Car Center[คลิปโชว์ดริฟท์ของ แดเนี่ยล วูลเฮาส์]

คุณชอบรถประเภทไหนมากที่สุด

Tuners (รถแต่ง ส่วนใหญ่มาจากญี่ปุ่น เช่น โตโยต้า มิตซูบิชิ)
27
35%
Muscle (รถคลาสสิค ส่วนใหญ่มาจาก U.S.A. เช่น เชฟโรเลต พอนทิแอค)
13
17%
Exotics (รถสปอร์ตสมรรถนะสูง ส่วนใหญ่มาจากยุโรป เช่น แลมโบกินี่ เฟอร์รารี่)
21
27%
Luxery Sedans (รถซีดานหรู เช่น เบนซ์ ไคร์สเลอร์)
8
10%
SUV/Trucks (รถเอนกประสงค์หรือรถกระบะ)
2
3%
Vans (รถตู้)
2
3%
Buses(รถโดยสาร)
4
5%
 
โหวตทั้งหมด : 77
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1821

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2009, 16:18

ที่อยู่: โรงงานมิตซูบิชิ(แหลมฉบัง)

โพสต์ 19 ธ.ค. 2009, 19:40

Car Center[คลิปโชว์ดริฟท์ของ แดเนี่ยล วูลเฮาส์]

Car Center By K!NGZAMAN

ใครอยากได้ข้อมูลรถอะไร โพสขอได้ที่กระทู้นี้หรือ PM มาได้ครับ
ส่วนใครที่อยากจะนำข่าวเกี่ยวกับรถมาลง ลงได้ครับ แต่ขอเป็นรถที่สวยงาม,รถแปลกๆ หรือรถใหม่ๆนะครับ


Content


P.1
ประวัติวงการรถยนต์+อุตสาหกรรมยานยนต์
ประเภทของรถ(นอกเหนือจากโพลล์)+ประเภทของเครื่องยนต์
รถที่แพงที่สุดในโลก ปี2009
รถสปอร์ตคันแรกที่ผลิตในประเทศไทย
นิสสัน สกายไลน์+NOS
Ford Model T
Ford Mustang

P.2
Aston Martin One-77
Happy Birthday Bebe'+[ข่าว]งานเบเบ้ที่ Central World+Toyota Sprinter Trueno AE86
ภาพถ่ายเบเบ้จากรายการ SatZone@Central World

P.3
รถมนุษย์ค้างคาวโผล่กลางกรุงสต็อกโฮล์ม
รถสวยๆ จากงาน LA Auto Show
BMW Series 5 โฉมใหม่
[Review]Honda Integra Type R (DC-5) หนึ่งเดียวในไทย
เครื่องยนต์ฮอนด้า

P.4
BMW เตรียมเปิดตัว Z4 sDrive35is
GM เปิดราคา Chevrolet Corvette Grand Sport ปี 2010
Porsche Carrera GT
Dodge Viper SRT-10 ACR-X สวมชุดนักแข่งให้อสรพิษ
“โลตัส อีโวรา” ของแรงที่ขับได้ทุกวัน
Subaru Impreza WRX STI SE : เวอร์ชันพิเศษลุย USA
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย
CRAZY GODZILLA BNR34 Street Car Race Engine Over 1,000 Hp !!!
SKYLINE R32 GTS-T UP TO GT-R

P.5
[Tips]เกียร์ออโต้ ใช้อย่างไรให้ถูกวิธี
MERCEDES―BENZ SLR McLAREN
Lamborghini LP640 แห่งค่าย JB R
โลตัส อีโวร่า 2+2 เร็ว แรง แถมประหยัด
[Tips]วิธีการล้างรถด้วยตนเองอย่างถูกวิธี
BMW 3-Series Coupe/Convertible:พร้อมใจกันปรับโฉม
กลับมาอีกครั้งกับ Mustang GT 5.0
Honda CR-Z : แรงเรื่องรอง แต่ประหยัดเรื่องใหญ่
ประวัตินิสสัน + เครื่องยนต์นิสสัน
100 ปี "ออดี้" กำเนิด 4 ห่วง
รู้ทันแก๊งขโมยรถ ป้องกันก่อนเป็นเหยื่อ!
Civic Type R ของแรงค่าตัว 2.89 ล้านบาท
เบเบ้กับเค้กวันเกิด

P.6
เบเบ้ @ Mobile Expo 2010
ประมวลภาพทั้งหมดของ GTbyCITROËN กลางคลองเวนิซ
Volvo S60 กับโฉมใหม่ซีดานมาดสปอร์ต
คนไทยยังรวย! คาวาลิโนส่งมอบรถเฟอร์รารี่ 5 คันรวด
เตรียมเปิดตัว Chevrolet Aveo RS

P.7
BMW อวดบิ๊กไบค์ 4 รุ่นรวด(ไม่เกี่ยวกะรถยนต์ แต่ BMW ภูมิเสนอ เลยเอามาฝาก)
Bentley เปิดประทุน 4 ที่นั่งเร็วที่สุดในโลก
MITSUBISHI LANCER EVOLUTION IX
Audi A1 : ความหรูไซส์เล็กคู่ปรับมินิ
[Tips]9 วิธีดูแลรถให้ดูดีเสมอ
Jaguar XJ ของเล่นเจ้าสัวตัวใหม่
ไทยเนียน!!!แปลงโฉม Opel Calibra ให้เป็น Aston Martin DB9!!!

P.8
CONQUEST KNIGHT XV!! - กันกระสุนทั้งคันและมีซิการ์บาร์ในรถ!!!
Rinspeed UC Concept : ต้นแบบรักษ์โลก
ฮอนด้าขยับแนวรุกไฮบริดรุ่นใหญ่
Audi RS 5 : รหัสร้อน แรงเกินใคร
Happy “Beetleful” Day ในพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ
Honda 3R-C ต้นแบบรถสามล้อพลังงานไฟฟ้า
Ferrari 599 Hybrid ซุปเปอร์คาร์ไฮบริดรักษ์ธรรมชาติ
BloodHound SSC รถที่เร็วที่สุดในโลก!!!!

P.9
ทหารอินเดียอุ่นใจ “ทาทา”เผยโฉมรถยานเกราะใหม่
Mitsubishi RVR : เอสยูวีใหม่ลุยแดนปลาดิบแล้ว
รถตำรวจแต่ละประเทศ

P.10
ประวัติ Lamborghini
เริ่มแล้วสีสันจากฝั่งยุโรป...Geneva Motorshow 2010
ชมชัดๆ“นิสสัน มาร์ช”สวยสดใน“เจนีวา มอเตอร์โชว์”
[News]เอาจริง!รถไฟหน้าแรงโดนปรับ2,000 บาท
Citroen DS3 Racing 1,000 คันเพื่อความสำเร็จของ Loeb
Mercedes-Benz F800 Style Concept ว่าที่ CLS ใหม่ ?
Lotus Elise สดใหม่สไตล์สปอร์ตคาร์น้ำหนักเบา
มิตซูบิชิ เปิดตัว“LANCER RALLIART”ราคา1.08ล้าน
ซีตรอง DS High Rider Concept

P.11
ฮุนไดลุยตลาดSUV ส่ง Tucson เคาะ1.791 ล้านบาท
ยิงสด"นิสสัน มาร์ช"ออกจากสายการผลิตคันแรก
Volkswagen Polo GTI น้องเล็กขอแรง
ลองขับ“นิสสัน มาร์ช”...Idling Stop หวังประหยัดต้องทนร้อน
มาแล้ว!"มาสด้า2 ซีดาน"ถูกกว่าแฮทซ์แบ็ก
Ford Shelby Gt500Kr จาก Knight rider 2008
[Girls]ดับร้อน-คลายเครียดไปกับ 2 สาวโปรตอน
การดริฟท์
ประวัติการดริฟท์+เทคนิค
ข้อเท็จจริงน่ารู้เกี่ยวกับการดริฟท์

P.12
2 เกรย์พร้อมใจเปิด ฮอนด้า CR-Z ไฮบริด 2.29 ล้าน
เศรษฐีไทยมีเฮ Benz เปิดตัว SLS AMG Gullwing ในงานมอเตอร์โชว์
Porsche 911 GT3 R Hybrid ที่สุดตัวแข่งมาราธอน
เวทีมอเตอร์โชว์เดือด!เก๋งเล็ก-รถแรงยกทัพ
ห้ามพลาดในมอเตอร์โชว์ : Lexus LFA
เปิดฉาก“บางกอกฯมอเตอร์โชว์ 2010”
ยิงสดรถเด่น“มอเตอร์โชว์ 2010”(1)
ยิงสดรถเด่น“มอเตอร์โชว์ 2010”(2)
ยิงสดรถเด่น“มอเตอร์โชว์ 2010”(3)

P.13
ยิงสดรถเด่น “มอเตอร์โชว์ 2010” (4)
Brabus EV12 Coupe : คูเป้ 800 แรงม้า
BRGส่ง"อี250 เปิดหลังคา"ดีเซล-เบนซินขายเท่ากัน5.49ล้าน
Nissan Juke ตัวเล็กพร้อมลุย
“ฟอร์ด เอฟ-ซีรีส์” ปี 1948...กำเนิดปิกอัพบึกทน
“เฟอร์รารี่ 458 อิตาเลีย” 25ล้านไม่พอซื้อ
Pininfarina 2uettottanta Concept เร้าใจรับสายลม
[Girls]สุดยอด"พริตตี้"มอเตอร์โชว์

P.14
Citroen Survolt Concept : สวยเร้าใจแต่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
Lotus Evora 414E : เร้าใจบนพื้นฐานพลังไฮบริด
100 ปีแห่งการเดินทางของอัลฟา โรมีโอ
BMW Z4 GT3 : ตัวเลือกใหม่สำหรับนักแข่ง
“มินิ” ชวนคนดังประชันฝีมือขับขี่“มินิ ยิมคาน่า 2010
Lexus LFA : พร้อมลุยสนามแข่ง
นับถอยหลังปิดตัว"ฮัมเมอร์"ไม่รอด
Mercedes-Benz SLS AMG SC : ตัวแรงที่ F1 ยังไม่กล้าแซง
10 อันดับสุดยอดรถที่เร็วที่สุดในโลกปี 2010

P.15
Lamborghini Gallardo LP570-4 Superleggera : กระทิงรุ่นเล็กไขมันต่ำ
[Tips]ไม่อยาก "เบรกแตก"..ต้องอ่าน!
BMW 5-Series LWB ยืดฐานล้อเพิ่มความหรูอีกระดับ
รถแต่งความต่างของคนชอบเด่น
รุฟ ซูเปอร์คาร์โมดิฟายด์ เร็วแรง เร้าใจ
Citroen Metropolis แรงได้ถึง 454 แรงม้า
Kia Forte ขยายทางเลือกด้วยตัวถัง 5 ประตู
Beijing Motor show 2010 : แหวกม่านไม้ไผ่ ดูรถใหม่ตลาดจีน(1)
Beijing Motor show 2010 : แหวกม่านไม้ไผ่ ดูรถใหม่ตลาดจีน(2)
นิตยสาร Option เปิดตัว 29 เมษายนนี้
กีกี้ ศักดิ์ นานา ดริฟต์หาสมบัติ
[์ำNews]มารยาทในการขับรถที่คนไทย...ไม่ทำ
Ford Start Concept : สำหรับคนเมืองยุคหน้า

P.16
Audi TT ปรับโฉมเพิ่มความสดขยับความแรง
Ferrari 599 GTO : เพิ่มม้าให้เร้าใจ
หนึ่งเดียวในโลก!! Lamborghini One-Off Replica
สนามแข่งที่ทรหด-อันตรายที่สุดในโลก "Nürburgring"
เปิดใจ เคนทาโร่ ฮิโรชิมา เจ้าของหนังสือ Option
Audi R8 Spyder ซุปเปอร์คาร์คู่กายพระเอก Iron Man 2
Back to the future: BMW 328 Kamm Coupé
Honda CR-Z Hybrid:สวย ขับเท่ แต่ประหยัดจริงรึ?
นิตยสาร Option สุดยอดนิตยสารแต่งรถ ดารา-นักแข่งรถ ยกนิ้ว!
ชม 2 ล้อยุคโบราณที่ซีคอนฯ
Benz Shooting Break Concept : สไตล์แวกอนสปอร์ต
โปรตอนอัดแคมเปญ เอ็กซ์โซร่า ดันยอด
ว่าน หนีร้อนบุกเมืองส้มโอพาตะลุยชมรถโบราณสุดเดิร์น
[Girls]ดูพริตตี้คลายเครียด(คัดพิเศษเฉพาะกิจ)

P.17
Audi R8 GT เติมความแรง-ผลิตจำกัด
26.5 ล้านบาท ราคาค่าตัว Lamborghini Gallardo เวอร์ชั่นใหม่
International Engine of the year 2010 ความสำเร็จอยู่กับเยอรมัน
BMW เร่งผลิตซีรีส์ 5 - นำร่องซีบียู 535i-530d
นับถอยหลังงานประกวดรถโบราณ รวมรถหายากกว่า 100 คัน
โตโยต้าปรับโฉม “The Style by Toyota”
Bentley Continental Supersports Convertible เปิดประทุนเร้าใจด้วยพลัง E85
BMW M3 Frozen Gray : พิเศษฉลอง 25 ปี
TSL ไฟแรงนำเข้า “นิสสัน จู๊ค” ขาย 1.99 ล้านบาท
Jaguar XKR 75 ฉลอง 75 ปีแค่ 75 คัน
Gallardo LP 570-4 Superleggera“ปฏิบัติการกระหน่ำม้า 570 ตัว”
อีกแล้ว โตโยต้าเรียกรถซ่อม

P.18
Renault DeZir สปอร์ทคูเป้แนวคิด 2 ที่นั่ง
เปิดราคา Ford Fiesta เริ่มต้นที่ 5.29 แสนบาท
Aston Martin DB9 ปรับนิดเพื่อความสดใหม่
BMW เปิดตัวรถกันกระสุนรุ่นใหม่
รถจากัวร์ตีตลาดจีน หนุนยอดขายฟู่ฟ่า
แต่งตู้โฟล์คด้วยชุดแต่ง เอบีที
แลนเชสเตอร์ แอลดี10...บังเอิญหรือตั้งใจ
“มาเซอร์ราติ แกรนคาบริโอ” สปอร์ตรับลม 17.5 ล้านบาท
Bugatti Veyron Super Sport : 1200 แรงม้า 431 กม./ชม.
เมื่อไหร่ต้องเปลี่ยน “โช้กอัพ”
เปิดฉาก Goodyear International Drift Series 2010 โหลดโหด!!!
[Girls]เก็บตกสาว Allure ในงานGoodyear International Drift Series 2010 โหลดโหด!!!
[Girls]เก็บตกสาวสุดเอ็กซ์ จากงาน Goodyear Drift Series 2010

คลิปโชว์ดริฟท์ของ แดเนี่ยล วูลเฮาส์ ผู้ทำคะแนนมากสุดรอบ 16 คันสุดท้าย


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย K!NGZAMAN เมื่อ 28 ก.ค. 2010, 21:29, แก้ไขแล้ว 190 ครั้ง.
ปวดขี้ก็ไปแดร๊กยาเซโรงังซะไป๊!!!
รูปภาพ
MY CENTER@Jokergameth , Bebe' Walpapers@Thaibiohazard
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1821

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2009, 16:18

ที่อยู่: โรงงานมิตซูบิชิ(แหลมฉบัง)

โพสต์ 19 ธ.ค. 2009, 19:44

Re: Car Center(ประัวัติของรถยนต์)

รถยนต์ (อังกฤษ: car , automobile) หมายถึง ยานพาหนะทาง บกที่ขับเคลื่อนที่ด้วยพลังงานอย่างใดอย่างหนึ่งและถ่ายทอดลงสู่ล้อ เพื่อพาผู้ขับ ผู้โดยสาร หรือสิ่งของ ไปยังจุดหมายปลายทาง ปัจจุบัน รถยนต์โดยส่วนมากได้รับการออกแบบอย่างซับซ้อนในทางวิศวกรรม และหลากหลายประเภท ตามความเหมาะสมของการใช้งาน หรือใช้สำหรับงานเฉพาะกิจ ทั้งนี้เว้นแต่รถไฟ

ก่อนช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม ยานพาหนะของผู้คนในสมัยนั้น ยังคงอาศัยแรงของสัตว์ เช่น รถม้า หลังจากมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ได้มีการประยุกต์ใช้แรงดันไอน้ำมาขับเคลื่อนเป็นยานพาหนะแบบใหม่ที่ไม่ต้อง อาศัยแรงของสัตว์

รูปภาพ

ในปี ค.ศ. 1886 คาร์ล เบนซ์ (Karl Benz) วิศวกรชาวเยอรมันได้สร้างรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เพลิงเผาไหม้คันแรกของโลก ได้สำเร็จ (Benz Patent Motorwagen) โดยใช้โครงสร้างแบบลูกสูบเหมือนของเครื่องจักรไอน้ำ เพียงแต่ได้เพิ่มอุปกรณ์ที่จะเปลี่ยนเชื้อเพลิงในรูปของเหลวให้กลายเป็นก๊าซ และเพิ่มวาล์วไอดีไอเสีย ในรูปแบบของเครื่องยนต์ 4 จังหวะ (ปัจจุบันรถยนต์ใช้ระบบเครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน)

เครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงในยุคแรกๆ นั้น ใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง ต่อมา ปี 1897 รูดอล์ฟ ดีเซล พยายามคิดค้นพลังงานอื่นมาใช้กับเครื่องยนต์ จนสำเร็จเป็นเครื่องยนต์ดีเซล

อุตสาหกรรมยานยนต์

อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ พัฒนา ผลิต หาตลาด และจัดจำหน่ายยานยนต์

ในปี พ.ศ. 2550 ยานยนต์มากกว่า 73 ล้านคัน ซึ่งรวมทั้งรถยนต์นั่งและยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ ได้ถูกผลิตขึ้นทั่วโลก[1] และมีการจำหน่ายยานยนต์ใหม่ทั่วโลกประมาณ 71.9 ล้านคัน โดยแบ่งเป็น 22.9 ล้านคันในทวีปยุโรป, 21.4 ล้านคันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, 19.4 ล้านคันในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา, 4.4 ล้านคันในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา, 2.4 ล้านคันในตะวันออกกลาง และ 1.4 ล้านคันในทวีปแอฟริกา[2] ตลาดรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาและในญี่ปุ่นนั้นมีอัตราการเติบโตค่อนข้างคงที่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีปริมาณรถยนต์มากอยู่ก่อนแล้ว ส่วนตลาดรถยนต์ในแอฟริกาและในบางประเทศในทวีปเอเชียนั้นมีอัตราการเติบโตสูง สำหรับประเทศรัสเซีย, บราซิล, อินเดีย และจีน เป็นประเทศที่ตลาดรถยนต์มีการขยายตัวสูงมากในปัจจุบัน

ในสหรัฐอเมริกามียานยนต์ประมาณ 250 ล้านคัน และทั่วโลกมีประมาณ 806 ล้านคัน (ข้อมูลปี พ.ศ. 2550, เป็นจำนวนรวมทั้งรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็ก) รถยนต์ทั่วโลกใช้น้ำมันประมาณ 2.6 ล้านล้านแกลลอนต่อปี

กลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ (ตามปริมาณผลิต)


ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/รถยนต์
ปวดขี้ก็ไปแดร๊กยาเซโรงังซะไป๊!!!
รูปภาพ
MY CENTER@Jokergameth , Bebe' Walpapers@Thaibiohazard
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1821

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2009, 16:18

ที่อยู่: โรงงานมิตซูบิชิ(แหลมฉบัง)

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 01:39

Re: Car Center(ประเภทของรถ+ประเภทของเครื่องยนต์)

ประเภทของรถ และส่วนต่าง ๆ ของรถ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ

ที่่มา http://www.formumandme.com/article.php?a=604

ประเภทของเครื่องยนต์
แบ่งตามการเผาไหม้(สันดาป)เชื้อเพลิง
เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine)

รูปภาพ

เครื่องยนต์สันดาปภายนอก (External Combustion Engine)

รูปภาพ

แบ่งตามกลวัตรการทำงานของเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ 2 จังหวะ (2 Stroke)

รูปภาพ รูปภาพ
รูป เครื่องยนต์ 2 จังหวะ (2 Stroke)

เครื่องยนต์ 4 จังหวะ (4 Stroke)

รูปภาพ

แบ่งตามการเคลื่อนที่ภายในเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ลูกสูบขึ้น – ลง (Piston Engine)

รูปภาพ

เครื่องยนต์ลูกสูบหมุน (Rotary Engine)

รูปภาพรูปภาพ
รูปภาพ
รูปเครื่องยนต์ลูกสูบหมุน (Rotary Engine)


เครื่องยนต์กังหันแก๊ส (Gas Turbine Engine)

รูปภาพรูปภาพ
รูปเครื่องยนต์กังหันแก๊ส (Gas Turbine Engine)

แบ่งตามลักษณะเสื้อสูบ
เครื่องยนต์สูบเดียว (Single Piston)

รูปภาพ

เครื่องยนต์สูบเรียงแถว (Inline)

รูปภาพ

เครื่องยนต์สูบวี (V-Engine)

รูปภาพ

เครื่องยนต์สูบวีเยื้อง (VR-Engine)

รูปภาพ

เครื่องยนต์สูบนอน (Boxer or Flat Engine)

รูปภาพรูปภาพ

เครื่องยนต์สูบรัศมี (Radial Engine)

รูปภาพรูปภาพ
รูปเครื่องยนต์สูบรัศมี (Radial Engine)

เครื่องยนต์สูบดับเบิ้ลยู (W-Engine)

รูปภาพ

เครื่องยนต์ลูกสูบ 2 ฝั่ง (Opposed Piston)

รูปภาพ

แบ่งตามประเภทของเชื้อเพลิง
เครื่องยนต์แก๊สโซลีน(เบนซิน) (Gasoline Engine)
รูปภาพ

เครื่องยนต์ดีเซล (Diesel Engine)

รูปภาพ

เครื่องยนต์แก๊ส (Gas Engine)

รูปภาพ

เครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid Engine)

รูปภาพ

แบ่งตามการจุดระเบิดเชื้อเพลิง
เครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ(หัวเทียน) (Spark Plug)
รูปภาพ

เครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยอากาศร้อน (Air Compression Engine)

รูปภาพรูปภาพ
รูปเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยอากาศร้อน (Air Compression Engine)

แบ่งตามการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
เครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์ (Carburetor)

รูปภาพ

เครื่องยนต์หัวฉีด (Injector)

รูปภาพ

แบ่งตามตำแหน่งและจำนวนเพลาลูกเบี้ยว
เพลาลูกเบี้ยวอยู่ใต้ลิ้น (Over Head Valve, OHV)

รูปภาพ

เพลาลูกเบี้ยวเดี่ยวเหนือฝาสูบ (Single Over Head Camchaft, SOHC)

รูปภาพ

เพลาลูกเบี้ยวคู่เหนือฝาสูบ (Double Over Head Camchaft, DOHC)

รูปภาพ

แบ่งตามลักษณะและจำนวนลิ้น(วาล์ว)
เครื่องยนต์ 2 วาล์ว

รูปภาพ

เครื่องยนต์ 3 วาล์ว

รูปภาพ

เครื่องยนต์ 4 วาล์ว
รูปภาพ

เครื่องยนต์ 5 วาล์ว

รูปภาพ

เครื่องยนต์รีดวาล์ว (Reed Valve)

รูปภาพ

เครื่องยนต์โรตารี่วาล์ว (Rotary Valve)

รูปภาพ

เครื่องยนต์พิสตันวาล์ว (Piston Valve)

รูปภาพ

แบ่งตามประเภทของการประจุไอดี
เครื่องยนต์ดูดไอดีเอง (Natural Air, N/A)

รูปภาพ

เครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จ (Supercharge)

รูปภาพ

เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ (Turbocharge)

รูปภาพ

แบ่งตามประเภทของการระบายความร้อน
เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air Cooler)

รูปภาพ

เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooled)

รูปภาพ

... เห็นไหมครับว่า เครื่องยนต์ในปัจจุบัน ได้ถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภท เนื่องจากเครื่องยนต์ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์กันอย่างกว้างขวาง จึงจำเป็นต้องนำระบบต่างๆ เข้ามาเสริม เพื่อเป็นการออกแบบเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพในการทำงานนั้นๆ เครื่องยนต์จึงสามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภทในปัจจุบัน...

ที่มา http://www.lungjaidee.com/article/Engin ... ne-02.html
แก้ไขล่าสุดโดย K!NGZAMAN เมื่อ 13 มี.ค. 2010, 00:28, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ปวดขี้ก็ไปแดร๊กยาเซโรงังซะไป๊!!!
รูปภาพ
MY CENTER@Jokergameth , Bebe' Walpapers@Thaibiohazard
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1821

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2009, 16:18

ที่อยู่: โรงงานมิตซูบิชิ(แหลมฉบัง)

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 09:09

Re: Car Center(รถที่แพงที่สุดในโลก ปี2009)

อันดับ 10: Maybach 62 ราคา $390,000
นี่ คือสุดยอดยนตรกรรมจากเยอรมัน โดย Daimler Chrysler ได้นำมายบัคที่เคยโลดแล่นในอดีตกลับมาอีกครั้ง เพื่อต่อกรกับ Rolls Royce ค่ายรถหรูจากอังกฤษ maybach 62 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 5.5 ลิตร twin-turbo V12 พร้อมกับม้า 612 ตัว โดยรถรุ่นนี้มีขายในเมืองไทย ราคาก็ไม่เท่าไหร่ 100 ล้านบาทนิดๆเท่านั้น

รูปภาพ

อันดับ 9: Porsche Carrera GT ราคา $420,000
นี่ คือสุดยอดเจ้าชายกบ เป็นรถที่ดีที่สุดและแพงที่สุดของ porsche ซุปเปอร์คาร์จากเยอรมันคันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 5.7 ลิตร V10 612 แรงม้า ใช้เวลาวิ่งจาก 0-100 km/hr เพียง 3.5 วินาทีเท่านั้น

รูปภาพ

อันดับ 8: Mercedes-Benz SLR McLaren ราคา $450,000
นี่ คือรถที่แพงที่สุดของค่ายดาวสามแฉกจากเยอรมัน (อีกแล้ว) โดย mercedes ได้ร่วมกันพัฒนากับ mclaren ผลิตสุดยอดซุปเปอร์คาร์คันนี้ขึ้นมา SLR ใช้เครื่องยนต์ 5.4 ลิตร V8 ผลิตม้าได้ 626 ตัว ใช้เวลาเพียง 3.6 วินาทีในการเร่งจาก 0-100 km/hr

รูปภาพ

อันดับ 7: Koenigsegg CCX ราคา $520,000
การ เปิดประตูสุดแปลกแต่สวยงามของซุปเปอร์คาร์จากสวีเดนคันนี้ ทำให้หลายๆคนหลงรักทันทีที่เห็นมัน CCX มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4.7 ลิตร V8 และมีแรงม้ามากถึง 806 แรงม้าเลยทีเดียว เพียงแค่ 3.2 วินาทีคุณก็จะทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วจาก 0-100 km/hr ทันที

รูปภาพ

อันดับ 6: Saleen S7 Twin Turbo ราคา $585,000
รถยนต์สัญชาติอเมริกันคันนี้ ใช้เครื่องยนต์ V8 750 แรงม้า วิ่งจาก 0-100 km/hr ใช้เวลา 3.2 วินาที

รูปภาพ

อันดับ 5: SSC Ultimate Aero ราคา $620,000
ถ้า คุณคิดว่าบูกัตติ เวรอน เป็นรถที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกละก็ คุณคิดผิด เพราะสุดยอดซุปเปอร์คาร์จากอเมริกาคันนี้แหละที่เป็นรถยนต์ที่วิ่งได้เร็ว ที่สุดในโลก ด้วยความเร็ว 256.15 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 412.23 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Shelby Supercars (SSC) คันนี้ใช้เครื่องยนต์ 6.35 ลิตร twin-turbo V8 โดยมีแรงม้ามากถึง 1,183 แรงม้า(ทำไมมันถูกกว่าอันดับ 1 วะเนี่ย)

รูปภาพ

อันดับ 4: Ferrari Enzo ราคา $640,000
ค่าย ม้าลำพองจากอิตาลีส่งเข้าประกวด นี่คือสุดยอดซุปเปอร์คาร์จากเฟอร์รารี่ที่สุดแพง และเป็นยี่ห้อที่หลายคนใฝ่ฝัน มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 เทคโนโลยีจาก F1 มีอยู่เต็มเปี่ยมในรถคันนี้ ทะยานจาก 0-100 km/hr 3.12 วินาที ถึงแม้จะขายมานาน แต่ enzo ก็ยังเป็นที่ต้องการของเศรษฐีทั่วโลก และมีเงินอย่างเดียวซื้อ enzo ไม่ได้นะครับ ต้องได้รับบัตรเชิญจาก ferrari เท่านั้น กล่าวคือต้องเป็นลูกค้าคนสำคัญนั่นเอง

รูปภาพ

อันดับ 3: Lamborghini Reventon ราคา $1,300,000
กระทิง สัญชาติอิตาลีคันนี้ เป็นรถที่แพงที่สุดของ lamborghini ตั้งแต่เคยผลิตมา หลายคนหลงรักทันทีที่เห็นมัน บนโลกใบนี้มีขายเพียง 20 คันเท่านั้น จึงไม่แปลกที่คุณจะไม่มีโอกาสได้เห็นมันบนท้องถนน ถ้าคุณบังเอิญได้เห็นมันละก็ แค่เพียงเสี้ยววินาที จงจดจำเวลานั้นไปนานๆ และเสียใจด้วยสำหรับคนไทย เพราะคันนี้ไม่มีเข้ามาในไทย Reventon มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 กับ 650 แรงม้า ใช้เวลา 3.4 วินาทีในการเร่งจาก 0-100 km/hr

รูปภาพ

อันดับ 2: Bugatti Veyron $1,400,000
ครอง แชมป์มานาน แต่ปีนี้หล่นมาเป็นอันดับที่สอง นี่คือสุดยอดยนตรกรรมสัญชาติฝรั่งเศส แต่พัฒนาโดยบริษัทแม่คือ volkswagen จากเยอรมัน ถึงแม้จะแพงสุดกู่ แต่ว่ากันว่า volkswagen ขาดทุน 2 ล้านยูโรต่อการขาย veyron 1 คัน เนื่องจากใช้งบประมาณที่สูงมากในการพัฒนานั่นเอง veyron ไม่ได้มีเครื่องยนต์ 10 สูบ หรือ 12 สูบ แต่มันมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 16 สูบ ที่พัฒนาโดย volkswagen ใช้รหัส W16 มีแรงม้า 987 แรงม้า ใช้เวลาเร่งจาก 0-100 km/hr เพียงแค่ 2.46 วินาทีเท่านั้น และมีความเร็วสูงสุดที่ 253 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 407.16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

รูปภาพ

มาถึงอันดับที่ 1: เป็นอะไรไม่ได้นอกจาก
Aston Martin One 77 ด้วยราคาสูงถึง $1,500,000

หลาย คนอาจจะไม่คุ้นหูกับรถยี่ห้อนี้ แต่ถ้าบอกว่ามันคือพาหนะของ James Bond ทั้ง 3 ภาคที่ผ่านมาละก็ ทุกคนคงร้องอ๋อ เพราะนี่คือสุดยอดซุปเปอร์คาร์สัญชาติอังกฤษ ที่ได้รับคำชมว่า เป็นรถที่สวยที่สุดในโลก One-77 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อต่อกรกับ veyron และ reventon โดยเฉพาะ One-77 จะถูกผลิตขึ้นมาเพียง 77 คันเท่านั้นตามชื่อรุ่น ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตร มีแรงม้าทั้งสิ้น 700 แรงม้า ความเร็วสูงสุดมากกว่า 320 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยมีอัตราเร่ง 0-100 km/hr ที่ 3.5 วินาที

รูปภาพ

ที่มา http://men.mthai.com/car/content/2713?p=5
ปวดขี้ก็ไปแดร๊กยาเซโรงังซะไป๊!!!
รูปภาพ
MY CENTER@Jokergameth , Bebe' Walpapers@Thaibiohazard
<<

RanSloth

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 2338

ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2007, 22:14

ที่อยู่: Theatre of Dreams.

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 11:23

Re: Car Center(10 อันดับรถที่แพงที่สุดในโลก ปี2009)

กระทู้นี้แหล่ม ใครชอบหรือเรียนเกี่ยวกับช่างยนต์ก็เป็นประโยชน์ไม่น้อย

ส่วน ASTON MARTIN ชอบมากเห็นในหนังแล้วอยากได้ แต่ไม่นึกว่าจะแพงขนาดนี้ เซ็งเลย :e16
รูปภาพ
<<

แบงร์ (เวสเกอร์)

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 1199

ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.ค. 2008, 20:01

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 12:41

Re: Car Center(10 อันดับรถที่แพงที่สุดในโลก ปี2009)

ในอนาคต JAmes bond อาจเลิกใช้ DBS แล้วเปลี่ยนเป็น One-77 ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

ขอกรอกข้อมูลอะไรบางอย่างเด้อ - -

รูปภาพ

Cobra Arbitrage GT prototype รถสปอร์ตที่ผลิตในไทยคันแรก

รถคันนี้ยังคงเป็นความลับในการผลิตรถยนต์ Super Car ระดับโลกภายใต้ Cobra International Co., Ltd ซึ่งจะสร้างขึ้นในประเทศไทย โดยการผลิตด้วย carbon fiber monocoque chassis และ mostly carbon fiber body การออกแบบจะเน้นที่ความใช้งานง่าย ลดความซับซ้อนในระบบการใช้งานต่างๆที่รถระดับ sport car ทุกวันนี้เป็นอยู่ ด้วยพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในปัจจุบัน

การออกแบบ
เริ่มต้นการออกแบบโดย Togay Yuvanc ซึ่งเป็น designer ระดับ 3 ที่มีความรู้ในเรื่องของการแข่งรถยนต์สูงมาก การออกด้านหน้าเน้นความเป็น aerodynamics และทดสอบด้วย CFD testing แล้วพบว่าสมบูรณ์มาก ภาพที่เราได้เห็นด้วยการออกแบบ 3 มิติ อยู่นี้ได้เป็นต้นแบบล่าสุดในผลิตที่ได้รับการปรับเปลี่ยนมาหลายครั้งในเรื่องของไฟหน้า ประตู กระจก ล้อ ซึ่งผลตอบรับเป็นไปได้ด้วยดีเมื่อสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกทางอินเตอร์เน็ต

เครื่องยนต์
ในการเลือกเครื่องยนต์ที่จะนำมาใส่เจ้า Cobra Galmer Arbitrage GT ในตอนแรกจะใช้เครื่อง VW/AUDI 3.2 liter V6 twin turbocharged หรือว่าจะใช้เครื่องที่มีแรงม้าสูงอย่าง Chevrolet LS7 ด้วยบล็อกเล็ก V8 7 liter, 505 แรงม้า ด้วยทางเลือกที่ดีกว่าเนื่องจากสามารถจูนเพิ่มพลังได้ กว่า 800 แรงม้า ซึ่งผู้ที่เชี่ยวชาญในการจูนรถยุโรปอย่าง Kevin Gallahan บอกว่าในเครื่องอย่าง VW/AUDI 3.2 liter V6 ไม่อาจทำได้ ส่วนเครืองของ LS7 นั้นสมารถทำได้ดีกว่าและผ่านมาตรฐานข้อกำหนดได้ในทุกรัฐของอเมริกา

สมรรถนะ
Cobra Galmer Arbitrage GT ออกแบบให้มีความเสถียรในเรื่องของความเร็ว ด้วยการออกแบบช่วงล่าง และระบบรองรับแรงสั่นสะเทือนที่ไม่เหมือนใคร มีความแตกแต่งจากรถ sport car ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นต้นแบบและเอกลักษณ์ของ Cobra Galmer Arbitrage GT ด้วยการทดสอบในสนามแข่งขันต่างๆแล้วพบว่าไม่มีข้อตำหนิแต่อย่างไร ซึ่งในอนาคตเราอาจจะได้เห็นเจ้า Cobra Galmer Arbitrage GT ในการแข่งขันอีกไม่นานนี้ และด้วยการออกแบบยังสามารถขับขี่ได้บนถนนได้เป็นอย่างดี

ภายใน
ถือว่าเป็นงานที่ท้าทายที่สุดของทีมงานนักออกแบบ มีการปรับปรุงแก้ไขอยู่ตลอด ด้วยเหตุผลที่ว่า ต้องมีสไตล์รวมถึงความมั่นใจในการขับขี่ เกจ์วัดต่างๆ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาจจะต่างจากยี่ห้ออื่นๆ ซึ่งให้ผู้ซื้อสามารถเลือกอุปกรณ์ เกจ์วัดต่างๆ แผงdashboards รวมถึงเบาะนั่งที่รับน้ำหนัก หน้าปัดต่างๆ ทุกระบบควบคุมด้วย touchscreen ซึ่งผลิตจาก I Squared มาตรฐานเครื่องเสียง Pioneer AV และระบบอุปกรณ์นำทาง navigation รวมถึงในจุดที่มองเห็นยากในการขับขี่ จะถูกแสดงที่จอ LCD ทั้ง 3 ด้านช่วยในเรื่องทัศนะวิสัยได้มาก การพิมพ์ลายนิ้วมือก่อนสตาร์ท ช่วยในด้านความปลอดภัย ที่นั่งทรงแข่งทำมาจาก carbon fiber ที่สามารถปรับระดับได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เปิดตัวไปแล้วในงาน motor expo 2009

เครติด:http://www.thaispeedcar.com
รูปภาพ
Join OR you dead ?
<<

far11262

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 253

ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2009, 10:48

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 16:38

Re: Car Center[รถสปอร์ตคันแรกที่ผลิตในประเทศไทย]

เข้ามานึกว่าเว็บขายรถซะอีก

555+
<<

BioKunG

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 3012

ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2008, 00:08

ที่อยู่: BSAA : South East Asia - Special Operation Agents

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 19:07

Re: Car Center[รถสปอร์ตคันแรกที่ผลิตในประเทศไทย]

ชอบ nissan skyline มากๆ โดยเฉพาะรุ่นเก่าแต่เก๋าอย่าง R33

อยากเห็น Skyline รุ่นแรกๆว่ามีหน้าเป็นยังไง สี่ประตูเปล่า
และ Cefiro เป็นเหมือนน้องชาย skyline ไหม หุหุ เพราะบางอย่างมันคล้ายๆกัน ต่างกันแค่มันมีสี่ประตู


เเละสงสัยเรื่องระบบ ไนตรัส ออกไซด์ เช่นฉีดยังไง ฉีดเเห้ง ฉีดผสมน้ำมัน หรือฉีดเข้าตรง หรือมีมากกว่านี้ สงสัยง่ะ และถ้ามันใช้จนหมดเเล้วเติมได้ใช้ปะ หรือต้องเปลี่ยนใหม่


กระทู้นี้น่าสนใจ อ่านะ ^^
รูปภาพ
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1821

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2009, 16:18

ที่อยู่: โรงงานมิตซูบิชิ(แหลมฉบัง)

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 19:18

Re: Car Center[ประวัติ Nissan Skyline+NOS]

นิสสัน สกายไลน์ (Nissan Skyline) เป็นรุ่นรถยนต์ขนาดกลางของบริษัทนิสสัน โดยเริ่มผลิตครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 จากบริษัทพรินซ์มอเตอร์[1] (ซึ่งถูกรวมเข้ากับนิสสันในปี 2509) สำหรับชื่อรุ่นสกายไลน์นั้น ในอเมริกาเหนือจะอยู่ภายใต้ชื่อ อินฟินิตี G35 (Infiniti G35)

นิสสัน สกายไลน์ มีวิวัฒนาการตามช่วงเวลาได้ 12 Generation (รุ่น) ดังนี้

Generation ที่ 1 (ค.ศ. 1957-1963)
นิสสัน สกายไลน์ โฉมที่ 1


รูปภาพ

สกายไลน์โฉมแรกนี้ เปิดตัวในเดือนเมษายน ค.ศ. 1957 ในช่วงแรกนี้ สกายไลน์ถูกผลิตในยี่ห้อ Prince Skyline ด้วยชื่อโฉม ALSI-1 ใช้เครื่องยนต์ GA-30 ขนาด 1482 ซีซี ให้กำลัง 60 แรงม้า ที่ 4,400 รอบต่อนาที มีน้ำหนัก 1,300 กิโลกรัม มีตัวถังรถ 2 แบบ คือ ซีดาน 4 ประตู และสเตชันวากอน 5 ประตู ในช่วงแรกๆ นี้ สกายไลน์เป็นที่รู้จักในฐานะรถครอบครัวระดับหรูหรา

ในค.ศ. 1958 มีการเปลี่ยนแปลงไมเนอร์เชนจ์ (การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยระหว่างโฉม เปลี่ยนแปลงไม่มากพอที่จะนับเป็นโฉมใหม่) ด้วยชื่อว่า ALSI-2 ใช้เครื่องยนต์ GA-4 ขนาด 1484 ซีซี ให้กำลัง 70 แรงม้า ที่ 4,800 รอบต่อนาที และยังมีสกายไลน์รุ่นสปอร์ต ชื่อว่า BLRA-3 ด้วย

และนอกจากนี้ สกายไลน์ยังมีการผลิตรถกระบะ ซึ่งภายหลังได้แยกตัวไปเป็นรุ่น Prince Miler และรถตู้ ซึ่งก็แยกตัวออกไปเป็นรุ่น Prince Skyway

รวมแล้ว สกายไลน์ Generation ที่ 1 มียอดขายทั้งสิ้น 33,759 คัน (ไม่นับ Miler และ Skyway)

Generation ที่ 2 (ค.ศ. 1963-1968)
นิสสัน สกายไลน์ โฉมที่ 2


รูปภาพ

สกายไลน์ในช่วงนี้ การผลิตยังอยู่ในยี่ห้อ Prince Skyline ในช่วงแรกของโฉม ใช้ชื่อโฉมว่า S50 ใช้เครื่องยนต์ประเภท G-1 ต่อมาใน ค.ศ. 1964 ได้ออกรุ่นสปอร์ตออกมา ชื่อว่า S54 และได้รับความนิยมในระดับที่ใกล้เคียงกับรถ ปอร์เช่ 904

ในค.ศ. 1967 ได้มีการเปลี่ยนแปลงไมเนอร์เชนจ์ ด้วยชื่อโฉม S57 ในช่วงนี้ ปรินซ์ได้รวมสายการผลิตเข้ากับนิสสันแล้ว เป็นรุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ของนิสสัน และเครื่องยนต์ของ S57 เป็นเครื่องยนต์ขนาด 1487 ซีซี ที่มีกำลังถึง 88 แรงม้า หนึ่งในเครื่องยนต์ขนาดพันห้าร้อยซีซีที่แรงที่สุดในรถญี่ปุ่น

รวมแล้ว สกายไลน์ Generation ที่ 2 มียอดขายทั้งสิ้น 114,238 คัน

Generation ที่ 3 (ค.ศ. 1968-1972)
นิสสัน สกายไลน์ โฉมที่ 3


รูปภาพ

โฉมนี้ ใช้ชื่อโฉมว่า C10 ได้มีการออกรถรุ่น GT-R และ GT-X ออกมาเป็นครั้งแรก ซึ่งใช้เครื่องยนต์ขยาด 1958 ซีซี เป็นรถยนต์ประเภทสปอร์ต ทำให้สกายไลน์เริ่มกลายเป็นที่รู้จักในฐานะรถสปอร์ตแทนรถครอบครัวระดับ หรูหราเหมือนโฉมก่อนๆ แต่แบบสปอร์ตยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก

ในโฉมที่ 3 นี้ มียอดขายรวมทั้งสิ้น 310,447 คัน

Generation ที่ 4 (ค.ศ. 1972-1977)
นิสสัน สกายไลน์ โฉมที่ 4

รูปภาพ

โฉมนี้ ใช้ชื่อโฉมว่า C110 แต่ในบางประเทศ จะเป็นที่รู้จักในชื่อ ดัตสัน เค-ซีรีส์ (Datsun K-series) และมี GT-R ขายด้วย

สกายไลน์โฉมที่ 4 มียอดขายสูงถึง 670,562 คัน เป็นโฉมที่ขายดีที่สุดของสกายไลน์

Generation ที่ 5 (ค.ศ. 1977-1981)
นิสสัน สกายไลน์ โฉมที่ 5


รูปภาพ

โฉมนี้ ใช้ชื่อโฉมว่า C210 มีด้านหน้ารถที่ยาวขึ้น เครื่องยนต์ 6 สูบ และยังมีการผลิตรุ่น GT-EX และ GT-EX ก็เป็นรุ่นแรกของสกายไลน์ที่มีการใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ แต่ไม่มี GT-R ในโฉมนี้

สกายไลน์โฉมที่ 5 มียอดขายรวม 539,727 คัน

Generation ที่ 6 (ค.ศ. 1981-1985)
นิสสัน สกายไลน์ โฉมที่ 6


รูปภาพ

โฉมนี้ ใช้ชื่อโฉมว่า R30 เป็นโฉมแรกและโฉมเดียวที่มีการทำรถรุ่นแบบ Hatchback 5 ประตู (ท้ายกุด ไม่มีกระโปรงหลัง คล้ายกับ ฮอนด้า แจ๊ซ และ โตโยต้า ยาริส)

โฉมนี้ ไม่มี GT-R แต่ได้มีการออกรถรุ่นพิเศษ ที่พิเศษกว่าโฉมอื่นๆ นั่นคือ Paul Newman Version ซึ่งเป็นรถที่ออกมาเพื่อเป็นที่ระลึกในความสัมพันธ์ระหว่างนิสสัน กับ พอล นิวแมน ผู้กำกับและนักแสดงชื่อดังในช่วงนั้น เนื่องจากพอล นิวแมน ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการขายของนิสสันมานาน โดยรถสกายไลน์รุ่นนิวแมน จะมีลายเซ็นของนิวแมนบนกระโปรงหน้ารถ และยังเป็นที่ต้องการของนักสะสมจากทั่วโลกในปัจจุบัน

สกายไลน์โฉมที่ 6 รวมทุกรุ่นมียอดขายรวมทั้งสิ้น 406,432 คัน

Generation ที่ 7 (ค.ศ. 1985-1989)
นิสสัน สกายไลน์ โฉมที่ 7


รูปภาพ

โฉมที่ 7 ใช้ชื่อโฉมว่า R31 เป็นโฉมที่มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาลงเป็นจำนวนมาก และมีรูปทรงที่ทันสมัยกว่าโฉมที่ 6 อยู่มาก และเป็นโฉมแรกที่ใช้เครื่องยนต์กลุ่ม RB และเป็นโฉมที่ทำให้สกายไลน์ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางขึ้นในฐานะรถสปอร์ต แต่โฉมนี้ ก็ยังไม่มี GT-R และนอกจากนี้ R31 ก็ยังเป็นโฉมสุดท้ายที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลังเพียงระบบเดียว หลังจากโฉมนี้ไป จะมีระบบขับเคลื่อน 2 แบบ คือระบบขับเคลื่อนล้อหลัง กับขับเคลื่อนสี่ล้อจนถึงปัจจุบัน

สกายไลน์โฉมที่ 7 มียอดขายรวม 309,716 คัน

Generation ที่ 8 (ค.ศ. 1989-1994)
นิสสัน สกายไลน์ โฉมที่ 8

โฉมที่ 8 ใช้ชื่อโฉมว่า R32 สกายไลน์มี 2 รุ่นที่สำคัญ คือ

* Nissan Skyline GT-S R32 เครื่องยนต์ RB
* Nissan Skyline GT-R R32 เครื่องยนต์ RB26


รูปภาพ

และโฉมนี้ กลับมาผลิตสกายไลน์ GT-R อีกครั้ง หลังจากหายไปตั้งแต่โฉมที่ 4 เป็นโฉมที่ทำให้สกายไลน์ GT-R เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและโด่งดังไปในวงกว้าง จากการที่สกายไลน์ R32 ชนะการแข่งขันรถแข่งในญี่ปุ่น 29 รางวัล และชนะเลิศการแข่งเจทีซี 4 ปีติดต่อกัน นอกเหนือจากการแข่งขันในประเทศ GT-R ยังได้ชนะการแข่งขันออสเตรเลียนทัวริง 3 ปีติดต่อกันระหว่างปี 2533-2535 (ซึ่งในปี 2536 มีการเปลี่ยนแปลงกติกาซึ่งทำให้ GT-R ไม่สามารถร่วมลงแข่งได้[2])

ส่วนในแง่ของรถทั่วไป สกายไลน์โฉมที่ 8 เป็นรถรุ่นแรกที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นที่มีการผลิตเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดออกขาย (ปัจจุบัน รถบางรุ่นบางยี่ห้อยังใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีด ไม่ใช่ 5 สปีด) ควบคู่กับเกียร์ธรรมดา

สกายไลน์โฉมที่ 8 นี้ มียอดขายรวมทั้งสิ้น 296,087 คัน

Generation ที่ 9 (ค.ศ. 1993-1998)
นิสสัน สกายไลน์ โฉมที่ 9

โฉมที่ 9 ใช้ชื่อโฉมว่า R33 มีรถ 2 รุ่นที่สำคัญ คือ

* Nissan Skyline GT-S R33 เครื่องยนต์ RB
* Nissan Skyline GT-R R33 (BNR33) เครื่องยนต์ RB26DETT


รูปภาพ

สกายไลน์โฉมที่ 9 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 217,113 คัน

Generation ที่ 10 (ค.ศ. 1998-2002)
นิสสัน สกายไลน์ โฉมที่ 10

โฉมที่ 10 ใช้ชื่อโฉมว่า R34 มีรถ 2 เกรดที่สำคัญคือ

* Nissan Skyline GT-S R34 (ER34) เครื่องยนต์ RB25DET Neo6 เกียร์อัตโนมัติ
* Nissan Skyline GT-R R34 (BNR34) เครื่องยนต์ RB26DETT


รูปภาพ

ในโฉมนี้ เกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีดถูกยกเลิกชั่วคราว ทำให้สกายไลน์โฉมนี้มี 6 เกียร์ธรรมดา(GT-R) กับอัตโนมัติแบบ 4 สปีดเท่านั้น แต่ในโฉมนี้ สกายไลน์ได้มีการผลิตเกียร์แบบ Triptonic ออกขาย (เกียร์ Triptonic คือเกียร์ที่สามารถปรับใช้เป็นเกียร์ธรรมดาก็ได้ เกียร์อัตโนมัติก็ได้ ในเกียร์ชุดเดียวกัน) เป็นครั้งแรกของสกายไลน์ ในแบบ GT-S จะมี sunroof ในแบบ GT-R จะไม่มี sunroof

โฉมที่ 10 มียอดขายรวม 64,623 คัน

Generation ที่ 11 (ค.ศ. 2001-2007)
นิสสัน สกายไลน์ โฉมที่ 11

โฉมที่ 11 ใช้ชื่อโฉมว่า V35 เป็นโฉมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสกายไลน์ เพราะหลังโลดแล่นในวงการรถสปอร์ตมานาน ทางนิสสัน ได้ตัดสินใจให้นิสสัน สกายไลน์ GT-R แยกตัวออกไปเป็นรถรุ่นใหม่ สายการผลิตใหม่ ของนิสสัน (คือ นิสสัน จีที-อาร์) ไม่ขึ้นตรงกับชื่อสกายไลน์อีกต่อไป ทำให้สกายไลน์ โฉมที่ 11 กลับคืนสู่การเป็นรถครอบครัวขนาดใหญ่อีกครั้ง


รูปภาพ

นอกจากนี้ ในโฉมนี้ ยังมีเกียร์ CVT (Continuously variable transmission เกียร์อัตโนมัติที่ซอยเป็นหลายสปีด เพื่อให้มีความต่างของอัตราทดของแต่ละเกียร์น้อยลง ทำให้การเปลี่ยนเกียร์มีความนุ่มนวลมากกว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วไป) เป็นครั้งแรก เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น

แต่ถึงกระนั้น มันก็มีคุณภาพที่สูงมาก จนได้รับฉายาว่า "the best Skyline ever." หรือ สกายไลน์ที่ดีที่สุด (ใน 11 โฉมแรก)

Generation ที่ 12 (ค.ศ. 2006-ปัจจุบัน)
นิสสัน สกายไลน์ โฉมที่ 12


รูปภาพ

โฉมที่ 12 ใช้ชื่อโฉมว่า V36 เป็นอีกโฉมหนึ่งของสกายไลน์ที่เป็นรถครอบครัว

http://th.wikipedia.org/wiki/นิสสัน_สกายไลน์

Nitrous Oxide Systems (NOS)

รูปภาพ

ที่เคยเห็นในภาพยนตร์หลายเรื่อง หรือถ้าใครได้ไปดูหนัง The Fast and Furious มาแล้วคงจะเห็นบ้าง แบบที่รถจะแพ้อยู่แล้วพอยิง NOS รถก็แรงขึ้นเร่งแซงมาชนะทันที เป็นไปได้จริงหรืออย่างนี้ไม่ต้องไปโมอะไรเพิ่มแล้ว ซื้อ NOS มาใส่เสียก็สิ้นเรื่อง แต่มันคงไม่ง่ายอย่างนั้นแน่ เรามาดูกันก่อนดีกว่าครับว่า NOS คืออะไร ทำงานอย่างไร ทำไม่รถถึงแรงขึ้นได้
NOS มาจากคำว่า Nitrous Oxide Systems หรือที่เรียกกันติดปากว่าไนตรัส เป็นก๊าซชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยก๊าชสองตัวรวมกันคือ ไนโตรเจน 2 ส่วน: ออกซิเจน 1 ส่วน แต่ส่วนที่ใช้งานจริงคือ ออกซิเจน ตามหลัก ฟิสิกส์การเผาไหม้ทำได้ดีถ้าออกซิเจนมาก ถ้าออกซิเจนหมดไฟก็ดับ ในรถยนต์ของเราก็อาศัยการเผาไหม้จากอากาศที่เราหายใจอยู่ ซึ่งประกอบด้วยก๊าซหลายชนิด มีออกซิเจนอยู่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น NOS ก็อาศัยการเพิ่มออกซิเจนเข้าไปในห้องเผาไหม้ การสันดาปก็จะรุนแรงขึ้น พลังเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น แต่ความร้อนในห้องเผาไหม้ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยอีกหลายเท่าตัว ถ้าใครเคยเห็นเครื่องตัดเหล็กด้วยแก๊ส หรือเคยตัดคงเข้าใจดี พอจุดแก๊สเปล่าๆ ไฟก็ออกมาเบาๆ แค่ต้มไข่สุก พอปรับลมเข้าไปความร้อนก็จะรุนแรงขึ้นชนิดเหล็กหนาๆ เป็นนิ้วๆ ละลายได้อย่างสบายๆ ขนาดเหล็กยังละลายแล้วลูกสูบอลูมิเนียมบางๆจะเหลืออะไร NOS จึงได้เพิ่มก๊าซอีกตัวหนึ่งคือ ไนโตรเจน ก๊าซนี้มีคุณสมบัติในการเกิดความเย็นมันจะคอยหน่วงออกซิเจนให้อุณหภูมิการ ลุกไหม้ลดต่ำลงพอที่จะไม่ทำอันตรายต่อเครื่องยนต์ และลูกสูบ

รูปภาพ

ชุดติดตั้ง
ชุดไนตรัส สมัยนี้เริ่มมีผลิตออกมาหน่ายกันหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีอุปกรณ์คล้ายๆกัน เช่น ถังก๊าซทำด้วยเหล็กทนแรงดันสูง ท่อก๊าซ ท่อน้ำมัน แหวนรัด โซลินอยด์ไฟฟ้าเปิดก๊าซ โซลินอยด์น้ำมัน สวิทช์เปิด – ปิด ไฟฟ้า ในรุ่นใหม่ๆจะมีกล่องคอมพิวเตอร์ช่วยในการควบคุมก๊าซ

การติดตั้งมี 2 แบบ
1. ระบบ dry systems เป็นระบบการยิงก๊าซอย่างเดียวเข้าห้องเผาไหม้ พวกนี้ต้องอาศัยการปรับแต่งคาบูฯ หรือกล่องให้เพิ่มน้ำมันเข้าไป สังเกตหัวฉีดก๊าซจะเป็นหัวเดียว
2. ระบบ wet systems เป็นระบบการยิงก๊าซพร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงโดยอาศัยปั้มน้ำมันต่อพ่วงมายังโซ ลินอยด์หรือบางคนใช้ยิงร่วมกับแอลกอฮอล์ หรือน้ำมันออกเทนสูง พวกนี้ต้องมีถังแยกต่างหาก แบบนี้สังเกตว่าหัวฉีดก๊าซจะมีทางเข้าสองทาง การติดตั้งมีสองแบบคือฝังหัวเดียวมักจะฝังบริเวณก่อนทางเข้าลิ้นปีกผีเสื้อ หรือในหม้อกรองอากาศ แต่จะฝังให้ห่างจากลิ้นปีกผีเสื้อมากพอควรเพื่อป้องกันไหลของก๊าซไหลเข้าได้ ไม่เท่ากันทุกสูบ แบบนี้มักจะสร้างความเสียหายให้กับสูบแรกที่ติดกับลิ้นปีกผีเสื้อเพราะก๊าซ มีโอกาสไหลเข้าได้มากกว่า และแบบฝังบนคอไอดีแยกกันแบบหัวละสูบแบบนี้จะทำให้ก๊าซไหลเท่ากันทุกสูบลดการ เสียหายได้

รูปภาพ

การยิงก๊าซ
ถังก๊าซไนตรัสขนาด 10 ปอนด์ จะมีการสิ้นเปลืองอยู่ที่ 3 - 5 นาทีต่อถังหมดแล้วสามารถเติมได้ บนถังมีวาล์วนิรภัยในการปล่อยก๊าซส่วนเกินหรือเกิดการกระแทก มีเกจ์วัดแรงดันในตัวเพื่อบอกปริมาณก๊าซ ท่อก๊าซต่อผ่านมายังโซลินอยด์สวิทช์ เพื่อคอยรับคำสั่งการเปิด – ปิดสวิทช์ ์ภายในรถ ในการแข่งขันโซลินอยด์สวิทช์มักรับคำสั่งมาจากกล่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้การยิงก๊าซเป็นไปอย่างอัตโนมัติ หัวฉีดก๊าซมีให้เลือกว่า จะใช้กี่ซีซี และเพิ่มได้กี่แรงม้า การยิงก๊าซต้องจำกัดเวลาในการยิง มิฉะนั้นความร้อนในห้องเครื่องอาจเพิ่มสูงจนเสียหายได้ เหมาะในการแข่งขันระยะสั้น

ข้อดี
เพิ่มอัตราเร่งให้กับ เครื่องยนต์ได้อย่างมาก เพิ่มแรงม้าให้กับเครื่องยนต์ บนถนนช่วยในการเร่งแซง ในสนามแข่งสามารถลดเวลาการแข่งขัน เป็นที่นิยมกันของนักแข่ง Drag racing

ข้อควรระวัง
ไน ตรัสไม่สามารถยิงติดต่อได้นาน เพราะความร้อนจะสูงเครื่องอาจพัง เครื่องยนต์มีการสึกหรออย่างรวดเร็ว เครื่องยนต์ที่ติดตั้งส่วนใหญ่แล้วมักจะมีการดัดแปลง เช่น เปลี่ยนลูกสูบ ข้อเหวี่ยงที่มีความทนทานขึ้น ไม่เหมาะกับรถทั่วๆไป เป็นก๊าซอันตรายมากถ้าเกิดการรั่วแล้วสูดดมอาจหมดสติได้ ปกติจะใช้ในวงการแพทย์ ช่วยในการวางยาสลบคนไข้


http://www.a31club.com/webboard/index.php?topic=2562.0
แก้ไขล่าสุดโดย K!NGZAMAN เมื่อ 21 ธ.ค. 2009, 20:53, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.
ปวดขี้ก็ไปแดร๊กยาเซโรงังซะไป๊!!!
รูปภาพ
MY CENTER@Jokergameth , Bebe' Walpapers@Thaibiohazard
<<

guporza03

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 644

ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2008, 16:44

ที่อยู่: ในใจของไทแรนท์อะจึ้ย!!!!!

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 19:37

Re: Car Center[รถสปอร์ตคันแรกที่ผลิตในประเทศไทย]

^
^
^
^
รุ่นแรกของ skyline ก็ น่าจะเป็นตัวนี้ครับ
รูปภาพ

รุ่นแรกจริงๆเลย



อยากข้อมูล Ford Model T อะครับ หรือ T Model หว่า- -"



หามานนานหละถ้าเก่าเกินไปขออภัยด้วยน่ะครับ- -"
<<
ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 1821

ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2009, 16:18

ที่อยู่: โรงงานมิตซูบิชิ(แหลมฉบัง)

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 20:12

Re: Car Center[ฟอร์ด Model T]

ฟอร์ด โมเดลที

รูปภาพ

ฟอร์ด โมเดลที (Ford Model T) เป็นชื่อรถยนต์คุณภาพในยุคบุกเบิก ตั้งแต่ พ.ศ. 2451 ถึง พ.ศ. 2470 ผลิตและออกแบบโดย เฮนรี่ ฟอร์ด, ชิลด์ ฮารอลด์ วิลส์ และชาวฮังกาเรียนซึ่งมาตั้งรกรากอยู่ที่สหรัฐอเมริกา 2 คน คือ โจเซฟ เอ กาเลมบ์ กับ ยูจีน ฟาร์กัส เป็นรถยนต์ที่พัฒนามาจากรถยนต์ต้นแบบคือ ฟอร์ด โมเดลเอ็น (มีแค่ที่นั่งเดียว) และยังได้รับสมญานามว่า "ฟอร์ดพลังม้า" รถยนต์ ฟอร์ด โมเดลที จัดว่าเป็นรถที่มีเครื่องยนต์และทรวดทรงที่ปราณีต และยังเป็นแม่แบบให้กับรถยนต์ ฟอร์ด โมเดลเอ

การมาของรถยนต์ ฟอร์ด โมเดลที ต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของชาวอเมริกัน เป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของ เฮนรี่ ฟอร์ด และสหรัฐอเมริกา ต่อจากนั้นมา รถยนต์ของเขาเป็นที่ต้องการวงกว้างในตลาดของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งยุโรปและ สหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังเป็นยุคที่บุกเบิกอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทุกชนิด และยังทำเงินให้เขาขึ้นทำเนียบเศรษฐี พร้อมกับทำเงินให้ประเทศของเขา และยังเป็นความสำเร็จชิ้นแรกๆ ของบริษัทฟอร์ดที่เขาก่อตั้งขึ้น

คุณสมบัติ

* เครื่องยนต์ 20 แรงม้า
* ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนล้อหลัง
* ความจุเชื้อเพลิง 10 แกลลอน


http://th.wikipedia.org/wiki/ฟอร์ด_โมเดลที
BioKunG เขียน:และอยากรู้อีกข้อหนึง สมมติเรามีรถคันหนึ่งมาจากโรงงาน
เราขอเลือกเอาสกายไลน์ R34

ต้องการเเต่งรถเพื่อใช้ในการ Drag
ชุดเเต่งเครื่องยนตร์มีอะไรมั้ง เอาเน้นเร็วระห่า 0-60 ในไม่ถึงห้าวิ (ได้ไหมเน้อ 555) ยกตัวอย่างก็พอ เดี๋ยวรายละเอียดเราหาอ่านเอาได้ จำเป็นต้องใส่กล่องECU หรืออะไรยังไงเเจงหน่อยนะ ^^ เพราะเคยเห็นเเต่ไม่รู้จักมันเรียกว่าอะไรบ้าง

และเครื่องเดิมของสกายไลน์คืออะไร
เครื่องเจ? หรือว่ายังมีที่เเรงกว่าเจ

(ถึงทุกคนที่เข้ามาเเละรู้ก็บอกหน่อยครับ เผื่อบางที จขกท หาข้อมูลไม่ได้หรืออยากพักครับ ^^)

หาข้อมูลตรงนี้ไม่ได้จริงๆ ครับ และไม่มีความรู้ด้านนี้ด้วย ขออภัยด้วยครับ
แก้ไขล่าสุดโดย K!NGZAMAN เมื่อ 20 ธ.ค. 2009, 22:47, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ปวดขี้ก็ไปแดร๊กยาเซโรงังซะไป๊!!!
รูปภาพ
MY CENTER@Jokergameth , Bebe' Walpapers@Thaibiohazard
<<

BioKunG

ภาพประจำตัวสมาชิก

B.S.A.A.
B.S.A.A.

โพสต์: 3012

ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2008, 00:08

ที่อยู่: BSAA : South East Asia - Special Operation Agents

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 21:00

Re: Car Center[ประวัติ ฟอร์ด Model T]

เเก๊ส NOS เราเคยเห็นในวงการหมอฟันใช้ เเก๊สหัวเราะ คงเอาไปใช้กับรถได้หรือเปล่า

ขอบคุณที่หาขอมูลมาให้ครับ ^^ ทั้ง NOS และ สกายไลน์

เอาไปเลยสิบดอก!!!!!!

และอยากรู้อีกข้อหนึง สมมติเรามีรถคันหนึ่งมาจากโรงงาน
เราขอเลือกเอาสกายไลน์ R34

ต้องการเเต่งรถเพื่อใช้ในการ Drag
ชุดเเต่งเครื่องยนตร์มีอะไรมั้ง เอาเน้นเร็วระห่า 0-60 ในไม่ถึงห้าวิ (ได้ไหมเน้อ 555) ยกตัวอย่างก็พอ เดี๋ยวรายละเอียดเราหาอ่านเอาได้ จำเป็นต้องใส่กล่องECU หรืออะไรยังไงเเจงหน่อยนะ ^^ เพราะเคยเห็นเเต่ไม่รู้จักมันเรียกว่าอะไรบ้าง


และเครื่องเดิมของสกายไลน์คืออะไร
เครื่องเจ? หรือว่ายังมีที่เเรงกว่าเจ

(ถึงทุกคนที่เข้ามาเเละรู้ก็บอกหน่อยครับ เผื่อบางที จขกท หาข้อมูลไม่ได้หรืออยากพักครับ ^^)
แก้ไขล่าสุดโดย BioKunG เมื่อ 20 ธ.ค. 2009, 21:12, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.
รูปภาพ
<<

guporza03

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 644

ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2008, 16:44

ที่อยู่: ในใจของไทแรนท์อะจึ้ย!!!!!

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 21:04

Re: Car Center[ประวัติ ฟอร์ด Model T]

ขอบคุณมากๆเลยครับความพยายามสูงดีครับ


ถ้าว่างๆผมขอร่วมด้วยช่วยทำน่ะครับ



ผมก็ไอพวกบ้ารถเหมือนกันครับเหอๆ
<<

Apayin

ภาพประจำตัวสมาชิก

Moderator
Moderator

โพสต์: 7081

ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2008, 17:09

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 21:14

Re: Car Center[ประวัติ ฟอร์ด Model T]

*คำแนะนำ* พี่แก้ภาพบางตัวให้นะ มันใหญ่ดันบอร์ด ระวังอย่าเอา แนกำ ภาพเรียงติดกันในบรรทัดเดียวมาก ๆ ลอง enter ลงมาจะดีกว่าค่า :e3

ภาพสวยนะเนี่ยกระทู้นี้ ยอดเลย เจ้า Koenigsegg CCX สีดำก็งามซะ :e7

ส่วนตัวตอนนี้กำลังสนใจเจ้า Aston Martin One-77 มาก ๆ (โดยเฉพาะสีบรอนซ์)

รูปภาพ <<< ภาพนี้โคตรสวย

ถ้าเกิดว่าง ๆเอาข้อมูล+ภาพเจ้าคันนี้แบบละเอียด ๆมาลงบ้างน้า


ป.ล. ขนาดรถที่ชอบยังสัญชาติอังกฤษเลย สงสัยได้แฟนเป็นคนอังกฤษแน่ ๆเลยเรา :e13
ป.ล.2 มีคำถาม ไอ้เจ้า Bugatti นี่ใช่ที่คนเล่นรถเขาชอบเรียกกันว่า เงาะ หรือเปล่าอ่ะ แต่ส่วนตัวไม่ชอบหน้ามันเลย = =

MEP
Project Presents: IRATUS

Fiction สั้น 6 ตอนจบที่มาจากความร่วมมือระหว่าง Kevin Ryman, Goku และ Apayin ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ > <


MY
[Fan] Fiction

[Fan] Fiction ใน List นี้ ปัจจุบันเขียนจบหมดแล้วค่ะ ยกเว้นเรื่องยาว Perfect Resonance ที่ยังคง Update เรื่อย ๆ ค่ะ
<<

guporza03

ภาพประจำตัวสมาชิก

S.T.A.R.S.
S.T.A.R.S.

โพสต์: 644

ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2008, 16:44

ที่อยู่: ในใจของไทแรนท์อะจึ้ย!!!!!

โพสต์ 20 ธ.ค. 2009, 21:38

Re: Car Center[ประวัติ Ford Mustang ม้าไว]

ฟอร์ด มัสแตง (Ford Mustang) เป็นรถสปอร์ตยอดนิยมของแถบอเมริกาและยุโรปบางส่วน เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1964 มัสแตงได้รับความนิยมสูงมาก ในปีเดียวกับการเปิดตัวครั้งแรก รถมัสแตง ถูกนำไปใช้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง จอมมฤตยู 007 มัสแตงมีจุดเด่นในความที่เป็นรถที่ ฝาครอบเครื่องยนต์ด้านหน้าจะยาวเมื่อเทียบสัดส่วนกับรถทั่วไป

มัสแตง มียอดขายเฉลี่ย 1 ล้านคัน ทุกๆ 18 เดือน (สูสีกับ โตโยต้า โคโรลล่า หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ "อัลติส") จากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งการที่รถสปอร์ตที่มีราคาแพงกว่ารถเก๋งเล็กๆลิบลิ่ว กลับมียอดขายใกล้เคียงกับรถเก๋งขนาดเล็กราคาถูกยอดนิยมของญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความนิยมในมัสแตง

มัสแตง จัดเป็นรถประเภท pony cars คือ เป็นได้ทั้งรถสปอร์ตและรถCompact ทั่วไป ซึ่งเป็นรถที่เอนกประสงค์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ต เป็นรถที่เล็ก แต่แรงกว่ารถเก๋งทั่วไป


มัสแตง จนถึงปัจจุบันก็ยังผลิตอยู่ โดยแบ่งออกเป็ย 5 เจเนอเรชั่น (โฉม) ตามช่วงเวลาได้ดังนี้


Generation ที่ 1 (รุ่นปี ค.ศ. 1964-1973) รุ่นเปิดตำนานม้าไว
Ford Mustang รุ่นที่1
รูปภาพ
ในโฉมนี้ ช่วงแรกๆ หลังจากเริ่มเป็นที่นิยม จะใช้เครื่องยนต์ straight-6 ขนาด 2.8 ลิตร เกียร์ธรรมดา 3 สปีด เป็นมาตรฐาน ขายในราคา 2,368 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่าเงินประมาณ 16,000 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน) แต่ต่อมาได้มีการพัฒนาให้มีความแรงมากยิ่งขึ้น และเพิ่มขนาดเครื่องยนต์ และราคาแพงขึ้น

ในปีแรกหลังเปิดตัว รถมัสแตงมียอดขายถึง 478,812 คัน และในปีเดียวกับการเปิดตัวครั้งแรก มัสแตงถูกนำไปใช้แสดงในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ เรื่อง จอมมฤตยู 007 ด้วย

เครื่องยนต์รุ่นท็อปของฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 1 นี้ เห็นจะได้แก่ เครื่องยนต์ Super Cobra Jet V8 7.0 ลิตร 375 แรงม้า ซึ่งถือเป็นแรงม้าที่สูงมากเมื่อเทียบกับรถอื่นๆ ในยุคเดียวกัน ซึ่งเครื่องยนต์รุ่นท็อปนี้ ถูกผลิตใช้เป็นครั้งแรกในรุ่นปี ค.ศ. 1971

รถมัสแตงในโฉมนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นรถ 2 ที่นั่ง ตัวถัง 3 แบบ convertible , hardtop , fastback 2 ประตู คละกันไป แต่ในช่วงปลายๆ ของโฉม รถประเภท pony car ขายไม่ดี เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มไม่สนใจรถยนต์ประเภทนี้ เพราะราคาแพงเกินไป จึงเริ่มหันไปซื้อรถที่ราคาถูกและประหยัดกว่า ยอดขายฟอร์ดมัสแตงจึงลดลง ทางฟอร์ดจึงเร่งผลิตรถโฉมที่ 2 ออกมา




Generation ที่ 2 (รุ่นปี ค.ศ. 1974-1978) รุ่นกู้ชีวิต
Ford Mustang รุ่นที่2
รูปภาพ
หลังจากรถยนต์โฉมที่ 1 เริ่มขายไม่ออก เพราะขนาดเครื่องยนต์ ความแรง และราคาที่เกินพอดีของคนในยุคนั้น มัสแตง โฉมที่ 2 จึงถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กลง ราคาถูกลง ลูกสูบเล็กลง และเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่ามากขึ้น เพื่อฟื้นฟูให้รถยนต์ประเภท pony car ไม่เกินกำลังของผู้บริโภคทั่วๆไปที่จะหาซื้อ

มัสแตงโฉมที่ 2 มีขนาดลูกสูบเริ่มต้นที่ 2.8 ลิตร SOHC I4 และสูงสุดที่เครื่องขนาด 4.9 ลิตร V8 ซึ่งมีราคาถูกลงมาก ทำให้เกิดการซื้อรถมัสแตงเพิ่มขึ้น หลังจากโฉมที่ 2 เปิดตัวได้ครบ 1 ปี ขอดขายมัสแตงเฉพาะโฉมที่ 2 รวมขายได้ 385,993 คัน

มัสแตงโฉมนี้ มีรูปแบบบอดี้ภายนอก 2 แบบพื้นฐาน คือ coupe 2 ประตู และ hatchback 3 ประตู

เวลาผ่านไป ประชาชนเริ่มต้องการซื้อรถสปอร์ตขนาดใหญ่ขึ้น บรรจุคนได้มากขึ้น ยอดขายของมัสแตงจึงเริ่มหล่นลงอีก ทางฟอร์ด จึงต้องออกแบบมัสแตง โฉมที่ 3 ออกมา




Generation ที่ 3 (รุ่นปี ค.ศ. 1979-1993) รุ่นนอกคอก
Ford Mustang รุ่นที่3
รูปภาพ
โฉมที่ 3 มีความใหญ่มากกว่าในโฉมที่ 2 และในโฉมที่ 3 นี้ มีการผลิตรถ 4 ที่นั่งออกมาขายรวมๆ กับมัสแตง 2 ที่นั่งทั่วๆ ไป (ก่อนหน้านี้มัสแตงไม่มีรถ 4 ที่นั่งเลย) โดยรถ 4 ที่นั่งนั้น ที่นั่งแถวหลังจะมีขนาดเล็กกว่าแถวหน้า

มัสแตงโฉมที่ 3 มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนสปีดในเกียร์ โดยรถเกียร์ธรรมดา จะมี 4 หรือ 5 สปีด (ของเดิม 3 กับ 4 สปีด) แล้วแต่รุ่น ส่วนเกียร์อัตโนมัติ จะมี 3 หรือ 4 สปีด (ของเดิม 2 กับ 3 สปีด) แล้วแต่รุ่นรถเช่นกัน และบอดี้รถก็มี 3 รูปแบบ คือ coupe , hatchback , convertible 2 ประตู

เครื่องยนต์แทบทุกระบบ นำรูปแบบมาจากมัสแตงในโฉมที่ 2 โดยมีตั้งแต่ 85-140 แรงม้า ลูกสูบ 2.3-4.9 ลิตร แต่ก็มีการผลิตเครื่องยนต์ชนิดใหม่ขึ้นบ้าง เช่น เครื่องยนต์ประเภท SVO

ในยุคกลางๆของโฉม ยอดขายของมัสแตงลดลงอีกครั้ง เนื่องด้วยช่วงนั้น รถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหน้าเริ่มเป็นที่นิยมแทนรถขับเคลื่อนล้อหลังแบบเก่า รถสปอร์ตยอดนิยมของประชาชนดูจะเปลี่ยนจากมัสแตงเป็นรถสปอร์ตมาสด้า ทางฟอร์ดคิดจะเปลี่ยนมัสแตงเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า แต่เมื่อแฟนพันธุ์แท้ของรถมัสแตงทราบ ก็ได้เขียนจดหมายมาต่อว่า เพราะการขับเคลื่อนล้อหลังถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างของมัสแตง ทางฟอร์ดจึงต้องหาทางออกอื่น




Generation ที่ 4 (รุ่นปี ค.ศ. 1994-2004) รุ่นดั่งเดิม
Ford Mustang รุ่นที่4
รูปภาพ
โฉมนี้ เป็นโฉมที่มีความแตกต่างจากโฉมที่แล้วเป็นอย่างมาก (การเปลี่ยนโฉมครั้งก่อนๆ ตัวรถจะไม่เปลี่ยนแปลงมากถึงขนาดนี้) โดยรถดีไซน์ใหม่นี้ ยังเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังตามสไตล์ของมัสแตงดั้งเดิม แต่ระบบขับเคลื่อนล้อ ได้เปลี่ยนไปใช้ระบบที่ทันสมัย ตอบสนองได้ดีไม่แพ้รถขับเคลื่อนล้อหน้า และยกเลิกการผลิตบอดี้แบบ hatchback

เครื่องยนต์ตัวท็อปของโฉมที่ 4 เห็นจะได้แก่ เครื่องรุ่น Cobra หรือเครื่อง DOHC 4.6 ลิตร supercharged 390 แรงม้า และทอร์ก 529 นิวตันเมตร แต่ผู้ที่เป็นเจ้าของรถ Cobra หลายคนกล่าวว่า รถรุ่น Cobra เวลาใช้จริงจะมีแรงมากกว่า 390 แรงม้า ซึ่งอาจแรงถึง 425 แรงม้าก็เป็นไปได้ และรถรุ่น Cobra สามารถวิ่งได้เร็วกว่า 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มัสแตงโฉมที่ 4 เกียร์ธรรมดา จะมี 5 หรือ 6 สปีด (ของเดิม 4 หรือ 5 สปีด) และเกียร์อัตโนมัติจะมี 4 สปีด

เครื่อง Cobra อันที่จริงนี้มีหลายรุ่นหลายแบบ แต่ตัวท็อปสุดนั้น ออกมาในรุ่นปี ค.ศ. 2003 ไม่นานหลังจากนั้น มัสแตง ก็เข้าสู่โฉมที่ 5


Generation ที่ 5 (รุ่นปี ค.ศ. 2005-ปัจจุบัน)
Ford Mustang รุ่นที่5(ปัจุบัน)
รูปภาพ
โฉมนี้ เป็นโฉมปัจจุบันของมัสแตง ในช่วงออกแบบ กระแสความนิยมย้อนยุค (Retro) มาแรง การออกแบบมัสแตงโฉมที่ 5 จึงออกแบบตัวรถให้มีความคลาสสิค โดยออกแบบใหม่ทั้งคัน แทบไม่เหลือเค้าโครงของมัสแตงโฉมที่ 4 เลย โดยการออกแบบมัสแตงโฉมนี้ ได้ผสมสไตล์ของมัสแตงโฉมแรกเข้าไปพอสมควร จนมีผู้ตั้งฉายาให้มัสแตงโฉมที่ 5 ว่า "retro-futurism" หรือ ลัทธิย้อนยุค

เครื่องยนต์ตัวท็อปของโฉมนี้ ได้รับรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยม ด้วยการทดสอบความเร่ง พบว่าเครื่องรุ่นท็อปของมัสแตงโฉมนี้ สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ไปถึง 96.56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (60 ไมล์ต่อชั่วโมง) ใน 4.9 วินาที

เครื่องยนต์ตัวนั้นคือ Modular V8 4.6 ลิตร ดัดแปลงมาจากเครื่อง Cobra รุ่นท็อปของโฉมที่ 4 นอกจากนี้ มัสแตงโฉมที่ 5 ได้เพิ่มความจุของถังน้ำมันขึ้นเป็น 60.6 ลิตร (จากเดิม 58.3 ลิตร)



http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94_%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%87
ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยสบายๆอะไรก็ได้

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot] และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน