Bangkok Apocalypse Update : N11 มาแล้วครับ !

<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 07 มี.ค. 2014, 01:32

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N7 มาแล้ว

มาอ่านแล้วนะคะ ถึงจะน้อยไปหน่อยแต่ความสนุกนั้นยังอยู่ไม่ไปไหนเลยนะคะ
เท่าที่อ่านมานั้น ดูท่าทางแล้วความโกลาหลเริ่มขึ้นแล้ว อยากรู้จริงๆเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนอื่นบ้างแล้ว จะรอดูอยู่นะคะ

มีคำผิดอยู่คำนึงนะคะเท่าที่สังเกตุเห็นแบบคร่าวๆ

ความวุ่นวายอันน่าสมเ้พช

สมเพช

ปล.อย่าเล่นเกมส์เพลินหละ 55+
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 07 มี.ค. 2014, 01:45

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N7 มาแล้ว

จะพยายามครับผม 55555

ขอบคุณนะครับสำหรับคำแนะนำและชี้แจ้ง ขอบคุณมากๆที่ยังติดตามอ่านของผมอยู่ (ถึงคนเขียนมันจะหายไปยาว เนื่องจากหลงไปในยุคสามก๊ก 5555) แล้วผมจะทยอยๆปล่อย No ต่อไปออกมาเรื่อยๆแน่นอนครับ เนื้อเรื่องในส่วนนี้จะค่อยๆเปิดขยายไปทีละนิดๆ แล้วล่ะครับ ^^
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
<<

pirth123

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 304

ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ต.ค. 2008, 18:04

โพสต์ 07 มี.ค. 2014, 20:56

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N7 มาแล้ว

คิดว่าเลิกแต่งไปแล้วนะเนี่ยรอตอนต่อไปอยู่เด้อ 5555
รูปภาพ
<<

sysioza

Zombie
Zombie

โพสต์: 1

ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มี.ค. 2014, 10:38

โพสต์ 10 มี.ค. 2014, 10:39

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N7 มาแล้ว

น่าสนใจเหมือนกันนะครับ
<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 08 พ.ย. 2014, 03:51

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N7 มาแล้ว

N8 ปั่นป่วน

ตัดมาที่ หนึ่ง ที่กำลังนั่งคิดไอเดีย แล้วจู่ๆ ก็มีกลุ่มคนแปลกหน้า

แบบที่สไตรค์เจอ กำลังค่อยๆเดินมาที่ข้างหลังของเขา จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วหนึ่ง ได้หยิบปืนในกระเป๋าขึ้นมา


“ช่วยหน่อยนะ”

หนึ่งบ่นพึมพำกับปืนของเขา จากนั้น เขาจึงลุกจากม้านั่ง แล้วหันไปเผชิญหน้ากับพวกคนแปลกหน้าเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ พวกนั้นมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

หนึ่งกดดูกระสุนในแม็กกาซีนปืน ก็พบว่ามันน่าจะมีจำนวนกระสุนที่จะพอจัดการกับพวกนี้ได้ ไม่มากก็ไม่น้อย

ก่อนที่หนึ่งจะยัดมันกลับเข้าที่เดิม และค่อยๆหันปลายกระบอกปืนไปยังพวกคนแปลกหน้าที่กำลังจะล้อมหนึ่งในไม่ช้า

"ปัง!"

เสียงที่ดังออกมาจากปลายกระบอกปืนนั้นดังไปทั่วสวนสาธารณะ พร้อมกระสุนที่ออกมาจากปลายกระบอกปืน เจาะไปที่หัวของพวกคนแปลกหน้าอย่างแม่นยำดุจจ่อยิงใกล้ๆ

หนึ่งลั่นไกยิงไปที่หัวของกลุ่มคนแปลกหน้าที่เข้ามาใกล้ตัวหนึ่งที่สุดไปหนึ่งนัด คนแปลกหน้าคนนั้นได้ล้มลงไป แน่นิ่งไม่ไหวติง
ก่อนที่จะค่อยๆยิงไปยังหัวของพวกนั้นทีละคนๆ ด้วยความชำนาญในการใช้ปืน แม้จะมีแรงดีดของปืนอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนึ่งมือสั่นหรือตกใจแต่อย่างใด

เขาจับปืนได้นิ่งและไม่มีอาการสั่นกลัวอะไร และใช้ปืนนี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ ราวกับว่าปืนนี้มันคือปืนคู่กายของเขาก็ไม่ปาน
กระสุนแต่ละนัดที่ยิงออกไปนั้น นั้นทะลุเป็นรูใหญ่พอสมควร เศษซากสมองกระจายออกมาจากหัวพวกนั้น เป็นลักษณะสีขาวอ่อนๆ ไม่น่าดูเป็นอย่างยิ่ง

“ปัง ! ปัง ! ปัง ! ปัง !”

เสียงปืนยังคงดังอยู่ ทุกตัวกระสุนได้เจาะไปที่หัวของพวกคนแปลกหน้าอย่างแม่นยำ

พอเสียงปืนสิ้นสุด พวกคนแปลกหน้าตายกันหมด ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว
หนึ่งเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าศพของคนพวกนั้น ก่อนที่จะมองด้วยความเวทนา แล้วเขาก็บ่นออกมาว่า


“ไอเราคิดว่า มันน่าจะจบได้แล้วนะ นี่ที่ไหนได้ เหมือนมันเพิ่งเริ่มต้นเลย บ้าชัดๆ ”


หนึ่งพูดขึ้น น้ำเสียงเขาเหมือนไม่พอใจกับเรื่องที่เจอเท่าไหร่ ก่อนที่จะเดินกลับไปที่ม้านั่งของเค้า เพื่อเก็บข้าวของเตรียมจะกลับไปยังคอนโด
หนึ่งมองและกวาดสายตาไปรอบๆ ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้คนหายไป ในสวนสาธารณะกลับไม่มีใครเลยนอกจากหนึ่งกับศพที่กองอยู่ต่อหน้าหลายศพ
ในสวนสาธารณะตอนนี้ มีเขาแค่คนเดียว ไม่มีใครอยู่เลย หนึ่งเริ่มรู้สึกไม่ดีจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนที่จะไล่หารายชื่อน้องสาวในมือถือ และ
เพื่อที่จะโทรไปหาน้องสาวเขา


“กรุณาฝากข้อความหลังได้ยินเสียงสัญญาณค่ะ”


เสียงของOperatorเครือข่ายมือถือบอกกับหนึ่ง ซึ่งมันเป็นระบบอัตโนมัติ ทำให้หนึ่งรู้ว่า ไม่แบตมือถือน้องสาวหมด ก็อาจจะปิดเครื่อง


“แบบนี้คงต้องกลับไปที่คอนโดแล้วล่ะ”

หนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนกังวลอะไรซักอย่าง ก่อนที่จะเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง
รีบเดินออกมาจากสวนสาธารณะ และเดินไปตามทางริมฟุตบาท ในระหว่างทางที่กำลังเดิน หนึ่งเห็นและสังเกตได้เลยว่า
มันค่อยๆวุ่นวายมากขึ้นๆ จากแรกๆที่มันยังไม่มีอะไร ก็เริ่มมีความวุ่นวาย และดูเหมือนจะเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้น


เช่น มีรถหลายคันจอดมั่วซั่วไปหมด มีรถพยาบาลวิ่งไปมาในถนนเป็นว่าเล่น ผู้คนดูวุ่นวายและรีบร้อน
มีคนเจ็บมากมายที่เดินต่อคิวเข้าไปในที่ๆเหมือนเต็นท์ แต่หนึ่งไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะตอนนี้น้องเขาสำคัญยิ่งกว่าอะไร
เพราะหนึ่งต้องพยายามวิ่งฝ่าฝูงชนมากมายกลับไปที่คอนโด เพื่อที่จะเช็คว่าน้องสาวตัวเองกลับมาจากโรงเรียนรึยัง


พอถึงที่คอนโด ก็มีเหตุการณ์วุ่นวายหลายอย่าง คนในคอนโดหลายๆคน รีบขนข้าวของออกมากันหมด

บางคนก็ออกมาทั้งๆที่ยังถอดเสื้ออยู่ บางคนออกมาทั้งๆที่ตัวเองกินข้าวอยู่(กลัวจัด รีบเกิน)

หนึ่งในนั้น ก็มีเจ๊คนนึง ที่เป็นเจ้าของคอนโด ซึ่งกำลังขนข้าวของออกมาเช่นกัน ทุกๆคนวุ่นวายอยู่กับการขนของออกจากคอนโดนี้กันทั้งนั้น

เจ้าของคอนโด เห็นหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาในคอนโด จึงรีบเดินไปหาหนึ่งด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนเหมือนจะรีบหนีอะไรซักอย่าง และบอกกับหนึ่ง


“ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะ เธอรีบขนข้าวของแล้วออกมาให้ไวที่สุดเลยจะดีกว่านะ”

เจ้าของคอนโดบอกกับหนึ่ง แต่หนึ่งก็ยังสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น จึงได้ถามเจ้าของคอนโดด้วยน้ำเสียงที่สงสัยและยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


“คุณน้าครับ พอจะบอกได้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมมันดูวุ่นวายแบบนี้ไปหมดเลยครับ”


หนึ่งถามเจ้าของคอนโดด้วยความสงสัย ก่อนที่เจ้าของคอนโดจะรีบตอบหนึ่งด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


“เห็นเขาว่า แถวๆชานเมืองเกิดเหตุแก๊สพิษระบาดน่ะ แล้วก็ลุกลามมายังในเมืองมันจะทำให้คนที่สูดดมเข้าไป
กลายเป็นพวกคนบ้า วิกลจริต ไล่ฆ่าคนอื่นไม่ยั้ง เหมือนคนไม่ได้สติเลยล่ะ”



หนึ่งที่ได้ฟังเจ้าของคอนโดบอก ก็ผงะไปนิดนึง ก่อนที่เขาจะบ่นพึมพำออกมา


“ไม่ใช่แบบที่เมืองนั้นแฮะ แต่น่าจะอันตรายกว่าแน่เลย”


“อะไรนะหนึ่ง เมื่อกี้พูดอะไรเหรอ”


เจ้าของคอนโดถามหนึ่งด้วยความสงสัย เหมือนกับว่าหนึ่งจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้


“อ๋อ เปล่าครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ”


หนึ่งตอบเจ้าของคอนโดเหมือนกับว่าไม่มีอะไร แต่ในใจก็ครุ่นคิดอะไรซักอย่างอยู่


“งั้นผมขอรีบขึ้นไปเก็บข้าวของก่อนนะครับคุณน้า”

หนึ่งรีบบอกเจ้าของคอนโด แล้วสวัดดีเจ้าของไปอีกรอบ ก่อนที่จะเดินไปที่หน้าห้องอย่างรวดเร็ว หนึ่งลองบิดประตูลูกบิดประตู

"กรึ่ก"

ประตูได้ถูกล็อคไว้จากด้านใน ทำให้หนึ่งเริ่มที่จะหัวเสียกับน้องสาวขี้เซาของเขา


“ยัยเด็กนี่คงงีบอีกแน่เลยแฮะ โถ่เอ้ย อย่าให้พี่ต้องเป็นห่วงได้มั้ยเนี่ย” หนึ่งบ่นขึ้นมา


หนึ่งเลยลองเคาะประตู ปรากฏว่ามันเงียบสนิท จึงเริ่มเคาะประตูดังขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด หนึ่งก็ทนไม่ไหว
และทำหน้าตาไม่พอใจอย่างรุนแรงกับพฤติกรรมของน้องสาวคนนี้

“ต้องให้งัดวิชานั้นออกมาซะแล้ว” หนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน ก่อนที่จะค่อยๆถอยตัวไปติดขอบระเบียงหน้าประตูห้อง เพื่อที่หนึ่งจะ...


“โครม !”


หนึ่งได้เอาไหล่ข้างขวาของเขา กระแทกไปยังประตูห้องด้วยแรงที่มีอยู่ ซึ่งทำให้ประตูห้องของหนึ่งพังแทบจะทันที (โอโหพี่แรงโคตรเยอะ)

เสียงพังประตูของหนึ่ง ดังมาก ดังจนทำให้น้องสาวเขาที่นอนอยู่บนเตียง ตื่นขึ้นมาทันทีและรีบเดินมาดูที่หน้าห้องว่ามันเกิดอะไรขึ้น

น้องสาวหนึ่งจึงรู้ว่า พี่ชายพังประตูเพื่อที่จะเข้ามาหา ก็ตกใจปนงง เพราะเจ้าตัวเพิ่งจะตื่นนอนสดๆร้อนๆ ก่อนที่จะยืนบ่นพี่ชายของเธอในสภาพเบลอๆ


“พี่หนึ่ง นี่มันเกิดอะไรขึ้น แล้วพี่จะพังประตูทำไมเนี่ย”

น้องสาวหนึ่งถามพี่ชายของเธอด้วยอาการที่ดูยังไงก็คนเพิ่งตื่นชัดๆ แถมยืนขยี้ผมไปมาๆอีกตะหาก

“นี่ รีบไปล้างหน้าล้างตาซะนะ เราจะไปจากที่นี่กันแล้ว เมืองตอนนี้มันเกิดความวุ่นวายขึ้น เราต้องรีบออกไปให้ไวที่สุดเลย แล้วกลับมาจากโรงเรียนนานรึยังเนี่ย ?”


หนึ่งพูดไปรีบเดินไปยังในห้องของเขา ก่อนที่จะโยนกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ไว้บนเตียง และจัดข้าวของเก็บใส่กระเป๋าเป้ไปด้วย
ทั้งเสื้อผ้า อาหารแห้งและน้ำดื่ม รวมทั้งสมุดจดและปากกาซึ่งเปรียบเสมือนเป็นของคู่ใจของเขา


“หนูกลับมาได้ซักพักละพี่ กำลังหลับสบายๆเลย หนูไม่ไปไม่ได้เหรอพี่ หนูง่วงง่ะ ยังไงก็ซ่อมประตูด้วยนะ เดี๋ยวหนูนอนต่อดีกว่า ”

น้องสาวหนึ่งเดินมาพูดกับหนึ่งที่หน้าห้อง ก่อนที่จะยืนหาวและสะบัดหัวไปมา
แล้วก็ทำท่าที่จะเดินไปนอนบนเตียงต่อจนทำให้หนึ่งต้องบ่นน้องสาวขึ้นมาอีก


“ไม่ไปก็จะตายน่ะสิ ไปๆรีบไปล้างหน้าล้างตาซะ”


หนึ่งพูดก่อนที่จะดึงมือน้องสาวที่กำลังจะเดินไปที่ห้องของเธอเอง แล้วรีบพาน้องสาวไปล้างหน้าโดยการจับเข้าไปในห้องน้ำ
แล้วเจ้าตัวก็รีบไปจัดแจงข้าวของ ของตัวเองต่อทันที

พอน้องสาวหนึ่งอาบน้ำล้างหน้าเสร็จ ก็ได้เริ่มเก็บข้าวของของตัวเองเช่นกัน ซึ่งก็ประกอบไปด้วยของใช้ทั่วๆไปน่ะแหละ
แต่ที่สำคัญกว่านั้น เจ้าตัวนั้นแอบหยิบที่ช็อตไฟฟ้าใส่ไปในเป้ด้วย
(โหยนี่มันบ้านนักเขียนการ์ตูนจริงๆรึเปล่าเนี่ย คนนึงก็ล่อแม็กนั่ม คนนึงที่ช็อตไฟฟ้า ครอบครัวอันตรายชัดๆ)

เจ้าที่ช็อตไฟฟ้านี่ เธอได้มาจากรุ่นพี่เธอที่โรงเรียน บอกว่าให้ใช้ป้องกันตัว
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และเธอได้มันมาโดยที่ไม่ได้บอกกับพี่ชายของเธอ เพราะกลัวจะโดนริบเก็บไว้นั่นเอง

หนึ่งเมื่อจัดข้าวของเสร็จ จึงเดินออกมารอน้องสาวที่หน้าห้อง ชุดที่หนึ่งใส่ก็ชุดเดิมๆเลยนี่แหละ พร้อมเป้ใบเดิม ปืนแม็กนั่มกระบอกนั้นก็ยังอยู่
พร้อมเปิดระบบเซฟตี้ของปืนไว้ กันปืนลั่น และก็ออกมายืนรอน้องสาวหน้าห้องที่เคยประตูบานๆนึง แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว (แหงล่ะ พี่แกพังไปแล้วนี่)


“ลืมอะไรรึเปล่าล่ะ หืม” หนึ่งตะโกนถามน้องสาวด้วยความสงสัย เพราะเจ้าตัวจัดข้าวของช้าจริงๆ กว่าจะออกมาได้ก็ใช้เวลาไม่น้อยเลย

“ไม่มีนะพี่ หนูเอามาหมดแล้วอะ เรารีบไปกันดีกว่า หนูง่วงง่ะ”

น้องสาวหนึ่งพูดไปก็หาวไป ก่อนที่จะค่อยๆเดินออกมาจากห้องอย่างช้าๆ และแถมยังเดินไปเอาคางพาดไหล่หนึ่งอีกตะหาก (สองคนนี้ตัวสูงไม่ต่างกันนัก)

“หึ ยัยเด็กบ้า ไปๆ รีบไปกันดีกว่า”

หนึ่งพูดแล้วก็ขยี้หัวน้องสาวเล่นไปทีนึงจากนั้นทั้งสอง จึงเดินลงมาข้างล่าง เพื่อที่จะออกไปจากคอนโด

แต่แล้วทั้งสองก็ต้องหยุดอยู่ที่หน้าคอนโดทันที เพราะว่า
ได้มีรถของทหารจอดขวางไว้ เป็นรถฮัมวี่ สีเขียวพราง แถมติดปืนไว้บนรถ เป็นปืนกลM249 ขนาดใหญ่พอสมควร พร้อมด้วยกระสุนเต็มอัตรา

และได้มีทหารหลายๆนาย คอยกระชับพื้นที่ มีเต้นท์ที่เหมือนกับที่หนึ่งเจอตอนกำลังกลับจากสวนสาธารณะด้วย และมีคนไม่น้อยที่เข้าไปรอให้ทหารตรวจอะไรซักอย่างภายในเต้นท์

“ทุกๆท่านโปรดทราบ ใครที่เก็บข้าวของอะไรเรียบร้อยแล้ว ให้รีบมาเข้าแถวรอตรงหน้าคอนโดเลยครับ”

เสียงของทหารหนุ่มพูดขึ้นผ่านโทรโข่ง บริเวณหน้าเต้นท์ใกล้ๆหน้าคอนโดของหนึ่ง

หนึ่งกับน้องสาว เลยเดินลงไปต่อแถวตรงข้างหน้าคอนโด ตามที่ทหารหนุ่มได้บอกผ่านโทรโข่งนั่นเอง

แถวมีลักษณะดูเป็นระเบียบมากเลยทีเดียว มีคนนับสิบที่กำลังต่อคิวเข้าแถว โดยที่มีรถบรรทุกของพวกทหาร จอดไว้หลายคัน
ซึ่งจะใช้รถบรรทุกพวกนี้ นำพวกหนึ่งและคนอื่นๆ ออกไปจากเมืองแห่งนี้นี่เอง

มีทหารหลายสิบนาย ที่มาตั้งพื้นที่ และต้องมาคอยคุมและดูแลจัดคิวให้คนเข้าแถว มันจะได้ไม่เป็นการวุ่นวายและอลหม่านจนเกินไป
หนึ่งจึงไปเข้าแถวรอ เพื่อที่จะได้ขึ้นรถอพยกคนออกไป ในขณะที่หนึ่งกำลังเข้าแถวต่อคิวอยู่ จู่ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น


"ตู๊มมมมมมมม !"


เสียงมันดังมาบริเวณทางข้างหลังคอนโดของหนึ่ง ห่างจากคอนโดหนึ่งไปพอสมควร

เสียงมันดังสนั่นหวั่นไหวมาก ผู้คนทั้งในเต้นท์และในแถว เริ่มมีอาการตกใจอย่างมาก

เกิดการแตกตื่นขึ้น ผู้คนวิ่งหนีไปทางนั้นทางนี้ ดูวุ่นวายทันที

ทหารเลยต้องรีบจัดระเบียบใหม่ให้เรียบร้อย แต่ก็ใช่ว่าจะฟังกันทั้งหมดหรอกนะ


"ทุกๆท่านโปรดอยู่ในความสงบนะครับ ตอนนี้พวกเรากำลังควบคุมสถานการกันอยู่ อย่าแตกตื่นกันจนเกินไป"


ทหารประกาศผ่านโทรโข่ง แต่เหมือนก็ไร้ประโยชน์ เพราะคนส่วนมาก วิ่งหนีแตกตื่นกันหมด ไม่สนใจที่ทหารบอกเลยแม้แต่น้อย
มีที่ฟังก็ไม่กี่คน เป็นพวกคนแก่ซะมากกว่า


“พี่หนึ่ง เอาไงดีอะ มันดูวุ่นวายมากเลย หนูใจคอไม่ดีแล้วล่ะ”
น้องสาวหนึ่งบอกกับหนึ่งด้วยอาการเริ่มหวาดกลัวและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


“ไม่เป็นไร อยู่กับพี่ทั้งคน ไม่มีอะไรมาทำอะไรน้องสาวพี่ได้หรอก อย่าเพิ่งกลัวไปนะ พี่จะปกป้องหนูเอง”


หนึ่งพูดกับน้องสาว ก่อนที่จะยิ้มให้กับน้องสาวเขาเหมือนเป็นการปลอบใจไปในตัว แล้วหนึ่งจึงรีบจูงมือน้องสาว

เดินออกมาจากที่แถวของพวกทหารที่จัดคิวไว้ ซึ่งตอนนี้มันวุ่นวายมาก หนึ่งมองซ้ายมองขวา กวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อที่จะหารถซักคัน

แล้วขับออกไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด เพราะหนึ่งสังหรณ์ไม่ดีตั้งแต่ตอนอยู่สวนสาธารณะแล้ว ว่ามันต้องเกิดอะไรไม่ดีๆขึ้นแน่นอน

เหมือนกับว่าหนึ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่ในซักที่นี่แหละ


N8 /จบ
แก้ไขล่าสุดโดย vatakabe123 เมื่อ 22 ต.ค. 2016, 01:08, แก้ไขแล้ว 6 ครั้ง.
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 08 พ.ย. 2014, 17:15

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N8 มาแล้ว

โอ้ว ในที่สุดก็กลับมาแล้วสินะ...ยังไงก็ขอต้อนรับกลับมาแล้วกันนะคะ 555

ถือว่าเนื้อเรื่องยังให้ลุ้นติดตามกันอยู่เช่นเดิม ยังไงก็จะรอดูตอนต่อไปนะคะ และอย่าดองนานเกินนะคะ เป็นห่วงว่าเดี๋ยวจะดองจนหายไปเลย xD
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 08 พ.ย. 2014, 17:23

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N8 มาแล้ว

คงกลับมาแต่งต่อเรื่อยๆแล้วล่ะครับ

กะว่าจะปล่อยวันละตอนเลย (ถ้าผมไม่ขี้เกียจซะก่อน)

พอดีช่วงนั้นผมต้องทำงานหาเงินทุน จะไปเปิดร้านขายเกมส์มือสองในเน็ตน่ะครับ เลยยุ่งแต่ตรงนั้น ต้องขอโทษทุกๆท่านในจุดนี้ด้วยฮะ TT

ปล ตอนนี้ผมก็พยายามจะโฟกัสไปที่ตัวละครแต่คนๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้าง แต่ยังไงก็จะทำให้นิยายเรื่องนี้น่าติดตามและน่าอ่านอย่างแน่นอนครับ ^^ :e3
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 09 พ.ย. 2014, 16:11

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N8 มาแล้ว

N9 Operation resurrect

หลังจากที่เล้งได้ถูกชายแปลกหน้าตีหัวจนสลบไป เล้งก็ฟื้นขึ้นมาในสภาพที่สะบัคสะบอมพอสมควรเลยทีเดียว
ในสถานที่ๆหนึ่งที่ค่อนข้างมืด มีแค่ไฟสลัวๆ จากหลอดไฟเท่านั้น

“อื้อออออ”

เล้งที่เพิ่งฟื้นขึ้นในสภาพงัวเงียจากสภาพที่สลบไปหลายชั่วโมง ค่อยๆลืมตาขึ้น และมองกวาดสายตาไปทั่ว
แล้วสำรวจไปทั่วร่างกายของตัวเองพบว่าส่วนหัวบวมหน่อยนึงเนื่องจากถูกฟาดจนสลบนั่นเอง แถมมีเลือดไหลซิบนิดๆด้วย

“อย่าให้จับได้นะว่าใครตีหัว จะจับโยนลงบ่อจระเข้ซะเลย” เล้งสถบอย่างหงุดหงิด

แต่ในขณะที่เล้งกำลังหงุดหงิดและงงอยู่นั้น จู่ๆเล้งก็ต้องรีบโพลงตาขึ้นมา หันมองซ้ายมองขวา ก่อนที่พูดออกมาด้วยความเซ็งสุดๆ

“ชิบหายละไง”

เล้งมองไปที่ด้านหน้าของเขา สถานที่ที่เขาอยู่ตอนนี้มันเหมือนห้องขังที่มีไว้ขังนักโทษ ยังไงยังงั้น ห้องค่อนข้างกว้างพอสมควร

“นี่กูโดนจับมาใช่มั้ยวะเนี่ย ” เล้งบ่นในใจและทำหน้าไม่พอใจอย่างยิ่ง (แหม่ โดนจับมานะไม่ใช่พามาเที่ยว)

จากนั้น เล้งจึงมองไปรอบๆเพื่อสำรวจห้องขัง สภาพไม่ต้องพูดถึงเลย มันสกปรกและมีทั้งหนูและแมลงสาบ ไต่ตัวเล้งไปมา
ทำให้เล้งต้องดิ้นและเขยิบตัวเองไปมา เพื่อที่จะให้มันหนีไปให้พ้นๆจากตัวเล้ง (นึกภาพไม่ออก ลองนึกภาพคนที่อยู่ดีๆก็มีตัวอะไรมาเกาะหรือมาไต่นี่แหละ
แล้วก็พยายามจะดิ้นให้ตัวที่มาเกาะหรือไต่ให้หลุดไป ประมาณนั้นเลย)

และเขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าในห้องขังนี้มีคนมากมาย หลายเพศ หลายเชื้อชาติ อยู่ในอาการสลบ ไม่ได้สติ นอนเรียงรายกันหลายคน บ้างก็นอนทับกันบ้าง บ้างก็นอนเอาขาพาดกัน - -*

“ที่นี่มันที่เก็บศพรึไงแล้ว…. แล้วนี่มันอะไรกันเนี่ย”

เล้งบ่นพึมพำเพราะเจอคนนอนสลบอยู่ตรงหน้า จากนั้นเล้งจึงไปตรวจเช็คว่าเขาสลบหรือว่าตาย โดยการเอานิ้วไปตรวจชีพจรบริเวณข้อพับแขน

“ก็ยังหายใจอยู่นี่ ยังไม่ตายนี่หว่า”

เล้งพูดขึ้นเบาๆ ก่อนที่เล้งจะมองไปที่ประตูด้านหน้าของห้องขังนี้
เล้งก็พบยามแก่ๆ ใส่เสื้อคอปกแขนยาวสีน้ำตาล กางเกงสแลค สีน้ำตาล หมวกสีน้ำตาล ข้างๆเอวมีกระบองไฟฟ้าเหน็บอยู่
ยามคนนั้นกำลังนั่งสัปหงกบนเก้าอี้ตามแบบสไตล์ยามทั่วไป

“มีคนเฝ้าด้วยงั้นรึ หึ ขยันจริงๆนะลุง” เล้งบ่นพึมพำ (อีกละ)

แต่แล้วสายตาของเล้งก็ได้มองไปตรงพื้นใกล้ๆกับเท้ายามที่กำลังนั่งสัปหงกบนเก้าอี้ เขาพบกุญแจที่ใช้ไขประตูห้องขัง มีกุญแจทั้งหมดสี่ดอก
เล้งจึงค่อยๆขยับๆไปทีละนิดๆ คล้ายๆกับการคลาน แล้วพอคลานไปถึงหน้ากรง ก็พยายามเอื้อมมือไปหยิบกุญแจดอกนั้นที่ตกอยู่ตรงพื้น
ใกล้ๆกับเท้าของยามแก่

“เอาล่ะนะ อีดนิดเดียวๆ” เล้งพูดไปก็เอื้อมมือไปด้วย จนเล้งเกือบจะหยิบกุญแจที่ตกได้แล้ว แต่ก็มีคนเปิดประตูเข้ามา

“แอ๊ด”

เสียงเปิดประตูดังขึ้น ทำให้ยามแก่ที่นอนสัปหงกบนเก้าอี้สะดุ้งตื่นขึ้นมา ขณะนั้นเล้งเองก็รีบหยิบกุญแจที่ตกตรงพื้นได้สำเร็จ
เล้งรีบขยับไปแกล้งนอนสลบที่เดิมด้วยความรวดเร็ว โดยนำกุญแจใส่ไปในกระเป๋ากางเกงแล้ว

เล้งเองเคยฝึกเป็นทหาร เขาก็ได้มีสอนเทคนิคต่างๆ รวมทั้ง เทคนิคที่จะต้องเอาตัวรอดในสถานการคับขันแบบนี้ด้วย
เล้งจึงเป็นคนที่มีความสามารถในการย่องเบาที่สูงอยู่พอสมควร คือสามารถลอบฆ่าหรือลอบบุกเข้าไปในสถานที่ต่างๆได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว

จากนั้น เล้งจึงมองไปที่ประตูที่มีคนเปิดมา เล้งได้เห็นชายวันกลางคนสองคน กะจากอายุคงประมาณ 30-40 ได้
แต่งตัวเหมือนยามแก่แต่เพียงแค่สูงกว่าและ หนุ่มกว่าเท่านั้น ยามหนุ่มสองคน เดินเข้ามาตรงหน้าประตู ทำให้เล้งต้องแกล้งสลบอีกครั้ง
ยามหนุ่มสองคนนั้น ยืนเท้าเอวแล้วพูดกับยามแก่ เหมือนเป็นการหยอกล้อกัน

“นี่ ลุง หลับอีกแล้วสินะ ดูสิ น้ำลายนี่ยืดเชียว”

ยามหนุ่มคนแรกพูดกะยามแก่ แล้วก็หัวเราะไปด้วย

“ลุงไม่ได้หลับนะเจ้าหนุ่ม ลุงแค่ไปเฝ้าพระอินทร์เฉยๆ”

ยามแก่พูดขึ้น แล้วก็ยิ้มแบบแหยๆให้กับยามอีกคนที่เพิ่งเข้ามา

“เอาเถอะลุง ยังไงลุงคงได้ไปหลับแน่นอน ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนเวรยามกันแล้วลุง”


ยามคนที่สองพูดขึ้น ก่อนที่จะมีการสลับหน้าที่กัน คือ ยามหนุ่มสองคน มาเฝ้าแทน ยามแก่ที่เพิ่งตื่นจากการสัปหงก แล้วยามแก่คนนั้นก็เดินออกจากประตูไป

จากนั้น ยามทั้งสองคนก็พูดคุยกัน แต่ภาษาที่คุยกันมันไม่ใช่ภาษาแบบที่เล้งเข้าใจ ประมาณว่า เหมือนพูดภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาที่เขาเรียนมา

(เอาง่ายๆ ฟังไม่รู้เรื่อง)
“นี่พวกนั้นมันคุยอะไรกันวะเนี่ย ใช่ภาษาอังกฤษรึเปล่าฟะ” เล้งคิดในใจด้วยความสงสัย ก่อนที่จะเงี่ยหูฟังพลางจับใจความคำพูดพวกนั้นไปด้วย

พอจับใจความของภาษาที่ยามสองคนคุยกัน ทำให้เล้งถึงกับบางอ้อเลย

“อ๋อ ภาษาอังกฤษนี่เอง ที่แรกนึกว่าภาษาอย่างอื่น” เล้งบ่นพึมพำออกมาด้วยความอายนิดๆ

ก่อนที่เล้งจะลอบฟังที่ยามทั้งสองคนคุยกัน จนยามทั้งสองคนนั้นคุยกันเสร็จ

“เฮ้ กูจะไปชงกาแฟกินซะหน่อย มึงจะเอาอะไรไหม หืม” ยามคนแรกถามเพื่อนยามอีกคนนึง ที่มัวแต่กดโทรศัพท์ แชทกะสาวอย่างมันส์มือ

“ไม่ล่ะว่ะ มึงรีบไปเหอะ” ยามคนที่สองตอบด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ก่อนที่พี่แกจะนั่งกดมือถือต่อไป

“เล่นแต่มือถือนะ งานการไม่ตั้งใจทำ เดี๋ยวก็ฟ้องบอสซะหรอก”
ยามคนแรกพูดขู่ยามคนที่สอง แล้วก็หัวเราะไปด้วย

“เต็มที่เลยจ้า ยังไงเดี๋ยวจบเหตุการณ์นี้ กูก็จะลาออกจากการเป็นยาม ไปขายฮอตดอกแถวๆหน้าสำนักงานนี่แหละ”


ยามคนที่สองพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ดูไม่สะทกสะท้าน พลางเบ้ปากมองบนอีกตะหาก

“ดูเข้าทำ อยากจะโดดถีบซะจริงๆ งั้นเดี๋ยวจะรีบไปรีบมาเลยละกัน เฝ้าคนพวกนี้ให้ดีๆด้วย”

ยามคนแรกกำชับกับยามคนที่สอง ก่อนที่เปิดประตูและเดินออกจากห้องไป

“เฮ้อ ทั้งๆที่ชั้นจะลาออกแล้วแท้ๆ จู่ๆก็มีงานด่วนซะงั้น เซ็งจริงๆ”


ยามคนที่สองบ่นขึ้นมาด้วยความเซ็งก่อนที่จะนั่งกระดิกเท้าไปมาด้วยอาการเซ็งๆ และก็ก้มหน้าก้มตากดมือถือต่อไป

“ตูไม่เซ็งกว่าเรอะ อยู่ดีๆก็โดนจับมาเนี่ย แถมเอามาไว้ในห้องขังบ้าบอไรนี่อีก”

เล้งพึมพำขึ้นมา แต่เสียงดันดึงไปนิดนึง เลยทำให้ยามที่เฝ้าอยู่ได้ยินเสียงของเล้ง แล้วละสายตาจากมือถือที่กำลังกดอยู่ทันที

“เฮ้ย เสียงใครวะ ได้ยินนะเว้ย” ยามคนที่สองตกใจกับเสียงที่ได้ยินเมื่อกี้ และรีบมองมาในห้องขัง

ทำให้ยามคนที่สองต้องเปิดห้องขัง เข้ามาดูข้างในห้องที่เต็มไปด้วย คนมากมายที่นอนเรียงกันอยู่

“เสียงใคร ชั้นถามว่าเสียงใคร” ยามคนที่สองพูดขึ้นมาเสียงดังมาก แถมมีอาการโกรธอีกตะหาก
พลางสอดส่องสายตาไปที่คนที่กำลังนอนเรียงกันอยู่ว่าเป็นเสียงใคร

“เสียงชั้นไง เจ้างั่ง”


เล้งที่ได้แอบลอบไปข้างหลังยามคนนั้น พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยียวนพอควร แถมลอบไปข้างหลังโดยที่ยามคนนั้นไม่รู้ตัวอีกตะหาก

“อย่าขยับนะ ไม่งั้....”


ยามที่ได้ยินเสียงจึงรีบหันมายังเล้งที่กำลังยืนข้างหลัง แต่ช้ากว่าเล้งนิดนึง ยังไม่ทันที่ยามคนที่สองจะพูดจบ ยามก็เจอเล้งจัดการซะแล้ว

“พลั่กกก”


เสียงยามคนที่สอง ถูกตีด้วยสันมือบริเวรต้นคอ ทำให้สลบไปกองรวมกับพวกที่ถูกจับมาทันที

“ฟู่ววว เกือบไปแล้วไง ดีที่ไม่ลนลานก่อนหน้านี้ ไม่งั้นคงจบเห่แน่”


เล้งพูดขึ้น แล้วก็ถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะหักนิ้วหักมือเหมือนเตรียมพร้อมทำอะไรซักอย่าง

“เอาล่ะ ขอค้นหน่อยนะ ว่ามีอะไรติดตัวมาบ้าง เผื่อจะเจอของที่สามารถใช้ประโยชน์กับชั้นได้”


จากนั้นเล้งจึงได้ทำการตรวจค้นร่างกายของยามคนที่สอง ทั้งเช็คในกระเป๋ากางเกง เช็คกระเป๋าเสื้อ

จนกระทั่ง เล้งไปเจอเอกสารใบนึง ที่ยามคนนั้นเก็บไว้ตรงใต้รองเท้า


“คนบ้าอะไรวะ เก็บเอกสารไว้ตรงใต้รองเท้า กลิ่นนี่ใช้ได้เลยนะเนี่ย”

เล้งพูดไปพลางปัดมือไปมา แถมยังปิดจมูกด้วย เนื่องจากกลิ่นที่มันค่อนข้างเหม็นใช้ได้เลยแหละ
จากนั้น เล้งจึงไปนั่งอ่านตรงเก้าอี้ที่ยามคนที่สองนั่งเล่นมือถือก่อนหน้านี้

เอกสารชิ้นนั้น มีการพาดหัวเอกสารไว้ว่า

:คำสั่งลับเฉพาะกิจ:


“อะไรฟะ คำสั่งลับเฉพาะกิจเรอะ แหม่ อ่านแล้วทำไมมันขนลุกซู่เลยแฮะ”


เล้งบ่นขึ้นไปพลางก็เอามือจับคางไปแล้วหมุนคอไปมา ก่อนที่จะอ่านเอกสารนั้นต่อ


เนื้อหาของคำสั่ง เขียนประมาณว่า

เกิดเหตุแก๊สประหลาดชนิดนึง ได้รั่วไหลออกมาสู่เมือง มันมีลักษณะเป็นสีแดงอ่อน ใครที่สูดดมไป จะมีอากาศคลุ้มคลั่ง วิกลจริต กัดกินเนื้อมนุษย์ด้วยกัน

บางคนก็กลายพันธ์เป็นตัวประหลาด ไล่ฆ่าคนนั้นคนนี้ไปทั่ว ทุกอย่างมันโหดร้ายและเกินมนุษย์มาก แก๊สนี้จะออกฤทธิ์ภายใน4ชั่วโมง

แล้วไอที่เราเอาคนที่สลบมากองๆไว้ในห้อง ก็เพื่อที่จะได้ตรวจสอบว่า มีใครได้สูดแก๊สมั้ย ถ้ามีใครสูดดมแก๊สเข้าไป ก็ให้กำจัดทิ้งได้เลย ก่อนที่พวกเขาจะกลายพันธ์

ส่วนถ้าไม่มีใครสูดดม ก็ต้องฆ่าทิ้งอยู่ดี เพื่อที่จะปิดปากเรื่องที่มันเกิดขึ้น เราไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนนี้เพิ่งจะทยอยๆกันขนเข้ามา แต่จะมีเพิ่มมาอีกต่อไปเรื่อยๆ
สิ่งที่ต้องทำคือ กำจัดคนพวกนี้ซะ คำสั่งที่ได้รับ ถือว่าเป็นคำสั่งที่ได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ถ้าใครทำนอกเหนือคำสั่ง คุณจะได้รับโทษสูงสุดแน่นอน

ด้วยความเคารพ ลงชื่อ

พันตำรวจเอก Yuuji Panutawan


“อ๋อ มันเป็นงี้นี่เอง “

เล้งพูดขึ่น หลังจากที่อ่านจบ เขาก็พับเอกสารใส่ในกระเป๋าเงินของเขา แล้วเล้งได้แอบสับเปลี่ยนชุดของเขากับยามคนที่สองด้วย

“ถึงเวลาที่จะต้องรื้อฟื้นความหลังอีกแล้วสินะ” เล้งพูดแล้วแสยะยิ้มแบบพวกมีเลศนัย


จากนั้น เล้งก็หยิบโทรศัพท์ของยามคนนั้นที่สลบมา พร้อมกับกระบอกไฟฟ้าของยาม้ด้วย แล้วจึงทำทีไปนั่งตรงเก้าอี้
เหมือนที่ยามคนที่สองนั่ง เพื่อที่จะปลอมตัวเป็นยามคนที่สอง และหาทางออกไปจากที่ห้องขังแห่งนี้
เพื่อค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในขณะที่เล้งกำลังที่จะเตรียมพร้อมออกไปจากที่นี่ ภายนอกของเมือง ก็ได้เกิดเหตุวุ่นวายที่เริ่มจะดูมากขึ้นเรื่อยๆ

N9/จบ
แก้ไขล่าสุดโดย vatakabe123 เมื่อ 22 ต.ค. 2016, 16:24, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 09 พ.ย. 2014, 23:12

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N9 มาแล้ว

มาแล้วๆ คราวนี้มาถึงฉากที่ต้องแหกคุกกันเสียแล้วและเล้งก็เอาตัวรอดได้ดีตั้งแต่เนิ่นๆเลย ปูเสื่อรอตอนต่อไปแว้ว

ปล.ว่าแต่สงสัยมาสีกพักนึงแล้วว่า ตอนนี้มีตัวละครที่สมัครโผล่มาบ้างยัง(หรือคิดไปเองก็ไม่รู้) -.-
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 10 พ.ย. 2014, 00:05

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N9 มาแล้ว

ตัวละครที่มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆได้สมัครไว้ โผล่มาเกือบจะครบทุกคนแล้วครับ ยังมีขาดๆอยู่ไม่กี่คน

ที่โผล่มาแล้วก็มี

สไตรค์,ท็อป,หนึ่ง,เล้ง,โซส,เพียซ(อันนี้แค่มาเป็นแขกรับเชิญครับ),แซม, แล้วก็ตัวละครหญิงปริศนาอีกคนนึง ซึ่งผมยังไม่ขอบอกว่าใคร

ส่วนที่ยังไม่โผล่มาก็มี

แองจี้,หมวย,เฮนรี่ (ขอโทษจริงๆที่เรียงลำดับการปรากฏตัวของตัวละครผิด TT)

ผมพยายามดำเนินเนื้อเรื่องของแต่ละคนๆไปก่อนน่ะครับ แต่บางคนผมกะว่าจะให้เปิดตัวมาเป็นแพคคู่เลย (มาพร้อมกันในตอนเดียว)

ปล ช่วงนี้ไฟแรงมากครับ เป็นไปได้ว่าอาจจะได้อ่านวันละตอนแบบที่ผมบอกเลยก็ได้ ฮ่าๆ

ปล2 ตัวละครของใครที่ยังไม่ได้เปิดเผยออกมา อดใจรออีกหน่อยครับ ผมจะใส่บทและเพิ่มเนื้อเรื่องของตัวละครนั้นเข้ามาด้วยอย่างแน่นอน
แก้ไขล่าสุดโดย vatakabe123 เมื่อ 11 พ.ย. 2014, 08:20, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
<<

minelife

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 366

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 19:05

โพสต์ 10 พ.ย. 2014, 00:24

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N9 มาแล้ว

เอ๋.หนูแองจี้ผมโผล่มาตอนไหนหว่า อย่าบอกนะครับว่าเป็นอีหนูกระซวกโหดน่ะครับ นั่นก็เถื่อนเกิ๊น 555 -.-
รูปภาพ
I'll pray for my love,my world and for everyone who love me
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 10 พ.ย. 2014, 23:36

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N9 มาแล้ว

ขณะกำลังรอตอนต่อไปนั้น นุ่นก็ได้ทำการอ่านตอนเก่าๆย้อนความกันและอ่านข้อมูลตัวละครด้วย...จนกระทั่ง...


ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นกับเธอ ทำให้เธอมีอีกบุคลิกนึงในตัวเอง ทำให้เป็นพวกสองบุคลิกไป

วันนึง ครอบครัวของเขาจำเป็นต้องย้ายจากบ้านเกิดไปที่เมือง bangkok
เพื่อไปติดต่อธุรกิจเซ็นสัญญาที่นั่น และได้พาเฮนรี่มาด้วย
นั่นก็เพื่อพาไปเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงจนกว่าจะทำธุระเสร็จที่เมือง bangkok(แต่แน่นอนว่าเฮนรี่ไม่แคร์ เรียนที่ไหนก็ได้ขอได้มีที่สงบก็พอ)



โอ้ว...เฮนรี่เปลี่ยนเพศแล้วเรอะ!? 555+

ที่จริงก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่า...แค่เห็นแล้วช็อคไปเลย(เฮนรี่นี่ผู้ชายนะคะเอาซะฮาเลย) ยังไงก็ช่วยฝากแก้ให้หน่อยนะคะ ^^

ปล.ที่จริงนุ่นกำลังหาอ่านตามตัวเฮนรี่อยู่นะ...แต่ทำไมเฮนรี่เล่นตัวจัง(หาอ่านแล้วไม่เจอจริงๆ -_-) แต่ยังไงนุ่นก็ไม่ซีเรียสอยู่แล้วค่า แต่งไปเรื่อยๆจะดีกว่านะคะ
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 11 พ.ย. 2014, 08:08

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N9 มาแล้ว

noon224 เขียน:ขณะกำลังรอตอนต่อไปนั้น นุ่นก็ได้ทำการอ่านตอนเก่าๆย้อนความกันและอ่านข้อมูลตัวละครด้วย...จนกระทั่ง...


ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นกับเธอ ทำให้เธอมีอีกบุคลิกนึงในตัวเอง ทำให้เป็นพวกสองบุคลิกไป

วันนึง ครอบครัวของเขาจำเป็นต้องย้ายจากบ้านเกิดไปที่เมือง bangkok
เพื่อไปติดต่อธุรกิจเซ็นสัญญาที่นั่น และได้พาเฮนรี่มาด้วย
นั่นก็เพื่อพาไปเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงจนกว่าจะทำธุระเสร็จที่เมือง bangkok(แต่แน่นอนว่าเฮนรี่ไม่แคร์ เรียนที่ไหนก็ได้ขอได้มีที่สงบก็พอ)



โอ้ว...เฮนรี่เปลี่ยนเพศแล้วเรอะ!? 555+

ที่จริงก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่า...แค่เห็นแล้วช็อคไปเลย(เฮนรี่นี่ผู้ชายนะคะเอาซะฮาเลย) ยังไงก็ช่วยฝากแก้ให้หน่อยนะคะ ^^

ปล.ที่จริงนุ่นกำลังหาอ่านตามตัวเฮนรี่อยู่นะ...แต่ทำไมเฮนรี่เล่นตัวจัง(หาอ่านแล้วไม่เจอจริงๆ -_-) แต่ยังไงนุ่นก็ไม่ซีเรียสอยู่แล้วค่า แต่งไปเรื่อยๆจะดีกว่านะคะ


กรรม ขออภัยอย่างยิ่ง ดันแก้จากชายเป็นหญิงซะนี่ :e12

แต่เดี๋ยวผมแก้ให้ครับ ขอโทษจริงๆ TT

ปล จริงๆเมื่อวานมีกำหนดการแล้วว่าจะปล่อย No 10 ออกมา แต่เนื่องจากผู้ช่วยป่วยกระทันหัน ทำให้ต้องหยุดไปวันนึง แต่เดี๋ยววันนี้คงปล่อยมาให้อ่านกันแน่นอนครับ ^^
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
<<

vatakabe123

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 50

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 23:46

ที่อยู่: ค่ายของเล่าปี่

โพสต์ 12 พ.ย. 2014, 00:22

Re: Bangkok Apocalypse Update ประกาศหน่อยนะครับ : N9 มาแล้ว

N10 ไอขีหลี้ผู้ไม่รู้อะไร / การพบพานกันของสองหนุ่ม


ณ ห้องพักของแฟงค์ ชายหนุ่มขี้หลี หลายใจ แต่หน้าตาดี (มีดีแค่หน้าตาสินะ)

หลังจากที่พี่แกไล่เมย์ แฟนสาวที่รักที่สุดในชีวิต และว่าที่ภรรยาของเขาออกไปนั้น
พี่แกก็มานั่งพิมพ์แชท คุยกับสาวๆต่อได้อย่างหน้าตาเฉย โดยที่ไม่ได้รู้อะไรเลย ว่าข้างนอกมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง
(คนเขียนก็ไม่รู้นะ [อ่าว?])
แฟงค์ที่จดจ่ออยู่กับการพิมพ์แชทคุยกับสาว กำลังนั่งพิมพ์แชทกับสาวอย่างสบายอารมณ์ด้วยความคิดที่ว่า จะได้ฟันแน่ๆคนนี้


แฟงค์ : คุณครับ คุณสนใจจะไปเที่ยวกับผมมั้ยครับ ? ผมอยากจะทำความรู้จักกับคุณให้มากกว่านี้จังเลย ^0^

สาวที่แฟงค์คุยด้วย : จะให้ไปไหนก็ได้ค่ะ ขอแค่มีแฟงค์ไปด้วยก็พอแล้ว -////-
(เพิ่งเลิกกับแฟน แล้วหาคนใหม่ทันที บังเอิญเจอแฟงค์ในนี้พอดี ตรงสเปคของเธอเลยอีกตะหาก โหดโคตร)

แฟงค์ : งั้นได้เลยครับ เดี๋ยวเราไปนั่งดูหนังกันที่โรงหนังกันนะครับ ส่วนจะดูหนังอะไรนั้น เอาไว้ไปถึงแล้วค่อยไปเลือกแล้วกันนะ :))


สาวที่แฟงค์คุยด้วย : ได้เลยค่ะ เดี๋ยวถ้ายังไงก็รบกวนเอาเบอร์โทรเราไปก่อนนะ เดี๋ยวค่อยคุยรายละเอียดกันทีหลัง นี่เบอร์นะ 074-***-*****


แฟงค์ : โอเคคร้าบ ผมเมมไว้ในเครื่องแล้วล่ะ แล้วเจอกันนะครับ ^_^


แฟงค์กับสาวในแชทของพี่แก กด้ทำการแลกเบอร์โทรของทั้งสอง เพื่อที่จะไว้ติดต่อกันในภายหลัง

จากนั้นแฟงค์จึงเดินไปหยิบน้ำดื่มมากินในตู้เย็น แล้วก็เดินไปนั่งตรงโซฟาตัวโปรดของเขาด้วยความสุขที่กำลังจะได้ฟันสาวรายต่อไป

แฟงค์พูดจาเหมือนจะวางแผนอะไรซักอย่าง น้ำเสียงที่ฟังดูเท่ห์ๆเหมือนพวกขี้เก๊ก แถมเอามือมาเท้าคางและนั่งไขว่ห้างอีกตะหาก - -



“แบบนี้คงต้องนัดเจอ แล้วพาเที่ยว จากนั้นก็ฟันแล้วทิ้งอีกเช่นเคย หึหึ”


แฟงค์พูดพร้อมกับยิ้มแบบพวกพวกดาวร้ายในหนังไทยยังไงหยั่งงั้นเลย

ในขณะที่แฟงค์ นั่งวางแผนโฉดของเขาอยู่คนเดียวนั้น

"กรี๊งงงงง"

เสียงเรียกเข้ามือถือของแฟงค์ดังขึ้น มันเป็นเสียงเรียกเข้าที่ไม่ต้องมีจังหวะจะโคนอะไรมากมาย แค่เอาไว้ใช้ปลุกและเตือนเวลามีใครโทรมา มันก็น่าจะโอเคสำหรับแฟงค์แล้ว
แปลกสำหรับผู้ชายจุกจิกเอาแต่ใจอย่างแฟงค์ กลับใช้เสียงเรียกเข้าแบบง่ายๆ แทนที่จะใช้เพลงตั้งเป็นเสียงเรียกเข้า ซึ่งมันน่าจะเหมาะกับผู้ชายแบบแฟงค์มากกว่า

แฟงค์จึงหยิบมือถือที่วางใกล้ๆตัวเขาตรงโซฟานั้นขึ้นมาแล้วรับสาย คนในสายที่ติดต่อมาหาแฟงค์ คือเพื่อนของแฟงค์นั่นเอง
แฟงค์นั่งคุยโทรศัพท์กับเพื่อนของเขาตรงโซฟาตัวโปรด นั่งไขว่ห้าง แล้วมือซ้ายก็ถือโทรศัพท์ไปด้วย


แฟง : เออ มีอะไรว่ามา


แฟงค์ถามเพื่อนที่โทรมาด้วยความสงสัยที่อยู่ก็โทรมาไม่มีปี่มีขลุ่ย

เพื่อนแฟงค์ : ตอนนี้อยู่ไหนไอแฟงค์ ?


แฟงค์ : กูอยู่ในห้องว่ะ มีอะไรรึเปล่าวะมึง ?


เพื่อนแฟงค์ : พอดีกูไปมีเรื่องมานิดหน่อย ขอเข้าไปทำแผลในห้องมึงได้มั้ยวะแฟงค์?[/b]


พอแฟงค์ได้ยินสิ่งที่เพื่อนตัวเองบอก แฟงค์ก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ
เพราะตอนแรกคิดว่าเพื่อนจะโทรเพื่อชวนแฟงค์ไปเละเทะแบบที่ไปเป็นประจำ แต่กลับไม่ใช่แบบที่เขาคิด


แฟงค์ : ชิบหาย! ไปโดนใครทำอะไรมาวะ?


เพื่อนแฟงค์ : เรื่องมันยาวว่ะ ไว้กูจะเล่าให้มึงฟังทีหลังนะเว้ย กูกำลังจะเดินไปหามึงที่ห้องละ กูพาเพื่อนมาด้วยนะ ทั้งหมดก็สามคนว่ะ พวกเราทั้งนั้นแหละแฟงค์ รบกวนด้วยนะมึง


แฟงค์ : เออ มึงรีบๆมาละกัน เสร็จธุระกับมึงกูว่าจะนอนเลยว่ะ



เพื่อนแฟงค์ : เออๆ แล้วกูจะรีบไป


จากนั้นแฟงค์ก็วางสายเพื่อนของเขาไป แล้วโยนโทรศัพท์ไปไว้บนโต๊ะทานข้าวเล็กๆใกล้ๆกับโซฟาในห้อง


และไม่ถึงสิบนาที เพื่อนของเขาก็ได้มาเคาะประตูหน้าห้องของแฟงค์ที่กำลังรอเพื่อนของเขาอยู่


“ก๊อกๆ”


เสียงเคาะประตูของเพื่อนแฟงค์ที่กำลังยืนเคาะประตูอยู่หน้าห้อง แฟงค์จึงเดินไปเปิดประตูให้เพื่อน

พอเปิดประตูมา ภาพที่เห็นคือ เพื่อนทั้งสามคนของเขา ในสภาพได้รับบาดเจ็บ คือ เพื่อนคนแรก มีแผลเหมือนรอยฟันตรงบริเวณแขนด้านซ้าย
เพื่อนคนที่สอง ก็มีรอยแผลเป็นรอยเหมือนถูกอะไรกระซวกมาซักอย่าง ตรงบริเวณหน้าท้องของเขา เป็นแผลขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ไม่ได้เหวอะหวะมาก
ส่วนเพื่อนคนที่สาม มีรอยแผลบริเวณหัว เหมือนๆไปโดนอะไรกัดมา เป็นรอยฟันเหมือนมีอะไรซักอย่างกัดฝังเขี้ยวไว้ที่หัวของเขา

แฟงค์ไม่รีรอ รีบเข้าไปผยุงเพื่อนของตัวเองเข้ามาในห้อง และปิดประตูอย่างไว
ในระหว่างที่กำลังพยุงเพื่อนของเขา แฟงค์จึงได้ถามเพื่อนคนแรกด้วยความสงสัยอย่างมาก

มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกมึงวะเนี่ย?
แฟงค์เอ่ยคำถามออกมากับเพื่อนของเขาที่กำลังผยุงอยู่นั้น เพื่อนของเขาก็ได้ตอบออกมาด้วยเสียงเอื่อยๆเหมือนเหนื่อยมากๆเลยทีเดียว


ไว้กูจะบอกมึงทีหลังนะ กูขอทำแผลก่อนแล้วกัน

เพื่อนคนแรกกล่าวกับแฟงค์ ในขณะที่แฟงค์กำลังพยุงเพื่อนๆของเขามาในห้องครบทุกคนและให้พวกเขานั่งพักบริเวรโซฟาไปก่อน


“แฟงค์ แล้วนี่มึงทำอะไรอยู่วะ พวกกูมารบกวนมึงรึเปล่า”

เพื่อนของแฟงค์คนแรก ถามแฟงค์ด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อยเปรี้ยเพลียแรง แล้วเจ้าตัวก็ค่อยๆเอนตัวพิงกับโซฟา สีหน้าแสดงได้ถึงความเจ็บปวดที่ไม่น้อย

"ก็นิดนึงว่ะ แต่ไม่เป็นไร คนจะเจ็บจะตาย กุไม่มีเวลามานั่งสบายอารมณ์หรอก(โถ พ่อคนดี)”


พวกมึงนั่งพักตรงนี้นะ กูจะไปหยิบกล่องทำแผลมาให้”


แฟงค์กล่าวกับเพื่อน ก่อนที่จะเดินไปหยิบกล่องทำแผลตรงบริเวรตู้ตรงกำแพง ที่แฟงค์ทำติดกับกำแพงไว้
เผื่อในกรณีฉุกเฉินจะได้ไม่ต้องไปโรงพยาบาล สามารถทำแผลได้ที่บ้านตัวเองเลย
(เนื่องจากแฟงค์เองก็เป็นพวกนักเลงหัวไม้ จึงมีเรื่องกับคนอื่นบ่อย ทุกๆครั้งแฟงค์จะต้องวิ่งแจ้นไปทีโรงพยาบาล
ทำให้หลังๆแฟงค์จึงต้องติดตั้งกล่องพยาบาลเบื้องต้นไว้ในห้องของเขาด้วย)

แฟงค์เอาเอากล่องทำแผลมาให้เพื่อนๆเขาบนโต๊ะข้างหน้าโซฟา

“เอ้านี่ กล่องทำแผล พวกมึงก็ทำแผลกันเอาเองนะ มีพวกอุปกรณ์ทำแผลเบื้องต้นนะ แต่ก็น่าจะมีครบหมด พวกยาแดง ยาเหลือง แอลกอฮอร์ พวกผ้าผันแผลงี้

แฟงค์บอกกับเพื่อนของเขา ก่อนที่แฟงค์จะนั่งดูเพื่อนของเขาที่โซฟา แล้วก็อดไม่ได้ที่จะถามเพื่อนของเขาด้วยความสงสัย

“เออ กูขอถามเลยนะ มึงไปโดนห่าเหวอะไรมาวะเนี่ย เล่ามาหน่อยเถอะ จะกั้กเห้อะไรนักหนา

แฟงค์บอกกับเพื่อนของเขาด้วยความสงสัย เพราะอยู่ๆก็มาที่ห้องในสภาพยับเยินแบบนี้ มันต้องมีอะไรแน่ๆ แล้วก็ทำหน้าตาขี้สงสัย
ก่อนที่เพื่อนของเขาจะบอกแฟงค์ไปด้วย ทำแผลไปด้วย คนอื่นๆเองก็กำลังนั่งทำแผลอยู่เช่นกัน

“เออ กูจะเล่าให้มึงฟังนะ”


“คือพวกกูก็ไปเที่ยวกันปรกติแหละ จนกระทั่งกูเหมือนไปเจอโจทย์ว่ะ พวกกูเลยตีกับมัน

แต่ในระหว่างตีกัน แม่งเหมือนมีแก๊สพิษอะไรซักอย่าง สีแดงๆว่ะ แม่งลอยมาจากไหนก็ไม่รู้
พวกกูกลัวมันจะทำอันตรายกับพวกกูไง เลยปิดจมูกไว้ ไม่ได้สูดไม่ได้ดมไป แต่พวกโจทย์กูไม่ได้ปิดจมูกไง เผลอสูดดมไปเต็มๆ
จากนั้น
พอแก๊สจางลงไป พวกกูก็ตีกันกันต่อจนเละเลย พอเสร็จปุ้บ กูกับพวกกำลังจะเดินกลับ
จู่ๆแม่งก็ลุกขึ้นมาได้เฉย แถมยังเอามีดมากระซวกเพื่อนเพื่อนกูอีกคนอีกเนี่ย พวกกูเลยยำเฉพาะไอนั่นอีกรอบ แล้วรีบมาที่ห้องมึงเลย"[/b]


เพื่อนคนแรกบอกกับแฟงค์ ก่อนที่จะขยับตัวเองไปใกล้ๆเพื่อนคนที่สองของเขา แล้วก็ถกเสื้อขึ้น เพื่อที่จะเปิดแผลให้กับแฟงค์ดู

สภาพแผลคือ มันเป็นแผลสด มีเลือดซึมออกมาจากแผล ลักษณะเหมือนเป็นรอยโดนอะไรซักอย่างแทงเข้าไปตรงนั้นหลายๆที (เป็นรอยมีด)

“อื้อหือ แล้วมันรอดมาได้ไงวะ ถ้าโดนขนาดนั้นกูว่าน่าจะตายห่าไปแล้วนะ”


แฟงค์ถามเพื่อนคนแรกด้วยความสงสัย ก่อนที่จะเอาสำลีชุบแอลกอฮอลแล้วยื่นให้เพื่อนคนที่สอง

“กูก็สงสัยไม่ต่างกับมึงหรอก”

เพื่อนของแฟงค์คนแรกบอกกับแฟงค์ ก่อนที่จะถอนหายใจออกมา และก็เล่าเรื่องของพวกเขาให้ฟังต่อ

“งั้นกูต่อเลยนะแฟงค์ หลังจากที่ไอนั่นมันเอามีดมากระซวกเพื่อนกูเนี่ย
จู่ๆพวกมันอีกสองคนก็ลุกขึ้นมา แถมอยู่ดีๆคนนึง

แม่งก็มากระโดดกัดหัวเพื่อนกูซะงั้น
ดีที่กูมีไม้หน้าสามอยู่กะตัว เลยฟาดแม่งซะดิ้นเหมือนหนอนโดนน้ำร้อนเลย

ส่วนคนนึง แม่งเดินเซไปเซมา แล้วก็มาจับแขนกูแล้วกัดเฉยเลย แต่กูก็สะบัดออกได้ไง

แล้วกูสามคนเลยรุมกระทืบพวกมันจนอ่วมแล้วอ่วมอีกเลย พวกกูทีแรกว่าจะไปโรงพยาบาล แต่มันไกลว่ะ

กูเลยแวะมาที่บ้านมึงก่อน เพราะบ้านมึงแม่งใกล้ที่สุดละ"



เพื่อนคนแรกของแฟงค์บอกกับแฟงค์ ก่อนที่จะเก็บอุปกรณ์ทำแผลเข้าไปในกล่องเหมือนเดิม


“งั้นเดี๋ยวพวกกูจะไปหาหมอที่โรงพยาบาลละ อาการกูเริ่มดีขึ้นแล้วว่ะ แต่อีกสองคนอาการไม่ค่อยดูเท่าไหร่
กูจะพาพวกมันไปโรงพยาบาลนะ ขอบใจมึงมากนะแฟงค์



"เออ ระหว่างที่กูพาเพื่อนกูอีกสองคนมาบ้านมึงอะ ทำไมรถมันจอดกันมั่วเลยวะ แถมมีทหารกับตำรวจมากันเยอะแยะเลยว่ะ มันมีงานอะไรรึเปล่าววะ ?"

เพื่อนของแฟงค์ถามด้วยความสงสัย


"กูว่าคงไม่มีอะไรหรอก อาจจะเกิดเรื่องขึ้น รถชนงี้ คนตายงี้ อะไรก็ได้มั้ง ดูจากแผลและสภาพแล้วมันน่าจะเป็นหนักเรื่อยๆนะ
พวกอุปกรณ์นี่คงเอาไม่อยู่หรอก พวกมึงรีบไปโรงพยาบาลเหอะ แล้วกูจะตามไปทีหลัง มีอะไรติดต่อมาทางเบอร์นะมึง"



แฟงค์บอกกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่ได้สนใจอะไรนัก เพราะเจ้าตัวเองก็เริ่มง่วงแล้วด้วย จากนั้นแฟงค์จึงเดินไปเปิดประตูแล้วพาเพื่อนทั้งสามคนจึงเดินออกจากห้องไป

“เฮ้อ ไม่มีอะไรทำละ งั้นนอนดีกว่า ตื่นมาค่ำๆค่อยไปตะเวนราตรี


แฟงค์พูดไปก็บิดขี้เกียจไปมา ก่อนที่จะเดินไปบริเวณเตียงนอนของเขา แล้วทิ้งตัวลงหลับปุ๋ยทันที โดยไม่รู้ว่าข้างนอกตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว


ตัดมาที่ ริมถนนใกล้ๆห้างสรรพสินค้าชื่อดังของเมือง Bangkok


สไตรค์กำลังขับมอเตอร์ไซค์เพื่อที่จะเดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้าอยู่นั้น เขาได้มองไปข้างทาง พบว่ามันเหมือนหนังสยองขวัญที่เคยเช่ามาดูยังไงยังงั้น
มีศพอยู่มากมายกองอยู่หลายๆจุด แล้วมีภาพของพวกคนแปลกหน้าแบบที่สไตรค์เจอ กำลังนั่งกัดกินศพอยู่อย่างเมามันส์
รถที่จอดกันมั่วสะเปสะปน แถมยังมีผู้คนกำลังต่อสู้และหนีจากพวกคนแปลกหน้าพวกนั้น สไตรค์เองก็อยากลงไปช่วย แต่ถ้าสไตรค์
จอดและลงไปช่วย จะต้องมีเรื่องยุ่งๆตามมาแน่ๆ


"แปปเดียวมันลุกลามได้ถึงขนาดนี้เลยรึเนี่ย"

สไตรค์พูดขึ้นแล้วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเหมือนจะเข้าใจและปลงในอะไรหลายๆอย่างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไวมาก

แต่ระหว่างที่พี่แกกำลังขับมอไซค์อยู่นั้น ก็มีอะไรบางอย่างทำให้สไตรค์ต้องจอดมอเตอร์ไซค์แทบจะทันที
จู่ๆก็มีเด็กหนุ่มคนนึง วิ่งมาตัดหน้ามอเตอร์ไซค์ของเขา ทำให้เขาต้องเบรคทันที เพราะถ้าไม่เบรคก็ชนหนุ่มคนนี้ม่องแน่ๆ (แหงล่ะ)

"ใครตัดหน้ารถฟะ มองไม่เห็นรึไงว่ารถกำลังวิ่งมาเนี่ย"

สไตรค์สถบออกมาด้วยความเซ็ง เพราะเจ้าตัวขับจนใกล้จะถึงห้างสรรพสินค้าแล้ว สไตรค์ได้สังเกตร่างกายและสภาพของเด็กหนุ่มคนนี้ ว่าเขาไม่น่าจะใช่เด็กธรรมดาแน่ เพราะดูแล้วไม่มีร่องรอยการต่อสู้และบาดแผลเลย

เขามีลักษณะ สูงผอม ดูท่าน่าจะสูงกว่าสไตรค์พอสมควร ผมแสกซ้ายแต่ข้างหลังตัดสั้นสีน้ำตาลแก่ ดวงตาสีฟ้าทะเล

เสื้อแจ็คเก็ตสีดำ ข้างในสวมเสื้อยืดสีน้ำเงินเข้ม กางเกงยีนสีเทาแก่ สะพายกระเป๋าเป้ใบเล็กสีดำ
กำลังทำท่ากางมือเหมือนกำลังจะเป็นสัญลักษณ์ให้มอไซค์คันนี้หยุดจอด


"ขอบคุณและขอโทษนะครับที่ผมวิ่งตัดหน้ามอไซค์ของคุณ พอดีผมเป็นคนที่เพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่ได้ซักพักแล้ว
แล้วตอนผมเลิกเรียน ผมกำลังกลับบ้าน จู่ๆมันดันเกิดบ้าอะไรขึ้นก็ไม่รู้ มีคนมาไล่กัดกัน ไล่ฆ่ากัน ผมนี่งงไปหมดแล้วล่ะ แถมติดต่อทางบ้านไม่ได้ด้วย

ผมเองก็เกือบจะถูกฆ่าแล้วล่ะ ตัวผมเองก็ต้องมีป้องกัน
ตัวเล็กน้อยเพื่อให้เอาตัวรอดจากสถานการแบบนั้นน่ะครับ แล้วผมก็ไม่รู้จะกลับไปบ้านดีไหม

เลยตัดสินใจว่าจะไปที่ห้าง เพราะเผื่อจะได้เจอคนที่ให้ความช่วยเหลือผมได้
จนกระทั่งผมเห็นคุณกำลังขับมอเตอร์ไซค์อยู่นั่นแหละ ผมเลยลองวัดใจ โดดตัดหน้ามอไซค์ดู เผื่อคุณจะจอดรับผมไปส่งได้ที่ห้างน่ะครับ




เด็กหนุ่มคนนั้นบอกกับสไตรค์ด้วยความตกใจปนสับสนและงง แต่สไตรค์ก็รู้สึกไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ จึงได้ตั้งคำถามเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยความสงสัยปนไม่ไว้ใจ


"นายนี่มันบ้าชะมัด ว่าแต่ นายมีอาวุธติดตัวมั้ย?"



สไตรค์ถามเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่ไว้ใจ แต่สไตรค์คิดว่าเขาน่าจะพกติดตัวไว้แหละ
เพราะถ้ารอดมาได้ขนาดนี้ มือเปล่าเพียวๆไม่น่าจะใช้ได้แน่ๆ



“ถ้ามี เอามาให้ชั้นเก็บไว้นี่ พอดีชั้นไม่ค่อยไว้ใจใครน่ะ



สไตรค์พูดกับเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วยื่นมือไปหาเด็กหนุ่มและแบมือเพื่อขออาวุธที่เด็กหนุ่มมีติดตัว


“ก็มีแค่มีดพับทหารอันเล็กๆน่ะครับ พอดีที่บ้านผมเป็นทหารกันหมด เลยให้ผมพกติดตัวไว้ด้วย เผื่อมีอันตรายเกิดขึ้น ถ้าคุณไม่ไว้ใจผม
คุณจะเอาไปเก็บไว้กับตัวก็ได้นะครับ




เด็กหนุ่มคนนั้นพูดขึ้นมา ก่อนที่จะหยิบมีดพับทหารอันเล็กๆในกระเป๋ากางเกง ใส่มือให้กับสไตรค์



“โอเค ถ้างั้นชั้นไว้ใจนายได้ มากับชั้นสิ ชั้นกำลังจะไปที่ห้างสรรพสินค้าพอดี”


สไตรค์พูดจบ ก่อนที่จะเอามีดพับที่ได้จากเด็กหนุ่มคนนั้น เอาใส่ในกระเป๋าเป้ไป และยืนคุยกับเด็กหนุ่มคนนี้ซักพักนึงก่อน

ก่อนที่ทั้งสอง จะขึ้นมอเตอร์ไซค์เพื่อที่จะไปห้างสรรพสินค้าด้วยกันนั้น สไตรค์ได้ถามคำถามชื่อเด็กหนุ่มคนนั้น



“ว่าแต่ นายชื่ออะไรรึ ชั้นจะได้เรียกถูก ชั้น สไตรค์ อายุ18ปี ชั้นกำลังจะไปห้างเพื่อเช็คว่ายังมีผู้คนเหลือรอดมั้ย ถ้ามีจะได้รวมหัวกันจัดการปัญหาบ้าๆบอๆเหล่านี้ซะน่ะ



สไตรค์กล่าวคำแนะนำตัวกับเด็กหนุ่มคนนั้นพร้อมบอกสาเหตุที่เจ้าตัวต้องไปที่ห้าง ก่อนที่เด็กหนุ่มคนนั้นจะแนะนำตัวของตัวเองเช่นกัน



“ผมชื่อเฮนรี่ เบอนาร์ดน่ะครับ เรียกสั้นๆว่าเฮนรี่ก็ได้ อายุ17ปีเองครับ เป็นน้องคุณปีนึงนี่ล่ะ



เฮนรี่แนะนำตัวกับสไตรค์ ก่อนที่จะยิ้มให้กับสไตรค์ แล้วทำสีหน้าที่ดูไร้เดียงสาของเขา


“โอเคเฮนรี่ ชั้นกับนายเรารู้จักกันแล้วล่ะ ไปกันดีกว่า เดี๋ยวจะเกิดอะไรยุ่งๆมาอีก แต่ว่านายก็ตัวสูงเหมือนกันนะเนี่ย


สไตรค์บอกกับเฮนรี่ ก่อนที่จะแหงนมองหน้าเฮนรี่ แล้วทั้งสองก็หัวเราะด้วยกัน จากนั้น
พวกเขาจึงได้ขับมอเตอร์ไซค์ไปตามถนนต่อ เพื่อที่จะเดินทางไปยัง ห้างสรรพสินค้านั่นเอง
อย่างน้อย ตอนนี้สไตรค์ก็ได้พรรคพวกของเขาคนนึงแล้ว ถึงจะเพิ่งรู้จักกันก็ตามที


N10/จบ
แก้ไขล่าสุดโดย vatakabe123 เมื่อ 22 ต.ค. 2016, 22:47, แก้ไขแล้ว 9 ครั้ง.
ฝากติชมฟิคชั่นของผมด้วยนะครับ ขอฝากด้วยคร้าบ ^^

viewtopic.php?t=16787596
รูปภาพ
<<

noon224

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 429

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 15:13

ที่อยู่: Somewhere in the world.

โพสต์ 12 พ.ย. 2014, 19:39

Re: Bangkok Apocalypse Update N10 มาแล้วครับ :ชี้แจงนิดๆหน่

มาตามอ่านแล้ว แฟงค์นี่ช่างไม่รู้อะไรเสียจริงๆว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นแล้ว สงสัยคงเป็นรายแรกที่จะซวยซ้ำซวยซ้อนแน่นอน 555
ยังไวก็จะคอยดูตัวละครอื่นๆด้วยนะคะว่าจะเป็นยังไงกันแล้ว

ปล.เฮนรี่เปิดตัวมายังกะเด็กโบกรถขึ้นฟรีเชียว ยังงี้ต้องให้สไตรค์เก็บตังหน่อยและ :e13
รูปภาพ

That nightmare,my family,and this mysterious bitten.Those bandits are gonna pay for this!
- Axel Austin.
-----------------------------
Happy RPing.:)
ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot] และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน