[Side Story of MoRC] The Last Lagacy : Autumn 1952 ครับ

<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 20 ม.ค. 2015, 23:01

[Side Story of MoRC] The Last Lagacy : Autumn 1952 ครับ

รูปภาพ

"The Untold story of the Last Lagacy of MAT Company"

By: Kevin Ryman
Genre: Historical+Drama+Thriller
Rated: R


..................................................................................................................................................................................

คำแนะนำก่อนอ่าน

1.ฟิคเรื่องนี้เป็น Side Story ฟิคหลักของผมอย่าง MoRC ตามลิงค์ด้านล่างครับ โดยเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนฟิคหลักหลายสิบปี เป็นเรื่องยุครุ่นพ่อรุ่นปู่ของตัวละครในฟิคหลักเลยทีเดียว โดยเราจะเล่าผ่านมุมมองเรื่องราวทั้งหมดผ่านตัวละครที่มีชื่อว่า "นาตาเลีย แซนฟอร์ด" ประธานกรรมการและผู้บริหารคนสุดท้ายของ MAT ครับ โดยมีจำนวนตอนทั้งหมด 4 ตอน เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยสรุปตั้งแต่ที่นาตาเลียยังเป็นเด็ก โตเป็นสาว และก้าวสู่ตำแหน่งประธานคนสุดท้ายของ MAT ครับ

viewtopic.php?f=30&t=16782815&st=0&sk=t&sd=a

2.อย่างไรก็ตาม หากผู้อ่านเคยติดตามฟิคหลักของผมมาบ้างแล้ว คิดว่าผู้อ่านน่าจะทราบชะตากรรมของเธอดี ทั้งนี้ก็เป็นโอกาสอ้นดีเช่นกันที่เราจะได้ทราบเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดของเรื่องราวที่ถูกปิดบังไว้ ก็ลองติดตามดูครับ ควบคู่กับฟิคหลักของผม ยังแต่งอยู่น้า 555555+

3.เนิ้อหาในฟิคเรื่องนี้ อ้างอิงข้อเท็จจริงบางส่วนของประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา โดยอาศัยพื้นหลังเป็นช่วงสงครามเย็นครับ อาจมีกล่าวอ้างอิงถึงบุคคลที่มีตัวตนจริงทางประวัติศาสตร์ของอเมริกา
4.เพื่อความเหมาะสม ผู้แต่งขอจำกัดเรทไว้ที่ 15+ นะครับ อาจจะเป็นเรื่องราวที่คอนข้างจะหนัก ๆ เครียด ๆ ดราม่า อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับเด็กอ่านเท่าไร จริง ๆ ก็อ่านได้ แต่บอกไว้ก่อนว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะซีเรียสและดราม่าหนักมาก อย่าว่ากัน 5555+

5.ในเรื่องนี้ เราอาจจะได้เห็นตัวละครบางตัวในฟิคหลักของผมถูกกล่าวอ้างอิงถึงด้วย บอกไว้เลยว่าหลายตัวอยู่ รอดูแล้วกันครับว่ามีใครบ้าง

6.สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านฟิคหลักของผม ก็ยังสามารถอ่านได้โดยไม่เสียอรรถรสนะครับ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนฟิคหลัก

7.ผมยินดีรับฟังคำแนะนำติชมเสมอครับ



Content

Prologue
Chapter I - Autumn 1952
Chapter II - Spring 1962
Chapter III - Summer 1978
Chapter IV - Winter 1987
Epilogue
แก้ไขล่าสุดโดย Kevin Ryman เมื่อ 20 มี.ค. 2015, 22:24, แก้ไขแล้ว 14 ครั้ง.
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 20 ม.ค. 2015, 23:03

Re: [Fiction] The Last Lagacy : Autumn 1952 อัพครับ

Prologue


ฉันคือนาตาเลีย แซนฟอร์ด ลูกสาวคนโตโดยชอบธรรมของธีโอดอร์ แซนฟอร์ดและอเล็กซานดร้า แซนฟอร์ด....

พ่อของชั้นได้รับการยกย่องว่าคือหนึ่งในผู้มีอิทธิพลทางการแพทย์ การเมืองและการทหารของสหรัฐอเมริกา พ่อคือตำนานที่ทุกคนล้วนเกรงกลัว และแม่ของชั้นคือหญิงสาวผู้เพรียบพร้อม ทั้งเงินทอง ความงาม และชาติตระกูล เพียงแต่....

พ่อไม่เคยรักแม่เลย มีหญิงเดียวในใจของพ่อ ผู้หญิงที่กุมหัวใจธีโอดอร์ผู้ยิ่งใหญ่ 'คริสติน่า' นั่นคือชื่อที่ชั้นและแม่รู้จัก หล่อนให้กำเนิดพยานรักแก่พ่อ นั่นคือพี่ชายนอกสมรสของชั้น 'แอนโธนี่'

ความจริงก็คือ ชั้นและน้องสาวคนเล็ก 'ซินเธีย' พวกเราต่างรักใคร่แอนโธนี่เหมือนพี่ชายแท้ ๆ ในตอนนั้นพวกเราต่างไร้เดียงสาจนเกินกว่าจะตั้งแง่กับพี่น้องต่างมารดาอย่างแอนโธนี่แม้แต่น้อย เพียงแต่มันไม่ใช่กับแม่ เราสองพี่น้องไม่เคยสังเกตถึงใบหน้าอันเย็นชาของแม่ที่มองมาที่พวกเราตรงกลางสนามหญ้า แม่ของพวกเราเกลียดชังแอนโธนี่ยิ่งกว่าอะไรดี แม่มักจะทะเลาะกับพ่อเพราะเรื่องนี้ ผลจบลงด้วยการที่พ่อทุบตีแม่ ก่อนที่พ่อจะจากไป...

เราสองพี่น้องมักจะถามพ่อว่าทำไมพ่อถึงต้องทุบตีแม่ พ่อไม่รักแม่เหรอ? พ่อไม่ตอบ พ่อเอาแต่ไล่พวกเราไปเล่นที่อื่น ในขณะที่กำลังปลอบโยนแอนโธนี่

ชั้นได้เห็นสายตาของแอนโธนี่ เขามองมาที่พวกเราสองพี่น้องเหมือนได้ของเล่นใหม่ ชัยชนะของเด็กน้อย ชั้นได้แต่ตั้งคำถามในใจว่าทำไม? พ่อไม่ทำแบบนั้นกับพวกเราบ้าง? พ่อไม่เคยปลอบประโลมพวกเรา พวกเราก็ลูกของพ่อนะ

หลายปีผ่านไป หลังจากที่พ่อเสียชีวิตเพราะมะเร็งในช่องท้อง แอนโธนี่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในช่วงที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติครั้งใหญ่ขององค์กร โดยมีชั้นคอยยืนเคียงข้างสนับสนุน เราสองพี่น้องควรจะร่วมมือกับฝ่าฟันอุปสรรค์ครั้งใหญ่ขององค์กรที่พ่อและปู่ของเราสร้างขึ้นมาให้อยู่รอด เพียงแต่มันเกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น

และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดของชั้น ตำนานคนสุดท้ายขององค์กร...
แก้ไขล่าสุดโดย Kevin Ryman เมื่อ 20 มี.ค. 2015, 22:21, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 20 มี.ค. 2015, 20:52

Re: [Side Story of MoRC] The Last Lagacy ครับ

Autumn 1952

บางทีเรื่องราวทั้งหมดน่าจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ปี 1952 หลังจากที่ปู่ของพวกเราเสียชีวิตลง พ่อก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำองค์กรอย่างเต็มตัว หลังใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์จากเหล่าที่ปรึกษาของพ่อมาหลายปี

ปู่ของพวกเรา 'แมทธิว แซนฟอร์ด' เป็นคนดีที่หาได้ยาก เกิดมามีชาติตระกูลที่ดี ปู่เป็นที่รักของทุกคน ปู่ได้อุทิศชีวิตทั้งหมดเพื่อองค์กรและสังคม สานต่อเจตนารมณ์ของเพื่อนรัก ‘โธมัส โบลโซนี่’ โดยทั้งคู่บังเอิญไปเจอกันในสนามเพลาที่ฝรั่งเศสช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างหลบลูกระเบิดปืนครกของพวกเยอรมัน

โธมัส โบลโซนี่ เป็นทายาทเศรษฐีใหม่ที่พึ่งสร้างตัวได้สำเร็จจากธุรกิจเดินเรือข้ามทวีปจากอเมริกาไปเอเชียใต้ โธมัสเล่าให้ปู่ของเราฟังว่าได้แรงบันดาลใจเรื่องสมุนไพรรักษาโรค ระหว่างเดินทางไกลไปที่อินเดีย โทมัสอยากสร้างบริษัทเวชภัณฑ์รักษาโรค อยากสร้างยาดี ๆ ราคาย่อมเยาว์เพื่อช่วยเหลือผู้คน ปู่ของพวกเราเห็นด้วย หลังกลับมาจากสงคราม ทั้งคู่ได้ร่วมลงขันสร้างองค์กรขึ้นมา พร้อมกับตั้งชื่อว่า 'MAT pharmaceutical'

โธมัสชอบชีวิตกลางแจ้งและการผจญภัยมาก เขาเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกเพื่อค้นหาสมุนไพรและความรู้ใหม่ในต่างแดนเพื่อเขียนหนังสือ แต่ไม่ทันไรเขาก็เสียชีวิตจากมาลาเรีย ระหว่างเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลในป่าลึกใกล้ชายแดนพม่าเพื่อค้นหาสมุนไพรหายากตัวหนึ่ง ปู่ของพวกเราก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำองค์กรแทนเพื่อนรักที่จากไป โดยแต่งงานกับย่า ซึ่งเป็นน้องสาวของโธมัสเพื่อนรัก ไม่กี่ปีต่อมา ทั้งคู่ได้ให้กำเนิดลูกชายที่ชื่อ ‘ธีโอดอร์ แซนฟอร์ด’ พ่อของพวกเราซึ่งได้รับการดูแลอย่างดี ได้รับการศึกษาเลี้ยงดูอย่างดี ปู่ของพวกเราปลูกฝังพ่อของพวกเราตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อที่พ่อจะก้าวขึ้นเป็นประธานของ MAT คนต่อไปในอนาคต อีกไม่กี่ปีต่อมา ครอบครัวของปู่ก็ได้ต้อนรับสมาชิกคนที่สอง นั่นคือ ‘วินเซนต์ แซนฟอร์ด’ น้าของพวกเรา


เท่าที่จำความได้ น้าวินเซนต์ไม่ค่อยแข็งแรงนัก เป็นคนขี้โรคตั้งแต่เด็ก ทุกคนในองค์กรล้วนเป็นห่วงน้าวินเซนต์มาก ปู่พยายามหาทางรักษาให้วินเซนต์มีสุขภาพแข็งแรงเหมือนเด็กคนอื่น


หลายปีผ่านไป พ่อของพวกเราเติบโตเป็นหนุ่มหล่อทรงเสน่ห์ มีสาวน้อย สาวใหญ่มากมายล้วนหลงใหลในตัวพ่อ เพียงแต่พ่อนั้นได้พบรักกับสาวชาวบ้านธรรมดาที่ชื่อ ‘คริสติน่า เมสัน’ หล่อนเป็นเพื่อนร่วมชั้นของพ่อสมัยยังเรียนชั้นประถม ทั้งคู่สานต่อมิตรภาพจนกลายเป็นความรัก แต่น่าเสียดายที่ความรักครั้งนั้นถูกขัดขวางด้วยเหตุผลเรื่อง ความแตกต่างทางสังคมที่มากเกินไป บ้านของพวกเราก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตระกูลที่ทรงอิทธิพลของเมือง ในขณะที่บ้านของคริสติน่ากำลังถังแตกอย่างหนัก พ่อของคริสติน่าแม้จะเป็นคนขยันตั้งใจทำงานแต่สุดท้ายก็กลายเป็นแค่ผีพนันขี้เหล้า จนต้องเอาลูกสาวไปไถ่หนี้ก่อนตนเองจะถูกฆ่า สุดท้ายคริสติน่าแต่งงานกับมาเฟียไอริชอารมณ์ร้ายรุ่นราวคราวพ่อเพื่อไถ่หนี้สินให้ครอบครัวของตนเอง

ในขณะที่พ่อของพวกเราถูกหมั้นหมายไว้กับ ‘อล็กซานดร้า แม็คลาฟลิน’ ลูกสาวของอัยการเขตผู้ทรงอิทธิพล ผู้สามารถค้ำจุนองค์กรของปู่ให้มั่นคงขึ้นไปอีกขั้นได้ แต่สุดท้าย พ่อของเรายังคงฝ่าฝืนคำสั่งของปู่ พ่อยังคงแอบพบกับคริสติน่า พ่อยังคงแอบลักลอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหล่อน ทั้งที่สามีขี้เมาของหล่อนยังอยู่

สุดท้าย เกิดเรื่องน่าเศร้า พ่อของเราตัดสินใจบ้าบิ่นที่สุดในชีวิต หยิบเอาปืนลูกโม่ของปู่บุกไปยิงมาเฟียไอริชคนนั้นจนถึงแก่ความตาย ต่อมาพ่อได้พาคริสติน่าหลบหนีหายตัวไป ในขณะเดียวกันพวกมาเฟียไอริชได้ระดมคนเพื่อตามล่าตัวธีโอดอร์และคริสติน่าเพื่อล้างแค้น

มีเหรอที่ปู่จะใจดำเห็นลูกชายของตนเองโดนมาเฟียไอริชตามล่า ปู่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย โดยหวังเจรจาทางการทูต 'ดาวิเด้ โบเน็ตติ' คนเก่าคนแก่ขององค์กรได้คัดค้านความคิดนี้ แต่ไร้ผล ปู่ของพวกเราเดินหน้าเจรจากับพวกมาเฟียไอริช ทุกอย่างควรจะจบลงด้วยดีงั้นเหรอ? ผิดเลย ผิดมหันต์....

ปู่และคณะติดตามโดนพวกมันหลอกล่อก่อนจะรุมสังหารอย่างเลือดเย็น ดาวิเด้หนีตายมาได้พร้อมกับคำสั่งเสียไปยังธีโอดอร์ ตอนนั้นพ่อของพวกเรา ธีโอดอร์กำลังหลงไหลกับความรักและอิสระภาพกับคริสติน่า เมสัน ที่เมืองตากอากาศเมลวิส โดยไม่รับรู้เลยว่ากำลังเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นกับปู่และองค์กรของตัวเอง

ทันทีที่ทราบข่าวจากดาวิเด้ พ่อของพวกเราแทบเสียสติ พ่อรับรู้ในทันทีว่าทั้งหมดคือความผิดพลาดของตนเอง พ่อรีบพาคริสติน่ากลับไปที่องค์กรทันทีเมื่อทราบข่าว

ตอนที่พ่อกลับไปที่เมือง ไปที่องค์กร พวกมาเฟียไอริชทั้งรู้สึกทึ่งและแปลกใจมาก พวกมันคงรับรู้โดยสันชาติญาณแล้วว่าได้ปลุกปีศาจร้ายในตัวพ่อตื่นขึ้นมาอาละวาดแล้ว แน่นอนพวกมันคิดถูก

จากองค์กรที่เคยได้ชื่อว่าใจซื่อมือสะอาดช่วยเหลือประชาชน กลายเป็นองค์กรที่ทรงอิทธิพลและอำนาจมืด พ่อได้เดินหน้ากวาดล้างพวกมาเฟียไอริช ด้วยความช่วยเหลือของดาวิเด้และพรรคพวกมาเฟียจากอิตาลีในเมืองแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน หลังจากที่กวาดล้างพวกมาเฟียไอริชจนเรียบร้อย พ่อได้ตัดสินใจบางอย่าง…

คริสติน่า เมสัน ได้คลอดทารกเพศชาย ‘แอนโธนี่ แซนฟอร์ด’ ทุกอย่างคงจะเรียบร้อยถ้าพ่อประกาศแต่งงานกับคริสติน่า ไม่มีมาเฟียไอริชอีกแล้ว แต่สถานการณ์มันเปลี่ยนไป เพราะพ่อถูกพวกหน่วยสืบสวนกลางหมายหัวเพราะเรื่องกวาดล้างพวกไอริช

ยังจำ ‘อเล็กซานดร้า แม็คลาฟลิน’ ได้ไหม? ลูกสาวของอัยการเขตประจำเมือง พ่อได้ตัดสินใจแต่งงานกับอเล็กซานดร้า แม่ของพวกเรา เพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากพ่อของหล่อน ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางในรัฐบาล เพื่อยุติการคุกคามจากหน่วยสืบสวนกลาง นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่อำนาจของพ่อ อันที่จริง พวกคนในรัฐบาลเองก็อยากให้พวกมาเฟียไอริชพวกนั้นสิ้นซากไปตั้งนาน เหตุผลเรียบง่ายมาก เพราะการคอรัปชั่น เหล้าเถื่อน ของหนีภาษี สิ่งเหล่านี้ล้วนจะย้อนศรกลับมาเล่นงานพวกเจ้าหน้าที่รัฐในอนาคต การที่พ่อของพวกเราเลือกกวาดล้างพวกมาเฟียไอริช นับว่าเป็นผลดีแก่พวกเจ้าหน้าที่รัฐที่คอรัปชั่น

แล้วคริสติน่า เมสันล่ะ? เกิดอะไรขึ้นกับเธอ?

หล่อนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ ขณะกำลังเดินทางกลับบ้าน หลังจากทราบข่าวว่าธีโอดอร์ประกาศแต่งงานกับอเล็กซานดร้า แม็คลาฟลิน โดยหล่อนได้รับเงินชดเชยมาก้อนหนึ่ง เพื่อตอบแทนความดีและการเสียสละแด่ชายที่ตนเองรัก

ตอนที่พ่อเลือกแต่งงานกับแม่ เกิดคำถามและข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการตายของคริสติน่า ใครกันได้รับผลประโยชน์จากการตายของหล่อน? บ้างก็ว่าคริสติน่ายอมรับไม่ได้ที่ต้องเห็นตัวเองโดนเฉดหัวจากบัลลังค์ หล่อนประกาศกร้าวว่าจะแฉเรื่องราวของธีโอดอร์ทั้งหมด บ้างก็ว่าคริสติน่ายอมเสียสละให้ชายผู้เป็นที่รักได้อยู่รอดปลอดภัยต่อไป แต่ไม่ว่าอย่างไร แอนโธนี่ คือลูกชายที่ได้รับการรับรองจากพ่อ แอนโธนี่ถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดองค์กรแทนพ่อในอนาคต

แม่ของพวกเราคาดหวังว่าจะให้กำเนิดบุตรชายแก่ธีโอดอร์ เพื่อหวังว่าธีโอดอร์จะหันมามอบความรักให้หล่อนกับลูกอย่างที่เคยมอบให้กับคริสติน่าและแอนโธนี่ แต่น่าเสียดายนัก แม่ของพวกเราทำไม่สำเร็จ ฉัน…นาตาเลีย และซินเธียน้องสาว ได้ถือกำเนิดมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันในไม่กี่ปี เราสองพี่น้องรักกันมาก ซินเธียชื่นชอบในดนตรีและศิลปะ ในขณะที่ฉันชอบเกี่ยวกับคณิตศาสตร์มากกว่า แต่ไม่ว่ายังไง ฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นเด็กดี เชื่อฟังพ่อและแม่ ทุกคนในองค์กรล้วนรักใคร่ฉันและซินเธีย ฉันเป็นเด็กเรียนดีตั้งแต่ยังเด็ก ซินเธียเองก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ต่างจากแอนโธนี่ ฉันทำทุกอย่างเพื่อหวังว่าพ่อจะหันมองมาที่ฉันบ้าง พ่อจะรักฉันอย่างที่รักแอนโธนี่บ้าง แต่ไม่เคยทำสำเร็จเลย

แอนโธนี่ พี่ชายต่างมารดาของพวกเราสองพี่น้อง เป็นคนหัวทึบ งี่เง่าตั้งแต่ยังเด็ก แต่พ่อก็ยังคงรัก พวกเราไม่ค่อยชอบแอนโธนี่นักเพราะเขามักจะหาเรื่องแกล้งพวกเราตลอดเวลา ต่างจาก ‘เจมี่ แซนฟอร์ด’ ลูกพี่ลูกน้องของพวกเราที่เกิดจากน้าวินเซนต์กับอาแคท แม้จะเด็กกว่าแอนโธนี่ แต่เจมี่ก็คอยเข้ามาช่วยเหลือพวกเราเสมอ

ต่อมาน้าวินเซนต์ป่วยเป็นโรคร้าย ก่อนตายได้ฝากฝั่งเจมี่ให้กับธีโอดอร์พี่ชาย พ่อของพวกเรารับคำ ก่อนรับเจมี่เป็นบุตรบุญธรรมของตน สร้างความยินดีให้พวกเรามาก เจมี่เป็นเหมือนน้องชายและองค์รักษ์ของพวกเราในตอนนั้น

พ่อของพวกเราได้สานต่อเจตนารมณ์ของปู่อย่างดี เช่นเดียวกัน พ่อได้สร้างเครือข่ายอำนาจและอิทธิของตนเอง ฉันได้เห็นแขกคนสำคัญมากมายมาเยี่ยมที่บ้านของพ่อ หนึ่งในนั้น คือนักการเมืองจากพรรคเดโมแครตที่ชื่อ ‘อาเธอร์ แฟรงคลิน’ คุณลุงร่างอวบ ที่ดูเหมือนคนอารมณ์บูดตลอดเวลา พ่อใช้เวลาคุยกับหมอนี่เป็นเวลานานมาก พวกเราในตอนนั้นยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจสิ่งที่พวกผู้ใหญ่ได้คุยกัน

“ท่านทูตเคนเนดี้ส่งคุณมาเหรอ?”

“ท่านทูตแค่ต้องการความช่วยเหลือเล็กน้อยจากคุณ แจ็ค ลูกชายของเขากำลังลงเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก”


นั่นคือสิ่งที่ฉันจำได้ หลังจากนั้นฉันก็เห็นลุงคนนั้น ซึ่งต่อมาพ่อแนะนำให้เรียกว่า ‘ลุงแฟรงคลิน’ มาพบปะกับพ่อเสมอ

ใครจะรู้บ้างว่าในอนาคต ฉันจะได้รู้จักกับลูกชายของบ้านแฟรงคลิน…

“ฮาโรลด์ ‘แฮรี่’ แฟรงคลิน” กับ “เจฟเฟอร์สัน ‘เจสัน’ แฟรงคลิน”



To Be Continued...


.........................................................


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

1.ตอนนี้จะเป็นแค่การเกริ่นนำและสรุปเรื่องราวในช่วงแรกนะครับ ยังไม่ค่อยมีอะไรมากมายนัก อย่าตกใจว่าทำไมมันน้อยจัง ในส่วนของฟิคเรื่องนี้นั้น ผมกลับมาเล่าแบบมุมมองบุคคลที่ 1 นั่นเอง พยายามเล่าแบบสรุปสั้น ๆ ได้ใจความมากที่สุด จะพยายามไม่เวิ้นเว้อเหมือนเมื่อก่อนแลัว 5555+

2.
“ท่านทูตแค่ต้องการความช่วยเหลือเล็กน้อยจากคุณ แจ็ค ลูกชายของเขากำลังลงเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก”[/i]


ท่านทูตในที่นี้คือ 'โจเซฟ เคนเนดี้' พ่อของ JFK และ RFK ซึ่งเคยเป็นเอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำอังกฤษในสมัยประธานาธิบดีรูสเวสต์นั่นเอง โดยในช่วงนั้นพ่อของ JFK กำลังผลักดันให้ลูกชายของตนขึ้นมาเป็นวุฒิสมาชิกครับ

รูปภาพ

ถ้าจำกันได้ อาเธอร์ แฟรงคลิน เป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องของท่านทูตโจเซฟ ก่อนจะผิดใจกันเพราะโดนไล่ออกโดย JFK เพราะเรื่องปิดบังโครงการลับครับ ถือว่าเป็นการหยามเกียรติบ้านแฟรงคลินมาก ส่วนท่านทูตเคนเนดี้ก็ลอยแพอดีตเพื่อนและลูกน้องคนสนิท แฟรงคลินคนพ่อเลยแค้นจัด และเป็นจุดเริ่มต้นของการลงขันของคนในรัฐบาล CIA,FBI และ MAT นั่นเอง

3.ตอนแรกยังไม่ค่อยมีอะไรมาก มันไม่มีจริง ๆ อ่ะแหละ เอาเป็นว่า ถ้ามีอะไรผิดพลาดอะไรยังไง บอกผมได้ทันทีเลยครับ

4.เกือบลืม ขอแถมครับ ตารางความสัมพันธ์ของตัวละครในยุคแรกของ MoRC ตัวละครเยอะจริงอะไรจริง เราถึงต้องมีตารางความสัมพันธ์ตัวละครกันเลยทีเดียว เริ่มที่บ้านแซนฟอร์ดครับ โดยในอนาคตแผนภาพตารางความสัมพันธ์ตัวละครจะมีการอัพเดตแน่นอน จะพยายามทำให้ดีกว่านี้ครับ 555+

รูปภาพ
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6234

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 21 มี.ค. 2015, 21:33

Re: [Side Story of MoRC] The Last Lagacy : Autumn 1952 ครับ

มาตามอ่านแล้วค่ะพี่ รอ update ต่อนะคะ กำลังเพลิน ๆ เลย :e7

ประวัติช่างซับซ้อนยาวนาน แต่อ่าน ๆ ไป ก็เข้าใจและตามทันอยู่นะ

อิสระภาพ
อิสรภาพ

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน