Resident evil : the two soul (อัพ Chapter 4)

<<

Cat

Zombie
Zombie

โพสต์: 8

ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2014, 18:36

โพสต์ 27 มิ.ย. 2014, 22:53

Resident evil : the two soul (อัพ Chapter 4)

เราชื่อ น้ำตาล นะจ๊ะ :e3
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลองแต่งนิยายที่เกี่ยวกับBio ยังไงก็ขอความกรุณาด้วยนะคะ
ชี้แจงสักนิด
เนื้อเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการล้วนๆ เนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับในเกมส์โดยตรง
ทั้งชื่อตัวละคร และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกมส์ ทั้งนี้ทั้งนั้นหากนักอ่านท่านใด รู้สึกว่ามันขัดๆก็ต้องขออภัยมานะที่นี้
และอย่างที่ได้บอกไป มันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลัง Re6 ฉะนั้นกรุณาใช้จักรยานในการอ่านด้วยนะคะ(ต้องใช้จักรยานฟิกเกียนะคะ ถุ้ยไม่ใช่!)
แก้ไขล่าสุดโดย Cat เมื่อ 09 ส.ค. 2014, 19:18, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
<<

Cat

Zombie
Zombie

โพสต์: 8

ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2014, 18:36

โพสต์ 27 มิ.ย. 2014, 22:57

Re: Resident evil : the two soul (แต่งครั้งแรกขอความกรุณาด้ว

Intro
ผมชื่อคริส เรดฟิลล์ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของกองกำลังผสมเฝ้าระวังภัยก่อการร้ายทางชีวภาพ เมื่อหลายเดือนก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสชนิดใหม่ ชื่อของมันคือ C-Virus มันได้ทำลายเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งในสหรัฐ และอีกหนึ่งเมืองในจีน ในครั้งนั้นผมกับลูกทีมได้รับมอบหมายให้เข้ากวาดล้างและจับกุมตัวการของเรื่องนี้ แต่ในขณะนั้นผมถูกความแค้นครอบงำไว้ ความแค้นที่เธอคนนั้นได้สร้างมันเอาไว้ในใจของผม คาล่า ราเดม ผู้หญิงที่อ้างว่าตัวเองคือ เอด้า หว่อง ผมเจอเธอที่อินโดเนียและเธอก็เป็นคนทำให้ลูกทีมของผมต้องตาย คนที่รอดในเหตุการณ์นั้น นอกจากผมแล้วก็คือ เพียร์ส คนเดียวเท่านั้น และเขาก็เป็นคนที่ทำให้ผมกลับออกมาจากความแค้น เขาคือคนที่ผมไว้ใจที่สุดในตอนนี้ และผมก็มั่นใจในความสามารถของเขาและต้องการให้เขาสานต่อหน้าที่ของผม แต่ทว่า เขาเองก็มีจุดจบเช่นเดียวกันกับลูกทีมคนอื่นๆ แต่ทั้งๆที่เป็นเช่นนั้น ผมกลับรู้สึกสังหรณ์ว่า เขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่ และหากเป็นเช่นนั้นจริง ผมก็เกรงว่าเรื่องที่ผมกังวลอยู่มันกำลังจะเกิดขึ้น...
......................................................................................................................................................................
5 July 2013
ในสุสานแห่งหนึ่ง จิลถือช่อดอกกุหลาบสีขาวเดินเข้าไปในเขตสุสาน คริสยืนอยู่ไม่ไกลนัก จิลหยุดอยู่ข้างคริส เธอมองป้ายหลุมศพเดียวกับที่คริสกำลังเหม่อมองมันอยู่
-Piers Nivans-
-1987~1 July 2013-

จิลมองหน้าคริส เขามีสีหน้าที่ดูเศร้าหมอง ดูเหมือนคนที่กำลังร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา จิลละสายตาจากคริสและวางช่อดอกไม้ลงบนหลุมศพ
“มันไม่แฟร์เลย” คริสพูดลอยๆขึ้นมา
“เรื่องอะไร” จิลถามด้วยความสงสัย
“เขาไม่มีสิทธิ์ตาย คนที่ต้องตายควรจะเป็นฉัน”
“พูดอะไรออกมารู้ตัวรึเปล่า” จิลถึงกับหน้าเครียดเมื่อได้ยินในสิ่งที่คริสพูด
“ขอโทษ ฉันไม่ควรจะพูดอะไรแบบนี้เลย” คริสพูดขอโทษทั้งสีหน้าที่ดูเศร้าๆ
“เพียร์สตายเพื่อนาย เขาจะไม่ตายเปล่าถ้านายเลือกที่จะยืนหยัดและมีชีวิตต่อ” จิลพูดปลอบ เธอจับมือของคริสและบีบมันไว้แน่น
“ได้โปรดคริส นายต้องเข้มแข็งไว้นะ” จิลพูดทั้งน้ำตา คริสเช็ดน้ำตาที่ไหลบนแก้ม พร้อมกับส่งยิ้มให้
“ขอบคุณนะจิล ขอบคุณ”
สายตาของทั้งคู่สอดประสานกัน คริสโน้มใบหน้าเข้าหาจิล แค่เพียงลมหายใจประสานกันเท่านั้นคริสก็หยุดชะงักไป
“มีอะไรเหรอคริส” จิลถาม
“ดูนั่นสิ” คริสชี้ไปที่ป้ายหลุมศพอีกป้ายหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากหลุมฝังศพของเพียร์ส
ทั้งสองตรงไปยังที่หมาย ป้ายหลุมศพนี้เขียนด้วยชื่อสกุลเดียวกันกับเพียร์ส
-Pierre Nivans-
-1987~ 23 July 1998-

“ปิแอร์เหรอ” คริสอ่านชื่อบนป้าย
“คริส นายคิดว่าคนๆนี้จะมีอะไรเกี่ยวข้องกับเพียร์สรึเปล่า” จิลถาม
“ฉันคิดว่าไม่ เพราะฉันไม่เคยได้ยินเพียร์สบอกกับฉันว่ามีญาติชื่อนี้” คริสตอบ
“งั้นเหรอ แต่ฉันรู้สึกว่ามันแปลกๆนะ”
“ยังไงเหรอ”
“ไม่รู้สิ บางทีฉันอาจจะคิดมากเกินไปละมั้ง”
.....................................................................................................................................................
แก้ไขล่าสุดโดย Cat เมื่อ 28 มิ.ย. 2014, 18:15, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
<<

Cat

Zombie
Zombie

โพสต์: 8

ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2014, 18:36

โพสต์ 28 มิ.ย. 2014, 13:19

Re: Resident evil : the two soul (แต่งครั้งแรกขอความกรุณาด้ว

Chapter 1
2 เดือนต่อมา
ณ บ้านพักของประธานาธิบดี ที่นี่เต็มไปด้วยแขกที่มาร่วมงานวันเกิดของประธานาธิบดี”แมธทิว แอนเดอสัน” บรรยากาศภายในงานดูครื้นเครง แขกหลายคนในงานต่างสนุกสนานกับการสนทนาและการเต้นรำ แมธทิวทักทายแขกในงานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส โดยอยู่ในสายตาของลีออนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลมากนัก
“สุขสันต์วันเกิดนะเพื่อน” ลีออนพูดคนเดียว
“ลีออน” เฮเลน่าเรียกลีออนจากด้านหลัง
“มีอะไรเหรอ”
“ดูสิว่าใครมา”
ชายร่างสูงใหญ่ วัย 40 ปี เดินคู่กับหญิงผมบรอนในชุดเกาะอกสีฟ้า ทั้งคู่เดินตรงมาหาลีออน
“คริส” ลีออนเรียกชื่อ
“Hi ลีออน ไม่เจอกันนานเลยนะ”
“เหรอ แต่ฉันคิดว่า 2 เดือนมันก็ไม่นานเท่าไหร่นะ”
“Hi คุณคงจะเป็นลีออน ฉันจิล วาเลนไทน์ ยินดีที่ได้รู้จัก”
จิลกับลีออนจับมือทักทายกัน
“ผมเคยได้ยินเรื่องของคุณ คุณเคยเป็นเจ้าหน้าที่ S.T.A.R. และตอนที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสในแรคคูน คุณก็ยังอยู่ในเมือง”
“ใช่ ทั้งๆที่เราก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกันแท้ๆ แต่ก็ไม่ได้เจอกันเลย น่าเสียดายนะ”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่ จู่ๆก็มีผู้หญิงวัยกลางคนผมสีแดงเช่นเดียวกับชุดราตรีสีแดงสด วิ่งตรงมาจับที่แขนของลีออน
“แคลร์” ลีออนและคริสเรียกชื่อพร้อมกัน
“ขอโทษนะลีออน แต่ฉันขอยืมตัวสักเดี๋ยวนะ”
แคลร์ฉุดลีออนเข้าไปในฟลอร์เต้นรำ ทั้งคู่เต้นรำเนียนๆไปกับผู้คน
“บอกได้รึเปล่าว่านี่มันเรื่องอะไรกัน” ลีออนกระซิบถาม
“มองผ่านไหล่ฉันไป เห็นผู้ชายใส่สูทสีเทาๆคนนั้นรึเปล่า มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นแหละ”
ลีออนทำตามที่แคลร์บอก เขาเห็นผู้ชายในชุดสูทสีเทาตามที่แคลร์บอกจริงๆ และตอนนี้เขาก็ดูกระวนกระวายเหมือนกำลังตามหาอะไรบางอย่าง
“เห็นสิ ไอหน้าอ่อนนั่นใคร”
“สมาชิกของ Terra Save เหมือนกับฉันนี่แหล่ะ แต่ว่าพักนี้ตามตื้อฉันตลอดเลย”
“ว้าว เธอนี่เนื้อหอมดีนะ”
“ไม่ตลกนะ”
คริส จิล และเฮเลน่ายืนมองอยู่ไม่ไกล
“คริส นายอนุญาตให้แคลร์ไปเต้นรำกับลีออนเหรอ” จิลถาม
“ถึงคิดจะขัดมันก็ไม่ทันแล้วล่ะ” คริสตอบพลางส่ายหน้าไปมา
“แคลร์ เธอเป็นใครเหรอ” เฮเลน่าถาม
“เธอเป็นน้องสาวของฉันเอง” คริสตอบ
“ใช่ และเขาก็รักและหวงน้องสาวของเขามากๆด้วย” จิลเสริม
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ” คริสตอบปัดๆ
“เห้อ ชักคอแห้งแล้วสิ ฉันไปหาเครื่องดื่มก่อนนะ”
คริสเดินแยกวงออกไป จิลกับเฮเลน่าก็หัวเราะคิกคักเหมือนจะรู้ว่าที่คริสทำไปนั้นเป็นการแก้เขิน
คริสมองหาบริกรที่คอยเสิร์ฟเครื่องดื่มในงาน และสายตาของเขาก็หยุดไปที่บริกรชายคนหนึ่ง ซึ่งมีหน้าตาเหมือนกับคนที่เขารู้จัก
“เพียร์ส” คริสเรียกชื่อนี้ขึ้นมาเบาๆ เหมือนยังลังเลว่าใช่รึปล่าว
“เพียร์ส เพียร์ส เพียร์ส!!!”
คริสตะโกนเรียกชื่อพร้อมกับกึ่งเดินกึ่งวิ่งฝ่าฝูงคนเข้าไปหา แต่ดูเหมือนว่าคนที่คริสเรียกชื่ออยู่นั้น จะไหวตัวทันและหนีหายไปกับฝูงคนเสียแล้ว
จิลและเฮเลน่าวิ่งตามเสียงตะโกนของคริส เพราะคิดว่ามีเรื่องไม่ปกติเกิดขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น คริส” เฮเลน่าถาม
“ไม่มีอะไร” คริสตอบ
“ไม่มีอะไรได้ไง เมื่อกี้นายตะโกนเรียกชื่อคนที่ตายไปแล้วนะ นายต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ” จิลตะคอกใส่
“เพียร์สยังไม่ตาย เขายังมีชีวิตอยู่ และเขาก็อยู่ที่นี่” คริสสวนกลับ จิลถอนหายใจและถามกลับไปด้วยสีหน้านิ่งๆ
“เหรอ แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน”
คริสนิ่งเงียบไป ไร้คำพูดใดๆจากปากของเขา
ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งใส่สูทเดินตรงเข้ามาทางด้านหลังของทั้งสามคน ในมือถือมีดและกำลังเงื้อมือหมายจะแทงเฮเลน่า แต่เธอรู้สึกตัวซะก่อนจึงหลบมีดและจับชายคนนั้นทุ่มลงกับพื้น
“J’avo!!!”
J’avo อีกตัวที่หลบอยู่หลังเสาก็ออกมายิงปืนใส่ ทั้งสามคนหาที่หลบไปอยู่หลังเสาบ้างหลังโต๊ะบ้าง แขกทุกคนในงานแตกตื่น พากันวิ่งหนีออกไปที่ประตู ทีมอารักษ์ขาประธานาธิบดีพาดัวแมธทิวไปหลบในที่ปลอดภัย ลีออนและแคลร์มองซ้ายมองขวาหาตัวการของความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น และลีออนก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขาก็รู้จักดี เธอมีผมสั้นสีบรอน ถือกระเป๋าเจมส์ บอร์น กำลังวิ่งไปที่ทางออกด้านหลัง
“สเวทลานา” ลีออนตะโกนเรียกชื่อ เจ้าของชื่อหันมาตามเสียงเรียก
“สายลับอเมริกันคนนั้น” เธอดูตกใจเมื่อได้เห็นลีออน ก่อนที่จะใส่เกียร์หมาวิ่งหนีไป
ลีออนและแคลร์วิ่งตามไปไม่ลดละ ทางที่วิ่งอยู่นั้นมืดมาก ทั้งสองแทบมองไม่เห็นอะไรในความมืด ทั้งคู่วิ่งไปจนถึงทางออกด้านหลัง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เธอขึ้นรถและขับหนีออกไป โดยมี J’avo ตัวหนึ่ง คอยยิงคุ้มกันให้
“โอ๊ย...” แคลร์ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เธอถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย ลีออนหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาปิดบาดแผล
“ไม่เป็นไร แค่ถากๆ” ลีออนบอกแคลร์
“แล้วสเวทลานาล่ะ เราจะปล่อยเธอไว้แบบนี้เหรอ”
“คงต้องเป็นแบบนั้น ตอนนี้พาเธอไปทำแผลก่อนดีกว่า”
ลีออนประคองแคลร์ที่กำลังบาดเจ็บเดินกลับเข้าไป
อีกด้าน ภายในห้องจัดเลี้ยง J’avo ประมาณ 4-5 ตัว กราดยิงใส่คริส จิล และเฮเลน่าที่กำลังหลบดงกระสุนอยู่ เจ้าหน้าที่คนอื่นๆในงานก็ยิงตอบโต้ เฮเลน่าเองก็หยิบปืนพกที่ซ่อนเอาไว้ได้กระโปรงออกมายิงตอบโต้เช่นเดียวกัน
“แบบนี้เราเสียเปรียบเต็มๆเลย” เฮเลน่าพูด
“ใช่ เราไม่มีอาวุธ เอาไงดีคริส” จิลถามคริส
“ถ้าไม่มีอาวุธ เราก็หาเอาแถวๆนี้แหละ”
คริสก้มลงหยิบถาดขึ้นมา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ J’avo ตัวหนึ่ง วิ่งตรงมาหาเขา คริสใช้ถาดตีเข้าที่หน้าของ J’avo จนเซถลาไป แล้วฉวยโอกาสแย่งปืนมา และยิงใส่จนร่างของมันลงไปนอนนิ่งและสลายหายไป
“จิล! รับ” คริสส่งปืนให้จิล
จิลวิ่งฝ่ากระสุนตรงไปยังเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ซึ่งถูกยิงบาดเจ็บและกำลังคลานไปหลบที่หลังเสา แต่ J’avo ตัวหนึ่งกำลังเล็งปืนไปที่เจ้าหน้าที่คนนั้นและกำลังจะยิง จิลยิงใส่ J’avo ตัวนั้นทันที และเข้าไปลากเอาตัวของเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บหลบอยู่ในจุดที่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่หลายนายช่วยกันนำตัวแขกที่ได้รับลูกหลงไปหลบอยู่ในที่ปลอดภัยและทำการปฐมพยาบาล สภานการณ์ภายในห้องจัดเลี้ยงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้อย่างสงบ คริสเองก็กำลังจะเสียท่าให้กับ J’avo ตัวหนึ่ง เขาลงไปนอนหงายท้องอยู่บนพื้น J’avo ตัวนั้นเล็งปืนจะยิงใส่ แต่จู่ๆก็มีสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ J’avo จนตัวไหม้เกรียมและสลายหายไป คริสมองหาเจ้าของสายฟ้านั้น ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งสวมเสื้อฮู้ดสีดำ ใส่หน้ากากครึ่งหน้าสีดำยืนอยู่ ชายคนนั้นยกแขนขวาที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าหลายล้านโวลล์และปล่อยมันออกไปโจมตีใส่ J’avo ทุกตัวที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงจนตายเกลี้ยง คริสอึ้งกับสิ่งที่เขาเห็น ไม่ทันที่คริสจะได้พูดอะไร ชายคนนั้นก็วิ่งหนีไปโดยมีเจ้าหน้าที่อีก 2 นาย วิ่งตามไปจับกุมตัว
“คริส คุณเป็นอะไรรึเปล่า”
เฮเลน่าถาม เต่ก็ไร้การตอบรับจากชายที่อยู่ตรงหน้า คริสนั่งนิ่ง หน้าซีดเป็นไก่ต้ม
“คงจะเป็นนายสินะ เพียร์ส”
To Be Continued
<<

NamsaiJakug

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 83

ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2014, 19:44

ที่อยู่: กินพื้นที่ถนน2เลนส์@_@

โพสต์ 29 มิ.ย. 2014, 13:19

Re: Resident evil : the two soul (แต่งครั้งแรกขอความกรุณาด้ว

สนุกดีนะ :e3 แต่ทำไมชื่อเหมือนเราตงิดๆแหะ??? ช่างเหอะขอถามคู่จิ้นในนิยายเรื่องนี้ด้วยจ้า จะติดตามต่อไปนะ
เราชื่อน้ำใสนะ ฝากใจไว้ดูเล่นด้วย(>●<)♡♡♡

ช่วยฝากติชมนิยายด้วยนะคะ

ความรักปีกหัก
http://www.thaibiohazard.com/forum/viewtopic.php?f=30&t=16788127

รูปภาพ
<<

Cat

Zombie
Zombie

โพสต์: 8

ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2014, 18:36

โพสต์ 03 ก.ค. 2014, 18:55

Re: Resident evil : the two soul (อัพ Chapter 2)

Chepter 2
2 September 2013
8 A.M. ทำเนียบขาว
“เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ มันเกินจะรับได้จริงๆ”
แมธทิวทุบโต๊ะด้วยความโมโห
“ฉันไม่น่าไว้ใจให้นายมาดูแลงานนี้เลยจริงๆ”
ลีออนถึงกับหน้าสลด เมื่อได้ยินสิ่งที่แมธทิวพูด
“อดัมเคยบอกกับฉันว่านายฝีมือดี ซึ่งฉันก็เชื่อ แต่เมื่อคืนนี้มันอะไรกัน นายปล่อยให้เจ้าพวกนั้นเข้ามาก่อความวุ่นวายในงาน ทำให้แขกที่มาร่วมงานต้องเจ็บตัว นี่ดีนะที่ไม่มีใครตาย”
“ผมเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ผมสัญญาว่าผมจะจับตัวการของเรื่องนี้มาให้ได้” ลีออนเสนอ แต่ก็ถูกแมธทิวขัด
“เสียใจด้วยนะลีออน แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทอลล์โอ๊คและเมื่อคืนนี้ มันก็เห็นได้ชัดอยู่แล้วว่านายและหน่วยงานนี้มันไร้ซึ่งประสิทธิภาพจนฉันคิดว่ามันคงจะเป็นการดีถ้าจะยุบหน่วยงานนี้ซะ”
ลีออนตกใจกับการตัดสินใจของแมธทิว
“ไม่ได้นะครับท่านประธานาธิบดี หน่วยงานนี้ก่อตั้งขึ้นโดยประธานาธิบดีคนก่อน”
“งั้นมันก็ควรจะจบไปพร้อมกับเขา”
“.................”
ลีออนช็อก เขาไม่คิดเลยว่า วันที่หน่วยงานนี้จะปิดตัวลงจะมาเร็วขนาดนี้ แมธทิวถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเองก็ดูจะลำบากใจกับการตัดสินใจครั้งนี้
“จริงๆฉันก็ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้หรอกนะ แต่ริชาร์ดก่อหวอดในสภา ขอให้ฉันยุบหน่วยงานนี้ซะ”
“................”
“แต่ฉันยังไม่ได้อนุมัตินะ”
ลีออนมองหน้าแมธทิวแบบงงๆ แมธทิวเดินเข้ามาจับที่บ่าของลีออนและบีบแน่น
“ตอนที่เราอยู่โรงเรียนตำรวจด้วยกัน เราเคยสัญญากันว่า ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนอะไร เราจะช่วยเหลือกัน และตอนนี้ฉันก็จะช่วยนาย แต่เราต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกัน”
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร” ลีออนถาม
“จับตัวการของเรื่องนี้มา ฉันมีเวลาให้นายแค่ 3 วันเท่านั้น นายจะทำได้มั้ย”
ลีออนหยุดคิด ก่อนที่จะตอบกลับไปว่า
“ได้เลยครับ ท่านประธานาธิบดี”
...........................................................................................................................................
10 A.M. กองบัญชาการ BSAA สาขาอเมริกาเหนือ
ลีออนและเฮเลน่าเดินตามเจ้าหน้าที่คนหนึ่งไปยังส่วนกลางของศูนย์บัญชาการ เมื่อไปถึงก็พบคริสและจิลยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“ยินดีต้อนรับสู่กองบัญชาการ BSAA” คริสกล่าวต้อนรับ
“ขอบใจนะ ที่ชวนมา” ลีออนพูดพร้อมกับจับมือทักทายกัน
“จากเหตุการณ์เมื่อคืน ฉันคิดว่าพวกเธอน่าจะเจอเรื่องลำบากอยู่นะ” จิลพูด
“ใช่ เราเจอเรื่องลำบาก ลำบากมากๆ” เฮเลน่าตอบ
“เรื่องอะไร” คริสถาม
“เรามีเวลาแค่ 3 วัน ในการจับกุมตัวการของเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ถ้าเราทำไม่สำเร็จ หน่วยงานของเราก็จะถูกยุบ” ลีออนตอบ
“โอ้ งั้นมันก็ช่วยทำให้ข้อตกลงของเราง่ายขึ้นนะสิ”
เสียงของชายมีอายุดังขึ้นมา ทั้งสี่คนหันไปมองที่ต้นเสียง ชายผิวสีผมขาวอายุประมาณ 50 ปีก็เดินเข้าสมทบพร้อมกับชายหนุ่มผมสั้นสีน้ำตาลอ่อน
“ขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือผู้บัญชาการสูงสุดของ BSAA จอห์น สไตรเกอร์ เขาเป็น 1 ใน 11 ผู้ก่อตั้งBSAA” จิลแนะนำตัวสไตรเกอร์ให้ลีออนและเฮเลน่าได้รู้จัก และเริ่มแนะนำชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้กัน
“และหนุ่มน้อยคนนี้คือ...”
“เจสซี่ นีวานส์ (Jesse Nivans)” ยังไม่ทันที่จิลจะพูดเจ้าตัวก็บอกชื่อของตัวเองซะก่อน
“นีวานส์ เหรอ เดี๋ยวก่อนนะ เธอคือน้องชายของเพียร์ส” เฮเลน่าพูด
“ใช่ เขาคือพี่ชายของผมเอง แต่คนละแม่นะ”
“แล้วทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ ฉันจำได้ว่านายเป็น FBI นี่นา” ลีออนถาม
“เรื่องมันยาวน่ะ” เจสซี่ตอบ
“เอาเถอะ เรามาเข้าเรื่องของเราดีกว่า ที่พวกเราเชิญพวกคุณมาก็เพราะเรามีเรื่องที่อยากให้ช่วย และถ้าตกลง เราก็จะได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย” สไตรเกอร์เริ่มพูดเปิดประเด็น
“ฟังดูน่าสนใจดี แล้วเรื่องที่อยากจะให้ช่วยคือเรื่องอะไรล่ะ” ลีออนถาม
“เจส รายงานซิ” สไตรเกอร์ออกคำสั่ง
เจสซี่ตรงไปยังคอมพิวเตอร์แล้วเปิดแฟ้มภาพขึ้นจอใหญ่ ซึ่งทุกๆภาพจะมีสเวทลานาเป็นหลัก
“ประมาณกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว เธอถูกบังคับให้ลาออกจากการเป็นประธานาธิบดีของสลาฟตะวันออก แต่หลังจากนั้นเธอก็หายเข้ากลับเมฆไป จนกระทั่งเมื่อ 2 เดือนก่อน เธอก็ปรากฏตัวอีกครั้งและครั้งล่าสุดก็คือเมื่อคืนนี้”
“แล้วประเด็นคือ” ลีออนถามต่อ
“มีคนคอยสนับสนุนเธอ และเราก็มีหลักฐานมากพอที่จะชี้ว่ามีคนในรัฐบาลคอยสนับสนุนเธออยู่” จิลตอบ
“และอย่างที่รู้ๆกันอยู่ BSAAไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐบาล เราก็เลยไม่มีสิทธิ์จับกุมตัวคนๆนั้นมาได้” คริสเสริม
“นายก็เลยต้องการให้เราช่วยนายจับตัวสเวทลานากับพรรคพวกแลกกับคนที่คอยสนับสนุนเธอ” ลีออนพูด
“ถูกต้อง” คริสตอบ
ลีออนมองหน้าเฮเลน่าเหมือนเป็นการถามว่าจะเอาด้วยมั้ย และเธอก็พยักหน้าตอบรับ
“ฉันเอาด้วย แต่ฉันไม่รู้หรอกนะว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน”
“ถ้าเรื่องนั้นล่ะก็ ไม่ต้องห่วง เราคว้าหางเธอไว้ได้แล้ว คืนนี้เธอจะไปร่วมงานเต้นรำสวมหน้ากากที่พิพิธภัณฑ์หน้ากาก” เจสซี่พูด
เมื่อลีออนและเฮเลน่าได้ยินก็มีสีหน้าวิตกกังวล
“มีอะไรกันรึเปล่า” จิลถาม
“งานเต้นรำนี้ ท่านประธานาธิบดีได้รับเชิญไปร่วมงานด้วย”
..................................................................................................................
ติ๊ดๆ...ติ๊ดๆ
ชายสวมเสื้อฮู้ดสีดำรับโทรศัพท์รูปทรงปริซึม ภายในปรากฏใบหน้าของคู่สนทนา ซึ่งเป็นชายวัยกลางคนสวมแว่นตาสีดำ
“ประจำตำแหน่งแล้ว ที่เหลือก็แค่รอเวลา” ชายสวมเสื้อฮู้ดรายงาน
“ดีมาก แบล็คฮู้ด ฉันจะรอฟังข่าวดี”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“จริงสิ ฉันได้ข่าวว่าเมื่อคืนนี้ นายเจอคริสแล้ว”
เมื่อแบล็คฮู้ดได้ยินก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“ไม่ต้องกังวลไป ฉันจะยังไม่ฆ่ามันหรอกนะ ตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่า”
เมื่ออีกฝ่ายได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“ฉันดีใจนะ ที่นายคิดได้แบบนี้ อ้อ! แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ภารกิจนี้นอกจากนายแล้ว ฉันได้ส่งใครคนหนึ่งไปช่วยนายด้วย”
“ฮืม คุณส่งเธอมาเหรอ”
“ใช่ ดูแลเธอให้ดีๆล่ะ”
“ถึงไม่บอก ฉันก็จะทำอยู่แล้ว”


To Be continued
<<

Saints-row

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 523

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ม.ค. 2013, 01:12

ที่อยู่: Special Tactics And Rescue Service

โพสต์ 04 ก.ค. 2014, 10:53

Re: Resident evil : the two soul (แต่งครั้งแรกขอความกรุณาด้ว

Cat เขียน:เราชื่อ น้ำตาล นะจ๊ะ :e3
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลองแต่งนิยายที่เกี่ยวกับBio ยังไงก็ขอความกรุณาด้วยนะคะ
ชี้แจงสักนิด
เนื้อเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการล้วนๆ เนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับในเกมส์โดยตรง
ทั้งชื่อตัวละคร และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกมส์ ทั้งนี้ทั้งนั้นหากนักอ่านท่านใด รู้สึกว่ามันขัดๆก็ต้องขออภัยมานะที่นี้
และอย่างที่ได้บอกไป มันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลัง Re6 ฉะนั้นกรุณาใช้จักรยานในการอ่านด้วยนะคะ(ต้องใช้จักรยานฟิกเกียนะคะ ถุ้ยไม่ใช่!)

ขออนุญาตินะครับ คุณน้ำตาล เวลาจะเขียนฟิก ให้กดเเก้ไขด้านล่างเอาเวลาเขียนฟิกมันจะดูเรียบเรียงดูง่ายกว่าสำหรับผู้อ่านครับ เเละถ้าจะให้กรพทู้เด้งขึ่นมาค่อยมาอัปด่านล่างว่า ตอนใหม่มาเเล้วครับ มันจะได้ไม่ดูยุ่งยากเเละดูสบายตาประหยัดพื้นที่ได้ดี :e16
supporter Prirya
รูปภาพ
<<

Cat

Zombie
Zombie

โพสต์: 8

ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2014, 18:36

โพสต์ 11 ก.ค. 2014, 16:04

Re: Resident evil : the two soul (อัพ Chapter 3)

Chapter 3
2 September 2013
8 P.M. พิพิธภัณฑ์หน้ากาก
ภายในอาคาร ในส่วนจัดแสดงเต็มไปด้วยหน้ากากหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากแฟนซี, หน้ากากสำหรับแสดงละครโนของญี่ปุ่น รวมไปถึงหน้ากากที่มีตำนานว่าเป็นหน้ากากต้องสาปด้วย บนชั้น 2 ในห้องโถงใหญ่ คลาคล่ำไปด้วยแขกที่มาร่วมงานเต้นรำ ทุกคนสวมหน้ากากตามสโลแกนของงาน
“นี่ลีออน ประจำตำแหน่งแล้ว ทุกอย่างปกติดี” ลีออนในชุดสูทสีดำเช่นเดียวกับหน้ากากของเขารายงานสถานการณ์
“รับทราบ” เจสซี่ตอบ
“นี่คริส ตอนนี้ฉันอยู่ในส่วนจัดแสดงหน้ากาก ที่นี่ไม่ใครอยู่เลย นอกจากฉันกับจิล”
“ครับกัปตัน ผมเห็นแล้ว” เจสซี่ตอบ
ในรถตู้สีบรอนเงินที่จอดอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ เจสซี่และเฮเลน่านั่งมองจอคอมพิวเตอร์หลากหลายตัวที่อยู่ตรงหน้า พวกเขาคอยสังเกตการณ์สถานการณ์ในงานเต้นรำกันอยู่ห่างๆ
“ว้าว เธอนี่เก่งจริงๆ” เฮเลน่าพูดชมเจสซี่
“แหม เธอก็ชมเกินไป จริงๆเป็นเพราะระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่มันห่วยต่างหาก ฉันถึงแฮ็คกล้องวงจรปิดได้” เจสซี่พูด
ติ๊ดๆ...ติ๊ดๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เฮเลน่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย
“ฮันนิแกน” เฮเลน่าเรียกชื่อ
“ฉันขอโทษเฮเลน่า ฉันไม่สามารถที่จะห้ามไม่ให้ท่านประธานาธิบดีมาร่วมงานนี้ได้” ฮันนิแกนพูดขอโทษ
“ไม่เป็นไรฮันนิแกน เธอทำดีที่สุดแล้ว” เฮเลน่าพูดปลอบ
“........................”
“เดี๋ยวฉันจะติดต่อกลับไปถ้ามีอะไรให้ช่วย”
“เข้าใจแล้ว เลิกกัน” ฮันนิแกนพูดจบ เฮเลน่าก็วางสายและรีบติดต่อลีออนทันที
“ลีออน ท่านประธานาธิบดีอยู่ที่นี่” เฮเลน่าบอก
“โธ่เอ้ย กะอยู่แล้วเชียว แมธทิวนายนี่หัวแข็งยิ่งกว่าหินซะอีกนะเนี่ย”
“เอาไงต่อ” เฮเลน่าถาม
“ไม่เป็นไร บางทีเขาอาจจะเตรียมรับมือเอาไว้แล้ว เธอกับเจสซี่คอยจับตาดูทุกคนในงานไว้”
“ได้เลย” เฮเลน่ารับคำ ก่อนจะตัดสายไป
ลีออนมองซ้ายมองขวา คอยจับตาดูแขกทุกคนงานด้วยความวิตกกังวลในความปลอดภัยของแขกที่มาร่วมงาน
................................................................................................................................................
ผู้หญิงผมบรอนสวมหน้ากากขนนกสีขาวเช่นเดียวกับชุดราตรีสีขาวของเธอ เธออยู่บนชั้นลอยของห้องโถงมองดูแขกในงานที่กำลังสนุกสนาน
“ดูเธอสนุกดีจังเลยนะ สเวทลานา” ชายในชุดสูทสีดำสวมหน้ากากสีขาวพูดแซว
“นี่มันงานเต้นรำนะริชาร์ด มันก็ต้องสนุกสิถึงจะถูก” สเวทลานาตอบ
ริชาร์ดหัวเราะร่วนเมื่อได้ยิน
“ฉันรู้ แต่ฉันคิดว่านั่นไม่น่าจะใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้คุณรู้สึกสนุกขนาดนี้”
“ฉันก็แค่คิดว่า คืนนี้จะมีหนูมาติดกับ ฉันก็อดอมยิ้มไม่ได้ซะแล้วล่ะ”
“หึ หึ หึ” ริชาร์ดหัวเราะอย่างมีเลศนัย
“ต้องขอบคุณความใจร้อนของแมทธิว ที่ทำให้เวสเกอร์ยอมส่งลูกรักของเขามาจัดการเอง” ริชาร์ดพูด
“และเราก็จะได้ตัวเขาแบบไม่ต้องเสียเหงื่อ” สเวทลานาเสริม
“นอกจากนี้ มอร์แกนต้องดีใจแน่ เพราะว่าเขาจะได้เจ้าสาวของเขาคืนแล้ว”
ริชาร์ดและสเวทลานามองหน้าอย้างรู้กัน พวกเขาพูดคุยเกียวกับแผนการลับโดยไม่รู้ตัวเลยว่า ใกล้ๆนั้นมีใครบางคนกำลังแอบฟังอยู่
..........................................................................................................................................
ลีออนยืนจิบเชมเปญอยู่ในงานเลี้ยง เขาคอยจับตาดูแขกทุกๆคนในงาน จู๋เขาก็รู้สึกแปลกๆจากด้านหลังจึงรีบหันไปดู แต่ปรากฏว่าไม่มีอะไร แต่จริงๆแล้วมีใครบางคนกำลังเล็งปืนไปทางลีออนจากด้านบน เพียงเสี้ยวนาทีก่อนที่มือปืนจะเหนี่ยวไก ผู้หญิงผมแดงในชุดราตรีสีแดงก็ดึงตัวลีออนเข้ามาจูบอย่างดูดดื่มแล้วลากเข้าไปในมุมอับสายตา
“แคลร์ นี่เธอ...” ลีออนเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงที่ตกใจมาก
“ลีออน ฉันเจอสเวทลานาแล้ว เธออยู่บนชั้นลอย” เคลร์บอก
เมื่อลีออนได้ยินก็จะเดินออกไปดู แต่ถูกแคลร์รั้งเอาไว้
“อย่าลีออน ตอนนี้มีคนเล็งยิงเธออยู่นะ” แคลร์ร้องเตือน
ลีออนยืนนิ่ง เขาพยายามติดต่อเฮเลน่า แต่กลับไม่สามารถติดต่อได้
……………………………………………………………………………..........................................................................
ก่อนหน้านั้นไม่นาน...
ขณะที่เฮเลน่าและเจสซี่กำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่นั้น จู่ๆก็มีแสงจ้าส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างของรถ ด้วนความสงสัยเฮเลน่าจึงมองออกไปก็พบว่าแสงที่ส่องมานั้นเป็นแสงไฟหน้ารถบรรทุกคันหนึ่ง กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงและไม่มีทีท่าว่าจะลดความเร็วลง
“เจสซี่หนี” เฮเลน่าร้องเตือน
เจสซี่ลนจนลืมหยิบโทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็ก สิ่งติดมือเขามามีเพียงแค่ปืน 1 กระบอก ทั้งสองกระโดดออกจากรถก่อนที่รถบรรทุกจะเข้าบดขยี้จนรถตู้มีสภาพไม่ต่างอะไรกับกระป๋องน้ำอัดลมที่ถูกบี้จนแบน เมื่อทั้งคู่ตั้งตัวได้ก็ตรงเข้าไปที่รถบรรทุกและเปิดห้องคนขับ ปรากฏว่าคนขับรถนั้นเป็นศพไปแล้ว
“ไอบ้าเอ้ย นี่มันอะไรกันวะ” เจสซี่สบถ
“บอกเรื่องนี้ให้ทุกคนรู้ก่อนดีกว่า” เฮเลน่าเสนอ
เฮเลน่าล้วงประเป๋าเพื่อหยิบโทรศัพท์แต่ก็ต้องถอนหายใจเพราะโทรศัพท์ของเธออยู่ในซากรถตู้ และเธอก็ทำอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กตกบนพื้นตอนที่กระโดดออกจากรถตู้ เฮเลน่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งจะไปเก็บ แต่จู่ๆรถกระบะสีดำไม่ได้เปิดไฟหน้าก็พุ่งเข้ามาจะชน แต่โชคดีที่เจสซี่ ดึงตัวเฮเลน่าออกมาทัน รถกระบะจึงพุ่งเข้าชนซากรถตู้แทน
“ไม่เป็นไรนะ” เจสซี่ถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร ขอบใจนะที่ช่วย” เฮเลน่าตอบ
ทั้งคู่มองตากันอยู่สักพักราวกับมีมนต์สะกดบางอย่าง แต่เสียงเปิดประตูรถดังขึ้น ทั้งคู่จึงหันไปมองที่ต้นเสียง ก็เห็นว่ามี J’avo ตัวหนึ่งลงจากรถกระบะและยิงใส่ 1 นัด
“โอ๊ย...”เจสซี่ร้องด้วยความเจ็บปวด
เขาถูกยิงเข้าที่อกด้านขวา เฮเลน่าหยิบปืนยิงสวนกลับไปแบบไม่ยั้งจน J’avo ตัวนั้นนอนนิ่งและสลายไป เฮเลน่าประคองเจสซี่ที่นอนจมกองเลือดหายใจรวยรินขึ้นมาและพยามเรียกสติของเขาไว้
“เจสซี่อยู่กับฉันก่อน อดทนไว้ เธอจะต้องไม่เป็นอะไร มองหน้าฉันไว้ ฉันจะช่วยเธอเอง แข็งใจไว้นะ”
เฮเลน่าพยามเรียกสติของเจสซี่ แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะเจสซี่หมดสติไปก่อน เธอมองไปที่อุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กที่ถูกรถกระบะเหยียบจนพังไปแล้ว เฮเลน่าพยามมองใครสักคนที่จะสามารถช่วยเธอได้ ก่อนที่จะเห็นตู้โทรศัพท์สาธารณะที่อยู่ถัดไป 1 ช่วงตึก เธอวางตัวเจสซี่ลงและรีบวิ่งไปที่ตู้โทรศัพท์เพื่อเรียกรถพยาบาล
...............................................................................................................................
ที่ห้องจัดแสดง คริสและจิลแยกย้ายกันไปสำรวจพื้นที่ โดยคริสสำรวจที่ห้องเก็บของซึ่งอยู่ในชั้นใต้ดิน ส่วนจิลไปที่ห้องรักษาความปลอดภัย (Security Room)
“คริส ทางนั้นเป็นไงบ้าง” จิลถาม
“ผิดปกติ อย่างที่เธอบอก ไม่มีใครอยู่เลยสักคน” คริสตอบ
“ใช่ไหมล่ะ ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์นะ อย่างน้อยมันก็ควรจะมีเจ้าหน้าที่สักคนสิ แต่นี่ไม่มีใครเลยแม้แต่แมลงสักตัวยังไม่มี” จิลพูด
ขณะที่คริสกำลังสำรวจห้องเก็บของอยู่นั้น ก็มีเสียงกุกกักดังอยู่ใกล้ๆ และยิ่งเขาเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ เสียงนั้นก็ยิ่งดังชัดเจนมากขึ้น และยังมีเสียงเหมือนสัตว์กำลังกินเนื้อสดๆอยู่ คริสเห็นท่าไม่ดีจึงหยิบปืนขึ้นมาตั้งการ์ดไว้ และเดินเข้าดู
อีกด้าน จิลเองก็มาถึงห้องรักษาความปลอดภัย เธอเปิดประตูห้องเข้าไปก็ต้องผงะ เมื่อเจอลิกเกอร์ตัวหนึ่งกำลังกินเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเอร็ดอร่อย และมันก็หันมาทางจิลพร้อมกับส่งเสียงขู่
“เวรล่ะ” จิลสบถ
จิลเล็งปืนไปที่ลิกเกอร์ตัวนั้นและยิงใส่ไป 3 นัด
ปัง!...ปัง!...ปัง!...
ลิกเกอร์กระโดดขึ้นไปเกาะบนเพดานห้อง และใช้ลิ้นยาวๆของมันแย่งปืนไปจากมือของจิล จิลติดต่อเจสซี่แต่ไม่สารถติดต่อได้ ลิกเกอร์ลงมาจากเพดานและประจันหน้ากับจิล มันส่งเสียงขู่แล้วกระโจนเข้าใส่ จิลหลบมันทันอย่างหวุดหวิดและหยิบมีดพกออกมาตั้งท่า ลิกเกอร์พ่นลิ้นยาวๆของมันใส่ แต่จิลสามารถจับลิ้นของมันได้ จิลดึงลิกเกอร์เข้ามาใกล้และใช้มีดแทงจนสุดด้ามอย่างรวดเร็ว หลังจากจัดการลิกเกอร์ได้แล้ว เธอก็รีบติดต่อคริสทันที
“คริส ที่นี่มีเจ้าหน้าที่ตาย 1 คน เขาถูก...”
“ฉันรู้แล้วล่ะ เพราะว่าตรงนี้กำลังมีปาร์ตี้ ยังไงก็ช่วยมาตรงนี้ด่วนเลย”
ตรงหน้าคริส มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนอนตายเกลื่อน และลิกเกอร์อีก 6-7 ตัว กำลังกินศพนั้นกันอย่างเอร็ดอร่อย คริสติดต่อลีออนอย่างเงียบๆเพื่อไม่ให้ฝูงลิกเกอร์รู้ตัว
“ลีออน”
“คริส ดีจริงที่นายติดต่อมา ฉันเจอสเวทลานาแล้ว แต่ฉันถูกหมายหัวอยู่ คงจะทำอะไรไม่ได้ และอีกอย่างฉันติดต่อเจสซี่กับเฮเลน่าไม่ได้”
“งั้นเหรอ แปลว่าทางนั้นก็ยุ่งอยู่สินะ”
“นายหมายความว่ายังไง”
“ทางนี้มีปัญหานิดหน่อย ขอโทษนะที่เข้าไปช่วยไม่ได้ แต่ก็อย่าปล่อยให้สเวทลานาหลุดมือไปได้อีกล่ะ”
“เข้าใจละ ดูแลตัวเองด้วย”

To be continued
<<

Cat

Zombie
Zombie

โพสต์: 8

ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2014, 18:36

โพสต์ 09 ส.ค. 2014, 19:29

Re: Resident evil : the two soul (อัพ Chapter 4)

Chapter 4
ในห้องทำงานที่กว้างใหญ่และดูหรูหรา ชายวัยกลางคนสวมแว่นตาสีดำเป็นเอกลักษณ์กำลังเดินไปเดินมาอยู่ในห้องด้วยความวิตกกังวลบางอย่างอยู่นั้น ก็มีเสียงเรียกจากภรรยา ทำให้เขาต้องตื่นจากภวังค์
“อเล็กซ์”
“แอนนา มาตั้งแต่เมื่อไร” อเล็กช์ถามหญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนดวงตากลมโตเป็นประกาย ด้วยความตกใจ
“เมื่อกี้นี้เอง” แอนนาตอบ
“คุณกำลังกังวลอะไรอยู่” แอนนาถาม
“แมธทิวเพิ่งจะรายงานมาว่า สเวทลานากับริชาร์ดแอบร่วมมือกัน”
“อะไรนะ เป็นไปได้ไง ริชาร์ดเป็นคณะกรรมการอาวุโสของเรา เขาไม่มีทางสิ้นคิดไปร่วมมือกับสเวทลานาได้หรอก”
“แต่ถ้ามันเป็นไปแล้วล่ะ”
“ถ้าเป็นอย่างนั้น เขาจะทำไปเพื่ออะไรล่ะ” แอนนาถาม
“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ที่รู้ก็คือ คืนนี้พวกมันจะเอาตัวเธอไปให้มอร์แกน”
“อะไรนะ” แอนนาตกใจ
“มอร์แกนยังไม่ตายอีกเหรอ”
“ใช่ และมันก็ยังต้องการตัวเธออยู่” อเล็กซ์ตอบ
“แล้วเตือนพวกเขาแล้วรึยัง”
“เตือนแล้ว แต่พวกเขารั้นที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ นี่แหละที่ทำให้ฉันกลุ้มอยู่ไงล่ะ”
เมื่อแอนนาได้ยินก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและติดต่อแบล็คฮู้ดทันที
“แบล็คฮู้ด”
“แม่! แม่คงจะเป็นห่วงพวกเรามาก ขอโทษนะครับที่ไม่ยอมถอนตัวจากภารกิจ”
“แม่เข้าใจ แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่แม่อยากจะขอร้องกับลูก”
“.................”
“ขอร้องล่ะปิแอร์ ดูแลเพียร์สให้ดีๆนะ อย่าให้พวกมันได้ตัวเขาไปเด็ดขาด”
“ครับแม่ ต่อให้ผมต้องตายหรือกลายเป็นเงาของเขาอีกสักกี่ครั้ง ผมก็จะปกป้องเขาไว้ให้ได้”
............................................................................................................................................
ลีออนกับแคลร์ยืนเครียดอยู่ในมุมอับสายตาของมือปืน ทั้งสองพยายามหาทางที่จะจับตัวสเวทลานา แต่ก็จนปัญญา
“จะเอาไงดี คริสก็มาช่วยเราไม่ได้ ติดต่อเฮเลน่ากับเจสซี่ก็ไม่ได้” ลีออนพูด
“ใจเย็นลีออน มันต้องมีสักทางสิ” แคลร์ปลอบ
“พวกคุณสองคน ทำไมมายืนคุดคู้อยู่แบบนี้ล่ะ”
ชายหนุ่มผมรองทรงสีน้ำตาลในชุดสูทสีเทา สวมหน้ากากสีดำ เดินเข้ามาจากด้านหลัง
“นายเป็นใคร” แคลร์ถาม
“เป็นใครไม่สำคัญ แต่เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว”
“หมายความว่าไง” ลีออนถาม
“กำลังตามจับสเวทลานากันอยู่ใช่ไหม”
ลีออนกับแคลร์มองหน้ากันอย่างงงๆ
“รู้ได้ไง” ทั้งคู่ประสานเสียงถาม ชายนิรนามหัวเราะร่วน
“ถ้าพวกคุณไม่ได้จะจับเธอ คงจะไม่โดนจ่อหัวกันแบบนี้หรอก”
“แหม รู้ดีจริงนะ” แคลร์แซว
“ก็นะ พอดีว่าตอนที่ผมจัดการน็อกเจ้ามือปืนนั่นแล้วลองใช้ปืนส่องมาทางนี้ดูก็เลยรู้ว่าพวกคุณสองคนเป็นเป้าของเธอ และผมก็ทันเห็นตอนคุณสองคนจูบกันด้วยนะ โรแมนติดสุดๆเลย” ชายนิรนามแซว แคลร์ถึงกับหน้าแดงเป็นลูกตำลึงไม่กล้าสบตากับลีออนที่กำลังมองเธออยู่
“งั้นตอนนี้ก็ทางสะดวกแล้วสินะ” ลีออนถาม
“ถูกต้อง”
“เอาล่ะแคลร์ เราไปกันเถอะ”
แคลร์พยักหน้ารับ ลีออนเดินนำออกไปเพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดกึกเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายนิรนามพูด
“สเวทลานาร่วมมือกับริชาร์ด”
“อะไรนะ เป็นไปไม่ได้” ลีออนอึ้งและหยุดนิ่งไปชั่วครู่
“มีอะไรเหรอลีออน” แคลร์ถาม
“ริชาร์ด สกิทเตอร์ รองประธานาธิบดี เขาคือคนที่คอยให้การช่วยเหลือสเวทลานา” ชายนรินามตอบแทน
“โอ้พระเจ้า ทำไมล่ะ ทำไมเขาถึงต้องทำเรื่องแบบนี้ด้วย” แคลร์พูด
“อาจเป็นเพราะ ตำแหน่ง” ลีออนพูดขึ้นมา ทำให้แคลร์เกิดความสนใจและฟังข้อสันนิษฐานของลีออน
“เมื่อคืนก่อน ในงานวันเกิดของท่านประธานาธิบดี คืนนั้นริชาร์ดไม่ได้มาร่วมงาน เขาอ้างว่าเขาไม่สบาย และงานเต้นรำนี้ ริชาร์ดก็เป็นโต้โผใหญ่ เขามีหุ้นกับพิพิธภัณฑ์นี่เกือบ 40 % และเขาเองก็เป็นคนเชิญท่านประธานาธิบดีมาร่วมงานนี้ด้วยตนเอง”
“เข้าใจละ” ชายนิรนามพูด และเริ่มออกความเห็น
“งานวันเกิดของท่านประธานาธิบดี จริงๆแล้วริชาร์ดตั้งใจจะสังหารเขาตั้งแต่ตอนนั้น แต่โชคดีที่เขารอดมาได้ ก็เลยจะใช้งานเต้นรำนี่ เป็นแผนสองสินะ เป็นไงฉันคิดถูกไหม”
“ถูกต้อง” ลีออนตอบ
“และเมื่อเขาสังหารประธานาธิบดีสำเร็จ เขาก็จะได้เป็นประธานาธิบดีต่อ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แล้วสเวทลานาจะได้อะไร” แคลร์ถาม
“อิสรภาพในการแสวงหาผลประโยชน์จากไวรัส” ชายนิรนามตอบ
...............................................................................................................................
จิลมาที่ห้องเก็บของเพื่อสมทบกับคริส แต่ระหว่างทางก็มีน้ำใสๆไหลย้อยลงมา จิงแหงนหน้าดูก็เห็นลิกเกอร์ 2 ตัว กำลังไต่เพดานอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน พวกมันก็เห็นตัวเธอแล้ว มันลงมาจากเพดานและประจันหน้ากับจิล เธอเล็งปืนใส่จะยิง แต่ก็มีเสียงหนึ่งดังขัดจังหวะ
“หยุดนะ อย่าทำร้ายเธอ”
เสียงของชายปริศนาออกคำสั่ง เมื่อสิ้นเสียง ลิกเกอร์ทั้ง 2 ตัวก็สงบนิ่งลง จิลหันหลังไปมองบุคคลปริศนาที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ ชายสวมสูทสีดำหน้ากากสีขาวยืนส่งยิ้มหวานให้
“คุณเป็นใคร” จิลถาม
“.................” ไม่มีคำตอบใดๆ
ชายปริศนาถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีแต่ริ้วรอยบ่งบอกถึงความมีอายุ ดวงตาที่สีแดงก่ำจดจ้องเข้าไปในนัยน์ตาของจิล และดวงตาสีแดงนั้นก็ค่อยๆจางหายไปกลายเป็นสีน้ำตาลซึ่งเป็นสีของดวงตาโดยปกติ แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้จิลรู้แล้วว่า ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
“จำฉันไม่ได้เหรอจิล ฉันริชาร์ดไง”
ริชาร์ดส่งยิ้มให้ แต่เพียงชั่วพริบตา ริชาร์ดก็พุ่งเข้าประชิดตัวจิล เธอตกใจยิงปืนใส่เพื่อป้องกันตัว แต่ริชาร์ดมีความเร็วที่เหลือเชื่อ เขาหลบกระสุนได้และปลดอาวุธในมือจิลจากนั้นก็จับล็อคแขนของเธอเอาไว้ ทำให้จิลตอบโต้กลับได้ยากขึ้น
.......................................................................................................................
คริสหลบอยู่หลังตู้ มองดูฝูงลิกเกอร์กำลังกัดกินซากศพอย่างเมามัน แต่จู่ๆก็มีเสียงปืนดังก้องไปทั่ว ฝูงลิกเกอร์ชะงัก เช่นเดียวกับคริส เขาสนใจเสียงปืนมากจนไม่รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้เขาเผลอออกมาจากที่ซ่อนแล้ว ฝูงลิกเกอร์ส่งเสียงร้องเมื่อเห็นตัวเขาเข้า คริสเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหนีออกมาแต่ก็ถูกลิกเกอร์ 2 ตัวดักหน้า คริสยิงปืนใส่แต่ลิกเกอร์มีความไวเป็นเลิศจึงสามารถหลบหลีกกระสุนที่ยิงมาได้ตลอด คริสยิงปืนจนหมดแม็กทำให้เขาต้องรีบเปลี่ยนแม็กใหม่ แต่ยังไม่ทันจะเปลี่ยนเสร็จ ลิกเกอร์ที่ตามมาจากด้านหลังก็กระโจนเข้าใส่ คริสจึงยกแขนขึ้นมาป้องกันโดยอัตโนมัติ
ปัง!...
เสียงปืนดังขึ้น ลิกเกอร์ที่กระโจนเข้าใส่คริสถูกกระสุนปริศนาระเบิดสมองลงไปนอนกองอยู่กับพื้น
ปัง!...ปัง!...ปัง!...
เสียงปืนดังไม่หยุด คริสมองดูฝูงลิกเกอร์ถูกระเบิดสมองเรียงตัว จากวิถีกระสุนที่ยิงมา ทำให้คริสรู้ว่ามีคนช่วยเขาโดยการใช้ปืนไรเฟิลอานุภาพแรงสูงเล็งยิงมาจากด้านหลังของเขา คริสนึกถึงใครคนหนึ่ง ซึ่งมีพรสวรรค์ในเรื่องของความแม่นปืน
“เพียร์ส คงเป็นนายสินะที่กำลังช่วยฉันอยู่” คริสคิด
คริสหันไปมองโดยหวังว่า คนๆนั้นจะเป็นเพียร์ส แต่ก็ไม่ใช่อย่างที่เขาคิด หญิงสาวผมสีน้ำตาลยาวถึงกลางหลัง ใส่ชุดbattle suit สีดำ กำลังใช้ปืนไรเฟิลเล็งยิงลิกเกอร์อย่างเมามัน ลิกเกอร์ตัวหนึ่งซึ่งเป็นตัวสุดท้ายในฝูง วิ่งตรงไปหาเธอ และดีดตัวลอยขึ้น พร้อมกับง้างกรงเล็บเพื่อโจมตี แต่สาวปริศนาใช้จังหวะนั้นระเบิดสมองของลิกเกอร์ในระยะประชิด
ปัง!...
สิ้นเสียง สมองของลิกเกอร์ถูกกระสุนเจาะเข้าไปกลางอากาศ เลือดสีแดงกระจายไปทั่ว สาวปริศนาเดินตรงมาหาคริสที่กำลังตะลึงในความเก่งกาจของเธอ
“ฉันแบล็คโรส ดีใจจังที่ได้เจอคุณ คริส เรดฟิลด์”
“รู้จักผมด้วยเหรอ” คริสถาม
“แน่นอน ฉันรู้จักคุณ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะคุยกัน รีบหาเจ้าของเสียงปืนนั่นก่อนดีกว่า”
“เสียงปืนนั่น... ไม่ใช่คุณหรอกเหรอ”
แบล็คโรสมองหน้าคริสอย่างงงๆ
.....................................................................................................................
จิลถูกริชาร์ดล็อคแขนไว้ เธอเหยียบเท้าของริชาร์ดเต็มแรง ทำให้ริชาร์ดคลายมือออก จิลอาศัยจังหวะนั้นสะบัดตัวออกและเตะสวนกลับไป แต่ริชาร์ดยกมือขึ้นมาป้องกันได้ จิลถอยไปตั้งหลัก เธอหยิบมีดขึ้นมาตั้งท่า ริชาร์ดยิ้มที่มุมปากเขาดูไม่เป็นกังวลกับการโจมตีครั้งต่อไปของจิลเลย ริชาร์ดพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ แต่จิลอ่านทางออกจึงเงื้อมือฟัน ใบมีดเฉือนแก้มขวาของริชาร์ดแต่ในขณะเดียวกัน ริชร์ดก็ปล่อยหมัดโจมตีเข้าที่ท้องของจิล จิลถึงกับทรุด เธอรู้สึกชาไปทั้งตัว ริชาร์ดเตะซ้ำเข้าที่หน้าของจิลอีก ตัวของจิลลอยกระเด็นไปตามแรงเตะและหมดสติไป
เมื่อแบล็คโรสและคริสมาถึงก็พบว่าจิลนอนหมดสติไปแล้ว และริชาร์ดก็ยืนส่งยิ้มเย้ยหยันยู่ข้างๆ คริสจ้องปืนใส่ริชาร์ด เขาโกรธมากเมื่อเห็นสภาพของจิล
“โอ้ ในที่สุดเธอก็มาซะที รู้สึกยังไงบ้างที่ตอนนี้ได้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กัปตันผู้แสนดีของเธอ”
คำพูดของริชาร์ดทำให้คริสรู้สึกสับสน
“นี่แกพูดเรื่องอะไร” คริสถาม
“ทำไมไม่ถามเธอดูล่ะ ฉันคิดว่าเธอน่าจะรู้นะว่าฉันพูดเรื่องอะไร”
คริสมองหน้าแบล็คโรส แต่แบล็คโรสกลับหลบสายตาของเขา นั่นยิ่งทำให้คริสเริ่มสงสัยในตัวเธอมากขึ้น
“มันหมายความว่ายังไง” คริสถามแบล็คโรส แต่เธอก็เงียบไม่ยอมพูดอะไร
“พูดไปสิ ฉันเชื่อว่ายังไงคริสก็รับเรื่องนี้ได้แน่ และบางทีเขาอาจจะดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่าที่เขาคิดว่าตายไปแล้ว” ริชาร์ดเสริม
“เพื่อนเก่า? มันหมายความว่ายังไงกันแน่” คริสเริ่มเสียงดัง แบล็คโรสตัวสั่น เธอลังเลที่จะตอบคำถาม
“พูดสิ!” คริสตะคอกใส่
“ฉันขอโทษคริส ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ ความจริงแล้ว ความจริงแล้ว ฉันคือ...”
ยังไม่ทันที่แบล็คโรสจะตอบคำถามทั้งหมด เสียงวิทยุของเธอก็ดังขึ้น
“แบล็คโรส เธออยู่ไหน ฉันเจอสเวทลานาแล้ว เธออยู่ที่ส่วนจัดแสดง รีบมาด่วนเลย”
เสียงวิทยุดังมาก คริสและริชาร์ดต่างก็ได้ยินข้อความนี้ ทั้งสามหยุดชะงักไปชั่วครู่ ต่างมองตาซึ่งกันและกัน และในที่สุดริชาร์ดก็วิ่งไปที่ส่วนจัดแสดงเป็นคนแรก คริสจะวิ่งตามแต่แบล็คโรสรั้งเอาไว้
“เดี๋ยวคริส”
“มันกำลังหนีไปนะ ไม่เห็นเหรอ”
“แล้วเธอล่ะ คุณจะทิ้งเธอไว้ตรงนี้น่ะเหรอ”
คริสหยุดนิ่ง เขามองดูจิลที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น
“เข้าใจละ ตามจับหมอนั่นให้ได้นะ”
แบล็คโรสพยักหน้า เธอรีบวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว คริสก้มลงประคองตัวจิลขึ้นมาอย่างนุ่มนวล
“ขอโทษนะจิล ที่ฉันมาช้าเกินไป”
....................................................................................................................
ในส่วนจัดแสดง ชายนิรนามสวมหน้ากากกำลังวิ่งตามสเวทลานาที่กำลังวิ่งหนีอยู่ โดยมีลีออนและแคลร์วิ่งตามมาด้วย ชายสวมหน้ากากคว้าแขนของสเวทลานาได้สำเร็จ แต่ก็ถูกเธอใช้ท่าพลิกแพลงและจับเขาทุ่มลงไปกับพื้น
“ดีละ ขอดูหน้าแกหน่อยสิ” สเวทลานาพูด
เธอกระชากหน้ากากออกซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มีลูกแก้วสีดำที่กระเด็นออกมาจากตัวชายสวมหน้ากาก เกิดระเบิดเป็นควันฟุ้งไปทั่ว ทำให้ลีออนกับแคลร์ถึงกับชะงัก และสเวทลานาก็ไม่ทันได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของศัตรู เมื่อควันจางลง ชายสวมหน้ากากคนนั้นก็หายไปแล้ว เหลือเพียงเสื้อผ้าที่กองทิ้งไว้
“นี่มันอะไรกันวะเนี่ย” สเวทลานาสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดพลางหันซ้ายหันขวามองหาเจ้าของเสื้อผ้ากองนี้
“ยู้...ฮู...” เสียงปริศนาดังมาจากด้านหลังของสเวทลานา
เธอหันไปมองด้วยความหงุดหงิด ปรากฏว่าเป็นแบล็คฮู้ดนั่นเอง
“มองหาฉันอยู่เหรอจ๊ะ” แบล็คฮูดถามด้วยน้ำเสียงกวนโอ้ย
สเวทลานารู้สึกหงุดหงิดจนถึงขีดสุด เธอจะเข้าไปโจมตีแบล็คฮู้ด แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าแบล็คฮูดไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆ แต่ในมือของเขาถือเชือกเส้นหนึ่งที่โยงมาจากข้างบน เมื่อสเวทลานามองตามเส้นเชือกไปเรื่อยๆจึงรู้ว่า จริงๆแล้วมันคือเชือกที่แขวนแชนเดอเลียร์อยู่ เพียงเสี้ยววินาที แบล็คฮูดก็ปล่อยเชือกทำให้แชนเดอเลียร์ตกลงมา ทั้งสามคนที่อยู่บริเวณนั้นกระโจนหลบกันไปคนละทิศคนละทาง สเวทลานาหยิบปืนที่ซ่อนไว้ใต้กระโปรงออกมายิงใส่แบล็คฮูด แต่แบล็คฮูดเองก็ปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาสร้างเกราะป้องกัน
“ทำได้แค่นี้เองเหรอ คุณป้า” แบล็คฮูดดูถูก
สเวทลานากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ แบล็คฮูดกำลังจะปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงใส่สเวทลานา แต่ลีออนวิ่งเข้ามาขวางเอาไว้
“นี่นายทำบ้าอะไร” แบล็คฮูดโกรธเมื่อลีออนเข้ามาขวาง
“เธอเป็นผู้ต้องหาของคดีนี้ เราต้องเอาตัวเธอไปขึ้นศาล ปล่อยให้กฎหมายตัดสินชีวิตของเธอ” ลีออนพูด
“เรื่องนั้นฉันเข้าใจดี แต่ฉันต้องทำตามหน้าที่”
“งั้นฉันก็หมดทางเลือก ฉันคงต้องจับนายไปด้วยอีกคน” ลีออนประกาศกร้าว
แบล็คฮูดกำหมัดแน่นด้วยความโมโห แคลร์จ้องปืนไปทางแบล็คฮูดก่อนจะออกคำสั่ง
“อย่าขยับ เอามือวางไว้บนหัว และอย่าได้คิดขัดขืน”
“โอ้ย ฉันละกลัวจริงๆ” แบล็คฮูดพูดพลางหัวเราะออกมาอย่างคนบ้า
“เฮ้อ... แคลร์ เรดฟิลด์ ฉันกะว่าจะไม่ดึงเธอมาเกี่ยวด้วยแท้ๆ แต่ในเมื่อเธอเริ่มทำให้ฉันไม่สบอารมณ์ งั้นฉันจะจัดการตัดหัวของเธอแล้วส่งไปให้พี่ชายที่แสนดีของเธอดูก็แล้วกัน” แคลร์อึ้งกับคำพูดที่ร้ายกาจของแบล็คฮูด
สเวทลานาใช้โอกาสนั้นแย่งปืนมาจากแคลร์และจับตัวแคลร์ไว้เป็นตัวประกัน ลีออนยืนนี่งเพื่อไม่ให้แคลร์ได้รับอันตราย
“พอได้แล้ว จะไม่มีใครถูกจับหรือถูกตัดหัวทั้งนั้นแหละ” สเวทลานาพูด
“คิดว่าทำแบบนั้นแล้วจะรอดเหรอสเวทลานา หึหึ แคลร์ที่ฉันเคยบอกว่าจะตัดหัวเธอ ตอนนี้ขอเปลี่ยนเป็นย่างสดเธอไปพร้อมกับยัยนั่นแทนก็แล้วกันนะ”
แบล็คฮูดเริ่มชาร์ทกระแสไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อจัดการย่างสดทั้งคู่ แต่ไม่ทันไรก็ถูกริชาร์ดที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์จับล็อคเอาไว้ แคลร์เหยียบเท้าสเวทลานาเต็มแรง ทำให้สเวทลานาคลายมืออกจากตัวของเธอเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เธอสลัดตัวหลุดออกมาได้ ลีออนใช้จังหวะนั้นแย่งปืนมาจากสเวทลานาและจ่อหัวของเธอเพื่อให้เธอยอมจำนน
“หยุดได้แล้วสเวทลานา ถ้าเธอขัดขืนฉันจะยิงเธอจริงๆนะ” ลีออนสั่ง
“ปล่อยเธอดีกว่าน่าลีออน คนที่นายต้องการตัวมาตลอดคือฉันต่างหาก” ริชาร์ดพูด
“ริชาร์ด ทำไมล่ะ เพียงเพื่อตำแหน่งประธานาธิบดี นายต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ”
“นายไม่เข้าใจฉันหรอก ที่ฉันทำไปทั้งหมดไม่ใช่เพื่อตำแหน่งบ้าๆนั่นเพียงอย่างเดียวหรอกนะ แต่เพื่อตำแหน่งสูงสุดในองค์กรต่างหาก”
“องค์กรอะไร?” แคลร์ถาม
“ทำไมไม่ลองถามพ่อหนุ่มคนนี้ดูหน่อยล่ะ พวกเขาส่งแกมาฆ่าฉันกับสเวทลานาโดยเฉพาะเลยหนิ”
“ใช่ และฉันรับรองได้เลยว่านายศพไม่สวยแน่ ถ้าไม่ยอมปล่อยมือสกปรกๆของแกออกจากเขา” แบล็คโรสพูดพลางจ้องปืนไปทางริชาร์ด เธอเดินเข้าไปสมทบกับกลุ่ม ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ ฝ่ายริชาร์ดเสียเปรียบเต็มๆ
สเวทลานากับริชาร์ดหัวเราะร่วนอย่างสนุกสนาน ทำให้ลีออนและแคลร์รู้สึกงุนงงกับสถานการณ์แบบนี้
“หัวเราะอะไรกัน” ลีออนขึ้นเสียง
“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่พวกเราดีใจที่ในที่สุดพระเอกของงานก็มาถึงซะที” สเวทลานาพูด
“งั้นก็ขอบคุณมากเลยนะ ที่ช่วยส่งเสียงหัวเราะต้อนรับฉัน” แบล็คโรสพูด
“ใครบอกล่ะ ว่าฉันหัวเราะเพราะเธอมาน่ะ” ริชาร์ดพูด
แบล็คโรสนิ่ง แต่จู่ๆแบล็คฮูดก็ร้องเตือนขึ้นมา
“ข้างหลัง!”

To be continued

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Yahoo [Bot] และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน

cron