Moderator
โพสต์: 3312
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ม.ค. 2008, 22:51
ที่อยู่: บ้านของ MIKU นอนอยู่ทั้งวันทั้งคืนเพราะกลัวผีมาหลอก
วิวิฒนากาีร GAMES ต่างๆ

เกม
เกม เป็นลักษณะของกิจกรรมของมนุษย์เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เพื่อความสนุกสนานบันเทิง เพื่อฝึกทักษะ และเพื่อการเรียนรู้ เป็นต้น และในบางครั้งอาจใช้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาได้ เกมประกอบด้วยเป้าหมาย กฎเกณฑ์ การแข่งขันและปฏิสัมพันธ์ เกมมักจะเป็นการแข่งขันทางจิตใจหรือด้านร่างกาย หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ซึ่งส่งผลให้เกิดพัฒนาการของทักษะ ใช้เป็นรูปแบบของการออกกำลังกาย หรือการศึกษา บทบาทสมมุติและจิตศาสตร์ เป็นต้น เกมเป็นกิจกรรมของมนุษย์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน Royal Game of Ur, Senet และ Mancala เป็นเกมที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ โดยสามารถย้อนไปได้ถึง 2,600 ปีก่อนคริสตกาล
องค์ประกอบ : เกมจะต้องประกอบด้วย
- ผู้เล่นตามจำนวนของเกมนั้นๆ ที่กำหนด บางเกมหากผู้เล่นไม่ครบตามจำนวนก็ไม่สามารถเล่นได้
- อุปกรณ์การเล่นเกมนั้น ๆ
- เป้าหมายของเกม ซึ่งอาจมีเป้าหมายเดียวหรือหลายเป้าหมาย โดยผู้เล่นสามารถเลือกวิธีการเล่นได้
- กฎ กติกา และแนวทางของเกม ที่ผู้เล่นจะต้องปฏิบัติตาม
ประเภทของเกม มี 11 รูปแบบ

1.กีฬา
กีฬา ประกอบด้วยกิจกรรมปกติหรือทักษะที่อยู่ภายใต้กติกาซึ่งถูกกำหนดโดยความเห็นที่ตรงกันโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการพักผ่อน การแข่งขัน ความเพลิดเพลิน ความสำเร็จ การพัฒนาของทักษะ หรือหลายสิ่งรวมกัน กีฬาเป็นกิจกรรมที่ควบคู่กับการแข่งขัน และระบบคะแนน กีฬาหลายประเภทได้มีการจัดการแข่งขันในระดับเขต ประเทศ และระดับโลก ซึ่งกีฬาหลายชนิดได้มีการใส่เข้าและนำออกโดยการปรับปรุงของทางคณะกรรมการโอลิมปิกสากล เช่น รักบี้ ลาครอสส์ หรือ โปโล
ชนิดของกีฬา
การแข่งขันความเร็ว
ประเภทไม่ใช้อุปกรณ์ (ว่ายน้ำ วิ่ง...)
ประเภทมีอุปกรณ์ (จักรยาน พายเรือ พายเรือแคนู พายเรือคายัค ...)
ประเภทกำลังจากภายนอก (แข่งรถ ล่องเรือ เรือเร็ว...)
การแข่งเป็นคู่แข่งขัน
ประเภทต่อสู้ (ยูโด คาราเต้ มวย ฟันดาบ กีฬาฟันดาบไทย เทควันโด นินจุสสุ การต่อสู้แบบผสมผสาน)
ประเภทสนาม (เทนนิส แบดมินตัน วอลเลย์บอล สควอช ปิงปอง...)
ประเภททีม (เบสบอล และ ฟุตบอล เป็นที่นิยมทั่วโลก เบสบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในอเมริกาและญี่ปุ่น ส่วนฟุตบอลเป็นที่นิยมทั่วไป รักบี้ ฮอกกี้น้ำแข็ง ฮอกกี้ซอฟต์บอล เคอร์ลิง...)
การบรรลุผล
ประเภทเป้าหมาย (ยิงธนู ยิงปืน ...)
ประเภทการแสดง (ยิมนาสติก ต่อตัว ขี่ม้า โต้คลื่น ดำน้ำ วูซู สเก็ตน้ำแข็ง สเก็ตลีลา...)
ประเภทความแข็งแรง (ยกน้ำหนัก กระโดดไกลสามจังหวะ ทุ่มน้ำหนัก ...)
แบ่งตามประเภทอื่นๆ
เพนท์บอล กระบี่-กระบอง เชียร์ลีดเดอร์ ...
กีฬาเพื่อสุขภาพ คือ จะเป็นการเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน ผ่อนคลายจะได้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง เช่น
โยคะ
เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ
กายบริหาร
แอโรบิคdance
เต้นรำ
ดิสโก
เปตอง
การแข่งขันกีฬาสำคัญ
กีฬาโอลิมปิก
กีฬาเอเชียนเกมส์
กีฬาซีเกมส์
กีฬาฟุตบอลโลก
กีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์

2.เกมส์การละเล่น
เกมการละเล่น เกิดจากการสืบทอดทางวัฒนธรรมของในแต่ละพื้นที่นั้น ๆ โดยจะมีจุดประสงค์หลักเพื่อการสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน ซึ่งจะมีผู้เล่นจำนวนมากเข้ามาร่วมเล่นได้ เกมการละเล่นจะมีคุณลักษณะพิเศษแตกต่างกันออกไป โดย เกมส์การละเล่น นั้น จะแบ่งออก เป็น 2 ประเภท

.jpg)
2.1 การละเล่นเด็กไทย

ม้าก้านกล้วย
เป็นการละเล่นเด็กไทย โดยอาศัยก้านกล้วยที่ปลูกไว้ตามบริเวณข้างบ้านและในสวน ซึ่งผู้ใหญ่มักทำให้เด็กๆ เล่นเพื่อความสนุกเพลิดเพลิน และเป็นการฝึกการความแข็งแรงไปในตัว

กระโดดเชือก / กระโดดหนังยาง / กระโดดหนังสติ๊ก
การกระโดดเชือกมี 2 แบบ คือ การกระโดดเชือกเดี่ยว และการกระโดดเชือกหมู่ ใช้หนังสติ๊ก (หนังยาง) ถักร้อยจนเป็นเส้นยาว หรือ เชือกปอ ยาวพอที่จะตวัดพ้นศีรษะ ขมวดหัว - ท้ายเพื่อกันเชือกลุ่ย เวลาเล่นแกว่งเชือกด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วกระโดขึ้นลงตรงกลาง การกระโดดเชือกหมู่จะใช้เชือกที่ยาวกว่า มีผู้เล่นสองคนจับหัวท้ายข้างละคน คอยแกว่ง (หรือไกว) เชือก สามารถกระโดดได้พร้อมกันหลายๆ คน

กระต่ายขาเดียว
เป็นการละเล่นไล่จับประเภทหนึ่ง โดยผู้ที่ถูกเรียกว่าเป็น"กระต่าย" จะยืนบนขาข้างเดียว งอเข่าขาอีกข้างไม่ให้เท้าสัมผัสพื้น แล้วกระโดด+เขย่ง เพื่อไล่จับคนอื่นๆ ให้สลับมาเป็นกระต่ายแทน เล่นได้ตามลานโล่ง หรือสนามหญ้า ช่วยออกกำลังกายขา และฝึกทรงตัวด้วยขาข้างเดียว มักแบ่งเป็น สองทีมจำนวนคนเท่าๆ กัน หรือ อาจจะไม่ต้องมีทีมเลยก็ได้ ถ้ามี 2 คน มักไม่เล่น กระต่ายขาเดียว เพราะไล่จับกันไปมา ไม่เฮฮา หากมีจำนวนผู้เล่น 3-5 คน มักไม่แบ่งทีม แต่ถ้า 6 คนขึ้นไป สามารถแบ่งเป็นสองทีมเท่าๆ กัน แล้วทีมที่เป็นกระต่าย จะส่งกระต่ายมาทีละคน แล้วกระโดดเขย่ง ไล่แตะตัว อีกทีม หากกระต่ายเหนื่อย ก็แตะมือคนในทีมเดียวกัน สลับมาเป็นกระต่าย ไล่กวด แทน (คล้ายการ tag team มวยปล้ำ) เหตุที่เรียกว่า กระต่ายขาเดียว น่าจะมาจาก การเคลื่อนที่ของกระต่าย ที่ใช้ สองขาหลัง ดีดตัว กระโดดเตี้ยๆ เพื่อเคลื่อนไปยังตำแหน่งต่างๆ เมื่อเด็กเล่นไล่จับ แล้วเคลื่อนที่ด้วยการกระโดดเขย่งๆ ด้วยขาข้างเดียว จึงคล้ายกับการกระโดดของกระต่าย

ตั้งเต
การกระโดดขาเดียวไปภายในช่องสี่เหลี่ยมที่ขีดขึ้นบนพื้น ขนาด 5 แถว คูณ 2 คอลัมน์ (รวม 10 ช่อง) ทีละช่อง

บอลลูนด่าน / บอลลูนโป้ง
เด็กแบ่งเป็นสองทีม เป็นทีมดักจับ กับทีมหนี โดยที่ทีมจับ แต่ละคนจะตั้งด่านวิ่งได้เฉพาะตามแนวเส้นตรง และเส้นนอน ของพื้น ส่วนทีมหนี จะหลบหลีกวงแขนดักจับ วิ่งผ่านลงไปจนสุดด่าน แล้ววิ่งย้อนกลับขึ้นไปยังจุดเริ่มต้น ถ้าผ่านหมดทุกด่านก็จะชนะ

โมราเรียกชื่อ
ใช้ลูกปิงปองโยนขึ้นสูงเหนือหัวราวหนึ่งช่วงตัว แล้วเอ่ยชื่อคนอื่น ให้เข้ามารับที่ตกกระเด้งขึ้นมาจากพื้น หนึ่งครั้งเท่านั้น หากวิ่งมารับไม่ทันในการกระดอนหนึ่งครั้ง ถือว่ารับไม่ได้ ให้ลูกปิงปอง แล้วขว้างให้โดนเด็กคนอื่น โดนใคร คนนั้นก็เสีน่อง ซึ่งมักจะเจ็บแปดวงกลมๆ แดงๆ จบรอบล้างแต้ม เริ่มเล่นกันใหม่ ข้อควรระวังของผู้แพ้ที่ถูกจับ ขึ้นแท่น หากยืนขาไม่ชิดกัน จนลูกปอง รอดขา จะได้รับรางวัลให้ปาเพิ่มอีก 5 ครั้ง ส่วน คา 10 ก็เช่นกัน ถ้าปาแล้วติดคาหว่างขา จะโดนเพิ่มอีก 10 ความชื่อต้องวิ่งมารับให้ทัน เมื่อเรียกชื่อแล้ว เด็กที่เหลือ ก็จะฮือหนีออกห่างลูกปิงปอง เพราะกลัวโดนปาถูก หากเด็กที่ถูกเรียกชื่อรับลูกปิงปองได้ในการกระเด้งหนึ่งครั้ง ทุกคนก็จะฮือกลับมาล้อมวงรอเรียกชื่อใหม่อีกครั้ง รวมถึงจำชื่อเพื่อนๆ ที่ร่วมเล่นที่เราบอกทั้งหมด

เล่นห่วง
"ห่วง" เป็นอุปกรณ์การเล่นที่ประดิษฐ์จากไม้ไผ่ ซึ่งเหลาจนไม่มีคมเหลืออยู่ นำปลายทั้งสองข้างมาผูกเป็นวงกลม เล่นโดยการนำเข้ามาร่อนที่เอว เช่นเดียวกับการเล่นห่วงในปัจจุบัน นิยมเล่นกันเป็นกลุ่ม การละเล่นนี้จะทำให้เด็กๆ สนุกกับการออกกำลังกาย และได้พบปะเพื่อนฝูง

ขี่ม้าส่งเมือง
แบ่งผู้เล่นออกเป็นสองฝ่าย แล้วเลือกผู้เล่น 1 คน มาเล่นเป็นเจ้าเมือง ฝ่ายที่เริ่มก่อนจะกระซิบความลับให้เจ้าเมืองทราบ (อาจจะเป็นชื่อคนหรือเรื่องที่ตกลงกันไว้) ถ้าฝ่ายตรงข้ามทายถูกเจ้าเมืองจะบอกว่า "โป้ง" ฝ่ายที่ทายถูกก็จะชนะ และได้ฝ่ายแรกเป็นเชลย ถ้าทายผิดก็จะต้องตกเป็นเชลย ฝ่ายใดตกเป็นเชลยหมดก่อน ต้องเป็นม้าให้อีกฝ่ายหนึ่งขี่หลังไปส่งเมือง

กาฟักไข่
บางแห่งเรียกกว่า "ซิงไข่เต่า" ผู้เล่นเป็นอีกาหรือเต่าจะเข้าไปอยู่ในวงกลมที่ขีดไว้ คนอื่นๆอยู่นอกวงกลม พยายามแย่งเอาก้อนหินที่สมมุติว่าเป็นไข่มาให้ได้ อีกาหรือเต่าจะปัดป่ายแขนขาไปมา ถ้าโดนผู้ใดผู้นั้นจะต้องมาเล่นเป็นอีกาแทนทันที แต่ถ้าไข่ถูกแย่งหมด อีกาหรือเต่าจะต้องไปตามหาไข่ที่ผู้อื่นซ่อนไว้ หากหาไม่พบจะถูกจูงหูไปหาไข่ที่ซ่อนไว้ เป็นการลงโทษ
โทกเทก
อาจเรียกชื่อแตกต่างกันออกไปตามแต่ละท้องถิ่น เป็นการละเล่นที่ใช้อุปกรณ์ที่ทำมาจากไม้ไผ่ ประกอบด้วยท่อนไม้สั้นซึ่งเป็นที่เหยียบสำหรับยืน มีผ้าพันเพื่อไม่ให้เจ็บง่ามเท้า ไม้ท่อนยาวสำหรับใช้เป็นตัวยืนจับ เวลาเล่นต้องพยายามทรงตัวเดินจะทำให้รู้สึกว่าขายาวขึ้น เด็กๆ อาจจะแข่งขันกันว่าใครสามารถเดินได้เร็วกว่ากัน

มอญซ่อนผ้า
ทุกคนนั่งล้อมวงช่วยกันร้องว่า "มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ" มอญจะถ์อผ้าเดินรอบวงแล้วแอบหย่อนผ้า ไว้ข้างหลังผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง หากผู้เล่นคนนั้นรู้ตัวก่อนก็จะหยิบผ้ามาไล่ตีมอญ แล้ววิ่งมานั่งที่เดิม แต่หากว่ามอญเดินกลับมาอีกรอบหนึ่ง แล้วผู้เล่นคนนั้นยังไม่รู้ตัว ก็จะถูกมอญเอาผ้าตีหลัง และต้องเล่นเป็นมอญแทน

หมาไล่ห่าน
เลือกผู้เล่นคนหนึ่งเป็นหมาวิ่งไล่ อีกคนหนึ่งเป็นห่านวิ่งหนี ผู้เล่นนอกนั้นจับมือล้อมกันเป็นวง เมื่อห่านจวนตัวก็จะวิ่งลอดเข้าไปในวงล้อม ผู้ที่เล่นเป็นประตูต้องพยายาม กันไม่ให้หมาเข้าไปในหรือนอกวงทันห่าน กติกามีอยู่ว่าช่วงใดที่ผู้เล่นเป็นประตูพากันนั่งลง ถทอเป็นการปิดประตู หากห่านใดไล่ทันและโดนจับได้ก็ถือว่าแพ้

ลิงชิงหลัก
เลือกผู้เล่นคนหนึ่งสมมุติว่าเป็นลิงไม่มีหลัก ยืนอยู่กลางวง ผู้เล่นที่เหลือยืนเกาะหลักของตน (ใช้คนสมมุติเป็นหลักก็ได้) อยู่รอบวง กติกาคือผู้เล่นเป็นลิงมีหลักจะต้องสลับหลักเรื่อยๆ ลิงตัวที่ไม่มีหลักก็จะต้องพยายามแย่งหลักของตัวอื่นให้ได้ ถ้าวิ่งเร็วกว่าก็จะได้หลักไปครอง ลิงที่ช้ากว่าก็จะกลายเป็นลิงชิงหลัก คอยแย่งหลักคนอื่นต่อไป

ลูกช่วง
ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่หรือเศษหญ้าแห้งมาผูกปมเป็นลูกช่วง แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย เท่ากัน เริ่มเล่นด้วยการโยนลูกช่วงให้อีกฝ่ายหนึ่งรับ ถ้าฝ่ายตรงข้ามรับได้ก็จะต้องเอาลูกช่วงนั้นปากลับ มายังฝ่ายที่โยนมา ถ้าปาถูกตัวผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง ฝ่ายที่โยนมาก็จะได้คะแนน ความสนุกจะอยู่ที่ลีลาในการหลอกล่อ ชิงไหวชิงพริบ ของการหลบและการปาลูกช่วง ซึ่งอาจจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งสับสน

โพงพาง
ผู้ที่เล่นเป็น "ปลา" จะถูกผูกตาแล้วหมุน 3 รอบ ผู้เล่นอีกคนอื่นล้อมวงร้องว่า "โพงพางเอ๋ย สำเภาเข้าลอด ปูปลาตาบอด เข้าลอดโพงพาง" จบแล้วถามว่า "ปลาเป็นหรือปลาตาย?" ถ้าปลาตอบว่า "ปลาตาย" แปลว่าห้ามขยับ แต่ถ้าตอบว่า "ปลาเป็น" ก็ขยับได้ หากผู้เล่นเป็นปลา แตะถูกตัวคนใดคนหนึ่งแล้วทายชื่อถูก ผู้นั้นจะต้องกลายเป็นปลาแทน ถ้าไม่ถูกก็ให้ทายใหม่
โพงพาง คือ ชื่อของกับดักปลาชนิดหนึ่ง

รีรีข้าวสาร
ให้ผู้เล่นสองคน ใช้สองมือจับกัน แล้วยกโค้งขึ้นเสมือนซุ้มประตู ผู้เล่นที่เหลือเอามือจับเอวเดินเป็นแถวลอดประตูนั้นไป พร้อมกับร้องว่า "รีรีข้าวสาร สนทนา]]ข้าวเปลือก เด็กน้อยตาเหลือก เลือกท้องใบลาน คดข้าวใส่จาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน พานเอาคนข้างหลังไว้เพียวตัว" เมื่อถึงคำสุดท้าย ซุ้มประตูก็จะลดมือลง กักตัวผู้เล่นที่เดินผ่านมา ผู้เล่นที่ถูกกักตัวจะถูกคัดออก หรืออาจจะถูกลงโทษด้วยการให้รำหรือทำท่าทางอะไรก็ได้

ตี่จับ
แบ่งผู้เล่นเป็นสองฝ่าย มีเส้นแดนตรงกลาง ตัวแทนฝ่ายที่รุกจะต้องส่งเสียง "ตี่" ไม่ให้ขาดเสียง และจะต้องพยายามแตะตัวคนใดคนหนึ่ง ของฝ่ายรับมาเป็นเชลย ส่วนฝ่ายรับหากเห็นว่าคนที่รุกมากำลังจะหมดแรงหายใจ จะถอยกลับก็จะพยายามจับตัวไว้ให้ได้ หากคนที่รุกเข้ามาขาดเสียง "ตี่" ก่อนกลับเข้าแดนของตน ก็จะต้องตกเป็นเชลยของอีกฝ่าย
ชักเย่อ
ใช้เชือกเส้นใหญ่ยาวพอประมาณกับจำนวนผู้เล่น แบ่งผู้เล่นเป็นสองฝ่าย มีเส้นแดนตรงกลาง เมื่อสัญญาณเริ่ม ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มออกแรงดึงเชือก โดยพยายามดึงฝ่ายตรงข้ามให้เข้ามาในแดนของตน หากผู้แข่งขันเป็นชายหนึ่งฝ่ายและหญิงฝ่ายหนึ่ง อาจจะกำหนดให้ฝ่ายหญิงมีจำนวนมากกว่าชายก็ได้ เป็นการละเล่นไทยสอนให้รู้จักความสามัคคีและเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย

หมากเก็บ
จำนวนผู้เล่น : จำนวนผู้เล่น 2 – 4 คน วิธีเล่น :
ใช้ก้อนกรวดที่มีลักษณะกลมๆ 5 ก้อน เสี่ยงทายว่าใครจะเล่นก่อน โดยวิธีขึ้นร้าน คือ ถือหมาก ทั้งห้าเม็ดไว้แล้วโยนพลิกหงายหลังมือรับ แล้วพลิกมือกลับรับอีกที ใครเหลือหินอยู่ในหินอยู่ในมือมากที่สุด คนนั้นเล่นก่อน มีทั้งหมด 5 หมาก
หมากที่ 1 ทอดหมากให้ห่างๆ กัน เลือกลูกนำไว้ 1 เม็ด ควรใช้เม็ดกรวดที่ห่างที่สุด โยนเม็ดนำขึ้น แล้วเก็บทีละเม็ดพร้อมกับรับลูกนำที่หล่นลงมาให้ได้ ถ้ารับไม่ได้ถือว่า “ตาย” ขณะที่หยิบเม็ดที่ทอดนั้น ถ้ามือไปถูกเม็ดอื่นถือว่า ตาย
หมากที่ 2 เก็บทีละ 2 เม็ด
หมากที่ 3 เก็บทีละ 3 เม็ด
หมากที่ 4 ใช้โปะ ไม่ทอด คือ ถือหมากทั้งหมดไว้ในมือ โยนลูกนำขึ้นแล้วโปะเม็ดที่เหลือลงพื้น แล้วรวมทั้งหมดที่ถือไว้
“ขี้นร้าน” ได้กี่เม็ดเป็นแต้มของคนนั้น ถ้าขึ้นร้านเม็ดหล่นหมด ใช้หลังมือ รับไม่ได้ ถือว่า “ตาย” ไม่ได้แต้ม คนอื่นเล่นต่อไป ถ้าใครตายหมากไหนก็เริ่มต้นหมากนั้น ส่วนมาก กำหนดแต้ม 50-100 แต้ม เมื่อแต้มใกล้จะครบ เวลาขึ้นร้านต้องคอยระวังไม่ให้เกินแต้มที่กำหนด ถ้าเกิน ไปเท่าไร หมายถึงว่าต้องเริ่มต้นใหม่โดยได้แต้มที่เกินไปนั้น วิธีเล่นหมากเก็บนี้มีพลิกแพลงหลายอย่าง เช่น โยนลูกนำขึ้นเก็บทีละเม็ด เมื่อเก็บได้เม็ดหนึ่งก็โยน ขึ้นพร้อมกับลูกนำ 2 – 3 – 4 เม็ด ตามลำดับ หมาก 2 – 3 -4 ก็เล่นเหมือนกัน โยนขึ้นทั้งหมด เรียกว่า “หมากพวง” ถ้าโยนลูกนำขึ้นเล่นหมาก 1- 2 -3 -4 แต่พลิกข้างมือขึ้นรับลูกนำให้เข้าในมือระหว่างนิ้ว โป้งและนิ้วชี้ โดยทำเป็นรูปวงกลมเตรียมไว้เรียก “หมากจุ๊บ” ถ้าใช้มือซ้ายป้อง และเขี่ยหมากให้เข้าใน มือนั้นทีละลูกในหมาก 1 -2 -3 และ 4 ตามลำดับ เรียกว่า “อีกาเข้ารัง” ถ้าเขี่ยไม่เข้าจะตาย ถ้าใช้นิ้ว กลางกับนิ้วหัวแม่มือยันพื้น นิ้วอื่นปล่อยทำเป็นรูปซุ้มประตู เขี่ยหมากออกเรียกว่า “อีกาออกรัง” ถ้าใช้ นิ้วกลางกับนิ้วหัวแม่มือ ขดเป็นวงกลม นิ้วชี้ชั้ตรงนิ้ว นอกนั้นยันพื้นเป็นรูปรูปู เรียกว่า “รูปู” เมื่อจบ เกมการเล่นแล้วจะมีการกำทาย ผู้ชนะจะทายผู้แพ้ ว่ามีกี่เม็ด ถ้าทายผิดจะต้องถูกเขกเข่า กี่ทีตามที่ตนเอง ทายจนเหลือเม็ดสุดท้าย คนทายจะถือเม็ดไว้ในมือ แล้ววนพร้อมกับร้องเพลงประกอบ เมื่อร้องจบเอา มือหนึ่งกำไว้ งอข้อศอกขึ้นต้องบนมือที่กำอีกข้างหนึ่ง

โป้งแปะ / ซ่อนหา
การหา และการซ่อนตัว โดยมีเด็กหนึ่งคน หลับตานับเลข ให้เด็กคนอื่นๆ หนีไปหลบหาที่ซ่อน เมื่อนับเลขครบจำนวน หรือเด็กคนอื่นๆ ซ่อนเสร็จแล้ว ตะโกนบอกว่าเริ่มได้ เด็กที่มีหน้าที่"หา" จะเริ่มเดินหา ถ้ามองเห็นในสายตา ก็ยกนิ้วโป้ง พร้อมตะโกนว่า "โป้ง..." ตามด้วยชื่อของเด็กที่ถูกหาเจอ ไปเรื่อยๆ จนครบทุกคน โดยไม่ต้องแตะถูกตัว และเรียกชื่อให้ถูกต้อง แต่ก็มีเงื่อนไขว่า ถ้าเด็กที่ซ่อนตัวคนอื่นๆ แอบย่องเข้ามาข้างหลัง แล้ว"แปะ" หรือแตะถูกตัว คนเดินหา ก็แพ้ เป็น (คนหา) ซ้ำอีก คนเดินหา จึงต้องมองรอบๆ ตัว เหลียวซ้ายแลขวา คอย"โป้ง"คนอื่น และไม่ให้ตัวเองถูก"แปะ" ถ้าคนเดินหา ร้อง"โป้ง"จับได้ครบทุกคน เด็กคนที่ถูก"โป้ง"คนแรก ต้องเปลี่ยนมา ปิดตา เป็นคนเดินหา ให้เด็กคนอื่นๆ ซ่อน
ในกรณีที่คนเดินหา ถูก"แปะ" หรือ"โป้ง"เรียกชื่อผิด เด็กคนอื่นๆ มักจะดีใจ และตะโกนบอกให้รู้ทั่วๆ กันว่า "ไข่แตก" (ราวกับว่า คนเดินหา ทำไข่ไก่ตกแตก) เปรียบเสมือนได้ชัยชนะ และมีการทำโทษ โดยให้ผู้ที่ทำไข่แตก เอาสองมือประสานถักสิบนิ้วเข้าด้วยกัน หงายมือเหมือนแห เด็กคนอื่น ก็จะกำสองมือเหมือนฆ้อน แล้วตีลงบนแหนั้น ถ้ามือที่ถักประสานสิบนิ้วไว้หลุดออกจากกัน ก็คือแพ้ซ้ำสอง แต่ถ้าทนเจ็บมือไม่หลุดจากกันก็รอดพ้นการทำโทษอื่น

งูกินหาง
การละเล่นนี้ต้องมีพ่องูแม่ งู ส่วนผู้เล่นอื่นๆ เป็นลูกงู เอามือจับเอวแม่งูเป็นแถวยาว เริ่มเล่นด้วยการสนทนาระหว่างแม่งูกับพ่องู เมื่อสนทนาจบพ่องูจะพยายามไล่จับลูกงู ถ้าแตะถูกลูกงูคนใด คนนั้นจะต้องออกมาจากแถว แม่งูจะต้องปกป้องลูกงู การหนีของลูกงูต้องไม่ให้ขาดตอนจากกัน ต้องเลื้อยให้สวยงามเป็นกระบวนเหมือนงู
ลูกข่าง
ลูกข่าง เป็นของเล่นสำหรับเด็กที่หมุนบนแกนของตัวเอง ลูกข่างถือเป็นของเล่นที่เก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก มีใช้ในการละเล่นเพื่อความบันเทิง การพนันและยังรวมถึงการพยากรณ์ ในประเทศไทย ลูกข่างถือเป็นการละเล่นไทยชนิดหนึ่ง ที่มีการเล่นโดยการผูกด้วยเชือก และขว้างลูกขว้างลงพื้นให้เกิดการหมุน โดยมีกติกาการเล่น
1.หากขว้างลูกข่างไม่หมุนหรือออกนอกวงถือว่าแพ้
2.ผู้แพ้จะต้องนำลูกข่างของตนวางในวงกลมเพื่อให้คนอื่นใช้ลูกข่างที่พันเชือกขว้างไปบนลูกข่างนั้นเป็นการลงโทษ

เก้าอี้ดนตรี
เก้าอี้ดนตรี เป็นเกมประกอบเพลงอย่างนึงที่นิยมเล่นใน งานสังสรรค์ หรือ งานกิจกรรมสันทนาการ วิธีการเล่น ไม่จำกัดจำนวนผู้เล่น แต่จะจัดเก้าอี้เป็นวงกลมโดยมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนผู้เล่น เมื่อ เปิดเพลง หรือ ร้องเพลง ก็จะให้ผู้เล่นทุกคนเดินวนรอบเก้าอี้ เพื่อความสนุก ก็จะเดินรอบเก้าอี้ไปด้วย เมื่อเพลงหยุดหรือจบ ผู้เล่นก็จะต้องแย่งกันนั่งเก้าอี้ ใครที่ไม่ได้นั่งเก้าอี้ก็จะถูกคัดออก และ ลดจำนวนเก้าอี้ลง และเล่นใหม่ จนกว่าจะเหลือ หนึ่งคนเป็นผู้ชนะ มีการใช้สำนวน "เก้าอี้ดนตรี" ในสถานะการณ์ที่ต้องแย่งเก้าอี้กันนั่ง

2.2 การละเล่นพื้นเมือง
การละเล่นพื้นเมือง คือ การละเล่นที่แสดงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยสามารถแบ่งตามการละเล่นแต่ละภาค ได้แก่
ภาคกลางและภาคตะวันออก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสาน
ภาคเหนือ
ภาคใต้
ความแตกต่างของการละเล่นจะปรากฏใน ลักษณะ ท่าทางการร่ายรำ คำร้อง ดนตรี และการแต่งกาย การละเล่นเป็นกิจกรรมบันเทิงที่แฝงไว้ด้วยสัญลักษณ์ อันเนื่องด้วยวัฒนธรรมและประเพณี สะท้อนวิถีชีวิตและความเชื่อของสังคมที่สืบทอดมาแต่โบราณ การละเล่นบางอย่างของแต่ละภาคอาจได้รับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงที่มีพรมแดนติดต่อหรือใกล้เคียงกันกัน เช่น ประเทศลาว กัมพูชา พม่า จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น
ประวัติศาสตร์ได้มีการบันทึกว่า คนไทยมีการละเล่นมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย จากความในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยหลักที่ 1 กล่าวว่า “…ใครใคร่จักมักเล่น เล่น ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักเลื่อน เลื่อน…” และในสมัยอยุธยา ก็ได้กล่าวถึงการแสดงเรื่อง มโนห์รา ไว้ในบทละครครั้ง กรุงเก่า ได้กล่าวถึงการละเล่นนั้นบทละครนั้น ได้แก่ ลิงชิงหลัก และปลาลงอวน ประเพณีและวัฒนธรรมสมัยก่อน มักสอดแทรกความสนุกสนานบันเทิงควบคู่กันไปกับการทำงาน ทั้งในชีวิตประจำวัน และเทศกาลงานบุญ ตามระยะเวลาแห่งฤดูกาล
ลักษณะของกิจกรรมบันเทิงที่จัดอยู่ในการละเล่น ได้แก่
การแสดง หมายถึง การละเล่นที่รวมทั้งที่เป็นแบบแผนและการแสดงทั่วไปของชาวบ้าน ในรูปแบบการร้อง การบรรเลง การฟ้อนรำ ซึ่งประกอบด้วยดนตรี เพลงและนาฏศิลป์
มหรสพ หมายถึง การแสดงที่ฝ่ายบ้านเมืองจะเรียกเก็บค่าแสดงเป็นเงินภาษีแผ่นดินตามพระราชบัญญัติที่กำหนดไว้ตั้งแต่พุทธศักราช 2404 เป็นต้นมา ประกาศมหรสพว่าด้วยการละเล่นหลายประเภท ดังนี้ ละคร งิ้ว หุ่น หนังต่างๆ เพลง สักวา เสภา ลิเก กลองยาว ลาวแพน มอญรำและทวายรำ พิณพาทย์ มโหรี กลองแขก คฤหัสถ์สวดศพ และจำอวด
กีฬาและนันทนาการ คือ การละเล่นเพื่อความสนุกสนานตามเทศกาลและเล่นตามฤดูกาล และการละเล่นเพื่อการแข่งขัน หรือกิจกรรมที่ทำตามความสมัครใจในยามว่าง เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และผ่อนคลายความตึงเครียด
ที่มา : การละเล่นพื้นเมือง

3.เกมส์โชว์
เกมโชว์ (Game Show) : เป็นรูปแบบหนึ่งของรายการโทรทัศน์ นำเสนอโดยให้แขกรับเชิญซึ่งอาจจะเป็นดารานักแสดงหรือคนจากทางบ้าน เล่นเกมหรือเปิดป้ายเพื่อรับของรางวัลหรือเงินรางวัลต่างๆ บางรายการอาจจะเปิดโอกาสให้ผู้ชมทางบ้านมีส่วนร่วมด้วยการโทรศัพท์เข้ามาร่วมสนุกหรือส่งข้อความสั้นเข้ามาตอบคำถาม ปัจจุบันมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น ควิซโชว์ ฯลฯ
ประวัติ
สำหรับประวัติของรายการเกมโชว์ที่เริ่มในสหรัฐอเมริกานั้น มีต้นกำเนิดมาจากรายการวิทยุ เมื่อราวทศวรรษ 1930 โดยเริ่มจากผู้จัดรายการวิทยุมักจะสอดแทรกเกมการแข่งขันต่าง ๆ ในรายการ และให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมเล่นเกมด้วยรายการประเภทนี้ได้รับความนิยมมาก ดังนั้น ในราวทศวรรษ 1940 ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ เช่น รายการ Cash and Cary หรือ Play the game และได้รับความนิยมจากผู้ชมเป็นอย่างมาก ในทศวรรษดังกล่าว จึงมีการขยายตัวของทั้งรายการประเภท Game show และ Quiz show มากกว่า 15 รายการ
ในช่วงทศวรรษ 1950 เมื่อมีรายการประเภท Game show มากขึ้น แต่ละรายการจึงได้พยายามหารูปแบบแปลกๆ เนื้อหาใหม่ๆ มาเป็นจุดขาย เช่น การเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงมาร่วมรายการ หรือการให้ผู้ชมมาเล่าเรื่องชีวิตอันรันทดของตนเอง แล้วให้ผู้ชมในห้องส่งเป็นคนตัดสิน เป็นต้น กลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้ต่อมาคือ การนำรางวัลมาเป็นสิ่งเร้าใจมากยิ่งขึ้น แต่ต่อมารายการเกมโชว์ประเภทแจกรางวัลมหาศาล คือ Twenty one ถูกจับได้ว่าเป็นรายการที่หลอกลวงคนดู ดังนั้น สภานิติบัญญัติของอเมริกาจึงได้ออกกฎหมายพิจารณาและควบคุมรายการชองรางวัลแบบนี้
การแสวงหากลยุทธ์ใหม่ๆ ของรายการเกมโชว์ยังคงดำเนินต่อมาพร้อมกับการขยายตัวของรายการตลอดช่วงทศวรรษ 1970 การใช้พิธีกรคู่หญิงชายที่มีการพูดจาหยอกล้อกันบ้าง เสียดสีในเรื่องเพศบ้าง หรือการนำเอาความลับของตนมาเล่า แต่แม้กระนั้นก็ไม่มีการสร้างสรรค์อะไรใหม่ขึ้นมาในช่วงทศวรรษ 1980 ผู้ชมจึงเริ่มเกิดความเบื่อหน่าย และทำให้รายการเกมโชว์จำนวนมากต้องยุบเลิกไป อย่างไรก็ตาม ในช่วงทศวรรษ 1980 นี้ มีสถานีโทรทัศน์เกิดขึ้นมากมายและยังออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ทางสถานีต้องพยายามผลิตและสร้างสรรค์รายการที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ รายการเกมโชว์ก็คือตัวเลือกตัวหนึ่งในช่วงนี้ มีรายการเกมโชว์บางรายการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น Wheel of Fortune (ไทย : กงล้อแห่งโชคลาภ) , Jeopardy! , The Price Is Right (ไทย:ทายได้ให้เลยกับแจกแหลก) , let's make a deal , Hollywood Squares
จากประวัติที่ผ่านมาของรายการเกมโชว์ในสหรัฐฯ จะเห็นได้ว่า แม้รายการประเภทนี้อาจจะได้รับความนิยมแบบขึ้น ๆลง ๆ จากผู้ชม แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ รายการประเภทนี้ได้คงอยู่คู่กับโทรทัศน์มาตลอดเวลานับแต่ถือกำเนิดมาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนประวัติของรายการเกมโชว์ในประเทศไทยนั้น เริ่มต้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2500 โดยได้นำเอาแนวความคิดมาจากรายการเกมโชว์ในต่างประเทศ และมาดัดแปลงให้เข้ากับลักษณะของไทย
ลักษณะของรายการก็จะเป็นการทายปัญหาในทุกรูปแบบ ทั้งปัญหาที่เป็นความรู้แบบวิชาการ เช่น รายการช่องนำโชค หรือความรู้รอบตัวเช่น รายการบะหมี่ ในขั้นตอนต่อมาได้มีรายการเสี่ยงโชคเข้ามาผสมด้วยเช่น รายการกล่องวิเศษ ประตูดวง นาทีทอง ประวัติศาสตร์ของรายการเกมโชว์ในสังคมไทยก็มีเส้นทางที่คล้ายคลึงกับต้นตำรับคือ อเมริกา กล่าวคือแม้จะมีกระแสความนิยมสูงบ้างต่ำบ้าง แต่ก็เป็นรายการคู่ขวัญกับโทรทัศน์มาโดยตลอด
รายการเกมโชว์ไทยที่มีชื่อเสียงในอดีต
นาทีทอง
มาตามนัด
พลิกล็อก
ประตูดวง
เกมจารชน
เกมโซน
4 ต่อ 4 แฟมิลี่เกม
เกมเศรษฐี
กำจัดจุดอ่อน
อัจฉริยะข้ามคืน
เกมทศกัณฐ์
เวทีทอง
กล่องดำ
แฟนพันธุ์แท้
ถ้าคุณแน่? อย่าแพ้ เด็ก (ประถม)!
เกมวัดดวง
ยกสยาม
น่ารักน่าลุ้น
รายการเกมโชว์ไทยที่มีชื่อเสียงที่ปัจจุบันยังออกอากาศอยู่
ราชรถมาเกย
ชิงร้อยชิงล้าน
ล้วงลับตับแตก
รายการเกมโชว์ต่างประเทศที่มีชื่อเสียงแล้วเคยฉายในไทย
NINJA WARRIOR
TV SHAMPION
FEAR FACTOR

4.เกมกระดาน
จุดมุ่งหมายของเกมกระดาน ส่วนใหญ่เพื่อวัตถุประสงค์ในการ ฝึกทักษะ และ การคิดวางแผน เช่น
หมากรุก
หมากล้อม หรือ โกะ
หมากฮอส
หมากข้าม
หมากหนีบ
หมากรถไฟ
สแครบเบิ้ล (Scrabble)
เกมเศรษฐี
โอเอกซ์ (OX Game)
เกมบันไดงู
โอเทลโล่
บิงโก

5.เกมพนัน
จุดมุ่งหมายของเกมพนัน ส่วนใหญ่เพื่อใช้ในการพนัน หรือใช้ในการตัดสินสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยอาจมีเดิมพันหรือไม่มีเดิมพัน แล้วแต่ผู้เล่นจะตกลงกัน เช่น
รูเล็ต
สล็อต
โป๊กเกอร์
แบล็กแจ๊ก
ลูกเต๋า
ลอตเตอร์รี่
แคร็บ
ฟุตบอล
แข่งม้า

6.เกมไพ่
เกมไพ่ เป็นเกมที่ใช้ไพ่เป็นอุปกรณ์ ซึ่งสามารถถือเป็นเกมฝึกสมอง ถ้าไม่มีการวางเดิมพัน
เกมไพ่ ที่ใช้ ไพ่ป๊อก
- เกมไพ่มักจะใช้ไพ่สำรับ 52 ใบในการเล่น แต่บางเกมอาจมีข้อพิเศษในการเล่น เช่น ใช้ไพ่โจ๊กเกอร์ หรือใช้ไพ่ไม่ครบสำรับ
ไพ่บริดจ์
ไพ่จับหมู
ไพ่เฟรนด์
ไพ่ดัมมี่
ไพ่กบดำกบแดง
ไพ่ผสมสิบ
ไพ่อีแก่กินน้ำ
ไพ่รถไฟ
ป็อกเด้ง
เก้าเก
แบล็คแจ็ค
โป๊กเกอร์
อินเดียน โป้กเกอร์
เผ
สลาฟ
99
เอโน่
ไพ่โกหก
ไพ่โง่
ไพ่ตบ
ทรัมพ์ เฟรน
นโปเลียน
ไพ่ห้อง
ฮาร์ทส์
1234
Alexander
Euchre
KynTh!C-G
Spades
ป๊อกมั่ว
ตะแคง


7.เกมการ์ด
เกมการ์ด เป็นเกมแนวใหม่ที่พัฒนามาจากเกมไพ่ โดยเกมการ์ดนั้นจะมีชุดการ์ดที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ แตกต่างจากเกมไพ่ธรรมดาที่ใช้ชุดไพ่ป็อกในการเล่น เกมการ์ดแบ่งออกเป็น เกมการ์ดชุดเดี่ยว (standalone card game) การ์ดทั้งหมดจะรวมอยู่ในชุดเดียวกัน ทำให้ได้การ์ดทั้งหมดโดยไม่มีเพิ่มเติม (ยกเว้นมีชุดเสริม) มีการ์ดเหมือนกันทุกกล่อง และเกมการ์ดสะสม (collectible card game) ผู้เล่นจะต้องหาซื้อการ์ดเข้ามาสะสมในกองของตัวเองเพื่อให้มีความสามารถสูงขึ้น ในแต่ละกล่องหรือซองมีการ์ดไม่เหมือนกัน การ์ดแต่ละใบหาได้ยากง่ายต่างกัน การ์ดที่หายากมักจะเป็นการ์ดที่เก่ง และมักมีราคาสูง มักนำเนื้อเรื่องจากนิยายและภาพยนตร์ที่โด่งดังมาเป็นจุดขาย เช่น การ์ดสตาร์ วอร์ส การ์ดยูกิโอ การ์ดแฮรี่ พอตเตอร์ เป็นต้น มักมีการจัดชุดการ์ด เรียกว่า เด็ค (deck) เพื่อสร้างชุดการ์ดของตนเอง แล้วนำไปต่อสู้กับชุดการ์ดของผู้เล่นคนอื่นๆ มีการใช้การ์ดตั้งแต่สองใบขึ้นไปร่วมกันจนเกิดผลที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเรียกว่าการทำ Combo
เกมการ์ดชนิดอื่น ที่ใช้ไพ่ลักษณะต่างหาก
- การ์ดมักจะมีขนาดคล้ายไพ่ แต่มีลวดลายเฉพาะเป็นของตนเอง บางครั้งผู้เล่นจะต้องใช้สนาม (field) สำหรับวางการ์ดลงในตำแหน่งต่างๆ เกมการ์ดแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ

เกมการ์ดชุดเดี่ยว
- เกมการ์ดชุดเดี่ยว (standalone card game) การ์ดทั้งหมดจะรวมอยู่ในชุดเดียวกัน ทำให้ได้การ์ดทั้งหมดโดยไม่มีเพิ่มเติม (ยกเว้นมีชุดเสริม) มีการ์ดเหมือนกันทุกกล่อง เช่น
อูโน่
เซอร์คัส
ทอปทรัมป์
เมจ แบทเทิล
ฉลุย
เกมการ์ดสะสม
- เกมการ์ดสะสม (collectible card game) ผู้เล่นจะต้องหาซื้อการ์ดเข้ามาสะสมในกองของตัวเองเพื่อให้มีความสามารถสูงขึ้น ในแต่ละกล่องหรือซองมีการ์ดไม่เหมือนกัน การ์ดแต่ละใบหาได้ยากง่ายต่างกัน การ์ดที่หายากมักจะเป็นการ์ดที่เก่ง และมักมีราคาสูง เกมการ์ดประเภทนี้ เช่น
Devacurse
Magic the gathering
Yugioh
Summoner Master
Fadalgia
รามณาสูร

8.เกมบุค
เกมบุค หรือ เกมหนังสือ เป็นเกมที่ใช้หนังสือในการเล่น มักมีเนื้อหาเกี่ยวกับการผจญภัย และมีตัวเลือกให้ผู้เล่นเลือก ซึ่งแต่ละตัวเลือกจะนำผู้เล่นไปตามหน้าต่างๆ ของหนังสือ ที่มีจุดจบแตกต่างกันออกไป ในไทยเคยจัดพิมพ์ชุด ผจญภัยตามใจเลือก (Choose your own adventure) แต่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก ในต่างประเทศเคยโด่งดังในยุคที่ยังไม่มีเกมคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตาม เกมบุค ถือได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของเกมสวมบทบาท (Role playing game) และเกมคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ส่วนซีรีส์ในอดีตที่เคยโด่งดังประกอบด้วย Fighting Fantasy, Lone wolf, Fable land เป็นต้น ล่าสุดนานมีบุ๊คทีน ได้นำเกมบุคในซีรีส์ Fighting Fantasy มาจัดพิมพ์เป็นภาษาไทยในชื่อชุด เกมปริศนาท้าความตาย จำนวน 4 เล่มด้วยกัน เช่น ขุมทรัพย์พ่อมดเขาอัคคี (Warlock of the firetop mountain) เป็นต้น

9.เกมปริศนา
ปริศนา (puzzle) คือ ปัญหาสำหรับท้าทายความเฉลียวฉลาด (ingenuity) ของมนุษย์ ปริศนามักจะถูกออกแบบมาเพื่อความบันเทิง แต่บางครั้งก็กลายเป็นปัญหาทางตรรกศาสตร์หรือคณิตศาสตร์อย่างจริงจัง สำหรับกรณีหลัง ผลสำเร็จของปริศนาอาจมีความสำคัญในการพิสูจน์และการวิจัยทางด้านคณิตศาสตร์
การหาผลสำเร็จของปริศนาบางอย่างอาจต้องใช้แบบแผน (pattern) และขั้นตอนที่เฉพาะเจาะจง บุคคลที่มีความสามารถในการเรียนรู้ได้เร็ว อาจสามารถไขปัญหาได้ดีกว่าบุคคลอื่น ปริศนาซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนการเสาะหาและการค้นพบแนวทางในการแก้ปัญหา อาจแก้ได้รวดเร็วกว่าด้วยทักษะการอนุมานที่ดี
ประเภทของปริศนา
- ปริศนานั้นมีจำนวนมากมายจนสามารถแบ่งให้เป็นหมวดหมู่ได้ ตัวอย่างเช่น เขาวงกต ก็นับเป็นปริศนาการเดินทางชนิดหนึ่ง เป็นต้น
- ปริศนาการเดินทาง (tour puzzles)
- ปริศนาการสร้าง (construction puzzles)
- ปริศนาแท่งไม้ (stick puzzles)
- tiling puzzles
- ปริศนาการขนส่ง (transport puzzles)
- disentanglement puzzles
- ปริศนาการเลื่อน (sliding puzzles)
- ปริศนาตรรกะ (logic puzzles)
- ปริศนาคำ (word puzzles)
- ปริศนาภาพ (picture puzzles)
- ปริศนาจิ๊กซอว์ (jigsaw puzzles)
- lock puzzles
- ปริศนาการพับ (folding puzzles)
- ปริศนากล (mechanical puzzles) : เป็นเกมปริศนาที่ใช้อุปกรณ์ในการเล่น เช่น การประกอบหรือหมุนชิ้นส่วน
ตัวอย่างปริศนากลที่เป็นที่รู้จัก
ลูกบาศก์ของรูบิค
ลูกบาศก์โซมา
แทงแกรม
ตัวอย่างปริศนาที่เป็นที่รู้จัก
- คณิตศาสตร์ (Math)
- คำสลับอักษร (Anagram)
- Connect the dots
- ปริศนาอักษรไขว้ (Crossword)
- ปริศนาควีนแปดตัว (Eight queens puzzle)
- n-puzzle (a.k.a. Fifteen puzzle)
- Impossible Puzzle
- ปริศนาจิ๊กซอว์ (Jigsaw puzzle)
- Knight's Tour
- ปริศนาจัตุรัสล่องหน (Missing square puzzle)
- Nonograms (a.k.a. Gridders, Paint by numbers, etc.)
- Peg solitaire
- Puzz-3D
- ลูกบาศก์ของรูบิค
- Sangaku
- สะพานทั้งเจ็ดแห่งเมืองโคนิกส์เบิร์ก (Seven Bridges of Königsberg)
- Slitherlink
- ซูโดะกุ (Sudoku)
- โซโคะบัง (Sokoban)
- ลูกบาศก์โซมา
- เกมจับผิด (Spot the difference)
- แทงแกรม
- Three cottage problem
- Three cups problem
- หอคอยแห่งฮานอย (Tower of Hanoi)
- Whodunit

10.เกมสวนสนุก
สวนสนุก คือ สถานที่ที่ให้บริการเครื่องเล่นต่างๆ เช่น รถไฟเหาะตีลังกา เรือไวกิ้ง รวมถึงมีการแสดง เช่น โชว์พาเหรด การ์ตูนโชว์ บางที่ก็ จัดให้มีสวนน้ำ จุดมุ่งหมาย คือให้ ผู้มาใช้บริการได้พักผ่อนหย่อนใจ โดยมากลูกค้ามักจะเป็นเด็ก ๆ และครอบครัว สวนสนุกในความหมายของไทยรวมลักษณะอื่นของ ธีมปาร์ค (Theme Park) หรือ อุทยานแนวคิดอื่น ๆ เข้าไป เช่น สวนสนุกที่มีแนวคิดเป็นเมืองภาพยนตร์ เช่น มูฟวี่เวิร์ล (Movie World) ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ (Universal Studio) บางแห่งก็รวมเอาสวนสัตว์ เข้าไปด้วย หรืออาจผนวกเข้ากับอุทยานเพื่อการเรียนรู้อื่น ๆ ที่แทรกส่วนบันเทิงเข้าไป เช่น พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง แล้วยังรวมไปถึง บ้านผีสิง (HAUNTED HOUSE) อีกด้วย
สวนสนุกในประเทศไทย
แฮปปี้แลนด์ (ปิดไปแล้ว)
แดนเนรมิต (ปิดไปแล้ว)
ดรีมเวิลด์
สวนสยาม
ซาฟารีเวิลด์
สวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน)
ซุปเปอร์ ไจแอนท์
วันเดอร์เวิลด์ ฟันปาร์ค
สวนสนุกพัทยาปาร์ค
โย่โย่ แลนด์ (ซีคอนสแควร์)
สวนน้ำลีโอแลนด์
สวนสนุกหาดใหญ่ (กำลังสร้าง)
มูฟวี่เวิร์ลเชียงใหม่ (โครงการในอนาคต)
โรงพยาบาลร้างผีสิง BLOODY HOSPITAL
คฤหาสน์ผีสิง MANSION 7
สวนสนุกต่างประเทศ
วอลต์ดิสนีย์พาร์กแอนด์รีสอร์ต - ดิสนีย์แลนด์ และ ดิสนีย์เวิลด์ (สหรัฐอเมริกา) โตเกียวดิสนีย์ (ญี่ปุ่น) ดิสนีย์แลนด์ปารีส (ฝรั่งเศส) ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ (ฮ่องกง)
ซิกซ์แฟลกส์ - สหรัฐอเมริกา
แอฟเทลลิ่ง (Eftelling) - ประเทศเนเธอร์แลนด์
เอเวอร์แลนด์ - ประเทศเกาหลีใต้
ยูนิเวอร์เซิล สตูดิโอ - ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา

11.เกมอิเล็กทรอนิกส์
เป็นอุปกรณ์เกมสมัยใหม่ที่ใช้เครื่องไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเป็นอุปกรณ์หลักในการเล่น โดยจะมีความสามารถในการเปลี่ยนเกมจากเกมหนึ่งไปอีกเกมหนึ่งได้ สามารถโหลดเกมส์ฟรีได้ตามเว็บไซด์ต่างๆ ด้วยอุปกรณ์ใดๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อเครื่องเกมนั้นๆ ซึ่งสร้างความหลากหลาย และความสมจริงได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง โดยอาจแบ่งได้โดยตามคุณลักษณะเด่น ดังนี้

เกมเครื่องพื้นฐาน (Console) - เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เฉพาะ ที่ใช้ สื่อเฉพาะในการนำเข้าข้อมูล และแสดงผล ซึ่งมีหลายบริษัทที่ผลิตเกมเครื่องพื้นฐาน โดยจะมีค่ายผลิตเกม คอยผลิตเกมให้กับบริษัทผู้ผลิตเกมเครื่องพื้นฐาน ตัวอย่างเครื่องเล่นเกมประเภทนี้เช่น เครื่องเล่นเกมเพลย์สเตชันของบริษัทโซนี่ เครื่อง X-Box ของไมโครซอฟท์ หรือเครื่องเกมคิวบ์ของนินเทนโด เป็นต้น

เกมเครื่องพกพา (Handheld) - เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เฉพาะ คล้ายกับเกมเครื่องพื้นฐาน แต่จะเน้นไปที่การพกพาได้สะดวก โดยคุณสมบัติโดยรวมอาจด้อยกว่าเล็กน้อย แต่แนวทางของเกมเป็นแนวทางเดียวกัน ปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมแพร่หลาย เนื่องจากมีคุณภาพใกล้เคียงกับเครื่องเกมพื้นฐาน (Console) แต่สามารถนำติดตัวไปเล่นที่ใดก็ได้ ตัวอย่างเช่นเครื่อง Nintendo DS ของนินเทนโด หรือ PSP ของโซนี่

เกมคอมพิวเตอร์ (PC Games) - เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทรงประสิทธิภาพมากในปัจจุบัน เพราะมีความสามารถที่หลากหลาย และการพัฒนาไม่หยุดยั้งของบริษัทผู้ผลิตต่างๆ ที่มีแนวโน้มการแข่งขันที่สูงขึ้นทุกปี เนื่องจากคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันกลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจต่างๆ รวมถึง เป็นสื่อในการให้ความบันเทิงด้วย ซึ่งเกมคอมพิวเตอร์จะมีความหลากหลาย และแตกต่างจากเกมเครื่องพื้นฐาน เกมคอมพิวเตอร์จะใช้สิ่งที่เรียกว่า ซอฟต์แวร์ ในการนำเข้าชุดข้อมูล เพื่อใช้ในการประมวลผล และแสดงผลออกมา เกมคอมพิวเตอร์ยังคงมีความสลับซับซ้อนสูงกว่าเครื่องเกมพื้นฐาน เนื่องจากคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อเนกประสงค์ (Multi Functions) ซึ่งจะทำให้ส่วนประกอบทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มีมากและซับซ้อนกว่า อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมอีกมากมายที่เข้ามาช่วยพัฒนาการทำงาน หรือการแสดงผลของเครื่องคอมพิวเตอร์

เกมตู้ (Arcade) - เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เฉพาะเช่นเดียวกัน แต่จะเป็นอุปกรณ์ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ผู้เล่นมักไม่สามารถเลือกเล่นเกมได้ ตู้เกมโดยทั่วไปจะใช้การหยอดเหรียญในการเข้าเล่น ตู้เกมมักมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ และมีแผงบังคับที่เล่นได้อย่างสะดวก เกมประเภทนี้มักเป็นเกมที่เล่นจบได้ในเวลาอันสั้น


























































