THE PSYCHOPATH ฝ่าวิกฤตขุมนรกถล่มเมือง NEW!! CHAP2

<<

itachi-jung

Zombie
Zombie

โพสต์: 5

ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2015, 20:52

โพสต์ 17 เม.ย. 2015, 23:19

THE PSYCHOPATH ฝ่าวิกฤตขุมนรกถล่มเมือง NEW!! CHAP2

ตอนนี้อยู่ในช่วงรับสมัครตัวละครที่จะมาเข้าร่วมกันในนิยายเรื่องนี้ โดยเรามีบทให้สมัครอยู่ค่ะ


บทจะเด่นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความน่าสนใจของตัวละครนะคะ
- ทีมประจัญบาน (หน่วยรบ) (20 คน)
- ทีมอารักขา (3 คน)
- ทีมนักวิจัย (แบ่งออกเป็น 2 หน่วย คือ หน่วยภาคสนาม(ลงพื้นที่) กับ หน่วยวิจัย) (20 คน)
- ทีมพลเมือง (รับไม่จำกัดค่ะ)

โดยกรอกข้อมูลตามนี้นะคะ

ชื่อ-นามสกุล (เน้นเป็นชื่อสากลนะคะ ชื่อไทยก็ได้ค่ะ แต่แจ้งชื่อเล่นด้วย) เพศ ญ/ช
รูปพันธ์ ลักษณะของตัวละคร น้ำหนัก ส่วนสูง (กรณีเป็นพลเมือ กรุณาแจงลักษณะเครื่องแต่งกายมาด้วยนะคะ)
สังกัด (ทีมประจัญบาน/อารักขา/นักวิจัย/พลเมือง) อายุ กรณีที่เป็นหน่วยประจัญบาน กรุณากรอกตำแหน่งด้วยนะคะ (ทีมบุก/ซุ่มยิง)
นิสัยส่วนตัว
ความสามารถพิเศษ
ข้อมูลเพิ่มเติม (ครอบครัว/เพื่อน/ความสนิทสนมกับใครเป็นพิเศษ)
ของที่ต้องพกติดตัว

THE PSYCHOPATH ฝ่าวิกฤตขุมนรกถล่มเมือง เป็นนิยายแนวสยองขวัญที่มีเรื่องความรักมาเกี่ยวด้วย(เล็กน้อยถึงปานกลาง)นะคะ อาจจะคล้ายๆนิยายซอมบี้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ เนื้อเรื่องเป็นยังไง รูปแบบเป็นอย่างไร ถ้าได้ตัวละครที่ต้องการครบแล้วจะลง intro กับตอนแรกให้อ่านนะคะ และขอเตือนอีกอย่างคือ นิยายเรื่องเป็น นิยายคู่ normal ผสมกับ yaoi/yuri ปนๆกันไป นะคะ ใครที่รับไม่ได้ว่าถ้าหากตัวละครของฉันต้องไปคู่กับชายด้วยกัน(แต่ถ้ารับได้ก็แล้วไปนะคะ) ก็ช่วยแจ้งแถลงไขด้วย จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน

จากนี้ไปจะขอเปิดรับจนกว่าจะได้ตัวละครที่ต้องการครบนะคะ
ขอบคุณสำหรับความสนใจค่ะ


ยังรับสมัครตัวละครอยู่นะคะ !!!
แก้ไขล่าสุดโดย itachi-jung เมื่อ 27 เม.ย. 2015, 16:07, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.
<<

ooNazGuloo

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 654

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2008, 17:52

ที่อยู่: racoocityห้องแลปใต้ดิน

โพสต์ 18 เม.ย. 2015, 13:48

Re: THE PSYCHOPATH ฝ่าวิกฤตขุมนรกถล่มเมือง (รับสมัครตัวละคร)

อู้หู!! รับสมัครตั้ง 20 กว่าคน ผมว่าไม่ถึงหรอก เอาเท่าที่ผมเห็นสมัคร ณ ปัจจุบันกันเลยนะ

มีอยู่ ไม่ถึง 10 คนเองแต่ละฟิค

ปล.รอคนมาเปิดประเด็นสมัครอยู่
<<

atakaiba000

ภาพประจำตัวสมาชิก

Licker
Licker

โพสต์: 165

ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ต.ค. 2012, 19:21

โพสต์ 19 เม.ย. 2015, 20:39

Re: THE PSYCHOPATH ฝ่าวิกฤตขุมนรกถล่มเมือง (รับสมัครตัวละคร)

ขอพิจารณาก่อนนะคะ น่าสนอยู่เหมือนกัน รอการอัพเดทต่อไป
<<

itachi-jung

Zombie
Zombie

โพสต์: 5

ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2015, 20:52

โพสต์ 20 เม.ย. 2015, 19:07

Re: THE PSYCHOPATH ฝ่าวิกฤตขุมนรกถล่มเมือง (รับสมัครตัวละคร)

intro ...

‘มนุษย์คืออะไร’ เป็นคำถามปรัชญาที่แล้วแต่คนจะสรรหาคำอธิบายได้หลากหลายประเภท แต่สำหรับตัวผมแล้ว มนุษย์ ก็คือ องค์ประกอบของอินทรียสาร 18 ชนิด ที่เกิดขึ้นจากการสืบพันธุ์ เจริญเติบโตขึ้นด้วยการกิน ดำรงชีวิตอยู่โดยการทำงานและต่อสู้อย่างทรหดอดทน แต่ที่สุดแล้วก็ต้องอ่อนแรงลง แล้วสลายตายกลายเป็นเนื้อของสิ่งอื่นด้วยการถูกกิน

เพื่อการดำรงอยู่ มนุษย์จึงเป็นนักเดินทางแสวงหาผลิตผลแห่งโลก หมื่นกว่าปีมาแล้ว ที่มนุษย์ส่วนหนึ่งเลิกการเดินทาง แล้วตั้งหลักปักฐานเป็นแหล่งแห่งที่ ตามลุ่มน้ำใหญ่ๆของพื้นพิภพ เขาพลิกฟื้นแผ่นดินให้เป็นแปลงของพืชผลเพื่อบริโภค ด้วยสองมือ สองเท้า และแรงกายมานับพันๆปี แต่แล้วก็มีมนุษย์พันธุ์หนึ่ง ถืออาวุธจำนวนหนึ่ง เข้ามาครอบครองและตั้งตัวเป็นราชา ทอนพวกเขาเหล่านั้นเป็นทาส ส่วนใหญ่ของมนุษย์เหล่านั้น ในปัจจุบันก็คือเราๆ ซึ่งเป็นชาติใหม่ต่อๆ มาของบรรพชนเหล่านั้น บัดนี้มายืนอยู่ในเมือง เมืองที่มีทางเป็นคอนกรีต มีป่าเป็นตึกปูนสูงบดบังขอบฟ้า มีความตายอยู่แค่ช่วงแขน เมืองที่แผ่นดินเคยเป็นของเรา เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของ เขาก็หยุดเดิน แต่เราๆยังต้องเดินอยู่

วิวัฒนาการของมนุษย์ดำเนินไปจนถึงจุดอิ่มตัว อารยธรรมโบราณถูกความเป็นสมัยใหม่กลืนหายเข้าไปในแสงศรีวิไลของป่าเมือง จากที่ต้องดิ้นรนแทบตายเพื่อมีชีวิตรอดกลับสะดวกสบายขึ้นเป็นกองเพราะเรามีเครื่องช่วยทุนแรงหลากหลายประเภทแล้วแต่จะช่างสรรหามาเลือกใช้ได้ตามใจชอบ มนุษย์สมัยนี้นั้นไร้จริยธรรม ขาดจิตสำนึกในการดำรงอยู่ บางที นี่อาจจะเป็นสัญญาณจุดเริ่มต้นของความวิบัติฉิบหายเพื่อที่จะทำลายจำนวนของมนุษย์ที่มากเกินจำเป็นบนโลกทิ้งไปก็ได้

แล้วถ้าถึงตอนนั้น ‘ผม’ ซึ่งเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ควรจะทำยังไงดีล่ะ
.
.
.
<<

itachi-jung

Zombie
Zombie

โพสต์: 5

ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2015, 20:52

โพสต์ 20 เม.ย. 2015, 19:09

Re: THE PSYCHOPATH ฝ่าวิกฤตขุมนรกถล่มเมือง (รับสมัครตัวละคร)

Chapter 1 ขุมนรกชั้นแรก

ณ เมืองมัลเดียล ประเทศอีเกียร์
เวลา 19 : 53 น.


“ให้ตายเถอะ” โจชัวไม่เคยคิดถึงตัวเองในสภาพแบบนี้มาก่อน รอบข้างเขามีแต่ศพของพวกทหารนับสิบ ยังไม่รวมถึงพลเรือนบางส่วนที่ถูกยิงจากกระสุนลูกหลงหลังมีคำสั่งประกาศกวาดล้างพื้นที่ ตอนนี้ทั้งตัวเขามีแค่ปืนสั้นหนึ่งกระบอกกับกระสุนอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในใจได้แต่สบทถึงความไม่เอาไหนของตัวเองที่เผลอคลาดกับกลุ่มหลักไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว


“แจ้งทุกหน่วยขอย้ำ!!! ออกจากพื้นที่โดยด่วน!!! ขอย้ำ!!! ออกจากพื้นที่โดยด่วน!!!” เสียงของทหารดังไล่ขึ้นมาเรื่อยๆคงไม่ดีแน่หากเขาถูกเจอเข้า พวกนั้นคงยิงเข้ามาอย่างไม่ลังเลหากเจออะไรที่เคลื่อนไหวในเวลามืดค่ำแบบนี้ โจชัวอาศัยมุมอับของตึกรามบ้านช่องวิ่งลัดเลาะเพื่อหลบห่ากระสุนที่ยิงไล่หลังมา ไอ้ทหารพวกนี้นี่มันกะเอาให้ตายทั้งคนทั้งพวกไซครอนเลยใช่มั้ย?!!!

[[“โจชัว!!! นายอยู่ที่ไหน”]] จู่ๆก็มีเสียงดังออกมาจากวิทยุสื่อสาร น้ำเสียงบ่งบอกได้อย่างดีว่าอีกฝ่ายโมโหแค่ไหนที่เขาหายไประหว่างการหลบหนีออกจากพื้นที่ โจชัวเหวี่ยงตัวเองให้ไปหยุดอยู่หลังแท่นคอนกรีตหนาเพื่อหาที่กำบังชั่วคราว แต่ก็ไม่วายถูกตามยิงมาจนได้


“ไม่รู้สิครับ แต่คิดว่าผมคงไปเจอพวกคุณได้อีกสิบห้านาที” โจชัวตอบกลับอย่างรวดเร็ว แล้วปีนขึ้นไปยังระเบียงบ้านหลังหนึ่งที่เขาเล็งเอาไว้แต่แรก มือควักมือถือกดเปิดจีพีเอสขึ้นมาเพื่อดูตำแหน่งนัดพบ อีกประมาณสี่ร้อยเมตรเขาก็จะถึงที่หมาย


แต่ในระหว่างที่กำลังหยุดเพื่อดูลาดเลาและคาดคะเนระยะทางของการหลบหนี สิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับมีดทำครัวเปรอะเลือดในมือ โจชัวที่เผลอเหลือบไปเห็นพอดี พลิกตัวหลบได้ทันท่วงทีก่อนจะโดนฟันผ่ากลางหลัง เขายกปืนขึ้นเล็งเข้าที่หัวและลั่นไกโดยไม่ลังเล


“บ้าเอ๊ย…”ร่างนั้นนอนแน่นิ่งไปแล้วแต่ก็ไม่วายกระตุกขึ้นมาอีกรอบให้โจชัวใจเสียเล่นๆ เขาเดินเข้าไปใกล้และเริ่มค้นหาสิ่งของที่ติดตัวศพ แต่ก็ไม่พบอะไรที่สามารถใช้ประโยชน์ได้เลยสักนิด โจชัวเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ตัดสินใจกระโดดจากระเบียงลงมาชั้นล่าง และวิ่งเต็มฝีเท้า


[[“โจชัว รีบกลับมาที่จุดนัดพบเดี๋ยวนี้!!! เราไม่มีเวลามากนะ เมืองนี้กำลังจะถูกกวาดล้าง”]] เสียงนั่นดังออกมาจากวิทยุสื่อสารของเขาอีกครั้ง แต่ให้ทำไงได้เขามีแค่สองมือกับสองเท้าและปืนกากๆอีกหนึ่งกระบอก คงจะวิ่งไปไม่ถึงในเร็วๆนี้แน่


“ผมขอเวลาสิบนาทีนะแฮเรียต” พวกทหารยังคงยิงกราดไปทั่วบริเวณ โดยไม่ได้สนใจถึงพลเมืองที่อาจจะหลงเหลืออยู่ในเขต หวังผลแค่ให้พวกไซครอนตายเท่านั้น โจชัวได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปข้างหน้าจนกระทั่งเกือบเข้าเขตเซฟโซน แค่เห็นแสงกระพริบสีเหลืองนั่นก็ทำให้ใจชื้นขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่จู่ๆร่างของพวกไซครอนก็พุ่งตัวออกมาจากพงหญ้าที่เขากำลังวิ่งผ่านพร้อมกับจับคอเสื้อของโจชัวเหวี่ยงออกไปจนนอนกองอยู่บนพื้นแบบช่วยไม่ได้ เอากับมันสิ นี่กำลังจะวิ่งถึงเซฟโซนอยู่แล้วเชียวนะ อย่ามาขวางทางกันได้ไหม!!!


“นายรนหาที่ตายเองนะเพื่อน” โจชัวลั่นไกออกไปอย่างไม่ลังเล แต่ไซครอนตรงหน้ากลับหลบได้ หนำซ้ำยังกระโจนมาบีบคอเขาจนร่างของชายหนุ่มล้มนอนอีกครั้งโดยมีไอ้สัตว์ประหลาดหน้าตาเหมือนคนคร่อมอยู่ด้านบน ดวงตาของมันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ปากที่เหมือนมนุษย์บานออกกว้างกว่าปกติจนน่าเกลียดเผยให้เห็นเหงือกสีแดงไร้ฟันแหลมคม แต่นั่นไม่ทำให้โจชัวหวั่นได้เท่ากับกรงเล็บสีดำที่งอกออกมาจากนิ้วมือทั้งสิบ ‘เห็นแล้วนึกถึงปีศาจผมสลวยในเกมส์ที่เคยเล่นเป็นบ้า!!!’


“คนกำลังรีบนะโว้ยยยย!!!!” โจชัวอาศัยช่วงจวนตัวผลักร่างของสัตว์ประหลาดตรงหน้าออกไปเต็มแรง และยกปืนเหนี่ยวไกรัวตามการเคลื่อนไหวของไซครอนตรงหน้าทันที เขายิงจนกระสุนทุกนัดไม่เหลือ แต่ก็ยังฆ่ามันตายไม่ได้

“โธ่เว้ย!!!” สบทออกมาอย่างขัดใจ ก่อนจะตัดสินใจภายในเสี้ยววินาทีออกตัววิ่งหนีให้เร็วที่สุด
โจชัวออกวิ่งโดยไม่หันกลับไปมองหลัง เขาลัดเลาะมาตามถนน ออกสู่พื้นที่กว้างเพื่อให้ง่ายต่อการหลบหลีก ขายาวก้าวมาเกือบถึงเซฟโซนแล้ว ก่อนจะได้ยินเสียงปืนไรเฟิลดังขึ้นหนึ่งนัด โจชัวจึงหันกลับไปมองหลังเพื่อเช็คให้แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าร่างของไซครอนที่วิ่งตามเขามานอนจมกองเลือดอยู่ข้างหลัง นี่คือผลลัพธ์ของกระสุนไรเฟิลปริศนานั่นสินะ


“วิ่งต่อสิไอ้บ้า!!! จะหยุดมองหาพระแสงหรอ?!!!” เสียงตะโกนของใครคนหนึ่งดังมาจากที่สูง เขาจึงทำตามที่หมอนั่นสั่ง ออกตัววิ่งจนกระทั่งเข้าเซฟโซนจนได้


“เกือบไปแล้ว” โจชัวหอบหายใจอย่างหนัก คิดโทษไอ้สัตว์ประหลาดที่ทำให้เขาต้องเร่งสปีดฝีเท้ามากกว่าเดิมทั้งที่ใกล้ถึงฐานที่พักแล้วแท้ๆ ถึงมันจะเป็นแค่ระยะทางสั้นๆไม่กี่ร้อยเมตร แต่พอรู้ว่ามีตัวอันตรายไล่ตามอยู่เบื้องหลัง หัวใจเขาก็ทำงานหนักเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว


“สมน้ำหน้า โทษฐานแหกกฎกลุ่มเองนะโจชัว ที่จริงนายควรโดนไซครอนนั่นฟันหัวแบะไปแล้วด้วยซ้ำ ถ้าสไนเปอร์ของกองทัพไม่เห็นนายเข้าเสียก่อน” ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งโผล่มาพร้อมกับผ้าขนหนูในมือ เธอโยนมาให้โจชัวรับมันเอาไว้


“แต่ข้อมูลที่ได้มาก็คุ้มค่าเหนื่อยอยู่นะแอนเดรีย” เขาเอาผ้าขนหนูเช็ดหน้าลวกๆ แล้วล้วงแผ่นดิสกับฮาร์ดไดร์ฟในกระเป๋าพ่วงข้างที่ไปเอามาให้กับหญิงสาวตรงหน้า เธอเหยียดยิ้มให้เหมือนตั้งใจประชดเขา


“ขอให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่ว่าส่งไปหน่วยวิจัยหลักแล้วโดนตีข้อมูลกลับมา ฉันจะซ้ำเติมนายให้ยิ้มไม่ออกเลยคอยดู” แอนเดรียดูท่าจะหัวเสียเอามากๆที่เขาเผลอแตกกลุ่มออกไปจนทำให้คลาดกับกลุ่มหลัก แถมข้อมูลที่ไปเอามาดันเก็บไว้กับตัวเขา นั่นก็หมายความว่าถ้าหากเขาตายอยู่ข้างนอกนั่น ภารกิจที่ทีมตั้งใจทำก็จะล้มเหลว


“นายทำตัวเองเสี่ยงเกินไปแล้วนะโจชัว” หูไม่ทันหายชาจากคำประชดของแอนเดรีย คราวนี้ผู้มาใหม่ก็เริ่มเทศนาเขาอีกครั้ง เจ้าของชื่อถอนหายใจหนักหน่วง แล้วหันกลับมาเจอร่างของชายหนุ่มหน้าตาไม่ใจดีผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดของหน่วยที่เขาสังกัดอยู่


“ไม่เอาน่าแฮเรียต ผมรอดกลับมาแล้ว ภารกิจก็เรียบร้อยดีด้วย” โจชัวทำเสียงอ่อน รู้สึกผิดอยู่ในใจที่ทำให้คนในทีมต้องเดือดร้อนกันไปทั่ว เขารู้ดีว่า ‘แฮเรียต ครอนสัน’ เป็นหัวหน้าของนักวิจัยภาคสนามที่เข้มงวดกับลูกน้องเอาเรื่อง ถึงขนาดถ้าหากใครแหกกฎจนทำให้ทีมตกอยู่ในอันตราย เขาคนนี้ก็พร้อมจะสั่งปลดนักวิจัยในทีมภาคสนามที่มีสมาชิกอยู่เพียงน้อยนิดโดยไม่คิดแยแสอะไรอีกเลย


“ดูเหมือนว่าคริสปี้จะยังฝึกนายไม่ดีพอนะเพื่อน ถึงภารกิจครั้งนี้จะสำเร็จ ก็ต้องขอบคุณความโชคดีของนายที่ทำให้รอดตายมาได้ เอาไว้กลับสถาบันได้เมื่อไหร่ ฉันจะคิดบัญชีกับนายทีหลัง ตอนนี้ไปพักซะ” ว่าจบแฮเรียตก็เดินจากไป ทิ้งเอาไว้แต่โจชัวคนเดียว เขาไม่ปฏิเสธความผิดนี้หรอกนะ แต่ทำไงได้ งานของเขามันเป็นแบบนี้ ถึงประสบการณ์ของเขาอาจจะน้อยกว่าคนอื่นก็จริงแต่โจชัวมั่นใจว่าฝีมือเขาไม่เป็นรองใครในหน่วยแน่ๆ เขาไม่มีทางตายง่ายๆ


ตราบใดที่เขายังไม่รู้ ‘ความลับ’ พวกนั้น โจชัวสาบานได้เลยว่าเขาไม่มีทางลงไปนอนในหลุมให้คนอื่นมาฝังเด็ดขาด


สามารถเม้น ติ-ชม พลาดตรงไหนก็บอกด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^
<<

itachi-jung

Zombie
Zombie

โพสต์: 5

ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2015, 20:52

โพสต์ 27 เม.ย. 2015, 16:02

Re: THE PSYCHOPATH ฝ่าวิกฤตขุมนรกถล่มเมือง NEW!!CHAP2

Chapter 2 ---กลับสู่จุดเริ่มต้น---

‘มีอะไรอีกหลายอย่างในโลกที่เรายังไม่รู้และไม่เคยรู้เกี่ยวกับมัน’
ลองย้อนกลับไปประมาณเมื่อหนึ่งปีก่อน ผม ‘โจชัว แคชเลอร์’ ก็ยังเป็นแค่นักศึกษามหาลัยคนหนึ่งที่มีชีวิตปกติสุข มีครอบครัวที่ดีแม้จะไร้พ่อกับแม่ก็ตาม ผมอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆในเขตเมืองหลวงของประเทศมหาอำนาจอย่างยูเอสซี (U.S.C. = United states of Central) มาตั้งแต่จำความได้ พ่อกับแม่เอาผมและพี่ชายมาฝากป้ากับลุงที่อยู่นี่เลี้ยงเอาไว้ ก่อนที่พวกเขาจะหายสาบสูญไปไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย ชีวิตช่างน่าอนาจไม่ต่างจากปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ผิดแต่ผมไม่ได้โชคดีเหมือนเขาตรงที่ว่าโดนแมงมุมกัดแล้วจะกลายเป็นสไปรเดอร์แมน ผมมันก็ยังเป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดา ไม่มีพลังจะกอบกู้โลก หรือเปลี่ยนแปลงชะตาของตัวเองได้


‘พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง’ ลุงเบน(ในหนัง)เคยได้กล่าวเอาไว้
ฉะนั้น ใครที่มีพลังที่ยิ่งใหญ่ ก็ปล่อยให้มันรับผิดชอบภาระที่ใหญ่ยิ่งไปก็แล้วกัน (ภาษาชาวบ้านคือ กูไม่เกี่ยว)


แต่อาจจะเป็นเพราะนิสัยชอบสอดรู้สอดเห็นของผม บวกกับเชี่ยวชาญเรื่องไม่เข้าท่า ในวันอาทิตย์ที่ท้องฟ้าแจ่มใส ก็มีบางอย่างมาดลใจให้ผมเริ่มปฏิบัติการหาเหาใส่หัวตัวเอง วงจรชีวิตบัดซบเริ่มขึ้นตั้งแต่มีรุ่นพี่ในคณะที่สนิทกันดีมาขอร้องให้ช่วยหาข้อมูลบางอย่างเพื่อไปสนับสนุนงานวิจัยของเขา ช่วยผลักดันตัวทีซิสให้ผ่านเทอมนี้ไปได้ หัวข้อหลักคือ ‘ปฏิกิริยาการแปรคลื่นสมองของมนุษย์เพื่อเป็นพลังงานในการขับเคลื่อนวัตถุ’ ช่างเป็นชื่อหัวข้อที่ฟังดูแล้วชวนปวดหัวเป็นบ้า ที่จริงผมก็ไม่ชอบทำอะไรแบบนี้หรอกนะ แต่มันก็ช่วยไม่ได้ อย่างที่บอกไปแต่แรกผมเชี่ยวชาญในเรื่องไม่เข้าท่า จะยกตัวอย่างง่ายๆเช่น การแฮค หรือโจรกรรมข้อมูลอะไรเทือกนั้น พวกรุ่นพี่เลยมาขอร้องให้ผมช่วยไปเอาข้อมูลการวิจัยของสถาบันวิจัยชื่อดังแห่งหนึ่งที่กำลังทำการศึกษาเรื่องเดียวกัน มาใช้อ้างอิงในการทำทีซิส และสัญญาเสียดิบดีว่าเสร็จเมื่อไหร่จะลบหลักฐานทั้งหมดทิ้งไม่ให้เหลือ

เพราะความไว้ใจผมเลยช่วย อีกอย่างเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ที่สนิทสนมกัน ผมเอาข้อมูลพวกนั้นมาให้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจสักนิด แต่ผลลัพธ์กลับตาลปัตย์ เมื่อถึงวันนำเสนอผลงาน ทางมหาลัยจับได้ว่าเกิดการลอกงานจากสถาบันดังกล่าว จึงจัดการทำทัณฑ์บนพวกรุ่นพี่เอาไว้ และพักการเรียนพวกเขาอย่างไม่มีกำหนด ผมในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด โดนจับได้เพราะมีใครคนหนึ่งในกลุ่มปากโป้งว่าผมเป็นคนเอาข้อมูลพวกนั้นมา แต่ไม่มีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอัน พวกเขาจึงได้แค่ตักเตือนและพักการเรียนผมไว้ชั่วคราวจนกว่ากระบวนการตรวจสอบจะเรียบร้อย


‘ตอนนี้ผมก็เลยกลายเป็นนักศึกษาว่างงานที่ใช้ชีวิตอยู่บ้านไปวันๆก็เท่านั้น’
.
.
.
.
.
.

“ให้ตายเถอะ โจชัว เหลือเชื่อเลยว่าหลานยังหลับอยู่ รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำได้แล้ว วันนี้โจเอลจะกลับมานะ” ป้าลูน่า หญิงวัยกลางคน (แต่หน้าเกือบชรา) เปิดประเด็นบ่นหลานชายตัวแสบในตอนสายของวัน เมื่อขึ้นมาชั้นสองแล้วยังพบว่าโจชัวยังหลับอุตลุดอยู่ในห้องของตัวเอง ผ้าห่มผืนหนาถูกกระชากออกและพับเก็บเข้าที่โดยไม่สนใจถึงความหนาวเหน็บของเด็กหนุ่มเลยสักนิด


“แค่พี่กลับมาไม่เห็นจะต้องตื่นเต้นเลยนะป้าลูน” โจชัวบ่นทั้งที่ยังงัวเงีย แต่ถึงกระนั้นเขาก็เดินหาวหวอดๆไปเข้าห้องน้ำ จัดการล้างหน้าแปรงฟันและอาบน้ำตามที่หญิงอาวุโสบอก หลังจากจัดการกับตัวเองเสร็จเรียบร้อย เขาก็เดินลงมาที่ห้องครัว พบกับลุงเคิร์กกำลังตักแพนเค้กแผ่นโตในกระทะใส่จานให้กับเขา


“ตื่นแล้วหรอโจชัว ทานไอ้นั่นก่อนสิ วันนี้ลุงทำแพนเค้กราดน้ำผึ้งของโปรดหลานให้ด้วยนะ” ลุงเคิร์กเป็นผู้ชายอบอุ่นและใจดี แถมยังเข้าใจวัยรุ่นต่างจากป้าลูน่าราวกับเทวดานางมารร้ายก็ไม่ปาน ไม่รู้ว่าไปรักกันได้ยังไง ตอนเด็กๆเคยถามลุงครั้งนึงแต่คำตอบที่ได้กลับเป็นรอยยิ้มแหยๆและเสียงหัวเราะแห้งๆเท่านั้น


“กินเสร็จแล้ว เราจะไปรับโจเอลที่สนามบินกัน” ลุงเคิร์กดูร่าเริงไม่ต่างจากป้าลูน่าที่ดีใจจนหน้าบานเมื่อรู้ว่าหลานชายสุดที่รักอีกคนกำลังจะกลับมาที่บ้าน หลังจากห่างหายไปฝึกทหารที่เมืองอื่นอยู่นานนับปี แหงล่ะ ‘โจเอล แคชเลอร์’ เป็นพี่ชายของเขา ควบตำแหน่งหลานดีเด่นมาตั้งแต่สมัยจำความได้ โจเอลต่างจากโจชัวตรงที่ว่าหมอนั่นเป็นพวกเคร่งกฏระเบียบมากจนน่ารำคาญ(พ่วงด้วยเผด็จการเหมือนฮิตเลอร์) ฉลาด มีไหวพริบมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นที่ชื่นชอบของพวกผู้ใหญ่ ไม่แปลกใจเท่าไหร่ตอนที่หมอนั่นเอ่ยปากบอกว่าจะไปสมัครเป็นนักเรียนเตรียมทหารเพื่อจะได้รับใช้ชาติในอนาคต ทุกคนรอบข้างถึงได้เห็นดีเห็นงามกันไปหมด จนกระทั่งตอนนี้ก็เป็นทหารเต็มตัวมาได้สองปีแถมยังได้เลื่อนขั้นเร็วกว่านักเรียนรุ่นเดียวกันเสียอีก

ในสายตาคนอื่น พวกเขาทั้งคู่ดูเหมือนจะเป็นพี่น้องที่ไม่สนิทกันมาก พอโจเอลกลับมาต่างคนก็ต่างอยู่ พูดกันเท่าที่จำเป็น แต่ใครจะไปรู้ว่าบางทีหมอนั่นก็ชอบทำตัวเหมือนเป็นพ่อของเขาอีกคน มีทั้งบ่นและตามจิกกัดเวลาที่โจชัวกลับบ้านช้า(ยังไม่รวมถึงเสียงบ่นของป้าลูนอีกคนหนึ่งด้วย) นี่เขาสาบานได้เลยนะว่าตัวเองก็อายุยี่สิบสามแล้ว เรียนปริญญาเอกแล้ว ไม่ใช่เด็กง๊องแง๊งอมมือที่ไม่รู้จักวิธีการดูแลตัวเอง


“คงไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่หรอก” โจชัวค่อนข้างมั่นใจว่าพี่ชายของเขาก็ยังคงเป็น ‘โจเอล แคชเลอร์’ จอมเผด็จการเหมือนเดิมนั่นแหละ กลับบ้านมางานนี้สงสัยเขาคงโดนลากไปเข้าโบสถ์วันอาทิตย์ด้วยแหงๆ


“จริงสิโจชัว ตอนเช้ามีจดหมายส่งมาถึงหลานด้วย” เขารับซองมาจากป้าลูน่า เป็นจดหมายของทางมหาลัยเอ็นซีซีที่เขากำลังศึกษาอยู่ส่งมาแจ้งข่าวบางอย่าง โจชัวไม่รอช้าแกะซองออกมาอ่านคร่าวๆ จากนั้นเขาก็พับเก็บมันเอาไว้ในกระเป๋ากางเกง


“มีปัญหาอะไรรึเปล่าโจชัว มหาลัยเค้าส่งมาแจ้งเรื่องอะไร” ลุงเคิร์กเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เพราะก่อนหน้านี้เกิดเรื่องใหญ่จนทำให้ต้องพักการเรียนไปเกือบเดือน ไม่แปลกหรอกที่คนในบ้านจะเป็นกังวล กลัวว่าเขาจะโดนไล่ออกก่อนจะเรียนจบอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า


“เปล่าครับ เค้าเรียกให้ผมกลับไปเรียนตามปกติอาทิตย์หน้า” โจชัวว่านิ่งๆก่อนจะตักแพนเค้กในจานเข้าปาก


“หลานต้องระวังอย่าให้มันเกิดขึ้นอีกนะโจชัว โดนไล่ออกขึ้นมาจะทำยังไง หลานเองก็ใกล้จะจบแล้วด้วย” ป้าลูนเองก็เอ่ยเตือนรอบที่ล้าน เขารู้ดีว่าเรื่องที่ทำไปมันผิดมหันต์ และทางมหาลัยเองก็ยังคงตะขิดตะขวงใจกับตัวเขาอยู่เพียงแต่หาหลักฐานมายืนยันความผิดเขาไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ทำไงได้เรื่องที่มันผิดพลาดไปแล้วจะกลับไปแก้ไขคงจะยาก


“ผมสัญญา โอเคมั้ย จะไม่ทำแล้ว” โจชัวรับปากลวกๆ หวังให้มันแล้วกันไป ถ้าเจอหน้าไอ้รุ่นพี่พวกนั้นเมื่อไหร่ เขาก็อยากต่อยหน้าซักทีให้หายแค้น ข้อหาทำเขาเดือดร้อนไปด้วย


“แล้วเรื่องงานของศาสตราจารย์คาลัน เขาคงไม่ไล่หลานออกจากทีมวิจัยหรอกใช่มั้ย” ป้าลูน่าพูดถึงอาจารย์ในคณะที่หลานชายไปทำงานด้วย


“ไม่รู้สิครับ ถ้าโดนไล่ออก ผมก็ค่อยหาที่ลงใหม่ก็เท่านั้น” โจชัวพูดแบบไม่ใส่ใจนัก อันที่จริงที่เข้าไปขอเป็นผู้ช่วยเพราะโจชัวสนใจหัวข้อวิทยานิพนธ์ของศาสตราจารย์ แถมงานที่ทำมีค่าตอบแทนให้ จะได้ไม่ต้องลำบากไปหางานพิเศษอื่นมาแบ่งเบาเรื่องค่าใช้จ่าย อีกอย่างเขาอยากทุ่มเทกับเรื่องเรียนให้เต็มที่มากกว่าต้องเอาเวลาไปลงกับงานที่ไม่ใช่สายของตัวเอง


“หลานพูดเหมือนงานดีๆแบบนี้หาง่ายเลยนะ” ป้าลูน่าแขวะมาอีกหนึ่งครั้ง


“เห็นแบบนี้ผมก็เป็นศิษย์รักนะป้า เขาไม่ไล่ผมออกง่ายๆหรอก” โจชัวโคตรมั่นใจ เขาทำงานกับศาสตราจารย์คารันมาตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี แถมยังทำมาเรื่อยๆจนตอนนี้เรียนเอกแล้ว ระยะเวลาที่นานขนาดนั้นทำให้รู้ว่าอีกคนต้องการงานแบบไหน และเขาเองก็มีความสามารถพอจะเนรมิตสิ่งพวกนั้นให้ได้เพียงแค่ออกคำสั่งมา


“เอาน่าๆ พอได้แล้วทั้งลูน่าทั้งโจชัว รีบๆกินเข้าเดี๋ยวไปสนามบินไม่ทันนะ” สุดท้ายก็เป็นลุงเคิร์กอีกตามเคยที่เข้ามาสงบศึกระหว่างป้าหลาน โจชัวนั่งกินแพนเค้กของโปรดเงียบๆ เช่นเดียวกับป้าลูน่าก็จิบกาแฟโดยไม่พูดอะไรเช่นกัน

หลังจากผ่านเวลาอาหารเช้า โจชัวก็อาสาเป็นคนขับรถพาสองลุงป้าไปสนามบิน พวกเขามาถึงก่อนเวลาเครื่องจะลงเล็กน้อย ป้าลูน่าจึงออกความเห็นให้พวกเราไปนั่งรอที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง ระหว่างรอเครื่องดื่มอยู่ที่โต๊ะ โจชัวก็หยิบมือถือขึ้นมาตอบข้อความของเพื่อนที่ทักเข้ามา ชวนเขาให้ไปแฮงค์เอาท์กันคืนนี้ โดยอ้างเหตุผลว่าคิดถึงเพราะไม่ได้เจอหน้ากันเลยที่มหาลัย แต่น่าเสียดายที่ต้องปฏิเสธไปเพราะคืนนี้ป้าลูน่าประกาศเคอร์ฟิวหลังสี่ทุ่ม(แน่นอนว่าหากฝืนกฎ ได้งดเที่ยวเป็นเดือนๆ) โจชัวใช้เวลาว่างคุยเล่นกับเพื่อน แต่จู่ๆก็มีรายชื่อแปลกๆส่งข้อความเข้ามา เด็กหนุ่มไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าคงเป็นเบอร์ใหม่ของเพื่อนสักคนที่เขารู้จัก แต่มันไม่ใช่…


Checkmate 047 : นั่งที่เดิม อ่านข้อความไป ทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็ไม่ต้องพิมพ์ตอบกลับมาด้วยนะ


โจชัวหันขวับและมองไปทั่วร้านทันทีเมื่ออ่านข้อความแรกจบ


Checkmate 047 : ไม่ต้องมองหา เพราะไม่มีทางที่นายจะหาเราเจอ เอาล่ะเพื่อไม่ให้เสียเวลา เข้าเรื่องเลยละกัน งานวิจัยของศาสตราจารย์คริสโตเฟอร์ที่นายไปเอามา เป็นงานที่สำคัญมาก มากจนถึงระดับที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้เลยก็ว่าได้ นายเป็นคนฉลาด ‘โจชัว แคชเลอร์’ นายรู้ว่าไฟล์นั่นเป็นเอกสารลับของทางราชการ หากถูกจับได้มีแต่ตาย และนายก็ต้องถูกไล่ออก อนาคตที่หวังจะเป็นนักวิจัยคงจบเห่แน่ๆ คงไม่มีมหาลัยไหนอยากจะรับนักศึกษาที่มีประวัติเข้าเรียนหรอก ว่างั้นมั้ยล่ะ…


โจชัวไม่รู้ว่าอีกฝ่ายที่ส่งข้อความมาหาเขาเป็นใคร ดูจากประโยคที่พิมพ์มาฝ่ายนั้นรู้อะไรมากกว่าที่เขารู้ อีกอย่างหมอนี่ไม่ใช่มือสมัครเล่น การดักจับสัญญาณของเขาล้มเหลว ไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ส่งข้อความนี้มาได้ นั่นหมายความว่าทางนั้นเองก็ต้องเชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยีไม่แพ้กัน ไม่สิ บางทีอาจจะเก่งกว่าโจชัวด้วยซ้ำ


Checkmate 047 : ที่ฉันติดต่อมาหา ไม่ใช่มาขู่ให้นายกลัวหรอกนะ แค่มาเพื่อยืนยันตัวตนของนายตามคำสั่งเท่านั้น เอาล่ะ ทำตามที่ฉันบอกแล้วนายจะปลอดภัย เรื่องพวกนั้นจะไม่รั่วไหลและนายเองก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตนักศึกษาปกติเหมือนเดิม แต่ตอนนี้มีผู้ชายแปลกหน้าสามคนกำลังจับตามองนายอยู่ คนที่หนึ่งอยู่นอกร้านตรงสิบสองนาฬิกาหลังป้ายโฆษณาห่างไปประมาณร้อยเมตร คนที่สองอยู่ตรงประตูทางออกที่สิบแปดของผู้โดยสารขาเข้า ส่วนคนที่สามอยู่ในร้านกาแฟ กำลังเข้าแถวซื้อของต่อจากลุงของนายพอดี


Checkmate 047 : นายรู้ตำแหน่งของทั้งสามคนแล้ว ทีนี้ฉันอยากให้นายรับโทรศัพท์ที่ฉันกำลังจะโทรเข้าไป ทำหน้าให้เนียนๆเข้าไว้ล่ะ อย่าได้โวยวายให้พวกมันจับไต๋นายได้ก็แล้วกัน


อ่านข้อความจบเสียงโทรศัพท์ของโจชัวก็ดังขึ้นทันที เขาพยายามรับสายให้เป็นปกติที่สุดและเวลาเดียวกันก็ลอบมองผู้ชายแปลกหน้าที่ต่อแถวซื้อเครื่องดื่มจากลุงของเขา หมอนั่นมีท่าทีปกติ เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปที่เข้ามาซื้อกาแฟ


“คุณเป็นใคร แล้วนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?!” โจชัวสบทใส่โทรศัพท์ทันทีเมื่อเขากดรับมัน พยายามกัดฟันพูดเพื่อไม่ให้เสียงดังเกินไป


[[“นี่นายไม่ได้อ่านที่ฉันพิมพ์ไปตอนแรกรึไง โอ๊ย ช่างมันเถอะขี้เกียจอธิบาย เอาเป็นว่าตอนนี้นายรู้แค่ว่าที่ฉันโทรมาเนี่ย เพื่อตัวนายเองล้วนๆเลยนะ”]] ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนว่าเธอจะอารมณ์เสียเอามากๆที่เขาสบถใส่ไปในตอนแรกรวมถึงถามในเรื่องที่บอกไปแล้วอีกด้วย


“แล้วจะรู้ได้ไงเล่าว่าเธอจะไม่ได้เป็นเหมือนไอ้พวกนั้น แล้วอีกอย่างนะ…”


[[“ฉันไม่ได้มีเวลามานั่งเลคเชอร์นายเป็นชั่วโมงนะโจชัว รู้แค่ว่าฉันมาอย่างหวังดี และตอนนี้กำลังช่วยนายอยู่ แค่ทำตามที่ฉันบอกก็พอเข้าใจใช่มั้ย”]] เพราะหวาดกลัวและสับสน โจชัวจึงตัดสินใจจะทำตามที่เธอว่า หากมีคนติดตามเขาอยู่อย่างที่บอกจริงๆ คนพวกนั้นคงจะไม่ได้มาแบบเป็นมิตรสักเท่าไหร่แน่ๆ


“ถ้าอย่างนั้นก็ว่ามา” เขาตัดสินใจว่าจะเชื่อเธอ แม้ว่าเราจะไม่ได้รู้จักกันเลยก็ตาม


[[“ฉันรู้ว่านายพิมงานวิจัยนั่นออกมาเป็นเอกสารแล้วเก็บไว้ในแลปที่มหาลัยใช่มั้ย งานของนายง่ายมาก ก็แค่….”]]

..
..
..

“โจชัว นี่ของหลาน อเมริกาโน่ใช่มั้ย”ชายหนุ่มเหมือนถูกดึงสติกลับมาหลังจากจดจ่อกับประโยคล่าสุดที่ปลายสายบอกก่อนที่สัญญาณจะถูกตัดไป เขามีท่าทีอึกอักอยู่ชั่วครู่ หลังจากนั้นก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออกมาได้


“ลุงเคิร์ก บอกป้าด้วยว่าผมจะกลับไปให้ทันข้าวเย็น พอดีมีปัญหาที่แลปนิดหน่อย แล้วศาสตราจารย์คารันเลยเรียกตัวผมไปช่วยด่วน ไปนะครับ” โจชัวไม่รอฟังคำตอบของลุงเคิร์ก เขาก็วิ่งออกมาขึ้นแท็กซี่ ตรงไปยังมหาลัยของตัวเองตามที่บุคลลนิรนามนั่นบอกในข้อความ โดยไม่สนใจว่าจะมีใครไล่ตามเขามาหรือไม่


‘ไปเอางานวิจัยนั่นออกมา แล้วเผามันทิ้งซะ คนพวกนั้นต้องการแค่งานวิจัย ถ้านายชิงทำลายมันก่อนที่คนพวกนั้นจะได้ไป ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องตามนายอีก’
‘แล้วพวกไฟล์ที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ล่ะ ถึงจะเผาเอกสารทิ้งไปแต่ไฟล์มันก็ไม่ได้หายไปด้วยหรอกนะ’
‘เรื่องไฟล์ทางฉันจัดการเก็บไปหมดแล้ว ตอนนี้เอกสารชิ้นสุดท้ายที่ยังไม่ได้ทำลายมีอยู่ที่นายคนเดียว นายคงจำได้ว่าตัวเองพิมเอกสารออกมาสองชุด ชุดแรกให้พวกรุ่นพี่ไปและแน่นอนว่าพวกเขาเผามันทิ้งเรียบร้อยแล้วหลังจากเสร็จงาน ฉะนั้นชิ้นที่สองที่อยู่กับนายมันเลยกลายเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ อย่าให้พลาดล่ะ’



“ขอบคุณครับ” โจชัวหยิบเงินจำนวนหนึ่งจ่ายไปให้คนขับทันทีที่ถึงหน้าคณะ ขายาวก้าวด้วยความรวดเร็วไปยังห้องแลปที่เขาจำได้ว่าเคยพิมเอกสารพวกนั้นเก็บซ่อนเอาไว้ หากแต่เมื่อมาถึง สภาพของห้องที่คุ้นเคยดีกลับเละเทะไม่เหลือซากเดิม ข้าวของแตกกระจายราวกับมีใครพยายามจะค้นหาอะไรซักอย่าง โจชัวรู้ได้ทันทีว่าเรื่องที่บุคลลนิรนามพูดเป็นเรื่องจริง มีใครบางคนพยายามจะลักลอบเอามันไป


“มันต้องอยู่ที่นี่สิ” โจชัวหยิบลังที่เขาใส่เอกสารออกมาค้นทั้งหมด โชคดีที่มันถูกเก็บไว้ในที่ลับ คนพวกนั้นถึงยังไม่ได้ค้นหามันและก็ยังอยู่ในสภาพเรียบร้อยดี ถ้าจำไม่ผิดแฟ้มนั่นเขาแอบเก็บมันรวมเข้ากับงานวิจัยของศาสตราจารย์คารันเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นมาค้นมันเจอ


“หาอะไรอยู่งั้นหรอ” เสียงเข้มของใครคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับจ่อบางอย่างเข้าที่หลังของโจชัว


“ไอ้นี่ใช่มั้ยที่นายกำลังหาอยู่” แฟ้มสีน้ำเงินที่ชายหนุ่มจำได้ดีว่าใส่เอกสารงานวิจัยพวกนั้นเอาไว้ถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมกับบุคคลปริศนาที่สวมหน้ากากกันแก๊ซ หมัดตรงลุ่นๆปะทะเข้าที่หัวของโจชัวเข้าอย่างจัง ตามมาด้วยแรงกระแทกจากของแข็งบางอย่างเข้าที่ท้ายทอยจนสติของเขาแทบหลุด


“เอาตัวเขาไปด้วย…” นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่โจชัวได้ยิน ก่อนที่โลกนี้จะมืดลง


ฝากติชมด้วยนะคะ ^^
<<

230336

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 474

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ธ.ค. 2010, 15:38

โพสต์ 29 เม.ย. 2015, 00:11

Re: THE PSYCHOPATH ฝ่าวิกฤตขุมนรกถล่มเมือง NEW!! CHAP2

ชื่อ-นามสกุล เรย์ เนิร์ฟ
รูปพันธ์ ผมสีดำ ตาสีฟ้าเรืองแสง ผิวขาวซีด ผอมจนเกร็งแต่งแข็งแรง ใต้ตามีรอยมีดกรีด
สังกัด พลเรือน
นิสัยส่วนตัว กล้าหาญ ตรงไปตรงมา เป็นคนที่พึ่งพาได้สำหรับพวกพ้อง
ความสามารถพิเศษ ทักษะดาบแบบยุโรป+ความเร็วที่สูงระดับนักวิ่งทีมชาติ
ข้อมูลเพิ่มเติม เป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้อง พ่อแม่เสียชีวิตจากเหตุการ์ณก่อการร้ายเมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนี้อยู่กับญาติ
ของที่ต้องพกติดตัว ดาบเคลย์มอร์(ดาบยาวแบบยุโรป ใบดาบอาจยาวได้ถึง 6 ฟุต แต่หนักแค่ 6 ปอนด์) ,ไฟแช็กแบบพิเศษ,แผนที่เมืองอย่างดี
ปล หมอนี่เป็นเจ้าของศูนย์ฝึกป้องกันตัวด้วยดาบ
<<

NamsaiJakug

ภาพประจำตัวสมาชิก

Crimson Head
Crimson Head

โพสต์: 83

ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2014, 19:44

ที่อยู่: กินพื้นที่ถนน2เลนส์@_@

โพสต์ 29 เม.ย. 2015, 14:28

Re: THE PSYCHOPATH ฝ่าวิกฤตขุมนรกถล่มเมือง NEW!! CHAP2

ลองแต่งสักตัวดีกว่าเนอะ ^3^

ชื่อ-นามสกุล แพนโดร่า ลิลิน (แพท) เพศ ญ

รูปพันธ์ ลักษณะของตัวละคร น้ำหนัก ส่วนสูง
ผมยาวหยักศกสีน้ำตาล ตาสีน้ำเงิน ผิวสีขาวออกเหลือง
น้ำหนักประมาณ 55 กิโลกรัม
สูง 162 เซนติเมตร

รูปภาพ

สังกัดนักวิจัย หน่วยทีมวิจัย อายุ 23 ปี

นิสัยส่วนตัว แพทเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างร่าเริงจนบางทีก็ไม่เหมาะกับการที่จะเป็นนักวิจัยเลยซักนิดแต่เธอก็มีความสามารถมากพอที่จะทำงานนี้ได้

ความสามารถพิเศษ การทำไดนาไมอานุภาพทำลายล้างสูง (ไม่มั่นใจว่ามันสะกดอย่างนี้รึเปล่านะแต่คิดซะว่ามันคือระเบิดแล้วกัน)

ข้อมูลเพิ่มเติม แพทเป็นนักวิจัยจากประเทศกรีกที่มีชื่อเสียงด้านการวิจัยเพราะคุณป้าของเธอเป็นผู้ผลักดันและให้โอกาสช่วยเหลือเธอตลอดทำให้เธอรักและเคารพคุณป้าของเธอมาก ปัจจุบันคุณป้าของเธอเป็นคุณครูให้เด็กยากไร้ในชนบทแห่งหนึ่ง

ของที่ต้องพกติดตัว ไฟแช็ก และ เศษดินปืนอานุภาพสูงเล็กๆ
เราชื่อน้ำใสนะ ฝากใจไว้ดูเล่นด้วย(>●<)♡♡♡

ช่วยฝากติชมนิยายด้วยนะคะ

ความรักปีกหัก
http://www.thaibiohazard.com/forum/viewtopic.php?f=30&t=16788127

รูปภาพ

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน