Bangkok Apocalypse Update : N11 มาแล้วครับ !

<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 18 ม.ค. 2014, 20:53

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N4 มาแล้ว

minelife เขียน:ทันมั้ยเนี่ย (ถ้าช้าไปแล้วไม่รับก้อไม่ว่ากันครับ)
ปล.พอดีผมมันพวกโลลิค่อน (เปิดตัวเปิดใจเแล้ว ณ วันนี้ -.-) เลยขอสมัครมาเป็นตัวเด็กนะครับ ถ้าไม่ชอบยังไงก้อบอกได้นะครับ จะได้แก้ไขให้

รูปภาพ

ชื่อ : แองเจลิน่า การ์เซีย (เรียกสั้นๆว่าแองจี้ละกันครับ)

อายุ/วันเกิด : 10 ขวบ / 22 มิถุนายน ค.ศ 2003

ความสามารถพิเศษ : สามารถทำการปฐมพยาบาลแบบเบื้องต้นได้ (ได้รับการฝึกหัดมาจากพ่อและแม่ของเธอที่เป็นนายแพษย์ชื่อดังทั้งคู่) และสามารถมุดเข้าช่องหรือรูแคบๆได้ (เพราะตัวเล็กนั่นเอง -.-)

ส่วนสูง/น้ำหนัก : สูง 132 ซม. หนัก 28 กก.

นิสัย : เป็นคนร่าเริงและชอบสร้างรอยยิ้มให้กับคนรอบข้างเธอ แต่ขี้กลัวไปหน่อย

ประวัติโดยย่อ : เธอเกิดที่ประเทศอเมริกา ก่อนที่พ่อแม่ของเธอจะย้ายมาประจำอยู่ที่โรงพยาบาลหนึ่งในไทย วันที่เกิดเหตุนั้น พ่อแม่ของเธอได้พาออกมาเที่ยวที่ในเมืองหลวง แต่กลับเกิดเหตุการณ์แปลกๆขึ้น ทำให้เธอพลัดหลงจากพ่อแม่ของเธอ

สิ่งที่ชอบ : ตุ๊กตา ของหวาน (ตามประสาเด็กผู้หญิงทั่วไปล่ะนะ -.-)

สิ่งที่เกลียด : สัตว์เลื้อยคลานและความมืด (ก็อีกล่ะนะ ตามนั้น -.-)

คติประจำใจเธอ : อย่าทอดทิ้งผู้อ่อนแอกว่าให้อยู่เบื้องหลัง (แม่ของเธอสอนไว้)

ประมาณนี้นะครับ (เรื่องมากไปมั้ยนี่ตรู ไมชอบหรือดูขัดๆยังไงก้อบอกได้นะครับ)


ไม่มีเรื่องมากอะไรทั้งนั้นแหละครับผม อย่างที่ผมบอกแหละครับ ยังไงก็ได้แล้วแต่ผู้อ่านเลย แต่บางทีผมอาจจะมีการดัดแปลงตัวละครที่สมัครเข้ามากันเล็กน้อยน่ะครับ ^^
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 20 ม.ค. 2014, 04:22

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N4 มาแล้ว

รอติดตามอ่านจ้า ยังไงพยายามอย่าใช้คำซ้ำมากนะคะ เช่น เรียบง่าย ใช้ซ้ำบ่อย การใช้คุณศัพท์ซ้ำ ๆ จะทำให้อ่านสะดุดได้ค่ะ ถ้าเราอยากเน้นลักษณะของตัวละคร ให้ใช้การแสดงให้คนอ่านเห็นดีกว่าว่าเขาเป็นคนเรียบง่ายอย่างไร สบาย ๆ แค่ไหน โดยคนอ่านจะรับรู้ได้เองว่าเขาเป็นคนชิล ๆ โดยน้องแทบไม่ต้องใช้คำคุณศัพท์จำกัดความเลย นอกนั้นเริ่มต้นได้ดีแล้วค่ะ น่าสนใจ ๆ :e7

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 20 ม.ค. 2014, 12:30

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N4 มาแล้ว

N5 ตำรวจผู้รักสบาย - นักฆ่าสองหน้า - สาวน้อยผู้โหดเหี้ยม

ณ สถานีตำรวจ BPD (Bangkok Police Department)


สถานีตำรวจที่ได้ชื่อว่า ใหญ่ หรูหรา และมีระดับสุดๆ ในบรรดาของสถานีตำรวจจากทั่วสารทิศทุกมุมโลก


ในสถานีตำรวจแห่งนี้ประกอบไปด้วยห้องทั่วๆไปเหมือนสถานีตำรวจทั่วๆไป เมื่อเดินเข้าทางประตูกระจกใสกิ๊ง


จะพบว่ามีโต๊ะของตำรวจเวรหรือตำรวจประจำสถานีตั้งอยู่กลางห้องโถงใหญ่ และในบางครั้งหรือเกือบจะทุก


ครั้งอาจจะมีตำรวจหน้าเหี่ยวย่นเสมือนสุนัขพันธ์ปั๊กนั่งอยู่ที่โต๊ะให้ผู้ที่เข้ามาแจ้งความหรือดำเนินการอะไรสักอย่างให้ตกใจเล่นๆ

ด้านขวาของโต๊ะจะเป็นห้องพักของผู้ที่มาแจ้งความหรือกระทำการดำเนินการเรื่องต่างๆ หรือเรียกกันง่ายๆว่า


ห้องรับ 'แขก' ถัดเข้ามาด้านในคือห้องสืบสวน-สอบสวน ภายในห้องก็ไม่มีอะไรมาก แค่โต๊ะตัวนึง เก้าอี้2-3ตัว โคมไฟตัวนึง


และตำรวจนั่งหลับคนนึง แล้วก็เรื่องไอ้ห้องที่ว่านี้เอาไว้ทำอะไร ถ้าอยากรู้ก็ไปถามนายตำรวจหน้าเหี่ยวเอาละ กัน ส่วนห้องด้านซ้ายมือจะเป็นห้องขังนักโทษที่กระทำผิด หรืออาจจะผิดเพราะโดนโยนความผิดมาให้จึงต้องรับผิดไปโดยปริยาย แม้ในใจจะเถียงว่าตัวเองไม่ผิดแต่ถึง

ยังไงก็ต้องรับผิดที่คนอื่นเขาทำผิด(?) ห้องที่ต่อจากห้องขัง คือห้องทำงานของตำรวจทุกนาย แบ่งโต๊ะ แบ่งเขต แบ่งดินแดน

แบ่งการทำงานกันอย่างเป็นระเบียบและเรียบร้อย ถ้าคุณเดินมาจนสุดทางเดินจะเจอกับประตูบานสีขาวขอบสีแดง

ที่แปะบนกำแพงเหนือประตูตัวเป้งว่า ห้องชันสูตรศพ-ห้องดับจิต เป็นไง? กล้าเข้าไปไหม? ห้องสุดท้ายที่ลืม

ไม่ได้ และจะไม่มีไม่ได้ นั่นคือ! ห้องคุมขังนักโทษพิเศษ (เส้นใหญ่ไม่ผัก -*-)

ซึ่งแน่นอนละถ้ามีคำว่าพิเศษแปะอยู่ มันก็คือ"นรกบนดิน" สำหรับผู้กระทำร้ายแรง อืมมม... อะไรที่เรียกว่าร้าย

แรง ถ้าคุณคิดจะเอามาอยู่ในเมืองนี้ ต้องรักสัตว์ ห้ามค้ายาเสพติด ห้ามข่นขืนทั้งเด็ก วัยรุ่น ลามไปยันคนแก่

ถ้าพวกที่หยิบนิด ขนน้อย ขโมยเล็ก ขังแค่ห้องขังธรรมดาก็พอ แต่ชั่งมันเถอะ ว่าถึงเรื่อง 'ห้องขังพิเศษ' ห้อง

นี้มันทั้งทรมาณ โหดเหี้ยม เกินบรรยายเลยทีเดียว (เกินบรรยายหรือเอ็งบรรยายไม่ถูก)

เพราะ'ห้องคุมขังนักโทษพิเศษ' นี้ทำให้คนในเมืองไม่ค่อยกล้าทำความผิดขั้นรุนแรงกันเท่าไร เพราะกลัวจะ

โดนจับโยนเข้าไปใน 'ห้องคุมขังนักโทษพิเศษ' นอกจากห้องนี้ก็จะมีห้องขังเดี่ยว ห้องขังลืม ห้องขังรวม ห้อง

ขังแยกประเภท และห้องขังแยกเพศ(?)

ถ้าคุณคิดว่าตำรวจที่นี้ห่วยแตกเหมือนตำรวจทั่วไปแล้วล่ะก็ หยุดความคิดนั้นซะ! เพราะตำรวจในเมืองนี้ก่อนที่

จะถูกเลือกมาประจำการ ต้องมีการสอบคัดเลือก ทั้งภาคทฤษฎี และ ปฏิบัติ และการคัดเลือกของที่นี้ไม่ง่าย

เหมือนข้อสอบเด็กประถมที่จะต้องมานั่งแก้สมการ ถอดรงถอดรูท เอาข้อสอบพวกนั้นไปโยนทิ้งเลยเหอะ!

ข้อสอบที่ตำรวจทุกคนในนี้ต้องสอบเป็นข้อเขียน เขียนไม่ต่ำกว่า 10 หน้า ในหัวข้อ .....(อะไรไม่รู้ ตูไม่ได้เข้าไปนั่งสอบ)

และกว่าจะผ่านมาได้ ทั้งสมองและฝีมือของตำรวจทุกคนต้องไม่ธรรมดาเลยทีเดียวเชียวถ้าต้องการเลื่อนขั้น

ขึ้นไปในตำแหน่งสูงๆ ก็ต้องทำข้อสอบและข้อปฏิบัติที่หินสุดๆขึ้นไปตามลำดับ ดั่งคำเปรียบเปรยที่ว่า 'ยิ่งสูง ยิ่งหนาว'

เครื่องแบบของตำรวจที่นี่จะมีลักษณะเป็น เสื้อคอปกแขนยาวสีดำ กางเกงสแล๊กสีดำ รองเท้าสีดำ ใส่หมวกสีดำ

แล้วเสื้อก็จะติดตราประจำตัวและยศต่างๆไว้เหมือนเครื่องแบบตำรวจทั่วไป


แล้วก็ที่จะลืมไม่ได้คือซองใส่ปืนและปืนติดอยู่ที่ขอบกางเกงข้างซ้าย


ทุกๆคนที่เป็นตำรวจประจำสถานีนี้ ไม่จำกัดอายุและเพศ ขอเพียงแค่คุณกล้า! คุณเจ๋ง! คุณมีความสามารถใน


เกณฑ์ที่กำหนด คุณก็สามารถมาสมัครเป็นตำรวจประจำการที่นี่ได้เลย


(โหวว งั้นเด็กสิบขวดมันมาสมัครได้ ก็ดีสิครับ แหม่)


ภายในห้องทำงานของสถานีตำรวจ ใหญ่ หรูหรา และมีระดับแห่งนี้ มีนายตำรวจหนุ่มคนนึง กำลังนั่งตรวจ


เอกสารอย่างขมักเขม้นด้วยใบหน้าที่จริงจัง ตำรวจหนุ่มคนนี้มีชื่อเสียงเรียงนามว่า " แกเร็ธ ฟรอส "


แต่เขามักจะชอบให้คนอื่นเรียกว่า "แซม" มากกว่า


แซมเป็นตำรวจที่มีความจริงจังกับการงาน พูดคำไหนเป็นคำนั้น เถรตรง แต่ก็ไม่เชิงหัวแข็งซะทีเดียว แต่ในอีกมุมหนึ่งของชีวิตที่ไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวเขาก็เฮฮา บ้าบอ สนุกสนานไปกับชีวิตตามประสาคนหนุ่ม


แต่ในบางทีเขาก็เคยแอบโดดงานไปดื่มเบียร์กับพวกเพื่อนๆเขาก็มี


แซมกำลังตรวจสอบเอกสารที่ ผ.บ.ของเขาส่งมาให้ด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างเคร่งเครียด เนื่องจากเมื่อวานแซม


โดดงานไปดื่มเบียร์กับเพื่อนของเขาที่บาร์แห่งนึง แล้วดันไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับพวกนักเลงในบาร์


เพราะนักเลงพวกนั้นมาไถเงินรุ่นน้องของแซมที่กำลังนั่งดื่มเบียร์ด้วยกันอยู่ เรื่องนี้ก็รู้ถึงหูของ ผ.บ. เขาจึง


โดนลงโทษให้นั่งตรวจเอกสารที่ยังไม่ได้ตรวจสอบทั้งหมด


ประมาณ...กะเอาคร่าวๆจากสายตาก็ 300 แฟ้มได้ (แฟ้มนึงมีเอกสาร 50แผ่น)


"เยอะจริงๆเล้ย เมื่อไหร่จะหมดฟ่ะเนี่ย "

แซ่มบ่นและนั่งตรวจเอกสารต่อไป ในขณะที่แซมกำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่นั้น ตำรวจหญิงคนนึงเดินมาแตะไหล่แซมเบาๆ แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยน และลื่นหูยิ่งกว่าน้ำมันพืชผสมมาการีน


"ไงแซม โดนลงโทษอีกล่ะสิ "


ตำรวจสาวถามแซมด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนที่จะมานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้างแซม แล้วก็หยิบเอกสารที่แซมกำลังตรวจมาดู แซมไม่ตอบคำถามแต่ทำสีหน้าสำนึกผิดและน่าสงสารเป็นที่สุด


ตำรวจสาวหัวเราะ พูดขึ้นว่า


"มา เดี๋ยวฉันช่วยตรวจ เยอะน่าดูเลยนะเนี่ย "



จากนั้นก็คุยกับแซมไปพลาง ตรวจเอกสารไปพลาง


"ก็ประมาณนั้นแหละ เมื่อคืนฉุนนิดหน่อยน่ะ พอดีไม่ชอบพวกนักเลงขี้ยาแบบนั้นอยู่แล้วด้วย"



แซมตอบกลับก่อนที่จะยิ้มให้เพื่อนของเขา


"นั่นสินะ ลืมไปเลยว่านายนิสัยแบบนั้น หุนหันผันแล่นไม่มีเปลี่ยนจริงๆ" ตำรวจสาวพูดขึ้นและก็ยิ้มให้กับแซม


"ทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวจะไปทานข้าวละ ชักจะหิว"



แซมพูดขึ้นก่อนที่จะคลำท้องของตัวเอง คว้านมกล่องที่ตั้งอยู่ซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของมาดูดจนกล่องบี้แบน แล้วก็นั่งตรวจเอกสารของเขาไปเรื่อยๆ


โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าภัยอันตรายกำลังเข้ามาใกล้ตัวเขาแล้ว!



ณ ตึกร้าง5ชั้นในเมือง Bangkok



เดิมทีตึกนี้เป็นตึกที่เต็มไปด้วยผู้พักอาศัย คึกคัก และมีชีวิตชีวา จนกระทั่งเจ้าของซึ่งเป็นเศรษฐีถูกฟ้องล้มละลายจึงฆ่าตัวตาย


ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วทั้งตึก และนอกตึก กลายเป็นข่าวดัง


ทำให้ทุกคนพากันย้ายหนีออกไปหาที่พักใหม่และใครหลายหรือทุกคนไม่กล้าที่จะเข้ามาใกล้ตึกนี้ ทิ้งห่าง


และปล่อยร้าง ให้มันกลายเป็นตึกผีเศรษฐีสิง


แต่ก็มีชายใจกล้า 2 คน ที่รู้ว่าข่าวนี้กำลังดัง และไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ จึงใช้ประโยชน์จากจุดนี้เพื่อเป็นการตกลงอะไรบางอย่างในตึกร้างนี่


คนแรก เป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ แต่ใจเสาะ อกหักดังเป๊าะมาแล้วหลายครั้ง(เกี่ยว?) มีชื่อว่า "เรย์" กับชายอีก


คนนึง หน้าตาเนิร์ด ใส่แว่นนิร์ดๆ มีรอยแผลตรงคิ้วข้างซ้าย เขาชื่อ "โจ" เขาเป็นพวกที่ร่าเริง ตัวปล่อยมุขสุดเจ๋ง แต่วันนี้เขาต้องมาทำธุระ เลยไม่ได้ยิงซักกะมุึข


โจกับเรย์กำลังตกลงเรื่องการส่งสารเสพติดชนิดนึง ตกลงกันอยู่นานมาก ผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็ยังตกลงกันไม่ได้สักที


"พี่เรย์ ผมขอเหอะ ลดซัก20%ได้ไหมพี่ "

โจถามเรย์ด้วยสีหน้าที่ดูค่อนข้างซีเรียส เนื่องจากโจต้องการมันเพื่อไปทำการอะไรซักอย่าง


"ไม่ได้ว่ะ กูจำเป็นต้องใช้เงินเหมือนกัน กูหามาให้มึงได้ขนาดนี้ก็ถือว่าสุดยอดแล้วว่ะ"


เรย์ใช้น้ำเสียงที่กดต่ำและเหมือนจะตัดเยื่อใย


โจทำหน้าอึ้งเมื่อได้ยินน้ำเสียงแบบนั้น เขาทำหน้าสลด กังวล และลังเลเล็กน้อย


"ถ้ามึงไม่เอาก็ไม่เป็นไรว่ะ มีคนอื่นรอซื้ออยู่" เรย์กล่าวกับโจ ก่อนที่จะหันหลังเดินกลับและถือ 'ของ' ในมือ เอากลับไปด้วย แต่ในขณะที่เรย์กำลังก้าวเท้าเดินออกไปนั้น โจตัดสินใจที่จะ ....!!!


ฉึก !!!


เสียงของของมีคมแทงเข้าที่ด้านหลังของเรย์ เลือดเริ่มซึมออกมาตรงรอยแผลที่เขาโดนแทง เรย์ตกใจและรู้สึกถึงความเจ็บปวด เขาหันกลับไปมองและเห็นว่า


โจกำลังกำมีดสั้นในมืออย่างแน่น ราวกับว่าโจต้องการแทงทีเดียวให้เรย์เดธซะมอเร่ไป โจค่อยๆคว้านมีดเป็น


วงกลมและบิดไปมาตรงรอยที่เขาแทง เขามันคว้านและบิดซะแผลเหวอะหวะจนไม่เห็นเนื้อหนังตรงส่วนนั้น


"ไอ้เวรเอ้ย! มึงทำอะไรกูวะ ไอ้!! F**k!!"

เรย์คำรามใส่โจด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดูคับแค้นและเจ็บใจเป็นอย่างมาก


แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรโจได้ เพราะถ้าเขาขยับตัวเมื่อไร เขาจะเจ็บเป็นทวีคูณ


"ผมอยากได้อะไรผมก็ต้องได้ และถ้ามันมาด้วยวิธีง่ายๆไม่ได้ ผมก็ต้องใช้วิธีนี้แหละ!"


โจพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและดุดัน โจใช้แรงแขนทั้งหมดดันมีดสั้นในมือเข้าไปให้มันลึกมากกว่าเดิม


จนเเลือดกระเซ็นใส่หน้าโจ ไหลลงไปเปอะเปื้อนตามเสื้อผ้า

"ไอโจ ไอชั่ว ไอคนทรยศ"

เรย์กล่าวด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะค่อยๆล้มลงไปกองกับพื้น พร้อมกับกองเลือดที่ไหลออกมาจากตัวของเขา

สุดท้ายเรย์ก็เสียชีวิตเเพราะฝีมือโจ หลังจากที่โจยืนดูผลงานของตัวเองจนเป็นที่พอใจแล้ว เขาก็พูดกับศพที่เป็นผลงานของเขาอย่างสุภาพแต่น้ำเสียงที่ใช้กลับเย็นเยือกถึงกระดูกไขสันหลัง เส้นประสาทที่38(?)


"ผมไม่อยาก 'ฆ่า' ใคร แต่ถ้าของที่ผมต้องการอยู่ในมือใครผมก็จะ 'ทำทุกอย่าง' เพื่อให้ได้มันมา แม้ว่าต้อง 'ฆ่า' ก็ตาม "

โจพูดขึ้น ก่อนที่จะเสยผมซึ่งเป็นท่าทางเอกลักษณ์ประจำตัวของเขา เมื่อโจพูดจบเขาก็ถือ 'ของ' กลับบ้าน เดินจากไปโดนที่ไม่สนใจศพของเรย์อีกเลย



หลังจากที่โจเดินจากไปแล้ว เด็กสาวคนนึง ตัวเล็กๆ หน้าตาบ๊องแบ๊ว สเปกของชายหลายคน เดินออกมาจากที่ซ่อน

(ที่ออกมาจากที่ซ่อนเพราะว่า ตอนจบเขาบอกว่า คุณทำอะไรฉันเห็นหมด เพราะงั้นมาคิดดูแล้วถ้าอยู่ข้างนอกจะเห็นทั้งหมดได้ไง ? ^^)


และตรงเข้าไปหาศพของเรย์ ก่อนที่เธอจะหยิบดาบkatanaของเธอขึ้นมา แล้วพูดขึ้น


"แค่นี้มันไม่หนำใจสินะ งั้นชั้นจะจัดให้"

เด็กสาวเอาดาบkatana ฟันเข้าไปที่ศพ ฟัน! ฟัน! แล้วก็ฟัน จนคอขาดกระเด็นออกมา

เลือดกระเซ็นใส่เสื้อและหน้าของเธออย่างเละเทะ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร แถมยังเอาลิ้นเลียริมฝีปากที่เลอะเลือดอีกตะหาก


"คุณทำอะไร ฉันเห็นหมดแหละ แต่ที่ฉันต้องทำแบบนี้ เพื่อเป็นการป้องกัน ไปสู่สุขคติ ไอ้นักเลงค้ายา!"

เด็กสาวพูดขึ้นด้วยแววตาที่เหยียดหยามก่อนที่จะเดินออกจากตึกร้างผีเศรษฐีสิงไป


N5/จบ
แก้ไขล่าสุดโดย vatakabe123 เมื่อ 20 ต.ค. 2016, 22:04, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 20 ม.ค. 2014, 12:43

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N4 มาแล้ว

ตอนล่าสุดนี่ออกแนวฮานะเนี่ย ฉีกอารมณ์จากตอนเก่า ๆ พอสมควร

ว่าแต่ตัวละครชักเยอะละ ขอพยายามจำก่อนนะว่ามีใครบ้าง :e13

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 366

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 20 ม.ค. 2014, 16:31

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N5 มาแล้ว

เอาฮาดีแท้ ^^ รอตอนต่อไปอยู่นะ
ปล. เอ่อ หวังว่าเด็กสาวตอนท้ายสุดที่ได้กล่าวมาคงจะไม่ใช่หนูแองจี้หรอกนะ (คิดไปเอง เหอะๆ)
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 20 ม.ค. 2014, 20:30

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N5 มาแล้ว

ตอนนี้ถือว่ามาแนวคนละโลกกับ 4 ตอนที่แล้วที่ออกมาเลย แถมฮาด้วย lol

เอาหละ รอตอนต่อไปอย่าใจจดใจจ่อแว้ว
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

pirth123

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 304

ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ต.ค. 2008, 18:04

โพสต์ 21 ม.ค. 2014, 21:44

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N5 มาแล้ว

รอตอนต่อไปอยู่เด้อ แซม เกรียนดีจัง 5555
รูปภาพ
<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 22 ม.ค. 2014, 21:35

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N5 มาแล้ว

N6 เดินเล่นชิลๆ-การสูญเสียที่เปลี่ยนแปลงจิตใจ

ณ ตึกแห่งนึงในเมือง Bangkok



ตึกที่มีความสูง และใหญ่พอๆกับตึกที่สูงที่สุดในเมืองbangkok (ตึกที่เพียซอยู่นั่นแหละ) ภายในเป็นห้างสรรพสินค้า ห้างที่มีทุกสรรพสิ่งให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นไม้จิ้มฟันยันเรือรบจำลอง (โหย โหดจริงๆ)
อาหารและยา เสื้อผ้าหน้าผม ร้านรวงร้านเหล้าต่างๆ มีครบหมด ชั้นใต้ดิน(ชั้นล่างสุด)จะเป็นชั้นเสื้อผ้า มีเสื้อผ้าให้คุณเลือกได้มากมายตามใจฉันกันเลย

ส่วนชั้นแรกจะเป็นพวกโซนกาแฟ โซนเครื่องดื่ม และจิปาทะทั่วไป ท่านสามารถเลือกดื่มกาแฟไปด้วย เดินดูของที่ท่านต้องการได้ด้วย โอ้วมันเยี่ยมจริงๆเบบี๋ (แหม่)


ส่วนชั้นที่สองจะเป็นโซนอุปกรณ์อิเลคทรอนิค มีทั้งคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ โน๊ตบุ้ก ไปจนถึงเครื่องเกมส์ของค่ายสองค่าย คือ โซแหน่ว กับ ไมโถส้วม นั่นเอง (ว่าแต่ Kintenkoหายไปไหนล่ะเนี่ย)



มีทั้งศูนย์บริการ ร้านขายส่งทั่วไป และร้านต่างๆอีกมากมายที่ขี้เกียจบรรยาย ส่วนชั้นสาม จะเป็นชั้นเกี่ยวกับพวกครัวเรือนทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอนยันตุ๊กตายาง(แหม่)


เอาล่ะ ชั้นนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ มันคือชั้น"อาหาร"นี่เอง (ห้างประเทศไรวะครับ ชั้นอาหารอยู่โคตรไกล)


แต่ชั้นนั้นเต็มไปด้วยอาหารเลิศรสที่ถ้าไม่ขึ้นไปคงไม่ได้ทานแน่นอน(แหงล่ะ) มีทั้งอาหารไทย จีน อีสาน ญี่ปุ่น เกาหลี พม่า เวียดนาม
และอีกหลายๆประเทศที่ขี้เกียจบอก เอาเป็นว่าอยากกินก็ขึ้นไปกินเอาเองนะ


ชั้นที่6จะเป็นพวกโรงหนังและพวกความบันเทิงต่างๆ ซึ่งมันคือสวรรค์ของวัยรุ่นชัดๆ ในทุกๆวันจะมีวัยรุ่นโดดมาเที่ยวห้างนี้อยู่ประจำ ซึ่งไม่วายยามต้องมาไล่จับอีก

ห้างนี้มีทุกอย่างที่อำนวยความสะดวก ทั้งลิฟแก้ว ทั้งบันไดเลื่อน และบันไดไม่เลื่อน(บันไดเดินเอง)


ห้างนี้เป็นห้างที่มีคนมาเดินโคตรตเยอะ เฉลี่ยวันๆนึงจะมีคนมาเดินประมาณ 9พันคนได้(หูยเดินอัดกันอีก)

ท็อปได้มาเดินซื้อของในห้างนี้ เนื่องจากพี่แกได้ทำของชิ้นๆนึงหาย(จาก N1ลองไปย้อนอ่านนะ)

พี่แกเลยต้องมาเดินหาซื้อของด้วยอาการเซ็งๆตามแบบฉบับพี่แกนี่แหละ



"โว้ว ทำไมมันหายากงี้เนี่ย เมื่อไหร่จะหาเจอซักทีล่ะวะ เหนื่อยละเนี่ยย"



ท็อปพูดขึ้นด้วยอาการเซ็งๆก่อนที่จะเดินสอดส่องสายตาไปที่ร้านรวงต่างๆ ซึ่งมีมากมายเหลือเกินจะกล่าวได้



"โครก คราก "



เสียงท้องร้องของท็อปดังขึ้นมาอย่างน่าเกลียด ทำให้ท็อปพูดออกมาด้วยอาการเขินอายเล็กน้อย



"ไปหาอะไรทานชั้นบนดีกว่าเรา หิวแล้วสินะเนี่ย"


ท็อปพูดขึ้นก่อนที่จะขึ้นลิฟไปชั้นบนเพื่อที่จะไปหาอะไรทาน ในระหว่างที่ท็อปกำลังขึ้นลิฟนั้น ในห้องน้ำชั้น5

ที่ท็อปจะขึ้นไปนั้น มีห้องน้ำบนชั้นนั้นด้วย และในห้องน้ำนั้นมีสภาพเหมือนในหนังสยองขวัญชัดๆ มีศพประมาณสองศพ

ทั้งสองศพ ใส่ชุดเหมือนพนักงานทำความสะอาดประจำห้างนี้ กำลังถูกคนสองคนนั่งแทะและกระชวกใส้ออกมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย พวกเขาเป็นอะไรกันแน่ ทำไมต้องทำแบบนั้น ?



ตัดมาที่ บ้านของสไตรค์

สไตรค์ที่กำลังนอนหลับอย่างสบายเนื่องจากความเหนื่อยล้าที่ต้องไปนั่งเรียนมา ทำให้สไตรค์ได้ฝันที่ดูเหมือนเป็นลางร้ายมาอย่างนึง


"กรี๊ดดดดดดดดดดด"



เสียงๆที่เหมือนผู้หญิงกำลังกรีดร้อง ดังก้องในหัวของเค้า


ทำให้สไตรค์ตื่นจากอาการภวังค์ทันที และสะบัดหัวไปมาเหมือนจะสลัดอะไรให้ออกซักอย่าง


"นี่เราฝันเหรอเนี่ย ทำไมเราฝันน่ากลัวงี้วะ"


สไตรค์พูดขึ้นด้วยอาการสงสัย และติดใจในความฝันนั้น เลยตัดสินใจลงไปหาแม่ของเค้า แต่ก่อนไป ยังไม่

วายปิดแอร์ ช่วยโลกร้อน หยิบไม้เบสบอลติดตัวออกไป และปิดประตู ก่อนเดินลงไปยังไม่วายเสยผม


แต่พอสไตรค์ได้ลงไปข้างล่างจนถึงห้องครัว สายตาแรกที่สไตรค์มองไปตรงห้องครัว คือ ........




ภาพของแม่เค้า ที่กำลังสลบอยู่บริเวณพื้นห้องครัว ในห้องมีครัวและโต๊ะอาหาร บนโต๊ะพร้อมไปด้วยอาหารที่ทำเอาให้เพื่อลูกชายของเธอ มีแต่ของโปรดของสไตรค์ทั้งนั้น

ลักษณะแผลของตัวแม่เธอนั้น ประกอบไปด้วย รอยแผลบริเวณมือของแม่มีรอยเหมือนโดนกัด เป็นลักษณะรอยฟัน



สไตรค์ที่เดินลองมา หลังจากเห็นสภาพแม่แล้ว จึงรีบวิ่งเข้าไปหาแม่ของเขา แต่ในขณะที่เค้ากำลังวิ่งไปหาแม่เขา


ได้มีชายคนนึง กระโจนใส่เขา ชายคนนั้นพยายามที่จะทำร้ายสไตรค์ ด้วยการข่วนและกัด และด้วยความตกใจ ทำให้สไตรค์พลาด

โดนมันข่วนที่บริเวณแขนซ้ายเป็นรอยไม่ลึกและใหญ่มาก แต่ก็พอเห็นชัดอยู่ เป็นรอยเหมือนคนเอาเล็บข่วนนี่แหละ แต่เลือดก็ไหลออกมาไม่ใช่น้อยเลย

จากนั้นมันพยายามจะกัดสไตรค์ แต่ด้วยที่ว่า สไตรค์เคยฝึกฝนการต่อสู้ระยะประชิดมาก่อน จึงทำให้สไตรค์พอที่จะจัดการกับปัญหาที่เขาเจออยู่ตอนนี้ได้สบายๆ


"นี่มันอะไรวะ! บ้าชิบ ฮึ่ย ออกไปให้พ้นกูนะเว้ย"


สไตรค์ตะคอกใส่คนแปลกหน้าที่มากระโจนใส่เค้า แต่คนแปลกหน้าก็ไม่สนใจอะไร เสียงที่ตอบมามีเพียงแค่เสียงเดียว



"อือออ อ่าาาาา "


เสียงที่ดังในลำคอของคนแปลกหน้า ทำให้สไตรค์เริ่มสงสัยแล้วว่า

"นี่มันคนรึเปล่าวะเนี่ย"




ลักษณะของคนแปลกหน้าที่สไตรค์เจอคือ ลักษณะร่างกายมีผิวซีขาวซีด เดินไม่ค่อยตรงเหมือนกับคนปรกติ แล้วที่เสื้อของคนแปลกหน้ามีรอดเลือดเปื้อน ที่คอมีรอยเหมือนโดนกัด ลูกตาจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ แขนขาดไปข้างนึง


สไตรค์ไม่มีทางเลือก จึงตัดสินใจ จับคนแปลกหน้าทุ่มลงกับพื้น ก่อนที่จะหยิบไม้เบสบอลประจำตัวแล้ววิ่งไป

"โผล่ะ!"


สไตรค์เอาไม้เบสบอล ฟาดคนแปลกหน้านั้นบริเวรหัวอย่างเต็มแรง !


หัวของคนแปลกหน้าแตกกระจาย สมองกระจาย


เลือดกระเซ็นไปทั่วห้อง แถมตอนที่สไตรค์ตีไปนั้น เลือดจากหัวกระเซ็นมาโดนเสื้อสไตรค์อีกตะหาก


หลังจากที่คนแปลกหน้าโดนสไตรค์ตีไป มันก็ยังลุกขึ้นมาได้ สไตรค์พูดขึ้นมาด้วยอาการโมโห



ชักจะหมดความอดทนซะแล้วสิ ช่วยไม่ได้แฮะ อย่าอยู่เลย ย๊ากกกก !


สไตรค์ตะโกนออกมาก่อนที่จะวิ่งเข้าไปตีด้วยความโมโห จากนั้น


"พลั่ก พลั่ก พลั่ก!"



สไตรค์ได้ตีซ้ำที่ร่างกายของคนแปลกหน้าอย่างรุนแรง จนเลือดกระเซ็นไปทั่ว แถมยังกระเซ็นมาที่เสื้อสไตรค์อีกตะหาก


ตีแล้วตีอีก ตีจนคนแปลกหน้าแน่นิ่งไป ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือจะลุกขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สอง สภาพหัวดูไม่ได้


เละไม่มีชิ้นดี แต่ขายังชักดิ้นชักงออยู่ สไตรค์จึงตีที่ขาและแขนจนสภาพไม่น่าจะใช้งานได้อีกเป็นครั้งที่สอง จนสไตรค์มั่นใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมาอีก


หลังจากที่เขาได้จัดการกับชายแปลกหน้าเสร็จ สไตรค์ รีบไปดูอาการและประคองแม่ของเค้าขึ้นมาทันที


สไตรค์พูดกับแม่ของเค้า สีหน้าของเค้าดูลนลานและเป็นห่วงแม่ของเค้าพอสมควรเลยทีเดียว



"แม่ครับ ! แม่เป็นอะไร แม่ครับ ตื่นสิครับแม่ ตื่นสิ"

สไตรค์ปลุกแม่ของเขาให้ตื่นด้วยเสียงที่ดุดัน จนสไตรค์ปลุกแม่ได้ประมาณรอบที่4 แม่สไตรค์ก็ฟื้นขึ้นมาจากอาการที่สลบไสล แต่แล้วเธอก็ต้องตกใจ
เมื่อเห็นสภาพลูกชายของตัวเอง เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดๆ อยู่พอสมควร

"นี่ลูกไปทำอะไรมาเนี่ย"


แม่ของสไตรค์ถามลูกตัวเอง ด้วยความเป็นห่วง โดยที่ไม่สนเลยว่า ตัวเองก็โดนพวกคนแปลกหน้าโจมตีเหมือนกัน



"ผมไม่เป็นไรหรอกครับแม่ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกนะ แล้วไอคนบ้าๆที่มันบุกมาบ้านเรา ผมจัดการไปแล้วนะ"



สไตรค์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูหนักแน่นและเอานิ้วชี้ไปที่ศพของคนแปลกหน้าที่บุกเข้ามา สภาพศพก็คือเละกับเละอย่างเดียว



"ว่าแต่ แม่ล่ะ มันทำอะไรแม่รึเปล่าล่ะ"


สไตรค์ถามด้วยความเป็นห่วง พลางสายตามองไปที่หน้าตาของแม่เขาด้วยแววตาที่ดูเป็นห่วงแม่อย่างมาก


"แม่แค่โดนมันกัดน่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก แผลไม่น่าจะลึกมาก คนพวกนี้เป็นบ้าไปหมดเลยรึเปล่า อยู่ดีๆเที่ยวไล่ฆ่าไล่กัดกินเนื้อกัน
พวกลุงข้างบ้านเราก็โดนไปหลายคนแล้ว สงสัยมันคงบุกมาที่บ้านเราตอนแม่ไม่รู้ตัวแน่ๆ ตอนนั้นแม่เพิ่งทำกับข้าวให้ลูกเสร็จ
ส่วนพวกที่โดนกัด พอผ่านไปซักพักก็จะเป็นเหมือนพวกมันนี่ล่ะ แม่เองก็โดนมันกัดนิดหน่อย แล้วจู่ๆแม่ก็สลบไปเลย
สไตรค์ลูกแม่ ลูกรีบหนีออกไปเถอะ แม่เริ่มจะไม่ไหวแล้วล่ะ แล้วลูกต้องแก้ไขสถานการนี้ให้ได้ ลูกของแม่เก่ง แม่เชื่อแบบนั้น"



แม่ของสไตรค์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนแรง มือไม้เริ่มสั่น แววตาของเธอดูมีความเป็นห่วงเป็นใยสไตรค์มาก



"ไม่ได้นะแม่ !แม่ผมทั้งคนจะทิ้งไปได้ยังไง! ผมจะไม่ทิ้งแม่ไปเด็ดขาด!"


สไตรค์พูดกับแม่ของเขา น้ำตาของสไตรค์ค่อยๆไหลออกมาทีละนิดๆ มือสองข้างประคองตัวแม่ไว้และจับแขนแม่ไว้อย่างแน่น


"เด็กขี้แยเอ้ย ไม่เปลี่ยนเลยนะลูกน่ะ"

เธอพูดไปพลางก็นำมือที่เปื้อนเลือดลูบแก้มของสไตรค์และยิ้มให้สไตรค์ด้วยความรักและเป็นห่วงลูกชายเธออย่างมาก

"เชื่อที่แม่บอกสิ รีบหนีไปซะ แต่ก่อนจะออกไปจากที่นี่ แม่ขอร้องอะไรหน่อยได้มั้ย"


แม่ของสไตรค์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอิดโรย น้ำตาก็ค่อยๆไหลเช่นเดียวกับสไตรค์ที่กำลังมองหน้าและกำลังประคองตัวของเธออยู่


"ว่ามาเลยครับแม่ ผมจะทำตามที่แม่บอกทุกๆอย่าง"


สไตรค์บอกกับแม่ของเค้า พร้อมกับมือที่ประคองแม่ของเค้าไปด้วย เค้ากำมือแม่ของเค้าไปด้วย ประมาณว่าจะไม่ให้เป็นอะไรเลย


"ไปหยิบปืนในห้องของพ่อมา อยู่ในใต้เตียง พ่อของลูกใส่กล่องเอาไว้ เป็นของดูต่างหน้าพ่อที่ทิ้งไว้ให้สไตรค์ตั้งนานแล้วน่ะ ก่อนที่พ่อของลูกจะหายตัวไป
แล้วเอาปืนนั่น เก็บไว้ใช้ป้องกันตัวนะ แม่รู้ว่าลูกเคยฝึกใช้ปืนอยู่เมื่อตอนที่พ่อของลูกยังอยู่ แล้วช่วยทำให้แม่พ้นจากความทรมาณอันนี้ไปซะทีเถอะ

แม่ไม่อยากเป็นแบบเดียวกับพวกนั้นเลย ถ้าอย่างน้อยชีวิตของแม่ ได้จบลงเพราะตัวลูก อย่างน้อยก็ถือว่าลูกได้ตอบแทนบุญคุณของแม่แล้วนะ และที่สำคัญ
ลูกต้องช่วยเหลือผู้คนให้มากที่สุด อย่าให้มีการสูญเสียและการตายเกิดขึ้นอีก"


เธอบอกกับสไตรค์และยิ้มให้อีกครั้ง ก่อนที่จะชี้นิ้วไปที่ห้องของพ่อสไตรค์

สไตรค์ที่ได้ฟังคำสั่งเสียของแม่ ทั้งสับสนและไม่เข้าใจ จึงตะคอกใส่แม่ด้วยความเป็นห่วง เพราะไม่อยากให้แม่เป็นอะไร

"ไม่ได้หรอกแม่! ผมไม่ทำอย่างงั้นแน่นอน ทำไมแม่บอกแบบนั้นล่ะ แม่ไม่อยากอยู่กับผมแล้วเหรอ? "


สไตรค์บอกกับแม่ทั้งน้ำตา เค้าพยายามจะกอดแม่ตัวเองให้แน่นที่สุด เท่าที่จะทำได้ ราวกับว่าร่างที่อยู่ตรงหน้าจะแหลกสลายไปต่อหน้าต่อตาเลยทีเดียว


"ไปหยิบปืนในห้องของพ่อมาสิ เชื่อฟังแม่ครั้งสุดท้ายนะสไตรค์ลูกรัก "


แม่บอกกับสไตรค์ด้วยความเจ็บปวด เพราะเนื่องจากเชื้อที่เธอได้รับมาเริ่มที่จะรุนแรงขึ้น แต่เธอก็ฝืนยิ้มให้ลูกเหมือนจะเป็นการบอกว่า เธอไม่ได้เป็นอะไรมากนะ
(ไม่อยากให้ลูกต้องเป็นห่วง)


สไตรค์ที่นั่งมองประคองแม่ด้วยสีหน้าที่ดูกังวล ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าที่ดูจริงจัง ก่อนที่เขาจะกลั้นใจพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น


"เข้าใจแล้วครับแม่"


สไตรค์ค่อยๆวางแม่เข้าให้ชิดติดกำแพง ก่อนที่จะละจากแม่เขา แล้วเดินไปในห้องของพ่อ แล้วก้มลงไปใต้เตียง หยิบกล่องๆที่อยู่ใต้เตียงออกมา วางบนโต๊ะแล้วเปิดดู ภายในกล่องมี

ปืนพกกระบอกนึง มันเป็นปืนSIG P226 สีดำด้าน พร้อมด้วยแม็กกาซีนประมาณสองแม็กได้ แต่ตัวปืนเองก็ได้บรรจุกระสุนและพร้อมที่จะใช้งานไว้แล้ว
สไตรค์หยิบปืนกระบอกนั้นเดินออกมาหาแม่ของเค้า ในมือถือปืนอยู่ แต่ก็ยังสั่นๆกลัวๆเนื่องจากไม่อยากที่จะฆ่าแม่ตัวเอง แต่มันก็จำเป็น
แต่พอสไตรค์เดินออกมาจากห้องพ่อของเขา สิ่งที่สไตรค์ ทำให้สไตรค์แทบจะล้มทั้งยืน ภาพนั้นคือ.... ?


แม่ของเค้าที่ลุกขึ้นมา กลายสภาพเป็นแบบเดียวกับคนแปลกหน้า มีดวงตาที่ขาวขุ่น สภาพไม่น่าดูอย่างยิ่ง ดูยังไงก็ไม่ใช่แม่ของเค้าคนเดิมอย่างแน่นอน จ้องมองไปที่สไตรค์


แล้วก็ค่อยๆเดินมาหาสไตรค์อย่างช้าๆ ราวกับขานั้นแทบไม่มีแรง

สไตรค์ที่เห็นภาพนั้นต่อหน้าต่อตาตอนนี้ ถึงกับบ้าเลือด และตะโกนด้วความโมโหและโกรธแค้นเป็นอย่างมาก

"ไม่ ไม่จริง มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ ไม่ ไม่ ว๊ากกกกกกกกกก"

สไตรค์กู่ร้องออกมาด้วยความบ้าคลั่งและทนไม่ไหวที่แม่ต้องกลายเป็นแบบนั้น จึงยกปืนขึ้น และเล็งไปที่หัวของแม่เค้าที่กลายเป็นพวกคนแปลกหน้าด้วยความนิ่ง และจริงจังอย่างมาก

"ขอโทษครับแม่"

สไตรค์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เป็นการกล่าวคำขอโทษครั้งสุดท้ายระหว่างแม่และลูกชาย ก่อนที่สไตรค์จะจบเรื่องที่เปรียบเสมือนฝันร้ายของเขา โดยการ...

"ปัง! ปัง! "

เสียงปืนดังลั่นพร้อมกระสุนที่ออกจากปลายกระบอกปืนพก พุ่งไปที่หัวของแม่เขาอย่างแม่นยำ และแม่ของเขาก็ล้มลงไปกับพื้น สภาพมีเลือดไหลนองที่หัวและบริเวณหัวมีรอยกระสุนเจาะสดๆใหม่ๆอยู่สองรู


สไตรค์ที่ทั้งสับสนทั้งไม่เข้าใจ ได้แต่ยืนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดใจยิ่งนัก ที่ต้องเสียแม่ของเค้าไป


"แม่ครับ ผมรักแม่นะ"

สไตรค์พูดกับร่างไร้วิญญาณของแม่เขาด้วยความอาลัย เป็นการบอกรักกันครั้งสุดท้ายของแม่และลูก
ก่อนที่จะค่อยๆเดินไปข้างๆร่างไร้วิญญาณของแม่เขา แล้วนั่งยองๆใกล้กับศพ แล้วค่อยๆนำมืออีกข้างมาปิดตาของแม่เขาให้หลับสนิท และบรรจงหอมแก้มแม่ของเขา เป็นครั้งสุดท้าย

บรรยากาศในบ้านของสไตรค์เป็นไปด้วยความเงียบเชียบ มีเพียงเสียงร่ำไห้ของชายหนุ่มผู้ที่สุญเสียแม่ของเขาไปอย่างไม่มีวันกลับมาอีกเลย

ผ่านไป2ชม หลังจากสไตรค์ได้จัดการแม่ของเค้าเป็นที่เรียบร้อย สไตรค์ได้นำศพของแม่ นำฝังไว้ในหลังบ้าน โดยเปิดประตูจากหลังห้องครัวไป

พร้อมกับจัดแจงสถานที่เหมือนเป็นที่ปกปิดไว้ไม่ให้ใครรู้ว่าที่นี่มีหลุมศพอยู่


จากนั้นสไตรค์จึงเตรียมตัว แต่งชุด อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งชุดที่มันดูทะมัดทะแมงและคล่องตัวที่สุด ประกอบไปด้วย

เสื้อยืดคอวีสีดำ กางเกงวอร์มสีดำ รองเท้ากีฬาสีน้ำเงิน ข้างๆขาซ้ายมีซองปืนที่สไตรค์ทำขึ้นมาจากกระเป๋าหนังเก่าๆไว้ ติดไว้ที่ขาซ้ายของเขา

แล้วก็หยิบไม้เบสบอล พร้อมกับอุปกรณ์อย่างอื่นใส่ในเป้ ทั้งอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น สเบียงเล็กๆน้อยๆ และน้ำดื่ม

สไตรค์เอาผ้ามาพันแผลที่โดนคนแปลกหน้าข่วนเอา แล้วก็ใส่ปลอกแขนติดทับไปอีก จากนั้นเขาจึงเดินออกไปจากบ้านโดยการหลังห้องครัว

เพราะเนื่องจากเสียงที่ดังพอสมควร เลยทำให้มีพวกคนแปลกหน้ามาล้อมบ้านเขาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

เค้าเดินเลาะๆไปตามบ้านเขา เพื่อไม่ให้พวกคนแปลกหน้ามองเห็น เลาะไปที่หลังบ้านที่เขาได้นำมอเตอร์ไซค์คันเก่งของเขาไปจอดไว้

เป็นมอเตอร์ไซค์ที่สไตรค์ได้ซื้อไว้ช่วงที่สอบติดมหาลัยที่เรียน สไตรค์ดึงผ้าคลุมออกจากมอไซค์ พลางยิ้มอ่อนๆให้กับมอไซค์

"ไม่ได้ขับซะนานเลยนะ พร้อมที่จะเดินทางไปด้วยกันยังล่ะ นินจาคนเก่ง"

สไตรค์พูดและมองไปที่มอเตอร์ไซค์คันเก่งของเขา มันเป็นรุ่น Ninja300 สีดำฟ้า สภาพของมันก็ไม่เชิงเก่าซะทีเดียว ถือว่ายังดีและทุกการใช้งานมันก็ยังใช้ได้ดีอยู่

สไตรค์บิดกุญแจและสตาร์ทเครื่องมอไซค์คันเก่ง ก่อนที่จะขับฝ่าพวกคนแปลกหน้าออกไปที่ริมถนน เพื่อที่เจ้าตัวตั้งใจว่า จะต้องช่วยเหลือผู้คนให้มากที่สุด

ตามคำสั่งเสียที่แม่เชาได้ให้ไว้ก่อนที่จะกลายเป็นพวกเดียวกันกับพวกมัน เขาขับมอไซค์ไปกลางถนน เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานที่ ที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในเมืองBangkok

เขาคิดว่า อย่างน้อยน่าจะมีผู้รอดชีวิต และหวังว่า ทุกๆคนที่กำลังหนีเอาตัวรอด น่าจะหนีไปที่นั่นกัน

สถานที่นั้นคือ ?


ห้างสรรพสินค้า


N6/จบ
แก้ไขล่าสุดโดย vatakabe123 เมื่อ 30 ต.ค. 2016, 21:16, แก้ไขแล้ว 7 ครั้ง.
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
<<

pirth123

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 304

ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ต.ค. 2008, 18:04

โพสต์ 22 ม.ค. 2014, 22:22

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N6 มาแล้ว

โอวเศร้าเลยตอนนี้ T_T
รูปภาพ
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7103

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 23 ม.ค. 2014, 02:54

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N6 มาแล้ว

อยากบอกว่าอักษรสี ๆ ทำพี่ตาลาย หรือพี่แก่แล้วไม่รู้ อ่านแล้วมันเลบอารมณ์สะดุด
พี่ว่าจริง ๆ ไม่ต้องเล่นกับอักษรมากก็ได้นะคะ เน้นคำบรรยายดีกว่าจ้า

EDEN
Chapter II

ฟิคเวียน 8 ตอนจบ เรื่องใหม่ล่าสุด จาก 4 นักเขียน Apayin, forng1998, franc และ resident ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 23 ม.ค. 2014, 04:06

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N6 มาแล้ว

Apayin เขียน:อยากบอกว่าอักษรสี ๆ ทำพี่ตาลาย หรือพี่แก่แล้วไม่รู้ อ่านแล้วมันเลบอารมณ์สะดุด
พี่ว่าจริง ๆ ไม่ต้องเล่นกับอักษรมากก็ได้นะคะ เน้นคำบรรยายดีกว่าจ้า


ผมว่ามันอ่านยากจริงๆนั่นแหละ ฮ่าๆ (แล้วเอ็งจะทำเพื่ออะไร-*-)

คือพอดีผมอยากเน้นตรงคำพูดของแต่ละบุคคลน่ะครับ เพื่อที่จะได้แยกออกได้ว่า อันไหนคำพูด หรือ การบรรยาย

จะแก้ไขและปรับปรุงให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆอ่านกันได้ง่ายขึ้นนะครับ ขอขอบคุณมากครับสำหรับคำติชม ^_^
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 24 ม.ค. 2014, 07:22

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N6 มาแล้ว

ถึงกับเศร้าเลยทีเดียว ยังไงก็ขอไว้อาลัยให้กับแม่ของสไตรค์ด้วยเนาะ ^^
มาอ่านตอนนี้แล้วก็ถือว่าฝีมือพัฒนาขึ้น แต่ก็อะนะ...สีลายตาเอาควร(ที่จริงไม่มากหรอกทำใจได้ แต่สงสารคนที่อ่านแล้วมึนหัว)

แต่ยังไงก็จะเฝ้ารอดูตอนต่อไปอย่างลุ้นๆ
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

Saints-row

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 523

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ม.ค. 2013, 01:12

ที่อยู่: Special Tactics And Rescue Service

โพสต์ 24 ม.ค. 2014, 11:45

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N6 มาแล้ว

ในที่สุดก็มาถึงนี้แล้วชินะ เรื่องเริ่มจะเข็มข้นเเล้วชิ :e8
supporter Prirya
รูปภาพ
<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 02 ก.พ. 2014, 00:08

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N6 มาแล้ว

No 7 จะมีกำหนดปล่อยในเดือนกุมพานะครับ เพราะตอนนี้ผมได้จัดเนื้อเรื่องและวางโครงเรื่องเรียบร้อยแล้วล่ะครับ แต่ด้วยช่วงนี้ผมมีปัญหาส่วนตัวนิดหน่อย
เลยจำเป็นต้องปล่อยช้านิดนึงนะครับ ขอให้ช่วยรอหน่อยแล้วกันนะครับ รับรองไม่มีหนีไม่มีดองแน่นอนครับ ขอบคุณทุกๆท่านที่คอยติดตามกันมานะครับ ^^
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 04 มี.ค. 2014, 23:27

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N6 มาแล้ว

N7 ความวุ่นวายที่เริ่มก่อตัวขึ้น


ตัดมาที่ โรงแรมทหารที่เล้งกับเกรทพักอยู่ บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ มีแต่เสียงแอร์ที่เล็ดลอดออกมาจากเครื่องอย่างเบาๆ


เล้งกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างสบายใจ กับเกรทที่กำลังนั่งฟังเพลงร๊อคไปโยกหัวไป จู่ๆก็เกิดมีเสียงดังขึ้น


"บึ้ม!"


"เพล้งงงง!"


เสียงที่ฟังดูเหมือนทั้งเสียงกระจกแตก และเสียงระเบิดดังขึ้น มันทำให้สองหนุ่มที่กำลังพักผ่อนสบายๆในห้องพัก ต้องสะดุ้งตกใจกันทันที

"เล้ง ได้ยินเสียงอะไรรึเปล่าวะ"

เกรทดึงหูฟังออกจากหูทันที ก่อนที่จะหันไปถามเล้งด้วยความสงสัย ก่อนที่เล้งจะตอบแบบคนที่ไม่สนใจโลกอะไรทั้งนั้น

"คิดมากน่า ไม่มีอะไรหรอก สงสัยแถวนี้คงมีคนเอาปืนขึ้นมายิงล่ะมั้ง"

เล้งพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูเฉยชา ไม่มีสะทกสะท้านกับสิ่งที่เกิดขึ้น

"แต่ที่ได้ยินมันเสียงกระจกแตกนะเฟ้ย"

เกรทบอกกับเล้งแล้วทำหน้ายียวนกวนteenใส่ แต่เล้งก็ยังตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา

"มึงสงสัยมากใช่ปะเกรท ? งั้นมึงกับกูเดินไปดูตรงหน้าต่างดีกว่า มึงจะได้ไม่ต้องถามกูอีก อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย บักห่า"

จากนั้นเล้งจึงวางหนังสือลง แล้วเดินไปตรงหน้าต่างพร้อมกับเกรท ก่อนที่จะมองไปที่หน้าต่างของห้องนี้ และหันมาคุยกัน เชิงปล่อยมุขฝืดๆ

"บรรยากาศเหมือนในหนังเรื่องนึงเลยแฮะ ถ้ามีคนตกลงมาจากฟ้าเหมือนในหนังก็โคตรฮาเลย"

ทั้งสองคนพูดขึ้นและหัวเราะออกมา ก่อนที่จะเอามือแต่ละข้างของทั้งสองคนมาชนกันและทำสัญสักษณ์แบบมิตรภาพ (นึกภาพไม่ออก เวลาเจอเพื่อนแล้วเราทักทายโดยใช้สัญลักษณ์มือกัน ก็ประมาณนั้นเลย)

แต่ในขณะที่ทั้งสองคนเพิ่งปล่อยมุขสุดฝืดไปสดๆร้อนๆ จู่ๆก็เกิดเหตุที่ทำให้การปล่อยมุขของทั้งสองต้องหยุดไปอย่างถาวร เมื่อ .... ?

มีหญิงสาวคนหนึ่ง เธอไม่รู้ไว้ผมทรงอะไร ยาวหรือไม่ แต่น่าจะเป็นผมยาว เธอสวมชุดสีขาว กำลังร่วงตกลงมาจากตึกและผ่านกระจกของห้องเล้งไปอย่างรวดเร็ว

ภาพที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อกี้ ทำให้ทั้งสองอึ้งและตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว ก่อนที่จะเล้งจะบอกเกรทด้วยเสียงที่สงสัยและข้องใจอย่างมาก

" เกรท กุว่ามันไม่ใช่แล้วงี้ มึงยิงมุขอะไรเนี่ย"


เล้งถามเกรทด้วยอาการกระวนกระวาย ก่อนที่เกรทจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่ต่างกัน เพราะเจ้าตัวก็คงตกใจไม่แพ้กัน


"เออว่ะ กุว่าเราลงไปดูข้างล่างเหอะ มันไม่ใช่ละงี้"


เมื่อเกรทพูดจบ เล้งกับเกรทจึงรีบวิ่งลงไปข้างล่างทันที ระหว่างที่เล้งลงไปชั้นล่าง มีผู้คนในตึกกำลังมีสภาพเหมือนกำลังหนีอะไรกันซักอย่าง วิ่งไปวิ่งมา และบางคนก็เริ่มที่จะมีปากเสียง ทะเลาะกันหลายคน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะพวกเขาสองคนสงสัยกับภาพที่เกิดขึ้นบริเวรกระจกเมื่อกี้มากกว่า จึงรีบวิ่งลงไปโดยใช้บันไดของโรงแรมนี้แทน แต่เมื่อเล้งกับเกรทได้ลงมาถึงชั้นล่างสุดแล้ว ก็ได้มายืนอยู่ข้างหน้าโรงแรม ก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น


"โฮลี่ชิท นี่มันอะไรวะเนี่ย กุนึกว่าอยู่ในภาพยนต์สยองขวัญหรือเซอไวเวอร์อะไรซักอย่างเลยนะนี่"


เกรทพูดขึ้นมา ก่อนที่จะขยี้ตา เหมือนกับว่าไม่เชื่อในที่สายตาตัวเองเห็นว่ามันได้เกิดขึ้นจริงๆ ราวกับหนังสยองขวัญเอาตัวรอดหยั่งไงหยั่งงั้น


สิ่งที่เกรทกับเล้งพบคือ .....

ภาพที่สื่อถึงความวุ่นวายได้อย่างแท้จริง ผู้คนพากันวิ่งหนีอย่างแตกตื่น มีทั้งความวุ่นวาย สับสน และยุ่งเหยิงไปหมด
ผู้คนวิ่งหนีจนล้มเหยียบกันบ้าง ทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง เอาปืนไล่ยิงกันบ้าง หนักสุดๆคือมีภาพของชายกลุ่มนึงกำลังรุมกระทืบคนแก่เพื่อที่จะแย่ง
รถเก๋งของเขามา เป็นภาพที่ดูน่าสมเพชยิ่งนัก


"เล้ง เอาไงดี เราจะทำยะ......"

"ปัง!"

เสียงกระสุนปืนปริศนาดังลั่นขึ้นมา พร้อมกระสุนที่ได้เจาะทะลุหัวของเกรท เพื่อนของเล้ง ทำให้เกรทเสียชีวิตทันที

"เฮ้ย เกรท เกรท มึงอย่าพึ่งตายดิ เวรเอ้ยยย บัดซบ !"

เล้งตกใจมาก และพยายามเขย่าศพเพื่อนตัวเองแต่ไม่มีการตอบสนอง เกรทตายไปแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ร่างไร้วิญญาณของชายหนุ่มที่เคยเป็นเพื่อนกับเขา

ขณะที่เล้งกำลังตกใจและงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ได้มีบุรุศปริศนา ค่อยๆย่องเข้ามาใกล้ๆกับตัวเล้ง แล้วเขาก็...


"ตุบ !"


เสียงไม้หรือเหล็กอะไรซักอย่าง กระแทกไปที่บริเวรหัวของเล้งอย่างจัง โดยฝีมือของบุรุศปริศนา ทำให้เล้งสลบไปใกล้ๆกับศพของเกรทเพื่อนของเขาแทบจะทันที


ตัดมาที่ สวนสาธารณะ บริเวณม้านั่งในช่วงใกล้ๆพุ่มต้นไม้ เป็นมุมโปรดของหนึ่งที่มักจะใช้คิดไอเดียของเขาอยู่ประจำ

"เอาไงดีน้อ ไอเดียนี้ก็น่าสน ไอเดียนั่นก็ไม่เลว"

หนึ่งคิดไปคิดมาเหมือนจะลังเล และหันคอไปมาเหมือนกำลังจะเลือกอะไรซักอย่าง

ขณะที่หนึ่งกำลังคิดอยู่นั้นได้มีคนแปลกหน้า(แบบที่สไตรค์เจอ)ค่อยๆเดินมาข้างหลังหนึ่งอย่างช้าๆ ...
แต่มันไม่ได้มาคนเดียว แต่มันมากันเป็นสิบ ! หนึ่งที่กำลังนั่งคิดไอเดียสบายๆอยู่ รู้สึกได้ถึงการมาของพวกคนแปลกหน้า จึงได้นำมือล้วงไปใน......
.
.
.
.
.
.
.
กระเป๋าเป้ตัวเอง (แหม่ คิดลึกละสิ) แล้วหยิบอาวุธชนิดนึงออกมามันคือ

"ปืนแม็กนั่ม desert eagle"

มันเป็นปืนแม็กนั่มที่มีอานุภาพสูงมาก ใครที่เล่นResident evil ย่อมรู้จักปืนชนิดนี้ดี มันคือปืนล้มช้างดีๆนี่เอง สามารถใช้ยิงถล่มพวกตัวใหญ่ๆเป้งๆได้สบายๆ

มันมีสีเงินเมทัลลิคเงางาม ตรงๆบริเวณข้างๆสลักคำพูดสวยๆเอาไว้ว่า

"แด่Odioz เพื่อนรู้ร่วมทาง"

หนึ่งล้วงกระเป๋าเพื่อหยิบปืนแม็กนั่มกระบอกนี้ขึ้นมา แล้วก็ค่อยๆลุกขึ้นจากม้านั่ง วางกระเป๋าและไอเดียที่จดลงกระดาษโน้ตของเขาไว้บนม้านั่ง และค่อยๆเดินออกมาจากบริเวรนั้น และได้กวาดสายตาไปยังพวกคนแปลกหน้าที่กำลังจะมาล้อมพวกหนึ่งอยู่ไม่น้อย และมันกำลังใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ !


N7 /จบ
แก้ไขล่าสุดโดย vatakabe123 เมื่อ 30 ต.ค. 2016, 21:18, แก้ไขแล้ว 8 ครั้ง.
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน