เรื่อง : Plan

<<

armza5895

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 324

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:21

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 14:04

เรื่อง : Plan

ขอรบกวนทุกท่านที่อ่านช่วยวิจารณ์ หรือแนะนำด้วยนะครับ จะได้เอาไปปรับครับ ขอบคุณมากครับ :e8


+++++++++++++++++บทนำ+++++++++++++++++

คุณคิดยังไงกับการวิ่งหนีกระสุนปืน? สิ่งที่แผดเสียงดังปัง! พร้อมกับมีวัตถุเล็กๆ ปั่นด้วยความเร็วสูงไปยังเป้าหมายที่เล็งไว้?

กระสุนอาจจะเจาะเข้าไปที่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายก็ได้ คุณคงจะไม่มีเวลามาไตร่ตรองหรอกว่า “จะหลบพ้นหรือไม่?” หรือคิดว่า “จะหลบยังไง?” แถมนั่นก็ไม่ใช่วิธีที่ดีเลย และไม่มีทางด้วยที่สมองคุณจะสั่งการทัน นอกซะจาก…

อยู่ในระยะที่ไกลพอ...

ปัง!!

ว่าแล้วปืนสีดำขนาดเล็กก็ลั่นไก ส่งลูกกระสุนพุ่งด้วยความเร็วสูงไปยังเป้าหมายเบื้องหน้า !!

พลาด!!

ดั่งที่เป้าหมายหนุ่มได้กะไว้ ระยะขนาดนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะหลบพ้น ถ้าคิดจะใช้สองแรงขาดีดสุดตัวไปยังด้านซ้ายที่มีกำแพงสีครีมช่วยเป็นโล่อยู่ และมันก็ได้ผล ถึงแม้ร่างผอม ๆ นั่นจะเสียหลักเล็กน้อย กับ ‘เซ้นส์’ ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องซีเรียสเท่ากับการที่ถูกจับได้ในตอนนี้

“ส่งแบบแปลนนั่นคืนมาซะ... ไอ้หนุ่ม” เจ้าของผู้ถือเครื่องมือเพชฌฆาตเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมจับจ้องไปยังเป้าหมาย

“ถึงคืนให้ก็ยิงผมทิ้งอยู่ดีใช่มั้ยละน้า...” เป้าหมายหนุ่มตอบสวนกลับในขณะที่นัยน์ตาสีทองยังกวาดหาทางหนีทีไล่

“นี่ชั้นเห็นว่าเธอยังเด็กอยู่หรอกนะ อนาคตยังอีกไกล ริหัดมาเป็นขโมยน่ะ ไม่ใช่การกระทำที่ดีหรอกนะ” เจ้าของผู้สวมชุดสูทสีดำเอ่ยเป็นเชิงแจกแจงให้เด็กตาดำๆ แต่อีกฝ่ายดันคิดว่านี่คงเป็นการหยามกันชัดๆ เลยพูดสวนกลับไปอย่างอดไม่ได้

“แล้วไอ้ที่พวกน้ากำลังคิดจะสร้าง ‘สิ่งนี้’ ขึ้นมานี่มันเป็นการกระทำที่ดีนักรึไง” พอพูดจบฝ่ายผู้ล่าถึงกับหายใจกระตุกไปชั่วขณะ ถึงไม่บอกก็รู้ว่ามันหมายถึงแบบแปลนนั่น ...

ไอ้เด็กนี่ชักจะไม่เข้าท่าซะแล้วไง!!

“ส่งมันมาให้ชั้น ไอ้หนุ่ม... ถ้าอยากอายุยืนล่ะก็นะ” น้ำเสียงที่เค้นออกมาจากลำคอของผู้ล่าบ่งความเด็ดขาดชนิดที่ผู้ถูกล่ายังรู้สึกได้ แต่กลับถูกกลบเกลื่อนด้วยความอดกลั้นในข้อเสนอสุดท้ายของผู้ล่า “เอาอย่างนี้มั้ยไอ้หนุ่ม ชั้นจะไม่ยิงเธอถ้าเธอ.... จะวางแบบแปลนนั่นลงกลับพื้น...”


“แล้วผมจะเชื่อได้ยังไงว่าคุณจะไม่ยิง” ฝ่ายหนุ่มน้อยสวนขวับ แล้วพูดต่อ “เกิดผมวางไว้แล้วน้าเดินมายิงผมก็แย่สิจริงมั้ย งั้นผมก็มีข้อเสนอเหมือนกัน” เจ้าตัวกล่าวถึงจุดนี้ เจ้าของเสื้อสูทถึงกับสีหน้าปุเปลี่ยนเป็นซีดเผือด เหงื่อก็เริ่มซึมชื้นไปตามแขนเสื้อและฝ่ามือ ...

นี่เขากำลังคุมสถานการณ์อยู่ไม่ใช่เหรอ?

“ว่ามา” เสียงอดีตผู้คุมสถานการณ์ดูเจื่อนไปถนัด ชนิดที่เป้าหมายยังรับรู้ได้

“ผมจะวางแบบแปลนไว้ตรงนี้ แต่น้าต้องถอดแม็กปืนแล้วก็โยนมาให้ผมเห็น ” ว่าเสร็จรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเป้าหมายหนุ่ม แต่เสียงหัวเราะหึหึกลับดังมาจากผู้ล่า

“ถ้าอย่างนั้นเกิดเธอเล่นตุกติกขึ้นมา ชั้นก็จะเสียเปรียบนะสิ”

“เอ้อจริงแฮะ” เจ้าตัวจงใจทำเสียงสูง พร้อมกับยื่นข้อเสนอที่น่าพอใจ “ไม่หรอกครับ ผมให้น้าเก็บกระสุนไว้ในรังเพลิงหนึ่งนัด เพื่อกันผมเล่นตุกติกอย่างที่น้าว่า โอเคมั้ยครับ?”

ฝ่ายผู้ถืออาวุธถึงกับคิดหนัก ซึ่งพ่อหนุ่มหลังกำแพงรับรู้ได้ถึงความเงียบที่ผิดปกติ ชั่วอึดใจต่อมาคำตอบที่หวังไว้ก็ออกมาจากปากฝ่ายตรงข้าม..

“... ก็ได้” เจ้าของเสียงเอ่ยอย่างประหม่าก่อนถอดแมกฯ ออกจากตัวปืน แล้วโยนไปยังด้านหน้าของผู้ยื่นข้อเสนอ หนุ่มน้อยรีบก้มไปเก็บขึ้นมาอย่างเร็วไวพร้อมกับคำนวณลูกกระสุนที่ฝ่ายนั้นได้ยิงไปก่อนหน้านี้

พอเช็คครบถ้วนแล้วก็ดึงแบบแปลนที่ว่าออกมาจากระเป๋ากางเกงสีเทา จากนั้นก็ยื่นมือซ้ายที่ถือแบบแปลนออกไปให้ฝ่ายตรงข้ามดู เพื่อความบริสุทธิ์ใจของทั้งสองฝ่าย แต่อีกฝ่ายดูท่าจะไม่..

ทันทีที่มือของเป้าหมายลดต่ำลง อาวุธเพชฌฆาตพลันแผดเสียงอีกครั้ง!!

ปัง!!

กระสุนเกลียววิ่งผ่านข้อแขนเป้าหมายอย่างจัง!! ในขณะที่เป้าหมายหนุ่มกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวดจนถึงที่สุด แต่ก็มิอาจฝืนแรงเจ็บที่เกินทนได้จึงจำต้องทิ้งแบบแปลนเพื่อเอาชีวิตรอด...

เด็กหนุ่มรีบดึงมือกลับมากุมไว้แน่น!! ในขณะที่เท้ายังก้าวไปยังทางออกประตูฉุกเฉินที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก!!

โธ่เว้ย!! ขี้โกงนี่หว่า!! เป็นผู้ใหญ่ซะเปล่า ไม่รักษาคำพูด บ้าชิบ!! เจ้าตัวสบทอุบ แต่ในหัวก็พลันคิดเจ็บใจว่าเสียท่าให้กับ ‘ไอ้พวกผู้ดี’ นี่ได้ยังไงกัน!! ระหว่างนั้นเจ้าตัวก็เอาหัวไหล่ขวาพุ่งชนประตูให้เปิดออก

จริงๆ เขาคิดว่าจะฝืนทนแรงเจ็บของกระสุนปืนสู้ดึงเอาแบบแปลนกลับมา แต่อีกใจก็นึกว่าอีกฝ่ายคงไม่แม่นขนาดยิงโดนกลางข้อแขนแบบนี้ ให้ตายสิบ้าชิบ!!


ฝ่ายผู้ถูกล่าได้จากไปแล้ว เมื่อผู้ล่าตรวจบริเวณที่เป้าหมายได้หนีออกไปเสร็จสรรพก็เดินมาเก็บแบบแปลนที่เปื้อนเลือดอย่างทนุถนอม รอยยิ้มแห่งชัยชนะพลายบนดวงหน้าในขณะที่หยิบแบบแปลนที่ได้มาเยี่ยงของล้ำค่า

แต่เมื่อคลี่แบบแปลนออกก็ต้องขบกรามแน่นกับความโกรธที่พลุ่งพล่าน...

ของปลอม!! นี่มันกระดาษเปล่าชัดๆ!! นี่ถ้าเขาเลือกที่จะเดินไปยิงไอ้เด็กเวรนั่นแล้วชิงแบบแปลนมาทั้งหมดคงไม่เป็นแบบนี้..

รึเป็นเพราะเขาใจไม่ถึงพอ?

โธ่เว้ย!!

ว่าแล้วเจ้าตัวก็คิดถึงความทุเรศของตน จนขนาดเส้นเลือดยังปูดโปนออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่อีกใจก็นึกสงสัยระคนแปลกใจ..

ไอ้เด็กเวรนั่นนั่น... มันเป็นใครกัน...

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอขอบคุณพี่แพรที่ตรวจเช็คด้านภาษาและแจกแจงด้านเนื้อหาครับ ขอบคุณครับ
แก้ไขล่าสุดโดย armza5895 เมื่อ 14 มี.ค. 2020, 02:17, แก้ไขแล้ว 16 ครั้ง.
Blood Spatter The Bleed for me ...

รูปภาพ
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6233

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 14:33

Re: Gear Bite++ (ครั้งแรกครับ^^)

ชายหนุ่มหลุบตาลงแล้วค่อยๆค่อยๆพ่นลมหายใจอุ่นๆออกมาทางจมูกน้อยๆซึ่ง มันจะช่วยให้เขาผ่อนคลายลงบ้าง
ค่อย ๆ เกินมา 1 ตัวจ้า

เพื่อเผชิญกับความจริงความจริงที่เขาไม่เหลือเงินแม้แต่แดงเดียว
นี่ก็ความจริงซ้ำน่ะค่ะ หรือจงใจซ้ำหว่า ถ้าอย่างนั้นต้องเว้นวรรคนะคะ ^^


สำนวนใช้ได้เลย เขียนได้ดีค่ะ อ่านแล้วเพลิน ๆ ชอบนะ แต่ว่าใช้ชายหนุ่มปนกันกับเด็กหนุ่มนะคะ ต้องเลือกเอาแค่อย่างเดียว ซึ่งอายุแค่ 15 ปี เป็นเด็กหนุ่มจะดีกว่าค่ะ :e7

ตัวละครตัวนี้มีเสน่ห์ที่ความสดใสและเจ้าเล่ห์ของเขา แต่ว่าก็ขอเตือนล่วงหน้าว่าในตอนต่อ ๆไปก็อย่าให้ความเจ้าเล่ห์นี้มีมากเกินไปนะคะ เพราะไม่เช่นนั้นคนอื่น ๆในเรื่องอาจจะดูโง่ลงไปถนัดตาได้ ซึ่งนั่นจะทำให้บรรยากาศของเรื่องน่าเบื่อลง แต่แหม...ไอ้พวกแรก ๆมันก็ลูกระจ๊อกนี่เนอะ จะ IQ ต่ำบ้างก็ไม่แปลก แต่เราก็ต้องบาลานซ์กันให้ดีระหว่างศักยภาพของตัวละครของเราที่เป็นเด็กอายุเพียง 15 ปี กับพวกผู้ใหญ่คนอื่น ๆในเมืองนะคะ ไม่เช่นนั้นความสามารถของเขาอาจจะดูเว่อร์เกินไปก็ได้ ไหนจะท่าทางเหนือมนุษย์ของเขาอีก

ไว้จะติดตามอ่านตอนต่อไปค่า ^^
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2747

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2007, 21:56

ที่อยู่: ขั้วโลกเหนือ

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 14:36

Re: Gear Bite++ (ครั้งแรกครับ^^)

ปล: วิจารณ์อย่าใช้ศัพท์ทางวิชาการนะครับผมไม่เข้าใจ - -



จัดให้ค่ะ!! :e13

เรื่องแรกเลยคือเรื่องของตัวเลข โดยปรกติในนิยายทั่วไปเขาจะเขียนตัวเลขเป็นตัวหนังสือนะคะเช่น
15 ก็จะเขียนว่า สิบห้า

นอกเสียจากว่าตัวเลขนั้น ๆเป็นสัญลักษณะหรืออธิบายยากมาก ๆยากจนเขียนแล้วคนอื่นไม่อาจที่จะเข้าใจได้เลยเช่น
123467890.8888877777666... และ

1123 39700/456079 อะไรอย่างนั้น

อะไรแบบนั้นก็คงไม่มีใครไปนั่งเทียนเขียนตัวหนังสือทีละตัวใช่ไหมล่ะคะ :e13


- รู้สึกเรื่องของเว้นวรรคยังผิดพลาดไปนิดหนึ่ง ลองเชคดูอีกทีนะคะ

-เรื่องของสรรพนามที่ตัวละครใช้มันไม่สม่ำเสมอกันน่ะค่ะ เห็นบางทีใช้ "ข้า" บางทีใช้ "ชั้น" อะไรแบบนั้น (อันนี้เซไม่ไม่แน่ใจ เพราะยังเข้าใจเรื่องไม่แน่ชัดว่าเป็นแนวแฟนตาซียุคไหน?)

-
เจียมบอดี้


บางครั้งคำศัพท์พวกนี้ซึ่งเป็นภาษาพูดก็ใช้ได้ค่ะ แต่เซว่าตรงนี้ไ่ม่เหมาะที่จะเขียนเป็นภาษาพูดเมื่ออยู่ในบทบรรยายด้วยแล้ว :e16

สำหรับ intro ยังไ่ม่น่าสนใจค่ะ ^ ^ ตอนนี้ก็ยังเดาไม่ออกเลยว่า Theme ของมันคืออะไรกันแน่ อย่างน้อยมันก็น่าจะมีเหตุที่ทำให้ดึงความสนใจได้นะคะ :e16 (รู้สึกตอนนี้หาไม่เจอ ยิ่งintro ไม่น่าสนใจยิ่งโดนปิดลงโดยไวนะจ๊ะ)

ส่วนเรื่องการบรรยายทำได้ดีแล้วค่ะ มีความเป็นเอกลักษณ์ในตัวเองมาก ๆเลย :e11 แต่ปัญหาที่คุณเคยพูดไว้เซคงต้องลองอ่านไปอีกหน่อยอาจะเห็นมากขึ้น

โชคดีนะคะ เราจะตามอ่านไปเรื่อย ๆ > <
สารบัญ Fic ของข้าพเจ้า

รูปภาพ
หนูจะแต่งเข้าตระกูล Wooster แล้วค่ะ !! ได้ทั้งเงิน เอ๊ย!! คุณเบอร์ตี้ ได้ทั้งพ่อบ้านสารพัดประโยชน์ด้วย!!

ใครอยากให้เมนท์ขอให้แจ้งมาด้วยนะคะ และใครอยากให้สับให้ก็เอา Url มาลงกระทู้สับหรือ Pm เช่นเดียวกับเมนท์...
<<

armza5895

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 324

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:21

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 15:04

Re: Gear Bite++ (ครั้งแรกครับ^^)

โอ้~~ปลื้ม 2 เซียนมา แจกแจงนิ แต่อินโทร กับอะไรนะ อะไรเทมๆนี่ละ มันคืออะไครับ -..- ...

ยังไงก็ขอขอบคุณทั้งสองท่านเลยนะครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้ผมเขียน บทที่ 1 เสร็จแล้ว เอาลงติดต่อเลยได้มั้ยเอ่ยรึว่ารอผ่านสักวันนึงก่อนอะครับแล้วๆๆๆ ที่คุณพี่เซว่าด้วยเรื่องตัวเลขนั้นผมลืมแก้นะครับ(จริงๆเขียนไว้ใน word นะครับแล้วก็ก๊อปมาทั้งดุ้ล-..-) จริงๆผมขาดความรอบคอบนะครับ T_T

ส่วนที่คุณพี่แพร ผมจงใจเขียนครับแต่ก็อย่างว่า น่าจะวรรคหน่อยาน้า~~ รอบคอบ Status 0 :e12

ท้ายนี้ขอขอบคุณท่านแม่แบบทั้งสองท่านด้วยนะครับแล้วผมจะปรับให้ดีกว่านี้ในตอนต่อๆไป ... ขอบคุณมากครับ

ปล: เอ่อ.. ถ้าผมโพสในกระทู้ตัวเองแล้วถือว่าเป็นการขุดก็ขออภัยด้วยนะครับ ครั้งหน้าจะไม่โพสในกระทู้ตัวเองอีก T_T
Blood Spatter The Bleed for me ...

รูปภาพ
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2747

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2007, 21:56

ที่อยู่: ขั้วโลกเหนือ

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 15:10

Re: Gear Bite++ (ครั้งแรกครับ^^)

intro ก็คือบทนำค่ะ :e8 เหมือนย่อหน้าแรกของเรียงความว่าจะเขียนอย่างไรให้คนสนใจจ้า

ส่วน Theme อ่านว่า ธีม คือแนวเรื่องน่ะค่ะว่าเป็นยังไง เกี่ยวกับอะไร :e16

ถ้าหากว่าบทที่ 1 เสร็จแล้วก็ลงได้เลยค่ะ ไม่ถือว่าปั้มหรอก > <

ถ้ามีอะไรโพสถามได้เลยค่ะ :e11 แต่ถ้าโพสติดกันบ่อย ๆก็จะเป็นปั้มเอา ถ้าหากว่าโพสแล้วยังไม่มีใครมาตอบแล้วจะเพิ่มคำถามใช้ Edit เอานะคะ

(อันที่จริงแพรเซียนกว่าเซน่ะค่ะ > < หากจะศึกษางานเขียนเพิ่มเติมขอแนะนำเรื่องของแพรเลย!)
สารบัญ Fic ของข้าพเจ้า

รูปภาพ
หนูจะแต่งเข้าตระกูล Wooster แล้วค่ะ !! ได้ทั้งเงิน เอ๊ย!! คุณเบอร์ตี้ ได้ทั้งพ่อบ้านสารพัดประโยชน์ด้วย!!

ใครอยากให้เมนท์ขอให้แจ้งมาด้วยนะคะ และใครอยากให้สับให้ก็เอา Url มาลงกระทู้สับหรือ Pm เช่นเดียวกับเมนท์...
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6233

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 15:14

Re: Gear Bite++ (ครั้งแรกครับ^^)

ลงเลยไว้จะรออ่าน :e11

แต่จริง ๆแล้วแต่ด้วยนะคะ ถ้าเกิดว่าน้องตุนไว้หลายตอนก็อาจจะลงอาทิตย์ละครั้ง (สมมุติ) จะได้ดูมีวินัยและไม่ขาดช่วง เมื่อก่อนพี่ก็อาทิตย์ล่ะครั้งค่ะ แต่ตอนนี้ T_T ไม่ทัน งานเยอะ เซ็งเป็ด แต่ถ้าจะลงเลยก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้วจ่ะ ส่วนเรื่องปั๊มไม่ต้องซีเรียสหรอกนะ ถ้าเป็นเรปที่มีสาระไม่ใช่แค่ "เหอะๆ" "อืม" "ใช่" แบบนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้วจ้า :e7


ป.ล. ยังไม่เซียนหรอกค่ะ -/\- จริง ๆก็แค่ช่วยจุดที่ช่วยได้เท่านั้นเอง


v
v
v

อาจจะได้ลงพร้อมฟิคพี่นะเนี่ย เหอ ๆ ถ้าพี่พิมพ์เสร็จ -*-
<<

armza5895

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 324

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:21

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 15:23

Re: Gear Bite++ (ครั้งแรกครับ^^)

อ้อ เข้าใจแล้วขอรับ

ผมว่าคุณพี่เซให้คำแนะนำระเอียดดีนะครับชอบๆ เรื่องความเซียนนั้นผมไปอ่านมาแล้วก็เขียนดีด้วยกันทั้งคู่นั่นละครับ อย่าถล่มกันนักเล้ย(ทั้งสองท่านนะแหละ - -)

ปล: ส่วนเรื่องตอนที่ 1 นั้นเดี๋ยวผมลงตอน ตี 2 นะครับ ต้องตรวจดูให้ละเอียดก่อนโพส ขอบคุณครับ หายสงกะสัยล้ะ :e7
Blood Spatter The Bleed for me ...

รูปภาพ
<<

noboru

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 745

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2008, 12:19

ที่อยู่: ข้างๆSlot Machine

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 17:56

Re: Gear Bite++ (ครั้งแรกครับ^^)

อย่างที่พี่เซว่าครับ Intro ยังไม่น่าสนใจครับ คือความเข้าใจของผมIntroคือบทนำ ที่จะทำให้เรารู้แนวเรื่องประมาณนี้

แต่Introคุณมันเหมือนเริ่มตอนที่หนึ่งแล้วครับ จากIntro ไม่ทราบว่าจะเป็นแนวไหน แต่ต้องเกี่ยวกับมิจฉาชีพและคิดว่าคงจะเป็นแนวแอ็คชั่น

ใช่ไหมครับ ส่วนภาษาและการบรรยายอยู่ในระดับดีครับ อ่านแล้วลื่นดี เก่งกว่าผมอีก แหะๆ แต่ไอตรง กึก ๆ เพล้ง นี่เป็นSound Effectหรือป่าวเอ่ย

ถ้าใช่ล่ะก็เราไม่ควรใช้นะครับ รู้สึกพี่วาวหรือพี่แพรนี่ล่ะเคยบอกว่า ในนิยายไม่ควรจะใช้SF สักเท่าไรนัก ควรให้ ผู้อ่านจินตนาการเองจะดีกว่าครับ

สนุกดีครับ แล้วจะตามอ่านครับ ^^
รูปภาพ

ชื่อรุครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ

Hi5ผมครับผมจิ้มดูได้

อยากให้คนไทยรักกัน
<<

armza5895

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 324

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:21

โพสต์ 19 ต.ค. 2009, 02:18

Re: Gear Bite++ (ครั้งแรกครับ^^)

รบกวนช่วยแนะนำให้หน่อยนะครับ รึว่าผมเขียนอะไรตรงไหนผิด ตรงนี้ควรจะเขียนอะไร ก็บอกด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ

ปล: อย่าใช้ศัพท์ทางวิชาการนะครับผมไม่เข้าใจ - - ขอบคุณครับ ...

รีไรท์ครั้งที่ 1

+++++++++++++++บทที่ 1+++++++++++++++++


นเช้าวันจันทร์... เป็นวันที่สดใสอีกวันหนึ่งสำหรับเด็กเล็กและเด็กโตหลายๆ คน ใช่... มันเป็นวันเปิดเทอมสำหรับโรงเรียน เอ.บี.แอล. อัลโนส ซึ่งตั้งอยู่ภายในตัวเมือง คอลรัส

ชาวบ้านว่ากันว่า “มันเป็นสถานที่ที่สำคัญของเด็กๆ อนาคตของเด็กๆ อยู่ในนั้น พวกเราควรจะให้การดูแลมันอย่างดีที่สุด..” นั่นคือคำพูดของชาวบ้านในตัวเมืองส่วนใหญ่ ที่ฝากความหวัง และความฝันของเด็กๆไว้ในสถานที่แห่งนั้น มันอาจเหมือนกับ... สถานที่ศักดิ์สิทธิ

สถานที่แห่งนั้นจะช่วยปกป้องเด็กๆ มีครูสอนที่ดีคอยดูแล และขัดเกลาความรู้ใหม่ๆ ให้กับเด็กๆ เป็นอย่างดี มีอุปกรณ์การเรียน หนังสือหนังหาตำราเรียน สภาพแวดล้อมที่ดี รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆหลายอย่าง ที่จะมาอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนและผู้ใช้ทุกคน

ซึ่งพวกพ่อแม่ที่ส่งลูกเข้าไปเรียนก็หวังว่า... ลูกๆที่เรียนจบออกมาจะเป็นคนดี ที่สมบูรณ์แบบ และพร้อมที่จะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับพวกเขาได้ ด้วยการประกอบอาชีพที่ดีและสดใสในอนาคต...

ส่วนเมือง คอลรัส นั้นเป็นเมืองที่ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้นทุกคนในเมืองมีสิทธิที่จะทำอะไรก็ได้ ทุก อย่าง นั่นละคือหนึ่งในจุดเด่นของเมือง คอลรัส จุดเด่นที่สองของเมืองนี้คือ ประชาชนสามารถ พกอาวุธได้ทุกชนิด เพื่อป้องกันตัวเองจากพวก ประสงค์ร้าย เนื่องจากเป็นเมืองที่ไร้กฎเกณฑ์จึงไม่ค่อยมีพวกจากเบื้องบนมาคอยเดินดูแลภายในตัวเมือง เมืองนี้จึงมีพวกมิจฉาชีพเยอะมากโดยเฉพาะภายในเขตสลัม และจุดเด่นที่สามของเมืองนี้คือ อุปกรณ์ทุกอย่างที่อยู่ในเมือง สามารถนำมาประดิษฐ์ให้กลายเป็นอะไรได้หลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น ข้าวของเครื่องใช้ อาวุธ ไปจนถึงที่อยู่อาศัย ซึ่งมันเป็นจุดเด่นสำคัญที่สุดของเมืองนี้เลยทีเดียว


ณ บ้านไม้เก่าๆหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมือง คอลรัส สักเท่าไรนัก..

“โอย~~~” ประตูไม้เก่าๆเปิดออก พร้อมกับมีเด็กหนุ่มดวงหน้าใสผิวสีอ่อน ครางออกมาอย่างเบื่อหน่าย

“น่าเบื่อจริง” เด็กหนุ่มบ่นออกมาพลางทำหน้าเซ็งสุดขีด พร้อมกับที่หันไปล็อคประตูบ้านไม้เก่าๆอย่างบรรจง.. แต่ดูเหมือนจะล็อคไปก็เท่านั้น

และถ้าหากว่ามีหัวขโมยจะมาแงะประตูเพื่อเอาทรัพย์สินภายในบ้านแล้วล่ะก็.. ไม่จำเป็นต้องใช้อะไรมางัดแงะให้ยุ่งยากหรือเสียเวลาเลยแม้แต่นิด แค่ออกแรงถีบตูมเดียวก็รู้เรื่อง ดีไม่ดีได้แถมหลังคาบ้านอีกต่างหาก แน่ละบ้านแบบนี้มัน..ไม่พังลงมาทับเขาก่อนที่จะเปิดเทอมก็บุญแล้ว.. แต่ถ้ามองจากสภาพของบ้านโดยรวมแล้ว

คงจะไม่มีตีนแมวตัวไหนโง่พอที่จะมางัดแงะให้เสียเวลาหรอกนะ..

แสงตะวันอ่อนๆในยามเช้าฝ่าใบไม้ของต้นไม้หลากหลายชนิดลงกระทบพื้นปูนสีเทา สองข้างทางเดินด้านหน้าเมือง คอลรัส ยังเป็นไปอย่างคึกคักเหมือนเคย

ชาวบ้านในเขตสลัม ต่างออกมาตั้งร้านแต่เช้า หลายร้านประดับด้วยป้ายเชิญชวนลูกค้าหลากหลายสีสัน สองฝั่งฟากถนนมีเสียงป่าวประกาศลดแลกแจกแถมต้อนรับเทศกาลเปิดภาคเรียนของโรงเรียน เอ.บี.แอล อัลโนส ซึ่งนั่นเพิ่มความคึกคักให้กับด้านหน้าเมืองแห่งนี้ ให้ดูดีขึ้นถนัดตาเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน โดยเฉพาะร้าน “ขายของพกพา” ซึ่งมีขายทุกอย่างตั้งแต่ อุปกรณ์ค้างแรม เต็นท์ ถ้วยโถโอชามไปจนถึง อาวุธพกพาขนาดเล็ก ซึ่งนั่นมันทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้ ที่จะเลือกหยิบมีดพับเล่มงามสีเงินมาลูบๆคลำๆพอเป็นบุญวาสนา เพราะรู้สึกว่าราคาของมันนี่จะแพงหูฉี่ จนเขาต้องตัดใจวางมันลงที่เดิมอย่างช่วยไม่ได้ เพราะถ้าหากเกิดมันเกิดมีรอยแม้แต่น้อย งานนี้ก็คงจะต้องขายบ้านไม้โทรมๆนั่นไปพร้อมที่ดินอันน้อยนิด.. ดีไม่ดีอาจจะไม่พอด้วยซ้ำ

จากนั้นก็เดินมาถึงทางเข้าเมืองเขตสลัม ซึ้งด้านหน้าประตูเหล็กสีเงินที่ดูแข็งแรงนั้น มีเจ้าหน้าที่ตรวจบัตรสำหรับคนที่จะเข้าไปด้านในด้วยกันสามคน ซึ่งสำหรับใครที่ต้องการผ่านเข้าออกทางนี้ ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม ต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อน ทุก ครั้ง โดยการขอดูบัตรประชาชน

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา.. เด็กหนุ่มเดินไปต่อคิวที่ท้ายแถวด้านซ้าย ซึ่งเป็นแถวสำหรับคนที่ต้องการจะเข้าไปด้านใน เมื่อเทียบกับแถวด้านขวาแล้วมีน้อยกว่ามาก เพราะคนด้านในเขตสลัมนั้นมีเยอะ แถมมีหลายคนที่ต้องการที่จะออกมาตั้งร้านขายของข้างนอกตัวเมืองอีกเยอะแยะ ไหนจะต้องหาทำเลดีๆ ซึ่งมันจะช่วยให้พวกเขามีกำไลขายของได้ดีมาก ถ้าได้ทำเลที่เหมาะหรือที่ที่พอจะขายได้ดี ส่วนคนที่มาช้าจนที่ตั้งทำเลดีๆหมด ก็อาจจะต้องชวดงานนี้ซะแล้ว

แถวด้านซ้ายก็ยังคงเป็นไปอย่างราบลื่นจนมาถึงคิวของเด็กหนุ่ม....

“ขอบัตรครับ” ชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบสีฟ้าเอ่ยขึ้นผ่านกระจกเลื่อน พร้อมกับยื่นมือออกไปรับบัตรตามหน้าที่ ในขณะที่เขานั่งก้มหน้าก้มตาเขียนบันทึกเหตุการณ์ต่างๆตามตารางเวลาต่างๆลงในหนังสือเล่มหนาอย่างลำบากลำบน

เด็กหนุ่ม ใช้ฝ่ามือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนสีดำเบาๆ ก่อนที่จะควักบัตรเหล็กแข็งใสใบหนึ่งขึ้นมา แล้วส่งให้เจ้าหน้าที่อย่างว่าง่าย

แล้วปัญหาก็เกิด..

เมื่อเจ้าหน้าที่รับบัตรไปแตะเครื่องเช็คบุคคลเข้าเมือง ทันที่ที่เจ้าหน้าที่นำบัตรของเด็กหนุ่มไปแตะมันก็..

เงียบ..

ไร้ซึ่งการทำงานของเครื่อง ทั้งๆที่บัตรของคนก่อนหน้านี้ก็ยังทำงานปกติดี ไม่มีปัญหาใดๆ แม้เจ้าหน้าที่จะลองแตะดูใหม่กี่ครั้งก็ตาม เครื่องก็ไม่ยอมสแกนบัตรให้สักที ซึ่งถ้าเครื่องมันขึ้นไฟสีแดงก็ว่าไปอย่าง และถ้าขึ้นไฟสีเสียวก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่นี่มันอะไรทำไม่ไม่ขึ้นสักอย่าง..

มันอะไรนักหนา.. บัตรปลอมรึก็ไม่น่าจะใช่แน่นอน... หน้าตัวเองไม่ตรงกับหน้าในบัตร?.. ไม่น่าจะใช่แฮะ ก็มองจากตรงนี้ยังเห็นหน้าตัวเองอยู่ในบัตรอยู่เลยนี่... แล้ว... มันอะไรหว่า…?

ในขณะที่เด็กหนุ่มมุ่นคิ้วลงอย่างพยายามนึกข้อผิดพลาดของเครื่องว่าเครื่องอาจจะเสียหรือเปล่า? เจ้าหน้าที่ก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นบัตรคืนให้กับเด็กหนุ่มที่รับมาอย่างงงๆ

“บัตรหมดอายุครับ เชิญไปต่อแถวที่อยู่ด้านโน้น เพื่อที่จะซ่อมบัตรครับ”เจ้าหน้าที่เอ่ยอย่างเร่งรีบ พร้อมกับผายมือไปยังแถวที่ตั้งยาวเหยียดอยู่ไม่ไกลจากแถวที่เด็กหนุ่มยืนอยู่สักเท่าไรนัก

เด็กหนุ่มเบิ่งตากว้างครู่นึง เมื่อมองเห็นแถวที่เจ้าหน้าที่คนเมื่อกี้บอก

“จะบ้ารึไง ใครจะไปต่อฟะ” เด็กหนุ่มสบถในใจอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นแถวยาวเหยียดนั่น และที่สำคัญ ในแถวบัตรเสียนั่นไม่มีเด็กนักเรียนเลยแม้แต่คนเดียว เขาอาจจะเป็นนักเรียนคนเดียวก็ได้ที่มีบัตรเสีย..

มันก็แน่ล่ะ คงจะไม่มีเด็กนักเรียนคนไหนจะไปอยู่บ้านพักต่างอากาศแบบเขาในช่วงปิดเทอมระยะสั้นแบบนี้หรอก แถมเด็กนักเรียนในโรงเรียน เอ.บี.แอล อัลโนส ก็อยู่บ้านกับครอบครัวในตัวเมืองอยู่แล้วซะเป็นใหญ่ ไม่สิ... ทุกคนเลยละมั้ง

ก่อนที่เด็กหนุ่มจะตัดสินใจเดินออกจากแถวอย่างช่วยไม่ได้ ก็ได้พยายามต่อรองกับเจ้าหน้าที่อย่างสุดความสามารถ...

ทำไมถึงคิดจะต่อรองนะเหรอ? นั่นก็เพราะเวลาก่อนที่บัตรมันจะหมดอายุนั้นก็คือ... เมื่อวานนี้.. มันช่างน่าเจ็บใจเสียยิ่งกระไร แต่ก็ได้แค่นึกย้อนหลังให้เจ็บใจเล่นว่า เขาน่าจะมายื่นบัตรเข้าเมืองตั้งแต่เมื่อวานให้รู้แล้วรู้รอดไป เงินรึก็มีอยู่ เพราะช่วงที่ปิดเทอมเขาแทบไม่ได้ใช้เงินในส่วนที่หามาได้จากตอนที่โรงเรียนยังเปิดอยู่เลยแม้แต่แดงเดียว แต่อย่างน้อย มันก็มีมากพอที่จะนอนพักโรงแรมห่วยๆในเขตสลัมได้สักคืนละว้า

ความพยายามสิ้นสุดลง เมื่อดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ตรวจบัตรจะไม่ได้ฟังคำขอร้องจากเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำคนที่ต่อแถวก็แทรกเข้ามาอย่างอารมณ์เสีย เพราะไอ้เด็กมากเรื่องที่มาตีโพยตีพายทำให้อะไรๆมันช้าลงแบบนี้ จากการแทรกเข้ามาของผู้ไม่พอใจแทบจะเปลี่ยนเป็นการโยนเด็กน้อยออกมาจากแถวอย่างไม่ยั้งมือ

“เหอะ ขอให้พวกแกเป็นแบบชั้นมั่งก็แล้วกัน..”พอแช่งด่าในใจเสร็จสรรพก็ครางออกมาเสียงหลง เมื่อรู้สึกเจ็บแปล๊บ ตรงสะโพกด้านขวา ราวกับกรรมตามทันยังไงยังนั้น จนต้องเอามือมาคลำป้อยๆอย่างเจ็บปวด แต่อีกใจก็นึกอิจฉาแรงวัวแรงควายของพวก กึ่งมนุษย์ ที่อยู่อาศัยในเขตสลัมแห่งนี้ไม่ได้

ช่วยไม่ได้นี่นะ...

จากนั้นเด็กหนุ่มก็เดินออกมาจากบริเวณนั้นโดยไวก่อนที่จะโดนหนักกว่านี้ เพราะคนที่หมันไส้เขาไม่ใช่แค่คนมาแทรกคนเดียว แต่เป็นทั้งแถวต่างหาก..

ไม่ไกลจากถนนที่จัดงาน ตรงกับด้านหลังร้านขายสร้อยหลากสี มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ลำต้นของมันสูงใหญ่เกือบๆจะสิบเมตรได้ ใบไม้สีออกแดงอ่อนๆ และเมื่อแสงตะวันในยามเช้าบางๆกระทบกับใบของมัน จะทำให้เกิดล่มเงาเป็นอย่างดี

เด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะหยุดพัก ณ จุดนี้ และเริ่มคิดวิธีการที่จะเข้าไปด้านในด้วยวิธีอื่น ซึ่งการที่จะไปซ่อมบัตรนั้นมันนานโขเลยทีเดียวไหนจะต้องออกบัตรใหม่ ไหนจะต้องถ่ายรูปใหม่ ไหนจะต้องกรอกประวัติส่วนตัวอีก แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว แต่ถ้าหาทางอื่นไม่ได้จริงๆก็คงจะต้องทำละนะ

เด็กหนุ่มเริ่มที่จะกวาดตาสีฟ้ากลมโตคู่นั้นมองสำรวจพื้นที่รอบๆประตูทางเข้าเมืองก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งถ้ากะจากสายตาคร่าวๆ..

ตอนนี้สถานการณ์โดยรวมทุกคนในที่นี้ก็ยังคงคึกคักกันอยู่ คนที่ต้องการจะเข้าหรือออกเมืองก็เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว และดูเหมือนเจ้าหน้าที่จะวุ่นขึ้นกว่าเดิมเยอะซะด้วย

แอบเข้าไปดีมั้ยนะ... ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว ก่อนที่จะดันตัวลุกขึ้นช้าๆเพื่อที่จะได้เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ชัดเจนขึ้น และความคิดที่จะแอบเข้าไปก็ดับวูบลง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ คนที่สาม ซึ่งไม่ใช่สองคนที่มีหน้าที่ตรวจบัตร แต่เป็นการตรวจเช็คสภาพโดยรวมของงาน ตั้งแต่หน้าประตู แถวผู้คนเข้าออกประตูเมือง ไปจนถึงร้านขายของร้านสุดท้ายที่ตั้งอยู่ตามถนนทั้งสองฟาก

เมื่อเห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตรวจที่ไม่รู้ว่าพี่แกจะฟิตไปถึงไหน พวกเล่นสับขาเดินอย่างไวกวาดสายตามองดูทุกมุมของงานอย่างระเอียด พร้อมกับเขียนบันทึกอย่างรวดเร็ว

ซึ่งนั่นทำให้เด็กหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหากเขาโดนจับได้ขึ้นมาจะทำยังไง แล้วไหนจะพวกเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่ด้านในอีก มิแห่กันมาลากเขาไปประหารเจ็ดชั่วโคตรรึไงกัน

ความคิดที่หนึ่งล้มเลิกทันที เด็กหนุ่มถอนหายใจยาวๆทีนึง ก่อนที่จะค่อยๆนั่งลงพร้อมกับกวาดนัยน์ตา หาวิธีอื่นต่อไป แต่..

ในขณะที่เด็กหนุ่มกลังลังกวาดตาดูหนทางอีกรอบ ก็รู้สึกเหมือนกับว่าหางตาของตนจะเห็นของดีเข้า ..

เหมือนพระเจ้าทรงโปรด ส่งสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ กับคนงานไม่กี่คน ที่ขยันแหกขี้ตาตื่นมาปฏิบัติหน้าที่ของตนในการก่อสร้างอะไรสักอย่างยามเช้าแบบนี้ ให้หนุ่มน้อยผู้น่าสงสารใต้ต้นไม้ต้นใหญ่นี้ได้มีทางเข้าไปด้านในเมืองกับเขาบ้างซะที

เด็กหนุ่มเหยียดยิ้มที่มุมปากนิด ก่อนที่จะดันตัวลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกไปยังจุดที่หมายไว้อย่างใจเย็น...

ตอนนี้หนุ่มน้อยได้มายืนบริเวณด้านล่างของสิ่งก่อสร้างชนิดหนึ่ง ซึ่งมีไม้ท่อนใหญ่ๆวางเรียงกันสลับซ้ายขวาเพื่อเป็นทางเดินไปจนถึงด้านบนสุด ซึ่งมันสูงสุดพอดีกับที่กั้นกำแพงเมืองที่สูงลิ่วอย่างที่เขาคิดไว้..

แล้วต่อไปก็คงต้องออกแรงปีนกันสักหน่อยล่ะนะ.

แต่มันคงไม่ง่ายอย่างนั่น เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจเริ่มที่จะมาสำรวจแถวนี้ซะแล้ว... แถมยังดูเหมือนพี่แกจะจงใจแกล้งเดินมาตรวจแถวซะด้วยสิ..

“เย็นไว้... เย็นไว้..”เด็กหนุ่มพูดย้ำเตือนกับตัวเองเบาๆเสร็จ ก็รีบตรงไปยังทางเดินก่อสร้างทันที และก้าวขึ้นไปอย่างระมัดระวัง โดยมีเสียงห้ามปรามของช่างก่อสร้างคอยเร่งอยู่เป็นระยะๆ..

แต่แล้วเสียงของช่างก่อสร้างไม่กี่คน ที่เริ่มจะประสานเสียงห้ามปรามเด็กหนุ่มที่ทำเป็นหูทวนลมนั้น มันชักจะเริ่มส่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ สักพักพวกชาวบ้านที่อยู่ด้านล่างเริ่มจะหันมามองต้นเสียงเป็นตาเดียว และเสียงฮือฮาก็เริ่มที่จะดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพวกชาวบ้านเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งอยู่บนที่ที่อันตรายนั่นอย่างน่าหวาดเสียว

ไม่นานนักก็มาถึงด้านบนของกำแพงเมืองอย่างปลอดภัย...

เสียงลมแรงปะทะเข้ากับใบหน้าใสๆจนต้องยกมือมาบังไว้ นัยน์ตาสีฟ้านั่นหรี่ลงนิดหน่อยเพื่อลดแรงปะทะของลม เสียงของคนด้านล่างก็ยังคงดังมาเป็นระยะๆ เมื่อเห็นเด็กหนุ่มทำท่าเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ เอนซ้ายที ขวาทีอย่างน่าหวาดเสียว

จะโดดดีมั้ยนะ.. ความคิดแรกผุดขึ้นมาสดๆในหัว

แน่ล่ะ... ก่อนที่จะขึ้นมาเขาไม่ได้คิดเผื่อไว้ว่า ถ้าขึ้นมายืนอยู่ตรงนี้จะทำอะไรต่อ ทำไง... ทำไงดีล่ะทีนี้...

ความกลัวเริ่มผุดขึ้นมาทีละนิด... ก่อนที่เหมือนอะไรจะดึงดูดสายตาของเขาให้มองไปยังด้านล่างนั่น ซึ่งมัน.....


มืดมิด...

ชั่วอึดใจ เสียงของทุกสรรพสิ่งเงียบไป เสียงหัวใจที่เต้นไม่คงที่ บัดนี้หยุดนิ่งไม่ได้ยินแม้แต่น้อยเมื่อมองความมืดเบื้องล่าง.... ความเงียบนั่นอาจทำให้ประสาทหลอน.. .. ความรู้สึกกลัวอย่างไม่อาจหาสาเหตุบางอย่างพุ่งเข้ามาในจิต นัยน์ตาสั่นละรัวด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ เหงื่อเริ่มซึมออกจากฝ่ามือทั้งสองที่บัดนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ร่างกายเกร็งแข็งทื่อ กับความมืดเบื้องล่างที่มันเริ่มจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ.. เรื่อยๆ.. .ในหัวเขาเริ่มปั่นป่วน แทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ

นี่มันอะไรกัน.. เกิดอะไรขึ้น เสียงหายใจติดๆ ขัดๆ กับความคิดที่ย้ำถามกับตัวเองหลายสิบรอบ ที่มันไม่อาจจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ทว่า..

พอรู้สึกตัวอีกที.. ความมืดก็กลืนกินภาพและบรรยากาศรอบของเขาไปจนหมดสิ้น..

หมดสิ้นซึ่งแสงสว่าง ไร้ซึ่งผู้คน ไร้ซึ่งภาพบรรยากาศที่คึกคัก เหลือเพียงแต่ความมืดมิด... สักพักเด็กหนุ่มก็เริ่มที่จะเกิดอาการหายใจติดขัด ความรู้สึกที่เหมือนกับมีมือใหญ่ๆมาบีบบริเวณต้นคออย่างแรงนั้น มันทำให้เด็กหนุ่มเริ่มที่กระอักออกมา สีหน้าของเด็กหนุ่มตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับคนโดนแขวนคอ ดิ้นทุรนทุรายราวกับคนใกล้ตายก็มิปาน...

นี่มันเรื่อง.... อะ...ไร .....กัน

สติของเด็กหนุ่มกำลังขาดหายไป...

ใช่เขากำลังจะตาย...

หากไม่ได้เด็กหนุ่มผมขาวคนหนึ่ง วิ่งมาอย่างหน้าตาตื่นและพูดอะไรบางอย่างออกมาเบาๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะคลายลง และ...

ตกลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง...

เสียงกรีดร้องอย่างหวาดเสียวของชาวบ้านที่ตอนนี้ดังกระหึ่มจนแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน ในขณะที่สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เด็กหนุ่มที่อยู่ด้านบนกำแพงสูงหลายสิบเมตร... หงายหลังตกลงไปต่อหน้าต่อตา

Next again ..
แก้ไขล่าสุดโดย armza5895 เมื่อ 26 ธ.ค. 2009, 16:13, แก้ไขแล้ว 8 ครั้ง.
Blood Spatter The Bleed for me ...

รูปภาพ
<<

iladake22

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 590

ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ย. 2009, 23:08

ที่อยู่: แถว ๆ บ้านเหล่าหนุ่ม 2D และโอโนะซัง =w =

โพสต์ 19 ต.ค. 2009, 02:44

Re: Gear Bite++ ตอนที่ 1 (เริ่มแล้ว)

มีพิมพ์ผิดนิดนึงน๊า

แก้นิดจะดูดีขึ้นมาก

สนุกดีนะอ่านเพลิน ๆ

ให้คำแนะนำใครไม่ค่อยเป็น เพราะตัวเองก็ไม่ได้เก่งอะไรมาก

ขอมาอ่านอย่างเดียวแล้วกัน แหะ ๆ :e5
รูปภาพ
[น่ะ...น่ารักเกินไปแล้วนะเบคกี้ !!]
<<

armza5895

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 324

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:21

โพสต์ 19 ต.ค. 2009, 10:11

Re: Gear Bite++ ตอนที่ 1 (เริ่มแล้ว)

ผมก็หน้าใหม่หัดเขียนเหมือนกันนั่นแหละครับ ไม่รู้ว่าเขียนตรงไหนอะไรดีบ้างก็ไม่รู้

แล้วก็ขอบคุณนะครับที่ชม :e6
Blood Spatter The Bleed for me ...

รูปภาพ
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2747

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2007, 21:56

ที่อยู่: ขั้วโลกเหนือ

โพสต์ 19 ต.ค. 2009, 11:50

Re: Gear Bite++ ตอนที่ 1 (เริ่มแล้ว)

การเขียนของคุณมีปัญหาอย่างเดียวซึ่งอยู่ในส่วนของการใช้เครื่องหมายวรรคตอนค่ะ เซยังเห็นเว้นววรคผิดประปรายอยู่อ่ะจ้า...นอกนั้นขอบอกว่าโอเคเลยล่ะ :e11 คงไม่ต้องแก้แล้วล่ะค่ะ ภาษาที่เขียนเป็นเอกลักษณ์และมีสเน่ห์ในตัวเอง เห็นภาพและเริ่มดึงความสนใจให้กลับมาได้

เห็นเชสแล้วนึกถึงเอ็ดเวิร์ดเล็ก ๆ :e13

รออ่านตอนต่อค่า!!
สารบัญ Fic ของข้าพเจ้า

รูปภาพ
หนูจะแต่งเข้าตระกูล Wooster แล้วค่ะ !! ได้ทั้งเงิน เอ๊ย!! คุณเบอร์ตี้ ได้ทั้งพ่อบ้านสารพัดประโยชน์ด้วย!!

ใครอยากให้เมนท์ขอให้แจ้งมาด้วยนะคะ และใครอยากให้สับให้ก็เอา Url มาลงกระทู้สับหรือ Pm เช่นเดียวกับเมนท์...
<<

armza5895

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 324

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:21

โพสต์ 19 ต.ค. 2009, 12:13

Re: Gear Bite++ ตอนที่ 1 (เริ่มแล้ว)

โอ้ อยากจะลอย เอ้ย! ขอบคุณมากนะครับ คุณพี่เซ

ปล: มีกะลังใจเขียนขึ้นเยอะแต่ยังต้องปรับอะนะ ขอบคุณล่วงหน้านะครับสำหรับผู้อ่านทุกๆท่าน ขอบคุณครับ :e7
Blood Spatter The Bleed for me ...

รูปภาพ
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6233

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 19 ต.ค. 2009, 14:22

Re: Gear Bite++ ตอนที่ 1 (เริ่มแล้ว)

มันทำให้ดูแล้วน่าขำซ้ะมากกว่าหน้าตาที่ดุดันนั่นซ้ะอีก ซึ้งมันจะทำให้เขตสลัมแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากกว่านี้หากมันจะไม่
ซะ ซึ่ง

และในเวลาอีกไม่กี่วัน ... หลังจากที่ท่านเจ้าเมืองโดนสังหาร ชายคนนั้นก็ภูกนำตัวไปประหารตามกฎของบ้านเมือง ...


และในอีกไม่กี่วันต่อมาเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ขึ้นโดยมี กลุ่มของกึ่งมนุษย์มาประท้วงเพื่อสนองเจตนารมณ์ของ “โรเจอร์ การ์ฟ”
ใช้วลีว่า ในอีกไม่กี่วัน ในเวลาอีกไม่กี่วัน ติด ๆกันมันจะดูซ้ำน่ะค่ะ ลองเปลี่ยนเป็นคำอื่นตามความถนัดของคุณเลยนะคะ :e3

ก็ดับวู้บลงเมื่อสายตาที่เกียจชังจากมนุษย์กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็น
วูบ

เมื่อกี้กระโดดลงมาสูงซ้ะขนาดนั้นถ้าเป็นคนธรรมดาก็คงจะไม่รอดแล้ว
ซะ

ไอ้ที่เขาต้องไปนั่งรอนะไม่ไช่เพราะอะไรหรอกนอกซ้ะจากไอ
ซะ ไอ้

จริง ๆบางคนจะเขียนไอ้ เป็นไอ นะคะ ซึ่งเป็นการเลี่ยงคำหยาบ ใน fanfic ไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้าคุณจะแต่ง Original ลงพิมพ์ คุณต้องพิมพ์ให้ถูกนะคะ เว็ปนี้ไม่มีระบบกรองคำหยาบอยู่แล้วค่ะ

“ว่าแต่นายเข้ามายังไงทั้งที่ด้านหลังก็ห้ามเด็กเข้าแถมถ้าเข้าด้านหน้าก็เจอพวกในเมืองรุมสาปแช่งอีก รึว่านาย ....” “มีงานส่งมาถึงคุณออลัสคร้าบ~~~”ฟิลพูดยังไม่ทันจบก็มีเสียงดังมาจากด้านขวามือเขา ชายในชุดเครื่องแบบสีฟ้ายืนอยู่บนยานพาหนะที่คล้ายกับเสก็ตบอร์ดไม่มีล้อแถมยังลอยเหนือพื้นนิดหน่อย แล้วสักพักออลัสก็เดินออกไปรับของจากเจ้าหน้าที่คนนั้น ฟิลหันมาดูครู่นึงก่อนที่จะหันมาสนทนาต่อ
Enter หน่อยจ้า


เห็นด้วยกับพี่เซนะคะว่าภาษาของคุณดี และมีเอกลักษณ์ในแบบของคุณอยู่แล้ว มีจุดบกพร่องอยู่ที่การผันวรรณยุกต์เท่านั้นซึ่งต้องระวังให้หนัก

ทีนี้ว่ากันที่ส่วนเนื้อเรื่อง เราคงแนะนำอะไรมากไม่ได้ เพราะเป็นแนวแฟนตาซีชัดเจน ซึ่งโดยปกติเราไม่อ่านแนวนี้น่ะค่ะ เราจึงไม่สามารถบอกได้ว่าควรปรับปรุงตรงไหน หรือควรคงข้อดีตรงไหนไว้ แต่ทั้งนี้เราไม่ได้ว่าเรื่องของคุณไม่แปลกใหม่นะคะ เพราะอย่างที่บอกเราไม่รู้หรอกว่าอะไรแปลกหรือไม่แปลก ก็ไม่เคยอ่านอ่ะ แต่เราเห็นคุณอยากจะส่งพิมพ์เราเลยวิจารณ์ในระดับของนิยายที่จะส่งพิมพ์ว่ามันต้องผ่านมารตราฐานตรงนี้ด้วย (เพราะจะหยิบนักสือซักเล่มจากร้านก็ตัดกันที่เนื้อเรื่องก่อนใช่ม้า? แม้ภาษาจะดีแต่ถ้าเนื้อเรื่องไม่ดึงดูดก็ขายยาก)

โดยสิ่งที่เราอยากแนะนำให้คุณทำคือ อยากให้คุณลองเอาเรื่องนี้ให้ผู้มีประสบการณ์ด้านการอ่านนิยายแฟนตาซีสูง ๆลองอ่านดู ว่าเนื้อเรื่องมันน่าอ่านไหม ดึงดูดใจหรือยัง หรือว่ายังไม่โดดเด่นต้องแก้ไข ขอคนที่สามารถให้คำปรึกษาคุณอย่างตรงไปตรงมาได้จะดีที่สุดค่ะ เพราะเราคงช่วยคุณได้แต่เพียงด้านภาษานิด ๆหน่อย ๆเท่านั้นค่ะ เรื่องอื่นคงไม่สามารถแนะนำอะไรมากได้ ต้องขออภัยด้วย

ทั้งหมดนี้อาจจะดูจู้จี้ไปหน่อย แต่เราอยากให้คุณผ่านฉลุยทุกอย่างตั้งแต่ขั้นตอนการพิจารณาส่งพิมพ์ไปถึงการขายเลยค่ะ มีอะไรก็ปรึกษาได้เสมอนะคะ :e3
<<

armza5895

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 324

ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 09:21

โพสต์ 19 ต.ค. 2009, 14:50

Re: Gear Bite++ ตอนที่ 1 (เริ่มแล้ว)

ไม่จู้จี้หรอกครับ กลับกันยังจะดีซะกว่า แถมไอ้ที่ผมเขียนผิดๆถูกๆนั่นก็ได้พวกคุณพี่เตือนนี่ละ ...

แล้วผมก็ไม่รู้ว่าจะไปปรึกษาใครดีเรื่องนิยายแฟนตาซีนะก็มีแต่พวกคุณพี่นี่ละครับ T..Tที่ผมไว้วางใจแนะผมทุกอย่างที่ผมทำมันไม่สมบูรณ์ จริงๆนะครับผมไม่รู้ว่าจะเอาไปให้ใครอ่านเพื่อที่จะแนะนำผมได้ดีนะครับ

ปล: แทบช็อคแนะเห็นคุณพี่แพรพูดซ้า~~
Blood Spatter The Bleed for me ...

รูปภาพ
ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน