วิธีเขียนนิยาย อย่างไรให้เกิด!!(สับกับเมนท์ต่างกันอย่างไร?!)

<<

NIKize

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 282

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2008, 15:25

ที่อยู่: ข้างบ้านพี่ลีออนกับเจ๊เอด้าเเละไกลจากบ้านเเอชลี่

โพสต์ 14 ต.ค. 2009, 13:33

Re: อ่านอย่างไรให้เทพ... !? (สำหรับนัก อยาก เขียน)

ว่ากันด้วยบทสนทนาค่ะ

สำหรับเเน็ก ...การเเต่งบทสนทนาถือว่าหินมากๆค่ะ
จะมาตกม้าตายก็ตรงนี้

เคล็ดลับส่วนตัวก็คือ
ก่อนอื่นเราก็กำหนดก่อนว่า หัวข้อสนทนาคืออะไร มีเนื้อหาอะไรบ้าง เเละอาจเเต่งบทพูดเด่นๆมาซักประโยค สองประโยค

รูปภาพ

ต่อมาก็มานั่งเรียบเรียงใจความลำดับเนื้อหาให้เรียบร้อย เป็นขั้นตอน
เเล้วก็ค่อย "พล่าม" ค่ะ

รูปภาพ

พยายามอย่าพูดออกประเด็นมากเกินไป ไม่เช่นนั้นจะลอยทะเลหาทางกลับไม่ถูก
ทำให้มีน้ำมากกว่าเนื้อ (สาระหายไปหมด)

เเละหากจะให้ดีก็พยายามให้ตัวละครเปิดช่องว่างของคำพูด เพื่อให้ตัวละครอีกตัวสามารถโต้งเเย้งกันได้

ส่วนการบรรยายคั่นบทสนทนานั้น หากตัวละครมากกว่าสองตัวก็อาจมีการบรรยายให้ถี่ขึ้นเพื่อให้คนอ่านรู้ว่า
ประโยคนี้ใครเป็นผู้พูด เเละใครเป็นผู้ฟัง

เเต่ถ้ามีกันเเค่ สองคนพระ-นาง (หรือตัวละครนอกจากนั้น)
ไม่จำเป็นต้องบรรยายถี่ทุกประโยคนะคะ เพราะยังไงคนอ่าานก็รู้อยู่เเล้วว่ามีกันเเค่ 2 คน
หากบรรยายถี่มากเกินไปก็จะทำให้เนื้อเรื่องในตอนนั้นไม่เป็นธรรมชาติ เเละมีน้ำมากเกิน

ตัวอย่าง เเน็กก็ขอเอาฟิคของพี่เเพรมาลงเน้อ

ไม่ว่าจะพยายามหลีกหนีเพียงใด ไวรัสก็ยังคงทิ้งเศษเสี้ยวของความเป็นมนุษย์ไว้ให้เขา

...อย่างน้อยก็ในตอนนี้

“เวลาถูกยิงคุณรู้สึกเจ็บบ้างรึเปล่า?”

“แทนที่จะถามเรื่องไร้สาระ คุณช่วยหาพิกัดให้ผมลงจอดในตัวอาคารท่ามกลางหิมะหนาเป็นตันนี่ดีกว่า”

“เครื่องนี้บินได้แค่ 1.8 มัค” นาริทรายกนิ้วแตะจอเรดาห์ “และเราก็บินไม่ถึงความเร็วสูงสุดของมันด้วยซ้ำ อีกตั้งยี่สิบนาทีกว่าจะถึงขั้วโลกใต้”

“งั้นหุบปากไปซักยี่สิบนาทีได้ไหมไมเยอร์ ผมไม่ได้แตะคันบังคับมาจะสิบปีแล้ว และก็ต้องการ...” เขาเค้นลมหายใจ “สมาธิ”


จากเรื่อง Perfect Resonance - Chapter 27: What Remains


มีการบรรยายคั่นเล็กน้อยค่ะ เพราะถ้าหากไม่มีบรรยายคั่นเลยคนอ่านก็จะงงว่า ประโยคนี้ใครพูดกันฟะ?

เเล้วเเน็กก็มีตัวอย่างการบรรยายที่ถี่จนเกินไป
จะระเเวงค่ะว่าจะเป็นของใคร ...เป็นของเเน็กเองอีกนั่นเเหละ
ที่เอามาลงนี้ก็เป็นนิยายสมัยม.ต้นที่เพิ่งหัดเขียนน่ะค่ะ

รูปภาพ
(เน่ามั้ย...)


บทสนทนาก็สามารถใส่มุกตลกขบขันนิดๆเพื่อสร้างบรรยากาศไม่ให้ตึงเครียดมากนัก

ตัวอย่างค่ะ (ยังคงเป็นของเเน็ก...)


“ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะวาลิต เพราะว่าฉัน...”เสียงวาลิอันดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความมตึงเครียด เธอพูดพร้อมกับฉีกยิ้มให้น้องสาว
“เพราะว่าฉันมี เข็มทิศ!”เธอพูดด้วยความดีใจพร้อมกับควักเข็มทิศจากกระเป๋ากระโปรงขึ้นมาอวด “ทีนี้พวกเราจะได้ไม่หลงทางกัน”

ฉันว่ามีมันเราจะยิ่งหลงทางกันไปใหญ่

วาลิตมองพี่สาวอย่างไม่เชื่อสายตา ส่วนฝ่ายนั้นยังไม่รู้ตัวยังคงเช็ดหน้าปัดเข็มทิศที่เต็มไปด้วยฝุ่นให้สะอาดและพูดต่อด้วยความภูมิใจในความมือไวของตน

มันเอามา เพื่อ...

วาลิตคิดอย่างปลงตกในความฉลาดที่ไม่เป็นเรื่องของพี่สาว เธออยากจะถอดรองเท้ามาตบหัวพี่สาวให้รู้จักการใช้ของให้ถูกโอกาสซะบ้าง

“จะเอามาบอกทิศทำซากอะไรฟะ นี่มันเขาวงกตนะโว้ย!”วาลิตตะคอกใส่อย่างหัวเสียพร้อมกับถลึงตามองด้วยความโมโห
“แหม แหม น้องพี่อย่าพึ่งอารมณ์เสียสิจ๊ะ เจ้าเข็มทิศเนี่ยมันจะบอก...อ่าว”วาลิอันสาธยายไม่ทันจบต้องร้องเสียงหลง เมื่อพบว่าเข็มทิศที่ตนเอามาจากห้องลับใต้ดินไม่ได้ชี้บอกทิศอย่างที่ควรจะเป็น เข็มของมันกลับหมุนเป็นวงกลมกลับไปกลับมาไม่หยุดนิ่ง
“เข็มทิศใช้กับที่นี่ไม่ได้สินะ”วาลิตเอ่ยขึ้นหลังจากมองเข็มทิศในมือของวาลิอันและสรุปคร่าวๆ
“อย่างนี้มันก็ไม่มีประโยชน์น่ะสิ”วาลิอันเอ่ยอย่างเสียดาย

มันไม่มีประโยชน์ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ วาลิอัน


(เเป้กก็อย่าว่ากันนะคะ T^T)



http://i1003.photobucket.com/albums/af1 ... alex/4.jpg
http://i1003.photobucket.com/albums/af1 ... alex/5.jpg
http://i1003.photobucket.com/albums/af1 ... alex/6.jpg


สุดท้าย...มีใครพอจะอธิบายได้มั่งค่ะว่า "ตลกร้าย" คืออะไร (ข้องใจมานานเเล้วง่ะ)
รูปภาพ
Funny Futago ชีวิตคู่...ตั้งเเต่เกิด
カンタンに 行かないから 生きてゆける
Nakki @ Dek-D
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2747

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2007, 21:56

ที่อยู่: ขั้วโลกเหนือ

โพสต์ 14 ต.ค. 2009, 15:10

Re: อ่านอย่างไรให้เทพ... !? (ว่าด้วยบทสนทนา)

ไหน ๆก็ว่างแล้วก็ขอแชร์ประสบการณ์การวิเคราะห์fic ที่ทำอยู่เป็นประจำด้วยคนค่ะ (แม้ว่าจะมีคนอ่านน้อยหรืออ่านแล้วไม่แสดงทัศนะร่วมแต่อย่างใดก็ตามที)

* ก่อนที่จะเขียนและยกตัวอย่างเรื่องใด ๆต้องขอโทษเจ้าขอผลงานที่นำผลงานของท่านมาใช้โดยไม่ได้ขออนุญาติและเขียนอย่างตรงไปตรงมา แต่ทั้งนี้เราทำในฐานะที่เราเป็นคนอ่านค่ะ

*การวิเคราะห์จะอยู่ในมุมมองของเซ ดังนั้นมุมมองของท่านสามารถเห็นต่างได้

สำหรับเซอาจจะต่างกับแน๊กตรงที่แน๊กวิเคราะห์เป็นหลักการมากกว่า โดยส่วนใหญ่เซจะใช้เซ้นท์ควบคู่กันไปด้วยเสมอ

ประการแรก...เราวิเคราะห์เรื่องในฐานะของคนอ่านแล้วค่อยมาปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดในฐานะของคนเขียนทีหลัง ถ้าทำอย่างนั้นเซคิดว่าเราย่อมเห็นมุมมองที่กว้างกว่าการที่จะบอกตัวเองว่าเราอ่านในฐานะคนเขียนว่าตรงนั้นไม่ดีก็ไม่สนใจแล้ว

* วิเคราะห์ไม่ต่างจากการสับและคอมเมนท์เท่าไหร่เพราะคอมเมนท์หรือสับก็ต้องวิเคราะห์เหมือนกัน

ประการสอง สืบเนื่องมาจากการเป็น "คนอ่าน" ของเรา เราอ่านแล้วเรา "เห็นอะไรที่เขาสื่อบ้าง?!" เมื่อเห็นแล้ว "เขาสามารถดึงให้เรามีส่วนร่วม" ได้มากน้อยแค่ไหน

สืบเนื่องมาจากประการที่สอง เราชอบหรือไ่ม่ชอบ ชอบเพราะอะไร ไม่ชอบเพราะอะไรแล้วถ้าเป็นเราจะเขียนว่ายังไง ถ้าชอบก็จำไว้ว่าถ้าใช้ได้ในบทความองตนเองจะปรับได้มากน้อยแค่ไหน เช่น

"เฮ้...เธอ ฮาโหล...พวกมันยังพยายามพังประตูอยู่มั้ย" ชายหนุ่มที่จอดรถอยู่ข้างหน้าโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งกำลังพยายามติดต่อเด็ก สาวที่ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับเลย ชายหนุ่มเริ่มสังหรใจไม่ดีจึงรีบเข้าไปในโรงเรียน ภายในโรงเรียนมีแต่หนังสือ โต๊ะเรียนกองอยู่บนพื้น มีพวกมันในชุดนักเรียนเปื้อนเลือด แต่เขาไม่สนใจเนื่องจากพวกมันค่อนข้างช้า ตามทางเดินเริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆเขาจึงเปิดไฟฉาย ตอนนี้ชายหนุ่มเดินไปตามทางเดินโดยเอาหลังชิดผนัง เขาไม่ทราบทางที่จะไปโรงยิมที่เด็กสาวอยู่จึงใช้วิธีสำรวจไปทีละทาง


Credit : The reason of the infectious - smsnsd

*สีฟ้าคือจุดที่เซไม่ชอบเท่าไหร่

จุดแรก - นึกภาพที่สื่อออกมาแล้วไม่สมจริงค่ะ ข้างนอกปีศาจต่าล่าฆ่าแทบตายยังมายืนหน้าโรงเรียนได้อยู่เลย แถมเพิ่มความไม่สมจริงด้วยการตะโกนเรียกทั้ง ๆที่รู้ว่าความหวังเป็นศูนย์ และสุดท้าย....ภาษาวิบัติรวมถึงน้ำเสียงที่ใช้สื่อให้เห็นว่าผู้ชายคนนี้ใจเย็นมาก ถ้าเป็นเซ ในฐานะคนอ่านและคนเขียนถ้าเซเขียนเขียนตรงนี้ เซจะสื่อด้วยความคิดมากกว่าคำพูดและการตัดสินใจอย่างรวดเร็วของผู้ชายคนนี้

จุดที่สอง - เซรู้สึกว่าคนเขียนต้องการจะบอกว่าซอมบี้กระจอกมากเหมือนเป็นเครื่องประดับตามห้องอะไรอย่างนี้มากกว่า อย่างน้อยถ้าจะดึงซอมบี้มาเล่นในเรื่องมันต้องมีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่านี้น่ะค่ะ

[*แถมคอมเมนท์ให้กับย่อหน้านี้* (ไหน ๆเอาของเขามาต้องแทนบุญคุณ)
เซเข้าใจค่ะว่าโรงเรียนก็ต้องมีโต๊ะเรียนหรืออะไรพวกนั้น แต่ไม่ใช่ว่าเข้าสู่ประตูโรงเรียนปุ๊บเห็นโต๊ะเกลือนปั๊บก่อนที่จะเดินไปถึงห้องเรียนแล้วเสียอีก :e16 คือความเป็นไปได้มันมีน้อยค่ะ ส่วนทางด้านภาษาก็ติดตรงคำพูดนี่แหละค่ะ ยอมรับว่าลักษณะของเขียนมีความหลากหลายยิ่งขึ้นแต่ก็ยังบรรยายดิบเกินไปอยู่ดี ดำเนินเรื่องเร็วพอสมควรค่ะ อยากให้ยืดมากกว่านี้หน่อย]

นี่เป็นตัวอย่างของการเวิคราะห์ในแบบที่เซทำนะ :e16

หรือจะให้ยกอีกตัวอย่างหนึ่ง เช่น

ทันทีที่ B.O.W. ในร่างมนุษย์ก้าวเท้าเข้ามาทางประตู หล่อนพุ่งออกจากมุมอับสายตา ตวัดสายไฟรัดลำคออีกฝ่าย หากเขาไม่แม้แต่จะดิ้นรนขัดขืน ...ไม่หยี่ระ ...ไม่สะทกสะท้าน หญิงสาวแทบจะกรีดร้องอย่างเสียขวัญเมื่อเขาปรายหางตามองหล่อนอย่างเวทนา ผ่านกรอบแว่นดำ

“ไอ้บัดซบ!”

หล่อนกระแทกฝ่ามือบนใบหน้า กดศีรษะเขาอัดกับผนังหินอ่อนด้วยพละพลังทั้งหมดในฐานะมือสังหาร พละกำลังที่ควรจะสามารถบดกะโหลกและฉีกเยื่อหุ้มสมองของเหยื่อได้ แรงสะท้อนลั่นขึ้นมาตามท่อนแขน แต่หล่อนไม่สนว่าข้อต่อจะหลุดหรือแขนจะหัก ...มันควรจะตาย

มันต้องตาย! มันต้องตาย!


สีหน้าเขาเรียบเฉย ดังรูปสลัก ริมฝีปากเผยอแยกส่อแววเหยียดหยาม เมื่อหญิงสาวถอนฝ่ามือออก แว่นดำเลื่อนหลุดจากกรอบตาลงมาคาอยู่บนสันจมูกได้รูป เผยให้เห็นนัยน์ตากระด้างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน... ครั้งหนึ่งดวงตาของเขาเคยเป็นสีฟ้าของไพลิน... อัญมณีที่เป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์ แต่บัดนี้มันกลายเป็นสีแดงสด เหมือนหยดเลือดที่หลั่งรินเพราะทรราชย์


Credit : Perfect Resonance - Apayin

*สีเหลือง ชอบ

เหตุที่เซเลือกตอนนี้เพราะเป็นตอนที่เซชอบและสามารถสื่อภาพได้อย่างชัดเจนมาก ๆตอนหนึ่ง

ก่อนอื่นใดที่จะวิเคราะห์ คงต้องบอกว่าอ่านแล้วรู้สึกกระเทือนอารมณ์ถึงข้างใน :e16 ไม่รู้แหละอ่านแล้วชอบ ทีนี้ก็มาดูว่าเขาบรรยายอย่างไรทำไมเราถึงชอบหนักหนา?!
ภาษาที่ใช้มีความเหมาะสมลงตัว เพียงแค่ "กรีดร้องอย่างเสียขวัญ" ก็เห็นภาพและเข้าใจความรู้สึกที่รุนแรงได้เป็นอย่างดี รวมถึงการบรรยายที่กระชับได้ใจความหมาะกับสถานการณ์เป็นอย่างยิ่ง และีที่สำคัญ...ข้อความนี้ยังสื่อถึงควมมีตัวตนอันโหดร้ายของเวสเกอร์โดยที่ไม่ต้องพูดตรง ๆ

หรือถ้าจะวิเคราะห์กันทางด้านภาษาเทคนิกเป็นหลัก เช่น
เราพร้อมจะไปเเล้ว!!เสียงของชายหนุ่มคู่หูใหม่ตะโกนมาจากรถ
"งั้นไปกันเลยG'เเจ๊กพูด
"เเจ๊กขอขับ"เเน่ใจนะGว่าจะขับรถมันเเรงนะ
เเจ๊กพูดพร้อมยิ้มด้วยความไม่เเน่ใจในการขับรถของG
โอเครับไปเเจ๊กโยนกุญเเจจากประตูฝังคนขับไปให้Gที่อยู่อีกฝัง
พร้อมเดินสลับด่านกันเพื่อที่จะให้Gมาขับเเทน

Credit : No Mercy1- Hacker_Joker
*สีฟ้า ไม่ชอบ

อย่างที่เห็นค่ะว่าคำว่า "พูด" ที่ไฮไลท์เอาไว้นั้นมีมากมายเหลือเกิน ถ้าคำว่า"พูด" ไม่ใช่กริยาตัวเดียวกันหรืออะไรเซก็คงไม่สะดุด เทคนิกการเขียนให้คนอื่นรู้ว่าตัวละครตัวนี้พูดนั้นมันมีมากมายให้เลือกสรรอยู่แล้ว :e16 ยิ่งคำอะไรที่ซ้ำกันบ่อย ๆในการบรรยายยิ่งน่าเบื่อน่ะค่ะ

จุดที่สอง คือคนละคนพูดนะคะ แยกเครื่องหมายและบรรทัดด้วย รวมถึง "พูดพร้อมยิ้มด้วยความไม่แน่ใจ" เป็นอะไรที่รู้สึกว่าภาษาไม่สวยค่ะ เขียนตรงมาก ๆ นอกจากเขียนตรงแล้วรู้สึกไม่กระชับเสียด้วย :e16

เป็นต้น

ส่วนในเรื่องของบทสนทนามันขึ้นอยูกับนิสัยตัวละครและสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่มากกว่า :e16


---------------------------------------------------------------------------------------

แต่ถ้าจะเทียบวิธีเซกับแน๊กเซว่าวิธีของแน๊กอาจจะง่ายกว่าเพราะเป็นอะไรที่ตรงตัวมาก ๆ แต่ก็แล้วแต่ความถนัดของคนนะคะ :e3 วิธีเซเน้นภาพที่เห็นและความชอบ เน้นการคอมเมนท์แยกออกมาเป็นประเด็น ๆตรงจุดที่ชอบ ไม่ชอบและเทคนิกที่จะนำไปประยุกต์มากกว่า ดังนั้นเซจึงต้องเน้นอยู่เสมอว่าถ้าอยากเก่ง ทำไมต้องฝึกเมนท์คุณภาพ (คาดว่ากระทู้นั้นก็คงไม่มีใครอ่านอยู่ดี โนรีแอคชั่นมาก)
ขี้เกียจพิมพ์ใหม่ ขอก๊อปมาทั้งดุ้นแล้วกัน

นักเขียนคนไหนที่อยากขัดเกลาฝีมือของตัวเอง ยกมือให้เซเห็นหน่อย!!! :e13

วันนี้ เซใคร่ขอนำเสนอวิธีพัฒนาการเขียนของตนเองที่ค่อนข้างได้ผลและชัดเจนเจ้าค่ะ เพราะเซและนักเขียนอีกหลาย ๆคนก็พัฒนาดีขึ้นได้ก็เพราะวิธีนี้เหมือนกันนั่นคือ....

การฝึกคอมเมนท์ให้กับผู้อื่นอย่างมีคุณภาพ!!!

ทำอย่างไรล่ะเมนท์ถึงจะมีคุณภาพ ?

1. อย่ากลัว! ที่จะเมนท์ ถ้าเรากลัวที่จะเมนท์มัวแต่คิดไว้ในหัวเดี๋ยวก็เลือนลางหายไปอย่างแน่นอน :e16

2. อย่ากลัว! ที่จะจับจุดที่ดีและไม่ดีและเทคนิกของเขาออกมาแยกเป็นประเด็นเพราะนั่นจะทำ ให้คุณได้วิเคราะห์ว่าเขาดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไรและคุณจะนำไปประยุกต์ใช้กับงานของคุณอย่างไร!และ "อย่ากลัว" ที่จะ "เสนอแนะ"

'NObody Perfect'

3. อย่ากลัว! ว่าคนที่คุณเมนท์จะเขียนเก่งกว่าคุณเพราะถ้าคุณกลัวเขาคุณจะไม่ได้อะไรกลับไปเลยแม้แต่น้อย

4. อย่ากลัว! ที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเจ้าของเรื่องด้วยเหตุผลต่อเหตุผล ยิ่งแลกเปลี่ยนแนวคิดกันมากยิ่งได้ไอเดียมากเช่นกัน

5. อย่าคิด! เชียวว่าคุณเขียนเก่งแต่เกิด จง"อ่าน" เรื่องของเขาอย่างตั้งใจแล้วย้อนปฏิบัติตามตั้งแต่ข้อ 1 ลงมาเสีย ถ้าใครรับการคอมเมนท์ของคุณไม่ได้ก็ไม่ต้องไปเมนท์ต่อเพราะเขาไม่ต้องการ ก้าวไปกับเรา

6. อย่าคิด! ว่าสิ่งที่คุณทำไปหรือเขามาเขียนให้เราเป็นการจับผิดเนื่องด้วยผลประโยชน์ต่อตัวคุณที่ตามมานั้นมหาศาลนัก

และ ผลพลอยได้ที่คุณพึงจะได้....ถ้าคุณคอมเมนท์ดี ภาษาดี แนวคิดดี ทำให้เขารู้สึกว่าคุณสนใจเรื่องของเขาจริง ๆเขาจะกลับมาอ่านและคอมเมนท์ให้แก่คุณเอง ถ้าเป็นคอมเมนท์คุณภาพคุณก็จะพัฒนาฝีมือไปอย่างรวดเร็ว สร้างเครือข่ายและฉันท์มิตรรวมถึงคอมเมนท์อื่น ๆด้วย


อยากลองทำสักครั้งไหมล่ะ ?! แต่ใช่ว่าครั้งเดียวแล้วจะเห็นผลนะ :e16

ปล. แค่คอมเมนท์ไปก่อนยังไม่ต้องสับแบบข้าพเจ้าหรอก ตาลาย

ไว้เชี่ยว ๆอยากสับค่อยสับ :e13

สารบัญ Fic ของข้าพเจ้า

รูปภาพ
หนูจะแต่งเข้าตระกูล Wooster แล้วค่ะ !! ได้ทั้งเงิน เอ๊ย!! คุณเบอร์ตี้ ได้ทั้งพ่อบ้านสารพัดประโยชน์ด้วย!!

ใครอยากให้เมนท์ขอให้แจ้งมาด้วยนะคะ และใครอยากให้สับให้ก็เอา Url มาลงกระทู้สับหรือ Pm เช่นเดียวกับเมนท์...
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6234

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 14 ต.ค. 2009, 16:01

Re: อ่านอย่างไรให้เทพ... !? (ว่าด้วยบทสนทนา)

โอว ชอบการสอนเรื่องนี้มาก เพราะส่วนตัวเป็นคนบ้าการแต่งบทสนทนา ยอมรับเลยว่าเวลาอ่านหนังสือที่เป็นเล่ม ๆ (ไม่ต้องเจาะจงอ่านเพื่อเม้นท์เขา อ่านเอาสนุกอย่างเดียว) คำบรรยงคำบรรยานี่กวาดตาผ่านพอรับรู้ใส่สมอง นั่งเพ่งแต่บทสนทนาเหมือนคนบ้า ยิ่งคำพูดคำจาดูมีเลศนัยจะคิดไปร้อยแปดพันเก้า บางทีคิดมากเกิน คนแต่งมันไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งไว้สักหน่อยก็มี ติ๊งต๊องดีแท้ตู -*-

ส่วนตัวคิดว่าการสนทนานั้นเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดึงเอาเอกลักษณ์เฉพาะตนออกมาได้ดีทีเดียวนะคะ เรียกได้ว่าบางครั้งอ่านแล้วแทบจะรู้เลยว่าคน ๆนั้นนิสัยอย่างไร เอ่อ...แต่ไม่ใช่ว่าผู้ร้ายในเรื่องนิสัยแย่ พูดหยาบ หรือพูดจาดูถูกคนอื่น พูดจาไม่ดี บลา ๆๆๆ แล้วคนแต่งจะต้องชั่วนะคะ แต่เราพูดในลักษณะของเอกลักษณ์ในบทสนทนาน่ะค่ะ เรียกได้ว่าของนักเขียนบางคนที่เราจำสำนวนได้ ตัดมาแต่บทสนทนาเราก็บอกได้เลยว่าใครแต่งเพราะมันมีเอกลักษณ์ของมัน สำหรับเรานั้นมันอาจจะยิ่งกว่าบทบรรยายเสียอีก เพราะความไร้ขีดจำกัดของมันมีมากกว่า (เฉพาะสำหรับเรานะคะ สำหรับคนอื่นอาจจะไม่เหมือนกัน)

เช่น ถ้าเป็นบทสนทนาที่ค่อนข้างเนิ่นช้า ละเมียดละไมนี่ เราจะนึกถึงแน็กก่อนคนแรก และที่สำคัญบทสนทนาของแน็กจะสุภาพมากด้วย ต่อให้เป็นตอนที่ตัวละครต่อว่ากัน ก็ยังอ่านแล้วรู้สึกว่าตัวละครตัวนี้ไม่ใช่คนหยาบคายกักขฬะโดยสันดาน (ไม่นับตัวที่ผู้ร๊ายผู้ร้ายจริง ๆนะคะ) หรือ ถ้าเป็นบทสนทนาที่อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยน และดูน่ารักแบบเด็กสาวก็จะเป็นของพี่เซ เพราะไม่ว่าเรื่องไหน ๆ ก็อ่านแล้วรู้สึกแบบนั้น ต่อให้ตัวละครกำลังเคียดแค้น ก็เป็นการเคียดแค้นแบบหญิงสาวที่ถูกทำร้าย

สำนวนของทั้งสองคนข้างต้นนี้เรียกได้ว่า แต่ปรายตาอ่านก็รู้เลยว่าคนแต่งเป็นผู้หญิงค่ะ โดยเฉพาะเรื่องของพี่เซจะเด่นชัดที่สุด

แต่ไอ้พวกที่ฮา ๆหลุดโลกน่ะ คงไม่ต้องบอกนะ ว่าบทสนทนาของพี่คนไหน มีคนเดียวหนึ่งเดียวในใจเรา :e13

บางคนอาจจะมองว่า อ้าว...บทสนทนาจะเป็นแบบไหน น่าจะแล้วแต่ตัวละครมากกว่าไม่ใช่เหรอ ก็ใช่ค่ะ แต่เวลาคนละคนแต่ง คนเลวของคนหนึ่งก็จะเป็นแบบหนึ่ง คนเลวของอีกคนก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง คนดีของแต่ละคนก็แตกต่างกันไปเช่นกัน และนี่แหล่ะค่ะคือที่มาของ 'เอกลักษณ์'


ป.ล. ตลกร้าย คือตลกที่ให้ความรู้สึกแสบ ๆคัน ๆ แบบว่าจะตลกได้ต้องมีใครสักคนซวย ตลกเบาสมองออกแนวแฮปปี้ไม่ใช่ และบางทีตลกร้ายก็อ่านแล้วไม่ได้ขำก๊าก ไม่ได้หัวเราะ แต่มันจะรู้สึกสาแก่ใจอย่างประหลาด นั่นแหล่ะตลกร้าย

ป.ล.2 เอ้อ ถ้าแน็กชอบอ่านประมาณบทความเกี่ยวกับการเขียน พี่วาวมีบทความใหม่ด้วยล่ะค่ะ ไม่รู้น้องเห็นยัง เชื่อว่าเป็นประโยชน์มาก ๆเลยล่ะ พี่เองก็ได้รู้อะไรใหม่ ๆจากบทความของวาวเยอะเลย ถ้าอ่านแล้วไม่เป็นไรนะคะ แต่พี่มาบอกเพราะกลัวว่าน้องอาจจะไม่เห็นเนื่องจากพี่เอาขึ้นไปปักหมุดอ่า... มีคนไม่เห็นเยอะเหมือนกัน น่าเสียดาย เป็นงานเขียนที่ละเอียดมาก มีแบบทดสอบราวเกือบ 300 ข้อแน่ะ
<<

JumJim

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2091

ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 16:36

โพสต์ 14 ต.ค. 2009, 16:39

Re: อ่านอย่างไรให้เทพ... !? (ว่าด้วยบทสนทนา)

ในความคิดนักอ่านอย่างเรานะคะ เราว่าบทสนทนาเป็นอะไรที่ยากยิ่งกว่าบทบรรยายเสียอีก ทั้งนี้ยังเป็นการวัดฝีมือของผู้แต่งได้ดียิ่งกว่าบทบรรยายอีกด้วย

คิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของการแต่งบทสนทนาคือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้บทสนทนานั้นดูมีชีวิต และฟังดูแล้วรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่คนจริง ๆกำลังพูดกันอยู่ ซึ่งตรงจุดนี้เป็นจุดที่เราคิดว่าทำได้ยากมากค่ะ และโดยทั่วไป ปัญหาบทสนทนาแข็งปราศจากชีวิตจะพบเห็นได้ในวรรณกรรมที่ใช้ภาษาไพเราะหรือเน้นการบรรยายเป็นพิเศษ ซึ่งเราว่าน่าเสียดายมากนะคะ เพราะติดแค่ตรงบทสนทนาอย่างเดียวจริง ๆ นอกนั้นถือว่าดีเยี่ยมไปเสียหมดแล้ว

นักเขียนหลายคนแต่งบทสนทนาที่ใช้คำพูดสวยหรู ภาษาเพราะ วาทศิลป์ดีเยี่ยม เรียกได้ว่าด้านภาษานี้ไม่มีอะไรจะให้ติติงได้อีกแล้ว แต่กระนั้นจุดบกพร่องสำคัญกลับกลายเป็นว่าบทสนทนานั้นเป็นบทสนทนาที่แข็งและปราศจากชีวิต และสำหรับคนที่ประสบปัญหานี้ก็มักจะพบว่ามันแก้ไขยากมากซะด้วยสิ...

ดังนั้นจะเห็นว่าเรื่องที่ไม่ได้เครียดกับการบรรยายมากว่าจะต้องใช้ภาษาให้สวยหรือไพเราะ เรื่องนั้นจะมีบทสนทนาที่ค่อนข้างมีชีวิตและสมจริงมากกว่าค่ะ อย่างเรื่องแนวรั่ว ๆหลาย ๆเรื่องเนี่ยแหละ ที่อ่านแล้วถึงมันจะรั่วฮาป่าเถื่อนแค่ไหน แต่บทสนทนานั้นจะไม่แข็งและเป็นธรรมชาติดีค่ะ

แนะนำว่าเวลาจะแต่งบทสนทนาออกมา เราต้องคิดว่าถ้าเป็นคนจริง ๆจะใช้คำพูดแบบนี้หรือเปล่า หรือไม่เช่นนั้นก็ลองสมมุติตัวเองเป็นตัวละครก็ได้ แล้วลองคิดดูว่าเราจะพูดอะไรแบบนั้นออกมาได้จริง ๆหรือ ถ้านักเขียนคนใดสามารถแต่งบทสนทนาที่มีภาษาไพเราะและยังมีชีวิตได้ด้วย เราคิดว่าเรื่องบทสนทนาก็คงจะไม่เป็นปัญหาสำหรับนักเขียนคนนั้นอีกต่อไปค่ะ

ถ้าให้ยกตัวอย่างนักเขียนที่แต่งบทสนทนาได้ดีมาก ๆในบอร์ดนี้(และดีมาก ๆด้วยแม้เมื่อเทียบกับหนังสือที่วางแผงหลายเรื่อง) นักเขียนคนนั้นก็เห็นจะเป็น แพร Apayin อย่างไม่ต้องสงสัย หากอยากรู้ว่าบทสนทนาที่ไม่แข็งและเป็นธรรมชาติเป็นอย่างไร เราแนะนำให้อ่านนิยายของนักเขียนคนนี้นะคะ เชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่ดีสำหรับนักแต่งนิยายคนอื่น ๆแน่นอนค่ะ

ส่วนที่แน๊กถามว่าตลกร้ายเป็นอย่างไร เห็นว่าแพรก็อธิบายไปแล้วคร่าว ๆ ส่วนเราจะขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นค่ะ

ขอยกตัวอย่างจากเรื่อง "Perfect Resonance [Chapter 27: What Remains] ของแพร Apayin นี่แหละค่ะ
“เสื่อมถอยเป็นคำที่ไม่ถูกต้องนัก หน้าที่ของ Thalamus ไม่ได้มีแค่การรับรู้และตอบสนองต่อความเจ็บปวด หากไวรัสทำให้ประสิทธิภาพของมันถดถอยลงก็มีแต่จะเกิดผลเสียต่อโฮส ...ที่ถูกคือไวรัสมีความสามารถในปรับตัวเข้ากับการตอบสนองต่อสิ่งเร้า ทันทีที่ร่างกายของโฮสได้รับบาดเจ็บ มันจะเข้าไปควบคุมการส่งกระแสประสาทของ Thalamus ไว้ชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้โฮสได้รับความเจ็บปวดสาหัสจนถึงขั้นช็อกหมดสติหรือเสียชีวิต พูดง่าย ๆคือมันช่วยผมบรรเทาความเจ็บปวด”

“ไวรัสสามารถเข้าไปควบคุมกลไกที่ละเอียดอ่อนของโฮสได้ถึงขนาดนั้นเลยหรือคุณ!”

“ควบคุมได้อย่างแยบคายเสียด้วย...” สีหน้าอันตื่นตะลึงของอีกฝ่ายสร้างรอยยิ้มโอหังบนริมฝีปากภายใต้ครอบหน้ากาก แม้หญิงสาวจะมองไม่เห็นมัน แต่ความทระนงฉายชัดในแววตาที่ปราศจากแว่นปกคลุมนั้น “น่าทึ่งใช่ไหมคุณไมเยอร์?”

"ใช่...น่าทึ่งมาก คุณนี่โคตรเลย..." นาริทราพยักหน้า ถือเอาประโยคถัดไปเป็นความคิดเห็นปิดท้าย

“ถูกไวรัสมันลามสมองเอาแล้วยังจะตีหน้าระรื่นอยู่ได้...”


เขาล่ะเกลียดนังบ้านี่จริง ๆ!


ป.ล.
Bear_killer เขียน:จุดที่สอง - เซรู้สึกว่าคนเขียนต้องการจะบอกว่าซอมบี้กระจอกมากเหมือนเป็นเครื่องประดับตามห้องอะไรอย่างนี้มากกว่า อย่างน้อยถ้าจะดึงซอมบี้มาเล่นในเรื่องมันต้องมีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่านี้น่ะค่ะ

ซอมบี้ภาค 1 มันกากมากจริง ๆแหละค่ะพี่แบร์ เดินช้ามากกกกกกก

กากขนาดว่าเราวิ่งวน ๆ รอบมันได้อย่างสบายบรื๋อเลยแหละ 5555+(ลองคิดภาพทำแบบนี้กับมอนเตอร์ภาค 4 สิ...ตาย ตายอย่างเดียวเท่านั้น-*-)
<<

smsnsd

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 707

ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 20:46

โพสต์ 14 ต.ค. 2009, 16:43

Re: อ่านอย่างไรให้เทพ... !? (ว่าด้วยบทสนทนา)

จะเอาไปประยุกต์ค่ะ

:e13
<<

hellboy

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 1106

ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ส.ค. 2007, 11:29

ที่อยู่: U.S.A.

โพสต์ 14 ต.ค. 2009, 20:09

Re: อ่านอย่างไรให้เทพ... !? (ว่าด้วยบทสนทนา)

มาขอร่วเรียนด้วยครับ เหอๆ ท่าจะต้องเอาไปใช้เยอะๆล่ะ
รูปภาพ
ที่ใดมีขาวที่นั่นย่อมมีดำ
นิยาย
viewtopic.php?f=30&t=12625&start=0
viewtopic.php?f=30&t=13662
<<

NIKize

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 282

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2008, 15:25

ที่อยู่: ข้างบ้านพี่ลีออนกับเจ๊เอด้าเเละไกลจากบ้านเเอชลี่

โพสต์ 14 ต.ค. 2009, 20:42

Re: อ่านอย่างไรให้เทพ... !? (ว่าด้วยบทสนทนา)

Apayin เขียน:
ป.ล. ตลกร้าย คือตลกที่ให้ความรู้สึกแสบ ๆคัน ๆ แบบว่าจะตลกได้ต้องมีใครสักคนซวย ตลกเบาสมองออกแนวแฮปปี้ไม่ใช่ และบางทีตลกร้ายก็อ่านแล้วไม่ได้ขำก๊าก ไม่ได้หัวเราะ แต่มันจะรู้สึกสาแก่ใจอย่างประหลาด นั่นแหล่ะตลกร้าย

ป.ล.2 เอ้อ ถ้าแน็กชอบอ่านประมาณบทความเกี่ยวกับการเขียน พี่วาวมีบทความใหม่ด้วยล่ะค่ะ ไม่รู้น้องเห็นยัง เชื่อว่าเป็นประโยชน์มาก ๆเลยล่ะ พี่เองก็ได้รู้อะไรใหม่ ๆจากบทความของวาวเยอะเลย ถ้าอ่านแล้วไม่เป็นไรนะคะ แต่พี่มาบอกเพราะกลัวว่าน้องอาจจะไม่เห็นเนื่องจากพี่เอาขึ้นไปปักหมุดอ่า... มีคนไม่เห็นเยอะเหมือนกัน น่าเสียดาย เป็นงานเขียนที่ละเอียดมาก มีแบบทดสอบราวเกือบ 300 ข้อแน่ะ


ขอบคุณพี่เเพรที่ให้คำตอบค่ะ

ส่วนบทความของวาวเเน็กเห็นเเล้วค่ะ เเต่ไม่รู้จะโพสต์อะไร เพราะคนอื่นชิงพูดกันไปหมด เเหะๆ

JumJim เขียน:นักเขียนหลายคนแต่งบทสนทนาที่ใช้คำพูดสวยหรู ภาษาเพราะ วาทศิลป์ดีเยี่ยม เรียกได้ว่าด้านภาษานี้ไม่มีอะไรจะให้ติติงได้อีกแล้ว แต่กระนั้นจุดบกพร่องสำคัญกลับกลายเป็นว่าบทสนทนานั้นเป็นบทสนทนาที่แข็งและปราศจากชีวิต และสำหรับคนที่ประสบปัญหานี้ก็มักจะพบว่ามันแก้ไขยากมากซะด้วยสิ...


เเอบเเทงใจดำเล็กๆเลยง่ะ วาวT^T
ตรงมากมาย อิอิ

ส่วนตัวเเล้วอยากให้พี่เเพรมาบอกเทคนิคการเเต่งบทสนทนาอ่าค่ะ
เพราะตัวเเน็กเองก็ชอบมาเน่าตรงจุดนี้อยู่เรื่อยเลยT^T
รูปภาพ
Funny Futago ชีวิตคู่...ตั้งเเต่เกิด
カンタンに 行かないから 生きてゆける
Nakki @ Dek-D
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

Zombie
Zombie

โพสต์: 11

ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2009, 18:19

ที่อยู่: ดาว Vulpini

โพสต์ 14 ต.ค. 2009, 23:36

Re: วิธีเขียนนิยาย อย่างไรให้เกิด!!(ว่าด้วยเรื่องคอมเมนท์คุณภาพ)

ขอบคุณครับ พี่XLR8(พี่หวัง)
<<

BioKunG

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 2888

ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2008, 00:08

ที่อยู่: BSAA : South East Asia - Special Operation Agents

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 00:23

Re: วิธีเขียนนิยาย อย่างไรให้เกิด!!(ว่าด้วยเรื่องคอมเมนท์คุณภาพ)

เขียนฟิคเหมือนเป็นการบริหารไอเดียเรา อยากเขียนอะไรก็ใส่ไป จะเป็นเรื่องราวคู่หูสุดมันส์เลือดสาดเรทอาร์ รักน้ำเน่าชวนเลี่ยน คู่เกย์รักกันชวนให้อ้วก(แปลกๆ) ฯลฯ ไม่ว่ากัน รักการเขียน ใส่ลงโลด!!!

ใครด่าปล่อยมัน พวกนั้นด่าเพราะไม่เข้าใจเนื้อเรื่อง

-การใช้ภาษาของบางคนอาจจะมาจากความคิดคนที่เรียนสูงหน่อย เลยทำให้เด็กบางคนอาจจะไม่เข้าใจภาษาผู้ใหญ่ที่เขียนออกมา มี งง บ้างเล็กน้อย โดยที่สังเกตมาไม่ถึง 5% หรอกที่ไม่เข้าใจ (เห็นว่าเวบนี้เด็กก็เยอะอยู่)

-บางคนโชว์เกรียนซะงั้น อันนี้ไม่ว่ากัน ตามใจเลย เพราะห้ามยังไงพวกนี้ก็ไม่ฟัง ไม่สน สงสัยโลกนี้มันจะต้องเป็นของมันคนเดียว

-บางคนรับไม่ได้เพราะตัวเองเเต่งดีและมั่นใจมากเกินไปว่าของตัวเองดี เเต่ไม่ดูของคนอื่น จริงๆแล้วยังมีอะไรผิดพลาดในด้านการใช้ภาษาที่อ่านเเล้วมันขัดๆหูยังไงไม่รู้ หรือน้อยใจ (เเต่อย่าน้อยใจไปเลย แก้ใหม่เอา)

-บางคนอาจจะพลาดในสิ่งที่ไม่ทันเห็นตอนตรวจ ทั้งนี้บางทีอาจจะมีพิมไปหลับไป (อย่างผมเป็นต้น เลยเป็นสาเหตุทำให้งานไม่เสร็จซะที) เลยมีคำตกค้างและผิดบ้าง

-นอกนั้นไม่รู้อะ มีไรก็ลองคิดๆเองเนอะ

คำติชมของทุกคนมีความหมาย มันคือกำลังในการเเต่ง มากกว่าที่ต้องมาสนเรื่องจำนวนคอมเม้น เยอะไม่เยอะมันไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเรารักในสิ่งที่เราทำไหม ก็เท่านั้นเอง

ฟิคเเรก อยากให้เเต่งเเบบสร้างขึ้นเองไม่รับสมัครตัวละคร เพราะส่วนใหญ่เเพรกับเซจะไปช่วยตรงนี้ซะส่วนมากกว่า
(เท่าที่เห็นนะ)

รู้สึกที่ผมเอามาเป็นเเบบก็หลายเรื่องนะ
Perfect resonance
s-virus
ลูน่าของเซ จำชื่อเรื่องไม่ได้ -*-
สามก๊กของใครน้อ ลืมๆๆๆๆ อันนั้นมันส์ เน้นไปที่โจโฉ
สตาร์วอร์สของภาคี ภาคที่บุกไทยไบโออะ
ทรายเล่นหิน -*- (ชอบชื่อเรื่องดี)

เทคนิคของผมเเต่งฟิค เเต่งเหมือนเราดูหนังอะ เล่าเป็นฉากๆเลย เเต่บรรยายเหตุการณ์รอบๆ อารมณ์ อะไรอย่างงี้อะ

ผมเเต่งเรื่องมาเรื่องหนึ่ง วางโครงเรื่องมาก่อน สร้างความเเข็งเเกร่งของโครงเรื่อง (จำมาจากสำนักพิมพ์เเจ่มใส่เขาสอนมา) สร้างตัวละครเลย ไม่ว่ามาก่อนหรือหลังก็ต้องสร้าง สำหรับผม ผมทำเป็นสารานุกรมเลย (เขียนลงบนเศษกระดาษต่างๆ) จะได้เเบ่งหมวดได้ถูกต้องก่อนที่จะลงมือเเต่ง

ผมเขียนฉากตอนเริ่มเรื่องเเละเขียนตอนจบทันทีเลย เเต่โครงเรื่องผมเเน่นเลยสามารถเเต่งตอนกลางๆเเละใส่ฉากเสริมอื่นๆไปได้โดยไม่หลุดเรื่อง เหมือนเราตีกรอบเนื้อเรื่องลงไปในเรื่องๆหนึ่ง ถ้าเเต่งไปเรื่อยๆโดยไม่ทำเเบบที่ผมทำ บางทีมันอาจจะออกนอกทะเลไปเลยก็ได้ เเละจะทำให้เราเบื่อ

ทั้งนี้เทคนิคใครเทคนิคมัน ^^

คนที่อ่านเช่นกัน ทั้งนี้ก็ควรให้โอกาสกันหน่อย บางทีการอัพช้าอาจจะมีเหตุจำเป็นของคนเเต่งจริงๆ ธุระ หรืออื่นๆ อย่าไปเร่ง ยิ่งเร่งเหมือนไปสร้างความกดดันนักเเต่ง เดี๋ยวเขาคิดไม่ออก เเล้วคนเขียนมันจะไปผูกคอตายเพราะคนอ่านเร่งกันจัง -*-

เเต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีหรอกเนอะ ทุกคนที่นี้รอกันได้

ปล. ช่วงนี้ที่ไม่ได้เเต่งเพราะมีทำงานเล็กๆน้อยๆ โดนเรียกใช้งานอยู่บ่อยมาก จึงเข้ามาก็เเค่มาโพสต์นิดๆหน่อย นึกว่าปิดเทอมเเล้วจะได้ทำก็ไม่ได้ทำ -*-
รูปภาพ
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6234

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 00:42

Re: วิธีเขียนนิยาย อย่างไรให้เกิด!!(ว่าด้วยเรื่องคอมเมนท์คุณภาพ)

พิมพ์ไปหลับไปแพรเองค่ะ แต่จะถึงขั้นหลับก็ไม่เชิงต้องเรียกว่าพิมพ์เสร็จลงไปกลิ้ง อ๊ากกกกกกกกก ตูคิดไม่ออก ตูขี้เกียจบรรยายฉากบู๊ แล้วฮึดกลับมาเขียนต่อแล้วก็ลงไปกลิ้ง อ๊ากกกกกกก อีกรอบ วนเวียนไม่จบสิ้น

เห็นด้วยกับพี่มิ้งนะคะว่าการวางโครงเรื่องนั้นสำคัญที่สุดเลย และเป็นการสร้างจุดเริ่มต้นที่ดีให้แก่เรื่องที่จะแต่งด้วย ไม่เช่นนั้นมันอาจจะยืดเยื้อหรือหดสั้นไป ออกทะเล ออกอวกาศ ลงจอดแถบดาวอังคารได้

รู้สึกที่ผมเอามาเป็นเเบบก็หลายเรื่องนะ
Perfect resonance
s-virus
ลูน่าของเซ จำชื่อเรื่องไม่ได้ -*-
สามก๊กของใครน้อ ลืมๆๆๆๆ อันนั้นมันส์ เน้นไปที่โจโฉ
สตาร์วอร์สของภาคี ภาคที่บุกไทยไบโออะ
ทรายเล่นหิน -*- (ชอบชื่อเรื่องดี)


ของพี่เซชื่อ Luna's Lullaby ค่ะ ส่วนสามก๊กและทรายเล่นหินของพี่เบียร์ Kevin Rayman
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 2747

ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2007, 21:56

ที่อยู่: ขั้วโลกเหนือ

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 08:48

Re: วิธีเขียนนิยาย อย่างไรให้เกิด!!(ว่าด้วยเรื่องคอมเมนท์คุณภาพ)

(รู้ทั้งรู้ว่าพวกเขาจะไม่อ่านเราก็จะเขียน :e13 )

ถูกส่วนหนึ่งค่ะที่เซจะไม่ค่อยเข้าไปอ่านฟิคที่รับสมัครตัวละครสำหรับมือใหม่ ๆ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าไปแสกนก่อนที่จะออกนะ :e3 บางเรื่องคนเขียนเขียนดีอยู่แล้วก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปิดลงใช่ไหมล่ะคะ?!

แต่เผอิญเรื่องเหล่านั้นเนี่ยคือคนเขียนถอดแบบมาในแบบเดียวกันเป็นนิยายตลาด สำนวนการขียนดิบเหมือนก๊อปกันมาเลย ดังนั้น...เมนท์เขาไปก็เมนท์เขาในเรื่องเดิม ๆซึ่งการเขียนดิบ ๆเซก็เคยเมนท์ไปหลาย ๆคนแล้วสู้เให้เขาไปอ่านต้นฉบับแล้วมาแก้ยังดีกว่าอีก

คือถ้าคนเขียนพลาดไม่เหมือนกันเซจะพอเขียนได้นะ แต่ปัญหาเดียวกันเหมือนไม่เคยไปอ่านฟิคหรือเมนท์ของคนอื่นเลยนี่สิ พอมาเขียนก็จะผิดในจุดเดียวกันเช่น วรรคผิด สะกดผิดแล้วไม่เชคเป็นสิบกว่าคำ เขียนดิบจนไม่สามารถมีส่วนร่วมไปกับเรื่อง หรือแม้กระทั่งตัวเนื้อเรื่องที่แทบถอดพิมพ์ออกมาจากกันเลย

โดยสรุปหากให้พูดตามตรงแล้ว หลาย ๆคนบอกว่าถ้ารับสมัครตัวละครแล้วเหมือนตัวเองจะมีส่วนร่วมไปกับเขาด้วย

"ซึ่ง"

คิดลึก ๆนะคะ ถ้าคุณสมัครตัวละครแล้วคนเขียนเขียนห่วยแตกไม่เอาอ่าว พอตัวละครคุณตายจะสนุกอีกไหม? พอตัวละครของคุณไม่ใช่พระเอก ไม่เทพจะสนุกไหม? คุณยังอยากมี่ส่วนร่วมแบบนั้นอีกไหม?

เทียบกับเรื่องรับสมัครบางเรื่อง(ซึ่งมีน้อยมากที่คุณภาพ)กับเรื่องที่ไม่รับสมัครเลยที่อ่านแล้วรู้สึกว่า "เห้ย! สนุกว่ะ" , "โห นางเอกน่ารักจัง" , "เหวอ? พระเอกเล่นกับใครไม่เล่นมันจะรอดไหมเนี่ย?" หรือ " พระเอกทุเรศจังทำนางเอกร้องไห้ รังแกอยู่นั่นแหละ ชั้นนะแค้นแทนนางเอกจนอยากวิ่งเข้าไปเตะคว่ำ" และ "จบแล้วเหรอ ยังมีอีกไหม วางไม่ลงจริง ๆ?"

เซไม่ได้บอกว่าการไปสมัครตัวละครทำให้รู้สึกว่ามีส่วนร่วมนั้นไม่ใช่ความมีส่วนร่วมที่แท้จริงนะคะ แต่อยากให้คิดว่าความมีส่วนร่วมแบบที่เสนอมากับการที่เห็นตัวละครของตัวเองไปโลดโผนในเรื่องอย่างเดียว อันไหนที่มันสนุกกว่ากัน? ? ?

เอาเป็นว่าเขียนเรื่องแรกเนี่ยแค่คุมพล๊อตคุมตัวละครก็ยากอยู่แล้วยังไปรับสมัครให้มันยากขึ้นไปอีก แค่ตัวละครของตัวเองหรือเนื้อเรื่องที่ไม่เคยสรรสร้างมาก่อนยังเอาตัวเองไม่รอดเลยจะไปเอาประวัติคนอื่นมาผูกเรื่องเปลี่ยนพล๊อตให้ยุ่งยากเข้าไปอีกทำไม? ? ?(ถ้าคุณบอกว่าคุณเอาตัวรอดได้คุณก็เขียนเนื้อเรื่องที่ไม่ใช่สูตรตายตัวเหมือนนิยายตลาดในบอร์ดมาให้ฉันอ่านสิพวกมือใหม่ :e13 )

เซก็งงเหมือนกันหลังจากที่เคยถามนักเขียนหลายคนแล้วว่าทำไมไม่ลองเขียนเองโดยที่ไม่รับสมัครล่ะ เซกลับได้คำตอบว่า "ไม่มีคนเมนท์ครับ"

แค่นี้แหละ...แค่ไม่มีคนเมนท์

หรือ...เขียนเองเขียนไม่ออกครับ...เซก็พูดเหมือนกันว่าแค่เรื่องตัวเองรับผิดชอบให้เขียนให้ออกไม่ได้ก็ไม่ต้องไปรับผิดชอบตัวละครของคนอื่ีนหรอกค่ะ

ยิ่งคิดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ คิดกันเยอะ ๆจนเป็นค่านิยม มันก็จะไม่มีคนเมนท์แบบนี้ไปเรื่อย ๆจนคุณไม่กล้าเขียนเรื่องที่ไม่รับสมัครนั่นแหละ กลัวไม่มีคนเมนท์ :e16

ในเรื่องแบบนี้เซโนคอมเมนท์เพราะไม่ค่อยเข้าไปเมนท์ให้เรื่องแบบนี้อยู่แล้วค่ะ :e3 เราก็เขียนของเราไปเรื่อย ๆได้รับคอมเมนท์คุณภาพไปดีกว่า แม้ว่าคอมเมนท์ที่ได้จะไม่มากนักแต่ทุกคอมเมนท์บอกเราว่าเขาอ่านและสนใจ เขาคิดว่าดีไม่ดีตรงไหน ตัวละครเป็นอย่างไร แค่นี้ก็พอใจแล้วค่ะ

Ps. ที่กล่าวมาไม่ใช่อคติต่อฟิคผู้สมัครทั้งหลายเพราะบางเรื่องที่รับสมัครก็สนุกดี :e16

PS. ถ้ามือใหม่อยากพัฒนาแนะนำให้อ่านเยอะ ๆค่ะ เรื่องของApayin , Shinvanis, Hellboy , cayman Gloom_Under_Night ก็น่าสนใจที่จะศึกษาค่ะ

PS. สุดท้ายสำหรับพวกมือใหม่...อ่านแล้วต้องวิคราะห์้ด้วยนะคะ หัดคอมเมนท์คุณภาพด้วยก็ดีเพราะมันให้ผลดีกับตัวคุณเองค่ะ
สารบัญ Fic ของข้าพเจ้า

รูปภาพ
หนูจะแต่งเข้าตระกูล Wooster แล้วค่ะ !! ได้ทั้งเงิน เอ๊ย!! คุณเบอร์ตี้ ได้ทั้งพ่อบ้านสารพัดประโยชน์ด้วย!!

ใครอยากให้เมนท์ขอให้แจ้งมาด้วยนะคะ และใครอยากให้สับให้ก็เอา Url มาลงกระทู้สับหรือ Pm เช่นเดียวกับเมนท์...
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6234

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 13:48

Re: วิธีเขียนนิยาย อย่างไรให้เกิด!!(ว่าด้วยเรื่องคอมเมนท์คุณภาพ)

เราอ่านได้ทุกฟิคนะ ถ้าสนุก ชอบหมดอ่ะ จริง ๆคือเป็นคนที่อะไรก็ได้ ง่าย ๆถ้าอ่านฟรี 555+ <<< พูดจาน่าเกลียดจริง

แต่ถ้าต้องซื้ออ่านก็จะเลือกแต่เรื่องแนวที่ชอบน่ะค่ะ แต่มาอยู่บอร์ดนี้ก็ดีนะ ทำให้ได้อ่านเรื่องหลายแนวเลย และเพิ่มความชอบเราให้หลากหลายขึ้นด้วย มีบางอย่างที่เราไม่เคยอ่านมาก่อน เช่น แนวรับสมัคร ยอมรับอย่างอาย ๆว่าไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยจนมาได้เจอในบอร์ดนี้ ตื่นเต้นเลย 5555+


พูดถึงฟิครับสมัครหน่อยดีกว่า

เรื่องรับสมัครที่สนุก ๆก็มีนะคะ เช่น เรื่องของคุณ cdcnkkuy004 (ชื่ออ่านยากจัง :e13 ) ซึ่งแบบนี้ถือเป็นเรื่องรับสมัครที่น่าชื่นชมนะ กระจายบทเสมอกัน แล้วตัวละครทุกตัวก็มีเสน่ห์ดี ใครอยากแต่งแนวรับสมัครให้ดูของคุณคนนี้เป็นตัวอย่าง

แต่ที่น่าเสียดายคือเรื่องรับสมัครอีกหลาย ๆเรื่องมักจะทิ้งตัวละครน่ะค่ะ หายไปเลยไม่แต่งให้จบ หรือเห็นตัวละครที่เราสมัครแล้วรู้สึกปวดกบาล ไม่แต่งต่อ ตายดีกว่ากรู (ถ้าเป็นแบบนั้นก็ขออภัยด้วยนะคะ -/\-") บางทีก็เลยคิดว่า เราไปสมัครดีไหมน้า เดี๋ยวก็เลิกแต่ง จริง ๆก็อยากจะร่วมสนุกด้วยกันกับทุกคนนะ

ดังนั้นขออย่างเดียว ถ้าใจรักจะแต่งแนวรับสมัครก็แต่งให้จบทีเถอะนะคะ เพราะคุณคนที่แต่งแนวรับสมัคร คุณแบกรับความหวังของคนที่สมัครไปด้วยนะ กรุณาอย่าทิ้งเรื่องไปเลยนะค้า T____T
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 16:42

Re: วิธีเขียนนิยาย อย่างไรให้เกิด!!(ว่าด้วยเรื่องคอมเมนท์คุณภาพ)

ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่า มีแต่คนชอบให้ผมแต่ง fic ตลก :e12 ทั้งๆที่แท้จริงแล้วผมนั้นเป็นคนที่มีสาระและคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน.......เอ้ยๆๆๆ เข้าเรื่อง

สำหรับผมเรื่องการรับสมัครตัวละคร มันเหมือนดาบสองคมนะครับ เพราะเราต้องแต่งตามความต้องการของเจ้าของตัวละครนั้นๆ สมมุติว่ามี 10 ตัวละครรับสมัคร เจ้าของทั้ง 10 คน ก็ต้องการจะเด่น จะดังกันซะให้ได้ บางที หนีกันไปเป็นฝ่ายพระเอกกันหมด - -" แล้วตัวร้ายจะสู้ได้ไหมเนี่ย? อีกเรื่องคือ ผมรู้สึกว่ามันออกจะโอเว่อร์เกินไปไหม? บางตัวละครอายุ แค่ 14-15 แต่ดันสามารถใช้อาวุธสงครามนานาชนิดได้ โอ้แม่เจ้า!!!!!!เทพไปไหมเนี่ย? บางทีอาจจะมีการผสมทางวัฒนธรรม ชื่อ ญี่ปุ่นจ้า แต่ดันเป็นคนไทย หรือเป็นคนไทย แต่กับรับวัฒนธรรมญี่ปุ่น เรื่องการรับสมัครตัวละครถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้ศึกษาเนื้อเรื้่องให้ดีก่อน และก็ถ้าจะให้ดีก็ต้องยอมเปิดใจบ้าง ไอ้การเรียกร้องโน้น เรียกร้องนี้จากคนแต่ง fic มันเหมือนกับเป็นการกดดันคนแต่งไปในตัว เกิดคนแต่งน้อยใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตายไป เอ้ย!!!!เลิกแต่งไปจะทำยังไง? ส่วนเรื่อง การคอมเม้นท์อย่างมีคุณภาพ ตอนนี้ผมกำลังพยายามสนองตอบต่อโครงการนี้อยู่ อิอิ จากนี้ไป ชื่อของ kevin ryman จะเริ่มปรากฎใน กท ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตามที แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ขอให้ผมสอบเสร็จก่อน ฮี่ๆๆๆๆๆ

ปล. หรือบางที ก็รับสมัครตัวละครแล้วหายไป มันหมายความว่าไงครับ? ถ้าไม่คิดจะแต่งจริงๆจังๆก็ไม่ต้องมาตั้ง กท ได้ไหม? มันดันบอร์ด fic ผมมันตกไปถึงไหนๆแล้วก็ไม่รู้ ชะเอ้ย!!!!หลุดจนได้ตู - -"
<<

Kevin Ryman

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1599

ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2008, 03:57

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 16:47

Re: อ่านอย่างไรให้เทพ... !? (ว่าด้วยบทสนทนา)

เป็นแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจครับ นี้น่าจะใช้เป็นแหล่งวัตถุดิบในการแต่ง fic ให้กับหลายๆคนในเว็บนี้ ขอบคุณมากครับ คุณ Nikize
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 6234

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 15 ต.ค. 2009, 16:53

Re: อ่านอย่างไรให้เทพ... !? (ว่าด้วยบทสนทนา)

เรื่องเทคนิคพี่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงอ่าแน็ก เพราะพี่ก็ไม่มีหลักการอะไรเลย นอกไปจากที่วาวบอกว่า ให้แต่งโดยคิดว่าคนจริง ๆเขาจะพูดแบบนี้หรือเปล่าเท่านั้นเองน่ะค่ะ ส่วนใหญ่พี่ออกแนวอยากเขียนอะไรก็เขียนเลยน่ะนะ ขออย่างเดียวไม่ให้ขัดกับคาแรกเตอร์ของตัวละครนั้น ๆก็พอจ้า :e7
ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Fan Fiction

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน