Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 6 มาแว้ว![14/01/57]

<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 24 ม.ค. 2014, 16:24

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

ในตอนนี้นั้นจะเริ่มเอาตัวเปิดเริ่มต้นตอนต่างๆของฉบับ IF มาใช้เพราะจะได้รู้ว่าคนนี้คือใครสำหรับการเล่าแบบบุคคลเดียว(เนื่องด้วยคิดถึงฟิคเก่าๆ) ^^
------------------------------------
Chapter 3 :Hospital Horror

ไมเนรอล ไมนัส
โรงพยาบาลเอ็มเมอรอล
01:40 น.



ฉันชื่อว่าไมเนรอล เป็นพยาบาลในโรงพยาบาลนี้มาสักพักแล้ว ซึ่งโดยรวมแล้วฉันรักงานที่ฉันทำมากๆ
แต่ถ้าถามว่าตอนนี้ยังรักอยู่ไหม? ก็ยังรักนะแต่...ยกเว้นโรงพยาบาลนี้

ถ้าถามว่าทำไมหละก็ มันก็มีเหตุผลเล็กน้อยนะ อย่างแรกเลยคือ โรงพยาบาลแห่งนี้เปิดทุก 24 ชั่วโมงแถมไม่มีการปิดอีกด้วย
และอีกอย่างคือ...ตอนเช้านี่พยาบาลแต่ละคนนี่ก็ยังปกติอยู่บ้างนะ แต่ตกกลางคืนเท่านั้นแหละ...อึ๋ย...น่าขนลุกสุดๆ
แต่ละรายมีแต่แต่งตัวแบบเซ็กซี่สุดๆแถมไม่รู้ว่าไอ้หน้าอกนั้นจะเปิดโชว์อะไรกันนักกันหนาเนี่ย?
และยิ่งไปกว่านั้นคือ...ทำไมฉันถึงได้เวรเฝ้าไข้ผู้ป่วยกลางคืนเนี่ย!?

ช่างเถอะ ยังไงงานหน้าที่ไม่ว่าเวลาไหนมันก็เหมือนกันนั่นแหละ...เพียงแต่ว่าพวกพยาบาลคนอื่นนั้น...ชอบทำหน้าตาที่อยากจะกินคนยังไงก็ไม่รู้สิ...
ยังดีที่ว่ายังมีคน(แต่น้อยมาก)ที่ยังเดินป้วนเปี้ยนแถวๆนี้เหมือนเพื่อนไว้คอยคลายความเครียดเล็กน้อย



“ครอกกก......ครอก.......” ฮิๆ...แต่ยังไงคืนนี้ฉันมีเพื่อนแล้วอยู่หนึ่งคนคือชายคนนั้นที่ใส่ชุดเหมือนกับทหารเลย

ผมสีน้ำตาลอ่อนสั้นที่มีเกินๆมาหน่อยข้างหน้ามาปกปิดใบหน้าของเขาที่กำลังหลับสบายเหมือนที่นี่คือที่นอนของเขา
ฉันเลยเดินไปหยิบผ้าห่มผืนเล็กมาห่มคลุมร่างกายของเขาให้อบอุ่นเข้าไว้และเดินไปทำธุระอื่นๆ


“นี่เธอไม่น่าปล่อยเหยื่อคนนั้นไปเลยนะเธอ” และแล้วการสนทนาที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตรก็บังเกิด
เพราะนางพยาบาลที่ตัวสูงกว่าฉันเกือบจะ 10 เซนติเมตรได้มาทักฉันเหมือนฉันเป็นลูกน้องเขา
แต่ฉันก็พยายามคุมสติเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดการตบกันที่นี่


“ละแล้วไงหรอ...ก็เขานอนหลับนี่?” ฉันตอบกลับไปแบบสงสัย แต่แล้วเธอกับเพื่อนๆของเธอก็หัวเราะออกมา


“โฮะๆๆๆ! เธอนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยสินะ งั้นเดี๋ยวฉันบอกให้” บอกอะไร? ฉันยังงงอยู่เลยนะ
ว่าแล้วเธอก็เดินมาหาฉันแล้วเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างข้างๆหูของฉัน
แต่อย่าหาว่าฉันอย่างนั้นเลยนะ ฉันสัมผัสได้ถึงความเย็นจากพยาบาลคนนั้นมาสู่ร่างกายของฉันจนฉันเองเริ่มหนาวขึ้นมาทันที


“พยาบาลอย่างเราน่ะ...ต้องมีทิปพิเศษด้วยสิ” เอ๋...ทิปหรอ? พยาบาลอย่างเราไม่เคยได้ทิปนะ ระหรือว่าเธอกำลังจะเดินเข้าไป...ขโมย?


“แต่ดูท่าทางแล้ว...เจ้าหนุ่มคนนี้นั้น เนื้อยังแน่นไม่เต็มที่เลยหละ กินทีเสียดายของแน่ๆ” เธอคนนั้นบ่นรำพึงออกมาและเพื่อนที่เหลือของเธอก็พยักหน้าด้วย
นี่ถ้าไม่รังเกียจอะไรก็ช่วยบอกกันหน่อยสิ...ไม่รู้น่ะ


“......” ฉันเลยไม่ใส่ใจมากเท่าไหร่ สงสัยคงหิวผู้ชายหละมั้ง สันดานมันสื่ออยู่แล้วหละแบบนี้



ผัวะๆๆ!!!! ตึง!!!!!!!!



แต่แล้วฉันก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีใครทำอะไรชั้นใต้ดินก็ไม่รู้สิ หรือว่าฉันหูฝาดไปเองหละ?
คงหูฝาดไปเองหละมั้ง...ท่าทางต้องไปตรวจหูสักหน่อยแล้วสิ



“อืม...กี่โมงแล้วหละ?” ฉันเดินไปดูเวลาที่นาฬิกาเรือนใหญ่ตรงโซนประชาสัมพันธ์ก็รู้ทันทีว่านี่มันจะตี 2 แล้ว
แต่เวลากะของฉันนั้นมันเริ่มแต่ 5 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้านี่ คงอีกยาวไกลจริงๆ


“นะนี่ มีใครออกมาจากห้องนั้นด้วยหละ?” และแล้วพยาบาลคนหนึ่งได้กล่าวออกมาเห็นชายคนหนึ่ง
ที่ใส่ชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลนี้ เดินออกมาจากประตูไปชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลนี้


“นี่คุณ เราไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยหรือคนภายนอกเข้าประตูนั้นนะ” นางพยาบาลคนหนึ่งนั้นเดินเข้าไปหาชายคนนั้น
ฉันเองก็เป็นคนที่ค่อนข้างจะเสือกเรื่องชาวบ้านเล็กน้อย(เล็กน้อย?)จึงแอบไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
แต่ทว่า เนื่องด้วยแสงไฟตรงนั้นที่ยังไม่ได้ซ่อมแถมยังติดๆดับๆตลอดเวลาจึงเห็นได้ค่อนข้างยากนิดนึง


“นี่คุณได้ยินที่ฉันพูดป่าวเนี่ย?” พยาบาลคนนั้นถามเขาเป็นครั้งที่ 2 แต่ท่าทางเขาจะยังอยู่ท่าเดิมนะ



ขณะที่ฉันนั้นเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งนั้นเดินมาชนไหล่ของฉัน
แถมหันกลับมามองแบบไม่ขอโทษซะด้วยและมองด้วยสายตาที่ค่อนข้างน่ากลัวเหมือนกัน


“เถิบไปซะ...เกะกะ” เธอตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและดูจากการแต่งตัวแล้ว...
เหมือนกับชายคนนั้นที่ยังนอนหลับอยู่เลยเพียงแค่ต่างแค่บางจุดเองหละ แต่ยังไงฉันยอมหลบดีกว่า...เดี๋ยวๆ กลับมาดูฝั่งเราดีกว่า


“โอ......ฆ.........ฆ...ฆ่า.....” ชายคนนั้นเริ่มเดินมาหาพยาบาลคนนั้นแบบเชื่องช้า จนเธอเองก็งงเช่นเดียวกัน


“เอาหละ...มากับฉันดีกว่านะจะได้พากลับห้อง” พยาบาลคนนั้นค่อยโอบอ้อมชายคนนั้น
ค่อยๆพาเขาเดินออกมาจากมุมมืดโดยเธอหวังดีที่จะพาเขากลับห้องผู้ป่วยของเขา


“ฆ......ฆ่า!!!!!!!!!!!” แต่แล้วชายคนนั้นกลับรีบกระโจนใส่พยาบาลที่เดินพยุงมาด้วยความเร็วที่...ผิดปกติอย่างมาก...


“เฮ้ยนี่ แกจะทำอะไรกัน!?” พยาบาลตกใจและรีบถามชายคนนั้นแต่เมื่อเขากระโจนใส่เธอ
และออกมาบริเวณแสงสว่างแล้วก็พบกับ....ตะ..ตัวอะไรกัน!?


“ฆ่าๆๆ!!!!!!!!!!!!” ชายคนนั้นหยิบอะไรออกมาจากข้างหลังของเขาก็พบกับ...นั่นมันมีดอีโต้
เฮ้ย นี่เขาเอามาจากไหนเนี่ย!? นี่ไม่ใช่เวลามาคิดอะไรบ้าๆบอๆนะไม! ยังก็ต้องต้องรีบไปห้ามเขาก่อน!


“เฮ้ย! ยามๆ! ช่วยกันหน่อยเร็วเข้า!” พยาบาลคนอื่นนี่เห็นถึงกับตกใจอย่างมาก
ส่วนหนึ่งรีบเข้าไปคว้าตัวชายคนนั้นเอาไว้ อีกส่วนหนึ่งก็รีบไปแจ้งให้กับรปภ.ให้มาช่วยอีกแรง
ฉันเองก็อยากจะไปช่วยนะแต่ทำไมไม่รู้สิ...ถึงได้กลัวขึ้นมา


“ฆ่า!...ฆ......ฮวก!!!!!!!!!!!” อะไรกัน!? ชายคนนั้นกลับมีอะไรบางอย่างออกมาจากอกของเขาด้วย
มันเหมือนกับตัวปลาอะไรสักอย่างตัวแบนๆ มันกระโดดไปเกาะพยาบาลที่ล้มนั่นแล้วสิ


“เอาไงดีๆ!” ฉันเองก็เริ่มที่จะทำอะไรไม่ถูกแล้วสิ...จะจริงสิ...ทหารคนนั้นไงที่ยังพอจะชวยได้!



ฉันจึงรีบไปปลุกชายที่หลับอย่างสบาย จนเขาเองเริ่มรู้สึกตัวแบบสะลึมสะลือ
แต่ขณะเดียวกันเอง พยาบาลที่โดนตัวอะไรเกาะหน้านั้นถึงกับชักกระตุก ส่วนชายคนนั้นก็ล้มลงไปแบบเต็มที่
ที่เหลือถึงกับทำอะไรแทบไม่ถูกเลย ที่ทำได้คือพยายามดึงไอ้นั่นออกมา แต่ทำยังไงก็เอาไม่ออกเลย



“อะโอย....ผู้กองอย่าพึ่งมาปลุกผมสิ....หลับสบายอยู่เลยนะ” โธ่! อย่าพึ่งมาละเมอตอนนี้สิ!


“กรี้ดดดด!!!!!!!” จู่ๆก็มีพยาบาลคนหนึ่งกรีดร้องออกมาจากข้างนอกและบางส่วนก็วิ่งกลับมามาหน้าตาแหกจากไหนก็ไม่รู้
แต่เดี๋ยว...จำได้ว่าไปกันประมาณ 5-6 คนนี่...หายไปไหน 2 คนหละ?
เรื่องนั้นไว้ก่อนเพราะตอนนี้ชายผู้นี้ตื่นสะดุ้งขึ้นมาแล้วสิ


“ฮะเฮ้ย! เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!?” ความรู้สึกเธอนี่มันช้าจังเลยนะเนี่ย...เอาเถอะยังดีที่เขาตื่นมาแล้ว


“ชะช่วยด้วย! มีคนกำลังจะฆ่ากัน!” ฉันรีบอธิบายไปแบบรวดเร็วจนเข้าเองค่อยๆลุกขึ้นมาและมองดูรอบๆ


“ละแล้วเธอโทรแจ้งตำรวจหรื-”



ฟิ้ว!!!!!! ผัวะ!!!!!!!!!!! โครม!!!!!!!!!!!



ขณะที่เขากำลังจะพูดจบประโยคเท่านั้นเอง กลับมีอะไรบางอย่างพุ่งชนตัวของเขากระเด็นไปเลย...
แต่สิ่งที่ฉันเห็นก่อนที่อะไรจะมาชนชายคนนี้คือ...พะ...พยาบาลที่มาจากข้างนอกนี่ฉันยังจำหน้าได้
ไม่นะ...มีตัวอะไรเกาะหน้าของเธอด้วย เหมือนกับอีกคนข้างในนี่เลย



“เฮือก!!!....แคกๆๆ! เกิดเรื่องบ้าไรกันเนี่ย!?” ถามได้ดี...ไม่รู้เหมือนกันน่า!!!
แต่แล้วก็มีเสียงดังมาจากฝั่งของ...


“....ฆ....ฆ่า!!!!!!!!!”


“เฮ้ยเดี๋ยวนี่เธอจะ-”



ตึง! กรี้ด!!!!! ชัวะๆๆๆๆๆ!!!!! ฆ่าๆ!!!!!!! ชัวะ!!!!!!!!!!



นะนี่มันอะไรกัน!?...พยาบาลที่โดนไอ้นั่นมันกลับมีอาการเดียวกับชายคนนั้นและหยิบมีดอีโต้ที่ตกมานั้น
กระโดดเข้าไปฟันเพื่อนกันเอง แถมยังฟันแบบ....มะไม่หยุดเสียด้วย เลือดสาดกระจายไปทั่วบริเวณนั้นแล้ว
มันทำให้นึกถึงหนังน่ากลัวสยองขวัญเลย...แถมไม่ต้องไปดูโรงหนังแล้ว...เพราะของจริงมันอยู่ตรงนี้



ส่วนชายคนนั้นที่ลอยไปชนกำแพงนั้นก็โดนใครบางคนกดทับเอาไว้อย่างแน่นเลย(พยาบาลนั่นแหละ) ฉันจะทำยังไงดีหละ...ทำยังไงดี!?


“ฮ่าๆๆๆ!....ดีมากสมุนของกู!!!!!!!!!” และแล้วก็มีชายนิรนามปรากฎกายออกมาจากประตูทางไปชั้นใต้ดิน
นี่มันยังไงกันเนี่ย? ฉันยิ่งงงและยิ่งกลัวไปด้วยแล้วนะ?

ร่างของเขานั้นเต็มไปด้วยเลือดที่ยังสดใหม่อยู่เลย แต่ยังเห็นเสื้อผ้าแสนจะสกปรกและมอมแมมอยู่บ้าง
โดยที่เขานั้นเดินมาพร้อมกับขวานสีแดงที่เห็นติดอยู่ตามกำแพงต่างๆ(ขวานดับเพลิงนั่นเอง อย่าคิดลึกนะ =_=)
และยังมีไอ้พวกนั้นที่เป็นตัวปละหลาดมากันอีกแล้วและมากันเยอะเลยประมาณ 5 ตัวได้(เดี๋ยว นี่เยอะแล้วเรอะ?)


“ไอ้พวกมนุษย์สวะทั้งหลาย...จงยอมจำนนซะฮ่าๆๆๆ!!!” เจ้านั่นหัวเราะออกมาและควงขวานนั่นเล่นเสียงั้น
รู้หรือเปล่าว่ามันเสียวน่ะ เดี๋ยวถ้าหลุดมือเมื่อไหร่หละก็เตรียมมี น้ำตาคลอกันแน่ๆ


“ฮึ่ย!...ตัวอะไรฟะเนี่ย!?” ทหารคนนั้นพยายามมองดูพวกเราว่ายังโอเคไหม แต่ท่าทางเขาก็แย่เหมือนกัน


“โอกก.....พรวด!!!!!!” ไอ้นั่น...ที่มันนั่งทับทหารคนนั้นอยู่นั้นมันเอาอะไรบางอย่างออกมาจากปากของมัน
เมื่อสังเกตดีๆแล้วมันก็คือไอ้ตัวนั้นนั่นแหละ แต่เหมือนมันพึ่งเกิดใหม่เลย


“ถ้าไม่ร่วมมือหละก็....พวกสวะอย่างพวกแกจะเจอแบบนี้” เจ้านั่นมันชี้ไปทางของทหารคนนั้น

ฉันพยายามหาอาวุธมาป้องกันตัวเองแต่มันจะให้ทำยังไงได้หละ ทั้งตัวเนื้อตัวเองสั่นไปหมดแล้ว
แถมพวกลูกน้องมัน(ขอเรียกอย่างนั้นไปเพราะเห็นมาด้วยกันก็แล้วกันนะ)ยังเดินมาแบบล่อแล่ๆเหมือนคนเดินไม่สมประกอบอีกด้วย
ฉันจะทำยังไงดีหละทีนี้...ฉันไม่อยากตายเหมือนกับพยาบาลคนนั้นนะ!


“เฮ้ยแก!!!” ทหารคนนั้นพยายามต่อสู้กับไอ้ตัวนั่นที่กำลังจะเอาตัวอะไรสักอย่างมั้งยัดหน้าให้ได้
ดะเดี๋ยวสิ...ถ้าฉันสามารถกดสัญญาณเตือนภัยที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นได้หละก็ ใช่แล้ว!


“ฮิๆๆๆ...งานนี้ไปได้ไม่เลวฮ่าๆ!” พูดไปเลยเถอะไม่หวั่นหรอก(มั้ง –o-) แค่ไปเปิดสัญญาณเตือนภัยก็พอ


“ออกไปนะเฟ้ย!....อะไอ้พวกตัวปละหลาด!” ทหารหนุ่มนั่นใช้แรกเฮือกทั้งหมดที่เขามียกเจ้านั่นขึ้น
และโยนมันออกไปอย่างทุลักทุเล จากนั้นเขาจึงรีบชักปืนของเขาขึ้น ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาใช้ปืนอะไร
แต่สิ่งที่ฉันรู้คือ โอกาสที่จะไปเปิดสัญญาณฉุกเฉินนั้นมันมาแล้ว


“เฮ้ย! แกหนีมาได้ยังไงกัน!?....จัดการกับพวกมัน!!!” ชายที่เหมือนเป็นหัวหน้าของพวกนี้สั่งการไล่ฆ่าทหารหนุ่มนั่น
และนั่นเองคือเปิดจังหวะที่เหมาะที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะ...พวกมันเล่นไปกันหมดเลย ไม่มีใครมาเฝ้าพยาบาลที่เหลือและฉัน

ฉันจึงใช้พลังงานที่มากจากการกินข้าวมื้อดึกบวกกับถอดรองเท้าเพื่อให้วิ่งไวสปีดตัวเองให้ไปถึงที่มั่นหมายของตัวเอง
แต่แล้ว เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างฉันยังไงก็ไม่รู้แฮะ



โอก.......อือ.....ฆ่า!!!!!!!!!!!!



เพราะมีไอ้พวกมันตัวนึงเสือกหันกลับมาดูซะงั้นแถมมันยังไล่ตามฉันมาอีก นี่เราอยู่ในเกมแมวกับหนูรึไงเนี่ยไม่เข้าใจเล้ย!


“รีบไปเปิดสัญญาณนั่นซะ ไม่ต้องห่วงผม!!!” ทหารคนนั้นตะโกนมาหาฉันเพื่อไปเปิดสัญญาณนั่น
ที่จริงก็เข้าใจนะว่าเราคิดแบบเดียวกัน...แต่ว่า ทำไมพึ่งมาบอกตอนนี้เล่า!?



ปังๆๆ!!! โอกกกก!!!!! ฆ่า!!!!!!!!!



เสียงปืนนั้นดังกระฉ่อนไปทั่วบริเวณที่ฉันอยู่ จนเสียงกรีดร้องด้านบนเริ่มดังกระหน่ำขึ้นมา
เพราะบางรายนั้นตกใจเสียงปืน ไม่ก็บางรายยากมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นและเห็นการยิงกันที่นี่
และแล้ว ความวุ่นวายก็เริ่มจากไอ้ตรงนี้แหละ เพราะชั้นบนนั่นเริ่มมีเสียงกรีดร้องและโวยวายกันแล้วน่ะสิ

แต่สิ่งที่ฉันนั้นผิดหวังเล็กน้อยกับพยาบาลหรือเพื่อนร่วมทีมในการดูแลคนไข้นั่นก็คือ...
พวกเขานั้น...วิ่งหนีไปแล้วแถมบางรายนี่ก็เป็นลมไปแล้วเสียด้วย...โธ่เอ้ย...ไม่น่าเลยจริงๆนะ


“ฮึ่ย! กูจัดการกับพยาบาลบ้านั่นเอง พวกแกจัดการกับทหารบ้านั่นซะ!!!” และแล้วหัวหน้าก็มาจัดการกับฉันเสียเอง


“ฉันไม่ยอมหรอกน่า!!!” ฉันเปิดที่กดสัญญาณแล้ว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันนั้นจะทำแบบคนทั่วไป
ปกติแล้วคนทั่วไปจะไปเปิดสัญญาณนั่น สำหรับฉันนั้นต้องเป็นแบบนี้



ตึกๆๆๆ!!! เกร็ก! ครืด!!!! กริกๆ!



สิ่งที่ฉันทำนั้นก็คือ กระโดดเข้าไปที่เคาน์เตอร์และรีบเปิดล็อคเกอร์ของตัวเองออกมาและหยิบสิ่งๆหนึ่ง...
ออกมาจากล็อคเกอร์ของฉัน มันก็คือปืนนั่นเอง(มันแปลกตรงไหนฟะ?)
แต่มันยังไม่หมดแค่นั้น ฉันได้ทำการเล็งยิงไปที่สัญญาณนั่น แน่นอนว่ามันเป็นความคิดที่บ้ามากๆ แต่ฉันก็ได้ทำไปแล้ว



ปังๆๆ!!!! กริ้งๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!



โดนจนได้สินะ และแล้วสัญญาณก็ดังไปทั่วโรงพยาบาลพร้อมกับไฟฉุกเฉินสีแดงเหมือนไฟไซเรนที่ตำรวจติดกัน
เสียงนั่นก็ได้กระจายออกไปถึงข้างนอกตัวตึกจนฉันเองก็รู้สึกพื้นที่ออกอาการเหมือนแผ่นดินไหว



“ฮึ่ย! มานี่ไอ้ตัวแสบ!!!”



หมับ!!!!!!



โธ่เอ้ย ดันเพลินกับผลงานตัวเองไปหน่อยเลยจนโดนมันจับจนได้!


“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” ฉันพยายามดิ้นให้หลุดจากเขาโดยที่พยาบามดันขวานนั่นออกจากตัวให้ห่างที่สุด
แต่ทำไมกัน...ทั้งๆที่ฉันเอามือดันออกไปและเอาศอกกระแทกตัวเขาหลายทีแล้วแต่กลับ...


“ซ่านักใช่มั้ยฮะไอ้สาวแรด!” อะไรนะ! ด่าฉันว่าแรดอย่างนั้นเรอะ!? ฉันแรดตรงไหนกัน!?
ก็แค่เปิดอกเล็กน้อยกับโชว์ขาอ่อนเกือบถึงส่วนนั้นน่ะ!?(...........หาคำมาใส่เองก็แล้วกันนะผู้อ่าน *-*)

แต่สุดท้ายเจ้าหมอนั่นกลับรัดตัวฉันแน่นกว่าเก่า แถมยังเอามือข้างหนึ่งนั้นจับแขนของฉันเอาไว้....โอ้ย! ถ้าอีกนิดหละก็กระดูกฉันมะไม่เหลือแน่ๆ!



ปังๆๆๆๆ!!!!! แอ๊กๆ!!!!! หวอออออ!!!!!!!!!!!



ทหารคนนั้นได้ทำการจัดการกับพวกมันไปอย่างง่ายดาย โดยเขาเองก็เหนื่อยล้าเอาควรเลย(เนื่องด้วยไม่ได้สังเหตุดูการต่อสู้ของเขาจึงอธิบายบรรยากาศตอนนั้นไม่ได้)
เอาแต่ห่วงคนอื่นแล้วตัวฉันเองหละเฮ้ยกลับมาๆ! TwT
แต่ฉันเองก็ได้ยินเสยงหวอของตำรวจมากจากไกล มันทำให้ฉันค่อยๆโล่งใจขึ้นมาบ้างที่ว่าพวกเขาใกล้จะมากันแล้ว
และนั่นเองก็ยิ่งทำให้เจ้านั่นนั้นกลับเริ่มออกอาการสั่นคลอนขึ้นมาบ้างที่งานของเขานั้นไม่สำเร็จ


“แฮก....แฮก.....กะแกปล่อยเธอซะไอ้หน้าตะกวด!!!” โอ้โห เขาเล่นด่าเจ้านั่นทีถึงกับอึ้งเล็กน้อย
แต่อย่าว่าเลยนะ...หน้ามันเหมือนจริงๆ 55+


“ถึงแกจะจัดการกับลูกน้องของกูได้...แต่แกคงหลบสิ่งนี้ไม่ได้หรอก!” คราวนี้แกจะทำอะไรอีกหละ?
จนมันนั้น เอ่อขอเรียกมันว่าไอ้หน้าตะกวดแล้วกัน(555+)ขว้างขนานของตัวเองทิ้งและตั้งท่าทำอะไรสักอย่าง


“ไม่สนเฟ้ย!!!” เอาแล้วไง เกิดการใฝ้กันจนได้ เขาวิ่งเข้ามาเพื่อที่จะสู้กับเจ้าหน้าตะกวดนี่
แต่ยังไงก็ปล่อยฉันไปก่อนเถอะนะ ไม่อยากโดนลูกหลงอะ



ครืน!!! พรึบ! ฟิ้ว!!! ตูม!!!!!!! โครม!!!!!!!!!



อะไรกันนะ!? เมื่อกี้เขาเสกลูกกลมๆสีดำออกมาจากฝ่ามือและทำการขว้างใส่ทหารคนนั้นเข้าอย่างจังเลย
และยิ่งไปว่านั้น...ตอนแรกฉันคิดว่ามันคือลูกบอลหนักสีดำ...แต่มันไม่ใช่ เพราะมันคือลูกไฟสีดำแถมร้อนของจริง...
นะนี่ฉันอยู่ส่วนไหนของโลกเนี่ยถึงได้มีแบบนี้ได้!?


“เจ็บสินะ!...ก็ดีไปไอ้กรวก!” เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งแถมยังจะเตรียมตัวเสกอีกลูกออกมาเพื่อกระหน่ำซ้ำ
แต่ยังไงฉันก็ไม่ยอมหรอกน่า...


“หยุดนะ!!!” ฉันพุ่งตัวขณะที่เขาเผลออ้าแขนออก แต่นั่นมันคือความผิดพลาดของฉันเอง...



ผัวะ!!!! หมับ!!!!!



“ฮึๆๆ....แค่นี้คิดหรอว่ากู...จะไม่รู้!” แย่แล้ว...มันกลับไม่สะทกสะท้านอะไรเลยแถมยังยิ่งรัดแขนของฉันแน่นกว่าอีก...โอ้ยเจ็บเหลือทน!


“คิดใหม่ได้เลยไอ้กรวก!!!!!!!”



ปังๆๆๆ!!!!!!! อ้ากกกกกกกก!!!!!!!!



เสียงนิรนามนั่นได้เอ่ยปากออกมาและยิงมาจากไหนก็ไม่รู้ แถมยังโดนเจ้าหน้าตะกวดเต็มๆไปหลายนัดด้วย
มันค่อยล้มลงเพราะเลือดนั้นค่อยๆไหลออกตามทางที่กระสุนทะลุเข้าไปในร่าง
ฉันเอง...ถึงกับแข็งเป็นรูปปั้นเลยเพราะทำอะไรไม่ถูก ก็เล่นยิงมาจากไหนไม่รู้แถมยังเกือบโดนอีกด้วย


“แฮก......โอย.......เจ็บ....ปวดเป็น...บ้า” โอ๊ะ....หน้าที่ของฉันคือดูแลนี่ เหม่ รอคนแรกของคืนนี้พอดีเลย


“มะไม่เป็นอะไรนะ?” ฉันถามด้วยความเป็นห่วง แต่เขาก็ปัดมือออกไปแถมพยายามถอดเสื้อเกราะออกเหมือนเขานั้นร้อน
ทำไมฉันถึงรู้หละว่ามันคือเสื้อเกราะ? ก็เพราะพี่ชายของฉันเป็นทหารรับจ้างและเวลาเขาไปไหนก็จะใส่สิ่งนั้นตลอดเวลา


“ไอ้แจ็ค! แจ็ค!!!” เสียงนั่นฉันยังจำได้อยู่...เขานั่นเอง ที่ตะโกนออกมา


“อ่อ....โอ้ผู้กอง! อุบ!” เขารีบลุกขึ้นแต่ก็ทรุดลงไปอีกรอบ สงสัยโดนลูกไฟสีดำเข้าไปถึงกับจุกจนแทบลุกไม่ขึ้น


“อดทนหน่อยไอ้แจ็ค โดนลูกไฟไปแค่นี้ร้องเป็นเด็กไปได้!” เอิ่ม...เรื่องนี้ฉันไม่รู้หรอกนะว่ายังไง...


“ไม่เอาน่าผู้กอง...เอ๋...หมายความว่าไงกันลูกไฟ?” ทหารที่ชื่อว่าแจ็คนั้นถามชายที่เหมือนหัวหน้าของเขา


“เฮ้อ....ฟังนะ...” เขาค่อยๆเริ่มพูดเกริ่นออกมาจนฉันเองที่นั่งตรงนั้นได้ฟังไปด้วยในตัว

ระหว่างนั้นเองผู้ป่วยจำนวนหนึ่งได้ค่อยทยอยวิ่งหนีออกมาพร้อมกับยามที่เฝ้าชั้นบนและหมอบางส่วน
ส่วนตำรวจนั้นก็เดินทางกันถึงที่นี่แล้ว แถมยกกันมาซะเป็นจำนวนมากเลยแฮะ
ตำรวจนั้นค่อยๆนำกระบวนทัพเข้ามาในโรงพยาบาล แต่ก็ยังมีการปะทะของข้างนอกบางจุดไม่เข้าใจเหมือนกันว่าข้างนอกมีอะไร
ส่วนเจ้าหน้าตะกวดนั่นก็ยังนอนดิ้นไปอย่างทรมาน...แต่แปลกจัง...เขาน่าจะตายไปตั้งนานแล้วนี่


“อย่างนี้นี่เอง...นี่มีพวกใช้...เวทมนต์ด้วยเรอะเนี่ย?” ทหารคนนั้นเกาหัวตัวเองเล็กน้อย


“เออสิฟะ!...ว่าเธอต้องขอโทษจริงๆนะที่ผมต้องยิงแบบนั้น” เขากล่าวมาขอโทษฉันแบบสุภาพเล็กน้อย(เล็กน้อย?)


“ตอนนี้ก็ยังดีที่ว่าตำรวจมากันแล้ว...แต่เรื่องยังไม่จบ” เขาลุกขึ้นมาและพยุงตัวทหารนามว่าแจ็คขึ้นมา


“เอ่อ...หมายความว่าไงกัน?” แจ็คนั้นถามแบบงงๆ ฉันก็งงเหมือนกัน --


“เจ้าเซเรน่านั่นมันคิดจะฆ่าอดัมน่ะสิ” ชายร่างใหญ่ตอบ


“ผบ.เซเรน่าเรอะ!? เฮ้ยผะผมหูฝาดไปรึเปล่า!?” แจ็คนั้นตกใจอย่างมาก ....ฉันเองก็ตกใจเหมือนกันที่ได้ยินเรื่องแบบเข้าไป


“จะลองพิสูจน์ดูไหมหละไอ้แจ็ค!?” ตรงนี้คงไม่อธิบายอะไรมากนอกจากจะตบหน้าให้รู้ว่าฝาดไปรึเปล่า


“ไม่ๆๆๆ! ไม่ต้อง!!!” แจ็ครีบปัดมือและส่ายหน้ารวดเร็ว


“ตอนถ้าเรารีบไปต่อรองกับเจ้าหมอได้หละก็ เรายังมีหวังอยู่” หมอเหรอ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฆ่าคนที่ชื่ออดัมด้วยหละ


“คือเอ่อ...จริงสิแล้วข้างบนนี่ทุกอย่างมัน...” แจ็คนั้นเริ่มออกอาการไม่มั่นใจเสียเท่าไหร่เลย
และนั่นมันยิ่งทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่


“ปกติแจ็ค...ดูเหมือนว่าพวกมันไม่ได้บุกขึ้นชั้นบน ฮึ คงจะเป็นพวกก่อการร้ายแบบไอ้พวกโหลยโท่ย...โหลยโท่ยสุดๆ”
โห...ด่ากันแบบยั้งหน้าเลยเรอะ? อย่างว่าแหละทหารก็เป็นอย่างนี้กันเกือบทุกราย


“นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก E.C.P.D. พวกคุณคงจะมาจาก H.S. สินะครับ” จู่ๆก็มีตำรวจรายหนึ่งเดินเข้ามาถามพวกเขาทั้ง 2
จะว่าไปแล้วนั้น พี่ชายของฉันก็มักจะพูดเรื่องของ H.S. อยู่บ้างแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี


“อืม ยังไงก็ช่วยเอาเจ้านี่ยัดเข้าคุกด้วยก็แล้วกัน” รู้สึกว่าผู้ชายที่เหมือนเป็นหัวหน้านั้นสั่งให้ตำรวจ
จับเจ้าหน้าตะกวดนี่เข้าคุก...เดี๋ยวๆๆ...นี่เขาถูกยิงนะ และจะให้ไปสภาพแบบนั้นเรอะ!?


“...ฮึ่ยยย..........ยัง...ยังไงซะ กะแก....ก็ต้องตายอยู่ดี” โธ่...นี่ยังจะพูดได้อีกรึเนี่ย? เห็นแล้วน่าสงสารจัง


“คนอย่างแกน่ะ เข้าคุกสำนึกไปได้ซะก็ดีไอ้หน้าตะกวด!” นั่นไง ด่ากันอีกแล้ว ไม่สงสารผู้หญิงตาดำๆอยู่ตรงนี้เลยเรอะ?


“แจ็ค พอ!...ยังพวกเราฝากงานที่เหลือตรงนี้ด้วยนะครับ พวกผมจะไปดูอาการของเด็กคนหนึ่งที่อยู่ชั้นบน…เธอน่ะที่มากับแจ็ค ตามมา!”
เอ๋ เรียกฉันหรอ? ตามก็ได้ยังไงก็ดีกว่ามาอยู่แถวๆนี้ก็แล้วกัน
และแล้วเราทั้ง 3 คนเดินออกจากบริเวณนั้นโดยปล่อยให้พวกตำรวจนั้นจัดการกับที่เหลือ


“ยังไงผมก็พอใจกับการตัดสินใจของคุณนะ...แต่ก็ยังบ้าอยู่ดี” อ้าว! สรุปจะชมหรือด่าเนี่ย?


“คุณกล้ามากที่ยังขัดขืนมันและยังดี...ที่คุณยังหนีพวกปลากระเบนนั่นได้” เขาบ่นพล่ามออกมาไม่หยุดเลย...เห็นแล้วปวดหูจัง


“ไอ้นั่นมันคืออะไรหละไอ้ที่ปลากระเบนนั่น?” ทหารคนนั้นถามชายคนนั้น


“มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกปลูกเสกมาจากพวกที่ใช้เวทมนต์...แต่คงอธิบายตอนนี้ไปคงหนักสมองแกเปล่าๆ” เห็นด้วยเหมือนกัน...มึนไปหมดแล้ว


“แล้วเราจะไปไหน-”



แกจะไปไหน!? ตึงๆๆๆ!!!!!!!!!!!! กรี้ด!!!!!!!!!!!!!!



และแล้วการสนทนาที่อันแสนสงบนั้นก็ได้ยุติลงไปเพราะหลังจากที่เรานั้นเดินขึ้นบันไดใหญ่นั้นเกิดเสียงแปลกๆขึ้นมา
เหมือนไล่จับกันบวกกับเสียงกรีดร้องอันน่ากลัวอยู่หลายเสียง สงสัยคงไม่ต้องถามหรอกแล้วมั้งว่าจะไปไหนกัน?



“ตามมา!” เดี๋ยวสิ! นี่ไม่ให้พักกันชั่วโมงเลยเรอะ? มันเหนื่อยนะ!



จนสุดท้ายเราทั้ง 3 ก็มาถึงบริเวณหนึ่งที่ชั้นของห้องผู้ป่วย ที่นั่นมีคนมุงกันเต็มไปหมด เราทั้ง 3 จึงค่อยๆแหวกเข้าไปดู...จนพบกับ



“เฮ้ย! นี่มันอะไรกัน!?” แจ็คนั้นถึงกับช็อคสุดๆที่ได้เห็น...

ร่างของพยาบาลที่โดนอะไรบางอย่างนั้นถูกจิ้มทั่วหน้าเละไปหมดแถมเลือดไหลนองเป็นแม่น้ำสีเลือด
แต่นั่นมันยัง ไม่จบน่ะสิ....


“อดัมไปไหนกัน!?” แจ็คนั้นเรียกตามหาคนๆนั้น จนฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั้นอยู่ข้างๆเตียงผู้ป่วยและกำลังกอดใครบางคนเอาไว้
นั่นมันหมอกอร์ดอนนี่! ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้หละ?


“กอร์ดอน! แกตอบมาซะว่าอดัมหายไปไหน!?” ชายร่างใหญ่คนนั้นจับหมอกอร์ดอนขึ้นมาและชนกระแทกกับกำแพง
ตะแต่...อื๋อ...ที่เขากอดนั้นก็คือร่างพยาบาลอีกคนที่ถูกโดนเข็มฉีดยาขนาดใหญ่ปักตรงหน้าอย่างจังแถมยังโดนเจอะทะลุอกอีก


“ผะๆๆผมไม่รู้! ผมมาที่นี่แล้ว....เขาก็หายไปแล้ว...” เขาตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอนสุดๆ



ตึกๆๆๆ!!!!! ปึงๆ! อย่าๆ! เราคุยกันได้ไอ้หนู!!!! ไม่ๆๆ!!!! อ้ากกกกกก!!!!!!!!!!!!!!



จู่ๆก็มีเสียงร้องที่ทรมานมากจาก....บันไดฉุกเฉินนี่ แถมเสียงนั้นมันเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆจนได้ยินคำพูดชัดมาก...



ฉัวะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



“ไม่ได้การหละ...พวกคุณทั้งหมดนั้นกรุณารีบไปเข้าห้องของตัวเองด้วย!” ชายคนนั้นรีบสั่งให้ผู้ป่วยและคนภายนอกที่มาเฝ้าไข้นั้น
กลับเข้าไปในห้องที่ตัวเองออกมา และเขานั้นก็หันมามองฉันแบบโหดนิดๆ


“เสียงนั่นมาจากบันไดฉุกเฉินแล้วเธอพอจะรู้หรือเปล่าว่ามันอยู่ตรงไหน?” อึ๋ย...ถามแค่นี้ไม่ต้องเพ่งตามาหาก็ได้


“ตะตามมาเลยค่ะ!” ฉันจึงรีบนำทางไป ส่วนชายคนนั้นได้วางหมอกอร์ดอนลงอย่างจังและเดินมากับฉัน



ฉันจึงรีบชี้ไปที่ประตูฉุกเฉินซึ่งไม่ค่อยไกลจากห้องนี้ แต่รู้สึกว่า...ทำไมประตูมันเปิดคาเอาไว้แฮะ?

ไม่รอช้ายันใด ทั้ง 2 คนได้รีบเปิดประตูฉุกเฉินเข้าไป ตอนแรกมันเหมือนปกติทุกอย่างนะ แต่ว่า....พอมองลงไปข้างล่างนี่แหละ



“ก.........กร.......กรี้ดดด!!!!!!!” มีร่างของทหารคนหนึ่งนั้นโดนเสียบทะลุตายคาที่ตรงชั้นล่างสุดอย่างสยองสุดๆ
และที่สำคัญคือ เหมือนจะมีใครบงคนที่อยู่เกือบชั้นบนสุดของบันไดที่กำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ด้วย


“อะอดัม!!!” แจ็คตกใจอย่างมากได้เห็นภาพที่เขาเห็นจึงรีบวิ่งขึ้นตามไปทันที


“เธอไปรวมตัวอยู่กับพวกตำรวจซะ จะปลอดภัยกว่ายังไงก็ขอบคุณ” เขากล่าวขอบคุณก่อนที่จะวิ่งตามทหารคนนั้นไป...
และปล่อยให้ฉันนั้น...อยู่ตรงนี้แค่...คนเดียว.......



พอฉันเดินลงมาถึงชั้นล่างแล้ว ก็พบกับแสงไฟหลายแสงส่องเข้ามาในโรงพยาบาล นี่ลดแสงหน่อยก็ได้นะมันแสบตา
แต่นั้นมันไม่ใช่แค่ทำให้ฉันแย่แล้ว...มันยังมีสิ่งที่แย่กว่า...



“เอ๋?...ชะชาย..อะไอ้หน้าตะกวดนั่นมันหายไปไหนแล้วหละ!?” ฉันพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเจ้านั่นมันยังอยู่ชั้นนี้และกำลังนอนทุรนทุรายอบู่เลยนี่
ฉันจึงวิ่งออกไปข้างนอกก็พบกับ ของที่พังกระจัดกระจายและตำรวจบางรายที่นอนกุมท้องบ้างอกบ้าง
โดยที่มีพวกกรมอนามัยจำพวกหมอนั้นกำลังดูอาการอยู่อย่างใกล้ชิด ฉันจึงอดสงสัยไม่ได้จึงถามตำรวจคนหนึ่ง


“ละแล้วชายคนนั้นหละ? เขาหายไปไหนแล้ว!?” ฉันถามไปอย่างสงสัยมากๆ


“เขา...หนีไปได้....มันโดนยิงจุดสำคัญอย่างหัวใจไปแล้วหลายนัด..ทำไมมันถึงยังไงม่ตายกันหละ!?”
เอ๋!? ยะยังไม่ตาย...นะนี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!!!!!?


-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

ฮันนิบาล
Unknow Place เขตรัฐมิสซิสซิปปี
05:45 น.




...ได้ข่าวมาว่า...เกิดจลาจลกันที่เขตรัฐหลุยเซน่า และผู้ก่อการร้ายได้หนีไปได้ ถ้าอิงจากข่างที่กำลังประกาศอยู่ตอนนี้
ตัวผมนั้น...กำลังเดินอยู่ตามตรงซอยร้างที่แทบไม่มีใครเข้ามาเดินสันจรเท่าไหร่นัก
และกำลังรอใครบางคนอย่างใจจดใจจ่ออย่างใจเย็นๆ...พร้อมกับเช็คอะไรบางอย่างที่ผมนั้นติดตัวมาด้วย
ฮึ.....ถ้าเป็นไปตามที่ผมคำนวณไว้หละก็ มันจะต้องมาที่เขตรัฐนี้แน่นอน ถ้าถามว่าทำไมผมถึงมั่นใจหละก็...ง่ายมาก

เขตุที่ติดกับเขตุรัฐหลุยเซน่านั้นมีแค่ 2 รัฐ นั่นก็คือ เทกซัส กับ มิสซิสซิปปี
เทกซัสนั้น เป็นเขตรัฐที่มีการตรวจคนเข้าอย่างแน่นหนาและเข้างวด มันเป็นที่น่าสังเกตุเกินไป...ถ้ามันลากสังขารของมันไปที่นั่นหละก็คงไม่หนีตายออกมาจากรัฐนั่นหรอก
มิสซิสซิปปีนี่แหละ...ถึงจะมีคนตรวจด่านเข้า แต่ก็ไม่ระเบียบจัดจนเกินไปแถมเป็นเขตุการประมงส่วนหนึ่ง
มันคงจะใช้เส้นทางเรือเป็นเส้นทางหนี...ฮึ...แต่นั่นมันทำให้ผมนั้น สนุกไปกับล่าเจ้าหมอนี่มากขึ้น...เพราะอะไรนะรึ?



ตึกๆๆๆ....แผละๆๆ......ตึกๆ.....



“...มาแล้วสินะไอ้สวะ.....ฮึๆ...” ผมซ่อนตัวอยู่ในซอกตึก โดยที่ผมเองนั้นก็ไม่แปลกใจหรอก ที่มันลากสังขารตัวเองมาถึงที่นี่ได้
เพราถ้าเป็นคนทั่วไปหละก็ หนีออกมาจากที่นั่นแค่ 10 นาทีก็ตายไปแล้วเพราะมันนั้นโดนยิงจุดสำคัญอย่างหัวใจเข้าไปแต่ยังเดินมานี่ได้

โดยที่ตัวของมันนั้นโดนกระสุนปืนยิงกราดใส่เข้าไปหลายนัดหากสังเกตุโดยคร่าวๆจากร่างกายของมัน
เลือดโสโครกของมันไหลออกมาไม่หยุดเป็นทาง และนั่นเองท่ทำให้ผมนั้นมั่นใจกว่าเก่าว่า...ทำไมมันยังไม่ตายตั้งแต่ที่นั่น...



กึกๆ......ปัง!!!!!!!! โอก!!!!!อ้ากกกก!!!!!!




ผมใช้ปืนลูกซองคู่ใจขอผมยิงใส่ข้างหลังมันอย่างจัง จนมันเองก็ร้องโหยหวนออกมาอย่างทุรนทุราย เป็นอย่างที่ผมคิดเอาไว้...



“กะ....แก...อะไอ้พวก....สวะ!” ยังจะมีลมหายใจพูดอีกเรอะไงกัน? ยังไงที่นี่ก็จะเป็นหลุมศพของแกอยู่แล้วพูดมาเถอะไม่ว่ากัน


“...แกสินะ....ที่หนีออกมาจากเมืองนั่น คิดหรือว่า แกจะหนีไปได้อีกฮะไอ้พวกผีนรก?” ผมเอาปืนลูกซองของผมนั้นยัดใส่หน้าของมันแบบไร้ปราณี
แต่มันเองก็พยายามที่จะปัดมันและรีบลุกขึ้น แต่มันคงจะรู้ตัวแล้วหละว่าที่มันโดนเข้าไปนั้นมันคืออะไร



“อร่อยไหมหละ?....กระสุนเงินผสมตะกั่ว รสชาตินี้มันกำลังฮิต...ในหมวดหมู่พวกแวมไพร์สวะอย่างพวกแก!”
ผมด่ามันอย่างสะใจที่มันทำอะไรไม่ได้เลย เหมือนผมเป็นพวกนักคุมนักโทษและมันคือนักโทษในมือของผม...เหมือนลูกไก่ในกำมือไงหละ


“แกคิด.....หรือว่า........มะมันจะจบลงแค่นี้!?” ฮึ ยังมีหน้าจะมาแช่งอีกนะไอ้พวกปรสิต...ยังไง...มันก็ต้องตายก่อนแสงตะวันขึ้นอยู่ดี...หรืออาจจะไม่ก็ได้

แต่ว่า....จะจัดการด้วยวิธีไหนดีหละ?




Life Decision
*สำหรับการเลือกในแต่ละรอบนั้น ขอเตือนไว้ก่อนว่าทุกๆทางเลือกที่ทุกคนนั้นเลือกจะมีผลต่อตอนต่อไปด้วยฉะนั้น...ควรคิดให้ดีๆ...ถึงแม้จะมีของมาล่อก็ตามที* :e2
*และแน่นอนว่า สามารถมาแชร์กันได้นะคะว่า ถ้าเป็นคุณที่จะเลือกนั้น คุณจะเลือกอะไรกันเพื่อความสนุก,สะใจ,ระบายความเครียดและสาดิส ครบรสกันเลยทีเดียว 555+*




ฮันนีบาล

1.) ยืงปืนลูกซองตรงกระบาลมันอย่างจัง

Reward : Pain Killer x1


2.) จับมันไปตากแดด

Reward : ค่าความหลอน -1


3.) ปล่อยให้มันรอความตาย

Reward : ค่าความหลอน -2


4.) เผาร่างของมัน(แถวๆนั้นมีถังน้ำมันอยู่)

Reward : Pain Killer x2
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

pug005da

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 462

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 เม.ย. 2009, 18:26

ที่อยู่: 18 ถนน สิโรรส ซอยกญจนา 2 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

โพสต์ 24 ม.ค. 2014, 17:43

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 2 อัพ[11/12/56]

งั้นคงต้องตอบครับถ้าเป็นที่ผมคิดก็แบบนี้ครับ

- ยิงแสกหน้าทีเดียวมันง่ายไปแถมถ้าเกิดมีใครผ่านมาเห็นเข้าเกรงว่าจะเข้าใจผิดว่าเป็นการฆาตรกรรม (ถึงมันจะเป็นจริงๆก็เถอะ) จะยิ่งทำให้การทำงานยากขึ้น
- ปล่อยให้รอความตายเองก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเพราะขนาดยิงจนปางตายยังขยับได้แบบนั้นดีไม่ดีจะโดนมันแว้งกัดเอา
- เผาร่างก็คงไม่ได้ผลเพราะท่าทางต่อให้โดนเผาทั้งเป็นมันก็ยังไม่ตายอยู่ดี

ฉะนั้นผมขอเลือกจับตากแห้ง...เอ้ย!! ตากแดดดีกว่าครับ ตายทรมานแถมยังเป็นการข่มขวัญแวมไพร์ตัวอื่นไปด้วยหากจับมัดเอาไว้กับโซ่แล้วก็ให้เห็นร่างสลายไป
ต่อหน้าประชาชีรับรองไม่ว่าเป็นใครที่ไหนก็ต้องกลัวแน่ รางวัลไม่สนขอแค่สะใจก็เป็นพอ :e2
<<

nut0072563

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 302

ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 22:22

ที่อยู่: ราชบุรี อำเภอเมือง จะสิงบ่อยๆตรงร้านน้ำค้าง ตรงหอนาฬิกาโรงบาลราชบุรี

โพสต์ 24 ม.ค. 2014, 20:32

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 3 อัพ[24/01/57]

เป็นผมก็เลือกแวมไพร์ตากแห้งเหมือนกันหุหุ
ตอนนี้ว่างจัดเลยหางานให้ตัวเองสะเลย รับเอา นิยาย ฟิคไปลงเว็บอื่นใครคิดว่าตัวเองผ่านเกณฑ์ก็มาเลย
<<

athena-biohazard

ภาพประจำตัวสมาชิก

Licker
Licker

โพสต์: 129

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2013, 03:24

โพสต์ 25 ม.ค. 2014, 13:01

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 3 อัพ[24/01/57]

ไมเนรอล เปิดฉากโดนไปเยอะเลย (โดนด่าอ่ะนะ) ทั้งยัยพยาบาลบ้ากับยัยแรด 555

เรียบร้อยกับแวมไพร์หน้าตะกวดนั้น แต่ก็ต้องมาลุ้นกันต่อไป ว่าฮันนิบาลจะฆ่าได้หรือป่าววว!!?
I LOVE RUBYKUNG

รูปภาพ
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 10 มี.ค. 2014, 03:09

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 3 อัพ[24/01/57]

Character Status.
(ระบบนี้จะเป็นการสรุปรายละเอียดของตอนที่แล้วว่าตัวละครของใครทำอะไรกันไปบ้าง)

ฮันนีบาล (ค่าความหลอน -1)

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=
Chapter 4 : Long Arm of The Law

ไมค์ คิงด้อม
Woodberry Village เขตรัฐหลุยเซน่า ณ บ้านหลังหนึ่ง
08:50 น



แซดๆๆ...



ให้ตายสิ คนพึ่งจะนอนเองนะพวก...ไว้เปิดตอนกลางคืนไม่ได้รึไงกัน โชคร้ายจริงๆเลยที่วันนี้มากนอนกับวิวสันตาลุงติดโทรทัศน์
นี่ลุงเป็นแวมไพร์นะไม่ใช่คนที่จะมาดูของพวกนี้ รู้ทั้งรู้อยู่ว่ามันจะส่งผลต่อตาของลุงเองน่ะ

ยังดีที่ว่าผมยังนอนอยู่ในห้องทึบมืด ไม่งั้นแสงทะแยงตาเข้าไปไม่ได้หลับไม่ได้นอนแน่ๆ
แต่สุดท้าย...ผมก็ทนไม่ไหวแล้ว เปิดซะสว่างจ้าเลย! ลุง! สงสารผมหน่อย! ผมไม่ได้หลับเลยนะ!



“อ้าวไอ้เปี๊ยก! นี่แกยังไม่นอนอีกรึไง!?” ยังจะมาถามอีกนะลุง ลุงเปิดทีวีซะจ้าขนาดนี้คงนอนได้หละมั้ง!


“ผมไม่ได้นอนจนกว่าลุงจะปิดทีวีนี่แหละ” ผมตอบไปหาวไปเพราะยิ่งเช้า ผมยิ่งง่วงและ...อ่อนแออีกต่างหาก


“เสียใจว่ะไอ้หนู นี่บ้านของข้า ข้าจะทำอะไรก็ได้เว้ย!” เอาเข้าไป พูดไปเถอะ...ไม่อยากเปลืองน้ำลายทะเลาะกับลุง
เดี๋ยวโดนจับเข้าห้องพิเศษ แต่อย่ารู้เลยเถอะมันอุบาทตาสุดๆ


“รู้น่าลุง แค่...หรี่แสงไฟมาหน่อยก็ได้นะ” ผมเลยพยายามขอแบบสุภาพกับเขา แต่แน่นอนว่าคงไม่ง่ายหรอก


“นี่ไอ้ไมค์! ที่ข้าให้แกมาอยู่บ้านข้าวันนึงนี่ท่านมาวอนขอตอนกลับมาตอนตะวันใกล้จะขึ้นนะเฟ้ย!”


“...รู้น่า แต่ผมสงสัยจริงๆเลยว่าตอนเขากลับมา ทำไมเขาจึงต้องไล่ผมออกมาด้วยเนี่ยไม่เข้าใจ” ผมก็ไม่เข้าใจหรอกนะ
ว่าทำไมท่านแวมไพร์ จึงไล่ผมออกมาจากบ้านพักของพวกนักศึกษาด้วยตั้งแต่ตอนเขากลับมา

ที่จริงเขามาที่นี่ก่อนหน้านี้แล้ว สภาพเขานั้นดูไม่ได้เลยเหมือนไปรบกับใครมาก็ไม่รู้
ผมเป็นห่วงเขาจริงๆเลยแฮะว่าเขาไปทำอะไรมาถึงได้กลายเป็นแบบนี้ แต่นั่นก็ไม่ปัญหาอะไรมากหรอก
สิ่งที่ผมยิ่งเป็นห่วงมากก็คือ พอเขากลับมารักษาเสร็จแล้ว ก็รีบเดินทางกลับไปที่เมืองเอ็มเมอรอลซิตี้อีก
แถมยังเรียกท่านโลตัสไปด้วยอีก ผมไม่เข้าใจจริงๆว่าจะพาเขาไปทำไมกัน
พอเขากลับมาอีกรอบนึง เขาก็โวยวายใหญ่เลยแฮะและจากนั้นเอง ผมก็โดนไล่ออกมาจากที่นั่นที่ผมกล่าวมาตอนต้น
แต่สิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้ก่อนที่จะโดนไล่มาอยู่กับตาลุงนั้นก็คือ เขาพาคนภายนอกที่ใส่ชุดสีดำมาด้วยก็แค่นั้นเอง..



“เฮ้ยๆ! ข่าวใหญ่มาเว้ย ไอ้ไมค์แกไปนอนเลย ไม่งั้นเดี๋ยวข้าจับเจ้าไปตากแดดเสียเลย!”


“แว้ก!!! ไม่เอาๆ! ไปนอนก็ได้!” บรึ๋ย...ไม่อยากตายตอนยังเด็กเลยนะลุง!
สุดท้ายผมก็ไปนอนจนได้ แต่ผมก็อยากจะรู้จริงๆว่าข่าวนั่นมันคืออะไรกันแน่...ผมเลยแอบแง้มประตูเล็กน้อยเพื่อแอบฟังข่าว
ก่อนที่จะไปนอนเพื่อรอวันสดใสข้างหน้าในช่วงหำค่ำ..



Breaking News! อรุณสวัสดิ์ท่านผู้ชมทุกท่านนะครับ ขณะนี้เราได้รับข่าวอันน่าสะพรึงกลัวเล็กน้อยเกี่ยวกับ
เอ็มเอมรอลซิตี้ เราจะขอตัดกล้องไปที่ท่าน กวินดอริน ยอค์ก นักข่าวสาวไฟแรงของเรา ณ ที่เกิดเหตุนะครับ
.
.
.
ขณะนี้กรมตำรวจ E.C.P.D. พบตัวคนร้ายที่ก่อจลาจลในโรงพยาบาลเอ็มเมอรอลแล้วตรงบริเวณอู่เก็บเรือทางทะเลเขตรัฐหลุยเซน่า
ชายที่ก่อจลาจลคือ นายดอม วีนัส อายุ 36 ปี ซึ่งขณะนี้ ได้เสียชีวิตลงตรงสะพานใหญ่ของอู่เรือ
ส่วนสาเหตุการตายนั้น หน่วยชันสูทศพของ E.C.P.D. ได้สันนิฐานไว้ว่าเขาโดนฆาตกรรมและโดนไฟคลอกตายตรงบริเวณสะพาน
หลังจากการหลบหนีการจับกุมที่โรงพยาบาลเอ็มเอมรอล

เหตุจูงใจในการก่อจลาจลนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด ขณะนี้กรมตำรวจ E.C.P.D. กำลังทำการสอบถามข้อมูลอยู่ค่ะ
และจากการให้คำของหัวหน้ากรมตำรวจ E.C.P.D. นั้นพวกเขาได้พบกระดาษที่ติดอยู่กับข้างๆศพด้วยค่ะ
โดยกระดาษท่เขียนเอาไว้นั้นมันเขียนไว้ว่า “Begone,You monster”
อาจเป็นไปได้ว่าอาจมีคนภายนอกลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้องเหตุนี้ด้วย ดิฉันจะรายงานอีกทีให้ท่านผู้ชมทราบอีกรอบหลังจากทราบข่าวข้อมูลมากขึ้นนะคะ
ดิฉัน กวินดอริน ยอค์ก จากช่องอากาศ ICN รายงานข่าวค่ะ



=-=-=-=-=--=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

ทาร์แกน สก็อตต์
กรมตำรวจ E.C.P.D. แผนกสืบสวน
09:18 น.



กริ้งๆๆๆๆ!!! กริ้งๆๆๆๆ!!!


“ฮัลโหล เจ้าหน้าที่ E.C.P.D. พูดอยู่ค่ะ”


“ชะช่วยด้วยค่ะ! โจรบุกที่ธนาคารค่ะ ระรีบหน่อยนะคะก่อนที่-”


“อะ ฮัลโหล? คุณ!!! ฮัลโหล!!!?”

-----------------------------------------

หวอ!!!!!!!!!!!!!!



ให้ตายสิ...นี่รอบที่ 3 แล้วของเดือนที่เมืองแห่งนี้เกิดการปล้นครั้งใหญ่เกิดขึ้น
ครั้งแรกที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ครั้งที่สองคือร้านเพชรชั้นนำ อะไรมันจะซวยเช่นนี้หนอเมืองนี้
ช่วงนี้บรรบากาศในเมืองเองก็ไม่ค่อยสว่างใสเสียเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าฝนมันจะตกเมื่อไหร่ ใครจะไปรู้หละ?

อย่างว่าแหละว่าที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ การเกิดเรื่องปล้น,ชิง,ฆ่าฟัน,ทุบตี,ยกม็อบตีกัน,ประท้วงข้าวสารให้ขึ้นราคา(เฮ้ย อันนี้ไม่เกี่ยว! =[]=),ข่มขืน,มีชู้,ทำแท้ง,ฆ่าตัวตาย,ช่มขู่ ย่อมธรรมดาในเมืองนี้
ผม ได้เดินทางไปพร้อมกับพวกตำรวจยกก้วนคณะ ไปที่ธนาคารแห่งหนึ่งในเมืองเมื่อได้รับข้อมูลว่า
เกิดการปล้นที่นี่...นี่วันๆพวกมันไม่มีอะไรทำรึไงวะถึงได้ชอบก่อเรื่องให้ตำรวจนั้นเหนื่อยไปวันๆ



“เอาหละ..ไม่ว่ายังไง เราจะต้องพาตัวประกันหนีออกมาให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้เข้าใจไหม?” ผมได้พูดให้พวกตำรวจฟัง


“รับทราบ!” พวกเขากล่าวขานรับ แต่นั่นก็ยังทำให้ผมเองยังอดห่วงไม่ได้อยู่สองสามเรื่อง

อย่างแรกเลยคือ จำนวนตำรวจที่เอามาจากกรมนั้น มีจำนวนค่อยข้างน้อยมากเพราะส่วนใหญ่นั้นไปอยู่กันที่โรงพยาบาลแล้ว
อย่างที่สองคือ ข้อมูลที่ได้รับมาจากตัวประกันในธนาคารนั้นน้อยมากจนเราเองคาดคะเนไม่ได้ว่า...
มีโจรจำนวนกี่คน,อาวุธที่พวกมันมีนั้นมีอะไรบ้าง ช่างปวดหัวจริงๆ



“อีกไม่กี่นาที เรากำลังจะถึงเป้าหมายแล้วนะครับ” คนขับรถได้บอกกับพวกเราขณะเช็คอาวุธอยู่
ถึงแม้ว่าผมจะมีประสบการณ์กับเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่แน่นอนว่า อย่าประมาทเสียดีกว่าเพราะผมเห็นคนแบบนั้นมาหลายรายแล้ว



หวอออ!!!!!!!!!! ปังๆๆ!!!!!



และแล้วสิ่งที่ผมไม่อยากให้มันเกิดก็เกิดเสียจนได้ เพราะมีโจรไม่ทราบจำนวนยิงรถของเราที่กำลังแล่นมาทางธนาคาร
จากการคำนวณระยะและจุดที่มันยิงนั้น มันจะต้องซ่อนตัวอยู่บนยอดตึกบ้านอาคารเรือนต่างๆแน่
ท่าทางพวกโจรกลุ่มนี้วางแผนกันมาดีพอสมควร แต่แน่นอนว่า มันเหมือนกระตุกหนวดเสืออย่างผมเป็นอย่างดี
เล่นไม่เล่นกับใครมาเสือกเล่นกับผม...ถ้าอย่างงั้นก็จะไม่ปราณีกับพวกแกแล้วกัน เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเข้าคุกได้เลย



เอี้ยยยยดดดด!!!!!!! ตึง!!!!!



“รีบไปๆๆ!!!!!” ทุกคนในรถนั้นรวมผมด้วยได้รีบวิ่งออกมาจากรถคันนั้นและประจำตำแหน่ง

เมื่อลงมาแล้วก็ต้องพบกับพวกโจรมันปิดทางเข้าออกย่อมเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว
ตามเสต็บฉบับ Classic ของโจรนั้นพวกมันจะเอาตัวประกันมาเป็นเกราะป้องกันชั้นแรกของพวกมันไม่ว่าเคสไหนๆก็เหมือนกันแทบทุกราย
แต่อย่าคิดนะว่าผมจะไม่รู้มุขตื้นๆของมัน มาแหยมนักสืบอย่างทาร์แกนั้นมันจะต้องเจอหนัก!



“นี่ตำรวจ E.C.P.D. พวกนายโดนล้อมไว้หมดแล้ว!” ตำรวจเองก็ทำหน้าที่แบบฉบับเดิมๆไปอันนี้เข้าใจอยู่แหละว่า
ไม่มีใครเขาพูดประโยคอื่นกันหรอกยกเว้นถ้าจำเป็น


“หยุดอยู่ตรงนั้น! ถ้าไม่อยากให้ตัวประกันในนี้ตายหละก็! เอารถตู้มาให้เราคันหนึ่ง!” กะแล้วเชียวว่าเจ้าพวกนี้ใช้ตัวประกันเป็นเกราะป้องกันตัวเอง


“เราจะส่งรถตู้ให้กับพวกแกก็ต่อเมื่อพวกแกนั้นปล่อยตัวประกันออกมาก่อน!” ผมรีบตะโกนกลับไป แน่นอนว่า...


“ไม่มีทาง! ถ้าพวกแกไม่ส่งรถตู้มาภายใน 10 นาทีหละก็ เราจะยิงตัวประกันไปทีละคน!” ท่าทางงานนี้ไม่หมูซะแล้วสิ
ผมเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าพวกนั้นจะเอาจริงกันหรือเปล่า แต่ทว่า..ถ้าไม่ตัดสินใจอะไรเด็ดขาดตอนนี้หละก็..มีหวังได้เห็นคนบริสุทธิ์ตายกันระนาว


“เอาไงดีหละนักสืบทาร์แกน?” ตำรวจเริ่มหันมาถามผมแบบเป็นห่วงเล็กน้อย


“อืม...พวกนายติดต่อกำลังเสริมทางอากาศรึยัง?” ผมถามพวกเขาไปแบบสีหน้าที่เคร่งเครียดสุดๆ


“ครับ เราแจ้งไปแล้วครับ แต่พวกเขาต้องใช้เวลาถึง 20 นาทีถึงจะมาที่นี่ได้ครับ” ให้ตายสิ โชคกลับไม่เข้าข้างเราซะแล้ว


“เอางี้แล้วกัน รีบติดต่อหน่วย S.W.A.T. ให้มาเป็-”



ปังๆๆ!!!!!!!!!! กรี้ด!!!!!!!!!



ระหว่างการสนทนาประชุมกันเล็กน้อยนั้น กลับมีเสียงปืนดังมาจากข้างในตัวอาคารของธนาคาร
มันทำให้ผมนั้นรู้สึกไม่ดีออกมาอย่างมากเพราะพวกมันอาจจะฆ่าใครบางคนที่ขัดขืนหรืออาจจะยิงขู่กันแน่



“เฮ้ย! มีผู้บุกรุกว่ะ!” จู่ๆผมได้ยินเสียงเถียงกันในนั้น ผมอดสงสัยไม่ได้จริงๆเลยว่าเกิดอะไรขึ้น


“รีบจัดการสิฟะ!!!” เอาแล้วไงหละ ถ้าทางจะเกิดการปะทะกันในนั้นแล้ว
แต่เวลาที่พวกมันเถียงอยู่นั้นเอง ผมก็นึกอะไรบางอย่างออก ถึงจะเสี่ยงเล็กน้อย แต่ก็ต้องทำเพื่อที่จะได้บุกเข้าไปข้างในได้


“...เอาหละ...พวกนายไปเตรียมระเบิด C4 มาจำนวนหนึ่ง”


“หา!? นี่แกจะบ้ารึไงกันทาร์แกน!?” ใช่ซี่...กูมันบ้า แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แถมอยากจะจับพวกมันเข้าคุกจริงๆ!


“ถ้าอย่างนั้นแล้วแกมีวิธีอะไรดีกว่านี้ไหมหละ!?” ผมตะหวาดกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างโกรธจัด
จนหลายคนแทบไม่อยากจะเข้า โดยเฉพาะไอ้พวกตำรวจหนุ่มๆนี่ เหม่...สะใจจริงๆ


“เฮ้ยจับมันสิฟะ! อย่าให้มั-”



ปังๆๆๆๆๆ!!!!!! อ้ากกกก!!!!!!!! กรี้ดดด!!!!!!!!



โธ่เอ้ย! เสียงปืนอีกแล้วแถมยังได้ยินเสียงคนร้องมาอีกด้วย ท่าทางแนเอาระเบิดนั่นยัดใส่ทางเข้าจะใช้ไม่ได้เสียแล้วสิ
แต่ก็ต้องขอยอมรับไอ้คนบ้าระห่ำคนนั้นเลยว่ากล้ามากที่ต่อกรกับโจรพวกนั้น ถึงไม่รู้หรอกนะว่าเขาหรือเธอเป็นใครก็ตาม



“พวก! หน้าต่างยานหนึ่งมันไม่ได้โดนของบังเอาไว้!” มีนายตำรวจคนหนึ่งนั้นที่แอบไปสังเกตการณ์ตอนไหนก็ไม่รู้
ได้พบทางเข้าของธนาคารถึงมันจะแคบหน่อย แต่ก็เป็นโอกาสของเราแล้วที่จะบุกไปจับพวกมัน


“พวกนาย 3 คนคุ้มกันกูด้วย! ที่เหลือยิงสกัดจากข้างนอก!” ผมจึงใช้เวลานี้แหละ บุกเข้าไปไม่ลังเล

ผมรีบไปหยิบปืน Fort 500 M บนเบาะที่นั่งของผมพร้อมกับวิทยุเพื่อติดต่อกับพวกนั้น
และเตรียมตัวที่จะกระโจนเข้าไปทางหน้าต่างที่เจ้าตำรวจคนนั้นชี้บอกไว้ให้
แต่แน่นอนว่า จะให้มันเท่หน่อยก็ต้องขอเวลาสูบเจ้านี่แปบนึง(คนกำลังแย่ นี่แกยังมีเวลามาสูบอีกเรอะทาร์แกน!? =[]=’’)



เพล้ง!!!! ปัง!!! อ้ากก!!!!! โครม!!!!!



ผมรีบพังกระจกนั่นทิ้งพร้อมกับเล็งเป้าไปที่โจรคนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับกระจกบานนั้นเยอะที่สุด
ผมจึงทำการเก็บไอ้เจ้านั่นไปแบบสบายๆ และเมื่อกลิ้งลงถึงพื้นแล้วนั้นผมจึงทำการเคลียพื้นที่โดยเริ่มจากคนที่ใกล้กับผมก่อน
มันนั้นพอเห็นพบเข้ามาก็ตกใจเหมือนผีเข้าร่าง ผมจึงทำใจที่จะต้องเก็บไปอีกรายนึง แต่เป็นแบบนอนหลับสบายๆเล็กน้อย



แกร็กๆๆ!!! ผัวะๆๆ!!!!!



ผมทำการรีบเข้าไปจัดการกับมันโดยการเอาก้นปืนคู่ใจของผมโขกที่หัวและหลังเต็มๆขณะที่มันนั้นกำลังรีบเปลี่ยนกระสุนแบบล็อกแล็ก
ดูจากลักษณะร่างกายของโจรผู้โชคดีคนนี้แล้วนั้น ยังหนุ่มแน่นใช่ย่อยเลย แต่คงจะยังไม่รู้การใส่กระสุนแบบถูกต้องแน่ๆ
บอกแล้วไงว่า ถึงจะแก่ตามอายุแต่สมองอันชาญฉลาดบวกกับไหวพริบนี่มันคนละเรื่องกันเลยหละ อายุหน่ะมันเป็นแค่ตัวเลขน่าไอ้หนู!



ฝืด......ฟู่........



ผมฉลองความสำเร็จเล็กน้อยโดยการสูบบุหรี่เข้าไปเฮือกใหญ่ แล้วปล่อยควันออกมาแบบไม่ยั้ง
และแน่นอนว่าขณะที่ผมกำลังมีความสุขกับการสูบอยู่นั้น...



ปังๆๆ!!!!! เพล้งๆๆ!!!!



พวกมันที่เหลือรีบยิงกระหน่ำใส่ผมแบบไม่ยั้งเพราะเห็นพวกตัวเองโดนทำร้าย ผมจึงรีบกระโดดหลบข้างๆโต๊ะทำงานของพนักงาน
ผมเห็นพวกตัวประกันที่กำลังหันหาที่ปลอดภัยและกรีดร้องออกมาด้วยความกลัวอย่างมาก และที่สำคัญที่ผมนั้นโมโหที่สุดเลยก็คือ...
ไอ้พวกบ้า! กูยังสูบบุหรี่ไม่หมดม้วนเลยเว้ย! หมดกันพึ่งสูบไปเฮือกเดียวเอง! เสียของสุดๆ!
ผมรีบส่งสัญญาณให้พวกที่คุ้มกันผมนั้นรีบขว้างระเบิดควันเข้ามาในนี้ เพื่อที่จะซื้อเวลาให้นิดหน่อย



ฟิ้วๆ!!! ตูมๆ!!! ฟู่!!!!!!!!



ควันออกมาจากระเบิดอย่างรวดเร็วจนบังการมองเห็นของพวกมัน ผมจึงใช้โอกาสนี้แหละเก็บทีละตัวอย่างสบายใจหน่อย
ส่วนอีก 3 คนนั้นก็ค่อยๆแอบเข้าทางหน้าต่างอย่างระมัดระวัง และทำการช่วยตัวประกันบางส่วนที่พวกโจรไม่มาจับแล้วนั้นรีบพาออกไปจากที่นั่น



ผัวะๆๆ!!! ปังๆๆ!!!!! โครม!!!!!!



อุบ๊ะ! เอาท้ายปืนตีหัวมันนี่สนุกจริงๆฮ่าๆ! แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าเรื่องมันจะจบง่ายๆหละสิ
เพราะภายใต้ควันหมอกอันหนาทึบนั้น หากมีคนอยู่ในระยะใกล้กับอีกคนแล้ว ก็จะสามารถมองเห็นบุคคลนั้นได้แบบลางๆ
แน่นอนว่า โจรผู้สายตาอันเฉียบคม(บังเอิญอยู่แถวนั้นมากกว่า)มาพบจอผมที่กำลังย่องไปจัดการโจรตาถั่วอีกคนนึง
แน่นอนว่าเจ้าหมอนั่นพร้อมที่จะยิงกราดใส่ผมแบบไม่ยั้ง โชคยังเข้าข้างผมที่ว่าผมเจอแเก้าอี้พนักงานที่ทำมาจากเหล็กพร้อมเบาะที่นั่งแถมด้วย
ผมจึงรีบเอามันมาปัดปืนของมันทิ้งและทำการเสยเก้าอี้ใส่หน้าของมันเต็มๆไปดอกนึง



ผัวะ!!!!!! ตึง!!!!!



“ตายซะเถอะแกไอ้ตำรวจบ้า!!!” เสร็จกัน! ผมยังลืมอีกตัวที่ผมกำลังจะไปเก็บมันพอดี สงสัยคงได้ยินเสียงการต่อสู้กันเลยโดนมันต่อยเข้าหน้า
ยังดีที่ผมนั้นไปฟิดมาก่อนหน้านี้ ไม่งั้นก็...หลับเลย


“เข้ามา!!!” งั้นดีเลยไอ้โจรบ้า มาประลองฝีมือหมัดกันหน่อยเถอะ!

การต่อสู้แบบประชิดอยากบอกเลยว่าของถนัดหละ แต่ต้องจัดการกับมันให้ไว เพราะฝั่งเรายังอยู่ในสภาวะเสียเปรียบอยู่
และเราไม่รู้ว่า พวกมันมีกันกี่คนแถมควันจากระเบิดควันนั่นก็เริ่มจางลงแล้วด้วย
ถ้าไม่รีบเคลียพื้นที่ทางเข้าของธนาคารให้ไวหละก็ ภายหลังงานหนักแน่ๆ



“ยากกก!!!!!” เจ้านี่เล่นมีดเลยเรอะ? เอาเถอะจะจัดมาไม้ไหนก็มา กูรับได้หมด!


“ยังอ่อนหัดอยู่นะไอ้หนู!”



ควับ! ผัวะๆ!!!



มันเข้ามาทางตรงเพื่อที่จะเสียบผมแบบจังๆ แถมยังมีลูกเล่นด้วยนะ วิ่งเข้ามาไม่พอ มีการกวาดมีดด้วย...ลูกเล่นเยอะจริงๆนะไอ้หนู
ผมจึงสงเคราะห์ให้โดยการรีบก้มลงและเข้าโจมตีลอบหลังของมันจนล้มและทำการเอา Fort 500 ฟาดหน้าเข้าไปให้หลับสบายซะ

ไม่นานจากากรต่อสู้ของผมในนี้นั้น ควันได้จางลงมากแล้วพร้อมเผยโฉมบรรยากาศในนี้ทั้งหมดว่ามีอะไรบ้าง
โอ้โห! เจ็บกันระนาวเลย...ยังดีที่ผมได้เก็บหลักฐานของกลางไว้เพียบไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าใส่เงินหรือแม้กระทั่งปืนของพวกมัน
แต่ผมยังโล่งอกไม่ได้ ไม่รู้ว่าไอ้ข้างในธนาคารนั้นมันจะยังซ่อนตัวอยู่เปล่าเลย



“เฮ้ยพวกนาย! หน่วยกำลังเสริมของเรามากันยัง!?” ผมรีบตะโกนถามพวกลูกน้องของผมที่กำลังพาตัวประกันหนีออกไปอยู่


“มาแล้วครับ!” เยี่ยม! นั่นถือว่าเป็นข่าวดีจริงๆสำหรับผม ไม่รีรออะไรมากผมเลยรีบจัดการกับโจรที่นอนหลับหลายรายใส่กุญแจมือทันที



ปังๆๆๆๆ!!!!!!!!! หวอ!!!!!!!!!



ไม่ทันขาดคำจริงๆ กำลังเสริมเรานี่มันสุดยอดจริงๆ ไม่ว่าพวกนั้นจะอยู่ที่ไหนหรือสถานการณ์ใด มันก็ยังมากันได้
ผมได้ยินเสียงปืนจากข้างนอกนั่นก็หมายความว่า กองกำลังเสริมคงจะเจอโจรที่แอบซุ่มโจมตีชัว



“เฮ้อ...เหนื่อยเอาเรื่อง” เอ่อ..ไอ้ที่บอกไปว่าอายุมันแค่ตัวเลขนั้น กูขอถอนคำพูดว่ะ
เพื่อไม่ให้เสียท่าเก็กตอนจับพวกนี้ได้เลยทำการควักบุหรี่ขึ้นมาอีกม้วนนึงและจุดสูบคลายเครียดก่อนที่จะไปช่วยประกันที่เหลืออยู่


“มีพวกมันอีกไหม?” ผมถามตัวประกันที่อยู่ในธนาคาร


“คะคือ...ยังมีพวกมันอีกประมาณ 3-4 คนที่ยังอยู่ชะชั้นใต้ตินน่ะครับคุณตำรวจ!” กะแล้วเชียวว่ามันยังมีพวกโจรอยู่จริงๆซะด้วย


“เดี๋ยว ผมได้ยินเสียงปะทะกันก่อนที่พวกเรานั้นจะบุกเขามาช่วยพวกคุณ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยครับว่าเกิดอะไรขึ้น?”


“ตอนนั้นเนี่ย มีชายคนหนึ่งนั้นรีบเข้าไปแย่งปืนจากโจรพวกนั้นและถีบเจ้านั่นไปไกลๆและทำการ ยิงกราดทั่วห้องและหายไปไหนก็ไม่รู้แล้วหละครับ”


“อืม ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ ยังไงคุณรีบออกไปจากที่นี่ดีกว่านะครับ” ผมได้รีบพยุงตัวประกันคนนี้ขึ้นมาและให้ออกไปจากที่นี่ซะ
ต้องชมเชยคนนั้นจริงๆว่า กล้าหาญมากที่เอาชีวิตเขาไปเสี่ยงกับเรื่องนี้
ผมจึงรีบเข้าไปช่วยตัวประกันคนอื่นออกมาจากบริเวณนั้นเสียก่อน ก่อนที่จะไปบุกจับที่เหลือข้างในนั้น



โครม!!!!!!!!!!!! ตึงๆๆ!!!!!!!!!!!!



เฮ้ย! ไม่ให้ซุ่มให้เสียงกันเลยนะเฮ้ย! มีอะไรบางอย่างซึ่งมีมวลน้ำหนักใหญ่มากทะลุออกมาจากกำแพงข้างในตัวธนาคาร
ผมจึงรีบเข้าไปลากตัวประกันที่ติดซากกองหินนั้นออกมาและเข้าไปดูสิ่งนั้นว่ามันคืออะไร



“เฮ้ย! พวกโจรนี่หว่า!!!” ผมตกใจอย่างมากเมื่อได้เห็นพวกโจรที่เหลือที่ยังแอบกันอยู่นั้นออกมาเป็น...กลุ่มก้อน
แถมแต่ละรายนี่...สภาพแย่เอามากๆ บางรายนี่หลับเป็นตายเลย...แต่ว่า คนธรรมดานั้นเอากำแพงของที่นี่พังไม่ได้แน่ๆ
เพราะกำแพงของธนาคารนั้นถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันแรงระเบิดหรือกระสุนมาโดยเฉพาะ ชักจะยังไงแล้วสิฟะ
โอย....เห็นแล้วปวดหัว...ขอสูบบุหรี่เข้าไปสักอึกเถอะ เฮือก!!!


“ท่าทางพวกมันคงจะหมดแล้วหละ” จู่ๆมีชายคนหนึ่งนั้นเดินออกมาจากซากกำแพงนั่น
ดูจากการแต่งกายแล้วนั้นก็เหมือนคนทั่วไป แต่ทำไมไม่รู้สิ ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างจากตัวของเขาได้
เหมือนไอความเย็นออกมาจากตัวของเขา แถมดูผิวแล้วออกจะซีดๆซะด้วย


“นี่! ที่นี่ไม่ปลอดภัยนะครับ คุณรีบออกไปจากที่นี่ดีกว่า” ผมรีบชักจูงเขาออกมา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ไปไหนเสียเท่าไหร่
เหมือนกำลังหาของอะไรซักอย่างอยู่ จนเขาก็ยอมเดินออกมาไปหาใครบางคน


“นี่...เงินที่คุณจะเอาให้ผมนั้นอยู่ไหน?” เฮ้ยนี่แก...คนเขากำลังยาอยู่ยังจะมีเวลามาทวงเงินอีกเรอะ!?


“เอออ้อ...เงินของบัญชีคุณ แอนโตนิโอ โกลาเตส ชะใช่ไหมครับ? นี่ครับ อ้อฝากบอกด้วยนะครับว่าเขายังไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยเดือนที่แล้วนะครับ”
ชะอุ๋ย...นี่แกเล่นกำถุงเงินไว้ตั้งแต่แรกเพื่อที่จะเอามาให้ลูกค้านี่นะ!?


“ขอบคุณ...ผมหมดธุระที่นี่แล้วหละ” ชายคนนั้นค่อยๆหาทางออกแบบไม่รีบร้อนเท่าไหร่นัก แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าผมนั้นจะปล่อยเขาไปง่ายๆนะ


“เฮ้เดี๋ยวก่อน! เรื่องของนายยังไม่จบอยู่แค่นี้นะ!” ผมพูดออกไปและเตรียมกุญแจมือเอาไว้ข้างตัวเอง
เพราะผมรู้สึกว่า เขาอาจจะเป็นผู้ต้องสงสัยอีกรายก็เป็นได้


“ไม่เอาน่า...ผมไปก่อนหละ” เขาปัดมือส่ายออกไปเป็นสัญญาณว่าจะไปจริงๆ อย่าคิดนะว่ามันจะจบน่ะพ่อหนุ่ม...


“แกยังไปไหนไม่ได้ทั้งงั้น จนกว่าไปให้ปากคำใน E.C.P.D. ก่อนถึงจะไปได้!” ผมพูดไปพร้อมกับสูบบุหรี่ไปด้วย


“...อากาศเต็มใจจริงๆสินะ” มันบ่นอะไรของมันวะ? และแล้วผมก็รู้ทันทีว่ามันบ่นอะไรออกมา...นั่นก็คือ



ครืน.........แปะๆๆๆๆๆ ซ่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



ฟ้าอากาศช่างไม่เต็มใจซะเลยจริงๆ ดั้นฝนตกมาซะได้เอาไงดีหละเนี่ย? ช่วงนี้กำลังอยู่ในระยะรักษาสุขภาพด้วยสิ
สงสัยต้องปล่อยให้เจ้านี่ไปก่อนแหละว่ะ...ไว้ค่อยตามหามันใหม่และเอามันมาสอบปากคำทีหลังก็ได้
เพราะยังไง ผมก็สามารถตามหาเจ้าหมอนี่เจออยู่แล้ว เพราะว่าผมได้ทำการติดเครื่องส่งสัญญาณไว้ที่ปกคอเสื้อของมัน
ถึงมันจะทิ้งเสื้อตัวนั้นไป เราก็ยังตามหาแกได้อยู่ดี...



“เอาหละๆ...ถ้าแกมีธุระตอนนี้ก็จะปล่อยแกไปก่อน แต่แกจะต้องมาให้ปากคำกับทางเรานะ” ผมบอกออกไปแบบช่วยไม่ได้


“...จะมาให้การแน่หละคุณตำรวจ” เจ้าหมอนั่นก็เดินออกไปพร้อมกับถุงเงินที่มันเอ่อถอนมา ผมเองก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้วหละ...สงสัยต้องไปพักผ่อนแล้วหละ

หลังจากเหตุการณ์นั้นไม่นาน E.C.P.D. ที่ไปเฝ้าที่โรงพยาบาลนั้นก็ได้เริ่มทยอยมาช่วยบางส่วนก็ยังโอเคหน่อยแหละ
ส่วนผม ก็เดินทางกลับไปที่ E.C.P.D. เพื่อกลับไป...ฉลองตัวเองเล็กน้อยกับงานนี้ ฮ่ะๆ...โดยทางรถนะเฮ้ยไม่ใช่เดิน



กรมตำรวจ E.C.P.D. แผนกสืบสวน ณ โต๊ะทำงานของทาร์แกน
10:48น.



เอกสารต่างๆหรือแม้กระทั่งของเกะกะที่เต็มโต๊ะไปหมดนั้น เป็นไปไม่ได้นอกจากโต๊ะทำงานของผมเองแหละ
แม้ว่าผมจะแก่แล้วก็จริง แต่ด้วยทางด้านฝีมืออันชำนาญและดุดันของผม สามารถจับคนร้ายได้มาหลายรายแล้วนะจะบอกให้
ไม่อยากชมตัวเองมากนักหรอก แต่มันอดพูดไม่ได้จริงๆ เหม่...คนมันเก่วฮ่าๆ...

ผมฉลองกับตัวเองเล็กน้อยด้วยการดื่มเหล้าดีกรีค่อนข้างต่ำเป็นการฉลองว่างานเสร็จไปอีกงานนึง
ถึงจะกินคนเดียว แต่ก็มันเป็นความสุขส่วนตัวนี่ จะให้ทำไงได้หละ แต่ว่า...มันจะสนุกกว่านี้ถ้าแกยังอยู่กับข้านะ...



“เฮ้จอห์น...แกคงจะอิจฉาหละสิท่า” ผมไปหยิบกรอบรูปถ่ายขึ้นมาและจ้องมองแบบอบอุ่นเล็กน้อย
ในรูปนั้น ก็คือผมกับชายอีกคนนึงที่ผมนั้นสนิทเอามากๆ เวลาไปไหนก็มักจะอยู่ด้วยกันเสมอ
เสียดาย...ที่เจ้าหมอนั่นมันไม่อยู่อีกแล้วหละ


“ทาร์แกน...สูบไปดื่มไปเดี๋ยวโรคถามหานะ” ที่แท้ไม่ใช่ใครนอกจากหัวหน้าของพวกเรานั่นเอง
ว่าแต่...เขามาทำอะไรที่นี่เนี่ย?


“ก็แค่สังสรรค์กับตัวเองเล็กน้อยน่าหัวหน้า...สักหน่อยไหม?” ผมยื่นขวดเหล้าให้เขากิน แต่แน่นอนว่า...


“ไม่หละ เดี๋ยวไปทำงานอื่นต่อไม่ได้” ก็แง๋หละ หัวหน้าเราไม่เคยกินของมึนเมาอยู่แล้วนี่ หรือกินไม่เป็นกันแน่


“อ้อจริงสิทาร์แกน ที่แกฝากเอาไว้หน่ะ เราหาเบาะแสเจอบ้างแล้วนะเกี่ยวกับเรื่องนั้น” หึ...ในที่สุดก็เข้าเรื่องสำคัญสักทีนึงสินะ


“เจออะไรบ้าง?” ผมถามไปหากระดาษมาจดไปแบบตั้งใจมากๆ เพราะเรื่องนั้นที่ผมฝากให้หัวหน้าไปหานั้น มันสำคัญเอามากๆ


“จากการตรวจวิเคราะห์กระสุนปืนที่เจ้าหมอนั่นถูกยิงแล้วเนี่ย เราพบกับสัญลักษณ์บางอย่างในปลอกกระสุนด้วย
ลักษณะของมันนั้นก็คือ เป็นรูปไม้กางเขนและมีตัวกากบาทสลักไว้ด้านหลังของไม้กางเขนด้วย”
นึกแล้วเชียว ว่ากระสุนปืนนั่นจะต้องซ่อนอะไรเอาไว้แน่ๆ ดีนะที่มาเอะใจตอนจับปลอกกระสุนนั่นและมีรอยอะไรมันยุบเข้าไปเสียด้วย


“แล้วพอจะรู้บ้างหรือเปล่าว่า กระสุนอันนั้นมันถูกทำมาจากที่ไหน?” ผมถามไปและพยายามหาไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้มาแกะหาเบาะแสเพิ่มเติม


“ไม่ทราบแน่ชัดทาร์แกน แต่หลังจากสอบถามร้านปืนต่างๆในเมืองดูแล้ว หลายร้านได้บอกเห็นตรงกันว่า
ให้ลองไปดูในร้านปืนที่ชื่อว่า Holy Light’s Gun Shop ที่หมู่บ้าน Woodberry Village” พอเจ้าหมอนั่นบอกข้อมูลปุ๊บ
ไฟจากแหล่งหนใดมิทราบเริ่มปะทุในร่างกายของผมอย่างหนักเอาเรื่อง เครื่องเริ่มติดแล้วเว้ย!


“ขอบคุณสำหรับข้อมูลหัวหน้า” ผมรีบเก็บของทั้งหมดใส่ที่ๆมันจากมาและรีบหยิบเสื้อโค๊ตประจำกายของผมขึ้นมาใส่แบบเร่งรีบ
แต่แล้วก็ต้องสดุดเพราะ...


“ทาร์แกนฟังนะ กูรู้ดีว่าแกหน่ะอยากจะสานเรื่องนั้นต่อ แต่อย่าฟืนสังขารตัวเองเกินไปหละ” เฮ้ย...นี่มึงอวยหรือด่าเนี่ย?


“เออๆ...รู้น่า อ้อขอลาพัก 2 วันนะเพื่อเดินทางไปท-”


“หัวหน้าครับๆ!!! มีคดีการฆาตกรรมอีกแล้วครับ!!!” ขณะที่ผมกำลังจะพูดให้จบนั้นเอง มีเจ้าหน้าที่ ที่มาจากไหนก็ไม่รู้
วิ่งกรูเข้ามาหาพวกเราทั้งคู่ และบอกข่าวที่ค่อนข้างไม่ดีเสียเท่าไหร่


“บอกมาซิว่า คดีนั่นมีรายระเอียดอะไรบ้าง!?” ทีนี้หัวหน้าถามกลับไปบ้าง ส่วนตัวผมเองก็ยังไม่ค่อยรีบร้อนอะไรมากหรอกนะ
เพราะยังเมานิดหน่อย...เท่านั้นเอง


“ก็ คดีนี้มีคนตายและคนที่บาดเจ็บกันระนาว พยานเห็นเหตุการณ์บอกพวกเราว่าคนที่ฆ่านั้นคือคนที่ใส่ฮูดน่ะครับ!”


“อ......ไอ้เจ้าฮู้ดสีน้ำเงินนั่นอีกแล้วเรอะ!?” โหยไอ้เจ้าฮู้ดสีน้ำเงินบ้าเอ้ย! นี่แกก่อกระทงอีกดอกแล้วนะแกเนี่ย!
อย่าว่างั้นเลยเถอะ...หัวหน้าเองก็ฉุนเช่นเดียวกัน


“รายงานไปที่กลุ่ม E.C.P.D. ที่ยังว่างอยู่ไปที่เกิดเหตุและไล่ตามจับเจ้าฮู้ดสีน้ำเงินให้ได้!!!” เอาแล้วไงหละ...การไล่ล่าเจ้าหมอนั่นมาอีกแล้ว

พูดถึงเจ้าหมอนั่นแล้ว มันพึ่งมามีชื่อเสียงไม่นานมานี้นี่เองแหละ เรื่องการฆาตกรรมนี่ไอ้เวรนี่ขึ้นติด Top 10 ฆาตกรรมต่อเนื่องมาหลายวันแล้ว
ล่าสุดนี่ถ้านับคดีที่มันก่อไว้หละก็...ประมาณ 23 คดีแล้วเสียด้วย นี่ถ้าโดนจับขึ้นศาลนี่ไปเกิดใหม่เสียเถอะว่ะ
ผมนี่ไม่ใช่ว่าจะไม่สนใจนะ เพราะอาจจะเป็นเจ้าหมอนั่น...ที่ฆ่าจอห์นก็ป็นได้
จะต้องเสียแล้วสิว่า...จะเอาอะไรก่อนดี เพราะทั้ง 2 อย่างนั้นสำคัญกันหมดเลย โอ้ย! วัยทองถามหา!



Life Decision
*อย่าลืมนะคะว่า คนอื่นที่ไม่ได้เลือกทางนั้นสามารถมาแชร์คำตอบของตัวเองได้นะคะว่าเป็นท่านแล้วจะเลือกทางไหน*


ทาร์แกน
*จงจำไว้เสมอนะว่า การเลือกทางของท่านนั้นมีส่งผลต่อตอนต่อไปแน่ๆ ฉะนั้นคิดให้ดีก่อนเลือกด้วยหละ*


1.) เดินทางไปหมู่บ้าน Woodberry Village

Reward : ค่าความหลอน -2,(Acces)Potato Snack 1x


2.) ตามหัวหน้าไปจับเจ้าฮู้ดสีน้ำเงิน

Reward : ค่าความหลอน -1,(Acces)Egypt Cat Statue 1x


=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=--=-=-=-=-=-=-=
Character Result.
(ระบบนี้ จะเป็นการสรุปของตัวละครในตอนนี้(รวมไปถึงคนที่ปรากฎตัวยมาแล้วแต่ไม่ได้อยู่ในตอนนั้น)ว่าได้โดนอะไรไปบ้างหรือใช้อะไรไปบ้าง รายระเอียดจะมากขึ้นเรื่อยๆขึ้นอยู่กับระบบใหม่ที่ปล่อยออกมา)


ฮันนิบาล

- ค่าความหลอน : -2


ทาร์แกน

- ค่าความหลอน : 0


ไมเนรอล

- ค่าความหลอน : 0


=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=--=-=-=-=-=-=-=
- สำหรับตอนนี้แล้วอาจจะสั้นไปหน่อยนึงเพราะหมดมุขไปกับเรื่อง Cinderella เวอร์ชั่นพิสดารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รอบหน้าจะกลับมาอัพให้ยาวขึ้นนะคะ ^^

- จะสังเกตว่าเริ่มมีของแปลกๆมาจากไหนก็ไม่รู้ โปรดใจรอกันหน่อยนะคะ แล้วจะมาบอกว่าของพวกนี้ไว้ทำอะไรกันบ้าง

- ระบบใหม่นั้นกำลังจะมาอีกในไม่ช้าแล้วนะคะ รับรองว่าให้ติดตามระบบนี้กันด้วยนะ เพราะระบบนี้มันสำคัญมากๆ!
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

helo

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 395

ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ธ.ค. 2010, 13:22

ที่อยู่: 58/151 ซ.รามคำแหง180 ถ.รามคำแหง

โพสต์ 10 มี.ค. 2014, 04:01

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 4 อัพ[10/03/57]

ตามบักฮู้ดไปก่อนเลยครับ ร้านปืนไว้ทีหลังก็ได้ ช่วยหัวหน้าลากไอ้ฆาตกรมาเข้าคุก! ไปเลย!
รูปภาพ
นี่มันบ้าชัดๆ!
<<

nut0072563

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 302

ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 22:22

ที่อยู่: ราชบุรี อำเภอเมือง จะสิงบ่อยๆตรงร้านน้ำค้าง ตรงหอนาฬิกาโรงบาลราชบุรี

โพสต์ 10 มี.ค. 2014, 18:43

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 4 อัพ[10/03/57]

เหมือนมีแววว่าบักฮูดจะเป็น… คงต้องลุ้นต่อไป
ตอนนี้ว่างจัดเลยหางานให้ตัวเองสะเลย รับเอา นิยาย ฟิคไปลงเว็บอื่นใครคิดว่าตัวเองผ่านเกณฑ์ก็มาเลย
<<

230336

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 471

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ธ.ค. 2010, 15:38

โพสต์ 10 มี.ค. 2014, 20:11

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 4 อัพ[10/03/57]

รอลูกชายออกโรงครับ
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 16 มี.ค. 2014, 01:48

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 4 อัพ[10/03/57]

ดีค่า มาตามสัญญานัดไว้จากตอนที่แล้วนะคะว่าระบบที่อยากให้จำนั้นคืออะไร...แล้วในที่สุดมันก็มาจนได้เนาะ ^^
ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า จะยังไม่ลงระบบทั้งหมดเพราะกลัวคนสมัครจะปวดตับกัน มาเริ่มดูระบบที่จะลงรอบนี้กันเลยดีกว่า

มาระบบอันแรกกันเลย มันก็คือระบบชีวิตนั่นเอง! *จุดพลุฉลองเล็กน้อย*


ระบบชีวิต ถือว่าเป็นระบบหลักมากๆ! เพราะอย่างที่บอกเบื้องต้นก็คือ ฟิคนี้ทุกคนมีสิทธิตาย ขึ้นอยู่กับท่านเลือกทางว่าจะถูกหรือผิด
โดยจะแยกประเภทระบบชีวิตเป็นดังนี้


สีเขียว(ปกติ) อัตราการตาย 0-20%

สีเหลือง(บาดเจ็บ) อัตราการตาย 21-60%

สีส้ม(ยาดเจ็บสาหัส) อัตราการตาย 61-95%

สีแดง(ตาย) อัตราการตาย 96-100%

*สีน้ำเงิน(???)*

*สีม่วง(???)*

*หมายเหตุ อีก 2 สีนั้นยังไม่สามารถบอกได้จนกว่าจะถึงเวลา ต้องอดใจรอกันหน่อยนะ*

โดยหากสังเกต Chapter 4 ดีๆหละก็ จะเห็นชื่อตัวละครแต่ละคนนั้นมีสีด้วย อันนั้นแหละค่าคือตัวบอกว่าคุณอยู่สถานะไหนแล้ว
ดังนั้นหากคุณจะเลือกทางไหนสักทางหละก็ คิดให้ดีๆจะได้ไม่บาดเจ็บ



ถัดมาก็คือ ระบบยา*หากระดาษรายชื่อของที่จดเอาไว้ -_-*

ระบบยานั้น นอกจากจะเป็นการช่วยคุณในเรื่องของลดอัตราการตายแล้ว ยังจะช่วยลดค่าความหลอนกับค่าความหิวอีกด้วย
โดยยาที่เอามาให้ดูนั้น จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป แถมบางอันเองก็หาค่อนข้างยากเสียด้วย
ฉะนั้น เก็บไว้ตั้งแต่ต้นถือว่าเป็นความคิดที่ดีมากๆเลยนะคะ มาดูกันดีกว่าว่ามียาอะไรกันบ้าง?
(สำหรับชีวิต ถ้า + คือลดอัตราการตายลง – คือเพิ่มอัตราการตายขึ้น อย่าไปสับสนกับพวกค.หิวกับค.หลอนนะ)


Pain Killer [ค.หิว -1 ค.หลอน -2 รักษา +15%]

Bandage [ค.หิว -2 ค.หลอน -3 รักษา +25%]

Med Kit [ค.หิว -3 ค.หลอน -5 รักษา + 50%]

Blood Bag [ค.หิว -5 ค.หลอน +2 รักษา +60%(สำหรับพวกแวมไพร์และนักล่าแวมไพร์) +15%(สำหรับมนุษย์)]

Morphine[ค.หิว +2 ค.หลอน +1 รักษา 0%]
*Morphine สามารถห้ามเพิ่มอัตราการตายได้ 1 ตอน เป็นอะไรที่หายากพอสมควร
Ex : หาก A มีอัตราการตายอยู่ 55% หากใช้สิ่งนี้แล้ว ไม่ว่าจะโดนอะไรมา อัตราการตายก็จะไม่เพิ่มยกเว้นความหลอนหรือความหิวยังเพิ่มหรือลดตามปกติ
แต่หลังจากผ่านไปตอนนึงแล้วผลของ Morphine จะหายไป*


???

???


ส่วนระบบนี้นั้นก็มีบางส่วนที่ไม่สามารถมาบอกได้ตอนนี้ รอกันไปก่อนนะ ^^


วิธีการใช้ยานั้น มีไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้นนะคะแต่อาจจะวุ่นวายนิดนึง(อาจจะทำให้บางคนนั้นใจจะขาดเลยก็ว่าได้)
แต่ขอบอกไว้ข้างต้นเลยว่า การใช้ยานั้น สามารถใช้ได้แค่ 1 ชิ้น 1 ชนิดต่อการเลือกทางเท่านั้น(ไม่งั้นก็ไม่ตายเสียทีนึง)

ขอทำการจำลองสถานการณ์หรือตัวอย่างให้นะคะเพื่อที่จะได้เข้าใจยิ่งขึ้น
^
^
^
^
^

Life Decision(ขอย้ำว่านี่คือตัวอย่างเท่านั้นนะ เพื่อที่จะให้เข้าใจระบบการใช้ยานะ-*-)

นาย B

1.) ซัดกับมันให้รู้ไปเลยว่าใครเจ๋งกว่ากัน

Reward : None


2.) เก็บอาการเอาไว้และพอมันเผลอค่อยลอบกัด

Reward : None

พอหลังจากเจ้าของตัวละครนาย B มาอ่านแล้วเลือกทางได้แล้วและต้องการใช้ยาเพราะสีตัวละครนั้นส้มทีเดียว
เขาพิมพ์ลงไปในกระทู้เพื่อที่จะตอบและแจ้งนุ่นว่าเขาเลือกทางอะไรและใช้ของอะไรดังนี้



“กระผมไม่อยากให้ B ของผมนั้นตายไปเลยดังนั้น ขอเลือกทางที่ 2 นะครับเพื่อปลอดภัยรักษาชีวิตไปก่อน
ส่วนครั้งนี้ ผมของใช้ยานะครับ ยาที่ผมจะใช้คือ Med Kit นะครับ ฝากดูแลหัวใจตัวละครของผมด้วย =w=”




และนี่คือตัวอย่างของการใช้ยานะคะ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติมก็ถามกันมาได้นะคะ
ก็จบกันไปสำหรับระบบใหม่ที่เอาเข้ามาเพิ่มในครั้งนี้ หวังว่าคงไม่เครียดกันเนาะ(หรือเปล่าหว่า -_-)

เอาหละ ถึงเวลาซื้อตั๋วรถเดินทางกลับไป IF2 แล้ว คนที่สมัคร IF2 นั้นเตรียมใจกันไว้หรือยัง ฮุๆๆ :e2
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

nut0072563

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 302

ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 22:22

ที่อยู่: ราชบุรี อำเภอเมือง จะสิงบ่อยๆตรงร้านน้ำค้าง ตรงหอนาฬิกาโรงบาลราชบุรี

โพสต์ 16 มี.ค. 2014, 02:36

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด ระบบใหม่อัพ![16/03/57]

ระบบใหม่ยังไม่ทำให้ผมปวดตับหรอกครับคุณนุ่น แต่ปวดหัวแทน(นั่งจำชื่อยาแปป) IF2ลุ้นมากกับหนูเซียเพราะเมาขี้ตา สรุปตอนนี้ลุ้นจนหายลุ้นแล้วครับ
ตอนนี้ว่างจัดเลยหางานให้ตัวเองสะเลย รับเอา นิยาย ฟิคไปลงเว็บอื่นใครคิดว่าตัวเองผ่านเกณฑ์ก็มาเลย
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 27 เม.ย. 2014, 16:09

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด ระบบใหม่อัพ![16/03/57]

Character Status.

ทาร์แกน (ค่าความหลอน -1,(Asses)Egypt Cat Statue 1x)

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

Chapter 5 : The Blue Hood

จอห์น ซี เอดวาร์ด
เมือง Emerald City เขตรัฐหลุยเซน่า ร้าน Ruby Café
11:06 น.



แชดๆๆๆ กิ้งๆ! แชดๆๆๆ



ในวันอากาศที่ไม่ค่อยเต็มใจอย่างในวันนี้นั้น ทุกคนก็ต้องมาหลบฝนอยู่แล้วเป็นสัญชาตญาณไม่มีใครบ้าพอไปตากฝนข้างนอกแน่ๆ

ผมเดินทางมาที่นี่กับลูกศิษย์ 2 คนเพื่อมาผักผ่อนหย่อนใจกับที่เมืองนี้หลังจากเดินทางไปเยี่ยมศิษย์เอกของผมที่เข้าโรงพยาบาลไม่นานมานี้เพราะรถคว่ำ(เมาแล้วขับนั่นเอง)
แม้ว่าร้านนี้จะเป็นร้านที่ไม่ค่อยมีอะไรให้ดึงดูดความสนใจมากนักในสายตาของนักท่องเที่ยว ทั้งของเก่าๆที่ตกแต่งแบบไม่ค่อยจะเรียบร้อยบ้าง
หรือแม้กระทั่งเพดานบางจุดที่มีรูโบ๋เล็กน้อย แต่ร้านแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเครื่องดื่มของเขานั้นอร่อยเลิศจนต้องกลับมาอีกรอบนึง

แน่นอนว่าผมและลูกศิษย์ก็ไม่รีรออยู่แล้ว เราทั้ง 3 คนมานั่งอยู่ตรงโต๊ะติดหน้าต่างที่บรรยากาศข้างนอกนั้นช่างแตกต่างกับข้างในเสียเหลือเกิน



“นี่ๆอาจารย์...พอเรากินที่นี่เสร็จแล้วจะขึ้นรถบัสหรือรถแท็กซี่กลับดีหละ?” หนึ่งในลูกศิษย์ของผมถามผมต้องกลับไปตอบแบบนุ่มนวลเล็กน้อย

“ดูจากสภาพแล้วเราน่าจะกลับรถบัสดีกว่านะ เพราะยิ่งฝนตกแบบนี้แล้วบางรายได้ชิงขึ้นรถแท็กซี่กันเป็นแถว ยิ่งไปกว่านั้นคนในเมืองดูนิสัยแล้วคงจะเป็นพวกใจร้อนสุดๆ
ไม่แปลกใจที่ว่าทำไมคนถึงขึ้นรถบัสกันน้อย นายคงจะเข้าใจแล้วใช่ไหม?” ผมตอบไปและลูกศิษย์นั้นก็พยักหน้าเบาๆและหันไปคุยกับเพื่อนของมันต่อ



ว่าแต่...พูดถึงไหนแล้วหละ? อ้อใช่...เรื่องบรรยากาศข้างนอกกับข้างในสินะ เท่าทีผมดูผ่านๆนั้นผมสังเกตว่า
ข้างนอกนั้นคงจะวุ่นวายพอสมควร ทั้งหลบหนีฝนและพยายามหาที่กำบังหัวของตัวเองไม่ให้เปียกบางรายก็เข้ามาในร้านนี้เพื่อมาหลบฝน
ส่วนข้างในนั้นบรรยากาศก็เริ่มจะออกอาการคล้ายๆกับข้างนอกเล็กน้อยแล้วสิ...คนเริ่มเยอะขึ้นและเสียงก็เริ่มรำคาญมากขึ้นอีก

สิ่งนั้นมันไม่ทำให้ผมนั้นตะบะแตกหรอก เพราะตอนเด็กๆนั้นพ่อของผมฝึกให้ผมนั้นนั่งสมาธิแทบทั้งวันไม่ต้องทำอะไรกันเลย
เราทั้ง 3 นั้นได้สนทนากันได้สักพักนึงแล้วนั้น ในที่สุดเวลาอันรอคอยก็มาถึง...



“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ โกโก้ร้อน 2 แก้วและชาเขียวปั่นแบบเย็นแก้วนึงมาเสริฟแล้วนะคะ” พนักงานที่นี่เดินเข้ามาเสริฟรายกายที่เราสั่งเอาไว้
แน่นอนว่าเรานั้นก็ไม่มาเสียเวลาหรอก ถึงเวลากินของขึ้นชื่อของร้านเสียที


“โอ้ย...อร่อยที่เขาล่ำลือจริงๆซะด้วยสิ” จริงดิ? เหม่...เล่นชิงตัดหน้าวิจารณ์ไปเสียได้นะพวกแกเนี่ย


“อาจารย์ ลองกินชาเชียวที่อาจารย์สั่งมาสิ” ลูกศิษย์ของผมนั้นอ้อนให้ผมรีบกินเสียนั้น ให้เวลากันบ้างสิพวกนี้นี่


“เอาน่าๆ...เดี๋ยวกินแน่นอน” ผมได้จิบชาเขียวปั่นที่ผมสั่งมานั้นอย่างใจเย็น อืม...รสชาตินี่ใช้ได้เอาเรื่องเลยนะเนี่ย


“เฮ้! แกหน่ะเอามานี่เดี๋ยวนี้นะ กูสั่งก่อนเอ็งอีกนะ” อยู่ดีๆก็มีการโต้เถียงกันเกิดขึ้น ผมก็อดใจไม่ได้ที่จะต้องไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ท่าทางจะมีลูกค้า 2 คนที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์นั้นกำลังเถียงอะไรกันซักอย่างนึง คงจะสั่งรายการมาแบบเดียวกันและเซริฟแค่ที่เดียวเลยไม่รู้ว่าของใครกันแน่


“อาจารย์...คือ...” ลูกศิษย์ของผมคนหนึ่งนั้นเริ่มเป็นห่วงว่าลางร้ายกำลังจะมาอีกในไม่ช้า แต่ผมนั้นส่งสายตาไปให้กับเขาและส่ายหัวอย่างเบา


“อย่า...เราดูไปก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป” ผมเองก็ไม่ค่อยอยากไปยุ่งเรื่องชาวบ้านเสียเท่าไหร่หรอก ดูไปก่อนแล้วกัน...


“เฮ้อะไรกันเล่า!? ผมแค่จับจานเฉยๆนะว่ามันเป็นของผมหรือเปล่าเท่านั้นเองน่า” ท่าทางเรื่องจะเริ่มใหญ่เสียแล้วสินะตอนนี้...

แต่ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างได้จากข้างนอก ผมไดยินเสียงวอของรถตำรวจหลายคันได้วิ่งผ่านถนนสายนี้อย่างรวดเร็ว
ผมชักจะไม่แน่ใจแล้วสิว่าข้างนอกนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง และยิ่งไปกว่านั้นคือ...ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆแล้วจนมองอะไรไม่เห็นเลย


“ฮึ่ย...เอาเถอะๆเอาของแกไป กูรอก็ได้เฟ้ย!” และแล้วการทะเลาะของทั้งคู่นั้นก็จบลงไปด้วยดี โชคดีที่ไม่มีใครเจ็บตัวในตอนนี้
ผมคงต้องทำใจนั่งรอในร้านต่อไปแบบช่วยไม่ได้เพราะฝนตกหนักมาซะขนาดนี้


“หือ?...นั่นมันรถตำรวจไม่ใช่หรออาจารย์?” ลูกศิษย์ของผมสะกิดให้ผมดูอะไรข้างนอกที่มีแต่ฝน...ฝนเต็มไปหมด
แม้จะไม่เห็นรถตำรวจสักคัน แต่ผมก็ยังเห็นแสงไฟแวบไปแวบมาและเสียงอันน่าสะเทือนขวัญได้
ชักเริ่มใจคอไม่ดีเสียแล้วสิ...และเริ่มไม่อยู่กับที่ซะแล้วเหมือนพวกเขายกมาทั้งกรมไงงั้นก็ไม่รู้สิ



ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! กริ้ดดดดดดดดด!!!!!!!! ว้ากกกกก!!!!!!!!!!!



และแล้วลางสังหรณ์บอกเหตุของผมก็เป็นจริงจนได้เพราะมีเสียงระเบิดดังขึ้นและไม่ค่อยไกลจากที่เราอยู่นัก
ควันดำได้ฟุ้งกระจายออกมาแต่ก็ถูกชะล้างออกไปด้วยฝนบางส่วน และเสียงรถตำรวจก็เริ่มแห่กันมาแถวๆที่เราอยู่กัน
ท่าทางงานนี้เราคงไม่ได้มาแค่กินน้ำชาเขียวปั่นกับโกโก้ร้อนๆสบายเสียแล้วสิ



“เฮ้ยๆอย่าเบียดมาสิ!” ผู้คนในร้านเริ่มเคลื่อนที่ไปมาจนเริ่มมาเบียดที่ที่เรานั่งกันอยู่ นี่ถ้าไม่อดทนนี่จะอัดให้กระจุยเลยนะเนี่ย(ประชด)


“พวกนายทั้งคู่รออยู่นี่นะ อย่าไปไหน” ผมสั่งลูกศิษย์ของผมให้นั่งรออยู่นี่ ส่วนตัวผมนั้นอยากจะไปดูสถานการณ์ข้างนอก...ถ้าถามว่าอยากรู้เรื่องด้วยหรือนั้น
เปล่าหรอก…คนเยอะแยะในร้านจนหายใจไม่ออกแล้วเลยต้องออกมาข้างนอกดีกว่า
โดนละอองฝนหน่อยไม่เป็นไรมากหรอก แค่เปียกเล็กน้อย...แน่นอนว่ามือของผมนั้นไม่ว่างเปล่าหรอกถ้าหยิบชาเขียวมากินด้วยฮ่าๆ

พอผมออกมานอกร้านแล้วนั้น ฝนก็ยังขยันขันแข็งตกต่อไป โชคยังดีที่ว่าฝนเริ่มซาลงมาบ้างแล้ว
ทำให้เห็นอะไรได้มากขึ้น สิ่งที่ผมเห็นในตอนนี้ก็คือรถตำรวจที่จอดกันเป็นระนาวแถมบางคันนั้นก็ควันขึ้นเสียด้วย
ผมเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีนักจึงพยายามชิดกำแพงเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครนั้นมาทำอะไรด้านหลังของผมได้


“ถอยไปๆๆ!!!!!” ตำรวจเริ่มออกมาจากรถกันเป็นแถวและได้ทำการไล่กวาดพลเมืองที่อยู่ข้างนอกนั้นให้รีบเข้าไปในร้านที่ใกล้ที่สุดหรือไม่ก็ที่ปลอดภัย
ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้ผมนั้นคาใจอยู่เล็กน้อยที่ว่าเขาทำอย่างนั้นทำไมกันก็ไม่รู้


“นี่ตำรวจ E.C.P.D. ยอมให้จับกุมเสียดี!!!” อะอ้าว! ไหงเล่นมาจ้องผมแบบนั้นหมดเลยหล่ะ? เดี๋ยวผมไม่ได้ทำอะไรผิดนะเฮ้ยเดี๋ยว


“อาจารย์!......ข้างบน!...ข้างบน!!” ลูกศิษย์ของผมนั้นเคาะกระจกเรียกชื่อผม ผมจึงหันไปฟังเสียงที่เขาพูดจนผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง...อะไรบางอย่าง..อยู่บนหัวของผม

ผมมองขึ้นไปข้างบนหัวของผมก็พบกับ...ร่างปริศนาร่างหนึ่งนั้นกำลังเกาะอยู่บนเสาเหล็กของร้านนี้
นี่แกเล่นอะไรพิเลนเนี่ยถึงได้โดนตำรวจจับเข้าตารางเนี่ย


“โทษทีคุณตำรวจ...พอดีเงินถังแตกเล็กน้อยน่ะ” ร่างปริศนานั้นได้พูดตอบโต้ไปหาตำรวจ
ดูลักษณะการพูดและน้ำเสียงแล้วนั้นแน่นอนว่าเป็นผู้ชายชัว ใส่เสื้อฮู้ดสีน้ำเงินซะด้วย กะจะโชว์เท่ๆรึไงเนี่ยนายน่ะ


“...หิวน้ำพอดีเลย” และแล้วเจ้าหมอนั่นก็รีบกระโจนลงมาใส่ผมเพื่อที่จะเอาอะไรสักอย่างจากผม แต่ไม่ใช่ว่าผมจะอ่อนให้เจ้าหมอนั่นหรอกนะ
ผมรีบกระโดดตีลังกาหลบการโจมตีของมัน แต่มันกลับ.....



ตึกๆ!!!! พรึบ!!!!!



พอมันตกลงมาแล้วก็รีบเข้าไปปัดมือของผมที่ถือน้ำชาเขียวเอาไว้อย่างสบายๆและโดนแย่งไปจนได้...คะ...ความเร็วมันสุดยอด ไม่เคยมีใครปัดของออกจากมือของผมได้ไวขนาดนี้มาก่อนเลย
ทั้งการเคลื่อนที่,ความเร็ว,และแรงนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ ผมไม่รู้หรอกนะว่าเขาเป็นใครมากจากไหน แต่การที่แย่งของคนอื่นนี่มัน...ทนไม่ไหวจริงๆ



“...อ่า.....ชาเขียวชื่นใจดี...เนาะคุณตำรวจ!!!!” จู่ๆมันก็เอาอะไรบางอย่างใส่เข้าไปในน้ำชาเขียวและรีบโยนกลับไปหาตำรวจที่เอาปืนจ่อตัวมันอยู่
แต่เดี๋ยว...ลูกดำๆนี่มัน...ชิบแล้วไง....ระเบิด!!!


“หลบๆ!!!!!” ผมรีบเตือนพวกเขาให้รู้ว่าข้างในนั้นมันมีระเบิดอยู่ พอพวกตำรวจรู้ทีถึงกับโกยแนบเหมือนกับเจอผีมาหนีกันทุกราย
ส่วนเจ้าชายที่ใส่ฮู้ดสีน้ำเงินนั้นก็รีบหนีไปอย่างไม่สนใจใคร คิดหรอว่ามันจะจบน่ะฮะแก...แกขโมยน้ำเราไปกินแบบนี้มันต้องสั่งสอนกันเสียหน่อยแล้ว



แผละ!!! กริ้งๆๆ....ตูม!!!!!!!!!!!!! ว้ากกกก!!!!!!!



พอระเบิดทำงาน เสียงระเบิดครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นและทำให้ทุกคนในรอบบริเวณนี้นั้นถึงกับตื่นตระหนกเอาเรื่อง
โชคดีที่ผมนั้นหนีออกมาจากรัศมีของแรงระเบิดได้จึงไม่ค่อยเป็นอะไรมากนัก แต่เรื่องมันยังไม่จบดีถ้ามันยังไม่ชดใช้ค่าชาเขียวของผม

ผมได้ยินเสียงรถตำรวจอีกครั้ง ดูเหมือนว่าจะเป็นพวกกำลังเสริมของพวกเขาหละมั้งเนี่ย?
(ณ ที่นี้ขอให้ทุกคนจิตนาการถึงเรื่องการวิ่ง free style และไล่จับผู้ร้ายเยอะๆนะคะ มันจะได้อารมณ์สุดๆ)ผมรีบเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะไล่มันให้ทัน
แต่ไม่รู้สิ...ผมแก่แล้วหรือมันวิ่งเร็ว? ระยะห่างระหว่างผมกับมันนั้นไกลขึ้นเรื่อยๆแถมยิ่งมีรถตำรวจหวอๆตามหลังผมมานี่ยิ่งสยองเข้าไปใหญ่



“หยุดนะเจ้าฮู้ดสีน้ำเงิน!!!” และแล้วตำรวจก็ตะโกนออกทางโทรโข่งแบบไม่ยั้ง ผมน่ะแสบแก้วหูจริงๆเล้ย
ตอนนี้ฝนก็เริ่มซาลงเรื่อยๆทำให้ผมนั้นเริ่มเห็นทางมากขึ้นและเจ้าหมอนั่นด้วย แต่ยังไงก็ต้องระวังไม่โดนลูกหลงจากตำรวจด้วย


“ชิ....พวกตำรวจน่ารำคาญชิบหายเลย” ผมได้ยินหมอนั่นบ่นออกมาแบบดังๆและรีบวิ่งเข้าไปในซอกตึก แน่นอนว่าผมไม่รีรอหรอกจึงรีบตามเข้าไปด้วย


“มันหนีเข้าซอกตึกแล้ว ขอย้ำ มันหนีเข้าซอกตึก!” แม้ผมจะหนีพวกตำรวจกลุ่มนั้นได้แล้วก็จริง แต่เสียงก็ยังตามมาหลอกหลอนถึงที่


“แกไม่มีทางหนีไปได้หรอกน่า!” ผมตะโกนใส่มันเพื่อให้มันรู้ตัว จนมันหันมาหาผมและพยายามเอาของขว้างใส่ผมให้ช้าลง


“หาที่ตายเองนะไอ้เผือก!” มันด่าผมแบบไม่เกรงใจเลยจริงๆ และแล้วขงที่มันเอามาสกัดผมนั้นก็คือ...เฮ้ย มึงล้อกูเล่นใช่มั้ย!? ....ตู้เย็น!?



ฟิ้ว!!!!! ตึงๆๆ!!!!!! พรึบๆๆ!!!!!!!! โครม!!!!!


ผมรีบหลบสิ่งที่มันขว้างไปอย่างหวุดหวิดแม้จะได้แผลมาแบบถลอกมาบ้างแต่มันก็ไม่สะทกสะท้านเท่าไหร่หรอกน่า
แต่พอผมหันหลังไปดูตู้เย็นที่มันขว้างมาแล้วนั้น นี่ถ้าผมหลบไม่ทันนี่เข้าโรงพยาบาลหลายวันเลยนะเนี่ยเพราะตู้เย็นนั้นไม่เหลือซาก

พอเจ้านั่นรู้ตัวว่าสิ่งที่มันขว้างมานั้นมันขวางผมไม่ได้ถึงกับฉุนเลยทีเดียว มันจึงรีบเร่งฝีเท้าตัวเองเพื่อที่จะหนีผม


“แกนี่มันอึดแท้นะแก!” เจ้าหมอนั่นบ่นออกมาอีกแล้วคราวนี้แกจะมาไม้ไหนหละ? ผมรับได้หมดแหละ!



เอี๊ยยยดดด!!!! ปังๆ!!!!!


แต่แล้วก็มีเสียงรถตำรวจอยู่คันหนึ่งนั้นมาเบรกอยู่ใกล้ๆกับพวกเราทั้งคู่ คงจะดักทางข้างหน้าเอาไว้เรียบร้อยแล้วสินะ
แถมยังยิงสกัดไม่ให้เจ้าชายที่ใส่ฮู้ดสำน้ำเงินนั่นมันหนีไปได้อีก นับถือจริงๆว่าเป็นกรมตำรวจที่หนังเหนียวจริงๆ



“เจ้าฮู้ดสีน้ำเงิน! แกมาได้แค่นี้แหละ!!!” มีชายคนหนึ่งนั้นวิ่งออกมาจากรถตำรวจพร้อมลูกน้องของเขาและเตรียมยิงเมื่อไหร่ก็ได้

แต่ผมคิดว่า...มันจะไม่จบง่ายแบบนั้นแน่ๆ สิ่งหนึ่งที่ผมกำลังคิดก็คือ ทั้งกระบวนท่าที่มันตีลังกามาปัดมือผมได้แค่เสี้ยววินาทีนั้นเนี่ย
ถือว่าไม่ใช่คนสามัญชนทั่วไปแน่นอน เขาจะต้องถูกฝึกมาจากที่ไหนสักแห่งแน่ๆ ประเด็นนั้นมันไม่สำคัญสำหรับผมตอนนี้
เพราะผมรู้ดีว่า มันนั้นจะหนีไปทางไหน...


“อะอ้าว...นึกว่าใคร...หัวหน้าแผนกสอบสวน E.C.P.D. นี่เอง...ผมเบื่อขี้น่าคุณจะตายห่าอยู่แล้ว” ขณะที่เจ้าหมอนั่นกำลังสนทนาอยู่นั้นเอง ผมได้ชิงโอกาสไปดักหน้ามันอีกที...
แต่ไม่ใช่ทางพื้นหรอก...ผมบอกได้แค่นั้น


“แกนี่มันไม่ใช่คน...ฆ่าชาวบ้านเป็นว่าเล่น!” ท่าทางการสนทาที่ผมได้ยินครั้งนี้คงจะสาหัสเอาเรื่อง...ผมพยายามหาทางเข้าของประตูฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด
โดยที่ไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายรู้ตัวเป็นอันขาด ไม่งั้นแผนที่ผมวางไว้เมื่อกี๊นั้นจะเสียเปล่าหมด


“นั่นมันธุระของผมไอ้นักกล้ามไม่มีน้ำยาเอ๋ย แค่นี้ก็ยังจับผมไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำมาหากินอะไรแล-”



ปัง!!!!!



ผมไม่รู้หรอกนะว่าทั้งคู่รู้จักกันนานเท่าไหนแล้ว แต่ที่รู้คือ ยิงมานี่หัวใจเกือบวายแน่ะ
หลังจากที่ผมนั้นพยายามหนีขึ้นข้างบนของตึกหนึ่งนั้น ผมก็พยายามดูข้างล่างตลอดทางว่าทั้ง 2 ฝั่งมีการเคลื่อนที่อะไรไหม



“นัดนั้นเป็นคำเตือนไอ้ฮู้ดสีน้ำเงิน ถ้าแกยังปากมากอยู่หละก็...ได้เฝ้ายมบาลแน่ๆ” ทั้งด่ากัน,ขุ่มขู่กันนี้...พอจะเดาได้เลยว่าคงจะรู้จักกันนานเอาเรื่อง


“โทษทีนะพ่อนักกล้าม...พอดีผมไม่มีเวลาเล่นเสียด้วย” และแล้วการเคลื่อนไหวของเจ้าหมอนั่นได้เริ่มต้นขึ้น
ผมไม่รีรอรีบวิ่งขึ้นไปทันทีเพราไม่งั้นจะเสียเปรียบเรื่อง...ปะทะกัน


“ยิงใส่มันไม่ยั้ง!”



ปังๆๆๆ!!!!!! พรึบๆๆๆๆ!!!!!! ผัวะๆๆ!!!!!! โครมๆๆๆ!!!!!!!!!!!



ฉากต่อสู้เริ่มต้นขึ้นเพียงเสี้ยววินาที จะ...เจ้าฮู้ดสำน้ำเงิน...มันไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ...มันสามารถวิ่งหลบกระสุนของพวก...ตำรวจที่ยิงใส่มันได้แบบสบายๆ
แถมยังให้ของแถมด้วยการต่อยใส่พวกตำรวจแบบไม่ยั้ง แม้การต่อยของเขาจะไม่ทำให้ตำรวจพวกนี้แขนเดี้ยงหรือหาหัก
แต่แรงของมันที่ต่อยมานั้นถือว่ามหาศาลเลยทีเดียว...หมัดเดียว พาลูกน้องทั้งกลุ่มบินได้

สุดท้ายแล้วมันก็รีบกระโดดปีนบันไดของตึกที่ผมกำลังขึ้นไปสกัดมันข้างบน เป็นไปอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ
แต่ข้อได้เปรียบของผมนั้นยังมีอยู่บ้างนั่นก็คือ ผมวิ่งขึ้นมาดักมันอยู่บนดาดฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่แน่นอนว่าแม้ผมจะมีพละกำลังและความไหวพริบในการต่อสู้ระยะประชิด แต่เพื่อความไม่ประมาทผมจึงเอาท่อนเหล็กจากดาดฟ้ามาป้องกันตัวเองเอาไว้



“......หวังว่ามันจะขึ้นมานะ” ผมบ่นกับตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะเงยดูฟ้าที่ตอนนี้จากสีเทาอันหม่นหมองกลายเป็นสีขาวอย่างช้าๆเพราะฝน...ได้หยุดตกแล้ว
น้ำ....ที่เปียกแฉะตรงดาดฟ้ามันทำให้ผมนั้นสะกิดใจอยู่บ้าง เพราะมันทำให้พื้นนั้นลื่นตลอดเวลา


“ตามหาผมอย่างนั้นหรอกหรอ?” อะ...มันขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!? มะเมื่อตะกี๊นี้มันพึ่งหำลังไต่กำแพงหาบันไดขึ้นมาเลยนี่
ไม่...ตอนนี้เรากำลังเสียสมาธิไปกับเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้...กลับมาซะสติกลับมาๆ
แน่นอนว่าเจ้าหมอนั่นก็เริ่มตั้งท่าที่จะประชันฝีมือกับผม แน่นอนว่าผมก็ไม่ปฏิเสธที่จะรับคำท้าจากเจ้านั่น


“ไม่ต้องมาพูดให้เสียเวลาหรอกน่า...มาเริ่มกันเลยเถอะ” ผมเริ่มตั้งท่าโจมตีมันแบบไม่ยั้งเพื่อชดใช้ค่าน้ำชาเขียวปั่นของผม(-.-)


“...งั้นหรอกหรอ? ก็ดีเลย...มีคู่ซ้อมให้ก่อนสู้กับเจ้านั่นจริงๆมันก็ดีเหมือนกัน” ผมไม่รู้หรอกนะว่ามันบ่นอะไรของมัน แต่มันไม่มีทางเอาชนะผมง่ายๆแน่



พรึบ ตึกๆๆๆๆๆ ผัวะๆๆๆๆ!!!!! ฟิ้วๆ!!!! ผัวะๆๆ!!!!!!!!!



มันเริ่มเปิดฉากก่อนคนแรกโดยการวิ่งเข้าใส่ผมและต่อยมาแบบไม่ยั้งมือ แค่นี้มันยังทำอะไรผมไม่ได้หรอกน่า
จะมาหมัดกี่ชุดก็มาเถอะไม่ว่าฮ่าๆ แต่เมื่อผมหาจังหวะช่องโหว่ของมันได้นั้นผมจึงรีบเอาท่อนเหล็กกระทุ้งท้องของมันอย่างรวดเร็ว
เป็นไปตามที่ผมคาดเอาไว้จริงๆ แต่แน่นอนว่าผมไม่ควรปรมาทมันมากนักเพราะดูจากฝีมือตั้งแต่ด้านล่างแล้วนั้นเจ้าหมอนี่มันไม่แพ้มุกตื้นๆหรอกน่า

เจ้าฮู้ดสีน้ำเงินรีบจับท่อนเหล็กที่โดนไปนั้นอย่างแน่นหนาและเล่นเอายกท่อนเหล็กนั่นขั้นและขว้างไปไกลๆพร้อมกับตัวของผม
ผมรีบกระโดดตีลังกาเพื่อไม่ให้เสียหลักล้มลง...ฝีมือนี่ใช้ได้ทีเดียว แต่มันจะเก่งได้อีกกี่น้ำกันอยากรู้จริงๆ
และแล้วก็เป็นตาของผมที่ต้องรุกบ้างแล้ว ผมจึงรีบเข้าไปบุกมันทันทีก่อนที่มันจะตั้งท่ารับได้ แน่นอนว่าก็โดนเข้าไปแบบเต็มๆ
ฮึๆ...แค่นี้ผมก็รู้แล้วว่าแม้เจ้าหมอนั่นจะมีลีลาเด็ดขนาดไหนหรืออาจจะเก่งกว่าผม แต่ประสบการณ์ของมันนั้นยังอ่อนกว่าผมอยู่เยอะพอสมควร



“แฮก......แฮก.....ฝีมือไม่เบาเลยนี่ไอ้เผือกแห้ง” แฮก...จะว่าไปแล้วเนี่ย ผมเองก็ไม่เคยออกแรงเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย
แม้จะเป็นการต่อสู้ที่ระยะเวลาสั้นเอาเรื่องแต่ไม่รู้สิ เหมือนเราทั้งคู่สู้กันมาตั้งชั่วโมงนึงแล้วเลย

เพราะอะไรน่ะหรือ? เพราะว่าตอนที่เจ้านั่นมันต่อยหมัดปืนกลใส่ผมนั้นแม้ผมจะเอาท่อนเหล็กมาป้องกันและปัดมันไปบ้าง
แต่แรงของมันนั้นมหาสารเอาเรื่องเหมือนกัน และตอนที่ผมต่อยมันไปนั้นก็ใช้แรงเยอะมากๆในการต่อยมันเพื่อให้มันถอยออกไปได้


“แฮก...นานแล้วที่...ไม่เคยเจอผู้แข่งที่แข็งแกร่ง...ขนาดนี้มาก่อน” ผมบ่นออกมาเล็กน้อยและตั้งท่าการโจมตี
ที่จริงตอนที่สู้กันช่วงนั้นผมและเจ้านั่นก็เซไปเล็กน้อยเพราะพื้นมันลื่น


“เชอะ...แค่นี้คิดหรอว่ามันจะจบง่ายๆน่ะฮะ!?” บ่นเข้าไป เรารอได้แหละ...มาเสียเถอะเรารับได้หมด
ผมท้าทายมันด้วยกันกวักมือเข้ามาหาผม แน่นอนว่ามันก็ฉุนจริงๆ ฮ่าๆ...นานแล้วที่ไม่ได้ใช้ท่านี้


“คราวนี้แกจะหัวเราะไม่ออกแน่ๆ...ว่าไง?” แต่แล้วมันก็หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากข้างหลังมัน...เฮ้ยซวยแล้วไง...ปืน!!!


“ขี้โกงนี่หว่า! เล่นแบบนี้เลยเรอะ!?” ผมด่ามันออกไปพร้อมกังวลว่า...ผมจะหลบที่ไหนดีให้พ้นกระสุนพวกนั้น


“เสียใจว่ะ...ที่จริงก็อยากเล่นต่อด้วยหรอกนะ...แต่ว่าเวลามันมีจำกัดน่ะ” ให้ตายสิ...เล่นสกปรกแบบนี้แล้วใครหละจะไปเล่นกับแกเล่า!?

แต่ถึงจะด่ามันไปก็เท่านั้น การต่อสู้นั้นเอาไว้ก่อน ชีวิตสำคัญกว่าอะไรทั้งสิ้น
มันยกปืนของมันขึ้นมาและเตรียมพร้อมที่จะยิงผมเมื่อไหร่ก็ได้...บ้าจริง...เหมือนติดอยู่ในกรงสัตว์ไปไหนก็ไปไม่ได้เลย



ครืน......ผับๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!



และแล้วเสียงปริศนาก็ได้เกิดขึ้นและมันใกล้ตัวเราทั้งคู่มาก...ลมเริ่มแปรปรวนพัดเราให้หายเหนื่อย...หรือเย็นขึ้นก็ไม่รู้
และแล้วเจ้าของเสียงปริศนาก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมา...นั่นก็คือเฮลิคอบเตอร์นั่นเอง และในนั้นก็มีใครไม่รู้ประมาณ 4-5 คนอยู่ในนั้น
ดะเดี๋ยวก่อน...มีชื่อสลักเอาไว้ข้างๆตัวฮอด้วย...ใช่แล้วมันคือ E.C.P.D.



“เจ้าฮู้ดสีน้ำเงิน!!! แกได้เข้าคุกแน่!!!!!” จู่ๆก็มีชายคนหนึ่งนั้นตะโกนทางโทรโขงซะดังลั่นเลย
แต่ดูเหมือนว่าเจ้าฮู้ดนั่นมันไม่สนใจเลยแฮะ...เดี๋ยว...เข้าคุก...หรือว่ามันไปทำอะไรมาหละนั่น สงสัยจริงๆเล้ย...


“แกอีกแล้วหรอไอ้นักสืบตาเฒ่า? แก่หนังขึ้นอืดป่านี้แล้วยังจะมาทำงานอีกนะ!” เอากันเข้าไป...แล้วเมื่อไหร่มันจะจบซะทีเนี่ย?


“ฮึ่ย...เดี๋ยวแกจะได้จำคุกตลอดชีพแน่แก!!!” ผมเองนั้นก็ไม่อยากจะเป็นตัวประกอบหรอกนะแต่...อยู่ดีๆเจ้าหมอนั่นก็ยิ้มขึ้นมาเฉยๆ
และมันหันมามองทางผม...ชักไม่ดีแล้วสิฟะ


“งั้น.....ผลัดไปก่อน...แล้วกันตาเฒ่าขี้เมา!” และมันเป็นที่ผมนั้นคาดไว้จริงๆมันเตรียมตัวที่จะว่งหนีจริงๆซะด้วย
ผมไม่ยอมให้นายหนีไปง่ายๆหรอกนะ...ผมจึงรีบวิ่งไปดักหน้ามันและใช้วิชาหมัดนั้นเข้าไปต่อยมัน...


“ไม่ปล่อยให้ห-”



พรึบ!!! ผัวะ!!!! โครม!!!!!!!!!!!!!



อะไอ้.......มันเล่นท่าจระเข้ฟาดหางแบบเวอร์ชั่นความเร็ว...แสง...อุบ!!!! จุกชะมัด!!! ร่างของผมลอยไปตามแรงที่มันส่งมาและไปชนกับกำแพงเต็มๆ
ท่าทาง...ผมจะเจอคู่แข่งที่แรงมหาศาลเสียแล้วสิเนี่ย...เล่นเอาผมนั้นแทบลุกไม่ขึ้นเลย...มันเป็นคนแน่อย่างนั้นหรอกหรอ?



“อะอ้าวโทษที...ที่แกมีเสือกบังทางเองนะ แล้วเจอกันใหม่นะไอ้เผือก” และแล้วผมก็พลาดท่าให้มันจนได้ มันรีบวิ่งหนีไปกระโดดไปตึกข้างหน้า
บ้าจริง...คราวหน้าแกไม่รอดแน่ๆเลยนะเจ้าฮู้ดสีน้ำเงิน


“ไม่เป็นไรนะคุณ!?” ตำรวจที่ลงมาจากฮอนั้นเข้ามาช่วยผมแน่นอนว่าอย่างน้อยตำรวจที่นี่ก็ดูแลประชาชนดีออก


“พวกนายพาชายคนนี้ไปข้างล่างก่อนนะ” ชายที่โดนด่าว่าตาเฒ่านั้นสั่งการพวกตำรวจพาผมไปที่ปลอดภัย


[ทาร์แกน เกิดอะไรขึ้นข้างบน!?] จู่ๆก็มีวิทยุของตำรวจดังขึ้นมาก่อนที่ผมนั้นจะลงไปข้างล่าง อย่างน้อยก็ขอฟังข้อมูลหน่อยก็แล้วกัน


[เจอเจ้าฮู้ดสีน้ำเงินน่ะสิหัวหน้า...แต่สุดท้ายก็หนีไปอีกจนได้] ท่าทางเจ้าหมอนั่นคงจะอยู่ในรายชื่อที่ตำรวจต้องการก็ไม่แปลกใจเท่าไร่หรอกนะ


[เอาหละตอนนี้มันคงหนีไปไหนไม่ไกลฉะนั้นแกไปก่อนเลย และทาร์แกน...ในกล่องที่กูเตรียมเอาไว้ให้นั้นอยู่ใต้เก้าอี้นะ]


[เหม่...เล่นซ่อนของดีเอาไว้ก็ไม่บอกกันเลยนะ]


[เอ็งหุบปากแล้วไปตามล่ามันต่อซะไปเลย]


[เออๆ...เลิกการติดต่อ]


“........” ผมไม่เข้าใจหรอกนะว่าจะเป็นยังไงต่อไป แต่ตอนนี้...ผมอยากจะไปหาลูกศิษย์ของผมเสียก่อนแล้วหละ หวังว่าพวกเขาจะไม่เป็นไร



หลังจากการไล่ล่าในตอนนั้นเอง ตำรวจก็ได้เข้ามาล้อมสถานที่เกิดเหตุเอาไว้หมด ส่วนตัวผมนั้นก็ไปหาลูกศิษย์ของผมและพบว่าทั้งคู่นั้นปลอดภัยดี
นั่นทำให้ผมนั้นสบายใจไปหน่อยนึงและก็ได้ผ่อนคลายเสียเล็กน้อย...อาจจะนะ



“อาจารย์ ผมรู้ว่าอาจารย์อยากกินอีกน่ะ” เหม่ พวกแกนี่นะ...รู้ใจซะจริงๆเลยนะ เอาชาเขียวปั่นเย็นมาให้กินนี่สุดๆแห่งความอร่อยแล้วหละ


“อ่า...อย่างนี้สิของตบท้ายฮ่าๆๆ” ผมหัวเราะออกมาให้ลูกศิษย์นั้นหายความกังวลว่าเป็นยังไงตอนที่วิ่งไล่เจ้านั่น


“อ้อจริงสิ...จะว่าไปแล้วพวกเราเองก็จะต้องเดินทางกันต่อนี่” ผมพึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเราจะต้องเดินทางกลับกันแล้วหลังไปเยี่ยมลูกศิษย์อีกคนนึง


“ผมว่า..เราไปหาอะไรกินกันดีกว่านะครับ...เห็นอาจารย์เหนื่อยแล้วนี่มันกลุ้มใจว่าอาจารย์จะเหนื่อยสุดๆ” นั่นสินะ...ผมเล่นใช้พลังไปการไล่ล่าเจ้านั่นซะหมดแรงเลย
เอาหละ...อย่างน้อยก็ขออยู่ที่เมืองนี้อีกซักหน่อยก่อนกลับก็แล้วกันหละนะ


“เอาหละ...ใครจะไปที่ไหนกันดีหละลูกศิษย์?”


-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

ณ ข้างหน้าร้านอาหารภัตตาคารชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองเอ็มเมอรอลซิตี้
18:20 น.



หลังจากที่สังสรรค์เฮฮาจากการกินอาหารเอร็ดอร่อยมาบ้างแล้ว ก็ต้องถึงเวลากลับกันเสียที
ยอมรับเลยว่าเมืองนี้นั้นเต็มไปด้วยสีสันจริงๆ ทั้งแสงสีที่แสนจะลายตา,เสียงผู้คนเริ่มดังไม่ขาดสาย,รถหลายคันแล่นไม่หยุดตลอดทางที่เดินมา
แสงตะวันเริ่มลับขอบฟ้าจนเกิดประกายแสงอันสวยงาม นานๆทีจะได้ของแบบนี้ก็รู้สึกดีจริงๆ

จนกระทั่งเราทั้ง 3 ได้เดินมาที่ป้ายรถบัสที่เรานั้นรอรถมารับ อย่างน้อยพลังของผมก็กลับมาบ้างแล้ว
ในขณะที่ผมนั้นกำลังนั่งรอรถบัสอยู่นั้นเอง ผมรู้สึกถึงบรรยากาศอันเงียบเหงาของที่นี่ทันที
ถึงไม่เงียบขนาดเหมือนป่าช้าแต่ความเหงาและความโดดเดี่ยวมันผ่านตัวผมไม่รู้กี่รอบแล้ว


“.....” ผมกวาดสายไปดูรอบๆว่ามีอะไรทำบ้าง แม้วันนี้คนจะน้อยมากก็ตามที


“เมื่อไหร่รถจะมารับเราเสียทีนึงนะ?” และแล้วลูกศิษย์ของผมนั้นก็เริ่มออกอาการบ่นขึ้นมาจนได้ อย่าว่างั้นเลย...ผมก็เริ่มเป็นบ้างแล้ว


“...ต้องรอ.....ไม่ว่ายังไงก็ตาม” ผมส่ายหัวเล็กน้อยก่อนที่จะมาเช็คของว่ามีอะไรที่ขาดหายไปบ้าง


“ชะช่วยด้วยค่า! ช่วยด้วย!” จู่ๆก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งนั้นร้องขอความช่วยเหลือ แน่นอนว่าคนอย่างผมไม่มีทางอยุ่เฉยๆแน่


“พวกนายรอรถอยู่นี่นะ” ผมสั่งให้ลูกศิษย์นั้นนั่งรออยู่ที่นี่เพราะผมไม่อยากให้ทั้งคู่นั้นโดนลูกหลงอีก

แน่นอนว่าคนที่มานั่งหรือยืนรอรถนั้นก็เริ่มหันมาสนใจตัวผู้หญิงคนนั้น แต่กลับไม่เข้าไปช่วยเธอเลยแม้แต่น้อย
คนเรานี่มันก็ช่างเห็นแก่ตัวซะจริงๆ...ไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองเลยแม้แต่น้อย


“เกิดอะไรขึ้นครับ?” ผมรีบเข้าไปถามเธอทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างของเธอนั้นสั่นคลอนแทบไปหมดทั้งตัว
แต่สิ่งที่แปลกคือ...ผิวพรรณของเธอนั้นซีดขาวอย่างกับ...คนตายยังไงก็ไม่รู้ นี่ขนาดผมขาวอย่างกับหิมะแล้วนี่ยังจะมีคนขาวอีกเรอะ?


“สะสามีดิฉัน ถูกทำร้ายในนั้น!” เธอรีบชี้ไปที่ซอกตึกตรงนั้น ผมก็เริ่มชักเป็นห่วงสามีของเธอขึ้นมาแล้วสิว่าจะเป็นยังไงต่อไป


“พาผมไปที...ผมจะได้รีบพาสามีของคุณนั้นไปส่งโรงพยาบาลทัน” ผมรีบบอกเธอและแน่นอนว่าเธอรีบพาผมไปที่สามีของเธอนั้นถูกทำร้าย
แต่สิ่งที่ผมนั้นยังคาใจอยู่ก็คือ...ถ้าสามีเธอถูกทำร้ายหละก็ ทำไมเธอถึงไม่กรีดร้องออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือตั้งแต่ตอนนั้นหละ?


“ทางนี้ค่ะ...เชิญค่ะ” เธอชี้ทางไปที่ที่สามีของเธอนั้นถูกทำร้าย ทางนั้นทั้งว้าเหว่และเปรี่ยวสุดขีดยิ่งไม่มีไฟด้วยแล้วนั้นมันทำให้ผมนั้นไม่สบายใจหนักกว่าเก่า

แต่ว่า ยิ่งแข่งกับเวลาที่จะไปช่วยด้วยแล้วนั้นยิ่งกดดันมากกว่าเก่าเสียอีก...จะทำยังไงดีหละทีนี้?

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

Woodberry Village เขตรัฐหลุยเซน่า ณ สวนสาธารณะใจกลางของหมู่บ้าน
02:50 น.



Woodberry Village หมู่บ้านแห่งความลึกลับ...น้อยนักที่คนภายนอกจะรู้จักหมู่บ้านแห่งนี้
ในบรรดาหมู่บ้านทั้งหมดในเขตรัฐหลุยเซน่านั้น ที่นี่...คือหมู่บ้านแห่งเดียวที่มีระบบอาศัยต่างจากชาวบ้านเขาทั้งปวง

ต่างปากต่อปากถึงชื่อเสียงแห่งความลึกลับในหมู่บ้านแห่งนี้ แต่ส่วนใหญ่ที่ข่าวลือที่ก้องที่สุดของหมู่บ้านนี้ก็คือ
ยามเช้าแทบไม่มีคนออก ยามค่ำคนเดินกันให้ทั่วหมู่บ้าน



ผัวะๆๆๆๆ!!!!! พลักๆๆ!!!!! ผัวะๆๆๆ!!!! โครม!!!!!!!



ค่ำคืนที่แสนจะเงียบเหงาได้ถูกทำลายลงเมื่อมีบุรุษนิรนาม 2 คนได้ต่อสู้กันที่สวนสาธารณะของหมู่บ้านแห่งนี้
ชาวบ้านที่แสดงความเป็นห่วงและรำคาญเสียงการต่อสู้เริ่มเข้ามามุงดูว่าใครสู้กับใคร

ทั้ง 2 คนได้ต่อยแลกหมัดกันไปหลายครั้ง มีชายคนหนึ่งนั้นใช้แรงจำนวนมากจนเริ่มออกอาการล้าเพราะไม่ไหว
แต่ชายอีกรายนั้นยิ้มแสยะออกมาด้วยความสะใจ และวิ่งเข้าไปพุ่งชนชายคนนั้นแบบไม่ลังเล



“เชอะ...นี่นะเรอะทหาร H.S. ที่เขาล่ำลือกันว่าปราบปรามผู้ก่อการร้ายน่ะฮะ!?” ชายที่พุ่งเข้าชนไปนั้นพูดเยอะเย้ยและถ่มน่ำลายลงพื้นแบบสะใจ


“แคกๆๆ.....พะพอได้แล้วลูคัส! เขาไม่อยากจะ-”


“นี่แกยังจะมีลมหายใจพูดอยู่อีกเรอะฮะไอ้ไก่อ่อน!?” ชายที่นามว่าลูคัสนั้นต่อยหน้าของชายอีกคนนึงโดยถูกเพื่อนๆของลูคัสนั้นล็อคตัวเอาไว้
ให้เหมือนกับกระสอบทรายหรือให้พูดง่ายๆก็คือเป็นเป้าซ้อมนั่นเอง


“กะ....แก....แกมีธุระกับกูคนเดียวนี่! ...เข้ามา!!!” ชายที่โดนลูคัสกระแทกไปนั้นพยายามยืนขึ้นและตะหวาดใส่ชายที่ต่อสู้ด้วยอย่างสุดกำลัง


“ชิ...ปากหมาดีนักแกน่ะ!!!” ลูคัสถีบชายคนนั้นไปนอนกองอยู่กับพื้นและเอาเท้าของตัวเองนั้นเหยียบอกของชายผู้นั้นให้ทรมาน
เสียงคร่ำครวนของชายที่ถูกเหยียบนั้นร้องออกมาด้วยความทรมานอย่างสาหัส


“แกกล้ามากที่มาด่าคนในตระกูลแวนกาเรียอย่างเราไอ้มนุษย์ชั้นต่ำ!” ลูคัสเริ่มกดน้ำหนักลงไปเรื่อยๆเพื่อความสะใจในการทรมาน


“อ้ากกกกก!...กะแกน่ะ...ก็เป็นแค่...แวมไพร์สวะชั้นบาดาลใต้ดินที่ไม่มีใครเคารพต่างหากเล่า!” ชายคนนั้นด่ากลับออกมาด้วยความคับแค้นใจอย่างมาก


“แก!!! อย่าอยู่เลย!!!!!!!!!!!!!” ลูคัสที่ได้ยินคำเสียดสีวาจาอันรังเกลียดของชายผู้นั้นถึงกับอาการคุมสติไว้ไม่อยู่
ถึงกับรีบยกเท้าขึ้นให้สูงที่สุดและเตรียมตัวกระทืบอกของชายผู้นั้นให้แหลกเป็นซาก


“พอได้แล้ว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”


“อะๆๆ....ทะท่าน....ผู้ใหญ่บ้าน” ชาวบ้านที่ไม่อยากเข้าไปแจมการต่อสู้นั้นนั่นเองต้องตกตะลึงเมื่อเห็นชายร่างใหญ่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดุดันและสายตาอันน่ากลัว


“พวกแก....จะกัดอย่างกับหมาอีกนานไหม!? โลตัส...พาไมค์ไปรักษา แรมซีนัส พาพวกนักเลงปลายแถวไปคุมพฤติกรรมซะ” ชายที่เป็นผู้ใหญ่บ้านนั้น
สั่งการให้ลูกน้องของตนนั้นไปจัดการตามหน้าที่ที่เขาวางเอาไว้ เขามองไปที่ลูคัสและชายอีกคนหนึ่งที่นอนโทรมอยู่ตรงถนน


“ทะท่านเซอร์แว-”


“ข้าไม่ต้องการคำอธิบายทั้งสิ้น...โดยเฉพาะแก ลูคัส...แกโดนลงโทษแน่ๆ” เขาชี้หน้าไปที่ลูคัสแบบเย็นชาและกวาดสายตาไปที่ชาวบ้านทุกคนที่มามุงมอง


“นี่พวกเจ้าไม่มีภาระหน้าที่ทำกันรึไง?” เขาบ่นออกมาเล็กน้อย ชาวบ้านทุกคนจึงรีบเดินหนีออกไปทำตามหน้าที่จนเหลือแค่ลูคัสกับชายอีกคน


“...ชิ ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้มนุษย์ชั้นต่ำ คนอย่างพวกแกไม่สมควรอยู่บนโลกนี้เด็ดขาด” ลูคัสหงุดหงิดอย่างมากจนต้องเดินกลับไปบ้านของตน
และปล่อยให้ชายอีกคนหนึ่งนั้นอยู่ตัวคนเดียวท่ามกลางความหนาวเหน็บและทรมานจากบาดแผลที่ต่อสู้


“...แกจะเอาอะไรอีก..นายเปลี่ยนให้ผม........บ้าชะมัดยาด....” ชายผู้นั้นลุกขึ้นมาแบบเชื่องช้าและถูกจับแขนเอาไว้โดยผู้ใหญ่บ้าน


“...คิดหรอว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆน่ะฮะ? เจ้าพาไมค์ไปยุ่งกับเรื่องนั้น,ทำความเสียหายที่นี่,และยังต้องมารักษาพวกแกอีก”


“เรื่องของผม! ผมน่ะอยากออกไปจากที่นี่จะตายห่าอยู่แล้ว!!!” ชายคนนั้นสะบัดมือของผู้ใหญ่บ้านออกไปและโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างหนัก


“เจ้าจะว่าข้ายังไงก็ได้...แต่อย่าลืมเสียหละ.....ว่าสถานะของเจ้าในตอนนี้...เจ้าเป็นอะไร?” ผู้ใหญ่บ้านตอบกลับออกมาแบบเย็นชาสุดๆและเดินออกไป


“.....จะให้ตายยังไง...ผมจะออกไปจากที่นี่ให้จนได้และกลับไปหาเพื่อนของผมที่นั่น พวกแกจะต้องถูกกำจัดอยู่วันยังค่ำ”


“นั่นนะรึ...ที่ H.S. สอนเจ้ามาอย่างนั้นน่ะ?” ผู้ใหญ่บ้านเดินไปดูความเสียหายแบบสงบเยือกเย็น


“...พวกแกไม่มีทางเข้าใจหรอก! ยังไงซะพวกนายก็คือสิ่งทีชีวิตที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ทั้งงั้น!” ชายคนนั้นด่าต่อว่าอยู่ซักพักก็เดินจากไป
ตัวผู้ใหญ่บ้านเองนั้นที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นแล้วทำให้เขานั้นเริ่มอารมณ์ฉุนขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็สงบใจในที่สุด


“......พวกนายเป็นอะไรกันไป H.S.? ข้าไม่เข้าใจพวกเจ้าจริงๆ?”



Life Decision


John



1.) รีบกลับไปหาลูกศิษย์เพื่อขอยืมไฟฉาย

Rewards : ค่าความหลอน 0,Pain Killer x1,(Access)History Book x1


2.) เดินเข้าไปตามหาสามีของผู้หญิงคนนั้นทันที

Rewards : ค่าความหลอน +1,Med Kit x1

=-=-=-=-=--=-=--=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=
Character Result.

ฮันนิบาล

- ค่าความหลอน : -2
- Pain Killer x1


ทาร์แกน

- ค่าความหลอน : -1
- (Acces) Egypt Cat Statue x1


ไมเนรอล

- ค่าความหลอน : 0
- Explosive Ammo x1


จอห์น

- ค่าความหลอน : 0
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

230336

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 471

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ธ.ค. 2010, 15:38

โพสต์ 28 เม.ย. 2014, 11:43

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 5 อัพ![27/04/57]

ตอบ 1 ครับ 2 ท่าทางเป็นกับดัก เสี่ยงตายไป
<<

230336

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 471

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ธ.ค. 2010, 15:38

โพสต์ 02 มิ.ย. 2014, 06:10

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 5 อัพ![27/04/57]

ขอแก้ตัวเลือกจาก2เป็น1นะครับ หวังว่าจะได้
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 21 มิ.ย. 2014, 16:53

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 5 อัพ![27/04/57]

ดีค่า มาอ้พเดทเล็กน้อยนะคะ เนื่องด้วยปัญหาทางด้านอินเตอร์เน็ตทางบ้านและฝนตกกระหน่ำเล่นเอาบ้านไฟดับหลายรอบ ต้องอดใจรอกันหน่อยนะคะ เพราะฟ้าฝนมันไม่ได้อย่างใจเลย -_-
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 366

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 22 มิ.ย. 2014, 15:31

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 5 อัพ![27/04/57]

รอได้จ้า //นั่งรออย่างใจจดจ่อ
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: Yahoo [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน