RESIDENT EVIL:The Other Side Story (ตอนที่ 4 มาแล้วนะครับ)

<<

Mahaphon

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 9

ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2014, 23:05

โพสต์ 10 พ.ย. 2014, 23:59

RESIDENT EVIL:The Other Side Story (ตอนที่ 4 มาแล้วนะครับ)

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนเลยนะครับ ชื่อเล้งครับผม เมื่อ 7 ปีที่แล้วเคยใช้ยูสเซอร์เนมว่า heavenangel

เวลานั้นผมเป็นทหารประจำอยู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้....

ซึ่งในตอนนั้นผมได้แต่งนิยายไว้เรื่องนึง โดยให้ชื่อเรื่องว่า BIOHAZARD:LAST SURVIVOR

โดยเป็นการเล่าเรื่องผ่านตัวละครที่สร้างขึ้นมาใหม่ที่ชื่อว่า ไมเคิล สเตียร์ริง

ผ่านไทม์ไลน์ของเกมโดยเริ่มจากก่อนเกิดเหตุการณ์การระบาดในภาค 3

และในสตอรี่บอร์ดตอนนั้นตั้งใจที่จะให้จบในเหตุการณ์แร็คคูนซิตี้ระเบิด

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิตขึ้นซะก่อน

เป็นเหตุทำให้ผมไม่สามารถแต่งนิยายเรื่องนั้นให้จบได้

ทิ้งให้ไมเคิลยังคงเดียวดายอยู่กับฝูงซอมบี้ในเมืองแร็คคูนแบบนั้น....

จนกระทั่ง 7 ปีต่อมา

น้องที่สนิทคนหนึ่งต้องการที่จะแต่งนิยายได้มาขอคำปรึกษา

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผมนึกถึง.....นิยายที่แต่งไม่จบเรื่องนั้นอีกครั้ง....

จนกระทั่งวันนี้ได้อ่านเรื่องราวของน้องที่สนิทคนนั้นแล้วรู้สึกว่า.....

"เออ มันก็สนุกดีนี่หว่า"

นั่นทำให้ประกายไฟในตัวที่ต้องการเดินเรื่องราวทุกอย่างให้จบลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

ดังนั้นผมจะนำเรื่องราวที่เคยลงไว้แล้ว มาลงใหม่เพื่อให้สมาชิกใหม่(และเก่า) ได้อ่านอีกครั้ง

และจะแต่งต่อให้จบตามสตอรี่บอร์ดที่วางไว้ และที่พิเศษกว่านั้นคือ....

"ผมจะแต่งต่อจนถึงเนื้อเรื่องในไทม์ไลน์ล่าสุดของเกม ณ ปัจจุบัน"

โดยทั้งหมดนั้นจะพยายามทำให้ตัวละครใหม่ที่สร้างและเนื้อเรื่องหลักของเกม

ดำเนินไปอย่างกลมกลืนและให้เกียรติเกมเนื้อเรื่องหลักมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

เพราะฉะนั้น!!!

ขอฝากเนื้อฝากตัวอีกครั้งด้วยนะครับ พี่น้องชาว THAIBIOHAZARD!!!
แก้ไขล่าสุดโดย Mahaphon เมื่อ 15 พ.ย. 2014, 23:19, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.
You are who you choose to be.
<<

Mahaphon

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 9

ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2014, 23:05

โพสต์ 11 พ.ย. 2014, 00:13

Re: RESIDENT EVIL:The Other Side Story (ฝากด้วยครับ)

แนะนำตัวละครหลักนะครับ

ตัวละครที่ 1 (และตัวดำเนินเรื่องหลัก)

ชื่อ ไมเคิล สเตียร์ริง
อาชีพ ทหาร
อายุ 21 ปี
สูง 173 ซม.
น้ำหนัก 65 กก.
อาวุธ Colt Phython 1 กระบอก
sti Eagel 5.0 1 กระบอก
ความสามารถพิเศษ ยิงปืน 2 มือ
ประวัติความเป็นมา เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับประจำกระทรวงกลาโหมแห่งสหรัฐฯ ที่ถูกส่งเข้ามาที่เมืองแร็คคูนซิตี้เพื่อสืบเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ระบาดของเชื้อ T-Virus ในคฤหาสถ์กลางหุบเขาชานเมืองแร็คคูนตามเอกสารเบาะแสที่ถูกลอบส่งให้กับกองทัพผ่านอดีตนายทหารกองทัพอากาศสหรัฐฯ "คริสท์ เรดฟิลด์ "

ตัวละครที่ 2

ชื่อ เทรน ฮาร์ทเน็ท
อาชีพ อิสระ,แฮกเกอร์
อายุ 21 ปี
สูง 180 ซม.
น้ำหนัก 55 กก.
อาวุธ Remington M-870 1 กระบอก
ความสามารถพิเศษ ไม่มีระบบการป้องกันไหนป้องกันการแฮกจากเทรนได้...
ประวัติความเป็นมา เป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนของไมเคิล ที่รักและรู้ใจกันทุกเรื่อง..... จนกระทั่งไมเคิลเข้ารับราชการทหารเป็นเหตุทำให้เพื่อนรักสองคนต้องห่างกัน โดยที่เทรนเลือกที่จะทำอาชีพอิสระตามความถนัดของตัวเองแต่ก็ยังติดต่อกับไมเคิลตลอดเวลา เป็นเพียงคนเดียวที่รู้ทุกความเคลื่อนไหวของไมเคิลไม่ว่างานนั้นจะลับขนาดไหน.....แต่ยังมีความลับที่ไมเคิลยังไม่รู้เกี่ยวกับเค้าอยู่...

(มีการปรับบทเทรนเล็กน้อย)
แก้ไขล่าสุดโดย Mahaphon เมื่อ 11 พ.ย. 2014, 14:24, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง.
You are who you choose to be.
<<

Mahaphon

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 9

ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2014, 23:05

โพสต์ 11 พ.ย. 2014, 03:41

Re: RESIDENT EVIL:The Other Side Story (ฝากด้วยครับ)

ตอนที่ 1 เมืองที่เงียบสงบกับวิกฤตที่เริ่มคืบคลาน...

27 กันยายน 1998 07.00 am.

กริ๊ง....กริ๊ง.ง เสียงโทรศัพทย์ของผมดังขึ้น "ฮัลโหลมีอะไรไหม" ผมถามไปยังปลายสาย

" ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่อยากรู้ว่าตอนนี้นายถึงไหนแล้ว " เทรนเพื่อนสนิทของผมโทรมาเพื่อเช็คว่าผมอยู่ที่ไหน

" ตอนนี้ฉันได้เข้าพักในโรงแรมใกล้ๆกับสถานีตำรวจประจำเมืองนี้แล้วล่ะ ต่อไปก็ถึงเวลาทำงานซักที "

" ถ้างั้นก็ระวังตัวดีๆล่ะ งานที่นายทำมันเสี่ยงมากนะ " เทรนบอกด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง

" คนอย่างไมเคิลเคยทำงานล้มเหลวด้วยเหรอ ฮะๆๆ " ผมพูดเพื่อให้เทรนสบายใจ

" เออ เอ็งเก่ง!!! งั้นอีก3วันจะรอรับข่าวดีแล้วกัน บาย " ตู๊ด.ด.ด

ผมขอแนะนำตัวเลยแล้วกัน ผมชื่อไมเคิล สเตียร์ริง เป็นหน่วยสืบราชการลับประจำกระทรวงกลาโหมแห่งสหรัฐฯ

วันนี้ผมได้มาที่เมืองนี้ เมืองที่มีข่าวแปลกประหลาด มีการพบเห็นสิ่งมีชีวิตแปลกๆแถวหุบเขานอกชานเมือง

รวมทั้งการระบาดของโรคติดต่อประหลาดที่ไม่เคยมีมาก่อน

ผมมีหน้าที่ที่จะต้องนำรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นกลับไปให้ได้มากที่สุด

สิ่งนี้ เพราะหน้าที่นี้ ทำให้ผมได้มาเมืองที่น่าอยู่แห่งนี้ " แร็คคูนซิตี้ "

27 กันยายน 1998 10.00 am.

R.P.D.

ผมได้ลองเข้าไปหาข้อมูลที่สถานีตำรวจซึ่งน่าจะมีข้อมูลดีๆให้ได้ก่อนที่อื่น แต่ ดูเหมือนผมจะคว้าน้ำเหลว

เพราะว่า สารวัตรประจำสถานีแร็คคูน เบรน ไอรอน ปฏิเสธทุกๆเรื่องที่เราเคยได้ข้อมูลมา

ทั้งเรื่องขบวนรถไฟที่มีแต่ศพ,การระเบิดของคฤหาสน์สเปนเซอร์

และรวมถึงการตายของสมาชิกหน่วย S.T.A.R.S. อีกด้วย ถ้าเราได้เจอกับคนที่เหลือรอดชีวิตอีก 5 คนก็ดีซินะ

แต่ว่าพวกเค้าไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ....ใช่!!! เราต้องออกตามหาเท่านั้น...

27 กันยายน 1998 02.30 pm.

หลังจากดูแฟ้มข้อมูลเจ้าหน้าที่แล้วตอนนี้ที่เหลืออยู่ในเมืองมีแค่ 2 คน ซึ่งนั่นก็คือ " แบรด วิคเกอร์ " และ " จิล วาเลนไทน์ "

ซึ่งตอนนี้ผมอยู่ที่หน้าห้องของเธอผู้นั้นแล้ว....

" ก๊อกๆๆ " ผมเคาะประตู ในแทบจะทันทีก็ได้ยินเสียงเธอตะโกนตอบออกมา " รอเดี๋ยวค่ะ "

เสียงหวานๆปนเซ็กซี่เล็กๆดังมาจากหลังประตู "แอ๊ด..." " มาหาใครหรือคะ? " เธอถามด้วยความสงสัย

" คุณคือ " จิล วาเลนไทน์ " ใช่ไหมผมมีเรื่องจะขอถามคุณหน่อย เอ้อ!!! เกือบลืมผมชื่อไมเคิลเป็นเจ้าหน้าที่จากกระทรวงกลาโหมยินดีที่ได้รู้จัก"

เธอเชิญผมเข้าไปนั่งคุยกันในห้องด้วยสีหน้างงๆ ก่อนที่จะได้รู้ว่าผมมาหาเธอเรื่องอะไร

" โอเค!!! ถ้าเราจะคุยกันเพื่อสืบเรื่องนี้ล่ะก็ รับรองได้เลยว่าคุณจะถูกหมายหัวเหมือนกับสมาชิกหน่วย S.T.A.R.S. ที่เหลือแน่นอน" เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม

" ผมมั่นใจว่าผมเอาตัวรอดได้ ถ้างานครั้งนี้พลาดล่ะก็ผมคงต้องเสียประวัติบุคลากรดีเด่นประจำหน่วยแน่ๆ " ผมพยายามพูดติดตลกเพื่อเป็นการคลายความตึงเครียด

สิ่งที่ผมได้รู้จากเธอมาก็คือ...ต้นเหตุของเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะบริษัทอัมเบรลล่าคอร์ปอเรชั่น......

บริษัทอัมเบรลล่าเป็นเหมือนเจ้าของเมืองแร็คคูนแห่งนี้เลยก็ว่าได้ ธุรกิจส่วนใหญ่ในเมืองนี้เป็นของอัมเบรลล่า

และอัมเบรลล่ายังเป็นผู้ว่าจ้างของประชากรในเมืองกว่า 40% อีกด้วย...

ด้วยอำนาจเงินมหาศาลทำให้ผู้การไอรอน ปกป้องความลับทุกอย่างอย่างเต็มที่

เธอบอกว่าตอนนี้เพื่อนๆของเธอไปรวมกันที่ยุโรปแล้วเพื่อไปตามหาต้นตอของอัมเบรลล่า เหลือเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น

ส่วนแบรด เค้าบอกว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่อันตรายเช่นนี้เลยถอนตัวไป เธอยังบอกอีกว่าถ้าเป็นไปได้อยากให้ผมไปด้วยกัน

เธอบอกว่าผมจะได้เจออะไรดีๆยิ่งกว่าข้อมูลที่เธอบอกเสียอีก....

เรานัดกันไว้แล้วว่าเวลา 06.00 pm. ของวันพรุ่งนี้ผมจะมาหาเธอที่หน้าห้องพักเพื่อออกเดินทางไปยุโรปด้วยกัน

คืนนี้ต้องเตรียมเก็บของแล้ว....

[จบตอน เมืองที่เงียบสงบกับวิกฤตที่เริ่มคืบคลาน]

[ตอนหน้า ดั่งนรกแตก วิกฤตที่เกินควบคุม]
แก้ไขล่าสุดโดย Mahaphon เมื่อ 11 พ.ย. 2014, 14:24, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
You are who you choose to be.
<<

Mahaphon

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 9

ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2014, 23:05

โพสต์ 11 พ.ย. 2014, 14:15

Re: RESIDENT EVIL:The Other Side Story (ฝากด้วยครับ)

ตอนที่ 2 ดั่งนรกแตก วิกฤตที่เกินควบคุม

28 กันยายน 1998 05.00 am.

คืนนี้ผมนอนไม่หลับทั้งคืน ซึ่งผมมักจะเป็นอย่างนี้บ่อยๆเวลาที่ต้องทำงานชิ้นสำคัญ

ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เจอกับแหล่งข้อมูลที่ได้ประสบเหตุการณ์มาจริงๆ

ผมเตรียมของใช้ที่จำเป็นสำหรับงานชิ้นนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว แน่นอนเพื่อนคู่กายผมทั้งสองกระบอกด้วย

งานชิ้นนี้ชักอันตรายมากกว่าที่คิดไว้เยอะมาก.....

อัมเบรลล่ามีเบื้องหลังความยิ่งใหญ่แบบไหนกันแน่ถึงได้กล้าหมายหัวคนที่รู้ความลับของมันแถมยังทำให้เรื่องเงียบได้อีกด้วย

บอสของมันคือใครกันแน่ ผมต้องสืบให้รู้ให้ได้.....

เหลือเวลาอีก 13 ชั่วโมงก่อนเวลานัดกับจิล งีบเอาแรงซะหน่อยดีกว่า....

28 กันยายน 1998 02.50 pm.

ผมต้องสะดุ้งตื่นอย่างสุดตัว ข้างนอกเกิดอะไรกันขึ้น ผมได้ยินเสียงปืนและเสียงกรีดร้องของผู้คนดังปนเปกันไปหมด

" เหตุก่อการร้ายรึไงนะ??? " ผมได้แต่นึกในใจ

ผมรีบนำของที่เตรียมไว้วิ่งออกมาข้างนอกห้องทันที แต่เมื่อออกมาตรงทางเดินก่อนถึงบันไดลงล็อบบี้นี่เอง

" อ้ากกกกกกกกกก!!! " เสียงชายคนหนึ่งร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

ผมรีบวิ่งไปที่ต้นเสียงทันที แล้วสิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะได้เจอก็มาปรากฎอยู่ตรงหน้า

ผมเห็น....ชายคนหนึ่งนอนเลือดท่วมตัว แน่นอนว่าเขาได้ตายไปแล้วแต่สิ่งที่แปลกกว่าก็คือ...

!!!!หญิงสาวผมยาวนั่งคร่อมร่างของเค้าแล้วฉีกเนื้อกินอย่างอเร็ดอร่อย!!!!

"เฮ้ย!!!นี่มันอะไรกันวะเนี่ย"ผมอุทานออกไป

เหมือนเธอคนนั้นจะได้ยิน หล่อนหันมามองทางผมด้วยสายตาที่เหม่อลอย

เธอลุกขึ้นแล้วก็เดินมาทางผมอย่างช้าๆ.....

ขณะที่ผมกำลังยืนอึ้งกับภาพที่เห็นอยู่นั้นเอง

"!!!!ก้มลง!!!!" เสียงที่คุ้นเคยตะโกนมาจากด้านหลังผมรีบก้มลงทันที

!!!!ตูม!!!!เสียงปืนลูกซองดังสนั่นกระสุนเฉียดหัวผมไปนิดเดียว

"ไมเคิล!เป็นอะไรหรือเปล่า" เจ้าของเสียงเดิมถามต่อก่อนที่ผมจะได้หันไปเจอ...

" เทรน!!! "ผมตะโกนเรียกเพื่อนซี้คนเดียวในชีวิตด้วยความดีใจ

"ฉันไม่เป็นไรหรอกเพิ่งออกมาจากห้องก็เจอเลยเนี่ย แล้วนายล่ะ? "ผมตอบพลางย้อนถาม

"เออ นายยังดีที่เพิ่งออกจากห้อง เราอ่ะดิลงจากเครื่องมาก็โดนแอร์โฮสเตสไล่งับคอมาตลอดทางเลย "

" ตอนนี้ในเมืองเป็นยังไงมั่ง " ผมถามเข้าเรื่องต่อ

" ตอนนี้ในเมืองเหมือนนรกเลยว่ะ มีแต่คนไล่กัดกินกันเอง นายพอจะรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น "

" จิลเล่าให้ฉันฟังว่าบริษัทอัมเบรลล่ามันทดลองไวรัสที่ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้ที่เป็นแบบนี้ต้องเกี่ยวกับพวกมันแน่ๆ "

ผมตอบตามที่รู้มา (ขณะนี้ถ้าไม่สังเกตคงไม่รู้ ว่าสีหน้าเทรนเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากได้ยินคำว่าอัมเบรลล่า)

เทรนเลยพูดมาบ้างว่า " เมื่อคืนนี้ฉันไม่รู้ว่าใครลิงค์มาเข้าที่เมล์ฉันมันบอกว่าตอนนี้ที่เมืองนี้มีไวรัสอะไรซักอย่าง
รั่วไหลทำให้เกิดโรคระบาดฉันเป็นห่วงแกก็เลยมาหานี่แหละ "

" ผีระบาดซิไม่ว่า " ผมพูดสวนออกไปแบบกวนๆ

" ตอนนี้ไม่ใช่เวลามายืนคุยแล้วนะรีบหาที่ปลอดภัยก่อนเหอะ " เทรนพูดพร้อมกับใส่กระสุนลงในช็อตกัน

" เฮ้ย!!ลืมจิลเลย " ผมตะโกนพร้อมกับชักปืนออกจากซองข้างขาแล้ววิ่งลงไปที่ล็อบบี้โดยที่เทรนตามมาติดๆ

ตอนนี้ผมแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เมืองทั้งเมืองเปรียบได้ดั่งนรกของสิ่งมีชีวิตจริงๆ

ทุกสิ่งพังพินาศ ทั่วทั้งถนนมีแต่คนตายที่ลุกเดินเพื่อหาเหยื่อ แทบทุกชีวิตติดไวรัส

ไม่เว้นแม้กระทั่งสุนัข

" แล้วเราจะไปไหนกันก่อนดี ไมค์ " เทรนถามผม

" ก่อนอื่นเราต้องไปหาคนสำคัญก่อน จิล วาเลนไทน์ ที่พักเธออยู่ไม่ไกลจากนี่หรอก "

เราสองคนออกจากโรงแรมโดยพยายามเลี่ยงฝูงซอมบี้ที่กระหายเลือดให้ได้มากที่สุด

เพราะว่ากระสุนที่พวกเรามีตอนนี้ค่อนข้างจำกัด เราวิ่งลุยกันมาจนถึงที่พักของจิล

แต่สิ่งที่พบมีแค่ห้องที่มีไฟลุกท่วมกับซอมบี้ติดไฟอีก 2-3 ตัว

" หวังว่าเธอคงจะปลอดภัยที่ไหนซักแห่งนะจิล "

" ตอนนี้เราลองไปที่สถานีตำรวจกันก่อนดีกว่าฉันว่าอย่างน้อยก็น่าจะมีของที่เราต้องการโดยเฉพาะกระสุน "

" งั้นเดี๋ยวฉันจะลองไปที่ร้าน เคนโด้กันช๊อป ก่อนดีกว่าฉันสั่งซื้อปืนทางเน็ตบ่อยๆ "

" โอเค งั้นเจอกันที่สถานีตำรวจก็แล้วกันนะ "

" ตกลง "

[จบตอนที่ 2 ดั่งนรกแตก วิกฤตที่เกินควบคุม]

[ตอนหน้า มุ่งสู่จุดนัดหมาย และความตายที่รออยู่เบื้องหน้า]
You are who you choose to be.
<<

Mahaphon

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 9

ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2014, 23:05

โพสต์ 13 พ.ย. 2014, 14:52

Re: RESIDENT EVIL:The Other Side Story (ฝากด้วยครับ)

ตอนที่ 3 มุ่งสู่จุดนัดหมาย และความตายที่รออยู่เบื้องหน้า

28 กันยายน1998 4.45 pm.

หลังจากที่ผมแยกกับเทรนได้ซักพัก ตอนนี้ผมก็มาถึงร้านของเคนโด้แล้ว...

ขณะที่ผมเปิดประตูร้านเข้าไปทันได้นั้น

" หยุด อย่าขยับ " เสียงชายวัยกลางคนตะคอกออกมาจากทางเคาท์เตอร์

" คุณคือเคนโด้ เจ้าของร้านนี้ใช่ไหม "

" แล้วนายเป็นใคร " เขาถาม

" ผมไมเคิล ที่เคยสั่งซื้อปืนกับคุณอยู่บ่อยๆไง "

" อ๋อ ไมเคิลเองเหรอ ผมรอคุณอยู่พอดี นี่ของที่คุณสั่ง "

แล้วเค้าก็หยิบปืนลูกโม่กระบอกนึงขึ้นมา สีเงินวาวจับตา

" ผมคงไม่เอาเงินคุณหรอกนะ เพราะยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ใช้หรือเปล่า "

" ขอบคุณมากครับ แล้วคุณจะไปกับผมไหม ตอนนี้ผมกับเพื่อนกำลังจะหาทางออกจากเมืองนี้ "

" ขอบคุณมากสำหรับน้ำใจ แต่ผมคงไปกับคุณไม่ได้ "

" ทำไมล่ะ "

" ผมคิดว่าคงมีคนอีกหลายคนที่รอคอยความช่วยเหลือจากผม

ปืนทุกกระบอกในร้านนี้ผมยินดียกให้กับทุกคนที่มาที่นี่ " เขาตอบ

" งั้นผมขอให้คุณโชคดีแล้วกัน ขอบคุณสำหรับของขวัญ ลาก่อน "

" นี่!!! คุณบอกว่าจะไปสถานีตำรวจใช่มั้ย "

" เอ่อ...ใช่ครับ ทำไมเหรอ? "

" ออกไปทางประตูหลังสิ มันเป็นทางลัด พวกหน่วย S.T.A.R.S. มาทางนี้ประจำ "

" โอเค ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง หวังว่าเราจะได้เจอกันอีก "

ผมบอกลาเคนโด้ และได้แต่หวังว่าเค้าจะปลอดภัย.....

ขณะที่ผมกำลังวิ่งเพื่อจะไปที่สถานีตำรวจนั้นเอง

!!!!ปังๆๆๆๆ!!!!

ผมรีบตามไปที่ต้นเสียงทันที แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว ผมพบเพียงแค่ศพของซอมบี้ที่นอนกระตุกนิดๆ

จมกองเลือดอยู่ตรงนั้น เขาเป็นใครกันนะ ถ้าเจออีกเราคงได้เพื่อนร่วมทางเพิ่มขึ้น

ตอนนี้ถ้าเกิดใครได้เห็นอย่างผม คงยากที่จะเชื่อว่าจะมีผู้เหลือรอด เพราะตลอดทางที่ผ่านมา

ผมได้เจอแต่ซอมบี้ที่หิวกระหาย หวังว่าเทรนคงไปถึงสถานีตำรวจนะ

ผมรีบวิ่งมาจนถึงหน้าสถานีตำรวจในที่สุดผมก็ได้เจอเทรน เพียงแต่ว่า

ตอนนี้เขาถูกยกจนเท้าไม่ถึงพื้นด้วยมือที่แข็งแรง ของสิ่งมีชีวิตร่างใหญ่

ผู้สวมชุดสีดำ......

เทรนพยายามดิ้นอย่างสุดแรงเพื่อที่จะหลุดจากมือข้างนั้นแต่ก็ไร้ผลเจ้านี่มันแข็งแกร่งเกินไป

" หยุด! ปล่อยเค้าซะ "ผมตะโกน แต่มันก็ไม่สนใจ

!!!เปรี้ยง!!! ผมตัดสินใจยิงไปที่หัวของมัน

ผมเห็นกระสุนฝังลงบนหัวของมันจังๆ...แต่มันกลับไม่เป็นอะไรเลย

นี่มันเป็นอมตะหรือไงกันนะ สิ่งเดียวที่ได้ผลก็คือ

มันปล่อยเทรนและเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นผมอย่างรวดเร็ว

มันพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่ขัดกับขนาดของมันมากๆ แล้วยัดกำปั้นเข้าที่หน้าอกของผมอย่างจัง

!!กร๊อบบ!! ผมรู้สึกเหมือนกันถูกรถวิ่งชนด้วยความเร็วสูง

ชายโครงของผมหักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตามมาจะเกิดอะไรขึ้นผมก็ดึงกำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อที่จะหนี

แต่ผมคิดผิดที่หันหลังให้มัน

!!ซวบ!! ผมได้ยินเสียงเหมือนมีของแหลมๆพุ่งทะลุอะไรซักอย่าง พร้อมกับรู้สึกเจ็บที่ท้อง

เมื่อก้มลงไปดูจึงได้เห็นว่า มีอะไรซักอย่างที่เหมือนหนวดปลาหมึกสีม่วงอมชมพู

ทิ่มจากกลางหลังทะลุมาที่หน้าท้องของผมก่อนที่มันจะกระชากกลับออกไป

ผมล้มลงนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น เป็นครั้งแรกที่รู้ตัวว่ากำลังจะตาย

ด้วยสายตาที่พร่าเลือน ผมเหลือบไปเห็นศพชายคนนึง อยู่ในชุดเครื่องแบบหน่วย S.T.A.R.S.

ศพนั้นตาเบิกโพลง ก่อนตายเค้าคงจะหวาดกลัวมากแน่ๆ

" แบรด.....สินะ..." ผมได้แต่คิดในใจ...

ก่อนที่ผมจะหมดสติไปนั้น ผมได้ยินเสียงชายประมาณ 2-3 คนพูดว่า

" เร็วเข้า เก็บข้อมูลการต่อสู้ "

" พาคนบาดเจ็บไปด้วย "

" ส่วนคนที่โดนโปรเจ็คเนเมซิสเล่นงานนี่...."

" พาไปที่แล็ป แล้วเตรียมโปรเจ็คตัวต่อไป "

[จบตอนที่ 3 มุ่งสู่จุดนัดหมาย และความตายที่รออยู่เบื้องหน้า]

[ตอนหน้า ลาก่อนเพื่อนรัก และยินดีที่ได้รู้จักผู้ร่วมชะตากรรมอีกคนหนึ่ง]
You are who you choose to be.
<<

NamsaiJakug

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 83

ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2014, 19:44

ที่อยู่: กินพื้นที่ถนน2เลนส์@_@

โพสต์ 14 พ.ย. 2014, 22:42

Re: RESIDENT EVIL:The Other Side Story (ฝากด้วยครับ)

นับเป็นครั้งเเรกเลยค่ะที่อ่าน 3 ตอนรวดแบบไม่สะดุด นับว่าทักษะการเขียนเยี่ยมมากเลยนะคะเพราะใช้มุมมองของตัวละครในสายตาเราว่ายากมากๆเลยค่ะ สู้ต่อไปนะคะ
เราชื่อน้ำใสนะ ฝากใจไว้ดูเล่นด้วย(>●<)♡♡♡

ช่วยฝากติชมนิยายด้วยนะคะ

ความรักปีกหัก
http://www.thaibiohazard.com/forum/viewtopic.php?f=30&t=16788127

รูปภาพ
<<

Mahaphon

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 9

ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2014, 23:05

โพสต์ 15 พ.ย. 2014, 19:11

Re: RESIDENT EVIL:The Other Side Story (ฝากด้วยครับ)

NamsaiJakug เขียน:นับเป็นครั้งเเรกเลยค่ะที่อ่าน 3 ตอนรวดแบบไม่สะดุด นับว่าทักษะการเขียนเยี่ยมมากเลยนะคะเพราะใช้มุมมองของตัวละครในสายตาเราว่ายากมากๆเลยค่ะ สู้ต่อไปนะคะ


ขอบคุณที่ติดตามและติชมนะครับ ^_^

ส่วนตัวผมเป็นพวกถนัดเล่าเรื่องแบบ Case File น่ะครับ

แล้วก็สไตล์การเดินเรื่องแบบมุมมองบุคคลที่ 1 อาศัยจากการอ่าน Wesker's Report เอามาดัดแปลงอีกที

ยังไงก็ฝากติดตามไปเรื่อยๆด้วยนะครับ ^_^

ปล. สามตอนแรกนี้เป็นตอนที่เคยเอาลงเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เอามาเกลาแล้วลงใหม่น่ะครับเลยลงเร็วได้

ส่วนตอนต่อๆไป ก็อาจจะมาสักสัปดาห์ละตอน ยังไงก็ฝากตัวด้วยนะครับ ^_^
You are who you choose to be.
<<

Mahaphon

ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 9

ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2014, 23:05

โพสต์ 15 พ.ย. 2014, 23:16

Re: RESIDENT EVIL:The Other Side Story (ฝากด้วยครับ)

ตอนที่ 4 ลาก่อนเพื่อนรัก และยินดีที่ได้รู้จักผู้ร่วมชะตากรรมอีกคนหนึ่ง

ผมตื่นขึ้นมาในห้องสีขาวเหมือนห้องผ่าตัดในโรงพยาบาล รอบตัวผมมีสายระโยงเต็มไปหมด

ผมพยายามลุกขึ้นด้วยความเจ็บปวด แต่ก็นึกดีใจที่ผมยังไม่ตาย

ผมดึงสายต่างๆที่ติดอยุ่ตามตัวผมออกอย่างรวดเร็ว คิดว่าอย่างน้อยรีบออกจากที่นี่ก่อนดีที่สุด

เมื่อออกมาที่หน้าห้องเมื่อมองที่ประตูมันเขียนไว้ว่า

" ห้องทดลอง Anti-Virus "

ผมคงโดนมันพามาทดลองยาต้านไวรัสและผมคิดว่ามันคงได้ผล ไม่งั้นผมคงกลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว...

ว่าแต่ว่าคนอื่นไปไหนหมดนะ แล้วเทรนล่ะ?

ผมสังเกตว่าลักษณะที่นี่เหมือนห้องปลอดเชื้อ เครื่องมือแพทย์ทุกอย่างยังอยู่ในลักษณะที่พร้อมใช้

แต่ทุกอย่างเงียบสงัด ไร้การเคลื่อนไหวใดๆ มันเงียบจนน่าขนลุก!!!

เมื่อเดินต่อมาผมก็ได้พบกับทางเข้าออกห้องปลอดเชื้อ ถัดออกมาเป็นห้องล็อคเกอร์

ผมรีบสำรวจโดยรอบเพื่อหาอะไรก็ตามที่น่าจะพอเป็นประโยชน์สำหรับตัวผมได้

ล็อคเกอร์ส่วนใหญ่เปิดและมีรอยการรื้อค้นกระจัดกระจาย เหมือนเจ้าของล็อคเกอร์รีบไปไหนสักอย่าง

ในล็อคเกอร์ที่ปิดอยู่ตู้หนึ่ง เมื่อผมเปิดออกมาก็เจอกับ...

เสื้อผ้าที่คล้ายกับเครื่องแบบทหารครึ่งท่อน

เสื้อกันกระสุนที่มีโลโก้อัมเบรลล่า

และปืนพก 1 กระบอกพร้อมกระสุนอีก 2 กล่อง

" อย่างน้อยก็ดีกว่าไอ้ชุดคนไข้บ้าๆนี่ละนะ " ผมรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกจากห้องทันที

เมื่อออกมาจากห้อง ก็เจอกับทางเดินยาว มีห้องกระจกหลายห้องเรียงรายอยู่

และในทางเดินนี้ผมก็ได้รู้ว่าทำไมที่นี่ถึงได้ร้าง....

ผมได้เจอกับซอมบี้ในชุดนักวิจัยเดินอยู่ในทางเดิน 3 ตัว

" แม้แต่คนของอัมเบรลล่าก็ไม่รอดสินะ "

ผมยิงมันสองตัวแรกที่หัว แต่ในขณะที่ผมจะยิงเจ้าตัวที่สามนั้นเอง...

!!!เพล้ง!!! !!!!ฉัวะ!!!

สัตว์ประหลาดตัวสีเขียวสูงราว 6 ฟุต พร้อมกรงเล็บขนาดยักษ์

มันกระโจนออกมาจากห้องกระจกด้านข้างและตัดหัวซอมบี้ตัวนั้นขาดในครั้งเดียว!!!!

" นั่นมันตัวบ้าอะไรกันวะ!!! "

ก่อนที่ผมจะได้คิดอะไรมากกว่านั้น มันได้หันมาทางผมพร้อมกับวิ่งกระโจนเข้ามาอย่างรวดเร็ว!!!

ในขณะที่มันกระโจนเข้ามา ผมสไลด์หลบมันได้แบบเฉียดฉิว ก่อนจะวิ่งเข้าประตูห้องหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ

" ฟู่วววว... เกือบหัวขาดซะแล้วมั้ยล่ะ "

แต่เมื่อตั้งสติได้และหันกลับมามองในห้องอีกครั้งผมก็ได้เห็น...

เทรนลอยอยู่ในหลอดทดลองที่เต็มไปด้วยน้ำสีฟ้า!!!

ผมรีบไปที่เครื่องปรับแรงดันข้างๆเพื่อที่จะลดระดับน้ำในหลอดทดลองลง

และเมื่อน้ำในหลอดทดลองลดลงเค้าก็ตื่นขึ้น....

แต่ตอนนี้เค้าไม่ใช่เทรนอีกต่อไปแล้ว

เค้ามีแววตาสีแดงก่ำ จากนั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนร่างและพังหลอดออกมา

เทรนในร่างสัตว์ประหลาดตอนนี้แทบจะไม่เหลือความเป็นคนอีกแล้ว

จากที่เทรนสูงอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เทรนสูงขึ้นไปกว่า 2 เมตร

ตัวของเค้าเป็นสีขาวซีด กล้ามเนื้อที่ขยายใหญ่ขึ้นจนผิดรูป เส้นเลือดปูดโปนดูน่ากลัว

มือขวาของเค้าบัดนี้มันได้กลายเป็นกรงเล็บสีดำแบบเดียวกับตัวประหลาดข้างนอกนั่น

แม้ร่างกายของเค้าจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่อย่างน้อยเค้าก็ยังจำผมได้ เค้าพูดกับผมว่า

"ไมเคิล ตอนนี้ฉันรู้ตัวดีว่าฉันเหลือเวลาไม่มากแล้ว.....เมื่อเจอกันครั้งต่อไปฉันอาจจะฆ่านายโดยที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ก็ได้ รีบไปซะตอนที่ฉันยังมีสติ ไป!!!!"

" เทรน...นาย... ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยล่ะเว้ยยยยยยยยย!!!!! "

ผมตะโกนอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลอาบสองแก้ม เสียใจที่ไม่อาจช่วยเพื่อนรักได้

ในช่วงที่ผมได้แต่คร่ำครวญโดยไม่คิดจะหนีนั่นเอง...

!!!อ๊ากกกกกก...!!!!.....!!!!โฮกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!

เทรนได้กรีดร้องขึ้น ก่อนที่เสียงกรีดร้องจะกลายเป็นเสียงคำราม!!!

และก่อนที่ผมจะได้ตั้งตัวนั้นเอง

!!!!ผลั๊วะ!!!!! !!!!!โครมมมม!!!!

เทรนที่ตอนนี้ควบคุมสติไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ตบผมด้วยกรงเล็บนั่นอย่างแรง

ร่างของผมกระเด็นไปชนประตูจนพังและกระเด็นออกมานอกห้องทันที

และในทางเดินนี้เองไอ้ตัวเขียวระยำนั่นมันยังรอผมอยู่พร้อมทั้งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

!!!!!แม่งงงงงงงงงงเอ๊ยยยยยยยยย!!!!!!!!!!

ผมสบถพร้อมทั้งยกแขนทั้งสองข้างป้องหน้าตัวเองแบบคนไม่มีทางสู้

และทันใดนั้นเอง

!!!ฉัวะ!!!!!

ผมลดแขนที่บังหน้าออก และสิ่งที่ผมเห็นตอนนี้คือ...

เทรนใช้กรงเล็บเสียบไอ้ตัวเขียวนั่นจนทะลุหลัง ก่อนที่จะโยนมันทิ้งเหมือนเศษขยะ

เทรนหันมาทางผมอีกครั้งพร้อมกับตะโกนกึ่งคำราม

" กูบอกให้มึงรีบหนีไปไงไอ้เวรเอ๊ยยยยย!!!!!! "

เทรนตบผมอีกครั้ง คราวนี้ผมกระเด็นเข้าไปในลิฟท์ที่เปิดค้างอยู่ ประตูลิฟท์ปิดลงอย่างช้าๆ

และก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดสนิทนั้น...

เทรนได้ใช้มืออีกข้างที่ยังไม่เป็นกรงเล็บ ชูนิ้วกลางให้ผม พร้อมทั้งยิ้มให้ผมเป็นครั้งสุดท้าย...

ประตูลิฟท์ปิดลงแล้ว.....

"อ๊ากกกกกกก!!!!! ไอ้บ้าเอ๊ยยยยยยยย!!!!!ทำไมแม่งต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ!!!!!!อ๊าาาาาาาาาาาาาาา!!!!! "

ในขณะที่ลิฟท์กำลังเลื่อนขึ้นไป ผมได้แต่คร่ำครวญร้องให้และชกประตูลิฟท์อย่างบ้าคลั่ง

ผมเสียเพื่อนรักเพียงคนเดียวของผมไปแล้ว....

ประตูลิฟท์ได้เปิดออกอีกครั้งเมื่อมันถึงที่หมาย

ตอนนี้ผมอยู่ในห้องโถงโรงพยาบาลที่มีเลือดสาดกระจายเต็มไปหมด มีซอมบี้สี่ห้าตัวเดินเชื่องช้าอยู่

และเมื่อผมได้ก้าวออกมาจากลิฟท์นั้น

!!!!ตี๊ดๆๆๆๆๆๆๆ!!!!

ผมหันไปตามเสียงทันที และที่เสานั้นเองผมก็ได้พบกับ ระบิด!!!! มันคือระเบิด C4 ที่ถูกตั้งเวลาไว้

และการที่มันดังถี่ๆแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องดีแน่

" แม่งเอ๊ยยยยย!!!!!! นี่แม่งห่าอะไรกันนักกันหนาวะ!!!! "

ผมรีบวิ่งออกไปที่หน้าโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ผมไม่สนใจไอ้ซอมบี้ระยำพวกนั้นอีกแล้ว

และทันทีที่ผมก้าวเท้าถึงประตูหน้าโรงพยาบาล

!!!!!!!!!!!ตู้มมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดทางด้านหลังดังกึกก้องไปหมด ผมโดนแรงระเบิดอัดจนกระเด็นออกมาหน้าโรงพยาบาล

ร่างของผมกระแทกเข้ากับรถที่จอดอยู่ใกล้ๆ มันจุกจนแทบกระอักเลือด

" ลาก่อน.....เทรน..." ผมรำพึงเบาๆอย่างคนหมดแรง

" เฮ้!!!!! นายตรงนั้นน่ะ!!!! เป็นอะไรมากมั้ย!!! "

ผมหันไปตามเสียงนั้น เป็นชายผิวดำใส่ชุดแบบเดียวกับผมกำลังวิ่งเข้ามา

" นายอยู่หน่วยไหน แล้วมาทำอะไรที่นี่ " ชายคนนั้นถามผม

" ผม.....ผมไม่รู้..." จริงๆผมอยากตอบว่าผมไม่ใช่คนของอัมเบรลล่าด้วยซ้ำ

" เหอะ นายนี่โดนมาหนักจนสมองเสื่อมรึไง ชั้นชื่อไทเรล....ไทเรล แพททริค สังกัดทีม A กองร้อย Delta "

" ผมชื่อไมเคิล... "

" ไมเคิล โอเค ตอนนี้เราไม่มีเวลาแล้ว รีบหนีกันเถอะที่นี่อันตรายเกินไป "

" อันตราย? หนีใคร? หนีอะไร? " ผมถามแบบงงๆ

" เราถูกทรยศ ไอ้บ้านิโคไลกำลังไล่ฆ่าพวกเราอยู่ ฉันยังโชคดีที่หนีออกมาได้ นายก็ด้วย "

" หมายความว่าระเบิดเมื่อกี้นี้...? "

" ใช่!!! ไอ้เวรนั่นมันกะจะฆ่าเราทั้งหมด เราถูกอัมเบรลล่าทิ้งแล้ว ทิ้งเหมือนขยะ "

" เฮ้อ....หวังว่าคงไม่มีอะไรเลวร้ายกว่านี้แล้วนะ "

" มีสิ พรุ่งนี้ตอน 09.00 am. เมืองเฮงซวยนี่จะราบเป็นหน้ากลองด้วยระเบิดนิวเคลียร์ของกองทัพสหรัฐ "

" ว่าไงนะ!?! เวรเอ๊ยยยย!!! แล้วตอนนี้เราเหลือเวลาอีกกี่ชั่วโมงเนี่ย "

" วันนี้วันที่ 30 กันยายน เวลา 10.30 pm. เรามีเวลาอีกสิบชั่วโมงครึ่งก่อนที่จะกลายเป็นฝุ่นอยู่ที่นี่ "

" แล้วนายมีแผนการหนีมั้ย " ผมถามด้วยความอยากรู้

" ในแผนการของ U.B.C.S. เรามีการนัดหมายให้ไปสั่นระฆังที่หอนาฬิกาเพื่อให้ ฮ. มารับ แต่ตอนนี้ทั้ง ฮ. ทั้งหอ กระจุยหมดแล้ว "

" เวรเอ๊ย!!!! ให้มันได้อย่างนี้สิ " ผมสบถอย่างหัวเสีย

" แต่ฉันมีอีกแผนนึง " ไทเรลพูดพร้อมกับกางแผนที่ออกมา

" ใกล้ๆนี้มีสถานีรถไฟอยู่ ถ้าไปถึงที่นั่นได้ รถไฟจะพาเราออกจากเมืองนี้ได้ สถานีสุดท้ายคือฮาวาร์ดวิลล์ ห่างออกไป 200 ไมล์ "

" งั้นเราก็มีโอกาสรอดกันแล้วสินะ " ผมถามอย่างมีความหวัง

" ใช่ "

" ถ้างั้น เรามาร่วมมือกัน หนีออกไปจากเมืองนรกนี่กันเถอะ!!! "

[จบตอน ลาก่อนเพื่อนรัก และยินดีที่ได้รู้จักผู้ร่วมชะตากรรมอีกคนหนึ่ง]

[ตอนต่อไป ทางหนีสุดท้าย รถไฟแห่งความหวังและจุดสิ้นสุด]
You are who you choose to be.

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน