นรีบดึงแต่ก็ไร้ผล


“แฮก...แฮก....กรรร.....บะ...บอกว่า...กรรร........อย่า....มายุ่ง!!!!!!!!! ก๊าซซซซ!!!!!!” อดัมหันหน้าไปหาทหารคนนั้นด้วยความโกรธสุดขีดและรีบจับร่างของทหารคนนั้นขึ้นมาเหมือนยกน้ำหนัก
ทหารคนนั้นมองเหลือบลงไปข้างล่างของชั้นล่างสุดซึ่งมันคือเสาเหล็กก่อสร้างอันหนึ่งที่ตั้งโด่เอาไว้เพราะช่างก่อสร้างลืมเอามันออกไป โดยที่เขานั้นเริ่มรู้ชะตากรรมตัวเองเข้าให้เสียแล้ว


“ปะปล่อยเฮ้ย!!! เราคุยกันได้นะไอ้หนู ฟัง...ฟัง...ฮะๆๆ.....” เขาดิ้นทุรนทุรายอย่างกลัวสุดขีดแต่ก็ดิ้นไม่หลุด กลับกลายเป็นว่าเขาเสียเองที่เป็นเหยื่อ
จนเขาเหลือบมองเห็นใบหน้าของอดัม...ที่เต็มไปด้วยความโกรธอย่างสุดขีดแม้ร่างกายของเขาเริ่มถึงขีดสุดแล้ว และสิ่งที่เขาเห็นอีกอย่างก็คือ...เขาเห็นอดัม...ในใบหน้าที่ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป...



ออกไป!!!!!!!!!! ฟิ้ว!!!!!!!!!!!!!!!!! อ้ากกกกกก!!!!!!!! ฉัวะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!




อดัมโยนร่างของทหารที่เป็นพวกเดียวกันเองลงข้างล่างอย่างไร้ปราณี จนร่างของทหารคนนั้นร่วงลงสู่เสามรณะที่รออยู่ไว้แล้ว ร่างของเขาโดนเสียบทะลุจากข้างหลังจนถึงข้างบน
และหนำซึ้ยังเห็นเครื่องในบางส่วนทะลออกมาและมาพร้อมกับกระดูกสันหลังที่โผล่ออกมาเล็กน้อย เลือดได้พุ่งกระฉูดกระจายบริเวณนั้นอย่างน่ากลัว


“แฮก....แฮก.........แฮก........มะไม่! ไม่......ไม่จริง!!!!!!” อดัมเซตัวตกบันไดบางขั้นและกลับมามีสติที่สภาพร่างกายที่สุดขีดของเขาแล้ว
และเมื่อเขามองลงไปก็พบกับร่างของทหารที่ถูกเสียบโดยฝีมือของเขาเสียเอง มันยิ่งทำให้ตัวเขาเองยิ่งอยากจะหนีไปจากมันอย่างมาก
อดัมรีบวิ่งหนีไปจากที่นั่นโดยเร็วที่สุดและพยายามตะเกียดตะกายของตัวเองไปชั้นบนที่สุดของโรงพยาบาล ชั้นดาดฟ้านั่นเอง


“ไม่!!!! ไปให้พ้น อ้ากกก!!!!!”


“ยิงมัน!!!!! ยิงซ้ำเข้าไป!!!”


“แฮก.....แฮก.......เสียง......อะไร....อ็อค! แคกๆๆๆๆ!!!!!!!!” ขณะที่อดัมกำลังฝืนร่างกายตัวเองหนีขึ้นข้างบนนั้น เขาได้ยินเสียงการต่อสู้จากข้างล่างอย่างดุเดือด ไม่รู้ว่าใครสู้กับใครบ้างแต่ที่รู้คือต้องมีคนตายไม่ต่ำกล่วหลักสิบแน่นอน
แต่ทว่า อดัมเริ่มออกอาการช็อคขึ้นมากะทันหันจนตัวเขาเองล้มลงกับพื้นและไอออกมาเป็นเลือด


“...แฮก..แฮก...แฮก.......ต้อง...ไป...” อดัมฝืนร่างกายตัวเองรีบขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของโรงพยาบาล จนในที่สุด ความพยายามของเขาก็สำเร็จ...



กริกๆๆ!....ปึงๆๆ!!!!!



“โธ่.....เอยยย.....แคกๆๆๆ!!!!” ปรากฏว่าประตูกลับล็อคเอาไว้จนอดัมนั้นฝันสลายลงเล็กน้อย และย่งไปกวั่น้นอาการนั้นหนักกว่าเก่าพร้อมกับเลือดที่พุ่งออกมาจากปากไม่เว้นวินาทีเดียว


“ไม่...มันยังไม่.........ฮะ?” อดัมค่อยลุกขึ้นมาและมองเห็นถึงใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างนอกดาดฟ้า จนเขาเข้าใจว่าเขากำลังจะฆ่าตัวตายนั่นเอง


“เฮ้! แฮกๆๆ...อย่าทำ! ไม่!!” อดัมพยายามพังประตูเข้าไปช่วย แต่ว่า ยิ่งทำยิ่งทำให้อาการของเขานั้นแย่ลงกว่าเก่า ความมืดเข้ามาปกคลุมรอบๆของเขาและความหนาวเหน็บที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนกำลังคลืบคลานสัมผัสร่างของเขาอย่างเย็นเฉียบ


“ไม่....จะไม่......กรร...จะไม่...กรรร.......จบแบบนี้!!!!!!” อดัมรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่เขามีรีบพุ่งเข้าชนประตูจนประตูทะลุพังออกมาอย่างง่ายดาย
อดัมรีบวิ่งเข้าไปหาร่างปริศนานั้นที่ยืนอยู่ตรงขอบตึก แต่แล้ว...เวลานั้นมาถึง...


“แฮก......แฮก........มะ.......ไม่....ไม่ไหว.....แล้ว.........” แรงสุดท้ายได้หมดลงไปอย่างทีละนิดๆจนร่างของเขานั้นล้มลงกับพื้น ความมืดได้มาปกปิดเส้นทางที่เขาต้องการจะไป
แต่แล้ว...ร่างปริศนาที่ยืนอยู่นั้นกลับหันมาหาเขาและเดินมาอย่างรวดเร็ว..เหมือนเขารู้ทันทีว่ามีคนเข้ามาช่วยเขา....แต่มันกลับตรงกันข้าม....

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

“อดัม!!!!!!!!” เสียงของใครบางคนรีบวิ่งตามขึ้นมาทางบันไดหนีไฟ พร้อมกับใครบางคนด้วย


“แจ็ครีบขึ้นไปสิเฟ้ยเดี๋ยวจะถีบตกข้างล่างเลย!” เสียงของชายร่างกำยังรีบสั่งใครบางคนให้รีบไป



ตึกๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!



ทั้งคู่ได้วิ่งมาถึงดาดฟ้าซึ่งเป็นสถานที่ๆอดัมน่าจะนอนหมดสภาพและรอความตายหากไม่ได้ฉีดวัคซีนตั้งแต่ตอนนี้ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น...


“........” ชายปริศนาได้อุ้มร่างของอดัมที่กำลังจะหมดลมหายใจในไม่ช้าหากไม่ได้รักษาตั้งแต่นี้เป็นต้นไป


“กะแก!!!” ชายหนุ่มร่างกำยังที่เห็นเขาคนนั้นถึงกับขึ้นฉุนสุดขีดและรีบเข้าไปเพื่อที่จะฆ่าเขา แต่ก็ต้องถอยออกมาเพราะเขามีปืน Beretta 8000 ของอดัมมาขู่


“นะนาย...นายคือคนในโรงเก็บโกดังนี่!!!” แจ็คตกใจอย่างมากเมื่อเห็นคนๆนั้น แทนที่จะหนีหายไปกลับมาอยู่ที่นี่...นั่นก็คือชายร่างใหญ่ที่ใส่เสื้อคลุมสีดำนั่นเอง
โดยหากดูแบบผินๆแล้วนั้น เขาถูกรักษาพยาบาลเรียบร้อยแล้วแค่เสี้ยววินาทีจากที่นั่น...จนถึงตอนนี้


“..ข้าขอตัวเจ้าหนูนี่ไปแล้วกัน...ในฐานะตัวประกัน” เขาตอบกลับมาและส่งสายตาสีแดงกลับไป จนผู้กองเองถึงกับ...


“แก!!!!!!” ผู้กองเตรียมตัวบุกเข้าไป แต่ก็ถูก...



ฟิ้ว!!!!!! ตึง!!!!!! ก๊าซซซซซซ!!!!!!



มีสิ่งมีชีวิตปละหลาดกระโดดลงมาจากที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาปกป้องชายร่างใหญ่คนนั้น ซึ่งเหมือนค้างคาวขนาดใหญ่เข้ามาคำรามใส่พวกเขาทั้งคู่จน ทั้ง 2 คนปลิวไปตามแรงเสียงคำรามของมัน



พรึบๆๆๆๆ!!!!! ก๊าซซซซซซ!!!!!!!!!!!



มันได้กระพือปีกขนาดใหญ่ของมันเพื่อที่จะบินออกจากที่นั่น ผู้กองกับแจ็คที่พึ่งลุกขึ้นจากการชนกำแพงเต็มๆรีบวิ่งที่จะตามไปจัดการกับเขาคนนั้น...
สิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นก็คือ....ชายร่างใหญ่คนนั้นได้ขึ้นขี้เจ้านั่นไปพร้อมกับแบกร่างของอดัมจากไปแบบไม่กล่างคำจากลาแม้แต่นิดเดียว...


“อดัม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” แจ็คพยายามที่จะกระโดดไปตามพวกนั้น แต่ก็ถูกผู้กองรัดตัวเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เขานั้นโดดลงไปตายเสียเอง


“ปล่อยผู้กอง!!! ผมจะไปหาเขา!!!!!!” แจ็คพยายามดิ้นสุดชีวิตเพื่อไปหาเพื่อนซี้ของเขา แต่สิ่งที่เขาได้ยินกันกลับไม่ใช่เสียงด่าของผู้กอง...กลับเป็นเสียงร้องไห้ของเขา...


แจ็คที่เห็นจึงหยุดดิ้นและเข้าไปดูอาการของผู้กองที่เขานั้น เสียลูกน้องไปคนหนึ่งละแถมยังเป็นคนที่เขานั้นโปรดปรานอย่างมาก...
แจ็คจึงกำมือตัวเองอย่างแน่นแฝงและสาบานกับตัวเองไว้ตั้งแต่ตอนนั้นว่า..เขาจะช่วยอดัมกลับมาให้จนได้...

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

“อดทนไว้เจ้าหนู...ข้าเชื่อว่าแกยังไม่ตายตอนนี้หรอก!”

================================================

สำหรับตอนต่อไปนั้น นุ่นจะทำการหยิบฉลากผู้โชคดีขึ้นมาแล้วนะคะว่า ใครจะได้ออกโรงแสดงก่อนดีรอติดตามนะคะ :e7
ปล.ตอนนี้ขอกลับไปสิงที่ IF2 ต่อนะคะเพราะตอนนี้หมวดเจมส์เขาทวงแล้วว่าช่วยกลับไปแต่งต่อที่ ไม่งั้นเดี๋ยวช่วยเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ทันจากน้ำมือคนวิกลจริตนะ -_-


บทสนทนาพิเศษเผื่อคนบางคนคิดถึงพวกเขา

หมวดเจมส์ : ผู้แต่ง ช่วยมาแต่งทีเถอะ...เดี๋ยวเด็กคนนั้นตาย! หรืออาจโดนคุณบอริสเขาตะลุยมาจัดการหรอกเดี๋ยวไม่เท่!

ผู้แต่ง : จ้าๆ! ไปเดี๋ยวนี้!

คริส : เฮ้ยผู้แต่ง! กลุ่มผมยังไม่ได้ออกโรงเลยนะรีบมาแต่งซะ!

ลูเีซีย(โผล่ขึ้นมาจากขอบคอมพิวเตอร์ของผู้แต่ง) : มาเร็วๆ.....ข้า...รอ...อยู่....

ผู้แต่ง : .......ฮือ....ให้เวลากันหน่อยเซ่!!! :e6
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

nut0072563

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 298

ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 22:22

ที่อยู่: ราชบุรี อำเภอเมือง จะสิงบ่อยๆตรงร้านน้ำค้าง ตรงหอนาฬิกาโรงบาลราชบุรี

โพสต์ 11 ธ.ค. 2013, 20:22

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

ลูเซียมาตามแว้วเหอะๆ

ตอนสองสนุกมากมายคำผิดประปราย ให้อภัยได้ครับผมอดัมเราสรุปว่าจะเป็นพระเอกหรือตัวร้ายเนี้ยเหอะๆ
ตอนนี้ว่างจัดเลยหางานให้ตัวเองสะเลย รับเอา นิยาย ฟิคไปลงเว็บอื่นใครคิดว่าตัวเองผ่านเกณฑ์ก็มาเลย
<<

athena-biohazard

ภาพประจำตัวสมาชิก

Licker
Licker

โพสต์: 129

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2013, 03:24

โพสต์ 11 ธ.ค. 2013, 22:40

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

ตอนสองบู้ไม่แพ้ตอนแรกเลยยแหะ ว่าแต่นายอดัมนี้ยังไม่ตายสินะ 555 ดีแล้วๆ
มีตอนนึงที่ งงงง อยู่นะ

noon224 เขียน:“.................” อดัมที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้วถึงกับไม่พูดอะไรมากมายนัก(#Pokerface)แต่มันยังมีอะไรบางอย่างนั้นยังคาใจของเขาอยู่


ไอ่คำว่า pokerface นี้มันแปลว่าอะไรเหรออ 555
I LOVE RUBYKUNG

รูปภาพ
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 12 ธ.ค. 2013, 16:13

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

athena-biohazard เขียน:ตอนสองบู้ไม่แพ้ตอนแรกเลยยแหะ ว่าแต่นายอดัมนี้ยังไม่ตายสินะ 555 ดีแล้วๆ
มีตอนนึงที่ งงงง อยู่นะ

noon224 เขียน:“.................” อดัมที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้วถึงกับไม่พูดอะไรมากมายนัก(#Pokerface)แต่มันยังมีอะไรบางอย่างนั้นยังคาใจของเขาอยู่


ไอ่คำว่า pokerface นี้มันแปลว่าอะไรเหรออ 555


มาตอบแล้วนะคะ ^^

ที่จริงแล้วคำว่า Pokerface นั้นมันคือการทำหน้าตาที่งง...งงแบบไม่มีคำอธิบายอะไรมากมายและเงียบไป
นี่คือรูปตัวอย่างการทำหน้าแบบ Pokerface นะคะ ซึ่งมันก็คือหนึ่งในมุข 9gag นั่นเองนะคะ
http://1.bp.blogspot.com/-uOZ0yN1g4yM/T ... r+face.jpg
^
^
^
^
^
และแล้ว...เนื่องด้วยเ็ป็นคนที่ใจดี้ใจดี(แต่ตอนหลังนั้นไม่แล้วนะอย่าลืม)...จึงทำการ.....

Fast Quiz Time



ในคำถามรอบนี้ นุ่นจะขอยกเรื่องฟิค IF2 มานะคะเนื่องจากคิดคำถามอื่นไม่ได้จริงๆ -*-
และคำถามนั้น มีแค่ข้อเดียวเท่านั้นนะคะ แต่แน่นอนว่า...ไม่หมูชัว


E.S. หรือชื่อเต็ม Elite Squad เป็นกลุ่มทหารพิเศษที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษไม่ว่าจะเป็นกำจัด B.O.W.,ต่อต้านองค์กรผู้ไม่ประสงหวังดี(Cleaner เป็นตัวอย่าง) และอีกมากมาย(เอาเป็นว่า เกิดเรื่องที่ไหน 90% จะไปเสือกที่นั่นทุกเวลา 55+)
แต่คำถามนั้นไม่ได้ถามว่ากลุ่มนี้มีพันธมิตรเป็นใครหรือศัตรูนอกจาก Cleaner แล้วมีอะไรอีก....คำถามที่ถามนั้นก็คือ..

ใครเป็นคนก่อตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมา และมีสมาชิกกี่คนใครบ้าง?


ใครที่ตอบคำถามใกล้เคียงที่สุด ได้รางวัลไปนะคะ


*หมายเหตุ* ในคำถามรอบนนี้ท่าน helo ไม่มีสิทธิในการตอบนะคะเพราะท่านเป็นฟิค Co-op ของนุ่นและรู้เรื่องเนื้อเรื่องแทบหมดแล้วนั่นเองจึงตอบไม่ได้นะคะ
แต่ท่านสามารถให้คำใบ้ต่อคนอื่นได้นะคะถือว่าไม่ว่ากัน สำหรับคนที่ตอบนั้นสามารถ edit แก้ไขคำตอบได้ตลอดเวลานะคะ เพราะนุ่นจะกลับมาดูอีกทีตอนแต่งตอนใหม่ IF2 เสร็จแล้ว ขอให้โชคดีนะคะ


สำหรับใครที่ไม่รู้ชื่อนั้นสามารถไปหาในเรื่องนี้ได้นะคะ และอย่าลืมติดตาม Island Frenzy 2 ด้วยนะคะ ^^

viewtopic.php?p=16828181#p16828181
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

athena-biohazard

ภาพประจำตัวสมาชิก

Licker
Licker

โพสต์: 129

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2013, 03:24

โพสต์ 12 ธ.ค. 2013, 23:42

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

เก็ตแล้วๆ สำหรับหน้า pokerface 5555

คำถามนี้ขอเวลาค้นคว้าซักนิดนึงน๊าา เริ่มรู้สึกมึนนิดๆ สำหรับนิยายพี่นุ่นละ 555
I LOVE RUBYKUNG

รูปภาพ
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 366

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 09 ม.ค. 2014, 08:36

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

ขอเดาเอาละกันนะ (ตัวละครเยอะจัดเกิ๊น //เริ่มเข้าใจความรู้สึกน้องนุ่น เวลาที่มีตัวละครเยอะมากๆ T-T])
ผุ้ก่อตั้ง : เดาว่าเป้นนาตาชานะครับ
สมาชิก : (น่าจะ)ประมาณ 7 คน (รวมนาตาชาด้วยมั้งครับ -.-) น่าจะมีดังนี้นะ - นาตาชา/กันเนอร์/แม๊กนัส/บอริส/ดิเอโก้/ซูลู/ไอแซ๊ค
พอแล้วล่ะ เริ่มมึนกะตัวละคร (เห็นยังไม่มีใครตอบ เลยเข้ามาจัดไป 1 ดอก -.-)
ปล. เพราะคุณ helo เข้ามาใบ้ให้ เลยเสียเซลฟ์ไปนิดนึง (หุหุ) เลยขอเปลี่ยนคำตอบดุ -.-
แก้ไขล่าสุดโดย minelife เมื่อ 11 ม.ค. 2014, 16:49, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
<<

230336

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 455

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ธ.ค. 2010, 15:38

โพสต์ 09 ม.ค. 2014, 15:38

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

เดาว่าเป็นกันเนอร์ครับ สมาชิกหน่วย 8 คนครับ
<<

iamdelight

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 16

ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2013, 19:43

โพสต์ 09 ม.ค. 2014, 22:32

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

เมื่อไหร่จะรับสมัครอีกนะ
<<

helo

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 395

ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ธ.ค. 2010, 13:22

ที่อยู่: 58/151 ซ.รามคำแหง180 ถ.รามคำแหง

โพสต์ 10 ม.ค. 2014, 18:34

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

มาใบ้ให้นิดหน่อยครับ

ผู้ก่อตั้ง elite squad ไม่ใช่กันเนอร์

คุณ230336ตอบจำนวนเกือบถูกครับ เสียดายเยอะไปนิด

(มีเวลาตอบกระทู้อื่นแต่ดันไม่มีใจแต่งฟิคตัวเอง ตายๆๆ)
รูปภาพ
นี่มันบ้าชัดๆ!
<<

athena-biohazard

ภาพประจำตัวสมาชิก

Licker
Licker

โพสต์: 129

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2013, 03:24

โพสต์ 11 ม.ค. 2014, 13:15

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

ตัวละครเยอะเกิ๊นนนน

อ่านแล้วมึนๆ แล้วไม่กล้าตอบเลยย ยังไงคนที่ตอบก็ขอให้ถูกละกันนะ =v=
I LOVE RUBYKUNG

รูปภาพ
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 11 ม.ค. 2014, 23:08

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

ดัน ด่าน ด้านนนนน!!!!....กลับมาดูว่าเป็นยังไงกันบ้านนะคะก็พบกับ...ผู้ท้าชิงรางวัล 2 คน

แต่แน่นอนว่า ต้องมีคนเดียวเท่านั้นที่ได้รางวัลไป.....หลังจากการพิจารณาคำตอบและปรึกษาท่าน helo(เนื่องด้วยตัวละครบางตัวมาจากของเขาด้วย)

เราได้คนที่ตอบได้ไกล้เคียงที่สุดแล้วนะคะ.....ซึ่งคนๆนั้นก็คือ......



ท่าน minelife (จุดพลุฉลอง) ยินดีด้วยนะคะท่านชนะ fast quiz รอบนี้นะคะเอาของรางวัลไปเลยนะคะ


Item obtained : Explosive Ammo ×1(เก็บไว้ก่อนนะคะเพราะจะเฉลยตอนหลังนะคะว่ามีไว้ทำไม)


หากยังสงสัยว่าทำไมท่าน minelife นั้นได้รางวัลกันหละก็ ท่าน helo จะมาตอบกระจ่างแจ่มแจ้งหละค่ะว่ามีใครบ้าง
สำหรับรอบนี้นั้นขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ^^


iamdelight เขียน:เมื่อไหร่จะรับสมัครอีกนะ


สำหรับเรื่องนี้นั้นนุ่นยังบอกไม่ได้หละค่ะว่าจะรับสมัครตอนไหนเพราะตัวละครเซตแรกยังไม่ออกกันมาเลย -_-
ยังไงก็พยายามติดตามไปก่อนคะว่า จะยังไงต่อไปนะคะ
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

helo

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 395

ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ธ.ค. 2010, 13:22

ที่อยู่: 58/151 ซ.รามคำแหง180 ถ.รามคำแหง

โพสต์ 11 ม.ค. 2014, 23:14

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

ครับสำหรับหน่วย Elite Squad นี้ผู้ก่อตั้งก็คือ หัวหน้าใหญ่ของz.s.s.ครับ (คนนี้โผล่นิดเดียวในฟิคคุณนุ่น)

จำนวนสมาชิกมี 7 คนซึ่งคุณ230336 นั้นตอบเกินไปคนนึงก็ถือว่าน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม ชื่อของสมาชิกนั้นคุณ minelife ตอบเกือบถูกแล้วครับ พลาดตรงที่แม็กนัสและไอแซ็คไม่ได้อยู่ด้วยครับ แต่เป็นท่านหัวหน้าใหญ่และอีจิสซึ่งเป็นผบ.สูงสุดของทวีปออสเตรเลียนะครับ (แทบไม่ได้โผล่)
รูปภาพ
นี่มันบ้าชัดๆ!
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 366

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 12 ม.ค. 2014, 22:32

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

เย้!!!!!!!! เกือบพลาดไปแล้วตรู (ดีนะได้ท่าน helo มาให้ให้เลยช่วยไปได้หน่อยนึง แต่ยังไงซะ รวมๆแล้วก้อยังผิดอยูดี เหอะๆ :e20 :e20 ) จะรอดูนะครับ ว่าหนูเซร่าซังจะเอากระสุนระเปิดไปประยุกต์ใช้กับไรเฟิลทรงหน้าไม้ของเธอยังไง :e3 :e3 :e3
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน