Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 6 มาแว้ว![14/01/57]

<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 366

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 22 มิ.ย. 2014, 15:31

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 5 อัพ![27/04/57]

รอได้จ้า //นั่งรออย่างใจจดจ่อ
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 366

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 22 มิ.ย. 2014, 15:32

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 5 อัพ![27/04/57]

รอได้จ้า //นั่งรออย่างใจจดจ่อ
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 12 ม.ค. 2015, 21:57

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 6 เร็วๆนี้ =3=

หลังจากการดองแสนน้านนานสำหรับเรื่องนี้ก็ได้กลับมาจุติใหม่อีกรอบนึงแล้วหละ -.-

แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ในตอนต่อไปภายหน้านั้นอาจจะไม่มาต่ออย่างสม่ำเสมอเพราะต้องการให้ IF2 นั้นจบลงไม่มีอะไรค้างอีก
ฉะนั้นใครที่นั่งจ่อรอตอนต่อไปนั้นก็ขอให้รอกันไปแบบหมดป้อบคอร์นกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ =3=

ถ้าให้ดีนั้นก็ขอให้ติดตามข่าวสารตัวหลักอย่าง IF2 ด้วยนะคะว่า BN นั้นจะลงตอนใหม่ยัง
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 366

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 14 ม.ค. 2015, 17:51

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 6 เร็วๆนี้ =3=

......... //เดินไปซื้อป็อปคอร์นถังแกลลอนกับโค๊กขวดขนาดแค่แท้งน้ำพร้อมเสื่อสำหรับ 50 คนนอนมาปูรอ
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 14 ม.ค. 2015, 23:39

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 6 เร็วๆนี้ =3=

Character Status.
จอห์น
(ค่าความหลอน : 0),Pain Killer x1,(Acces)History Book x1

=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=

Chapter 6 : Vampire Encounter.

จอห์น ซี เอดวาร์ด
เมือง Emerald City เขตรัฐหลุยเซน่า บริเวณป้ายรถบัสออกนอกเมือง


ตึกๆๆๆๆๆ!



แน่นอนว่าผมไม่มีทางที่จะปฏิเสธเกี่ยวกับการช่วยเหลือแน่นอน แต่ก่อนอื่นนั้นผมจะต้องกลับไปเอาอะไรเสียก่อน



"เฮ้ พวกนายมีไฟฉายป่าว?" ผมเดินไปถามลูกศิษย์ของผมที่กำลังคุยกับชาวเมืองที่มานั่งรอรถบัสด้วย


"อ้อๆ เดี๋ยวแป้บนึงนะครับอาจารย์" ลูกศิษย์ของผมคนนึงเดินไปเปิดกระเป๋า
และทำการค้นคุ้ยในกระเป๋าทีมีแต่อะไรก็ไม่รู้ของมัน นี่สงสัยจะต้องมาจัดระเบียบกันใหม่แล้ว


"ครับนี่ครับอาจารย์...ว่าแต่อาจารย์จะเอาไปทำอะไรอย่างงั้นหรอครับ?"
ถามได้ดี เอาไปส่องทางไงเล่าเจ้าบ้า...ถามอะไรแปลกๆนะแกเนี่ย


"เอาเป็นว่าแกอยู่ที่นี่และรอรถบัสแล้วกัน" ผมลุกขึ้นและเดินไปหาผู้หญิงที่มาขอความช่วยเหลือเมื่อกี๊นี้


"พาผมไปที" ผมจึงขอให้เธอนั้นนำทางไปหาสามีของเธอโดยที่ในใจของผมนั้น...ยังมีอะไรคาใจอยู่

สิ่งที่ผมยังกังวลคาใจอยู่นั้นคือสิ่งผิดปกติกับผู้หญิงคนนี้ เธอตรงดิ่งมาหาคนที่เธออยากจะขอความช่วยเหลือ
ทั้งๆที่คนแถวๆนี้ก็มีค่อนข้างเยอะและพอจะเรียกพวกเขาไปช่วยเหลือสามีของตัวเองแท้ๆ


"ขะเขาอยู่ในนั้นค่ะ!" ผู้หญิงคนนี้รีบดึงผมนำทางไปหาสามีของเธออย่างเร่งรีบ
แน่นอนว่ายิ่งห่างจากป้ายรถเมย์ ความปลอดภัยย่อมเริ่มหายไป โชคดีที่ผมนั้นนำไฟฉายมาด้วยจึงเปิดส่องทางปลอดภัยระดับหนึ่ง

และเมื่อผมเดินมาได้สักระยะนึงแล้ว ผมก็พบกับสิ่งที่ใครๆหลายคนมักจะขยะแขยงกับมัน
และเป็นสิ่งที่อยู่ในร่างกายของเรามาช้านาน เลือดนั่นเอง
แม้ผมจะไม่สะทกสะท้านอะไรกับมันมากนักเพราะการต่อสู้ป้องกันตัวในบางครั้งย่อมมีนองเลือดเป็นธรรมดา
แต่เลือดที่ผมเห็นนันเป็นหยดเลือดที่เจอตามทางเห็นได้ชัด ชักเริ่มหวั่นใจเสียแล้วว่าข้างหน้าจะพบเจออะไรกันแน่


"......." ผมส่องไฟฉายทั่วบริเวณเพื่อให้เห็นภาพโดยรวมชัดว่าเกิดอะไรขึ้น ณ ตรงนี้
จนผมเจอกับ.....


"คะคุณคะ! คุณ!!!" ผมส่องไปเจอกับชายคนหนึ่งที่นอนจมกองเลือดของตัวเอง ช่างน่าอนาจตาจริงๆ
ผู้หญิงคนนั้นรีบวิ่งเข้าไปหาชายคนนั้นด้วยความตกใจและหวาดกลัวอย่างมาก
ผมคงจะเดาได้ว่าชายคนนี้คงจะเป็นสามีของเธอแน่ๆ

สภาพร่างกายของเขานั้นเหมือนกับมีคนไปซ้อมเขาและยังมีรอยบาดแผลค่อนข้างเยอะพอสมควร
ขืนไม่ทำอะไรสักอย่างหละก็เขาได้กลายมาเป็นผีเร่ร่อนที่นี่แน่นอน


"คุณ! ช่วยไปหาผ้าหรืออะไรมาได้มาห้ามเลือดเขาก่อนเร็วเข้า!"
ผมรีบขอให้ผู้หญิงคนนั้นช่วยไปหาผ้าหรือสิ่งของที่พอจะสามารถห้ามเลือดของเขาไว้ได้
เธอออกอาการลังเลอยู่เล็กน้อยและไม่กล้าที่จะไปไหนไกลมากนัก
แต่สุดท้ายเธอก็พยายามตามหาของที่พอจะสามารถห้ามเลือดผู้ชายคนนี้


"....!?" ผมพยายามสำรวจร่างกายของผู้ชายคนนี้ก็ดูว่ามีบาดแผลตรงไหนอีกที่มีเลือดออก...

แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดเสียเท่าไหร่...

แขนข้างหนึ่งของเขานั้นผมสัมผัสได้ถึงกระดูกภายในของเขานั้นหักเป็นเสี่ยงๆ
และสภาพขาที่ผิดปกติไป(เหมือนคนโดนดัดขา 360°) และยิ่งไปกว่านั้นคือบริเวณตรงคอของเขานั้น...



ฟิ้ว!!! ควับ! ผัวะๆๆๆ!!! โครม!!!!!



กะแล้วเชียว...ว่าจะต้องเล่นแผนสกปรกแบบนี้ ผมรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเธอเป็นอะไร
ทั้งพฤติกรรมที่ดูแปลกๆไป,การที่เธอนั้นไม่ถูกกับแสงไฟฉายเสียเท่าไหร่

ใช่...เธอเป็นแวมไพร์ไม่ผิดแน่นอน อีกทั้งเธอคิดที่จะขย้ำเหยื่อรายใหม่อย่างผมเสียด้วย
โดยการแกล้งทำเป็นขอความช่วยเหลือ เลือกเหยื่อที่คิดว่าอ่อนแอและเชื่อคนง่ายๆ(ไม่ได้หาว่าตัวเองโง่นะเฮ้ย)
และลากพามาที่สถานที่จัดการที่เหยื่อคนก่อนนั้รลงเอยแล้วด้วย ช่างเป็นแผนที่ลึกซึ้งจริงๆ(ประชดต่างหากเล่า - -)

เธออาศัยจังหวะที่ผมนั้นกำลังสนใจอยู่กับเหยื่อรายก่อนหน้านี้ทำการทำร้ายให้ปางตายและดูดเลือดสมใจอยาก
แต่อย่าคิดนะว่าผมจะอ่อนข้อให้น่ะผมจึงทำการต่อยหมัดสวนกลับไปที่ท้องของเธออย่างจัง
และทำการรัวจังหวะหมัดเล็กน้อยก่อนส่งเธอบินไปลงจอดที่ผนังข้างหลังของเธอ



"กรรร...แกนะแก! อุส่าห์จะได้กินเลือดของแกแล้วเชียว!"
และแล้วร่างที่แท้จริงที่ซ่อนตัวในหน้ากากของเธอก็เปิดเผยจนได้
ดวงตาสีแดงฉาดราวกับเลือด,เล็บอันแหลมคมที่ได้รับผ่านการเจียรไนเพื่อตระคุบเหยื่อ
ปากที่มีเขี้ยวแสนคมเป็นอาวุธประจำตัวของแวมไพร์ทุกคน

ช่างน่าขำจริงๆ ที่ผมจะต้องมาเจอกับหญิงแวมไพร์เร่ร่อนหาเหยื่ออันแสนหดหู่เช่นนี้
ตามจริงแล้วผมนั้นก็ไม่อยากทำร้ายอะไรเธอหรอกนะ แต่เธอดันมาหาเรื่องเองแท้ๆ
ฉะนั้นผมถือว่าไม่ยอมอ่อนข้อให้แล้วกันนะสาวกระหรี่เอ้ย!


"อย่ามัวเสียเวลาเลยดีกว่านะคุณนาย...มาเริ่มกันเถอะ!" ผมไม่เสียเวลามาพูดมากอีกแล้วจึงเข้าไปโจมตีเป็นคนแรก



พรึบ!! ตึง!!! ควับๆๆ แฮ่!!!!!



แต่ก็ใช่ว่าเธอจะยอมง่ายๆ ยังจะอุส่าห์กระโดดหลบมาด้านหลังของผมด้วยพลังความเร็วเหนือมนุษย์
จนตัวผมเองนั้นต่อยกำแพงไปอย่างฟรีๆ(แถมทำลายข้าวของอีกด้วยเรา -.-)

โชคยังดีที่แรงที่ผมต่อยไปนั้นแรงไม่มากเพราะหากแรงกว่านี้หละก็กำแพงนี่แตกร้าวและมือจะซ้นชัว
จังหวะที่ผมนั้นพลาดท่าให้กับเธอนั้นเองเธอได้มาอยู่ข้างหลังของผมที่เรียบร้อยแล้ว
และเตรียมตัวที่จะใช้กรงเล็บอันสวยงามของเธอนั้นกระชากเนื้อข้างหลังของผมจนพรุนแน่นอน
แต่ผม...ไม่ยอมให้ทำอย่างงั้นหรอกน่าแม่สาวกระหรี่แวมไพร์



พรึบ!!! แกร็ก! อ้ายยยย!!!



โชคยังเข้าข้างผมที่ผมนั้นเอาไฟฉายติดตัวมาด้วยผมเลยขอใช้ของสิ่งนี้ให้มันคุ้มหน่อยแล้วกันนะ
แวมไพร์ได้โดนไฟฉายของผมส่องเข้าหน้าเต็มๆนั้นถึงกับชะงักกรีดร้องออกมาและรีบเอามือและแขนบังแสงที่ส่งเข้ามาอย่างแน่นหนาทีเดียว
ผมจึงคิดว่าวิธีนี้คงจะยืดเวลาในการต่อสู่ไปได้สักพัก


"ผมไม่อยากจะทำร้ายอะไรคุณหรอกนะ! แต่ถ้าคุณไม่พาผู้ชายดวงซวยคนนี้ไปรักษาหละก็ โทษคุณหนักหัวแน่ๆ!"
ผมยื่นข้อเสนอทางเลือกให้กับเธอเพื่อให้เธอนั้นแก้ในสิ่งที่เธอทำลงไป
แต่คำตอบที่ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วนั้นมันก็ออกผลทันที...


"เรื่องอะไรที่จะปล่อยให้เหยื่ออย่างแกไปง่ายๆหละ!?" ชัดเจนว่าเธอยังอยากจะกินผมมากเลยทีเดียว ดังนั้นผมคิดว่าผมคงจะต้องทำในสิ่งที่ผมนั้นจะต้องทำเพื่อเอาตัวรอดเสียแล้วหละ


".....k.......ill....m............k..il..." เสียงปริศนาได้ผ่านหูของผมไปจนผมหันไปทางต้นตอของเสียง
เสียงมาจากเสียงของชายผู้เป็นเหยื่อรายแรกให้กับหญิงกระหรี่นี่
เขาพยายามพูดคำบางคำออกมาด้วยเสียงที่แหบและเบาพอสมควร
แต่ผมก็พอจะเข้าใจว่าเขาจะพูดว่าอะไร...งั้นผมจะช่วยให้คำของคุณเป็นจริงเดี๋ยวนี้แหละ


"ตายซะเถอะ!!!" คราวนี้เป็นตาเธอที่วิ่งเข้ามาจัดการกับผมพร้อมท่าทางที่โกรธแค้นเอาเรื่อง
นี่แสดงว่าคงจะแค้นที่ผมนั้นเอาไฟฉายส่องหน้าเธอชัว งั้นผมก็จะจัดให้แล้วกัน



ฟิ้ว! ฟิ้ว!!! แขว็กๆ!!! ผัวะๆๆๆ! ตึงๆ!



ผมรีบขว้างไฟฉายให้พ้นจากบริเวณการต่อสู้เพราะมันเกะกะมือของผมเปล่าๆและแสงสว่างจะหายไปถ้าเธอนั้นทำไฟฉายของลูกศิษย์ผมพัง
นางอ้ามือที่เป็นกรงเล็บฟันเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็ว ผมจึงจำเป็นจะต้องรีบเอาแขนทั้งสองข้างมาป้องกันเอาไว้

อาจจะเจ็บเสียเล็กน้อยแต่มันก็ยังจิบจ้อยแค่แผลแค่นี้ ผมจึงเอาจังหวะนี้รีบใส่หมัดรัวเข้าลำตัวเธอไปหลายชุดและทำการเตะก้านคอเป็นของแถมให้อีกชุด
ร่างของเธอทรุดลงอยู่กับพื้น แม้จะทำให้เธอนั้นแค่มึนชั่วขณะแต่เวลาทุกเสี้ยววินาทีย่อมมีค่าเสมอ



หมับ! ตึกๆๆ!!!



เพื่อความปลอดภัยของชายคนนี้ผมจึงจำเป็นที่จะต้องรีบนำร่างของเขานั้นไปส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
ชะตาชีวิตของชายคนนี้เป็นตายร้ายดียังไงผมก็ไม่รู้ แต่ผมก็จะขอทำในหน้าที่พลเมืองดีที่สุดก็แล้วกัน

ผมนำร่างชายคนนี้เดินออกมาจากช่องซอยตรอกแสนจะมืดมิดได้ในที่สุด
แน่นอนว่าทั้งลูกศิษย์ของผมและชาวบ้าน(ชาวเมืองแล้วกันเพื่อไฮคลาสหน่อย 555+)
ต่างก็ตกใจผวากันสุดๆเมื่อผมนำร่างของชายที่ร่างกายทั้งตัวนั้นมีแต่เลือดออกมา



"อะๆๆ อาจารย์เกิดอะไร-"


"รีบโทรหาโรงพยาบาลเร็วเข้า!" ผมรีบให้ลูกศิษย์นั้นรีบโทรแจ้งโรงพยาบาลทันที
และชาวเมืองที่อยู่ใกล้ๆกับลูกศิษย์ของผมนั้นก็รีบวิ่งกรูเข้ามาช่วยผู้ชายคนนี้


"แฮ่!...จะหนีไปไหน!!?" แต่แล้วช่วงจังหวะอันแสนดีนั้นก็ได้จบลงเพราะเสียงของหญิงคนนั้นฟื้นจากสภาพมึนงงแล้ว
ขืนเป็นอย่างนี้หละก็ไม่ใช่แค่ผมและชายผู้โชคร้ายนี้ที่จะซวย...แต่คนแถวๆนี้ก็จะซวยไปด้วย


"พวกแกรีบพาชายคนนี้ไปที่ปลอดภัยก่อน!" ลูกศิษย์ต่างมองผมด้วยสายตาที่ช็อคเล็กน้อย
ที่เห็นผมนั้นรีบวิ่งไปหาของอะไรบางอย่างในกระเป๋าตัวเอง
นี่แกกำลังมองอะไรอยู่เนี่ย? บอกให้ไปทำก็ไปทำเซ่ไอ้พวกนี้นี่...

ชาวบ้านที่เห็นว่าผมกำลังจะสู้กับตัวอะไรบางอย่างอยู่ในนั้นพวกเขาก็เริ่มออกอาการผวาอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขาจึงช่วยลูกศิษย์ของผมอีกแรงนึง ผมเห็นแบบนี้แล้วสนามลานประลองรอบสองคงจะปลอดภัยระดับหนึ่ง


"....กรรร....แกนะแก!!!" เสียงของเธอนั้นดังทะลุออกมาจากปากซอยอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับเสียงคำรามอันน่ากลัว..
ผมไม่รู้หรอกนะว่าแวมไพร์มันทีอะไรดีนักหนาคนถึงได้อยากจะเป็นกัน แต่มาหาเรื่องผมก่อนนี่ก็อีกเรื่องนึง


"เจอแล้ว!...หึ! แน่จริงอย่าเก่งแต่ปากสิวะ!" ผมล้วงเอากระบองไฟฟ้าซึ่งเป็นอาวุธป้องกันฉุกเฉิน(ฉุกเฉิน? .-.)
ของผมออกมากระบอกนึงและทำการเปิดเครื่องให้ทำงาน การต่อสู้ของผมนั้นผมจะไม่สู้ลวกๆอย่างคนทั่วไป
แต่ผมจะประเมิณศักยภาพและการเคลื่อนไหวจองคู่ต่อสู้อย่างระมัดระวังที่สุด

เท่าที่ดูแล้วเธอมักจะเอาอารมณ์โกรธของเธอเข้าสู้แม้จะเคลื่อนไหวไวมากก็ตาม
แน่นอนว่าถ้าผมยั่วโมโหเธอตลอดเวลานั้น ไม่แน่อาจพลิกสถานการณ์ได้ดี


"เฮอะ! เก็บคำพูดของแกเอาไว้ในอเวจีเถอะ!" และแล้วเธอก็วิ่งดั่งสายฟ้าแลบเข้ามากระแทกผม
แต่ผมน่ะ...อ่านการเคลื่อนไหวของคุณออกหมดแล้วยัยบื้อเอ้ย



ควับ! แควก!!!! เปรี๊ยๆๆๆ!!! กรี้ดดดด!!!!!



เป็นอย่างที่ผมคาดไว้จริงๆ ว่าเธอจะต้องเล่นงานผมเป็นเส้นตรง ผมจึงอาศัยจังหวะนี้แหละรีบกระโจนไปด้านข้างให้เร็วที่สุดและทำการฟาดกระบองไปฟ้าไปชุดนึงเต็มๆ
เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและกุมแผลที่โดนไฟฟ้าช็อดเข้าเต็มๆ
แม้เธอจะร้องโอดครวนออกมาบ้าง แต่มันก็แค่ทำให้เธอนั้นชะงักไปชั่วครู่เท่านั้น

ไม่รอช้าอะไรมากผมจึงจำเป็นที่-อุ้บ!...บ้าชะมัด! เธอมาสร้างแผลที่แขนของผมตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?
แผลไม่ลึกมากนักแต่ก็เจ็บแสบเอาเรื่องเช่นกัน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกแวมไพร์ในเมืองกรุงนี่มันจะอึดและไวขนาดนี้



"แกตายยยยย!!!!!!" คราวนี้ยัยกระหรี่นี่มันเริ่มวิ่งกรูเข้ามาเพื่อที่จะฆ่าผมให้ได้
คราวนี้ผมไม่ประมาทอีกแล้วน่า รอบที่แล้วมันฟลุคเว้ย!(?)


"คุณ!!! ใช้สิ่งนี้!!!" จู่ๆก็มีชาวบ้านเอ้ยชาวเมืองคนนึงขว้างอะไรมาให้ผมจนผมต้องรีบรับของสิ่งนั้นเอาไว้
ดูเผลินๆมันเหมือนกับขวดกระป๋องใส่น้ำธรรมดาเท่านั้น แต่ผมคิดว่ามันจะต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ



ฟิ้วๆๆ!!! ผัวะ!!! ฟิ้วๆๆๆ!!! เปรี้ยๆๆ!!!



การเคลื่อนไหวและแรงต่อสู้ของเธอนั้นต่างจากเมื่อกี๊อย่างมาก ผมเกือบจะเสียจังหวะให้แล้ว
ยังดีที่การโจมตีของเธอนั้นไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมาก แม้ผมจะโต้หมัดกลับใส่เธอไปสองสามหมัดกลับไม่สะเทือนเลย

พวกแวมไพร์นี่มันน่ากลัวอะไรเช่นนี้ แผลก็แทบจะไม่มี,แรงก็ไม่ตกเสียด้วย
มันยิ่งทำให้ผมนั้นกลับกลายมาเป็นฝ่ายเสียเปรียบแทนเสียงั้น
ถึงขนาดเอาไฟฟ้าช็อดใส่เธอแล้ว ก็ยังไม่ล้มลงเลย...จะทำยังไงดีเนี่ย?

จริงสิ! ยังมีของที่ได้มาจากชาวเมืองนี่...ผมไม่รู้ว่าไอ้ข้างในมันคืออะไรแต่ก็ต้องเสี่ยงหน่อยแล้ว



กริ้ก!!! ซ่า!!! กรี้ดดดดด!!!!!



เมื่อผมรีบเปิดกระป๋องนั่นออกมาและสาดใส่เธอเพียงเสี้ยววินาทีก่อนเธอจะกระแทกผมด้วยข้อศอกของเธอ
ยัยนี่ก็ร้องโหยหวนอย่างทรมานอย่างมาก และยิ่งไปกว่านั้นคือ บริเวณร่างกายของเธอที่โดนน้ำเข้าไป
ถึงกับก็ไหม้เกรียมและควันลอยออกมาจากผิวหนังขอเธออย่างเห็นได้ชัดยังกับโดนน้ำกรดแรงๆสาดใส่พร้อมกับไปโดนไฟคลอกมา



"มาสิ! ยังจะมาอีกไหมหละ!?" ผมรีบชูกระป๋องที่มีน้ำเหลืออยู่ข่มขู่เธอเพื่อสร้างแรงกดดันให้กับยัยกระหรี่นั่น
เธอจ้องมาหาผมอย่างอาฆาตแค้นยังกับแค้นใครมาก็ไม่รู้
และเมื่อเธอเห็นว่าผมถือสิ่งนั้นเอาไว้พร้อมที่จะสาดเมื่อไหร่ก็ได้เธอถึงกับกระโดดขึ้นไปบนหลังคาป้ายรถบัสและทำท่าขู่คำรามใส่ผม


"ฝะๆ..ฝากไว้ก่อนเถอะแก!!!" ยัยนั่นกระโดดหนีหายไปและไม่กลับมาอีกพร้อมกับเสียงที่หดหู่เอาเรื่อง

เมื่อผมเห็นว่าเธอไปแล้วนั้น ผมจึงรีบกลับมาหาลูกศิษย์และมาดูอาการชายที่โดนหญิงคนนั้นทำร้าย(ส่วนชาวเมืองก็กำลังเหวอกับการต่อสู้ของจอห์น)


"เขาเป็นไงบ้าง!?" ผมรีบถามลูกศิษย์ที่กำลังปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อห้ามเลือดไม่ให้ไหลไปมากกว่านี้


"ไม่ดีเลยอาจารย์ถ้าไม่ส่งโรงพยาบาลตอนนี้ตายห่าชัว!" โหไอ้นี่...พูดให้มันดีๆหน่อยสิเฮ้ย
เสียชื่อหมดไอ้บ้า แต่มันก็พูดถูก...ถ้าไม่ส่งในตอนนี้เขาจะกลายเป็นผีเฝ้าที่นี่


"รถพยาบาลกำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้านี้นะคะ!" ชาวเมืองพลเมืองดีคนนึงนั้นบอกผมอย่างเร่งรีบ
ผมเองก็รู้สึกโล่งใจหน่อยนึง
จริงสิ...ผมจะต้องเอาของสิ่งหนึ่งนั้นคืนให้กับพลเมืองผู้กล้าหาญคนหนึ่งอยู่


"ขอบคุณมากเลยครับที่เอามาให้ใช้" ผมเดินเอาของชิ้นนี้ไปให้กับพลเมืองดีคนนึงที่ช่วยชีวิตผมเอาไว้

ดูเผลินๆแล้วการแต่งตัวของพลเมืองคนนี้นั้นแต่งชุดขาวปนดำเรียบร้อยพอสมควร
และที่สำคัญคือยังใส่ไม้กางเขนสีเงินอีกด้วย ดูแล้วเหมือนไม่ใช่คนทั่วไปแน่ๆ เพราะมีทั้งของที่มาให้ผมและสามารถจัดการกับแวมไพร์ได้


"โอ้ๆไม่เป็นไรหรอกนะ พ่อยกกระป๋องนั่นให้เลยแล้วกันนะ" ชัดเจนเลยว่าเป็นบาทหลวงนี่เอง


"อะเอิ่ม...ขอบคุณครับ" ผมจึงได้ของมาแบบฟรีๆ ถึงจะไม่รู้ว่าในนั้นคืออะไร


"นั่นเป็นน้ำมนต์ศักดิสิทธิ์น่ะลูก พวกแวมไพร์เกลียดของศาสนจักรและจำพวกแสง"
เห็นได้ชัดเลยว่าเขาจะต้องเคยเผชิญหน้ากับพวกแวมไพร์มาแล้วถึงได้มาแชร์ข้อมูลแบบนี้
แต่ก็ถือว่าเป็นเกร็ตความรู้เล็กน้อยแล้วกันเพื่อที่จะได้จัดการกับพวกแวมไพร์ง่ายหน่อย


"ผมไม่รู้ว่าจะขอบคุณท่านยังไงดี" ถ้าไม่มีเขานั้นป่านี้ผมคงจะฉะกับยัยกระหรี่นั่นจนผมตายก่อนแน่ๆ


"พ่อมีชื่อว่าบาทหลวงโทมัส โบทถ์ของพ่อนั้นอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่ไกลมากนัก
ถ้ามีโอกาสหละก็มาปรึกษาได้นะ"


"ครับ...ผมจะมาแวะเวียนมาหานะครับ" ดีจริงๆที่ได้มาเจอผู้ช่วยชีวิตและใจดีขนาดนี้
นานมากแล้วที่ไม่ได้เจอแบบนี้ตั้งแต่หมกมุ่นอยู่กับการสอนศิลปะป้องกันตัวจนไม่ลืมหูลืมตา
และในตอนนั้นเองนั้นบาทหลวงโทมัสก็ได้เดินจากผมและคนอื่นๆไปอย่างโดดเดี่ยว
ผมไม่รู้หรอกว่าเขาจะไปไหนและทำอะไรต่อหลังจากนั้น แต่ผมขอกลับมาซีเรียสทางนี้ต่อแล้วกัน



หวอออออออออออออ~!!!



"อาจารย์! รถพยาบาลมาแล้ว!" และแล้วเสียงแห่งความหวังก็มาจุติขึ้น ผมนี่รอมานานแล้ว(สักพัก)


"เร็วเข้า รีบพาชายคนนี้ไปเร็ว!" ไม่ช้าผมจึงรีบกลับไปช่วยฝั่งนั้นต่อและก็หวังว่าจะได้กลับบ้านเร็วๆนี้...


+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

หมู่บ้าน Emerald Village บริเวณโบทถ์
21:35น.



ในยามมืดราตรีคืนนี้เต็มไปด้วยเหตุการณ์มากมายจนไม่สามารถเล่าออกมาได้หมด แต่ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับคนเหล่านั้นว่า...
จะปล่อยเรื่องนั้นให้มันผ่านไปในชีวิตหรือยังเก็บเอาไว้เป็นอุทาหรชีวิตของตนเอง

ไฟสลัวๆอันมืดมิดทำให้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินกลับไปโบทถ์นั้นสยองถึงบรรยากาศอันน่ากลัวตอนกลางคืน
แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขานั้นรู้สึกกลัวแม้แต่น้อยนิดราวกับว่าเขาชินกับเส้นทางนี้แล้ว



"อา...ถึงสักที" ชายผู้นี้เดินมาถึงทางเข้าของโบทถ์แห่งนี้และทำการล้วงเอาอะไรออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขา



กริกๆ! เอี้ยยยดดด! ตึกๆๆๆๆ



เมื่อเขาเปิดประตูบานนั้นและก้าวเท้าของตัวเองเดินเข้ามาในโบทถ์แห่งนี้
เขาได้ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยและทำการเดินย่างเข้าไปอย่างเชื่องช้า

ข้างในโบทถ์แห่งนี้เต็มไปด้วยไอแห่งความหวังและแสงสว่างที่ส่องนำทางมนุษย์ให้พบกับสิ่งที่ดีขึ้น
ไม้กางเขนขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ตรงผนังข้างในสุดของห้องแห่งนี้บ่งชี้ถึงศาสนาที่ทรงพลังและศักดิสิทธิ์แห่งนี้



ครืน!! เปรี้ยงๆ!!!!!!! ซ่าๆๆๆ!!!!!!!!



เสียงฟ้าร้องดังสนั่นมาพร้มกับสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง ลมโบกโบยยังกับพายุมหึมาที่จะมาพลังทลาย
แต่โบทถ์แห่งนี้กลับเป็นผู้กล้าอันทรงพลังที่ต่อกรกับลมฟ้าคะนองที่โหดเหี้ยม
ชายที่เดินเข้ามาข้างในแล้วนั้นที่เห็นว่าฝนคงจะไม่หยุดตกง่ายๆจึงจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นี่ไปสักพัก


"...!?" ชายที่เดินเข้ามาแล้วนั้นได้สังเกตุถึงสิ่งผิดปกติแห่งนี้
เพราะเขานั้นเจอใครบางคนกำลังนั่งอยู่ตรงม้านั่งสีน้ำตาลแก่ยาวที่ไว้ใช้สำหรับการฟังพรจากพระเจ้า


"เจ้าต้องการสิ่งใดเล่านักเดินทาง?" เขาได้เดินไปหาคนๆนั้นอย่างสงบเยือกเย็น
แต่คนที่นั่งอยู่ตรงม้านั่งนั้นกลับไม่หันมาหาและยังนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นต่อไป
จากการแต่งกายของคนนั้นแล้วเผยให้ถึงสีน้ำตาลแดงจรดปลายผมและใส่เสื้อคลุมสีดำสนิท
และยังนั่งนิ่งจ้องมองไม้กางเขนสีเงินบริสุทธิ์ที่ติดบนผนังเอาไว้


"คุณคือบาทหลวงโทมัสสินะ" เสียงปริศนาที่แสนชวนเคลิ้มด้วยเสียงที่ยุ่มนวลและแอบแฝงแหลมเอาไว้
ที่มาจากปากของคนที่นั่งม้านั่งนั้นตอบออกมา ชายที่ถูกถามชื่อนั้นถึงกับชะงักเล็กน้อย


"...ใช่ แล้วมีธุระอะไรกับที่แห่งนี้หละ?" ชายนามว่าบาทหลวงโทมัสได้ถามกลับไปอย่างสงสัย


"ไม่มีอะไรมากหรอกนะ...แค่มาเอาของคืนก็เท่านั้น"


"ที่นี่ไม่มีอะไรหรอกนะสาวน้อย มีแค่แรงศรัทธากับความบริสุทธิ์เท่านั้น" เขาตอบกลับไปอย่างสุขุม
บุคคลปริศนานั้นได้ลุกขึ้นจากม้านั่งและเดินออกมาอย่างเชื่องช้า


"น่าขำจริงๆ คุณคิดหรอว่าของแบบนั้นจะทำให้มนุษย์อย่างเรานั้นพ้นจากบาปได้อย่างงั้นเรอะ?"
เสียงบุคคลปริศนาได้ทักถามอย่างน่าสงสัยและแฝงไปด้วยเจตนารมณ์ที่ไม่ดีมากนัก
บาทหลวงโทมัสเริ่มหวั่นใจเล็กน้อยที่มีคนมาทักถามในสิ่งที่ไม่ควรถามในโบทถ์แห่งนี้


"คนที่พ้นจากพันจากวงจรชีวิตบาปหรือยังไม่พ้นสามารถชำระได้เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหนย่อมมีบาปและกรรมเป็นของตัวเอง พระเจ้ายินดีพร้อมรับฟังเสมอ"


"งั้นหรอกหรอ?...แล้วถ้าไม่มีใครศรัทธาเลยหละจะว่ายังไง?" บุคคลปริศนาได้ถาทคำถามอันน่าพิศวงกลับไป
จนบาทหลวงโทมัสนั้นเริ่มใจสั่นเล็กน้อย
ทั้งคำถามที่คนทั่วไปนั้นไม่ควรจะถามแบบนี้กับบรรยากาศที่น่าขนหัวลุกซู่จากคนๆนั้น

ที่กำลังเดินเข้ามาหาบาทหลวงโทมัสเรื่อยๆ เขาจับสร้อยคอไม้กางเขนที่ใส่เอาไว้ตลอดเวลาเพื่อให้พระเจ้าอวยพร


"...สรุปแล้วเธอต้องการอะไรกันแน่สาวน้อย?" บาทหลวงโทมัสถามคนนั้นกลับไป จนบุรุษปริศนาที่เดินมาพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าชวนกลัว
เริ่มสบัดเสื้อคลุมสีดำอย่างพริ้วไหวและเผยโฉมถึงดาบเล่มหนึ่งที่สะพายหลังมา
เมื่อบาทหลวงโทมัสเห็นดาบเล่มนั้นแล้วก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็ยังข่มเอาไว้ในใจของเขา



เปรี้ยง!!!!!!



เสียงฟ้าผ่าทำให้เกิดแสงไฟในเสี้ยววินาทีเผยถึงใบหน้าที่แท้จริงของบุคคลนี้ว่าเป็นผู้หญิงที่มีใบหน้าที่ชัดเจนว่ายังวัยเยาว์และเย็นชา

เธอสวมชุดผ้าคลุมสีดำสนิทเพื่อปกปิดอะไบางอย่างเอาไว้และเผยให้เห็นถึงสร้อยคอรูปมังกรดำตาสีแดงร้าวฉาน
บาทหลวงที่เห็นดังนั้นถึงกับอึ้งเล็กน้อยและเริ่มค่ยๆถอยทีละก้าวอย่างเชื่องช้าเพื่อที่จะหนีออกทางประตูได้


"เธอคือ...พวกนั้นสินะ พะพวกนอกรีดศาสนจักร...กล้าดียังไงถึงมาพูดจาเพ้อเจ้อที่สถานที่ศักดิสิทธิ์แห่งนี้?"


"ฉันไม่ได้พูดเพ้อเจ้อเสียหน่อยคุณโทมัส...แต่มันคือความจริงที่ฉันกำลังจะบอกคุณ"
เธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงคงที่แต่แฝงด้วยความมืดมิดที่จะแผ่ให้ที่แห่งนั้นกลายเป็นความทุกข์โอดครวน


"หึ...ในฐานะตัวแทนแห่งพระเจ้า พ่อจะส่งลูกไปพบกับดินแดนอเวจีที่แท้จริง!"
บาทหลวงโทมัสดึงสร้อยไม้กางเขนออกมาและไม้กางเขนอันนั้นเปล่งแสงออกมาสว่างจ้าทั่วโบทถ์
และเผยร่างของมันที่แท้จริงคือ ดาบที่ยาวแหลมคมที่เคลือบด้วยมนต์ศักดิสิทธิ์เอาไว้

ส่วนผู้หญิงคนนั้นที่รู้ว่าได้เข้าไปกระตุกหนวดเสือแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องสู้กับสิ่งที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้


"ในเมื่อคุณไม่ให้ความร่วมมือกับพวกเรา ฉันไม่มีทางเลือกแล้วหละนะคุณโทมัส...นอกจาก..."
หญิงสาวในเสื้อคลุมสีมืดมิดนั้นได้ชักดาบของตัวเองออกมาจากภายใต้เสื้อคลุมที่ใส่อยู่


"ต้องนำของสิ่งนั้นกลับไปให้ได้" เธอพูดรำพึงออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่บาทหลวงโทมัสอย่างสายฟ้าแลบ



เกร้งๆๆ!! ฟรึบ! แก้งๆๆๆ!!!!! เปรี้ยงๆ!!!!



ทั้ง 2 ฝั่งเข้าจู่โจมเป้าหมายที่หมั้นหมายไว้ว่าจะต้องเอาชนะให้ได้เพื่ปกป้องหรือได้สิ่งนั้นไป
บาทหลวงโทมัสเลือกที่จะป้องกันจากผู้หญิงคนนั้นที่รุกอยู่ฝ่ายเดียวเพื่อรอจังหวะสวนกลับ

ทั้งคู่ต่อสู้ท่ามกลางความมืดมิดในโบทถ์ที่ไร้วี่แววแสงไฟ โดยแค่อาศัยแสงฟ้าแลบหรือฟ้าผ่าเท่านั้น
จนกระทั้งหญิงปริศนานั้นเริ่มต้อนบาทหลวงโทมัสเข้ามุมอับ
และเมื่อบาทหลวงผู้นี้เริ่มรู้ตัวว่าตัวเองนั้นกำลังจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบจึงพยายามหาช่องว่างที่จะสลัดตัวหนีออกจากตรงนั้น


"ฝีมือสมคำล่ำลือว่าเป็น 'นักดาบแห่งแสงสว่าง' แต่ก็มาได้แค่นี้แหละ!"
หญิงปริศนาได้ใช้กระบวนท่าหมุนตัวเป็นเกลียวและพุ่งเป้าไปที่บาทหลวงโทมัสเพื่อปลิดชีพซะ
แต่นั่นคือสิ่งที่บาทหลวงโทมัสได้รอจังหวะนั้นไว้อยู่แล้ว



ฟริ้วว!!! พรึบ!!! ผัวะ!!! โครม!!! เปรี้ยงๆๆ!!!!!!



บาทหลวงโทมัสอาศัยจังหวะที่เธอนั้นใช้ท่าควงสว่านด้วยความเร็วสูงนั้นรีบกระโดดจากมุมตรงนั้นพร้อมถีบให้เธอนั้นพุ่งไปชนกำแพงแทน
เป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้ ดาบของเธอนั้นปักคาเด่อยู่ตรงผนังนั่น


"อย่าประมาทเสียดีกว่าหนู...พ่อจะให้โอกาสสุดท้ายเพื่อได้รู้เสียทีว่าเธอนั้นต้อ-"



ปัง!!! แก้ง!!!!!!!!!



ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้นเองก็มีเสียงปืนดังขึ้นและได้กระทบกับอะไรบางอย่างตรงดาบของเขา(โชคเข้าข้างเสียมากกว่า)
เมื่อเขารู้สึกตัวอีกทีนั้นก็พบว่าดาบของเขานั้นมีรอยกระทบขั้นรุนแรงจากกระสุนปืน
หญิงนิรนามนั้นพยายามดึงดาบของตัวเองออกขณะที่มือนึงของเธอนั้นได้กำปืนเอาไว้อย่างแน่นเพื่อที่จะสกัดยิงบาทหลวงคนนี้


"ไม่แรงไปหน่อยหรอที่เล่นแบบนี้หน่ะ?" บาทหลวงโทมัสรีบเอาดาบของเขานั้นจ่อคอของหญิงคนนี้อย่างไร้ปราณี


"...หึ คุณก็แค่นักบวชหลงยุคเท่านั้นแหละ" เธอตอบกลับไปและส่งรอยยิ้มกลับไปให้ชวนคิด


"แค่ปืนแค่นี้ยังใช้ไม่เป็น ก็คงไม่ต้องคิดถึงดาบแล้วสินะ"
บาทหลวงโทมัสได้พูดสวนกลับไปเพื่อแก้เข็ดคำพูดของเธอที่พูดกวนประสาทใส่เขา



ครืน!!!! แก้งๆๆ!!!



"เก็บปากของคุณเอาไปพูดในศาลขุมนรกเถอะ" หญิงนิรนามได้รวบรวมอรงฮึดที่มีนั้นดึงดาบออกมาได้และทำการเหวี่ยงเพื่อให้เขานั้นถอยออกไป
บาทหลวงโทมัสนั้นรีบเอาดาบตัวเองตั้งรับโจมตีหวุดหวิดก่อนจะโดนตัดหัวเสียก่อนวัยอันควร


"...พ่อถือว่าเป็นคำปฏิเสธที่จะเลี่ยงคำตอบ...จะได้สบายใจเสียหน่อย"
เขาตั้งท่าดาบรับขึ้นมาเพื่อที่จะขับไล่มารศาสนาออกไปจากโบทถ์แห่งนี้ซะ


"...หมดเวลาสนุกแล้วหละ" หญิงสาวปริศนาฉีกยิ้มออกมาพร้อมกับเก็บดาบตัวเองและปืนของตนไป
บาทหลวงที่กำลังครุ่นคิดงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นนั้น...คำตอบก็ส่งผลมาถึง



กริก!!! ติ้ดๆๆๆๆ!!!!!! ตูมมมมมมม!!!!!!!!



แสงสีขาวได้สว่างจ้าไปทั่วโบทถ์พร้อมกับข้าวของกระจัดกระจายและเศษปูนและหินที่ถูกระเบิดทำลายเป็นเสี่ยงๆ
สายฝนยังกระหน่ำไม่สิ้นซากเพื่อซ้ำเติมและฟ้สร้องไประยะแสดงให้เห็นอนุภาพทรงพลังของสายฝน

ควันฟุ้งโขมงไปทั่วโบทถ์พร้อมกับน้ำจากสายฝนที่แซะผ่านช่องโหว่ของกำแพงหรือแม้แต่ผนัง
ภาพได้ปรากฎถึงหญิงสาวนิรนามที่ยังมีสภาพร่างกายที่ปกติดีครบ 32 ส่วนเดินออกมาจากควันช้าๆและเดินไปหาใครบางคน...
ใครบางคนที่เธอนั้นต่อสู้ด้วยเสี้ยววินาทีที่แล้วก่อนจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้


"แค่กๆ! นี่มันอะไรกัน?" บาทหลวงโทมัสค่อยๆลุกขึ้นหลังจากโดนแรงระเบิด แม้จะโดนไม่มากแต่ก็บาดเจ็บพอสมควร


"!?" เมื่อเขาพยุงตัวขึ้นมาแล้วนั้นก็พบกับโบทถ์ที่สภาพไม่ต่างอะไรจากซากปรักหักพังตามเมืองร้าง


"สิ่งที่คุณรักหวงแหนนั้นมันจะจากไปตลอดกาลหากยังขัดขืนพวกเรา ส่งของมาซะ" หญิงสาวนิรนามได้ยื่นข้อเสนอให้กับเขาอีกครั้ง

แต่บาทหลวงโทมัสนั้นก็ยังนิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรไปทั้งนั้นนอกเสียจากจะขับไล่พวกปีศาจในคราบมนุษย์ออกจาหดินแดนศักดิสิทธิ์แห่งนี้
เธอเห็นว่าพูดไปแล้วก็ไม่มีคำตอบรับกลับมา เธอจึงจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อที่จะได้ของสิ่งนั้นกลับมา...



เปรี้ยง!!! ชิ้ง!!!



เธอยกดาบของเธอนั้นชี้ไปบนฟ้าที่กำลังตกอย่างกระหน่ำ จู่ๆก็มีแสงปละหลาดออกมาจากดาบของเธอ
และเผยโฉมถึงลายสลักพิศวงในดาบเล่มนั้นที่มีรูปร่างปละหลาดไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

บาทหลวงโทมัสที่เห็นดาบเล่มนั้นแล้วก็มีอาการช็อคกับสิ่งที่เห็นอย่างมากจนหญิงนิรนามผู้นี้เห็นอาการของบาทหลวงแปลกไป
เธอจึงรู้สึกได้ทันทีว่าเขากำลังจะเผชิญกับสิ่งที่เขานั้นไม่อยากจะเจอไปตลอดชีวิต


"เธอ...เธอไปเอาสิ่งนั้นมากจากไหนกัน!?" บาทหลวงโทมัสตะโกนถามเธอด้วยความสงสัยปนโกรธเล็กน้อย


"มันสำคัญด้วยรึ? ดาบของฉันน่ะ?"



ฟิ้ว!!! แกร้ง!!!!! ฉึก!!!!!!!!!!!!! อ้อก!!!



เมื่อสิ้นคำพูดของเธอ ร่างของเธอได้หายไปจากตรงนั้นอย่างไร้ร่องรอย
และเมื่อเธอปรากฎกายอีกทีนึง ดาบของเธอก็ได้เสียบร่างของบาทหลวงโทมัสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


"อ็อคๆ!!!" บาทหลวงโทมัสที่ถูกดาบของเธอเสียบร่างเข้าอย่างจังนั้นถึงกับแทบทำอะไรไม่ถูก
หนำซ้ำดาบของเขานั้นได้หักออกจากกันราวกับว่าดาบเล่มนี้ไม่สามารถกันการโจมตีจากดาบเล่มนี้ได้เลย


"คุณบังคับให้ฉันทำอย่างนี้เองนะ...คุณโทมัส หัวหน้าสมาคมแสงสว่าง" เธอเข้ามากระซิบหูของเขาก่อนที่จะดึงดาบของเธอนั้นออกจากร่างอันแสนโสโครกที่เธอนั้นไม่อยากจะใช้มันกับเขา



ชัวะ!!!!! แหมะๆๆๆๆ!!!! ตึง!!!!!!!!



เธอดึงดาบออกจากร่างของเขาอย่างเย็นชาและปล่อยให้เลือดของเขาไหลออกมาตามช่องโหว่ของร่างกาย
บาทหลวงโทมัสที่โดนเธอแทงนั้นค่อยๆนอนล้มลงจากการเสียเลือดจำนวนมากเพราะเธอนั้นเสียบโดนจุดสำคัญของมนุษย์อย่างปอดเข้าไป

แม้ว่าเขาจะพยายามฝืนที่จะลุกขึ้นมายังไง แต่ก็ไม่สามารถที่จะหนีความจริงในตอนนี้ได้
เลือดของเขานั้นได้ไหลตามพื้นและหลอมรวมเข้ากับน้ำฝนที่ตกลงมา
หญิงนิรนามที่พึ่งเก็บดาบของเธอไปนั้นได้มองสภาพโบทถ์อย่างเย็นชาและเดินไปที่บริเวณไม้กางเขนขนาดใหญ่ที่ติดไว้ตรงผนัง

บาทหลวงโทมัสที่พยายามเงยหน้าขึ้นและจ้องมองเธอที่กำลังเดินไปหาไม้กางเขนอันนั้น
เขารู้สึกถึงความอัปยศและเจ็บใจเป็นที่สุดที่ไม่สามารถขับไล่มารออกจากโบทถ์แห่งนี้และปกป้องบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ไม่ได้


".....!?" สาวในชุดผ้าคลุมดำนั้นได้มองไใกางเขนอันนั้นด้วยความสงสัยราวกับว่าเธอรู้ว่าสิ่งที่บาทหลวงโทมัสปกป้องไว้นั้นอยู่ที่ไหน


"...หึ อยู่ในนี้เองสินะ" เธอชักปืนและยิง 5 นัดไปบริเวณปลายไม้กางเขนแต่ละด้านและจุดตรงกลางของมัน



กึกๆๆ!! ครืนนนนน!!! เปรี้ยงๆ!!!!!



เสียงกลไกอะไรบางอย่างในไม้กางเขนได้ดังขึ้นท่ามกลางสายฝนที่ยังตกไม่ขาดสาย
ไม้กางเขนได้ถูกเปิดออกอย่างเชื่องช้าเลยเผยให้ถึงห้องสี่เหลี้ยมจตุรัสเล็กๆที่มีหยักใย้และฝุ่นจำนวนมากเกาะเต็มไปหมด
แต่ภายในนั้นกลับมีสร้อยเส้นหนึ่งที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีในนั้นเป็นเวลานานมาก

เมื่อเธอเห็นดังนั้นจึงรีบหยิบมันออกมาและนำมาใส่ในกล่องสีดำที่เธอหยิบออกมาจากเสื้อคลุมสีดำของเธอ



ติ้ดๆๆ! Self Destruction in 3 Minutes!!!



แต่แล้วหลังจากเธอหยิบออกมาก็มีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นพร้อมกับเสียงที่ถูกอัดเอาไว้ว่าโบทถ์แห่งนี้จะทำลายตัวเองใน 3 นาที
และเมื่อเธอได้ยินดังนั้นจึงเข้าในทันทีว่าทำไมบาทหลวงโทมัสถึงไม่อยากให้ใครเอาสร้อยเส้นนั้นออกไปจากโบทถ์

เธอจึงเดินออกจากโบทถ์อย่างไม่เร่งรีบทากนักเพราะเธอกำจัดผู้ขัดขวางภารกิจของเธอไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


"เสียดาย...ที่โบทถ์แห่งนี้จะถูกละลึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ รวมถึงคุณด้วย" เธอเดินย้อนกลับมาหาบาทหลวงโทมัสที่แทบจะขยับตัวไม่ได้เพราะสูญเสียเลือดในร่างกายไปพอสมควร
และพูดเยาะเย้ยเล็กน้อยก่อนที่จะเดินข้ามเขาไปอย่างเยือกเย็น



ตื้ดๆ! ตี้ดๆ! ตี้ด!!!



[ภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตามที่ตกลงกันเอาไว้]


[ดีมาก...สมแล้วที่ข้าไว้วางใจเจ้าในการทำงานในครั้งนี้ ของที่สั่งเอาไว้หละ?]


[อยู่ในกล่องเรียบร้อยแล้ว อาจจะขาดการติดต่อไปสักพักเพื่อไม่ให้พวกตำรวจตามหาเจอ]


[เข้าใจแล้ว...เจ้าจะได้เลื่อนขั้นมาเป็น The Lord หากเจ้านำสิ่งนั้นกลับมาได้ตามที่ตกลงกันเอาไว้ ลูเซีย]


[ขอให้รักษาคำพูดเอาไว้แล้วกัน]




สิ้นเสียงสนทนาในการโทรของหญิงปริศนา เธอได้เดินออกไปจากโบทถ์อย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในนั้น
และปล่อยให้บาทหลวงโทมัสนอนรอความตายไปหรือสิ้นลมหายใจก่อน

เวลาได้เข้าประชันชิดขึ้นเรื่อยๆที่โบทถ์แห่งนี้กำลังจะถูกทำลายตัวเองราวกับว่าจะแข่งกับฝนที่ตกไม่หยุดหย่อน(เหลือเวลาประมาณ 1 นาทีกว่า)
บาทหลวงโทมัสที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับนักรบอันตกต่ำที่ถูกรุมสะกำยำจนไม่เหลือให้มุดหัวหนีความอับอายที่ทำหน้าที่พลาดไป
แม้แต่แรงก็ไม่มีที่จะขยับร่างกายของตัวเอง เว้นแต่เงยหน้ามองดูรอบๆก่อนพบกับจุดจบอันน่าเศร้า



ตึกๆๆๆๆ เปรี้ยง!!!!!!



มีร่างปริศนารายหนึ่งได้เดินออกมาจากซอกมุมมืดที่ทั้งเขาและหญิงปริศนานั้นไม่รู้ตัวมาก่อน
บาทหลวงโทมัสที่เห็นว่ามีคนมาก่อนที่จะหมดลมหายใจนั้นพยายามมองหน้าคนๆนั้นว่าเขาหรือเธอเป็นใคร
แต่เขานั้นกลับรู้สึกช็อคมากกว่าเก่าเพราะ...


"...ผมมาเอาของๆผมคืน.......จำผมไม่ได้หรอ?" ชายปริศนาได้พูดทักบาทหลวงโทมัสขณะตัวเขานั้นยื่นหน้าเข้าไปหา

แสงจากฟ้าผ่าทำให้บาทหลวงเห็นชายร่างปริศนาของเขาชัดขึ้น...
ดวงตาสีแดงราวกับเลือดสดและการแต่งตัวง่ายๆอย่างเสื้อฮู้ดสีน้ำเงิน


"...แ........แอ.......เ.....ล!?" บาทหลวงโทมัสพยายามพูดออกมาแต่กลับไมาเป็นคำเพราะเรี่ยวแรงแทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว


"...ของ...ของผมอยู่ที่ไหน?" ชายปริศนาได้ยิ้มเผยโฉมถึงเขี้ยวที่ยาวคมก่อนที่จะ....



ติ้ด...ติ้ด...ติ้ด...ติ้ด...ติ้ดๆๆๆๆ!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

=-=-=-=-=--=-=--=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=
Character Result.

ฮันนิบาล

- ค่าความหลอน : -2
- Pain Killer x1


ทาร์แกน

- ค่าความหลอน : -1
- (Acces) Egypt Cat Statue x1


ไมเนรอล

- ค่าความหลอน : 0
- Explosive Ammo x1


จอห์น

- ค่าความหลอน : 0
- Pain Killer x1
- (Acces)History Book x1


ลูเซีย

-ค่าความหลอน : 0
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 366

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 15 ม.ค. 2015, 07:04

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 6 มาแว้ว![14/01/57

.......... //ม้วนเสื่อเก็บแล้วเดินกลับไปนอนด้วยความง่วง (-.-)
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
<<

230336

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 471

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ธ.ค. 2010, 15:38

โพสต์ 15 ม.ค. 2015, 20:57

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 6 มาแว้ว![14/01/57

บู้มันส์ดีครับ จอห์นเกือบแย่เลยแฮะ
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 366

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 16 ม.ค. 2015, 19:41

Re: Bloody Night : สมรภูมิสีเลือด Chapter 6 มาแว้ว![14/01/57

6 ตอนออกมาบู๊กันครบ เหลือแค่เซร่าซังที่ยังไม่มีบท 555 -.- รอกันต่อไป
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน